ผลต่างระหว่างรุ่นของ "ออกเสียงลงคะแนนเป็นการลับ"

จาก ฐานข้อมูลการเมืองการปกครอง สถาบันพระปกเกล้า
Suksan (คุย | ส่วนร่วม)
ไม่มีความย่อการแก้ไข
Apirom (คุย | ส่วนร่วม)
ไม่มีความย่อการแก้ไข
 
บรรทัดที่ 1: บรรทัดที่ 1:
'''ผู้เรียบเรียง :''' นายชนาทร  จิตติเดโช


'''ผู้ทรงคุณวุฒิประจำบทความ :''' นายจเร พันธุ์เปรื่อง
'''ผู้เรียบเรียง :''' นายชนาทร จิตติเดโช
 
'''ผู้ทรงคุณวุฒิประจำบทความ :''' นายจเร พันธุ์เปรื่อง


----
----


ใน[[การประชุมสภา|การประชุมสภา]] ทั้ง[[สภาผู้แทนราษฎร|สภาผู้แทนราษฎร]] [[วุฒิสภา|วุฒิสภา]] [[รัฐสภา|รัฐสภา]] หรือ[[สภานิติบัญญัติ|สภานิติบัญญัติ]] ต้องมีการกำหนดหลักเกณฑ์รายละเอียดต่างๆ ในการประชุม นับแต่ผู้เข้าร่วมประชุม หัวข้อเรื่องที่ประชุม และการอภิปรายระหว่างสมาชิกที่อาจถือได้ว่าเป็นหัวใจของการประชุมสภาเพราะเป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นการอธิบายเหตุผลในทำนองปรึกษาหารืออย่างละเอียดรอบคอบในญัตติที่มีผู้เสนอ หลังจากนั้นจะหาข้อยุติของการอภิปรายโดยการลงมติในเรื่องที่ประชุมซึ่งเป็นการขอความเห็นชอบจากที่ประชุม เป็นการแสดงออกทางความเห็นชอบผ่านระบบ[[รัฐสภา|รัฐสภา]]ที่จะต้องลงมติวินิจฉัยให้เด็ดขาดโดย[[การออกเสียงลงคะแนน|การออกเสียงลงคะแนน]]


ออกเสียงลงคะแนน จึงหมายถึง วิธีการลงมติของสมาชิกในที่ประชุม หลังจากที่ประธานถามมติต่อที่ประชุม โดยการออกเสียงลงคะแนนจำแนกได้เป็นสองประเภท คือ [[การออกเสียงคะแนนเปิดเผย|การออกเสียงคะแนนเปิดเผย]] และ[[การออกเสียงลงคะแนนลับ|การออกเสียงลงคะแนนลับ]] โดยปกติแล้ว การออกเสียงลงคะแนนจะต้องกระทำโดยเปิดเผย แต่ถ้าหากจำเป็นจริงๆ จะขอให้ลงคะแนนลับก็ได้ โดยต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ใน[[ข้อบังคับการประชุม|ข้อบังคับการประชุม]]ของสภา<ref>คณิน บุญสุวรรณ. ภาษาการเมืองในระบอบรัฐสภา. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ : โอเดียน สโตร์, 2525. หน้า 315    </ref>


ใน[[การประชุมสภา]] ทั้ง[[สภาผู้แทนราษฎร]] [[วุฒิสภา]] [[รัฐสภา]] หรือ[[สภานิติบัญญัติ]] ต้องมีการกำหนดหลักเกณฑ์รายละเอียดต่างๆ ในการประชุม นับแต่ผู้เข้าร่วมประชุม หัวข้อเรื่องที่ประชุม และการอภิปรายระหว่างสมาชิกที่อาจถือได้ว่าเป็นหัวใจของการประชุมสภาเพราะเป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นการอธิบายเหตุผลในทำนองปรึกษาหารืออย่างละเอียดรอบคอบในญัตติที่มีผู้เสนอ หลังจากนั้นจะหาข้อยุติของการอภิปรายโดยการลงมติในเรื่องที่ประชุมซึ่งเป็นการขอความเห็นชอบจากที่ประชุม เป็นการแสดงออกทางความเห็นชอบผ่านระบบ[[รัฐสภา]]ที่จะต้องลงมติวินิจฉัยให้เด็ดขาดโดย[[การออกเสียงลงคะแนน]]
&nbsp;
 
ออกเสียงลงคะแนน จึงหมายถึง วิธีการลงมติของสมาชิกในที่ประชุม หลังจากที่ประธานถามมติต่อที่ประชุม โดยการออกเสียงลงคะแนนจำแนกได้เป็นสองประเภท คือ [[การออกเสียงคะแนนเปิดเผย]] และ[[การออกเสียงลงคะแนนลับ]] โดยปกติแล้ว การออกเสียงลงคะแนนจะต้องกระทำโดยเปิดเผย แต่ถ้าหากจำเป็นจริงๆ จะขอให้ลงคะแนนลับก็ได้ โดยต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ใน[[ข้อบังคับการประชุม]]ของสภา<ref>คณิน บุญสุวรรณ. ภาษาการเมืองในระบอบรัฐสภา. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ : โอเดียน สโตร์, 2525. หน้า 315    </ref>
 
 
 


== การออกเสียงลงคะแนนลับในอดีต ==
== การออกเสียงลงคะแนนลับในอดีต ==


ในการประชุมสภาแต่ละครั้ง เมื่อการอภิปรายเกี่ยวกับปัญหาใดยุติลงโดยไม่มีผู้อภิปรายก็ดี ที่ประชุมลงมติให้ปิดอภิปรายก็ดี ถ้าเป็นกรณีที่จะต้องมีมติ ประธานจะขอให้ที่ประชุมชี้ขาดปัญหานั้นโดย[[การออกเสียงลงมติ|การออกเสียงลงมติ]] การออกเสียงลงมติมี 2 วิธี คือ [[การออกเสียงลงคะแนนเปิดเผย|การออกเสียงลงคะแนนเปิดเผย]] และ[[การออกเสียงลงคะแนนลับ|การออกเสียงลงคะแนนลับ]] โดยปกติการออกเสียงลงคะแนนจะต้องกระทำโดยเปิดเผย เว้นแต่[[คณะรัฐมนตรี|คณะรัฐมนตรี]]หรือสมาชิกร้องขอให้[[ลงคะแนนลับ|ลงคะแนนลับ]]<ref>เลขาธิการรัฐสภา, สำนักงาน. ข้อบังคับการประชุมสภาเปรียบเทียบ 2476-2517. กรุงเทพฯ : สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, ม.ป.ป., หน้า 108/1</ref> จึงให้ลงคะแนนลับ ตาม[[ข้อบังคับการประชุม|ข้อบังคับการประชุม]]ที่ได้บัญญัติไว้คล้ายๆกันทุกฉบับ จะมีข้อแตกต่างกันเฉพาะจำนวนสมาชิกที่ร้องขอให้ลงคะแนนลับ เช่น [[ข้อบังคับการประชุมและการปรึกษาของสภาผู้แทนราษฎร_พ.ศ._2476|ข้อบังคับการประชุมและการปรึกษาของสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2476]] กำหนดให้คณะรัฐมนตรีร้องขอหรือสมาชิกเสนอญัตติโดยมีสมาชิกรับรองสี่คนร้องขอ [[ข้อบังคับการประชุมและการปรึกษาของสภาผู้แทนราษฎร_พ.ศ._2490|ข้อบังคับการประชุมและการปรึกษาของสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2490]] และ พ.ศ. 2495 กำหนดให้คณะรัฐมนตรีหรือสมาชิกเสนอ[[ญัตติ|ญัตติ]] ไม่น้อยกว่ายี่สิบห้าคนร้องขอ [[ข้อบังคับการประชุมปรึกษาของสภาร่างรัฐธรรมนูญ_2504|ข้อบังคับการประชุมปรึกษาของสภาร่างรัฐธรรมนูญ 2504]] กำหนดให้คณะรัฐมนตรีหรือสมาชิกเสนอ[[ญัตติ|ญัตติ]] ไม่น้อยกว่าสิบห้าคนร้องขอ [[ข้อบังคับการประชุมปรึกษาของสภาผู้แทน_พ.ศ._2513|ข้อบังคับการประชุมปรึกษาของสภาผู้แทน พ.ศ. 2513]] และ[[ข้อบังคับการประชุมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติทำหน้าที่รัฐสภา_พ.ศ._2517|ข้อบังคับการประชุมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติทำหน้าที่รัฐสภา พ.ศ. 2517]] กำหนดให้คณะรัฐมนตรีหรือสมาชิกเสนอญัตติ ไม่น้อยกว่าสามสิบสามคนร้องขอ และ[[ข้อบังคับการประชุมของวุฒิสภา_พ.ศ._2522|ข้อบังคับการประชุมของวุฒิสภา พ.ศ. 2522]] และ พ.ศ. 2528 กำหนดให้คณะรัฐมนตรีหรือสมาชิกเสนอญัตติไม่น้อยกว่ายี่สิบคนร้องขอ เป็นต้น


ในการประชุมสภาแต่ละครั้ง เมื่อการอภิปรายเกี่ยวกับปัญหาใดยุติลงโดยไม่มีผู้อภิปรายก็ดี  ที่ประชุมลงมติให้ปิดอภิปรายก็ดี ถ้าเป็นกรณีที่จะต้องมีมติ ประธานจะขอให้ที่ประชุมชี้ขาดปัญหานั้นโดย[[การออกเสียงลงมติ]] การออกเสียงลงมติมี 2 วิธี คือ [[การออกเสียงลงคะแนนเปิดเผย]] และ[[การออกเสียงลงคะแนนลับ]]  โดยปกติการออกเสียงลงคะแนนจะต้องกระทำโดยเปิดเผย เว้นแต่[[คณะรัฐมนตรี]]หรือสมาชิกร้องขอให้[[ลงคะแนนลับ]]<ref>เลขาธิการรัฐสภา, สำนักงาน. ข้อบังคับการประชุมสภาเปรียบเทียบ 2476-2517. กรุงเทพฯ : สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, ม.ป.ป., หน้า 108/1</ref> จึงให้ลงคะแนนลับ ตาม[[ข้อบังคับการประชุม]]ที่ได้บัญญัติไว้คล้ายๆกันทุกฉบับ จะมีข้อแตกต่างกันเฉพาะจำนวนสมาชิกที่ร้องขอให้ลงคะแนนลับ เช่น [[ข้อบังคับการประชุมและการปรึกษาของสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2476]] กำหนดให้คณะรัฐมนตรีร้องขอหรือสมาชิกเสนอญัตติโดยมีสมาชิกรับรองสี่คนร้องขอ [[ข้อบังคับการประชุมและการปรึกษาของสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2490]] และ พ.ศ. 2495 กำหนดให้คณะรัฐมนตรีหรือสมาชิกเสนอ[[ญัตติ]] ไม่น้อยกว่ายี่สิบห้าคนร้องขอ [[ข้อบังคับการประชุมปรึกษาของสภาร่างรัฐธรรมนูญ 2504]] กำหนดให้คณะรัฐมนตรีหรือสมาชิกเสนอ[[ญัตติ]] ไม่น้อยกว่าสิบห้าคนร้องขอ [[ข้อบังคับการประชุมปรึกษาของสภาผู้แทน พ.ศ. 2513]] และ[[ข้อบังคับการประชุมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติทำหน้าที่รัฐสภา พ.ศ. 2517]] กำหนดให้คณะรัฐมนตรีหรือสมาชิกเสนอญัตติ ไม่น้อยกว่าสามสิบสามคนร้องขอ และ[[ข้อบังคับการประชุมของวุฒิสภา พ.ศ. 2522]] และ พ.ศ. 2528 กำหนดให้คณะรัฐมนตรีหรือสมาชิกเสนอญัตติไม่น้อยกว่ายี่สิบคนร้องขอ เป็นต้น
[[วิธีการออกเสียงลงคะแนนลับ|วิธีการออกเสียงลงคะแนนลับ]]ในอดีตตามข้อบังคับการประชุมและการปรึกษาของสภาผู้แทนราษฎร ตั้งแต่ พ.ศ. 2476 จนถึง[[ข้อบังคับการประชุมของรัฐสภา_พ.ศ._2539|ข้อบังคับการประชุมของรัฐสภา พ.ศ. 2539]] มีวิธีปฏิบัติดังต่อไปนี้


[[วิธีการออกเสียงลงคะแนนลับ]]ในอดีตตามข้อบังคับการประชุมและการปรึกษาของสภาผู้แทนราษฎร ตั้งแต่ พ.ศ. 2476 จนถึง[[ข้อบังคับการประชุมของรัฐสภา พ.ศ. 2539]] มีวิธีปฏิบัติดังต่อไปนี้
(1) เขียนเครื่องหมายบนแผ่นกระดาษใส่ซองที่เจ้าหน้าที่จัดให้ ผู้เห็นด้วยให้เขียนเครื่องหมายถูก ผู้ไม่เห็นด้วยให้เขียนเครื่องหมายกากบาท ส่วนผู้ไม่ออกเสียงให้เขียนเครื่องหมายวงกลม


(1) เขียนเครื่องหมายบนแผ่นกระดาษใส่ซองที่เจ้าหน้าที่จัดให้ ผู้เห็นด้วยให้เขียนเครื่องหมายถูก ผู้ไม่เห็นด้วยให้เขียนเครื่องหมายกากบาท ส่วนผู้ไม่ออกเสียงให้เขียนเครื่องหมายวงกลม
(2) [[ลงเบี้ยในตู้ทึบ|ลงเบี้ยในตู้ทึบ]] โดยผู้เห็นด้วยให้[[ลงเบี้ยสีน้ำเงิน|ลงเบี้ยสีน้ำเงิน]] ผู้ไม่เห็นด้วยให้[[ลงเบี้ยสีแดง|ลงเบี้ยสีแดง]] ส่วนผู้ไม่ออกเสียงให้[[ลงเบี้ยสีขาว|ลงเบี้ยสีขาว]]


(2) [[ลงเบี้ยในตู้ทึบ]] โดยผู้เห็นด้วยให้[[ลงเบี้ยสีน้ำเงิน]] ผู้ไม่เห็นด้วยให้[[ลงเบี้ยสีแดง]] ส่วนผู้ไม่ออกเสียงให้[[ลงเบี้ยสีขาว]]
(3) วิธีอื่นใดซึ่งที่ประชุมเห็นสมควรเฉพาะกรณี


(3) วิธีอื่นใดซึ่งที่ประชุมเห็นสมควรเฉพาะกรณี
การที่จะให้[[ออกเสียงลงคะแนน|ออกเสียงลงคะแนน]]ตามข้อ (1) หรือ (2) และวิธีการให้เป็นไปตามอำนาจของประธานที่จะพิจารณากำหนดตามเห็นสมควร
 
การที่จะให้[[ออกเสียงลงคะแนน]]ตามข้อ (1) หรือ (2) และวิธีการให้เป็นไปตามอำนาจของประธานที่จะพิจารณากำหนดตามเห็นสมควร  


== การออกเสียงลงคะแนนลับในปัจจุบัน ==
== การออกเสียงลงคะแนนลับในปัจจุบัน ==


ในปัจจุบันการออกเสียงลงคะแนนโดยลับจะมีกำหนดไว้ในข้อคับการประชุมสภาของทุกสภาซึ่งสาระสำคัญมีความคล้ายคลึงกันแต่มีความแตกต่างกันในรายละเอียดเล็กน้อยดังต่อไปดังนี้
ในปัจจุบันการออกเสียงลงคะแนนโดยลับจะมีกำหนดไว้ในข้อคับการประชุมสภาของทุกสภาซึ่งสาระสำคัญมีความคล้ายคลึงกันแต่มีความแตกต่างกันในรายละเอียดเล็กน้อยดังต่อไปดังนี้


== การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ==
== การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ==


ตาม[[ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร_พ.ศ._2551|ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2551]] ได้บัญญัติถึงการออกเสียงลงคะแนนลับว่าจะกระทำได้ต่อเมื่อสมาชิกเสนอญัตติโดยมีผู้รับรองไม่น้อยกว่ายี่สิบคนขอให้กระทำเป็นการลับ แต่ถ้ามีสมาชิกคัดค้านและมีผู้รับรองไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของสมาชิกในที่ประชุมให้ถือเป็น[[เอกสิทธิ์|เอกสิทธิ์]]ที่จะลงคะแนนโดยเปิดเผย<ref>ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2551  ข้อ 72</ref> และกรณีการออกเสียงลงคะแนนเลือกหรือให้ความเห็นชอบให้บุคคลดำรงตำแหน่งใดตามมาตรา 126 วรรคห้า ของ[[รัฐธรรมนูญ|รัฐธรรมนูญ]]<ref>บุคคลดำรงตำแหน่งใด ให้กระทำเป็นการลับ เว้นแต่ที่มีบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่นในรัฐธรรมนูญนี้ และสมาชิกย่อมมีอิสระและไม่ถูกผูกพันโดยมติของพรรคการเมืองหรืออาณัติอื่นใด” </ref> ให้กระทำเป็นการลับ<ref>ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2551  ข้อ 73</ref>


ตาม[[ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2551]] ได้บัญญัติถึงการออกเสียงลงคะแนนลับว่าจะกระทำได้ต่อเมื่อสมาชิกเสนอญัตติโดยมีผู้รับรองไม่น้อยกว่ายี่สิบคนขอให้กระทำเป็นการลับ แต่ถ้ามีสมาชิกคัดค้านและมีผู้รับรองไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของสมาชิกในที่ประชุมให้ถือเป็น[[เอกสิทธิ์]]ที่จะลงคะแนนโดยเปิดเผย<ref>ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2551  ข้อ 72</ref>  และกรณีการออกเสียงลงคะแนนเลือกหรือให้ความเห็นชอบให้บุคคลดำรงตำแหน่งใดตามมาตรา 126 วรรคห้า ของ[[รัฐธรรมนูญ]]<ref>บุคคลดำรงตำแหน่งใด ให้กระทำเป็นการลับ เว้นแต่ที่มีบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่นในรัฐธรรมนูญนี้ และสมาชิกย่อมมีอิสระและไม่ถูกผูกพันโดยมติของพรรคการเมืองหรืออาณัติอื่นใด” </ref>  ให้กระทำเป็นการลับ<ref>ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2551  ข้อ 73</ref>  
วิธีการออกเสียงลงคะแนนลับใน[[การประชุมสภาผู้แทนราษฎร|การประชุมสภาผู้แทนราษฎร]]มีวิธีปฏิบัติดังต่อไปนี้<ref>ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2551  ข้อ 76</ref>


วิธีการออกเสียงลงคะแนนลับใน[[การประชุมสภาผู้แทนราษฎร]]มีวิธีปฏิบัติดังต่อไปนี้<ref>ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2551  ข้อ 76</ref>
(1) เขียนเครื่องหมายบนแผ่นกระดาษใส่ซองที่เจ้าหน้าที่จัดให้ ผู้เห็นด้วยให้เขียนเครื่องหมายถูก ผู้ไม่เห็นด้วยให้เขียนเครื่องหมายกากบาท ส่วนผู้ไม่ออกเสียงให้เขียนเครื่องหมายวงกลม
 
(1) เขียนเครื่องหมายบนแผ่นกระดาษใส่ซองที่เจ้าหน้าที่จัดให้ ผู้เห็นด้วยให้เขียนเครื่องหมายถูก ผู้ไม่เห็นด้วยให้เขียนเครื่องหมายกากบาท ส่วนผู้ไม่ออกเสียงให้เขียนเครื่องหมายวงกลม  


(2) วิธีอื่นใดซึ่งที่ประชุมเห็นสมควรเฉพาะกรณี  
(2) วิธีอื่นใดซึ่งที่ประชุมเห็นสมควรเฉพาะกรณี


สมาชิกที่เข้ามาในที่ประชุมระหว่างการออกเสียงลงคะแนนอาจออกเสียงลงคะแนนได้ก่อนประธานสั่ง[[ปิดการนับคะแนน]]<ref>ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2551  ข้อ 78</ref>  
สมาชิกที่เข้ามาในที่ประชุมระหว่างการออกเสียงลงคะแนนอาจออกเสียงลงคะแนนได้ก่อนประธานสั่ง[[ปิดการนับคะแนน|ปิดการนับคะแนน]]<ref>ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2551  ข้อ 78</ref>


เมื่อได้นับคะแนนเสียงแล้ว ให้ประธานประกาศมติต่อที่ประชุมทันที ถ้าเรื่องใดที่รัฐธรรมนูญ [[กฎหมาย]] หรือข้อบังคับการประชุมกำหนดไว้ว่ามติจะต้องประกอบด้วยคะแนนเสียงถึงจำนวนเท่าใดก็ให้ประกาศด้วยว่าคะแนนเสียงข้างมากถึงจำนวนที่กำหนดไว้นั้นหรือไม่<ref>ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2551  ข้อ 79</ref>  
เมื่อได้นับคะแนนเสียงแล้ว ให้ประธานประกาศมติต่อที่ประชุมทันที ถ้าเรื่องใดที่รัฐธรรมนูญ [[กฎหมาย|กฎหมาย]] หรือข้อบังคับการประชุมกำหนดไว้ว่ามติจะต้องประกอบด้วยคะแนนเสียงถึงจำนวนเท่าใดก็ให้ประกาศด้วยว่าคะแนนเสียงข้างมากถึงจำนวนที่กำหนดไว้นั้นหรือไม่<ref>ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2551  ข้อ 79</ref>


ญัตติใดไม่มีผู้คัดค้าน ให้ประธานถามที่ประชุมว่ามีผู้เห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ เมื่อไม่มีผู้เห็นเป็นอย่างอื่น ให้ถือว่าที่ประชุมลงมติเห็นชอบด้วยญัตตินั้น เว้นแต่ญัตติที่เป็นร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ร่างพระราชบัญญัติ หรือเรื่องอื่นใดที่รัฐธรรมนูญหรือข้อบังคับกำหนดให้ที่ประชุมวินิจฉัยโดยการออกเสียงลงคะแนน     <ref> ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2551  ข้อ 80</ref>  
ญัตติใดไม่มีผู้คัดค้าน ให้ประธานถามที่ประชุมว่ามีผู้เห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ เมื่อไม่มีผู้เห็นเป็นอย่างอื่น ให้ถือว่าที่ประชุมลงมติเห็นชอบด้วยญัตตินั้น เว้นแต่ญัตติที่เป็นร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ร่างพระราชบัญญัติ หรือเรื่องอื่นใดที่รัฐธรรมนูญหรือข้อบังคับกำหนดให้ที่ประชุมวินิจฉัยโดยการออกเสียงลงคะแนน <ref> ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2551  ข้อ 80</ref>


สำหรับการออกเสียงลงคะแนนลับ [[เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร]]ไม่ต้องปิดประกาศบันทึกการออกเสียงลงคะแนนของสมาชิกแต่ละคนไว้ ณ บริเวณสภาที่ประชาชนเข้าไปตรวจสอบได้เหมือนอย่างการออกเสียงลงคะแนนเปิดเผย<ref>รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (พุทธศักราช 2550) มาตรา 126 วรรคสี่ และข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2551  ข้อ 81</ref>  
สำหรับการออกเสียงลงคะแนนลับ [[เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร|เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร]]ไม่ต้องปิดประกาศบันทึกการออกเสียงลงคะแนนของสมาชิกแต่ละคนไว้ ณ บริเวณสภาที่ประชาชนเข้าไปตรวจสอบได้เหมือนอย่างการออกเสียงลงคะแนนเปิดเผย<ref>รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (พุทธศักราช 2550) มาตรา 126 วรรคสี่ และข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2551  ข้อ 81</ref>


== การประชุมวุฒิสภา ==
== การประชุมวุฒิสภา ==


ตาม[[ข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา พ.ศ. 2551]] ได้บัญญัติถึงการออกเสียงลงคะแนนลับว่าจะกระทำได้ต่อเมื่อสมาชิกเสนอญัตติโดยมีผู้รับรองไม่น้อยกว่ายี่สิบคนขอให้กระทำเป็นการลับ แต่ถ้ามีสมาชิกคัดค้านและมีผู้รับรองมากกว่าหนึ่งในสามของจำนวนสมาชิกในที่ประชุมวุฒิสภาก็ให้ลงคะแนนโดยเปิดเผย<ref> ข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา พ.ศ. 2551  ข้อ 66</ref>  
ตาม[[ข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา_พ.ศ._2551|ข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา พ.ศ. 2551]] ได้บัญญัติถึงการออกเสียงลงคะแนนลับว่าจะกระทำได้ต่อเมื่อสมาชิกเสนอญัตติโดยมีผู้รับรองไม่น้อยกว่ายี่สิบคนขอให้กระทำเป็นการลับ แต่ถ้ามีสมาชิกคัดค้านและมีผู้รับรองมากกว่าหนึ่งในสามของจำนวนสมาชิกในที่ประชุมวุฒิสภาก็ให้ลงคะแนนโดยเปิดเผย<ref> ข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา พ.ศ. 2551  ข้อ 66</ref>


วิธีการออกเสียงลงคะแนนลับในการประชุมวุฒิสภามีวิธีปฏิบัติดังต่อไปนี้<ref>ข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา พ.ศ. 2551  ข้อ 68</ref>  
วิธีการออกเสียงลงคะแนนลับในการประชุมวุฒิสภามีวิธีปฏิบัติดังต่อไปนี้<ref>ข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา พ.ศ. 2551  ข้อ 68</ref>


(1) ใช้เครื่องออกเสียงลงคะแนนตามที่ประธานวุฒิสภากำหนด
(1) ใช้เครื่องออกเสียงลงคะแนนตามที่ประธานวุฒิสภากำหนด


(2) เขียนเครื่องหมายบนแผ่นกระดาษใส่ซองที่เจ้าหน้าที่จัดให้ ผู้เห็นด้วยให้เขียนเครื่องหมายถูก ผู้ไม่เห็นด้วยให้เขียนเครื่องหมายกากบาท ส่วนผู้ไม่ออกเสียงให้เขียนเครื่องหมายวงกลม  
(2) เขียนเครื่องหมายบนแผ่นกระดาษใส่ซองที่เจ้าหน้าที่จัดให้ ผู้เห็นด้วยให้เขียนเครื่องหมายถูก ผู้ไม่เห็นด้วยให้เขียนเครื่องหมายกากบาท ส่วนผู้ไม่ออกเสียงให้เขียนเครื่องหมายวงกลม


(3) วิธีอื่นใดซึ่ง[[ที่ประชุมวุฒิสภา]]เห็นสมควรเฉพาะกรณี  
(3) วิธีอื่นใดซึ่ง[[ที่ประชุมวุฒิสภา|ที่ประชุมวุฒิสภา]]เห็นสมควรเฉพาะกรณี


การออกเสียงลงคะแนนลับตาม (1) ให้ใช้เครื่องออกเสียงลงคะแนนได้จนกว่าประธานของที่ประชุมจะได้สั่งปิดการออกเสียงลงคะแนน
การออกเสียงลงคะแนนลับตาม (1) ให้ใช้เครื่องออกเสียงลงคะแนนได้จนกว่าประธานของที่ประชุมจะได้สั่งปิดการออกเสียงลงคะแนน
บรรทัดที่ 69: บรรทัดที่ 64:
เมื่อจะมีการออกเสียงลงคะแนนลับตาม (2) ให้สมาชิกนั่งลงในที่ที่จัดไว้ และให้ประธานของที่ประชุมสั่งให้เจ้าหน้าที่แจกกระดาษและซองให้แก่สมาชิกทุกคน และเมื่อสมาชิกเขียนเครื่องหมายบนแผ่นกระดาษใส่ซองแล้ว ให้ประธานของที่ประชุมสั่งให้เจ้าหน้าที่ไปรับมา เพื่อส่งให้แก่กรรมการตรวจนับคะแนนดำเนินการต่อไป และในการตรวจนับคะแนนให้ประธานของที่ประชุมเชิญสมาชิกไม่น้อยกว่าห้าคนเป็นกรรมการตรวจนับคะแนน
เมื่อจะมีการออกเสียงลงคะแนนลับตาม (2) ให้สมาชิกนั่งลงในที่ที่จัดไว้ และให้ประธานของที่ประชุมสั่งให้เจ้าหน้าที่แจกกระดาษและซองให้แก่สมาชิกทุกคน และเมื่อสมาชิกเขียนเครื่องหมายบนแผ่นกระดาษใส่ซองแล้ว ให้ประธานของที่ประชุมสั่งให้เจ้าหน้าที่ไปรับมา เพื่อส่งให้แก่กรรมการตรวจนับคะแนนดำเนินการต่อไป และในการตรวจนับคะแนนให้ประธานของที่ประชุมเชิญสมาชิกไม่น้อยกว่าห้าคนเป็นกรรมการตรวจนับคะแนน


ก่อนออกเสียงลงคะแนนลับ ให้ประธานของที่ประชุมให้สัญญาณแจ้งสมาชิกทราบเพื่อพร้อมที่จะออกเสียงลงคะแนนลับ<ref> ข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา พ.ศ. 2551  ข้อ 69</ref>  
ก่อนออกเสียงลงคะแนนลับ ให้ประธานของที่ประชุมให้สัญญาณแจ้งสมาชิกทราบเพื่อพร้อมที่จะออกเสียงลงคะแนนลับ<ref> ข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา พ.ศ. 2551  ข้อ 69</ref>


สมาชิกที่เข้ามาในที่ประชุมวุฒิสภาระหว่างการออกเสียงลงคะแนนลับตามข้อ (1) อาจลงคะแนนได้ก่อนประธานของที่ประชุมสั่งปิดการออกเสียงลงคะแนน หรือในกรณีออกเสียงลงคะแนนลับโดยวิธีอื่นอาจลงคะแนนได้ก่อนประธานของที่ประชุมสั่งให้นับคะแนนเสียง<ref>ข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา พ.ศ. 2551  ข้อ 72</ref>  
สมาชิกที่เข้ามาในที่ประชุมวุฒิสภาระหว่างการออกเสียงลงคะแนนลับตามข้อ (1) อาจลงคะแนนได้ก่อนประธานของที่ประชุมสั่งปิดการออกเสียงลงคะแนน หรือในกรณีออกเสียงลงคะแนนลับโดยวิธีอื่นอาจลงคะแนนได้ก่อนประธานของที่ประชุมสั่งให้นับคะแนนเสียง<ref>ข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา พ.ศ. 2551  ข้อ 72</ref>


เมื่อได้นับคะแนนเสียงเสร็จแล้ว ให้ประธานของที่ประชุมประกาศมติต่อที่ประชุมวุฒิสภาทันที ในกรณีเรื่องใดที่รัฐธรรมนูญหรือข้อบังคับการประชุมกำหนดไว้ว่ามติจะต้องประกอบด้วยคะแนนเสียงถึงจำนวนเท่าใดก็ให้ประกาศด้วยว่าคะแนนเสียงข้างมากถึงจำนวนที่กำหนดไว้นั้นหรือไม่ ในกรณีที่ได้ประกาศมติต่อที่ประชุมวุฒิสภาจากผลการออกเสียงลงคะแนนด้วยวิธีตามข้อ (2) แล้ว ให้ประธานของที่ประชุมสั่งให้เจ้าหน้าที่ทำลายบัตรออกเสียงลงคะแนนนั้นด้วย     <ref>ข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา พ.ศ. 2551  ข้อ 73</ref>  
เมื่อได้นับคะแนนเสียงเสร็จแล้ว ให้ประธานของที่ประชุมประกาศมติต่อที่ประชุมวุฒิสภาทันที ในกรณีเรื่องใดที่รัฐธรรมนูญหรือข้อบังคับการประชุมกำหนดไว้ว่ามติจะต้องประกอบด้วยคะแนนเสียงถึงจำนวนเท่าใดก็ให้ประกาศด้วยว่าคะแนนเสียงข้างมากถึงจำนวนที่กำหนดไว้นั้นหรือไม่ ในกรณีที่ได้ประกาศมติต่อที่ประชุมวุฒิสภาจากผลการออกเสียงลงคะแนนด้วยวิธีตามข้อ (2) แล้ว ให้ประธานของที่ประชุมสั่งให้เจ้าหน้าที่ทำลายบัตรออกเสียงลงคะแนนนั้นด้วย <ref>ข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา พ.ศ. 2551  ข้อ 73</ref>


ญัตติใดไม่มีผู้คัดค้าน ให้ประธานของที่ประชุมถามที่ประชุมวุฒิสภาว่ามีผู้เห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ เมื่อไม่มีผู้เห็นเป็นอย่างอื่น ให้ถือว่าที่ประชุมวุฒิสภาลงมติเห็นชอบด้วยกับญัตตินั้น เว้นแต่ญัตติที่เป็น[[ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ]] [[ร่างพระราชบัญญัติ]] หรือเรื่องอื่นใดที่รัฐธรรมนูญหรือข้อบังคับการประชุมกำหนดให้ที่ประชุมวุฒิสภาวินิจฉัยโดยการออกเสียงลงคะแนน     <ref>ข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา พ.ศ. 2551  ข้อ 75</ref>  
ญัตติใดไม่มีผู้คัดค้าน ให้ประธานของที่ประชุมถามที่ประชุมวุฒิสภาว่ามีผู้เห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ เมื่อไม่มีผู้เห็นเป็นอย่างอื่น ให้ถือว่าที่ประชุมวุฒิสภาลงมติเห็นชอบด้วยกับญัตตินั้น เว้นแต่ญัตติที่เป็น[[ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ|ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ]] [[ร่างพระราชบัญญัติ|ร่างพระราชบัญญัติ]] หรือเรื่องอื่นใดที่รัฐธรรมนูญหรือข้อบังคับการประชุมกำหนดให้ที่ประชุมวุฒิสภาวินิจฉัยโดยการออกเสียงลงคะแนน <ref>ข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา พ.ศ. 2551  ข้อ 75</ref>


สำหรับการออกเสียงลงคะแนนลับ [[เลขาธิการวุฒิสภา]]ไม่ต้องปิดประกาศบันทึก[[การลงมติการออกเสียงลงคะแนน]]ของสมาชิกแต่ละคนไว้ ณ [[สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา]]เพื่อให้ประชาชนเข้าไปตรวจสอบได้เหมือนอย่างการออกเสียงลงคะแนนเปิดเผย<ref>รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (พุทธศักราช 2550) มาตรา 126 วรรคสี่ และข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา พ.ศ. 2551  ข้อ 76</ref>
สำหรับการออกเสียงลงคะแนนลับ [[เลขาธิการวุฒิสภา|เลขาธิการวุฒิสภา]]ไม่ต้องปิดประกาศบันทึก[[การลงมติการออกเสียงลงคะแนน|การลงมติการออกเสียงลงคะแนน]]ของสมาชิกแต่ละคนไว้ ณ [[สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา|สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา]]เพื่อให้ประชาชนเข้าไปตรวจสอบได้เหมือนอย่างการออกเสียงลงคะแนนเปิดเผย<ref>รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (พุทธศักราช 2550) มาตรา 126 วรรคสี่ และข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา พ.ศ. 2551  ข้อ 76</ref>


== การประชุมรัฐสภา ==
== การประชุมรัฐสภา ==


ตาม[[ข้อบังคับการประชุมรัฐสภา พ.ศ.2553]] ได้กำหนดว่ารัฐสภาจะการออกเสียงลงคะแนนลับได้ต่อเมื่อคณะรัฐมนตรีร้องขอหรือสมาชิกรัฐสภาเสนอญัตติโดยมี[[สมาชิกรัฐสภา]]รับรองไม่น้อยกว่าสี่สิบคนขอให้กระทำเป็นการลับ แต่ถ้ามีสมาชิกรัฐสภาคัดค้านและมีผู้รับรองไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของสมาชิกรัฐสภาในที่ประชุมรัฐสภาให้ถือเป็นเอกสิทธิ์ที่จะลงคะแนนโดยเปิดเผย     <ref>ข้อบังคับการประชุมรัฐสภา พ.ศ. 2553  ข้อ 53</ref>    
ตาม[[ข้อบังคับการประชุมรัฐสภา_พ.ศ.2553|ข้อบังคับการประชุมรัฐสภา พ.ศ.2553]] ได้กำหนดว่ารัฐสภาจะการออกเสียงลงคะแนนลับได้ต่อเมื่อคณะรัฐมนตรีร้องขอหรือสมาชิกรัฐสภาเสนอญัตติโดยมี[[สมาชิกรัฐสภา|สมาชิกรัฐสภา]]รับรองไม่น้อยกว่าสี่สิบคนขอให้กระทำเป็นการลับ แต่ถ้ามีสมาชิกรัฐสภาคัดค้านและมีผู้รับรองไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของสมาชิกรัฐสภาในที่ประชุมรัฐสภาให้ถือเป็นเอกสิทธิ์ที่จะลงคะแนนโดยเปิดเผย <ref>ข้อบังคับการประชุมรัฐสภา พ.ศ. 2553  ข้อ 53</ref>


วิธีการออกเสียงลงคะแนนลับในการประชุมรัฐสภามีวิธีปฏิบัติดังต่อไปนี้     <ref>ข้อบังคับการประชุมรัฐสภา พ.ศ. 2553  ข้อ 55</ref>  
วิธีการออกเสียงลงคะแนนลับในการประชุมรัฐสภามีวิธีปฏิบัติดังต่อไปนี้ <ref>ข้อบังคับการประชุมรัฐสภา พ.ศ. 2553  ข้อ 55</ref>


(1) เขียนเครื่องหมายบนแผ่นกระดาษใส่ซองที่เจ้าหน้าที่จัดให้ ผู้เห็นด้วยให้เขียนเครื่องหมายถูก ผู้ไม่เห็นด้วยให้เขียนเครื่องหมายกากบาท ส่วนผู้ไม่ออกเสียงให้เขียนเครื่องหมายวงกลม
(1) เขียนเครื่องหมายบนแผ่นกระดาษใส่ซองที่เจ้าหน้าที่จัดให้ ผู้เห็นด้วยให้เขียนเครื่องหมายถูก ผู้ไม่เห็นด้วยให้เขียนเครื่องหมายกากบาท ส่วนผู้ไม่ออกเสียงให้เขียนเครื่องหมายวงกลม
บรรทัดที่ 89: บรรทัดที่ 84:
(2) เขียนเครื่องหมายหรือวิธีอื่นใด ตามที่ประธานกำหนดลงบนแผ่นกระดาษใส่ซองที่เจ้าหน้าที่จัดให้
(2) เขียนเครื่องหมายหรือวิธีอื่นใด ตามที่ประธานกำหนดลงบนแผ่นกระดาษใส่ซองที่เจ้าหน้าที่จัดให้


สมาชิกรัฐสภาซึ่งเข้ามาในที่ประชุมรัฐสภาระหว่างการออกเสียงลงคะแนนอาจออกเสียงลงคะแนนได้ก่อนประธานสั่งปิดการนับคะแนน     <ref>ข้อบังคับการประชุมรัฐสภา พ.ศ. 2553  ข้อ 57</ref>  
สมาชิกรัฐสภาซึ่งเข้ามาในที่ประชุมรัฐสภาระหว่างการออกเสียงลงคะแนนอาจออกเสียงลงคะแนนได้ก่อนประธานสั่งปิดการนับคะแนน <ref>ข้อบังคับการประชุมรัฐสภา พ.ศ. 2553  ข้อ 57</ref>


เมื่อได้นับคะแนนเสียงเสร็จแล้ว ให้ประธานประกาศมติต่อที่ประชุมรัฐสภาทันที ถ้าเรื่องใดรัฐธรรมนูญหรือข้อบังคับการประชุมกำหนดไว้ว่า มติจะต้องประกอบด้วยคะแนนเสียงถึงจำนวนเท่าใดก็ให้ประกาศด้วยว่าคะแนนเสียงถึงจำนวนที่กำหนดไว้นั้นหรือไม่     <ref>ข้อบังคับการประชุมรัฐสภา พ.ศ. 2553  ข้อ 58</ref>  
เมื่อได้นับคะแนนเสียงเสร็จแล้ว ให้ประธานประกาศมติต่อที่ประชุมรัฐสภาทันที ถ้าเรื่องใดรัฐธรรมนูญหรือข้อบังคับการประชุมกำหนดไว้ว่า มติจะต้องประกอบด้วยคะแนนเสียงถึงจำนวนเท่าใดก็ให้ประกาศด้วยว่าคะแนนเสียงถึงจำนวนที่กำหนดไว้นั้นหรือไม่ <ref>ข้อบังคับการประชุมรัฐสภา พ.ศ. 2553  ข้อ 58</ref>


ญัตติใดไม่มีผู้คัดค้าน ให้ประธานถามที่ประชุมรัฐสภาว่ามีผู้เห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ เมื่อไม่มีผู้เห็นเป็นอย่างอื่น ให้ถือว่าที่ประชุมลงมติเห็นชอบด้วยญัตตินั้น เว้นแต่ญัตติที่เป็นร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม   หรือเรื่องอื่นใดที่รัฐธรรมนูญหรือข้อบังคับการประชุมกำหนดให้ที่ประชุมรัฐสภาวินิจฉัยโดยการออกเสียงลงคะแนน     <ref>ข้อบังคับการประชุมรัฐสภา พ.ศ. 2553  ข้อ 59</ref>  
ญัตติใดไม่มีผู้คัดค้าน ให้ประธานถามที่ประชุมรัฐสภาว่ามีผู้เห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ เมื่อไม่มีผู้เห็นเป็นอย่างอื่น ให้ถือว่าที่ประชุมลงมติเห็นชอบด้วยญัตตินั้น เว้นแต่ญัตติที่เป็นร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม หรือเรื่องอื่นใดที่รัฐธรรมนูญหรือข้อบังคับการประชุมกำหนดให้ที่ประชุมรัฐสภาวินิจฉัยโดยการออกเสียงลงคะแนน <ref>ข้อบังคับการประชุมรัฐสภา พ.ศ. 2553  ข้อ 59</ref>


สำหรับการออกเสียงลงคะแนนลับ เลขาธิการรัฐสภาไม่ต้องปิดประกาศบันทึกการออกเสียงลงคะแนนของสมาชิกรัฐสภาแต่ละคนไว้ ณ บริเวณรัฐสภาที่ประชาชนเข้าไปตรวจสอบได้เหมือนอย่างการออกเสียงลงคะแนนเปิดเผย     <ref>รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (พุทธศักราช 2550) มาตรา 126 วรรคสี่ และข้อบังคับการประชุมรัฐสภา พ.ศ. 2553  ข้อ 60</ref>  
สำหรับการออกเสียงลงคะแนนลับ เลขาธิการรัฐสภาไม่ต้องปิดประกาศบันทึกการออกเสียงลงคะแนนของสมาชิกรัฐสภาแต่ละคนไว้ ณ บริเวณรัฐสภาที่ประชาชนเข้าไปตรวจสอบได้เหมือนอย่างการออกเสียงลงคะแนนเปิดเผย <ref>รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (พุทธศักราช 2550) มาตรา 126 วรรคสี่ และข้อบังคับการประชุมรัฐสภา พ.ศ. 2553  ข้อ 60</ref>


&nbsp;


== สรุป ==
== สรุป ==
บรรทัดที่ 102: บรรทัดที่ 98:
ในการอภิปรายของสภาจนกระทั่งหาข้อยุติของการอภิปรายโดยการลงมตินั้น ต้องอาศัยหลักเกณฑ์จากข้อบังคับการประชุมในการออกเสียงลงคะแนน ซึ่งตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา ข้อบังคับการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ และข้อบังคับการประชุมของรัฐสภา จากอดีตจนถึงปัจจุบันต่างก็ได้บัญญัติหลักเกณฑ์ในการออกเสียงลงคะแนนลับที่คล้ายคลึงกัน ข้อที่แตกต่างกันคือจำนวนสมาชิกที่เสนอญัตติร้องขอลงคะแนนลับเท่านั้น ส่วนวิธีปฏิบัติในการออกเสียงลงคะแนนลับจากอดีตถึงปัจจุบันนั้นมีการเปลี่ยนแปลงไปตามความเจริญก้าวหน้าของเทคโนโลยีที่ถูกนำเข้ามาใช้บริหารจัดการเพื่อความสะดวกรวดเร็วและมีประสิทธิภาพต่อการลงคะแนนเสียงและนับคะแนนเสียง
ในการอภิปรายของสภาจนกระทั่งหาข้อยุติของการอภิปรายโดยการลงมตินั้น ต้องอาศัยหลักเกณฑ์จากข้อบังคับการประชุมในการออกเสียงลงคะแนน ซึ่งตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา ข้อบังคับการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ และข้อบังคับการประชุมของรัฐสภา จากอดีตจนถึงปัจจุบันต่างก็ได้บัญญัติหลักเกณฑ์ในการออกเสียงลงคะแนนลับที่คล้ายคลึงกัน ข้อที่แตกต่างกันคือจำนวนสมาชิกที่เสนอญัตติร้องขอลงคะแนนลับเท่านั้น ส่วนวิธีปฏิบัติในการออกเสียงลงคะแนนลับจากอดีตถึงปัจจุบันนั้นมีการเปลี่ยนแปลงไปตามความเจริญก้าวหน้าของเทคโนโลยีที่ถูกนำเข้ามาใช้บริหารจัดการเพื่อความสะดวกรวดเร็วและมีประสิทธิภาพต่อการลงคะแนนเสียงและนับคะแนนเสียง


== อ้างอิง ==


 
<references />
== อ้างอิง ==
<references/>


== บรรณานุกรม ==
== บรรณานุกรม ==


คณิน บุญสุวรรณ. ภาษาการเมืองในระบอบรัฐสภา. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ&nbsp;: โอเดียน สโตร์, 2525.


คณิน บุญสุวรรณ. ภาษาการเมืองในระบอบรัฐสภา. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ : โอเดียน สโตร์, 2525.
เลขาธิการรัฐสภา, สำนักงาน. ข้อบังคับการประชุมสภาเปรียบเทียบ 2476-2517. กรุงเทพฯ&nbsp;: สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, ม.ป.ป.


เลขาธิการรัฐสภา, สำนักงาน. ข้อบังคับการประชุมสภาเปรียบเทียบ 2476-2517. กรุงเทพฯ : สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, ม.ป.ป.
เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, สำนักงาน. ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2551, ข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการ พ.ศ. 2553, ข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา พ.ศ. 2551, ข้อบังคับการประชุมรัฐสภา พ.ศ. 2553. กรุงเทพฯ&nbsp;: สำนักการพิมพ์ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, 2556.


เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, สำนักงาน. ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2551, ข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการ พ.ศ. 2553, ข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา พ.ศ. 2551, ข้อบังคับการประชุมรัฐสภา พ.ศ. 2553. กรุงเทพฯ : สำนักการพิมพ์ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, 2556.
เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, สำนักงาน. รวมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (2475-2549). กรุงเทพฯ&nbsp;: สำนักการพิมพ์ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, 2549.


เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, สำนักงาน. รวมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (2475-2549). กรุงเทพฯ :  
[[Category:รัฐสภา]]
สำนักการพิมพ์ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, 2549.

รุ่นแก้ไขปัจจุบันเมื่อ 15:18, 25 พฤษภาคม 2560

ผู้เรียบเรียง : นายชนาทร จิตติเดโช

ผู้ทรงคุณวุฒิประจำบทความ : นายจเร พันธุ์เปรื่อง


ในการประชุมสภา ทั้งสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา รัฐสภา หรือสภานิติบัญญัติ ต้องมีการกำหนดหลักเกณฑ์รายละเอียดต่างๆ ในการประชุม นับแต่ผู้เข้าร่วมประชุม หัวข้อเรื่องที่ประชุม และการอภิปรายระหว่างสมาชิกที่อาจถือได้ว่าเป็นหัวใจของการประชุมสภาเพราะเป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นการอธิบายเหตุผลในทำนองปรึกษาหารืออย่างละเอียดรอบคอบในญัตติที่มีผู้เสนอ หลังจากนั้นจะหาข้อยุติของการอภิปรายโดยการลงมติในเรื่องที่ประชุมซึ่งเป็นการขอความเห็นชอบจากที่ประชุม เป็นการแสดงออกทางความเห็นชอบผ่านระบบรัฐสภาที่จะต้องลงมติวินิจฉัยให้เด็ดขาดโดยการออกเสียงลงคะแนน

ออกเสียงลงคะแนน จึงหมายถึง วิธีการลงมติของสมาชิกในที่ประชุม หลังจากที่ประธานถามมติต่อที่ประชุม โดยการออกเสียงลงคะแนนจำแนกได้เป็นสองประเภท คือ การออกเสียงคะแนนเปิดเผย และการออกเสียงลงคะแนนลับ โดยปกติแล้ว การออกเสียงลงคะแนนจะต้องกระทำโดยเปิดเผย แต่ถ้าหากจำเป็นจริงๆ จะขอให้ลงคะแนนลับก็ได้ โดยต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในข้อบังคับการประชุมของสภา[1]

 

การออกเสียงลงคะแนนลับในอดีต

ในการประชุมสภาแต่ละครั้ง เมื่อการอภิปรายเกี่ยวกับปัญหาใดยุติลงโดยไม่มีผู้อภิปรายก็ดี ที่ประชุมลงมติให้ปิดอภิปรายก็ดี ถ้าเป็นกรณีที่จะต้องมีมติ ประธานจะขอให้ที่ประชุมชี้ขาดปัญหานั้นโดยการออกเสียงลงมติ การออกเสียงลงมติมี 2 วิธี คือ การออกเสียงลงคะแนนเปิดเผย และการออกเสียงลงคะแนนลับ โดยปกติการออกเสียงลงคะแนนจะต้องกระทำโดยเปิดเผย เว้นแต่คณะรัฐมนตรีหรือสมาชิกร้องขอให้ลงคะแนนลับ[2] จึงให้ลงคะแนนลับ ตามข้อบังคับการประชุมที่ได้บัญญัติไว้คล้ายๆกันทุกฉบับ จะมีข้อแตกต่างกันเฉพาะจำนวนสมาชิกที่ร้องขอให้ลงคะแนนลับ เช่น ข้อบังคับการประชุมและการปรึกษาของสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2476 กำหนดให้คณะรัฐมนตรีร้องขอหรือสมาชิกเสนอญัตติโดยมีสมาชิกรับรองสี่คนร้องขอ ข้อบังคับการประชุมและการปรึกษาของสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2490 และ พ.ศ. 2495 กำหนดให้คณะรัฐมนตรีหรือสมาชิกเสนอญัตติ ไม่น้อยกว่ายี่สิบห้าคนร้องขอ ข้อบังคับการประชุมปรึกษาของสภาร่างรัฐธรรมนูญ 2504 กำหนดให้คณะรัฐมนตรีหรือสมาชิกเสนอญัตติ ไม่น้อยกว่าสิบห้าคนร้องขอ ข้อบังคับการประชุมปรึกษาของสภาผู้แทน พ.ศ. 2513 และข้อบังคับการประชุมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติทำหน้าที่รัฐสภา พ.ศ. 2517 กำหนดให้คณะรัฐมนตรีหรือสมาชิกเสนอญัตติ ไม่น้อยกว่าสามสิบสามคนร้องขอ และข้อบังคับการประชุมของวุฒิสภา พ.ศ. 2522 และ พ.ศ. 2528 กำหนดให้คณะรัฐมนตรีหรือสมาชิกเสนอญัตติไม่น้อยกว่ายี่สิบคนร้องขอ เป็นต้น

วิธีการออกเสียงลงคะแนนลับในอดีตตามข้อบังคับการประชุมและการปรึกษาของสภาผู้แทนราษฎร ตั้งแต่ พ.ศ. 2476 จนถึงข้อบังคับการประชุมของรัฐสภา พ.ศ. 2539 มีวิธีปฏิบัติดังต่อไปนี้

(1) เขียนเครื่องหมายบนแผ่นกระดาษใส่ซองที่เจ้าหน้าที่จัดให้ ผู้เห็นด้วยให้เขียนเครื่องหมายถูก ผู้ไม่เห็นด้วยให้เขียนเครื่องหมายกากบาท ส่วนผู้ไม่ออกเสียงให้เขียนเครื่องหมายวงกลม

(2) ลงเบี้ยในตู้ทึบ โดยผู้เห็นด้วยให้ลงเบี้ยสีน้ำเงิน ผู้ไม่เห็นด้วยให้ลงเบี้ยสีแดง ส่วนผู้ไม่ออกเสียงให้ลงเบี้ยสีขาว

(3) วิธีอื่นใดซึ่งที่ประชุมเห็นสมควรเฉพาะกรณี

การที่จะให้ออกเสียงลงคะแนนตามข้อ (1) หรือ (2) และวิธีการให้เป็นไปตามอำนาจของประธานที่จะพิจารณากำหนดตามเห็นสมควร

การออกเสียงลงคะแนนลับในปัจจุบัน

ในปัจจุบันการออกเสียงลงคะแนนโดยลับจะมีกำหนดไว้ในข้อคับการประชุมสภาของทุกสภาซึ่งสาระสำคัญมีความคล้ายคลึงกันแต่มีความแตกต่างกันในรายละเอียดเล็กน้อยดังต่อไปดังนี้

การประชุมสภาผู้แทนราษฎร

ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2551 ได้บัญญัติถึงการออกเสียงลงคะแนนลับว่าจะกระทำได้ต่อเมื่อสมาชิกเสนอญัตติโดยมีผู้รับรองไม่น้อยกว่ายี่สิบคนขอให้กระทำเป็นการลับ แต่ถ้ามีสมาชิกคัดค้านและมีผู้รับรองไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของสมาชิกในที่ประชุมให้ถือเป็นเอกสิทธิ์ที่จะลงคะแนนโดยเปิดเผย[3] และกรณีการออกเสียงลงคะแนนเลือกหรือให้ความเห็นชอบให้บุคคลดำรงตำแหน่งใดตามมาตรา 126 วรรคห้า ของรัฐธรรมนูญ[4] ให้กระทำเป็นการลับ[5]

วิธีการออกเสียงลงคะแนนลับในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีวิธีปฏิบัติดังต่อไปนี้[6]

(1) เขียนเครื่องหมายบนแผ่นกระดาษใส่ซองที่เจ้าหน้าที่จัดให้ ผู้เห็นด้วยให้เขียนเครื่องหมายถูก ผู้ไม่เห็นด้วยให้เขียนเครื่องหมายกากบาท ส่วนผู้ไม่ออกเสียงให้เขียนเครื่องหมายวงกลม

(2) วิธีอื่นใดซึ่งที่ประชุมเห็นสมควรเฉพาะกรณี

สมาชิกที่เข้ามาในที่ประชุมระหว่างการออกเสียงลงคะแนนอาจออกเสียงลงคะแนนได้ก่อนประธานสั่งปิดการนับคะแนน[7]

เมื่อได้นับคะแนนเสียงแล้ว ให้ประธานประกาศมติต่อที่ประชุมทันที ถ้าเรื่องใดที่รัฐธรรมนูญ กฎหมาย หรือข้อบังคับการประชุมกำหนดไว้ว่ามติจะต้องประกอบด้วยคะแนนเสียงถึงจำนวนเท่าใดก็ให้ประกาศด้วยว่าคะแนนเสียงข้างมากถึงจำนวนที่กำหนดไว้นั้นหรือไม่[8]

ญัตติใดไม่มีผู้คัดค้าน ให้ประธานถามที่ประชุมว่ามีผู้เห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ เมื่อไม่มีผู้เห็นเป็นอย่างอื่น ให้ถือว่าที่ประชุมลงมติเห็นชอบด้วยญัตตินั้น เว้นแต่ญัตติที่เป็นร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ร่างพระราชบัญญัติ หรือเรื่องอื่นใดที่รัฐธรรมนูญหรือข้อบังคับกำหนดให้ที่ประชุมวินิจฉัยโดยการออกเสียงลงคะแนน [9]

สำหรับการออกเสียงลงคะแนนลับ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรไม่ต้องปิดประกาศบันทึกการออกเสียงลงคะแนนของสมาชิกแต่ละคนไว้ ณ บริเวณสภาที่ประชาชนเข้าไปตรวจสอบได้เหมือนอย่างการออกเสียงลงคะแนนเปิดเผย[10]

การประชุมวุฒิสภา

ตามข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา พ.ศ. 2551 ได้บัญญัติถึงการออกเสียงลงคะแนนลับว่าจะกระทำได้ต่อเมื่อสมาชิกเสนอญัตติโดยมีผู้รับรองไม่น้อยกว่ายี่สิบคนขอให้กระทำเป็นการลับ แต่ถ้ามีสมาชิกคัดค้านและมีผู้รับรองมากกว่าหนึ่งในสามของจำนวนสมาชิกในที่ประชุมวุฒิสภาก็ให้ลงคะแนนโดยเปิดเผย[11]

วิธีการออกเสียงลงคะแนนลับในการประชุมวุฒิสภามีวิธีปฏิบัติดังต่อไปนี้[12]

(1) ใช้เครื่องออกเสียงลงคะแนนตามที่ประธานวุฒิสภากำหนด

(2) เขียนเครื่องหมายบนแผ่นกระดาษใส่ซองที่เจ้าหน้าที่จัดให้ ผู้เห็นด้วยให้เขียนเครื่องหมายถูก ผู้ไม่เห็นด้วยให้เขียนเครื่องหมายกากบาท ส่วนผู้ไม่ออกเสียงให้เขียนเครื่องหมายวงกลม

(3) วิธีอื่นใดซึ่งที่ประชุมวุฒิสภาเห็นสมควรเฉพาะกรณี

การออกเสียงลงคะแนนลับตาม (1) ให้ใช้เครื่องออกเสียงลงคะแนนได้จนกว่าประธานของที่ประชุมจะได้สั่งปิดการออกเสียงลงคะแนน

เมื่อจะมีการออกเสียงลงคะแนนลับตาม (2) ให้สมาชิกนั่งลงในที่ที่จัดไว้ และให้ประธานของที่ประชุมสั่งให้เจ้าหน้าที่แจกกระดาษและซองให้แก่สมาชิกทุกคน และเมื่อสมาชิกเขียนเครื่องหมายบนแผ่นกระดาษใส่ซองแล้ว ให้ประธานของที่ประชุมสั่งให้เจ้าหน้าที่ไปรับมา เพื่อส่งให้แก่กรรมการตรวจนับคะแนนดำเนินการต่อไป และในการตรวจนับคะแนนให้ประธานของที่ประชุมเชิญสมาชิกไม่น้อยกว่าห้าคนเป็นกรรมการตรวจนับคะแนน

ก่อนออกเสียงลงคะแนนลับ ให้ประธานของที่ประชุมให้สัญญาณแจ้งสมาชิกทราบเพื่อพร้อมที่จะออกเสียงลงคะแนนลับ[13]

สมาชิกที่เข้ามาในที่ประชุมวุฒิสภาระหว่างการออกเสียงลงคะแนนลับตามข้อ (1) อาจลงคะแนนได้ก่อนประธานของที่ประชุมสั่งปิดการออกเสียงลงคะแนน หรือในกรณีออกเสียงลงคะแนนลับโดยวิธีอื่นอาจลงคะแนนได้ก่อนประธานของที่ประชุมสั่งให้นับคะแนนเสียง[14]

เมื่อได้นับคะแนนเสียงเสร็จแล้ว ให้ประธานของที่ประชุมประกาศมติต่อที่ประชุมวุฒิสภาทันที ในกรณีเรื่องใดที่รัฐธรรมนูญหรือข้อบังคับการประชุมกำหนดไว้ว่ามติจะต้องประกอบด้วยคะแนนเสียงถึงจำนวนเท่าใดก็ให้ประกาศด้วยว่าคะแนนเสียงข้างมากถึงจำนวนที่กำหนดไว้นั้นหรือไม่ ในกรณีที่ได้ประกาศมติต่อที่ประชุมวุฒิสภาจากผลการออกเสียงลงคะแนนด้วยวิธีตามข้อ (2) แล้ว ให้ประธานของที่ประชุมสั่งให้เจ้าหน้าที่ทำลายบัตรออกเสียงลงคะแนนนั้นด้วย [15]

ญัตติใดไม่มีผู้คัดค้าน ให้ประธานของที่ประชุมถามที่ประชุมวุฒิสภาว่ามีผู้เห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ เมื่อไม่มีผู้เห็นเป็นอย่างอื่น ให้ถือว่าที่ประชุมวุฒิสภาลงมติเห็นชอบด้วยกับญัตตินั้น เว้นแต่ญัตติที่เป็นร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ร่างพระราชบัญญัติ หรือเรื่องอื่นใดที่รัฐธรรมนูญหรือข้อบังคับการประชุมกำหนดให้ที่ประชุมวุฒิสภาวินิจฉัยโดยการออกเสียงลงคะแนน [16]

สำหรับการออกเสียงลงคะแนนลับ เลขาธิการวุฒิสภาไม่ต้องปิดประกาศบันทึกการลงมติการออกเสียงลงคะแนนของสมาชิกแต่ละคนไว้ ณ สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาเพื่อให้ประชาชนเข้าไปตรวจสอบได้เหมือนอย่างการออกเสียงลงคะแนนเปิดเผย[17]

การประชุมรัฐสภา

ตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภา พ.ศ.2553 ได้กำหนดว่ารัฐสภาจะการออกเสียงลงคะแนนลับได้ต่อเมื่อคณะรัฐมนตรีร้องขอหรือสมาชิกรัฐสภาเสนอญัตติโดยมีสมาชิกรัฐสภารับรองไม่น้อยกว่าสี่สิบคนขอให้กระทำเป็นการลับ แต่ถ้ามีสมาชิกรัฐสภาคัดค้านและมีผู้รับรองไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของสมาชิกรัฐสภาในที่ประชุมรัฐสภาให้ถือเป็นเอกสิทธิ์ที่จะลงคะแนนโดยเปิดเผย [18]

วิธีการออกเสียงลงคะแนนลับในการประชุมรัฐสภามีวิธีปฏิบัติดังต่อไปนี้ [19]

(1) เขียนเครื่องหมายบนแผ่นกระดาษใส่ซองที่เจ้าหน้าที่จัดให้ ผู้เห็นด้วยให้เขียนเครื่องหมายถูก ผู้ไม่เห็นด้วยให้เขียนเครื่องหมายกากบาท ส่วนผู้ไม่ออกเสียงให้เขียนเครื่องหมายวงกลม

(2) เขียนเครื่องหมายหรือวิธีอื่นใด ตามที่ประธานกำหนดลงบนแผ่นกระดาษใส่ซองที่เจ้าหน้าที่จัดให้

สมาชิกรัฐสภาซึ่งเข้ามาในที่ประชุมรัฐสภาระหว่างการออกเสียงลงคะแนนอาจออกเสียงลงคะแนนได้ก่อนประธานสั่งปิดการนับคะแนน [20]

เมื่อได้นับคะแนนเสียงเสร็จแล้ว ให้ประธานประกาศมติต่อที่ประชุมรัฐสภาทันที ถ้าเรื่องใดรัฐธรรมนูญหรือข้อบังคับการประชุมกำหนดไว้ว่า มติจะต้องประกอบด้วยคะแนนเสียงถึงจำนวนเท่าใดก็ให้ประกาศด้วยว่าคะแนนเสียงถึงจำนวนที่กำหนดไว้นั้นหรือไม่ [21]

ญัตติใดไม่มีผู้คัดค้าน ให้ประธานถามที่ประชุมรัฐสภาว่ามีผู้เห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ เมื่อไม่มีผู้เห็นเป็นอย่างอื่น ให้ถือว่าที่ประชุมลงมติเห็นชอบด้วยญัตตินั้น เว้นแต่ญัตติที่เป็นร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม หรือเรื่องอื่นใดที่รัฐธรรมนูญหรือข้อบังคับการประชุมกำหนดให้ที่ประชุมรัฐสภาวินิจฉัยโดยการออกเสียงลงคะแนน [22]

สำหรับการออกเสียงลงคะแนนลับ เลขาธิการรัฐสภาไม่ต้องปิดประกาศบันทึกการออกเสียงลงคะแนนของสมาชิกรัฐสภาแต่ละคนไว้ ณ บริเวณรัฐสภาที่ประชาชนเข้าไปตรวจสอบได้เหมือนอย่างการออกเสียงลงคะแนนเปิดเผย [23]

 

สรุป

ในการอภิปรายของสภาจนกระทั่งหาข้อยุติของการอภิปรายโดยการลงมตินั้น ต้องอาศัยหลักเกณฑ์จากข้อบังคับการประชุมในการออกเสียงลงคะแนน ซึ่งตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา ข้อบังคับการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ และข้อบังคับการประชุมของรัฐสภา จากอดีตจนถึงปัจจุบันต่างก็ได้บัญญัติหลักเกณฑ์ในการออกเสียงลงคะแนนลับที่คล้ายคลึงกัน ข้อที่แตกต่างกันคือจำนวนสมาชิกที่เสนอญัตติร้องขอลงคะแนนลับเท่านั้น ส่วนวิธีปฏิบัติในการออกเสียงลงคะแนนลับจากอดีตถึงปัจจุบันนั้นมีการเปลี่ยนแปลงไปตามความเจริญก้าวหน้าของเทคโนโลยีที่ถูกนำเข้ามาใช้บริหารจัดการเพื่อความสะดวกรวดเร็วและมีประสิทธิภาพต่อการลงคะแนนเสียงและนับคะแนนเสียง

อ้างอิง

  1. ↑ คณิน บุญสุวรรณ. ภาษาการเมืองในระบอบรัฐสภา. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ : โอเดียน สโตร์, 2525. หน้า 315
  2. ↑ เลขาธิการรัฐสภา, สำนักงาน. ข้อบังคับการประชุมสภาเปรียบเทียบ 2476-2517. กรุงเทพฯ : สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, ม.ป.ป., หน้า 108/1
  3. ↑ ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2551 ข้อ 72
  4. ↑ บุคคลดำรงตำแหน่งใด ให้กระทำเป็นการลับ เว้นแต่ที่มีบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่นในรัฐธรรมนูญนี้ และสมาชิกย่อมมีอิสระและไม่ถูกผูกพันโดยมติของพรรคการเมืองหรืออาณัติอื่นใด”
  5. ↑ ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2551 ข้อ 73
  6. ↑ ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2551 ข้อ 76
  7. ↑ ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2551 ข้อ 78
  8. ↑ ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2551 ข้อ 79
  9. ↑ ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2551 ข้อ 80
  10. ↑ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (พุทธศักราช 2550) มาตรา 126 วรรคสี่ และข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2551 ข้อ 81
  11. ↑ ข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา พ.ศ. 2551 ข้อ 66
  12. ↑ ข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา พ.ศ. 2551 ข้อ 68
  13. ↑ ข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา พ.ศ. 2551 ข้อ 69
  14. ↑ ข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา พ.ศ. 2551 ข้อ 72
  15. ↑ ข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา พ.ศ. 2551 ข้อ 73
  16. ↑ ข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา พ.ศ. 2551 ข้อ 75
  17. ↑ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (พุทธศักราช 2550) มาตรา 126 วรรคสี่ และข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา พ.ศ. 2551 ข้อ 76
  18. ↑ ข้อบังคับการประชุมรัฐสภา พ.ศ. 2553 ข้อ 53
  19. ↑ ข้อบังคับการประชุมรัฐสภา พ.ศ. 2553 ข้อ 55
  20. ↑ ข้อบังคับการประชุมรัฐสภา พ.ศ. 2553 ข้อ 57
  21. ↑ ข้อบังคับการประชุมรัฐสภา พ.ศ. 2553 ข้อ 58
  22. ↑ ข้อบังคับการประชุมรัฐสภา พ.ศ. 2553 ข้อ 59
  23. ↑ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (พุทธศักราช 2550) มาตรา 126 วรรคสี่ และข้อบังคับการประชุมรัฐสภา พ.ศ. 2553 ข้อ 60

บรรณานุกรม

คณิน บุญสุวรรณ. ภาษาการเมืองในระบอบรัฐสภา. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ : โอเดียน สโตร์, 2525.

เลขาธิการรัฐสภา, สำนักงาน. ข้อบังคับการประชุมสภาเปรียบเทียบ 2476-2517. กรุงเทพฯ : สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, ม.ป.ป.

เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, สำนักงาน. ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2551, ข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการ พ.ศ. 2553, ข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา พ.ศ. 2551, ข้อบังคับการประชุมรัฐสภา พ.ศ. 2553. กรุงเทพฯ : สำนักการพิมพ์ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, 2556.

เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, สำนักงาน. รวมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (2475-2549). กรุงเทพฯ : สำนักการพิมพ์ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, 2549.