ผลต่างระหว่างรุ่นของ "สยามประเทศพรรคของทหารและข้าราชการพรรคเดียวปกครอง"

จาก ฐานข้อมูลการเมืองการปกครอง สถาบันพระปกเกล้า
Apirom (คุย | ส่วนร่วม)
สร้างหน้าใหม่: '''พรรคสยามประเทศพรรคของทหารและข้าราชการพรรคเดียวปกครอ...
 
Teeraphan (คุย | ส่วนร่วม)
ไม่มีความย่อการแก้ไข
 
บรรทัดที่ 1: บรรทัดที่ 1:
'''พรรคสยามประเทศพรรคของทหารและข้าราชการพรรคเดียวปกครอง'''
'''พรรคสยามประเทศพรรคของทหารและข้าราชการพรรคเดียวปกครอง'''


หลังจากจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชน์ได้เข้ารับนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2502 ระหว่างนี้ไม่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่จะมีก็มีแต่สภาร่างรัฐธรรมนูญซึ่งทำหน้าที่นิติบัญญัติด้วย การร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ร่างยาวนาน สุดท้ายจอมพลสฤษดิ์ป่วยและถึงอสัญกรรมเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม พ.ศ.2506 จอมพลถนอม กิตติขจรได้เข้าเป็นนายกรัฐมนตรีแทน แต่แทนที่จะรีบร่างให้เสร็จก็กลับปล่อยให้สภาร่างรัฐธรรมนูญซึ่งร่างมาตั้งแต่สมัยจอมพลสฤษดิ์ร่างรัฐธรรมนูญไปเรื่อยๆ จนถึงปี พ.ศ.2511 จึงได้ประกาศใช้เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ.2511 รวมร่างรัฐธรรมนูญอยู่เกือบ 10 ปี
หลังจากจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชน์ได้เข้ารับตำแหน่ง[[นายกรัฐมนตรี]] เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2502 ระหว่างนี้ไม่มี[[สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร]] ที่จะมีก็มีแต่[[สภาร่างรัฐธรรมนูญ]]ซึ่งทำหน้าที่[[นิติบัญญัติ]]ด้วย การร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ร่างยาวนาน สุดท้ายจอมพลสฤษดิ์ป่วยและถึงอสัญกรรมเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม พ.ศ.2506 จอมพลถนอม กิตติขจรได้เข้าเป็นนายกรัฐมนตรีแทน แต่แทนที่จะรีบร่างให้เสร็จก็กลับปล่อยให้สภาร่างรัฐธรรมนูญซึ่งร่างมาตั้งแต่สมัยจอมพลสฤษดิ์ร่างรัฐธรรมนูญไปเรื่อยๆ จนถึงปี พ.ศ.2511 จึงได้ประกาศใช้เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ.2511 รวมร่างรัฐธรรมนูญอยู่เกือบ 10 ปี


ตามมาตรา 37 ของรัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ.2511 นี้อนุญาตให้มีการจัดตั้งพรรคการเมืองขึ้น โดยบัญญัติไว้ว่า “บุคคลย่อมมีเสรีภาพบริบูรณ์ในการรวมกันเป็นพรรคการเมืองเพื่อดำเนินกิจการในทางการเมืองโดยวิถีทางประชาธิปไตย และไม่ขัดต่อระบอบการปกครองตามรัฐธรรมนูญนี้ การจัดตั้งและการดำเนินกิจการของพรรคการเมืองย่อมเป็นไปตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ว่าด้วยพรรคการเมือง”
ตามมาตรา 37 ของรัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ.2511 นี้อนุญาตให้มีการจัดตั้ง[[พรรคการเมือง]]ขึ้น โดยบัญญัติไว้ว่า “บุคคลย่อมมี[[เสรีภาพ]]บริบูรณ์ในการรวมกันเป็นพรรคการเมืองเพื่อดำเนินกิจการในทางการเมืองโดยวิถีทาง[[ประชาธิปไตย]] และไม่ขัดต่อระบอบการปกครองตามรัฐธรรมนูญนี้ การจัดตั้งและการดำเนินกิจการของพรรคการเมืองย่อมเป็นไปตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ว่าด้วยพรรคการเมือง”


ต่อมาในวันที่ 9 ตุลาคม พ.ศ.2511 ก็มีพระราชบัญญัติพรรคการเมือง พ.ศ.2511 ประกาศใช้การตั้งพรรคการเมืองก็กำหนดให้มีผู้ก่อตั้ง 15 คน และสมาชิกไม่น้อยกว่า 500 คน ตั้งเป็นพรรคการเมือง รัฐบาลจอมพลถนอม ได้จัดให้มีการเลือกตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2512 โดยจอมพลถนอม กิตติขจร ก็ได้จัดตั้งพรรคการเมืองขึ้นชื่อพรรคสหประชาไทยลงเลือกตั้งด้วย  
ต่อมาในวันที่ 9 ตุลาคม พ.ศ.2511 ก็มี[[พระราชบัญญัติพรรคการเมือง พ.ศ.2511]] ประกาศใช้การตั้งพรรคการเมืองก็กำหนดให้มีผู้ก่อตั้ง 15 คน และสมาชิกไม่น้อยกว่า 500 คน ตั้งเป็นพรรคการเมือง รัฐบาลจอมพลถนอม ได้จัดให้มีการเลือกตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2512 โดยจอมพลถนอม กิตติขจร ก็ได้จัดตั้งพรรคการเมืองขึ้นชื่อพรรคสหประชาไทยลงเลือกตั้งด้วย  


ในระหว่างนี้มีหลักฐานว่ามีการจัดตั้งพรรคการเมืองชื่อ พรรคสยามประเทศพรรคของทหารและข้าราชการพรรคเดียวปกครอง ขึ้นโดยดำเนินนโยบายทางการเมืองตามนัยที่ปรากฏในชื่อพรรคนั้นเอง ทว่าไม่ปรากฏว่าพรรคสยามประเทศพรรคของทหารและข้าราชการพรรคเดียวปกครองส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้งในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2512 หรือเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างเป็นเรื่องเป็นราวแต่อย่างใด
ในระหว่างนี้มีหลักฐานว่ามีการจัดตั้งพรรคการเมืองชื่อ พรรคสยามประเทศพรรคของทหารและข้าราชการพรรคเดียวปกครอง ขึ้นโดยดำเนินนโยบายทางการเมืองตามนัยที่ปรากฏในชื่อพรรคนั้นเอง ทว่าไม่ปรากฏว่าพรรคสยามประเทศพรรคของทหารและข้าราชการพรรคเดียวปกครองส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้งในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2512 หรือเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างเป็นเรื่องเป็นราวแต่อย่างใด


หลังจากการเลือกตั้งครั้งนี้จอมพลถนอมได้กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรี แต่จากความยุ่งยากในการใช้อำนาจเพราะยังต้องพึ่งสภาในการร่างกฎหมาย และในเรื่องการงบประมาณ ในที่สุดจอมพลถนอมได้ทำการยึดอำนาจตนเองเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ.2514 เพื่อยุบสภา ยกเลิกรัฐธรรมนูญและยุบพรรคการเมือง และเนื่องด้วยเหตุนี้จึงสันนิษฐานได้ว่าไม่ว่าพรรคสยามประเทศพรรคของทหารและข้าราชการพรรคเดียวปกครองจะดังดำเนินกิจกรรมทางการเมืองอยู่หรือไม่ อย่างไรเสียก็ต้องหยุดลงนับแต่บัดนั้น
หลังจากการเลือกตั้งครั้งนี้จอมพลถนอมได้กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรี แต่จากความยุ่งยากในการใช้อำนาจเพราะยังต้องพึ่งสภาใน[[การร่างกฎหมาย]] และในเรื่องการงบประมาณ ในที่สุดจอมพลถนอมได้ทำการ[[ยึดอำนาจ]]ตนเองเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ.2514 เพื่อ[[ยุบสภา]] ยกเลิกรัฐธรรมนูญและ[[ยุบพรรค]]การเมือง และเนื่องด้วยเหตุนี้จึงสันนิษฐานได้ว่าไม่ว่าพรรคสยามประเทศพรรคของทหารและข้าราชการพรรคเดียวปกครองจะดังดำเนินกิจกรรมทางการเมืองอยู่หรือไม่ อย่างไรเสียก็ต้องหยุดลงนับแต่บัดนั้น





รุ่นแก้ไขปัจจุบันเมื่อ 22:18, 11 กรกฎาคม 2553

พรรคสยามประเทศพรรคของทหารและข้าราชการพรรคเดียวปกครอง

หลังจากจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชน์ได้เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2502 ระหว่างนี้ไม่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่จะมีก็มีแต่สภาร่างรัฐธรรมนูญซึ่งทำหน้าที่นิติบัญญัติด้วย การร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ร่างยาวนาน สุดท้ายจอมพลสฤษดิ์ป่วยและถึงอสัญกรรมเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม พ.ศ.2506 จอมพลถนอม กิตติขจรได้เข้าเป็นนายกรัฐมนตรีแทน แต่แทนที่จะรีบร่างให้เสร็จก็กลับปล่อยให้สภาร่างรัฐธรรมนูญซึ่งร่างมาตั้งแต่สมัยจอมพลสฤษดิ์ร่างรัฐธรรมนูญไปเรื่อยๆ จนถึงปี พ.ศ.2511 จึงได้ประกาศใช้เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ.2511 รวมร่างรัฐธรรมนูญอยู่เกือบ 10 ปี

ตามมาตรา 37 ของรัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ.2511 นี้อนุญาตให้มีการจัดตั้งพรรคการเมืองขึ้น โดยบัญญัติไว้ว่า “บุคคลย่อมมีเสรีภาพบริบูรณ์ในการรวมกันเป็นพรรคการเมืองเพื่อดำเนินกิจการในทางการเมืองโดยวิถีทางประชาธิปไตย และไม่ขัดต่อระบอบการปกครองตามรัฐธรรมนูญนี้ การจัดตั้งและการดำเนินกิจการของพรรคการเมืองย่อมเป็นไปตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ว่าด้วยพรรคการเมือง”

ต่อมาในวันที่ 9 ตุลาคม พ.ศ.2511 ก็มีพระราชบัญญัติพรรคการเมือง พ.ศ.2511 ประกาศใช้การตั้งพรรคการเมืองก็กำหนดให้มีผู้ก่อตั้ง 15 คน และสมาชิกไม่น้อยกว่า 500 คน ตั้งเป็นพรรคการเมือง รัฐบาลจอมพลถนอม ได้จัดให้มีการเลือกตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2512 โดยจอมพลถนอม กิตติขจร ก็ได้จัดตั้งพรรคการเมืองขึ้นชื่อพรรคสหประชาไทยลงเลือกตั้งด้วย

ในระหว่างนี้มีหลักฐานว่ามีการจัดตั้งพรรคการเมืองชื่อ พรรคสยามประเทศพรรคของทหารและข้าราชการพรรคเดียวปกครอง ขึ้นโดยดำเนินนโยบายทางการเมืองตามนัยที่ปรากฏในชื่อพรรคนั้นเอง ทว่าไม่ปรากฏว่าพรรคสยามประเทศพรรคของทหารและข้าราชการพรรคเดียวปกครองส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้งในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2512 หรือเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างเป็นเรื่องเป็นราวแต่อย่างใด

หลังจากการเลือกตั้งครั้งนี้จอมพลถนอมได้กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรี แต่จากความยุ่งยากในการใช้อำนาจเพราะยังต้องพึ่งสภาในการร่างกฎหมาย และในเรื่องการงบประมาณ ในที่สุดจอมพลถนอมได้ทำการยึดอำนาจตนเองเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ.2514 เพื่อยุบสภา ยกเลิกรัฐธรรมนูญและยุบพรรคการเมือง และเนื่องด้วยเหตุนี้จึงสันนิษฐานได้ว่าไม่ว่าพรรคสยามประเทศพรรคของทหารและข้าราชการพรรคเดียวปกครองจะดังดำเนินกิจกรรมทางการเมืองอยู่หรือไม่ อย่างไรเสียก็ต้องหยุดลงนับแต่บัดนั้น


ที่มา

เชาวนะ ไตรมาศ. ข้อมูลพื้นฐาน 66 ปีประชาธิปไตยไทย. กรุงเทพฯ : สถาบันนโยบายศึกษา, 2542.

พรรคการเมืองไทย. http://www.weopenmind.com/board/index.php?topic=5929.msg47927