ความเสมอภาคระหว่างเพศ
ผู้เรียบเรียง : รัชวดี แสงมหะหมัด
ผู้ทรงคุณวุฒิประจำบทความ : ดร.ถวิลวดี บุรีกุล
ความเสมอภาคระหว่างเพศ (Gender Equality)
ความเสมอภาคระหว่างเพศ หรือ Gender equality คือ สภาพที่บุคคลได้รับโอกาสและทรัพยากรอย่างเท่าเทียม โดยไม่มีการจำกัดหรือเลือกปฏิบัติบนพื้นฐานของเพศ โดยคำว่าเพศภาวะ หรือ gender หมายถึง คุณลักษณะทางสังคม วัฒนธรรมและพฤติกรรมทางสังคมกำหนดให้บุคคลตามเพศที่กำหนด นอกจากนี้ ยังรวมถึงเพศภาวะอื่นๆ ด้วย ความเสมอภาคทางเพศยังต้องครอบคลุมถึงการเข้าถึงสิทธิและโอกาสทางเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และการศึกษาอย่างเสมอภาคด้วย เป้าหมายคือเพื่อให้ทุกคนมีชีวิตที่มีคุณภาพและศักดิ์ศรี ความเท่าเทียมทางเพศไม่เพียงแต่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติที่เป็นธรรมต่อทั้งเพศชายและเพศหญิงเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการยอมรับและเคารพความแตกต่างและความหลากหลายทางเพศ (LGBTQ+) และ
อัตลักษณ์ทางเพศ รวมถึงกลุ่มที่มีอัตลักษณ์ทับซ้อน (Intersectionality) ด้วย[1] [2] ทั้งนี้ กลุ่ม LGBTQ+ หมายถึง กลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศ ซึ่งประกอบด้วยกลุ่มที่มีความชอบทางเพศและอัตลักษณ์ทางเพศที่แตกต่างจากคนส่วนใหญ่ในสังคม เช่น L คือ Lesbian กลุ่มผู้หญิงรักผู้หญิง หรือ B คือ Bisexual กลุ่มที่รักได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย เป็นต้น ในขณะที่ Intersectionality หมายถึง การพิจารณาถึงความซับซ้อนและความทับซ้อนของอัตลักษณ์ทางสังคมต่าง ๆ ที่ส่งผลต่อประสบการณ์และวามเหลื่อมล้ำในสังคม กลุ่มที่มีความทับซ้อนของปัจจัยต่าง ๆ เช่น เพศ เชื้อชาติ ชนชั้น อายุ และรสนิยมทางเพศ ที่อาจมาทับซ้อนและส่งผลต่อชีวิตของบุคคลหนึ่ง ๆ และทำให้เกิดการเลือกปฏิบัติได้ ความเสมอภาคระหว่างเพศเป็นแนวคิดที่ว่า ผู้หญิง ผู้ชาย เด็กหญิง เด็กชาย และกลุ่มบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ ควรมีปัจจัยการดำรงชีวิต การปฏิบัติ และโอกาสต่าง ๆ ที่เท่าเทียมกัน ในทุกด้าน เช่น เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และการมีส่วนร่วมทางการเมือง อย่างไรก็ตาม ความเสมอภาคระหว่างเพศไม่ได้หมายความว่าเพศหญิงและเพศชายจะต้องเหมือนกัน แต่หมายถึงสิทธิของเพศหญิงและเพศชายที่จะต้องมีความเท่าเทียม โดยไม่มีการแบ่งแยกว่าเพศไหนจะต้องมีหรือได้รับมากกว่าเนื่องจากความแตกต่างทางกายภาพ นอกจากนี้ ความเท่าเทียมกันทางเพศยังหมายถึงการคำนึงถึงความต้องการและลำดับความสำคัญของทั้งผู้หญิงและผู้ชาย โดยต้องให้ความสนใจต่อความหลากหลายของกลุ่มต่าง ๆ และส่งเสริมให้ทุกคนมีอิสระในการพัฒนาตนเอง ความเท่าเทียมกันทางเพศเป็นเรื่องของสิทธิมนุษยชนและถือเป็นเงื่อนไขสำคัญสำหรับและเป็นตัวชี้วัดความยั่งยืนที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลางการพัฒนา (UNICEF Regional Office for South Asia , 2017)[3] ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับการให้ความหมายความเสมอภาคระหว่างเพศโดยหน่วยงาน WHO หมายถึง การไม่มีอยู่ของการเลือกปฏิบัติบนฐานทางเพศของบุคคล ทั้งในเรื่องของโอกาส การจัดสรรทรัพยากรและผลประโยชน์ในการเข้าถึงการบริการต่าง ๆ (World Health Organization, 2002)[4]
เงื่อนไขทางสังคมที่ผู้หญิงและผู้ชายมีสิทธิและอำนาจเท่าเทียมกัน รวมถึงสถานะทางสังคม โอกาส และรางวัลต่าง ๆ ความเสมอภาคระหว่างเพศสามารถเกิดขึ้นได้เมื่อทั้งเพศชายและเพศหญิงสามารถเข้าถึงและใช้ทรัพยากร มีส่วนร่วมในชุมชน สังคม และพื้นที่ทางการเมือง และได้รับความปลอดภัยจากความรุนแรง เป้าหมายของความเสมอภาคระหว่างเพศคือให้ผู้หญิงและผู้ชายที่มีความต้องการแตกต่างกันได้รับประโยชน์เท่าเทียมกัน โดยหลีกเลี่ยงการปฏิบัติที่แตกต่างกันระหว่างเพศ (Hazel Reeves and Sally Baden, 2000)[5] อย่างไรก็ตาม หน่วยงาน European Commission’s Women’s Charter (2013)[6] ได้ขยายความหมายของความเสมอภาคระหว่างเพศ โดยครอบคลุมประเด็นในเรื่องของทางเลือกในชีวิตและการเป็นอิสระในทางเศรษฐกิจ การตระหนักถึงศักยภาพของเพศหญิง โอกาสของเพศหญิงในตลาดแรงงาน อาชีพที่มีคุณภาพมากขึ้นสำหรับเพศหญิง การให้โอกาสทั้งเพศหญิงและเพศชายในการใช้ชีวิต และประเด็นเรื่องสิทธิของบุคคล และต้องมีการปฏิบัติและมีโอกาสที่เท่าเทียม โดยมีเป้าหมายคือความเท่าเทียมกันทั้งในเชิงบทบาทและหน้าที่ (Hašková, 2003, pp.64-65[7] อ้างใน สาบันพระปกเกล้า, 2561[8])
Tessier, Plaza, Behrendt, Bonnet และ Guilbault (2013)[9] ได้เสนอว่าการเข้าถึงการป้องกันทางสังคม หรือ social protection นั้นสามารถยกระดับความเสมอภาคระหว่างเพศได้ เนื่องจากการป้องกันทางสังคมหรือระบบความมั่นคงของสังคมนั้นจะสามารถเสริมสร้างขีดความสามารถของเพศหญิงในทางเศรษฐกิจได้และมีความเสมอภาคระหว่างเพศมากขึ้น
ทั้งนี้ มิติที่สำคัญที่มีส่วนในการสร้างความเสมอภาคระหว่างเพศ คือ มิติทางการเมือง ซึ่งผู้หญิงหากได้เข้าไปมีส่วนร่วมทางการเมืองจะเป็นเสมือนกระบอกเสียงและมีบทบาทในการตัดสินใจในประเด็นที่ส่งกระทบต่อชีวิตและช่วยให้เกิดความหลากหลายในมุมมองทางการเมืองด้วย อย่างไรก็ดี เพื่อให้เกิดการผลในการตัดสินใจนั้น ๆ ต้องมีสัดส่วนของผู้หญิง 30% ในสภาถึงจะมากพอในการสร้างผลกระทบต่อกระบวนนิติบัญญัติได้ (Spectrum, 2023)[10] นอกจากนี้ ปัจจัยที่มีผลต่อความสำเร็จของความเสมอภาคระหว่างเพศ ประกอบด้วย การมีกฎระเบียบและสภาวะแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีองค์ความรู้ การให้การศึกษาอบรม การสร้างความตระหนัก การให้คำแนะนำให้เกิดความเข้าใจ ตระหนักและปฏิบัติได้ ตลอดจนโอกาสและการมีตัวแบบ (Role Model) ที่เหมาะสม (Bambah, Bindu & Devi, G.S., 2015)[11]
กฎหมาย อนุสัญญา และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องสำคัญต่อความเท่าเทียมกันทางเพศ[12]
| กฎหมาย อนุสัญญา และ
ข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง |
สรุปโดยสังเขป |
| อนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีในทุกรูปแบบConvention on the Elimination of all forms of Discrimination Against Women (CEDAW) (1979) | อนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีในทุกรูปแบบ เป็นข้อตกลงระหว่างประเทศที่กำหนดขึ้นโดยองค์การสหประชาชาติ (UN) เป็นเครื่องมือสำคัญในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของผู้หญิงทั่วโลก โดยมีวัตถุประสงค์หลักของ CEDAW คือการขจัดการเลือกปฏิบัติที่มีต่อผู้หญิงในทุกด้าน รวมถึงการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม โดยมีข้อกำหนดให้รัฐภาคีต้องดำเนินมาตรการที่จำเป็นเพื่อให้มั่นใจว่าผู้หญิงมีสิทธิและโอกาสเท่าเทียมกับผู้ชายในทุกด้านของชีวิตโดยมีการตรวจสอบและรายงานความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องจากรัฐภาคีที่เข้าร่วม |
| ปฏิญญาปักกิ่งและแผนปฏิบัติการ
Beijing Declaration and Platform for Action (1995) |
การรับรองปฏิญญาปักกิ่งและแผนปฏิบัติการ ในปี 1995 โดยมีประเด็นสำคัญที่น่ากังวล: ความยากจน การศึกษา และ การฝึกอบรม สุขภาพ ความรุนแรงต่อสตรี ติดอาวุธ ความขัดแย้ง เศรษฐกิจ อำนาจและการตัดสินใจ กลไกทางสถาบัน สิทธิมนุษยชนสื่อ สิ่งแวดล้อม และเด็กผู้หญิง |
| อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิคนพิการแห่งสหประชาชาติ Convention on the Rights of Persons with Disabilities (CRPD) (2006) | เป็นกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศที่ส่งเสริมพิทักษ์และรับรองให้คนพิการ ได้รับการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนเสรีภาพขั้นพื้นฐานและมีความเสมอภาคอย่างเต็มที่ พร้อมทั้งส่งเสริมการเคารพศักดิ์ศรีที่มีมาแต่กำเนิดของคนพิการโดยพิจารณาในมิติของเพศในทุกประเด็นด้วย อนุสัญญาฉบับนี้ยังเป็นอนุสัญญาฉบับแรก ที่ครอบคลุมประเด็นเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนของคนพิการ ไม่เฉพาะด้านพลเมืองเท่านั้น แต่รวมถึงเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และชีวิตครอบครัวอีกด้วย |
| ปฏิญญาการศึกษาอินชอน 2030
The Education 2030: Incheon Declaration and Framework for Action |
เป็นปฏิญญาที่ส่งเสริมสิทธิที่เท่าเทียมกันในการศึกษาที่มีคุณภาพสำหรับเด็กผู้หญิงทุกคน รวมถึงส่งเสริมศักยภาพของเด็กผู้หญิงทั้งในด้านสังคม เศรษฐกิจ และการเมืองด้วย |
หมายเหตุ สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ UNICEF Regional Office for South Asia (2017)[13]
สำหรับประเทศไทยมีการกำหนดกฎหมายและข้อกำหนดต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิสตรีและความเท่าเทียมกันทางเพศ ดังตัวอย่างต่อไปนี้
| กฎหมาย อนุสัญญา และ
ข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง |
สรุปโดยสังเขป |
| รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560[14] | มาตรา 27 ระบุว่า บุคคลย่อมเสมอภาคกันในกฎหมาย การเลือกปฏิบัติต่อบุคคลเพราะเหตุแห่งความแตกต่างในถิ่นกำเนิด เชื้อชาติ ภาษา เพศ อายุ ความพิการ สถานะทางเศรษฐกิจหรือสังคม ความเชื่อทางศาสนา การศึกษาอบรม หรือความคิดเห็นทางการเมืองอันไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ จะกระทำมิได้
|
| พระราชบัญญัติความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ. 2558 | กฎหมายฉบับนี้มุ่งเน้นการป้องกันและแก้ไขการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ และกำหนดบทลงโทษสำหรับการกระทำที่เป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม |
| พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 | กำหนดให้แรงงานหญิงมีสิทธิเท่าเทียมกับแรงงานชาย รวมถึงการคุ้มครองในการทำงาน เช่น สิทธิในการลาคลอด การได้รับค่าจ้างเท่าเทียม และการคุ้มครองจากการถูกแสวงหาประโยชน์ทางเพศ |
| นโยบายการศึกษาที่ส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศ | การให้โอกาสที่เท่าเทียมในการเข้าถึงการศึกษาและการพัฒนาศักยภาพทางการศึกษาของทั้งเด็กชายและเด็กหญิง |
| การส่งเสริมความเท่าเทียมในที่ทำงาน | การส่งเสริมให้สถานประกอบการปฏิบัติตามกฎหมายและมาตรฐานเกี่ยวกับความเท่าเทียมทางเพศ รวมถึงการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เป็นธรรมและไม่เลือกปฏิบัติ |
สถานการณ์ความเสมอภาคในมิติทางเพศของประเทศต่างๆ
สถานการณ์ความเสมอภาคทางเพศทั่วโลกในปี 2024 ยังคงเป็นเรื่องที่มีความหลากหลายตามแต่ละประเทศและภูมิภาค โดยมีความคืบหน้าและความท้าทายที่แตกต่างกันไป จากข้อมูลของ UN Women (2024)[15] พบว่า มีหลายมิติที่ยังไม่มีความเสมอภาค ได้แก่ มิติความยากจนและโอกาสทางเศรษฐกิจ โดยคาดว่าในปี 2030 เด็กหญิงกว่า 340 ล้านคนที่ยังคงอยู่ในภาวะยากจนขั้นรุนแรง ซึ่งต้องการการแทรกแซงทางสังคมและเศรษฐกิจเพื่อให้มีโอกาสหลุดพ้นจากความยากจน มิติความไม่เท่าเทียมในสถานที่ทำงาน ผู้หญิงเข้าร่วมในแรงงานน้อยกว่าผู้ชายอย่างมาก ส่งผลให้รายได้ของผู้หญิงยังต่ำกว่าผู้ชายมาก มิติการทำงานบ้านที่ไม่ได้รับค่าจ้าง ผู้หญิงยังคงใช้เวลามากกว่าผู้ชายในการทำงานบ้านที่ไม่ได้รับค่าจ้าง ซึ่งจำกัดโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาและการจ้างงาน และ มิติการเมืองและความเป็นผู้นำ พบว่า ผู้หญิงมีส่วนร่วมในตำแหน่งผู้นำน้อย โดยมีเพียง 27% ของที่นั่งในรัฐสภาและ 28% ของตำแหน่งผู้บริหารที่มีผู้หญิงครองอยู่ ซึ่งส่งผลให้มุมมองที่หลากหลายขาดหายไปในกระบวนการตัดสินใจ เป็นต้น
นอกจากนี้ ยังมีรายงานที่นำเสนอข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับความเสมอภาคทางเพศทั่วโลก เช่น
1) Global Gender Gap Report 2023 โดย World Economic Forum (2023)[16] ได้วัดความเสมอภาคทางเพศใน 4 มิติหลัก ได้แก่ การมีส่วนร่วมทางเศรษฐกิจและโอกาส การศึกษาระดับปริญญา สุขภาพและการอยู่รอด และการมีอำนาจทางการเมือง รายงานระบุว่าในปี 2023 ยังคงต้องใช้เวลาอีก 131 ปีเพื่อปิดช่องว่างทางเพศทั่วโลก สแกนดิเนเวียและยุโรปตอนเหนือยังคงเป็นผู้นำในด้านนี้ โดยไอซ์แลนด์อยู่ในอันดับสูงสุดตามมาด้วยนอร์เวย์และฟินแลนด์
2) Gender Inequality Index (GII) ของ United Nations Development Program (2023)[17] วัดความไม่เสมอภาคทางเพศใน 3 มิติหลัก ได้แก่ สุขภาพการสืบพันธุ์ การมีอำนาจ และตลาดแรงงาน ประเทศที่มีค่า GII ต่ำบ่งชี้ถึงความไม่เสมอภาคที่ต่ำ โดยประเทศในยุโรปเหนือและตะวันตกมักมีค่า GII ต่ำ ในขณะที่หลายประเทศในแอฟริกาและเอเชียใต้มีค่า GII สูง
3) Gender Equality Index 2024 ของ European Institute for Gender Equality (EIGE) เน้นการประเมินความเสมอภาคทางเพศในประเทศ โดยใช้ดัชนีที่ครอบคลุมด้านการทำงาน เงิน ความรู้ เวลา พลังงาน และสุขภาพ ในปี 2024 ประเทศที่มีคะแนนสูงสุดในด้านความเสมอภาคทางเพศใน EU ได้แก่ สวีเดน เดนมาร์ก และฟินแลนด์
สำหรับประเทศไทย Global Gender Gap Index 2024 ได้รายงานล่าสุด โดยเน้นย้ำถึงความก้าวหน้าและความท้าทายหลายประการ ดังนี้
1) อันดับโดยรวม: ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 74 จาก 146 ประเทศ พัฒนาขึ้นจากปีก่อนๆ (Thai PBS World)[18]
2) ความสำเร็จทางการศึกษา: ประเทศไทยมีความก้าวหน้าอย่างมากในด้านความเท่าเทียมทางเพศในด้านการศึกษา ซึ่งปัจจุบันอยู่ในอันดับที่ 61 ในหมวดนี้ เพิ่มขึ้นจากอันดับที่ 92 ในปีที่แล้ว การปรับปรุงนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเท่าเทียมกันที่ดีขึ้นในการลงทะเบียนเรียนระดับมัธยมศึกษาและผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาโดยรวม (Thai PBS World)[19]
3) การมีส่วนร่วมและโอกาสทางเศรษฐกิจ: แม้ว่ารายงานจะไม่ได้ให้รายละเอียดเฉพาะสำหรับประเทศไทยในมิตินี้ แต่โดยทั่วไปแล้ว รายงานบ่งชี้ว่าความเท่าเทียมกันทางเพศทางเศรษฐกิจยังคงเป็นความท้าทายทั่วโลก โดยจะมีการปรับปรุงอย่างค่อยเป็นค่อยไปเมื่อเวลาผ่านไป (World Economic Forum)[20]
4) สุขภาพและการอยู่รอด: ประเทศไทยก็เหมือนกับหลายประเทศที่แสดงให้เห็นความเท่าเทียมกันในดัชนีย่อยนี้ อย่างไรก็ตาม การจัดอันดับและคะแนนที่เฉพาะเจาะจงไม่ได้ให้รายละเอียดในแหล่งข้อมูลที่ได้รับการตรวจสอบ (World Economic Forum)[21]
5) การเสริมอำนาจทางการเมือง: พื้นที่นี้ยังคงเป็นความท้าทายที่สำคัญทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยที่ยังคงมีช่องว่างทางเพศในการเป็นตัวแทนและการมีส่วนร่วมทางการเมือง คะแนนเฉลี่ยทั่วโลกสำหรับการเสริมอำนาจทางการเมืองนั้นต่ำที่สุดในสี่มิติ ซึ่งสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงที่ช้า (World Economic Forum)[22]
สรุปแล้ว ความไม่เท่าเทียมทางเพศยังคงเป็นปัญหาทั่วโลกที่ต้องการการแก้ไขอย่างเร่งด่วนในทุกมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และการเมือง เพื่อสร้างสังคมที่เท่าเทียมและยุติธรรมยิ่งขึ้นสำหรับทุกคน สำหรับประเทศไทยเอง แม้ว่าความก้าวหน้าด้านการศึกษาของประเทศไทยมีความโดดเด่น แต่ยังคงมีมิติอื่น ๆ ที่ต้องได้รับการพัฒนา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการเพิ่มอำนาจทางการเมืองและการมีส่วนร่วมทางเศรษฐกิจ เพื่อให้บรรลุถึงความเท่าเทียมทางเพศโดยสมบูรณ์
อ้างอิง
[1] United Nations. (2020). Gender Equality: Why it matters. Retrieved from https://www.un.org/sustainabledevelopment/gender-equality/
[2] European Institute for Gender Equality (EIGE). (2022). Gender Equality Index 2022. Retrieved from https://eige.europa.eu/gender-equality-index/2022
[3] UNICEF Regional Office for South Asia. (2017). Gender Equality: Glossary of Terms and Concepts. Retrieved from https://www.unicef.org/rosa/media/1761/file/Genderglossarytermsandconcepts.pdf.
[4] World Health Organization. (2002). Integrating gender perspectives in the work of WHO : WHO gender policy. World Health Organization. https://iris.who.int/handle/10665/67649.
[5] Reeves, H. and Baden, S. (2000). Gender and Development: Concepts and Definitions. Brighton: Institute of Development Studies.
[6] European Institute for Gender Equality.(2013). Gender equality index report. Germany: European Institute for Gender Equality.
[7] Hašková, H. et al. (2003). Women’s Civic and Political Participation in the Czech Republic and the Role of European Union Gender Equality and Accession Policies. Czech: Institute of Sociology, Academy of Sciences of the Czech.
[8] สถาบันพระปกเกล้า. (2561). เสมอภาคสร้างได้ (การจัดทำงบประมาณที่คำนึงถึงมิติชายหญิง Gender responsive budgeting : GRB). กรุงเทพมหานคร: สถาบันพระปกเกล้า.
[9] Tessier, L. et al. (2013). Social Protection Floors and gender equality: A brief overview. Geneva: International Labour Organization.
[10] Spectrum, 2023. GENDER QUOTA เพิ่ม ‘ที่’ ให้เพศหลากหลายในสภา. April 19, 2023. Retrieved from https://spectrumth.com/gender-quota/
[11] Bambah, Bindu & Devi, G.S. (2015). Factors Affecting Gender Inequality in the Sciences: A Case Study of Women Scientists in The Indian University System. Retrieved from https://www.researchgate.net/publication/283495539
[12] UNICEF Regional Office for South Asia. (2017). Gender Equality: Glossary of Terms and Concepts. Retrieved from https://www.unicef.org/rosa/media/1761/file/Genderglossarytermsandconcepts.pdf.
[13] Ibid
[14] รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560
[15] UN Women.(2024). The 11 biggest hurdles for women’s equality by 2030. Retrieved from https://www.unwomen.org/en/news-stories/feature-story/2023/09/the-11-biggest-hurdles-for-womens-equality-by-2030.
[16] World Economic Forum. (2023). Global Gender Gap Report 2023. Retrieved from https://www.weforum.org/publications/global-gender-gap-report-2023/.
[17] Humen Development Report: Gender Inequality Index (GII). Retrieved from https://hdr.undp.org/data-center/thematic-composite-indices/gender-inequality-index#/indicies/GII.
[18] Thai PBS World. (2023). Global gender gap index reports rise in Thailand’s educational attainment. Retrieved from https://www.thaipbsworld.com/global-gender-gap-index-reports-rise-in-thailands-educational-attainment/
[19] Ibid.
[20] World Economic Forum. (2024). Global Gender Gap Report 2024. Retrieved from https://www.weforum.org/publications/global-gender-gap-report-2024/
[21] World Economic Forum. (2024). Benchmarking gender gaps, 2024. Retrieved from https://www.weforum.org/publications/global-gender-gap-report-2024/in-full/benchmarking-gender-gaps-2024-2e5f5cd886/
[22] Ibid.






