ผลต่างระหว่างรุ่นของ "นักเรียนเลว (น.ร.ล.)"
ไม่มีความย่อการแก้ไข |
ไม่มีความย่อการแก้ไข |
||
บรรทัดที่ 24: | บรรทัดที่ 24: | ||
'''ภาพ '''การชุมนุมของกลุ่มนักเรียนเลว เมื่อวันที่ 5 กันยายน พ.ศ.2563 | '''ภาพ '''การชุมนุมของกลุ่มนักเรียนเลว เมื่อวันที่ 5 กันยายน พ.ศ.2563 | ||
{| align="center" border="1" cellpadding="1" cellspacing="1" style="height: | {| align="center" border="1" cellpadding="1" cellspacing="1" style="height: 400px; width: 500px;" | ||
|- | |- | ||
| [[File:BadStudent 1.png|center|BadStudent 1.png]] | | [[File:BadStudent 1.png|center|BadStudent 1.png]] | ||
บรรทัดที่ 50: | บรรทัดที่ 50: | ||
'''ภาพ '''กิจกรรมสะท้อนปัญหาการเรียนออนไลน์ผ่านกิจกรรม “เรียนออนไลน์เราจะตายกันหมด” ของกลุ่มนักเรียนเลว | '''ภาพ '''กิจกรรมสะท้อนปัญหาการเรียนออนไลน์ผ่านกิจกรรม “เรียนออนไลน์เราจะตายกันหมด” ของกลุ่มนักเรียนเลว | ||
{| align="center" border="1" cellpadding="1" cellspacing="1" style="height: | {| align="center" border="1" cellpadding="1" cellspacing="1" style="height: 500px; width: 400px;" | ||
|- | |- | ||
| [[File:BadStudent 3.png|center|BadStudent 3.png]] | | [[File:BadStudent 3.png|center|BadStudent 3.png]] |
รุ่นแก้ไขเมื่อ 09:21, 6 มิถุนายน 2565
ผู้เรียบเรียง : ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ศุทธิกานต์ มีจั่น
ผู้ทรงคุณวุฒิประจำบทความ : ดร.สติธร ธนานิธิโชติ
“นักเรียนเลว” (น.ร.ล.) เป็นกลุ่มนักเรียนที่ออกมาเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิมนุษยชนในสถานศึกษา เป็นการรวมกลุ่มของนักเรียนที่มองเห็นถึงปัญหาอันเกิดจากการได้รับผลกระทบต่าง ๆ ในฐานะผลผลิตที่ผิดพลาดจากระบบการศึกษา โดยมีการใช้ทวิตเตอร์ในชื่อ @BadStudent_ เป็นการเคลื่อนไหวและนำเสนอประเด็นปัญหาต่าง ๆ ที่เน้นให้ตระหนักถึงสภาวะแห่งความเป็นเผด็จการที่กดทับในระบบการศึกษาที่เกิดขึ้นทั้งกับครูและนักเรียน ซึ่งก่อนหน้าจะมีการรวมกลุ่มในชื่อนี้ คำว่า “นักเรียนเลวในระบบการศึกษาแสนดี” เป็นชื่อหนังสือขายดีที่บอกเล่าประสบการณ์ของนักเรียนคนหนึ่ง เขียนโดย นายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล พิมพ์โดยสำนักพิมพ์เจ้าซ้ายน้อย ตีพิมพ์ครั้งแรกในเดือนกันยายน พ.ศ. 2559
กิจกรรมของกลุ่มนักเรียนเลวที่สำคัญ คือ การรวมตัวกันชุมนุมเพื่อนำเสนอข้อเรียกร้องต่อ กระทรวงศึกษาธิการ โดยการชุมนุมครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ.2563 บริเวณถนนราชดำเนินกลาง ในการจัดกิจกรรมเดินขบวน Pride นักเรียน ภายใต้แฮชแท็ก #เราไม่ใช่ตัวประหลาด และเดินขบวนเพื่อไปยื่นข้อเรียกร้องต่อกระทรวงศึกษาธิการใน 4 ประเด็น ของนักเรียนที่มีความหลากหลายทางเพศ (LGBTQ) ประกอบไปด้วย เรื่องทรงผม เครื่องแต่งกาย ความเข้าใจที่ถูกต้องและการเลือกปฏิบัติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเนื้อหาในหนังสือเรียนวิชาสุขศึกษา ที่มีความล้าสมัยซึ่งยังให้ความรู้เรื่องเพศสภาพและเพศวิถีแบบที่ไม่เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกสมัยใหม่
ต่อมาได้มีการจัดชุมนุมครั้งที่ 2 ซึ่งเป็นการร่วมกับภาคีเครือข่ายในการจัดชุมนุมนักเรียนระดับมัธยมศึกษาจาก 50 โรงเรียนทั่วประเทศหน้ากระทรวงศึกษาธิการ เมื่อวันที่ 5 กันยายน พ.ศ.2563 โดยการชุมนุมครั้งนี้ใช้ชื่อว่า "หนูรู้หนูมันเลว" ได้ประกาศ 3 ข้อเรียกร้อง ได้แก่
(1) หยุดคุกคามนักเรียนเพื่อให้โรงเรียนเป็นสถานที่ปลอดภัยโดยไม่ปล่อยให้นักเรียนถูกคุกคามจากบุคคลากรทางการศึกษา ครู และตำรวจ ที่ไม่ได้หมายถึงการคุกคามอันเกิดจากการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ทางการเมืองเท่านั้น แต่หมายความรวมถึงการตีและทำร้ายนักเรียนอย่างไม่สมเหตุสมผล การคุกคามทางเพศในโรงเรียน ตลอดจนการคุกคามเหยียดเพศสภาพของนักเรียน โดยกระทรวงศึกษาธิการต้องปกป้องนักเรียนจากการถูกคุกคามทั้งจากหน่วยงานภายในและภายนอกกระทรวง
(2) ยกเลิกประกาศ กฎ ระเบียบ หรือข้อบังคับที่มีเนื้อหาล้าหลังที่ไม่สอดรับกับหลักสิทธิมนุษยชนสากลในปัจจุบัน ที่กลายเป็นฐานอำนาจให้ครูและบุคคลากรทางการศึกษาในการละเมิดสิทธิและเสรีภาพ ทั้งยังลดทอนคุณค่าความเป็นมนุษย์ในตัวนักเรียนมาโดยตลอด อาทิ เรื่องทรงผมของนักเรียนและเครื่องแบบนักเรียน ทั้งยังต้องมีมาตรการที่สามารถประกันสิทธิและเสรีภาพของนักเรียนไม่ให้ถูกละเมิดต่อไปในอนาคต
(3) ปฏิรูปการศึกษาไทยทั้งระบบ เพื่อขจัดปัญหาต่าง ๆ ที่ส่งผลต่อตัวผู้เรียน เช่น ปัญหาความเหลื่อมล้ำ ปัญหาการเข้าไม่ถึงการศึกษา ปัญหาหลักสูตรที่ไม่มีคุณภาพ ปัญหาภาระงานครู ปัญหาพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของครู เป็นต้น ทั้งนี้ต้องให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการปฏิรูปการศึกษาร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการด้วยเพื่อร่วมกันผลักดันการศึกษาไทยให้ก้าวหน้าได้อย่างเข้มแข็ง
ทั้งนี้ ผู้ชุมนุมได้เสนอเงื่อนไข คือ หากข้อเรียกร้องดังกล่าวไม่สามารถทำได้ขอให้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการลาออกจากตำแหน่ง ซึ่งหนึ่งในกิจกรรมสำคัญที่เกิดขึ้นคือการประชันความเห็นระหว่าง นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กับนายลภนพัฒน์ หวังไพสิ นักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 6 และเลขาธิการกลุ่มการศึกษาเพื่อความเป็นไทในประเด็น “แสดงพลังปฏิรูปการศึกษาให้ดีขึ้น เพื่ออนาคตของพวกเรา” รวมทั้งร่วมกับแนวร่วมจัดการชุมนุมอย่างน้อย 48 องค์กรวางพวงหรีดข้างกำแพงกระทรวงศึกษาธิการและให้นักเรียนได้เขียนข้อความเรียกร้องต่าง ๆ รวมทั้งได้มีการตั้งโต๊ะเชิญชวนนักเรียนที่อายุ 18 ปีขึ้นไปเข้าชื่อ 50,000 ชื่อในกิจกรรม “ร่วมรื้อ ร่วมสร้าง ร่วมร่างรัฐธรรมนูญ”
ภาพ การชุมนุมของกลุ่มนักเรียนเลว เมื่อวันที่ 5 กันยายน พ.ศ.2563
![]() |
![]() |
ที่มา : “แกนนำกลุ่ม "นักเรียนเลว" ประกาศยุติการชุมนุม ท่ามกลางกำลังตำรวจที่มาคอยดูแล”. สืบค้นจาก https://siamrath.co.th/n/180216https://www.bbc.com/thai/thailand-54038953 (30 กันยายน 2563).
อย่างไรก็ดี ในเวลาต่อมาภายใต้ผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา หรือโควิด- 19 ที่นักเรียนไม่สามารถไปโรงเรียนได้ตามปกติเป็นระยะเวลานานกว่า 1 ปีที่รัฐบาลประกาศเลื่อนเปิดเทอม และให้เรียนออนไลน์อย่างต่อเนื่องโดยไม่มีมาตรการช่วยเหลือและเยียวยาอย่างประสิทธิภาพ ที่ผลักภาระค่าใช้จ่ายและความรับผิดชอบทั้งหมดให้กับนักเรียนและผู้ปกครอง กลุ่มนักเรียนเลวได้ประกาศแคมเปญของกลุ่มนักเรียนเลวเพื่อหยุดเรียนออนไลน์ ประท้วงการเรียนการสอนที่ล้มเหลวของกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมกับเรียกร้องให้เหล่านักเรียนทั้งหลายร่วมตะโกนเสียงร้องให้รัฐบาล
และกระทรวงศึกษาธิการรับรู้และแก้ไขปัญหาการเรียนออนไลน์ ระหว่างวันที่ 6-10 กันยายน พ.ศ.2564 นอกจากนี้ ยังได้มีการทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ที่ได้รับความสนใจอย่างมาก คือ การที่มีผู้หญิงใส่ชุดนักเรียนมัธยม ผูกเชือกและห้อยตัวเองหย่อนลงมาบริเวณสกายวอล์กสี่แยกอโศก คล้ายกับการแขวนคอพร้อมกับป้ายไวนิลขนาดใหญ่ที่มีใจความว่า ‘เด็ก 1.8 ล้านคน กำลังหลุดออกจากระบบการศึกษา เพราะการเรียนออนไลน์ไม่เห็นหัวเด็ก’ เพื่อแสดงให้เห็นถึงการล้มเหลวของระบบการศึกษาที่เป็นเรื่องคอขาดบาดตาย คือชีวิตและอนาคตของเด็กคนหนึ่ง รวมทั้งการรวมตัวกันนั่งกราบป้ายกระทรวงศึกษาธิการ เมื่อวันที่ 10 กันยายน พ.ศ.2564 โดยได้ยื่นหนังสือถึง นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ผ่านนายวีระ แข็งกสิการ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ โดยมีข้อเรียกร้อง 5 ข้อ ประกอบด้วย
(1) กระทรวงศึกษาธิการ ต้องออกคำสั่งปรับลดตัวชี้วัด ชั่วโมงการเรียน ภาระงานของครูและนักเรียนให้ชัดเจน ปรับหลักสูตรการศึกษาให้เหมาะสมกับสถานการณ์การเรียนออนไลน์ในปัจจุบันโดยทันที
(2) จัดให้มีผู้เชี่ยวชาญในการช่วยเหลือและเยียวยาสภาพจิตใจนักเรียนจากการเรียนออนไลน์ที่มีความเคร่งเครียดมากกว่าปกติ จัดให้มีช่องทางการรายงานปัญหาต่าง ๆ เพื่อตรวจสอบและหาทางแก้
(3) ในกรณีที่สถานศึกษายังไม่สามารถเปิดทำการเรียนการสอนได้ กระทรวงศึกษาธิการต้องจัดหาอุปกรณ์การเรียนออนไลน์ และเยียวยาค่าใช้จ่ายตามความเป็นจริงอย่างเร่งด่วนและทั่วถึง
(4) เร่งทำให้การศึกษามีคุณภาพอย่างทั่วถึงโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ โดยอาจมีการลดหย่อนค่าธรรมเนียมการศึกษา พักชำระหนี้การศึกษา ฯลฯ เพื่อป้องกันไม่ให้มีนักเรียนหลุดออกจากระบบการศึกษาไปมากกว่านี้
(5) รัฐบาลต้องนำวัคซีนโควิด-19 ที่มีประสิทธิภาพสูงมาฉีดให้นักเรียน นักศึกษา บุคลากรทางการศึกษา และประชาชนทั่วไป โดยต้องมีการเปิดเผยข้อมูล สัญญา และรายละเอียดเกี่ยวกับการจัดซื้อวัคซีนอย่างโปร่งใส
ภาพ กิจกรรมสะท้อนปัญหาการเรียนออนไลน์ผ่านกิจกรรม “เรียนออนไลน์เราจะตายกันหมด” ของกลุ่มนักเรียนเลว
![]() |
![]() |
![]() |
ที่มา : “กลุ่มนักเรียนเลว สะท้อนปัญหา รัฐบีบเรียนออนไลน์ แต่ไม่สนับสนุนค่าใช้จ่ายอย่างเพียงพอ”. สืบค้นจาก https://www.voicetv.co.th/read/fIKXgR0r1 (20 ธันวาคม 2564).
นอกจากกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ดังกล่าวแล้ว กลุ่ม ‘นักเรียนเลว’ ยังดำเนินกิจกรรมและเคลื่อนไหวในการเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสิทธิขั้นพื้นฐานที่นักเรียนทุกคนมี เช่น การจัดทำและแจกจ่าย “คู่มือเอาตัวรอดในโรงเรียน” เป็นหนังสือเล่มเล็กที่รวบรวมความรู้ วิธีการพิทักษ์สิทธิในเบื้องต้น การใช้กลไกทางกฎหมายในการร้องเรียนเมื่อถูกละเมิดสิทธิ ซึ่งแนวทางของกลุ่มนั้นมุ่งเน้นให้เกิดการรวมกลุ่มเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงในระยะยาว เพื่อให้เยาวชนไทยตระหนักถึงสิทธิที่ตนเองมี และสร้างกลุ่มนักปกป้องสิทธิรุ่นใหม่ เป็นต้น
อ้างอิง
“กลุ่มนักเรียนเลว เรียกร้อง 5 ข้อ ก่อนเยาวชนหลุดระบบการศึกษาไปมากกว่านี้”. สืบค้นจาก https://www.thairath.co.th/news/politic/2190493(20 ธันวาคม 2564).
“กลุ่ม 'นักเรียนเลว' ทยอยร่วมชุมนุมใหญ่หน้ากระทรวงศึกษาธิการ”. สืบค้นจาก https://prachatai.com/journal/2020/09/89388 (30 กันยายน 2563).
“คอลัมน์หน้า 3 : น้อมใจ ศึกษา เรียนรู้ จาก นักเรียนเลว ผ่าน แถลงการณ์”. สืบค้นจาก https://www.matichon.co.th/article/news_2337780 (30 กันยายน 2563).
“คุยกับ ‘นักเรียนเลว’ ทำไมต้องหยุดเรียน และทำไมต้อง ‘ไม่ทน’ กับระบบการศึกษาที่ล้มเหลว”. สืบค้นจาก https://themomentum.co/students-strike/
“‘นักเรียนเลว’ เดินขบวน บุกกระทรวงศึกษาธิการ ยื่น 4 ข้อเสนอเพื่อกลุ่มนักเรียน LGBTQ”. สืบค้นจาก https://thestandard.co/we-are-not-freaks-students-march-for-lgbt-equality/ (30 กันยายน 2563).
“นักเรียนเลว : ณัฏฐพลรับมอบ “นกหวีด” หลังจบดีเบตปมคุกคามนักเรียน”. สืบค้นจาก https://www.bbc.com/thai/thailand-54038953 (30 กันยายน 2563).
“นักเรียนเลว แจกคู่มือ ‘เอาตัวรอดในโรงเรียน’ หน้าโรงเรียนสตรีวิทยา หลังเปิดแคมเปญยอดขอรับทะลุ 1.7 หมื่น”. สืบค้นจาก https://thestandard.co/badstudent-handbook-at-satri-witthaya-school/(20 ธันวาคม 2564).
“เปิด 10 ข้อ "กลุ่มนักเรียนเลว" จะไม่ทน”. สืบค้นจาก https://www.komchadluek.net/news/edu- health/442574 (30 กันยายน 2563).
“มาตามนัด! กลุ่ม'นักเรียนเลว'บุกดีเบต-วางพวงหรีดหน้าศธ.'ช่อ'โผล่โหนม็อบเด็ก”. สืบค้นจาก https://www.naewna.com/politic/516371 (30 กันยายน 2563).
“อ่านแถลงการณ์ ของนักเรียนเลว ปัญหาของโรงเรียน ของประเทศ”. สืบค้นจาก https://www.matichon.co.th/article/news_2337780 (30 กันยายน 2563).