แทนคุณแผ่นดินอีสาน (พ.ศ. 2550)

จาก ฐานข้อมูลการเมืองการปกครอง สถาบันพระปกเกล้า
รุ่นแก้ไขเมื่อ 11:50, 11 มิถุนายน 2553 โดย Apirom (คุย | ส่วนร่วม) (สร้างหน้าใหม่: '''ผู้ทรงคุณวุฒิประจำบทความ''' รองศาสตราจารย์นรนิติ เศรษฐ...)
(ต่าง) ←รุ่นแก้ไขก่อนหน้า | รุ่นแก้ไขล่าสุด (ต่าง) | รุ่นแก้ไขถัดไป→ (ต่าง)

ผู้ทรงคุณวุฒิประจำบทความ รองศาสตราจารย์นรนิติ เศรษฐบุตร และ รองศาสตราจารย์ ดร.นิยม รัฐอมฤต


พรรคแทนคุณแผ่นดินอีสาน

พรรคแทนคุณแผ่นดินอีสานจดทะเบียนจัดตั้งพรรคการเมืองขึ้นเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2550[1] โดยมีนายสุธนัย เจริญดี[2] ดำรงตำแหน่งเป็นหัวหน้าพรรค ต่อมาเมื่อวันที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2551 นายสุธนัย เจริญดี[3] ได้แจ้งต่อนายทะเบียนพรรคการเมืองถึงการเปลี่ยนชื่อของตนเป็นนายเกริกชัย เจริญดี ซึ่งการมีส่วนร่วมทางการเมืองอย่างเป็นทางการของพรรคแทนคุณแผ่นดินอีสานนั้นในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2550 พรรคมิได้ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเลยแม้แต่ผู้เดียว


รายละเอียดเกี่ยวกับนโยบายและการดำเนินการที่สำคัญมีดังต่อไปนี้คือ[4]


นโยบายทางการเมืองและการบริหาร

1.กระจายอำนาจการปกครองตนเองให้กับท้องถิ่น

2.ส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน

3.พัฒนาสถาบันการเมืองและข้าราชการ สนับสนุนบทบาทของสถาบันสื่อมวลชนให้เป็นมีประสิทธิภาพในการตรวจสอบถ่วงดุล

4.ป้องกันและปราบปรามการฉ้อราษฎร์บังหลวง

5.แก้ไขเพิ่มเติมในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับปัจจุบัน

6.สร้างกองทัพให้เป็นกองทัพอาสาสมัคร

7.ผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์ขึ้นใช้เองภายในประเทศ


นโยบายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม

1.ปฏิรูปกฎหมายให้มีความทันสมัย

2.ส่งเสริมสิทธิเสรีภาพ สิทธิมนุษยชน

3.จัดตั้งองค์กรให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนทางด้านกฎหมาย

4.เพิ่มช่องทางในการร้องทุกข์กล่าวโทษ

5.คุ้มครองสิทธิของผู้ต้องหาและพยาน


นโยบายเศรษฐกิจ

1.สนับสนุนการส่งออก ปรับโครงสร้างการผลิตภายในประเทศ เพิ่มจำนวน และบทบาทของสถาบันการเงิน

2.ลดการแทรกแซงอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศ

3.ยกระดับสถาบันการเงินทั้งที่มีอยู่ให้ได้มาตรฐาน

4.แก้ปัญหาคนว่างงาน

5.ฝึกฝนทักษะเพิ่มเติมให้แรงงาน

6.ยึดถือแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง

7.กำหนดพื้นที่เฉพาะสำหรับอุตสาหกรรมแต่ละประเภท

8.ให้การส่งเสริมผู้ประกอบการทุกระดับ

9.ป้องกันการผูกขาดการผลิตสินค้าและบริการ

10.สนับสนุนการลงทุนจากต่างชาติ

11.พัฒนาเทคโนโลยีและบุคคลากรด้านอุตสาหกรรม

12.สร้างและพัฒนาเครื่องหมายการค้า

13.ปรับปรุงศูนย์พาณิชยกรรมและสำนักงานการพาณิชย์ในต่างประเทศเพื่อใช้เป็นสถานที่แสดงสินค้า


นโยบายการเกษตร

1.แก้ไขปัญหาหนี้สินของเกษตรกร

2.สนับสนุนให้องค์การตลาดเพื่อเกษตรกรรม

3.นำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาปรับปรุงและพัฒนาด้านการเกษตร

4.พัฒนาระบบตลาดสินค้าเกษตร

5.ดำเนินการการปฏิรูปที่ดิน

6.ส่งเสริมการประกอบอาชีพเสริมแก่เกษตรกร


นโยบายพัฒนาสังคม

1.ส่งเสริมให้ชุมชนมีความเข้มแข็ง

2.พัฒนาและคุ้มครองเด็ก สตรี คนพิการ และทุพพลภาพ

3.ป้องกันและปราบปรามการผลิต เผยแพร่ยาเสพติด

4.ฟื้นฟูสุขภาพและจิตใจของผู้ติดยาเสพติด

5.เพิ่มแหล่งการเรียนรู้นอกระบบ


นโยบายสาธารณสุข

1.ปรับปรุงการให้บริการทางการแพทย์และสาธารณสุขที่ได้มาตรฐานและมีคุณภาพ

2.ขยายระบบประกันสุขภาพให้ทั่วถึง 3.ผลิตและพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์ให้มีคุณภาพและพอเพียง

4.ส่งเสริมการนำเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย 5.สนับสนุนการวิจัยและพัฒนาของภาครัฐและเอกชน

6.ขยายบทบาทในการดูแลสุขภาพอนามัยไปยังชุมชนและครอบครัว

7.ควบคุมป้องกันการแพร่ระบาดของโรคเอดส์และโรคติดต่อชนิดร้ายแรงอื่นๆ

8.กำจัดของเสีย ขยะติดเชื้อ และบำบัดน้ำเสียของสถานพยาบาลและสาธารณสุข

9.จัดหาน้ำสะอาดเพื่อการบริโภคให้แก่ประชาชนในชนบทอย่างทั่ว


นโยบายการศึกษาและวัฒนธรรม

1.ปรับปรุงหลักสูตรการเรียนการสอนและบุคลากรทุกระดับ

2.ส่งเสริมการศึกษานอกระบบอย่างกว้างขวาง

3.ส่งเสริมให้เอกชนมีส่วนร่วมในการฝึกอบรมและพัฒนาฝีมือแรงงาน

4.จัดให้มีคณะกรรมการตรวจสอบคุณภาพการศึกษา

5.สร้างระบบหอสมุดแห่งประชาชน

6.ส่งเสริมและพัฒนากิจการพิพิธภัณฑ์ด้านศิลปะและเทคโนโลยี ให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในพัฒนาการกีฬา


ด้านต่างประเทศ

1.ร่วมมือกับกลุ่มประเทศอาเซียน องค์กรในระดับภูมิภาคและระดับโลกที่ไทยเป็นสมาชิก

2.ไม่แทรกแซงกิจการภายในระหว่างกันและยึดถือหลักการต่างตอบแทนซึ่งกันและกัน

3.จัดตั้งหน่วยงานเพื่อรวมศูนย์รับผิดชอบการเจรจาการค้าต่างประเทศ

4.จัดให้มีระบบระวังภัยทางทะเลเพื่อปกป้องผลประโยชน์ทางทะเลร่วมกันของชาติอาเซียน

5.สนับสนุนการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งอย่างสันติ

อ้างอิง

  1. ↑ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 125 ตอนพิเศษ 9ง หน้า 39
  2. ↑ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 125 ตอนพิเศษ 9ง หน้า 89
  3. ↑ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 125 ตอนพิเศษ 42ง หน้า 59
  4. ↑ สรุปความจากราชกิจจานุเบกษา เล่ม 125 ตอนพิเศษ 9ง หน้า 39-65