วิสาหกิจเพื่อสังคม

จาก ฐานข้อมูลการเมืองการปกครอง สถาบันพระปกเกล้า
รุ่นแก้ไขเมื่อ 16:43, 7 เมษายน 2569 โดย Adminkpi (คุย | ส่วนร่วม) (สร้างหน้าด้วย "'''''ผู้เรียบเรียง : ดร.เลิศพร อุดมพงษ์''''' '''''ผู้ทรงคุณวุฒิประจำบทความ : ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.มานวิภา อินทรทัต''''' ---- '''วิสาหกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise)'''          “วิสาหกิจเพื่อสังค...")
(ต่าง) ←รุ่นแก้ไขก่อนหน้า | รุ่นแก้ไขล่าสุด (ต่าง) | รุ่นแก้ไขถัดไป→ (ต่าง)

ผู้เรียบเรียง : ดร.เลิศพร อุดมพงษ์

ผู้ทรงคุณวุฒิประจำบทความ : ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.มานวิภา อินทรทัต


วิสาหกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise)

         “วิสาหกิจเพื่อสังคม” (Social Enterprise: SE) เป็นรูปแบบกิจกรรมหรือโครงการเพื่อสังคมของภาคธุรกิจที่กล่าวได้ว่า มีพัฒนาการมาจากรูปแบบกิจกรรมขององค์กรธุรกิจเอกชนที่จัดขึ้นเพื่อรับผิดชอบต่อสังคมซึ่งรู้จักกันดีในนาม CSR (Corporate Social Responsibility) และต่อมาได้พัฒนาเป็น “การเข้าไปมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาสังคม” หรือ Corporate Social Engagement หากแต่ SE ได้เพิ่มความสำคัญต่อการสร้างสมดุลให้เกิดขึ้นระหว่างการหากำไรและการช่วยเหลือสังคมควบคู่กัน กล่าวคือ องค์กรธุรกิจมีการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องหรือมีความผูกพันกับสินค้า และ/หรือบริการที่ช่วยแก้ปัญหาหรือพัฒนาสังคม ชุมชน สิ่งแวดล้อมเป็นหลัก โดยไม่มีเป้าหมายเพื่อหากำไรสูงสุด จึงเป็นการดำเนินงานที่ประกอบขึ้นจากความสำเร็จของการประกอบธุรกิจ และ ผลกระทบทางสังคม อันเป็นกลไกสำคัญที่เกื้อหนุนการพัฒนาประเทศให้เกิดความยั่งยืนได้ (ประพิน นุชเปี่ยม และคณะ, 2561 และ ศักดิ์ดา ศิริภัทรโสภณ, 2558)

         วิสาหกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise) คือ กลไกการพัฒนาสังคมใหม่ที่ถูกออกแบบขึ้นโดยพยายามที่จะนำเอาข้อดีจากทุกภาคส่วนของสังคมมาใช้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นการใช้เป้าหมายทางสังคมเป็นตัวตั้งของภาครัฐและประชาสังคม การนำเอาความรู้และนวัตกรรมมาเป็นฐานของการดำเนินการเหมือนกับภาคเอกชนและวิชาการ รวมไปถึงการใช้การจัดการที่มีประสิทธิภาพและระบบตลาดของภาคเอกชน โดยมีความเชื่อว่าหากองค์กรในสังคม (ไม่ว่าจะมาจากภาคส่วนใด) สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานมาสู่รูปแบบวิสาหกิจเพื่อสังคมที่มีคุณภาพในปริมาณที่มากเพียงพอ (Critical mass) แล้วก็จะสามารถสร้างกระแสและนำสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงระบบขนาดใหญ่ในสังคมได้ต่อไป แนวความคิดเรื่องวิสาหกิจเพื่อสังคม และ ธุรกิจเพื่อสังคม (Social Business) ไม่ใช่เป็นเพียงแนวความคิดที่จำกัดอยู่ในแวดวงวิชาการแต่ได้รับการทดลองปฏิบัติและเกิดผลเชิงประจักษ์ขึ้นแล้วจำนวนมาก เช่น ในกรณีของประเทศบังคลาเทศที่ธุรกิจเพื่อสังคมสามารถทำให้เห็นว่าองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร สามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพและเติบโตภายใต้ระบบตลาดปกติ ไม่ได้ต่างไปจากภาคธุรกิจ และ ยังสามารถนำไปสู่การสร้างทางเลือกของบริการสาธารณะได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงโดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาเงินบริจาคและการสนับสนุนจากรัฐ เช่น กรณีขององค์กร BRAC (Bangladesh Rehabilitation Assistance Committee) และ กรามีน ที่ดำเนินการธุรกิจเพื่อสังคมหลากหลายอย่าง มียอดรายรับกว่าหมื่นล้านบาทต่อปี โดยนำผลกำไรที่ได้มาช่วยพัฒนาระบบบริการสุขภาพ และ การศึกษาได้อย่างมีคุณภาพ (สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, 2558) หรือ กรณีสหราชอาณาจักร (อังกฤษ) มีจำนวนวิสาหกิจ เพื่อสังคมมากถึง 70,000 กว่าแห่ง ก่อให้เกิดรายได้รวมกว่า 18.5 พันล้านปอนด์ต่อปีสู่ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของประเทศ มีจำนวนผู้ร่วมทำงานกับวิสาหกิจ เพื่อสังคมทั่วประเทศถึงเกือบ 1 ล้านคนซึ่งเป็นการช่วยเหลือคนที่ด้อยโอกาสให้ได้มีงานทำ วิสาหกิจเพื่อสังคมที่ประสบความสำเร็จในต่างประเทศจึงมักมีโครงสร้างที่ชัดเจน มีการดำเนินการที่เข้มแข็ง ได้รับการสนับสนุนตั้งแต่ระดับนโยบายทางด้านธุรกิจที่มีความต่อเนื่อง การพัฒนาบุคลากร การรับรู้ทางสังคมและวัฒนธรรม และโดยเฉพาะอย่างยิ่งการช่วยเหลือด้านแหล่งทุนที่ทำให้เกิดการขับเคลื่อนวิสาหกิจเพื่อสังคม ทำให้สามารถเริ่มต้นกิจการได้อย่างสะดวก และสามารถดำเนินกิจการได้อย่างยั่งยืน ผลการสำรวจการดำเนินงานวิสาหกิจเพื่อสังคมในประเทศที่ประสบความสำเร็จนั้น พบว่าวิสาหกิจเพื่อสังคมสามารถเป็นปัจจัยหลักในการกู้ฐานะทางเศรษฐกิจ และกู้คืนสภาพความเป็นอยู่ของสังคมได้เป็นอย่างดี (ศักดิ์ดา ศิริภัทรโสภณ, 2558)

         หากสำรวจถึงนิยามของวิสาหกิจเพื่อสังคม พบว่า ศัพท์คำนี้มีรากฐานมาจากแนวคิดในการรวมกลุ่มความร่วมมือของคนในชุมชน เพื่อแก้ไขปัญหาสังคมต่าง ๆ บางตำราอธิบายว่า เป็นลักษณะFriendly Society หรือ สังคมเพื่อน (อรอนงค์ นิธิภาคย์, 2556) ซึ่ง Pearce (2003 อ้างถึงใน ประพิน นุชเปี่ยม และคณะ, 2561) กล่าวถึง วิสาหกิจเพื่อสังคมว่า มีบทบาทเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่เรียกว่า ภาคที่สามของระบบเศรษฐกิจ (Third Sector) ตามทฤษฎีเศรษฐศาสตร์สังคม หรือ เศรษฐกิจฐานราก (Social Economy) ซึ่งเป็นภาคส่วนที่มีความหลากหลายด้วยองค์กรต่าง ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มไม่แสวงหากำไร กลุ่มองค์กรอาสาสมัคร NGOs สหกรณ์ รวมถึง ธุรกิจ อันเป็นหนึ่งในสามเสาหลักของระบบเศรษฐกิจที่นอกเหนือจากภาครัฐและภาคเอกชน อย่างไรก็ตาม เป็นที่ยอมรับกันอย่างมากว่า วิสาหกิจเพื่อสังคมนี้ ได้ถูกกำหนดใช้อย่างชัดเจนโดย Dholakia and Dholakia นับแต่ปี ค.ศ. 1975 เพื่อจำแนกความแตกต่างของกิจกรรมทางการตลาดของรัฐ กับ ความร่วมมือของผู้ประกอบการจากภาคเอกชน สาเหตุหลักของการเกิดขึ้นของวิสาหกิจเพื่อสังคมในช่วงเวลาดังกล่าวนั้น เกิดจากความถดถอยของเศรษฐกิจทุนนิยมในหลายประเทศ การเกิดภาวะล้มเหลวของกลไกตลาด ความอ่อนแอของภาครัฐในการบริหารจัดการกิจกรรมบริการทางสังคมด้วยข้อจำกัดทางงบประมาณ ทั้งในฝั่งสหรัฐอเมริกาและยุโรป ก่อให้เกิดปัญหาทางสังคมที่ทวีความรุนแรงมาก แนวคิดเรื่องวิสาหกิจเพื่อสังคมจึงเป็นสิ่งที่มีการอภิปรายกันอย่างมาก ด้วยเพราะหวังว่า จะสามารถเป็นเครื่องมือหนึ่งที่จะสามารถใช้แก้ปัญหาที่วิกฤตดังกล่าว อย่างไรก็ตาม แม้ว่าทั้งในสองทวีปจะยอมรับและสนับสนุนวิสาหกิจเพื่อสังคม แต่ความขัดแย้งเชิงอุดมการณ์ทางการเมืองและเศรษฐกิจตั้งแต่สมัยสงครามเย็นก็ยังคงปรากฎอยู่ วิสาหกิจเพื่อสังคมในสหรัฐอเมริกา ยังคงมีองค์ประกอบของความเป็นทุนนิยมผสมอยู่ ได้แก่ การส่งเสริมการประกอบการเพื่อสังคมในเชิงปัจเจก ผู้ประกอบการเพื่อสังคมจึงมีความสำคัญมากพอๆ กับนวัตกรรมที่ผู้ประกอบการคิดคนประดิษฐ์ขึ้นเพื่อรับใช้สังคมและสิ่งแวดล้อม ภาพเชิงปัจเจกจึงทำให้กำไรที่เกิดขึ้นจากการประกอบการเชิงสังคมสามารถแบ่งปันกันกลับมายังเจ้าของหรือผู้ประกอบการได้ เพื่อสร้างแรงจูงใจในการทำเพื่อสังคม หรืออีกแนวคิดหนึ่งซึ่งตรงกันข้ามกับแนวคิดก่อนหน้านี้คือการให้องค์กรไม่แสวงหากำไรทำกิจการเพื่อสังคมเพื่อหล่อเลี้ยงตัวเองให้อยู่รอดไม่ให้มีการแบ่งปันกำไรแต่จะนำไปใช้เพื่อสังคมทั้งหมดเพราะองค์กรเหล่านี้ไม่มีผู้ใดผู้หนึ่งเป็นเจ้าของมีแต่ผู้ดูแล คือ คณะกรรมการ และสุดท้ายกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินขององค์กรไม่แสวงหากำไร จะตกเป็นของรัฐ การขับเคลื่อนงานดังกล่าวในสหรัฐอเมริกาจะใช้คำว่าความเป็นผู้ประกอบการเพื่อสังคม (Social Entrepreneurship) ในขณะที่ฝั่งยุโรปวิสาหกิจเพื่อสังคมยังคงมีแนวทางของสังคมนิยมผสมผสานอยู่ ได้แก่ความต้องการปรับความสัมพันธ์เชิงอำนาจระหว่างทุนและแรงงานตั้งแต่ระดับองค์กรเพื่อสังคมเน้นการประกอบการและความเป็นเจ้าของที่กระทำโดยกลุ่มบุคคลและการบริหารด้วยประชาธิปไตยรวมถึงการจำกัดการจัดสรรกำไรและจะใช้คำว่าวิสาหกิจเพื่อสังคมในการขับเคลื่อนงานดังกล่าว ซึ่งในส่วนของประเทศไทยเอง แนวโน้มของวิสาหกิจเพื่อสังคมจะมีลักษณะคล้ายกับแนวคิดของฝั่งสหรัฐมากกว่าฝั่งยุโรป (อรอนงค์ นิธิภาคย์, 2556)

         Talbot และคณะ (2002) และ UK Department for Trade and Industry (2002) ได้เสนอความหมายของวิสาหกิจเพื่อสังคมที่สอดคล้องกันว่า หมายถึง องค์กรที่ใช้วิถีทางการตลาด เพื่อให้บรรลุประสงค์ทางด้านสังคม โดยมีลักษณะที่สำคัญ ประกอบด้วย การสร้างสรรค์ (Creativity) นวัตกรรมทางสังคม (Social innovation) ความเป็นเจ้าของกิจการ (Entrepreneurship) และการมุ่งเน้นไปที่ประโยชน์สาธารณะหรือชุมชนมากกว่ากำไรขององค์กร ต่อมา The Centre for Community Enterprise (2008) ได้เสนอความหมายของวิสาหกิจเพื่อสังคมว่า เป็นองค์กรธุรกิจที่ประกอบด้วยเป้าหมาย 2 ประการ ประการแรก ได้แก่ เป้าหมายด้านการแสวงหารายได้ผ่านการจำหน่ายสินค้าหรือบริการ และประการที่สอง ได้แก่ เป้าหมายในการบรรลุผลประโยชน์ที่จะเกิดต่อสังคม วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม ดังนั้น วิสาหกิจเพื่อสังคมจึงเป็นองค์กรที่มีการนำกลยุทธ์ด้านการตลาดมาใช้เพื่อการสร้างเป้าหมายทางสังคมมากกว่าการแสวงหากำไรสูงสุดให้ผู้ถือหุ้น และสำหรับประเทศไทย นอกจากนี้ สำนักงานสร้างเสริมกิจการเพื่อสังคมแห่งชาติ (2557) ยังได้ให้นิยามของวิสาหกิจเพื่อสังคมว่า เป็นธุรกิจหรือองค์กรที่ตั้งขึ้นมาเพื่อแก้ไขปัญหาสังคม/สิ่งแวดล้อม โดยมีรายได้หลักมาจากการค้าหรือการให้บริการ (มากกว่าการรับบริจาค) เพื่อสร้างการพึ่งพาตนเองได้ทางการเงิน และนำผลกำไรที่เกิดขึ้นไปลงทุนซ้ำเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ทางสังคมที่ตั้งไว้ วิสาหกิจเพื่อสังคมจึงเป็นการเชื่อมโยงจุดแข็งของสองภาคส่วน คือ การจัดการที่มีประสิทธิภาพของภาคธุรกิจเอกชนมาร่วมกับการมีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะแก้ไขปัญหาของภาคสังคม เพื่อทำให้เกิดทางแก้ไขปัญหาที่มีนวัตกรรมและมีความยั่งยืน ส่วน ศักดิ์ดา ศิริภัทรโสภณ (2558) สรุปนิยามของวิสาหกิจเพื่อสังคมว่า หมายถึง กิจการที่ตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ในการช่วยเหลือสังคม/หรือสิ่งแวดล้อมโดยเป็นกิจการที่ดำเนินการในรูปแบบธุรกิจที่ไม่แสวงหากำไรสูงสุด แต่เป็นการแสวงกำไรอย่างยุติธรรม ผลประโยชน์ที่วิสาหกิจเพื่อสังคมให้แก่สังคม และ/หรือสิ่งแวดล้อม อาจเกิดจากกิจกรรมต่างๆ ที่วิสาหกิจ เพื่อสังคมดำเนินการ และ/หรือ เกิดจากวิสาหกิจเพื่อสังคมนำเงินกำไรที่ได้มาช่วยเหลือสังคมและ/หรือสิ่งแวดล้อมโดยมีกำไรบางส่วนหรือทั้งหมดกลับคืนไปสู่ผู้ถือหุ้น

         จากที่กล่าวมา สรุปได้ว่า วิสาหกิจเพื่อสังคม คือ รูปแบบองค์กรที่ประสานจุดแข็งของการจัดการที่มีประสิทธิภาพมาร่วมกับการมีเป้าหมายทางสังคม ซึ่งจะเป็นช่วงที่อยู่ระหว่างกลางของลักษณะองค์กรปัจจุบันของบริษัทเอกชนทั่วไปที่แสวงหากำไรสูงสุด และอีกด้าน คือ องค์กรการกุศลที่มีรายได้หลัก มาจากการบริจาคและสงเคราะห์ โดยรูปแบบของวิสาหกิจเพื่อสังคมในประเทศไทยนั้นมีความหลากหลายมาก ตั้งแต่รูปบริษัท ห้างหุ้นส่วน สหกรณ์ สมาคม มูลนิธิ หรือแม้แต่โรงเรียน ภาพของวิสาหกิจเพื่อสังคมกับ CSR อาจมีความทับซ้อนกันในสายตาของผู้ที่เพิ่งรู้จักวิสาหกิจเพื่อสังคม แม้ว่าโดยภาพรวมวิสาหกิจเพื่อสังคมจะมีความใกล้เคียงกับ CSR ในบางแง่มุม แต่เมื่อพิจารณาอย่างรอบคอบแล้วจะเห็นว่า วิสาหกิจเพื่อสังคมมีความแตกต่างจาก CSR อย่างมีนัยสำคัญ ตัวอย่างวิสาหกิจเพื่อสังคมที่ประสบความสำเร็จ เช่น อภัยภูเบศร ซึ่งจัดตั้งในรูปแบบของมูลนิธิ และเป็นส่วนหนึ่งของโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร โดยกำไรส่วนใหญ่ที่ได้จากการขายสินค้าสมุนไพรจะส่งให้โรงพยาบาลเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายทางการแพทย์  วิสาหกิจเพื่อสังคมในรูปแบบของสหกรณ์ที่ประสบความสำเร็จมาก คือ ร้านเลมอนฟาร์ม ซึ่งจำหน่ายสินค้าและอาหารที่ปลอดภัยไม่ใช้สารเคมี และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยเลมอนฟาร์มมีนโยบายที่จะรับซื้อสินค้าจากวิสาหกิจเพื่อสังคมอื่น ๆ โดยหนึ่งในคู่ค้านั้น คือ อุดมชัยฟาร์ม ซึ่งเป็นวิสาหกิจเพื่อสังคมที่จัดตั้งในรูปแบบของห้างหุ้นส่วนจำกัดอุดมชัยฟาร์ม มีชื่อเสียงในเรื่องการเลี้ยงไก่ให้อารมณ์ดี ไข่ไก่ที่ออกมาแม้จะมีขนาดเล็กกว่าท้องตลาดแต่มีความปลอดภัย และกระบวนการเลี้ยงไก่ไข่ก็ไม่เป็นการทารุณสัตว์ด้วย นอกจากนี้ วิสาหกิจเพื่อสังคมจำนวนมากเลือกที่จะจัดตั้งในรูปแบบบริษัทจำกัด เพราะไม่ต้องการที่จะพึ่งพาความช่วยเหลือภาครัฐอย่างเดียว แต่ยังสามารถแข่งขันกับธุรกิจทั่วไปได้ (ประพิน นุชเปี่ยม และคณะ, 2561)    

บรรณานุกรม

ประพิน นุชเปี่ยม, ติญทรรศน์ ประทีปพรณรงค์ และ บงกช เจนจรัสสกุล. (2561). วิสาหกิจเพื่อสังคมใน ประเทศไทย: ข้อสังเกตบางประการต่อร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม. วารสาร ผู้ตรวจการแผ่นดิน, 11(1). 109-141.

ศักดิ์ดา ศิริภัทรโสภณ. (2558). การศึกษากรอบแนวคิดเพื่อการพัฒนาวิสาหกิจเพื่อสังคมในประเทศไทย.    วารสารสมาคมนักวิจัย, 20(2). 30-47.

สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร. (2558). สภาปฏิรูปแห่งชาติ วาระปฏิรูปพิเศษ 1: วิสาหกิจเพื่อสังคม.

         กรุงเทพฯ: สำนักการพิมพ์ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร.

สำนักงานสร้างเสริมกิจการเพื่อสังคมแห่งชาติ. (2557). ความหมาย และคุณลักษณะของ SE. สืบค้น

         จาก http://www.tseo.or.th/about/social-enterprise/means

อรอนงค์ นิธิภาคย์. (2556). ความเป็นไปได้ในการสร้างฐานเศรษฐกิจแรงงานไทย : กรณีศึกษาโครงการ         ทดลอง ทางสังคม ธนาคารแรงงาน หมู่บ้านมั่นคงแรงงานสังคมเพื่อน บริษัทฟื้นฟูเกษตรกรเมือง      เพชรจำกัด (มหาชน). วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์การเมือง               คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

Talbot, C., Tregilgas, P. & Harrison, K. (2002). Social Enterprise in Australia: An Introductory Handbook. Retrieved from

         http://www.tasregionalarts.org.au/assets/Social_Enterpse_Part1_2.pdf

The Centre for Community Enterprise. (2008). Introduction to Social Enterprise: Resource       Package. Retrieved from

         http://www.socialenterprisecanada.ca/en/learn/nav/resourcelibrary.html?page=resour   ceDetail.tpt&iddoc=321054

UK Department for Trade and Industry. (2002). Social Enterprise: A Strategy for Success.        Retrieved from https://www.gov.uk/government/organisations/

         uk-trade-investment