การจัดทำงบประมาณที่คำนึงถึงมิติเพศภาวะ

จาก ฐานข้อมูลการเมืองการปกครอง สถาบันพระปกเกล้า

ผู้เรียบเรียง : รัชวดี แสงมหะหมัด

ผู้ทรงคุณวุฒิประจำบทความ : ดร.ถวิลวดี บุรีกุล


การจัดทำงบประมาณที่คำนึงถึงมิติเพศภาวะ (Gender Responsive Budgeting)

การจัดทำงบประมาณที่คำนึงถึงมิติเพศภาวะ หรือ Gender Responsive Budgeting (GRB) เป็นการจัดทำงบประมาณที่มีการพิจารณาและวิเคราะห์ผลกระทบของนโยบายและการใช้จ่ายเงินต่อกลุ่มเพศต่างๆ เพื่อให้แน่ใจว่างบประมาณนั้นมีความเท่าเทียมและเป็นธรรมต่อทุกเพศสภาพ โดย GRB มุ่งเน้นที่จะลดช่องว่างทางเพศและส่งเสริมความเสมอภาคทางเพศในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม การจัดทำงบประมาณนี้ไม่ได้หมายความว่าจะต้องจัดสรรเงินเท่าเทียมกันระหว่างเพศ แต่หมายถึงการทำความเข้าใจและวิเคราะห์ว่าโครงการหรือนโยบายต่างๆ จะมีผลกระทบอย่างไรต่อเพศต่างๆ และการปรับเปลี่ยนนโยบายเพื่อให้เกิดความเท่าเทียมมากขึ้น (Budlender, 2002[1]; Stotsky, 2016)[2] ซึ่งสอดคล้องกับ Himmelweit (2002[3] อ้างใน สถาบันพระปกเกล้า, 2561[4]) ที่แนะนำว่า การวิเคราะห์นั้นไม่จำเป็นต้องวิเคราะห์เฉพาะผลกระทบโดยตรงของความไม่เสมอภาคของผู้หญิงและผู้ชายเท่านั้น แต่ควรดูว่าการกำหนดโครงการ แผนงานและงบประมาณ ส่งผลในระดับพฤติกรรมต่อเพศต่าง ๆ เป็นอย่างไร หรืออาจกล่าวได้ว่า ให้พิจารณาจากผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น

นอกจากนี้ GRB ยังรวมถึงมิติของการจัดหารายได้ด้วย เพื่อส่งเสริมให้เกิดโอกาสที่จะได้รับความเท่าเทียมระหว่างเพศ เช่น การจ่ายเงินสมทบในช่วงเลี้ยงลูกหลังคลอด การรับงานมาทำที่บ้านของผู้หญิง (Rubin & Bartle, 2005, p.260[5] อ้างใน สถาบันพระปกเกล้า, 2561[6]) และรวมถึง การใช้ทรัพยากรในครัวเรือนร่วมกันอย่างเท่าเทียม แม้จะมีบทบาทต่างกัน และการยอมรับงานการอภิบาล (unpaid care work) (Elson, 2001[7] อ้างใน สถาบันพระปกเกล้า, 2561[8])

การจัดทำงบประมาณที่คำนึงถึงมิติเพศภาวะ (GRB) จึงถือเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการจัดทำนโยบายเพื่อจัดการกับความแตกต่างระหว่างเพศ ทั้งในเรื่องของการวางแผน การจัดทำโครงการ และการจัดทำงบประมาณ โดยมีจุดมุ่งหมายที่จะส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างหญิงชายให้เกิดขึ้น และที่สำคัญ GRB ยังเป็นการเติมเต็มถึงสิทธิของผู้หญิงอีกด้วย (สถาบันพระปกเกล้า, 2561)[9]


กฎหมาย และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำงบประมาณที่คำนึงถึงมิติเพศภาวะ

แนวคิดเรื่อง GRB เป็นแนวคิดที่ทั่วโลกต่างให้ความสำคัญ มีการกำหนดหัวข้อการจัดสรรงบประมาณเพื่อเสริมความเสมอภาคและเสริมพลังให้กับสตรี ในการประชุมคณะกรรมาธิการว่าด้วยสถานภาพสตรีของสหประชาชาติสมัยที่ 5 (2nd Session of the Commission on the Status of Women: CSW) สำหรับประเทศไทยได้เข้าร่วมการรับรองปฏิญญาปักกิ่งและแผนปฏิบัติการ (Beijing Declaration and Platform for Action) ร่วมผลักดันให้เกิดความเสมอภาคระหว่างเพศให้เข้าสู่กระแสหลักของการพัฒนา และการกำหนดเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals–SDGs) ในมิติที่ 5 เรื่องสร้างความเท่าเทียมทางเพศสตรีและเด็กหญิงทุกคน โดยกำหนดให้ต้องบรรลุความเสมอภาคระหว่างเพศ และให้อำนาจของผู้หญิงและเด็กหญิงทุกคนด้วย นอกจากนี้ ยังได้มีการกำหนดในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย[10] มาตรา 71 ดังนี้

..รัฐพึงเสริมสร้างความเข้มแข็งของครอบครัวอันเป็นองค์ประกอบพื้นฐานที่สำคัญของสังคมจัดให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัยอย่างเหมาะสม ส่งเสริมและพัฒนาการสร้างเสริมสุขภาพเพื่อให้ประชาชนมีสุขภาพที่แข็งแรงและมีจิตใจเข้มแข็ง รวมตลอดทั้งส่งเสริมและพัฒนาการกีฬาให้ไปสู่ความเป็นเลิศและเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน

รัฐพึงส่งเสริมและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้เป็นพลเมืองที่ดี มีคุณภาพและความสามารถสูงขึ้น

รัฐพึงให้ความช่วยเหลือเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ ผู้ยากไร้ และผู้ด้อยโอกาส ให้สามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ และคุ้มครองป้องกันมิให้บุคคลดังกล่าวถูกใช้ความรุนแรงหรือปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม รวมตลอดทั้งให้การบำบัด ฟื้นฟูและเยียวยาผู้ถูกกระทำการดังกล่าว

ในการจัดสรรงบประมาณ รัฐพึงคำนึงถึงความจำเป็นและความต้องการที่แตกต่างกันของเพศ วัย และสภาพของบุคคล ทั้งนี้ เพื่อความเป็นธรรม..”


การจัดทำงบประมาณที่คำนึงถึงมิติเพศภาวะ[11] มีลักษณะดังต่อไปนี้

1.   เป็นการมองผลกระทบที่เกิดจากการใช้จ่ายงบประมาณทุกส่วนว่ามีผลกระทบต่อหญิง ชาย เด็กหญิง-เด็กชายหรือไม่ และกลุ่มเพศสภาพพิเศษต่าง ๆ อย่างไร รวมถึงการพิจารณาด้านการใช้จ่ายงบประมาณและระมัดระวังในเรื่องความแตกต่างของสถานการณ์ บทบาทในกลุ่มต่างๆ และผลที่ได้จากการจัดทำงบประมาณว่าตอบสนองความจำเป็นของแต่ละกลุ่มหรือไม่

2.   เป็นส่วนหนึ่งของการจัดทำงบประมาณที่มีการวิเคราะห์และคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างเพศภาวะ

3.   เป็นการจัดแบ่งงบประมาณเพื่อให้เกิดความเท่าเทียมกันระหว่างเพศภาวะ

4.   เป็นการจัดทำงบประมาณที่คำนึงถึงงานและภาคส่วนที่ไม่ได้รับค่าตอบแทน (เศรษฐกิจภาคอภิบาล: Care Economy)

5.   ไม่ใช่เป็นการจัดสรรพิเศษ (Special Allocation) แต่อาจจำเป็นต้องมี

6.   มองทั้งแง่งบประมาณรายจ่าย (Expenditure) และ รายได้ (Revenue)

7.   GRB ไม่ใช่การแบ่งงบประมาณหญิง 50 % ชาย 50%


แนวคิดการวิเคราะห์งบประมาณที่คำนึงถึงมิติเพศภาวะ[12]

           การวิเคราะห์งบประมาณที่คำนึงถึงมิติเพศภาวะ (Gender Budgeting Analysis) จำเป็นต้องมีข้อมูลแยกเพศ () เพื่อวิเคราะห์สถานการณ์และความต้องการของทั้งหญิงและชาย รวมถึงเพศสภาพต่าง ๆ เพื่อให้เห็นถึงความไม่เป็นธรรมและเพิ่มความตระหนักมากยิ่งขึ้น หลังจากนั้นจึงเป็นขั้นตอนของการจัดทำแผนโครงการ รวมถึงการพิจารณาและกำหนดงบจัดสรรให้มีความเหมาะสม เพียงพอ และตอบสนองต่อความต้องการ จากนั้นจะมีการติดตามงบประมาณที่จัดสรรว่าตอบสนองความต้องการหรือไม่ รวมถึงการประเมินผลนโยบายว่าสามารถลดความเหลื่อมล้ำและความไม่เป็นธรรมในสังคมได้มากน้อยแค่ไหน ขั้นสุดท้ายต้องพิจารณาว่าสถานการณ์นั้น ๆ ส่งผลกระทบอย่างไรต่อบทบาทหญิงชาย และเพศสภาพต่าง ๆ ในสังคม และสนับสนุนการพัฒนาที่มีความสมดุลมากขึ้นอย่างไร กระบวนการดังภาพต่อไปนี้

ภาพที่ 1 ผู้เขียนพัฒนาจาก สถาบันพระปกเกล้า (2561) [13]

ประโยชน์ของการจัดทำงบประมาณที่คำนึงถึงมิติเพศภาวะ[14]

1.   ช่วยให้เกิดการใช้ทรัพยากรมนุษย์อย่างมีประสิทธิภาพ โดยการส่งเสริมการมีส่วนร่วมและสร้างประโยชน์ให้กับสังคมและเศรษฐกิจ

2.   ช่วยให้การใช้ทรัพยากร และเงินของประเทศเกิดประโยชน์สูงสุด

3.   ช่วยในการวางแผนการจัดลำดับการใช้จ่ายเงินงบประมาณ ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

4.   ความต้องการการวิเคราะห์แผนระยะยาวและต้องการแก้ปัญหา การพัฒนาประเทศที่เน้นการพัฒนาการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ (Economic Growth) ทำให้เกิดผลกระทบเรื่องความเป็นธรรมและความเท่าเทียม

5.   ช่วยทำให้เกิดความโปร่งใส

6.   ช่วยเสริมมาตรการป้องกันการทุจริตและสนับสนุนสร้างธรรมาภิบาลทางเศรษฐกิจ (Economic Governance) และการจัดการทางการเงิน


อย่างไรก็เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพที่ยั่งยืน สิ่งสำคัญคือการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนในการกำหนดประเด็นและปัญหาในการจัดทำงบประมาณ ในส่วนนี้จะกล่าวถึงแนวคิดการมีส่วนร่วมซึ่งเป็นหลักประชาธิปไตย “ระบบประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม” หมายถึงการกระจายโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมืองและการบริหารในการตัดสินใจเรื่องต่าง ๆ รวมถึงการจัดสรรทรัพยากรของชุมชนและชาติซึ่งส่งผลต่อวิถีชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชน การมีส่วนร่วมนี้เกิดขึ้นผ่านการให้ข้อมูล แสดงความคิดเห็น ให้คำปรึกษา ร่วมวางแผน ร่วมปฏิบัติ และการควบคุมจากประชาชนเอง เป็นการสื่อสารสองทางที่มีเป้าหมายเพื่อให้เกิดการตัดสินใจที่ดียิ่งขึ้นและได้รับการสนับสนุนจากสาธารณชน โดยการให้ข้อมูลสำคัญแก่สาธารณชนและรวบรวมข้อมูลจากพวกเขา การมีส่วนร่วมนี้ยังช่วยให้ผู้นำชุมชนรับทราบถึงความห่วงกังวลและค่านิยมของสาธารณชน ทำให้ผู้นำได้รับความชอบธรรมในการดำเนินโครงการต่าง ๆ เนื่องจากเป็นข้อตกลงที่สาธารณชนร่วมคิดและร่วมวางแผนปฏิบัติ

ดังนั้น คุณค่าของการมีส่วนร่วมทำให้เห็นถึงคุณภาพของการตัดสินใจ เนื่องจากมีการคิดไตร่ตรองจากหลาย ๆ ภาคส่วน สำหรับผู้นำ การมีส่วนร่วมนี้ช่วยให้สามารถคาดการณ์ความห่วงกังวลและทัศนคติของสาธารณชนได้ ซึ่งทำให้ระยะเวลาในการแก้ปัญหาสั้นลง เพราะสามารถระบุปัญหาได้ดีกว่าและตรงจุดมากขึ้น นอกจากนี้ การมีส่วนร่วมจากกลุ่มคนที่หลากหลายยังช่วยให้สามารถพิจารณาทางเลือกต่าง ๆ ได้อย่างเต็มที่ เข้าใจความเป็นไปของสถานการณ์ได้ดีขึ้น และตอบสนองความต้องการของทุกคนในสังคมมากยิ่งขึ้น

สรุป คือ การจัดทำงบประมาณที่คำนึงถึงมิติทางหญิงชาย ต้องมีการศึกษาบริบทของแต่ละพื้นที่ เช่น วัฒนธรรม อัตลักษณ์ ความต้องการของพื้นที่ และเพศภาวะของบุคคล เพื่อนำมาจัดทำนโยบาย ทั้งนี้ ต้องดำเนินการด้วยความเท่าเทียมและเปิดโอกาสให้ทุกคนมีส่วนร่วม โดยยึดหลักธรรมาภิบาล เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อคุณภาพชีวิตของสาธารณชน สร้างความยุติธรรมในสังคม เพิ่มการยอมรับทางสังคม เสริมสร้างความสมานฉันท์ สร้างพลังทางสังคม และความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งนำไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดีในที่สุด สามารถสรุปได้ดังภาพต่อไปนี้

ภาพที่ 2 แสดงกระบวนการและเทคนิคในการจัดทำงบประมาณแบบ GRB

ที่มา: ผู้เขียนพัฒนาจาก สถาบันพระปกเกล้า (2561)[15]

อ้างอิง


[1] Budlender, D. (2002). Gender Budgets Make More Cents: Country Studies and Good Practice. London: Commonwealth Secretariat.

[2] Stotsky, J. G. (2016). Gender Budgeting: Fiscal Context and Current Outcomes. International Monetary Fund (IMF).

[3] Himmelweit, S. (2002). Making Visible the Hidden Economy: The Case for Gender-Impact Analysis of Economic Policy. Feminist Economics. 8(1), pp. 49-70.

[4] สถาบันพระปกเกล้า, 2561. เสมอภาคสร้างได้ (การจัดทำงบประมาณที่คำนึงถึงมิติชายหญิง Gender responsive budgeting : GRB). กรุงเทพมหานคร: สถาบันพระปกเกล้า.

[5] Rubin, M. M. and Bartle, J. R. (2005). Integrating Gender into Government Budgets: A New Perspective. Public Administration Review. 65(3), pp.259-272.

[6] สถาบันพระปกเกล้า, 2561. เสมอภาคสร้างได้ (การจัดทำงบประมาณที่คำนึงถึงมิติชายหญิง Gender responsive budgeting : GRB). กรุงเทพมหานคร: สถาบันพระปกเกล้า.

[7] Elson, D. (2001). Gender Responsive Budget Initiatives: Some Key Dimensions and Practical Examples. In UNIFEM-OECD-NORDIC Council Conference Hosted by Belgian Government.

[8] สถาบันพระปกเกล้า, 2561. เสมอภาคสร้างได้ (การจัดทำงบประมาณที่คำนึงถึงมิติชายหญิง Gender responsive budgeting : GRB). กรุงเทพมหานคร: สถาบันพระปกเกล้า.

[9] สถาบันพระปกเกล้า, 2561. เสมอภาคสร้างได้ (การจัดทำงบประมาณที่คำนึงถึงมิติชายหญิง Gender responsive budgeting : GRB). กรุงเทพมหานคร: สถาบันพระปกเกล้า.

[10] รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560

[11] สถาบันพระปกเกล้า, 2561. เสมอภาคสร้างได้ (การจัดทำงบประมาณที่คำนึงถึงมิติชายหญิง Gender responsive budgeting : GRB). กรุงเทพมหานคร: สถาบันพระปกเกล้า.

[12] เพิ่งอ้าง

[13] สถาบันพระปกเกล้า, 2561. เสมอภาคสร้างได้ (การจัดทำงบประมาณที่คำนึงถึงมิติชายหญิง Gender responsive budgeting : GRB). กรุงเทพมหานคร: สถาบันพระปกเกล้า.

[14] เพิ่งอ้าง

[15] เพิ่งอ้าง