เอกราช (พ.ศ. 2542)

จาก ฐานข้อมูลการเมืองการปกครอง สถาบันพระปกเกล้า
รุ่นแก้ไขเมื่อ 09:28, 5 สิงหาคม 2553 โดย Apirom (คุย | ส่วนร่วม)
(ต่าง) ←รุ่นแก้ไขก่อนหน้า | รุ่นแก้ไขล่าสุด (ต่าง) | รุ่นแก้ไขถัดไป→ (ต่าง)

พรรคเอกราช

พรรคเอกราชจดทะเบียนจัดตั้งพรรคการเมืองเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2542[1] โดยมีนายกิตติ์ เปรมกมล [2] ดำรงตำแหน่งเป็นหัวหน้าพรรคพรรคเอกราชได้มีการเปลี่ยนแปลงเป็นการภายในเรื่อยมาดังจะเห็นได้จากการเปลี่ยนแปลงกรรมการบริหารพรรค เปลี่ยนแปลงข้อบังคับและนโยบายของพรรครวมเป็นจำนวน 4 ครั้ง [3] จนท้ายที่สุดพรรคเอกราชก็ได้ทำการเปลี่ยนชื่อพรรคไปเป็นพรรควิถีไทย [4] เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2543

ในส่วนของการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองอย่างเป็นทางการของพรรคนั้นในช่วงเวลาตั้งแต่เริ่มดำเนินการไปจนถึงช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงชื่อพรรคนั้น ไม่ปรากฏว่าพรรคเอกราชได้ดำเนินกิจกรรมทางการเมืองอย่างเป็นทางการแต่อย่างใด


รายละเอียดเกี่ยวกับนโยบายและการดำเนินการที่สำคัญมีดังต่อไปนี้คือ [5]


นโยบายด้านการเมือง

1.รักษาสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์และการปกครองตามระบอบประชาธิปไตย

2.พัฒนาโครงสร้างทางการเมืองให้มีประสิทธิภาพและนำเสนอมาตรการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในวงราชการ


นโยบายด้านการบริหาร

1.พัฒนาระบบราชการและการกระจายอำนาจการบริหารโดยปรับบทบาทภาครัฐจากผู้บริหารมาเป็นผู้ควบคุม

2.ส่งเสริมการกระจายอำนาจการบริหารและการคลังจากส่วนกลางไปสู่ท้องถิ่น


นโยบายด้านกฎหมาย

แก้ไขกฎหมายที่ล้าสมัยให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงในปัจจุบัน พร้อมทั้งยืดหยุ่นต่อสถานการณ์ในอนาคต


นโยบายด้านกระบวนการยุติธรรม

1.พัฒนากรับวนการยุติธรรมให้ทันสมัยและมีประสิทธิภาพ

2.ส่งเสริมบทบาทในการป้องกันและยับยั้งข้อพิพาทขั้นพื้นฐานพร้อมทั้งส่งเสริมการตรวจสอบสิทธิในการควบคุมตัว

3.พัฒนาศักยภาพขององค์กรและบุคคลากรของกระบวนการยุติธรรมให้สามารถแก้ไขปัญหาความไม่เป็นธรรมและข้อพิพาทในระดับสากลได้

นโยบายด้านเศรษฐกิจ พรรคมีนโยบายกอบกู้เอกราชทางเศรษฐกิจของชาติ โดยการพึ่งตนเองทางเศรษฐกิจตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง


นโยบายด้านการเกษตร

1.พัฒนาการเกษตรกรรมให้เป็นภาคการเกษตรที่สำคัญตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง

2.แก้ไขปัญหาหนี้สินของเกษตรกร

3.สนับสนุนให้มีการรวมกลุ่มของเกษตรกรเพื่อลดต้นทุนการผลิต


นโยบายด้านสังคม

1.ส่งเสริมให้ชุมชนสร้างความเข้มแข็งด้วยตนเอง

2.ให้ความคุ้มครองเด็ก สตรี และคนพิการมิให้ถูกเอารัดเอาเปรียบหรือถูกกดขี่ข่มเหง


นโยบายด้านศาสนา

1.ส่งเสริมศาสนาทุกศาสนาในสังคมไทย

2.สนับสนุนด้านงบประมาณอย่างเพียงพอ

3.สนับสนุนให้องค์กรทางศาสนาเป็นแกนนำในการพัฒนาจิตใจของประชาชน


นโยบายด้านสาธารณสุข

1.ให้บริการทางทางแพทย์และสาธารณสุขที่มีคุณภาพได้มาตรฐานทั้งภาครัฐและเอกชน

2.ส่งเสริมการผลิตและพัฒนาบุคคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขให้มีคุณภาพและปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการของสังคม

3.สนับสนุนงานวิจัยที่ใช้สมุนไพร


นโยบายด้านการศึกษาและวัฒนธรรม

1.ปรับปรุงหลักสูตรการเรียนการสอนทุกระดับ

2.ปรับปรุงบุคลากรที่เกี่ยวกับการศึกษาทุกระดับ

นโยบายด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม

1.พัฒนาบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้มีความเพียงพอทั้งปริมาณและคุณภาพ

2.ส่งเสริมงานวิจัยด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

นโยบายด้านความมั่นคง ส่งเสริมความเชื่อมั่นด้านความมั่นคงระหว่างประเทศ เพื่อลดความหวาดระแวงภายในภูมิภาค ด้วยการเข้าร่วมเวทีเจรจาด้านความมั่นคงของอาเซียน


นโยบายด้านการต่างประเทศ

1.มุ่งมั่นร่วมมือกับประเทศในกลุ่มอาเซียนและองค์กรสำคัญในระดับภูมิภาคและระดับโลก

2.ส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีกับประเทศเพื่อนบ้านและนานาชาติทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจและสังคม

3.ปรับปรุงระบบข่างสารให้ทันสมัย

อ้างอิง

  1. ↑ ราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 116 ตอนพิเศษ 46ง หน้า 7
  2. ↑ ราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 116 ตอนพิเศษ 46ง หน้า 58
  3. ↑ ราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 116 ตอนพิเศษ 70ง หน้า 108, ราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 117 ตอนพิเศษ 82ง หน้า 45,ราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 116 ตอนพิเศษ 25ง หน้า 110,ราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 117 ตอนพิเศษ 92ง หน้า 15
  4. ↑ ราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 117 ตอนพิเศษ 126ง หน้า 11
  5. ↑ สรุปความจากราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 116 ตอนพิเศษ 46ง หน้า 7-14