แผนที่ความขัดแย้ง
ผู้เรียบเรียง ดร.อภิญญา ดิสสะมาน
ผู้ทรงคุณวุฒิประจำบทความ นายนริศ มณีขาว
แผนที่ความขัดแย้ง (conflict mapping)
การทำแผนที่ความขัดแย้ง เป็นการรวบรวมข้อมูลพื้นฐานของเหตุการณ์ความขัดแย้งหนึ่ง ๆ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการทำความเข้าใจสาเหตุการเกิดความขัดแย้ง, ประเด็นปัญหาความขัดแย้ง ,พลวัตความขัดแย้ง, และความเป็นไปได้ในการแก้ไขความขัดแย้งนั้น ๆ นับเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับการวิเคราะห์ความขัดแย้งอย่างเป็นระบบที่จะให้ข้อมูลในการจัดการกับความขัดแย้งสำหรับทั้งผู้แทรกแซงความขัดแย้งและคู่ขัดแย้งเอง (Wehr, 1979 ) และรวมถึงการเป็นเครื่องมือพื้นฐานที่ใช้ในการวางแผนการแก้ไขความขัดแย้ง ด้วยการสร้างแผนภาพง่ายๆ แล้วระบุประเด็นการขัดแย้ง การแจกแจงคู่ขัดแย้ง ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและผู้เกี่ยวข้องอื่น ๆ ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ความขัดแย้ง และการประเมินทางเลือกต่าง ๆ ในการแก้ไข เพื่อให้ทุกฝ่ายเห็นภาพรวมของสถานการณ์ตรงกัน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการสื่อสารเพื่อหาทางออกร่วมกันในกาดำเนินงานต่อไปในอนาคต และเมื่อกล่าวถึงคำว่า “การพัฒนา” จากการดำเนินโครงการตามแนวนโยบายของรัฐ หลายคนก็อาจนึกถึงความหมายในแง่บวก ซึ่งมาจากจินตนาการเชิงบวกถึงคุณภาพชีวิตเศรษฐกิจ และสังคมที่ดีขึ้น แต่จากสถิติ และข้อมูลจำนวนมากก็ไม่สามารถปฏิเสธได้อย่างสิ้น เชิงว่า อีกด้านหนึ่งของ “การพัฒนา” ก็นำมาซึ่ง “ความไม่เท่าเทียม” และก่อให้เกิด “ความขัดแย้ง” ในท้ายที่สุด ซึ่งปัญหาความขัดแย้งระหว่างชาวบ้านกับอำนาจรัฐนั้น ขณะนี้เกิดขึ้น โดยทั่วไปแทบทุกเรื่องที่กระจายอยู่บนแผ่นดินไทย ดังจะเห็นได้ผลกระทบ และปัญหาความขัดแย้งจากการดำเนินโครงการตามแนวนโยบายของรัฐ ในหลายโครงการ ในต่างยุค ต่างสมัย และหลากหลายในกรณีและประเด็นปัญหา ( อภิญญา ดิสสะมาน และอลิสา หะสาเมาะ,2564 )
แผนที่ความขัดแย้งในฐานะเครื่องมือในการวิเคราะห์สถานการณ์ความขัดแย้งทางสังคมที่จะนำไปสู่ความรุนแรงในเชิงโครงสร้างและความรุนแรงเชิงกายภาพ คือ การใช้เครื่องมือแผนที่ความขัดแย้ง ดังตัวอย่างของ Global Crisis Atlas: Mapping for Situational Awareness เป็นรายงานที่เกิดขึ้นจากการทำงานเป็นทีมของศูนย์สันติศึกษาและความมั่นคงของศูนย์วิจัยร่วม อยู่ภายใต้โครงสร้างของหน่วยการจัดการความเสี่ยงจากภัยพิบัติกองอำนวยการพื้นที่ความปลอดภัยและการย้ายถิ่น (the Peace @ Stability team of the Joint Research Centre, the Disaster Risk Management Unit (E1) - Directorate Space, Security and Migration) Halkia และคณะ เสนอประเด็นสำคัญในการจัดทำแผนที่ความขัดแย้งเพื่อให้มีมาตรฐานสากลไว้อย่างละเอียด รวมทั้งรูปแบบการนำเสนอแผนที่ความขัดแย้งแบบดิจิทัล ข้อมูลเวกเตอร์ ( vector data ) (คณะภูมิศาสตร์และสิ่งแวดล้อม, 2020)
โดยหลักของการจัดทำแผนที่ความขัดแย้ง มี 4 คุณลักษณะคือ
1. แผนที่ความขัดแย้งสามารถนำเสนอเป็นภาพ เนื่องจากภาพ 1 ภาพ สื่อแทนความหมายได้ล้านคำ
ทั้งยังสามารถแสดงให้เห็นความซับซ้อน ความหลากหลาย ข้อมูลด้านความขัดแย้งจำนวนมาก และมีหลายระดับ สามารถแปลงเป็นภาพให้สื่อภาพที่เข้าใจง่าย ทั้งยังสามารถใส่ข้อมูลที่อาจจะยังไม่ได้ถูกวิเคราะห์ แต่มีปรากฎการณ์ความขัดแย้งเกิดขึ้น เพื่อรอเวลาสำหรับการค้นหาเหตุและความเชื่อมโยงต่อประเด็นต่าง ๆ ต่อไป
2. สะดวกต่อการแก้ไข เพิ่มเติมข้อมูล ปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา การนำเสนอแผนที่
ความขัดแย้งแบบดิจิทัลยังสามารถแสดงให้เห็นถึงความซับซ้อนของความขัดแย้งและจำแนกออกมาได้ออกมาเป็นระบบอย่างชัดเจน เหมาะสมสำหรับผู้ที่จะนำข้อมูลไปใช้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้กำหนดนโยบาย ถึงแม้ว่าเครื่องมือนี้จะมีความเฉพาะ แต่การออกแบบเครื่องมือแผนที่ความขัดแย้งสามารถนำไปใช้ได้ทั่วไป
3. สามารถเข้าใจพลวัตรความเสี่ยงจากความขัดแย้งที่เกิดขึ้น และเพิ่มสมรรถนะในการรับรู้สถานการณ์การได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล หรือแม้แต่ใช้ข้อมูลความขัดแย้งนี้เสนอต่อรัฐบาลและผู้กำหนดนโยบายในช่วงสถานการณ์วิกฤตหรืออาจมีแนวโน้มนำไปสู่สถานการณ์วิกฤต
4. สามารถเข้าถึงข้อมูลแผนที่ความขัดแย้งได้ง่ายผ่านเว็ปหรือระบบโซเชียลเน็ทเวิร์คต่าง ๆ เพื่อให้เห็นภาพรวม องค์ประกอบต่าง ๆ ที่มีอิทธิพล หรืออาจมีอิทธิพลต่อการคลี่คลายความขัดแย้งหรือเพิ่มความขัดแย้ง ตอบสนองความต่อความต้องการของหน่วยข่าวกรอง ข้อมูลแผนที่ความขัดแย้งสามารถเพิ่มเติม เสริมข้อมูล หรือแม้แต่หักล้างกับข้อมูลที่หน่วยข่าวกรองนำเสนอ
นอกจากนี้ แผนที่ความขัดแย้งสามารถจัดทำได้เพื่อวิเคราะห์สถานการณ์วิกฤต ต่าง ๆ ได้ โดยสถาบันพระปกเกล้าได้มีการจัดทำแผนที่ความขัดแย้งเพื่อเป็นระบบในการเตือนภัยได้อย่างเข้าถึงง่าย โดยลักษณะของความขัดแย้งและสภาวะวิกฤตในปัจจุบัน สัมพันธ์กับความซับซ้อนและการเติบโตของสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การมีข้อมูลจำนวนมาก (big data) ต้องออกแบบแผนที่ความขัดแย้งให้สามารถบันทึกข้อมูลได้และสามารถประเมินผลได้อย่างทันท่วงทีและมีพลวัตร เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างเป็นปัจจุบัน เนื่องจากการทำแผนที่ความขัดแย้งมีความสำคัญต่อผู้กำหนดนโยบาย ที่ต้องการฐานข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจและเพื่อสร้างความมั่นคงปลอดภัยหากเผชิญกับสภาวะวิกฤตหรือเกิดความขัดแย้งขึ้น แผนที่ความขัดแย้งจะต้องมีความแม่นยำด้านตำแหน่งพื้นที่ ปรากฏรายละเอียดของเหตุการณ์ เพื่อที่จะสามารถตรวจสอบและวิเคราะห์สถานการณ์ได้สมบูรณ์ที่สุด จนนำไปสู่การตัดสินใจในเชิงนโยบายต่าง ๆ ที่มีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผล
การทำแผนที่ความขัดแย้งให้กลายเป็นภาพที่สื่อได้เข้าใจง่าย เป็นการนำเสนอที่ทรงพลังมหาศาล
ด้วยเหตุผลสำคัญ 2 ประการ คือ 1. เพียงหน้าเดียวเข้าใจข้อมูลได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์ เชิงพื้นที่ ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล ทรัพย์สิน และเหตุการณ์สำคัญต่าง ๆ 2. แผนที่ยังแสดงให้เห็นปฏิสัมพันธ์ และกิจกรรมทางสังคม ทำให้เข้าใจรูปแบบและแนวโน้มที่อาจจะเกิดขึ้น รวมทั้งข้อมูลที่อาจจะยังถูกปกปิดไว้ในเชิงปฏิบัติการการตระหนักถึงสถานการณ์วิกฤตและความขัดแย้ง จะต้องเข้าใจปฏิสัมพันธ์ การมีส่วนร่วม ที่มีอิทธิพลต่อสถานการณ์ในแต่ละบริบท เวลา เพื่อสร้างแนวทางที่สามารถจะรวมเอาองค์ประกอบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในอนาคต การตระหนักถึงสถานการณ์ถือเป็นหัวใจสำคัญอย่างยิ่งต่อกระบวนการตัดสินใจ โดยอยู่บนฐานข้อมูลที่จะนำไปสู่การตัดใจบนทางเลือกที่ดีที่สุด ดังตารางภาพต่อไปนี้
ภาพ กระบวนการตัดสินใจและบทบาทของการรับรู้สถานการณ์
ในช่วงสถานการณ์วิกฤตและสถานการณ์ความขัดแย้ง การมีแผนที่ความขัดแย้งช่วยทำให้ตัดสินใจได้ดีขึ้นและรับรู้สถานการณ์ว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร? ดังนั้นแนวทางปฏิบัติสำหรับการทำแผนที่ความขัดแย้ง ควรประกอบไปด้วย
1. ภาพแสดงข้อมูลที่มีอยู่และเพิ่มข้อมูลเชิงพื้นที่และพิกัด เพื่อช่วยให้ระบุข้อมูลในช่วงเวลาและพื้นที่ ทางภูมิศาสตร์
2. แผนที่ความขัดแย้งเปิดเผยรูปแบบและความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูล ตัวละครที่ขับเคลื่อนความขัดแย้งและสถานการณ์วิกฤต 3. แผนที่ความขัดแย้งช่วยสร้างภาพจำลองของสถานการณ์ที่จะนำไปสู่การประเมินทางเลือกและผลกระทบอื่น ๆ 4. แผนที่ความขัดแย้งแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนถึงผลกระทบของการตัดสินใจที่มีต่อสถานการณ์
รายละเอียดในแผนที่ความขัดแย้งเพื่อเข้าใจปัญหา สถานการณ์และเตือนภัย และการตัดสินใจใน
การแก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
- ลักษณะเฉพาะของแผนที่ความขัดแย้ง หลักของการวิเคราะห์ความขัดแย้งที่สำคัญ คือ การศึกษาอย่างเป็นระบบ และลงลึกถึงข้อมูลรายละเอียดของความขัดแย้ง ด้วยการค้นหาสาเหตุที่เกี่ยวข้องหรือคาดว่าน่าจะเกี่ยวข้อง ตัวแสดง และพลวัตรที่ทำให้เกิดความขัดแย้ง ดังนั้นแผนที่ความขัดแย้งต้องแสดงให้เห็น
1) ตัวแสดง (actors) และ “อำนาจ” (power) หรือ อิทธิพลของตัวแสดงที่สร้างอำนาจและส่งผลต่อการเกิดความขัดแย้ง
2) ความสัมพันธ์ที่มีต่อกัน
3) หัวข้อความขัดแย้งหรือประเด็นต่าง ๆ (Center for Security Studies, 2005, p.5 อ้างใน Halkia M., Louvrier, C., Caravaggi, I., Tagliacozzo, S., Urrutia, M. F., & De, L., 2018, pp.12-13) ดังนั้นลักษณะของแผนที่ความขัดแย้งที่สำคัญ ทำให้แผนที่ความขัดแย้งมีความแตกต่างจากแผนที่วิกฤตอื่น ๆ โดยประกอบไปด้วยคุณลักษณะของข้อมูลดังต่อ คือ
- ลักษณะทางการเมือง – การรวบรวมและการจัดการทำให้เป็นข้อมูลภาพ ต้องเชื่อมโยงสัมพันธ์
อย่างแนบแน่นกับข้อพิจารณาหรือประเด็นทางการเมืองที่กำหนดไว้ว่า จะรวบรวมข้อมูลใด อย่างไร รวมทั้งพิจารณาว่าการนำเสนออย่างไรที่จะมีความโดดเด่นมากขึ้น (Boehnert, 2016 อ้างใน Halkia M., Louvrier, C., Caravaggi, I., Tagliacozzo, S., Urrutia, M. F., & De, L., 2018, pp.12-13) แผนที่
ความขัดแย้งโดยพื้นฐาน คือ ภาพแผนที่ทางภูมิศาสตร์ ที่แสดงความสัมพันธ์อย่างมีพลวัตร เพื่อให้เห็นทางเลือกในอนาคต และการแปลความหมาย มากกว่าการบรรยายแบบพรรณา
- ความอ่อนไหวของข้อมูล – ประเด็นสำคัญคือ การจำกัดการเข้าถึงข้อมูลและข้อมูลที่สามารถนำเสนอ
สู่สาธารณะหรือระดับการเข้าถึงที่ต้องมีขอบเขต เนื่องจากการทำแผนที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ทางกายภาพและลักษณะทางภูมิศาสตร์ การพัฒนาแผนที่จึงต้องใส่ใจกับความอ่อนไหวของภาพปรากฏของข้อมูล เนื่องจากมีโอกาสที่จะถูกนำไปใช้โดยกลุ่มกองกำลังติดอาวุธ หรือกลุ่มอื่น ๆ ที่สามารถสร้างผลกระทบในทางลบ ดังนั้นสถาบันพระปกเกล้าจะต้องกำหนดวัตถุประสงค์อย่างชัดเจนว่า จะนำแผนที่ความขัดแย้งเพื่อให้ตอบสนองกับเป้าหมายใด
- การแยกข้อมูล: ประเด็นสำคัญ 1) ต้องเน้นตัวขับเคลื่อนความขัดแย้งและพลวัตรของความขัดแย้งที่เป็นบริบทของท้องถิ่น 2) ข้อมูลในระดับประเทศต้องทำให้เห็นถึงความสัมพันธ์และสถานการณ์ในรายละเอียดปลีกย่อย 3) เพิ่มเติมข้อมูลในแผนที่อย่างเป็นทันสมัยอยู่เสมอช่วยให้เห็นความสัมพันธ์เชื่อมโยงของประเด็นต่าง ๆ 4) การจัดทำข้อมูล มีการจำแนกข้อมูลตามลักษณะทางภูมิศาสตร์ มีแผนที่ชัดเจนแสดงให้เห็นความสถานการณ์ความขัดแย้งเกิดขึ้นที่ไหน ข้อมูลเหล่านี้ยังช่วยนำมาแยกเป็นธีม หลักที่สำคัญ เช่น ลักษณะของกลุ่มชาติพันธุ์ตามภูมิภาค
- องค์ประกอบทางภูมิศาสตร์และนามธรรม: แผนที่ความขัดแย้ง ต้องนำเสนอภาพ 2 ส่วน คือ
1. ข้อมูลรูปธรรม ได้แก่ พื้นที่ทางภูมิศาสตร์ และ 2. ข้อมูลนามธรรม ทั้งสองส่วนนี้ต้องนำเสนอให้เห็นความสัมพันธ์ ความเกี่ยวข้อง ความเชื่อมโยง และต้องปรากฏอยู่บนแผนที่ความขัดแย้ง ทั้งข้อมูลนามธรรมและข้อมูลรูปธรรมต่างพึ่งพาซึ่งกันและกันในการสร้างข้อมูลแผนที่ความขัดแย้งนั้น หมายความว่าแผนที่ทางภูมิศาสตร์สัมพันธ์กับอำนาจที่อาจมองไม่เห็น หรืออำนาจในพื้นที่ที่ยังไม่ได้ถูกเปิดเผย เหตุการณ์ความขัดแย้งอาจเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์เชิงอำนาจในระดับภูมิภาคและอำนาจในระดับชาติ
- องค์ประกอบที่เคลื่อนไหวและองค์ประกอบที่หยุดนิ่ง: แผนที่ความขัดแย้งจะต้องประกอบไปด้วย 2 ส่วน คือ 1. ข้อมูลที่ไม่มีการเคลื่อนไหว เช่น ลักษณะทางภูมิศาสตร์ ที่ตั้งเมืองหลวง เขตพรมแดนประเทศ 2. ข้อมูลแบบมีพลวัตร ได้รับอิทธิพลจากเหตุการณ์ใหม่ๆ การพัฒนา เช่น ความสัมพันธ์เชิงอำนาจในภูมิภาค อย่างไรก็ตามแผนที่ความขัดแย้งสร้างมาจากการพรรณนาเหตุการณ์ต่าง ๆ ตัวอย่างเช่น ความขัดแย้งมาจากการแข่งขันเพื่อครอบครองทรัพยากร โดยมีข้อเสนอคือ การกระจายทรัพยากรให้ทั่วถึง และแผนที่ความขัดแย้งให้ข้อมูลว่าความขัดแย้งที่เกิดขึ้นมีความสัมพันธ์ทางทฤษฎี
เครื่องมือแผนที่ความขัดแย้งในการวิเคราะห์ความขัดแย้งและภาวะวิกฤติ ช่วยให้ขยายวงผู้ใช้ได้กว้างและง่ายขึ้น ข้อมูลความขัดแย้งที่มีมากมายจะถูกนำเสนอให้เห็นถึงพลวัตรของภาวะวิกฤตที่อาจยังไม่ถูกเปิดเผย
- เปิดให้เข้าถึง: แผนที่ความขัดแย้งต้องเปิดให้สาธารณะชนสามารถเข้าถึงได้สะดวก ไม่ควรมีใคร มีอำนาจในการจำกัดการเข้าถึงของข้อมูลหรือต้องเสียค่าใช้จ่ายเพื่อให้รู้ข้อมูล
- ตัวประสานพลวัตร: แผนที่ความขัดแย้งต้องทำหน้าที่ในการประสานข้อมูลที่มีเครือข่ายอย่างเป็น พลวัตร ต้องสามารถนำเสนอให้เห็นเป็นภาพและความเปลี่ยนแปลง
- การมองเห็นของข้อมูลเชิงพื้นที่ชั่วคราว: แผนที่ทางภูมิศาสตร์นำเสนอละติจูด-ลองติจูด หากจะให้แผนที่แสดงถึงพลวัตร คือ เวลา เช่น เมื่อไหร่ที่เกิดเหตุการณ์ความขัดแย้งขึ้น
- ตำนานที่พร้อมเสมอ: เรื่องเล่าและตำนานจะต้องมีไว้ อาจจะทำเป็นสัญลักษณ์ที่เกี่ยวข้องอยู่บนพื้นที่ความขัดแย้งเพื่อให้อ่านเข้าใจง่าย
- การเฝ้าสังเกตการณ์ของหลายหน่วย: อาจมีความแตกต่างกันขึ้นอยู่กับเครื่องมือที่ใช้ เช่น การใช้เหตุการณ์เป็นตัวตั้งสำหรับการทำแผนที่ความขัดแย้ง ส่วนมากจะมุ่งเน้นพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ที่ตัวแสดงความขัดแย้งเกิดขึ้น ทรัพยากร และเหตุการณ์ความขัดแย้ง
- การนำเสนอข้อมูล: การนำเสนอข้อมูลเป็นภาพบนแผนที่ความขัดแย้งจะต้องเลือกว่า ข้อมูลไหนถูกใช้เป็นฐานคิดในการนำเสนอ เพื่อให้ง่ายต่อการปรับปรุงเพิ่มเติม ว่าควรจะใส่ข้อมูลในส่วนไหน
- เลือกข้อมูลที่จะนำมาเป็นภาพ: ในบางกรณีภาพจริง ๆ ถูกนำมาใช้เป็นฐานข้อมูลในแผนที่ ความขัดแย้ง และสามารถปรากฏทันทีเมื่อผู้ใช้ต้องการ
- สามารถที่จะปรับปรุงได้: บางกรณีผู้ใช้ข้อมูลสามารถปรับปรุงแก้ไขเปลี่ยนแปลงได้ โดยการเพิ่มเติมข้อมูลใหม่เข้าไป
- การวิเคราะห์ข้อมูล: แผนที่ความขัดแย้งส่วนมากจะทำเป็นแผนภูมิหลากหลายประเภท เช่นแผนภูมิแท่ง แผนภูมิวงกลม ที่ถูกสร้างมาจากฐานข้อมูล เพื่อให้เห็นง่ายและสามารถวิเคราะห์ปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นได้ง่าย
แผนที่ความขัดแย้งระดับโลกเสมือนเป็นผลผลิตทางปัญญา เนื่องจากเป็นพื้นที่รวบรวมแหล่งข้อมูลทั้งหมด การประเมิน และการบูรณาการทุกสิ่งทุกอย่างเข้าด้วยกัน จนทำให้สามารถเผยแพร่ เป็นภาพได้ แหล่งที่มาของข้อมูลและขั้นตอนการรายงาน จะต้องบอกที่มาที่ไปได้ เพื่อรับประกันความน่าเชื่อถือของการประมวลผลข้อมูลจากแหล่งข้อมูลที่มีความแตกต่างกัน เช่น ข้อมูลจากนักวิชาการ พลเมืองของรัฐ รัฐสภา หน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานภาคประชาสังคม
อ้างอิง
Wehr, P. (2019). Conflict regulation. routledge. Retrieved from https://bit.ly/2Z7OZBx
Goldwyn, R., & Chigas, D. (2013). Monitoring and evaluating conflict sensitivity: Methodological challenges and practical solutions. Retrieved from http://www. smallarmssurvey.org/
fileadmin/docs/M-files/CCRVI/CCVRI-Monitoring-and-evaluating-conflict-sensitivity-challenges-and-solutions.pdf.
Galtung, J. (1996). Peace By Peaceful means, Peace and Conflict, Development and Civilization, Oslo,International Peace Research Institute.
Halkia M., Louvrier, C., Caravaggi, I., Tagliacozzo, S., Urrutia, M. F., & De, L. (2018). Global Crisis Atlas: Mapping for situational awareness. Italy: Joint Research Centre (JRC). Retrieved from https://publications.jrc.ec.europa.eu/repository/bitstream/JRC114119/global_crisis_atlas_report_st_ic_mh_v13.pdf
Institute for Economics & Peace. (2020 ). Global Terrorism Index 2020,Measuring the
Impact of Terrorism, Retrieved from http, visionofhumanity.org.reports
วันชัย วัฒนศัพท์ (2550). ความขัดแย้ง: หลักการและเครื่องมือแก้ปัญหา. พิมพ์ครั้งที่ 3. ขอนแก่น: ศิริภัณฑ์ออฟเซ็ท.
อภิญญา ดิสสะมาน. ( 2559). “การปฏิรูปประเทศไทยกับการหาทางออกวิกฤตการเมืองไทย.” (10 กุมภาพันธ์2559). สืบค้น จาก : http://kpi.ac.th/media/pdf/M7_241.pdf.
อภิญญา ดิสสะมาน และ อลิสา หะสาเมาะ.( 2564 ). “ การสำรวจข้อมูลประเด็นความขัดแย้งจากการดำเนินโครงการตามแนวนโยบายของรัฐ ” (Conflict Mapping Phase 4), สถาบันพระปกเกล้า.






