ศักดินาสยาม
ผู้เรียบเรียง : รองศาสตราจารย์ ดร.นิยม รัฐอมฤต
ผู้ทรงคุณวุฒิประจำบทความ : ศาสตราจารย์พิเศษ นรนิติ เศรษฐบุตร
ศักดินาสยาม
ศักดินาสยาม คือระบบการจัดลำดับชั้นของบุคคลในสังคมไทยยุคสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ที่ปรากฏขึ้นในสมัยอยุธยาตอนต้นช่วงรัชกาลพระบรมไตรโลกนาถ (พ.ศ. 1991-2031) ถึงสมัยเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ซึ่งแตกต่างจากระบบศักดินาของฝรั่ง (feudalism) ที่อุบัติขึ้นในยุคกลางของยุโรป (พ.ศ. 1599 – พ.ศ. 2018 ) ที่กษัตริย์มีอำนาจน้อย ขุนนางมีอำนาจมากและมีความเป็นอิสระสูงในทางปกครองตัวเอง เป็นระบบความสัมพันธ์ทางการเมืองและทางสังคมระหว่างกษัตริย์ กับขุนนาง (kings and lords) และความสัมพันธ์ทางสังคมระหว่างขุนนางกับไพร่ติดที่ (lords and vasals) กล่าวคือขุนนางถือครองที่ดินที่ได้รับพระราชทานจากกษัตริย์เป็นการแลกเปลี่ยนกับความจงรักภักดีและภาระหน้าที่ด้านการทหารที่ขุนนางจะถวายให้แก่กษัตริย์ ในขณะที่ไพร่ติดที่ซึ่งเป็นผู้เช่าที่ดินของขุนนางและได้รับความคุ้มครองความปลอดภัยจากขุนนาง มีภาระหน้าที่ต้องอยู่อาศัยบนที่ดินของขุนนางและต้องให้ความเคารพนับถือ แรงงาน และส่วนแบ่งในผลผลิตแก่ขุนนางเป็นการตอบแทน
การจัดลำดับสถานะของบุคคลในสังคมไทยในอดีตใช้จำนวนศักดินาเป็นเกณฑ์ในการจัดแบ่งฐานะ โดยถือตัวเลขหลัก หน่วย สิบ ร้อย พัน หมื่น แสน เป็นเกณฑ์กำหนดฐานะสูงต่ำของบุคคลในสังคม บุคคลที่มีฐานะลำดับสูงสุด ศักดินา100,000 คือมหาอุปราช ลำดับรองลงมา เช่น ศักดินา 10,000ได้แก่ขุนนางชั้นสูง เช่น เสนาบดี เจ้าเมืองของเมืองชั้นเอกหรือเมืองชั้นโท แล้วลดหลั่นกันลงมาถึงศักดินา 400 เป็นขุนนางชั้นต่ำสุด ศักดินาน้อยกว่านี้ไม่ถือว่าเป็นขุนนาง เป็นเพียงข้าราชการที่ทำหน้าที่ต่าง ๆ โดยมีศักดินาลดหลั่นกันลงไปถึงศักดินา 30 สำหรับหัวสิบ ศักดินา 25 สำหรับไพร่หัวงาน ศักดินา 10 สำหรับไพร่เลว และศักดินาต่ำสุดคือ 5 สำหรับยาจกวณิพก ทาส ลูกทาส
มีประเด็นที่ถกเถียงกันในหมู่นักประวัติศาสตร์ว่า ศักดินามีหน่วยเป็น “ไร่” หรือไม่ ปรากฏว่ามีนักประวัติศาสตร์ชื่อดังบางท่านใช้หน่วยเป็น “ไร่” เช่น สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ จิตร ภูมิศักดิ์ แต่ในพระราชพงศาวดารฉบับพระหัตถเลขา กล่าวถึงศักดินาโดยระบุเพียงตัวเลข ไม่ระบุหน่วยเป็น “ไร่” แต่อย่างใด
ส่วนประเด็นว่าบุคคลแต่ละคนมีศักดินาเท่าใด มีกฎหมายระบุสถานะไว้เป็นแบบแผน โดยจัดทำเป็นทำเนียบหรือบัญชีศักดินาปรากฏในกฎหมายที่เรียกว่า “พระไอยการตำแหน่งนาพลเรือน” และ “พระไอยการนาตำแหน่งทหารหัวเมือง” ซึ่งเชื่อกันว่าประกาศใช้ในสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถแห่งกรุงศรีอยุธยาและชำระในสมัยรัชกาลที่ 1 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ประกอบด้วย 1. ทำเนียบศักดินาพระบรมวงศานุวงศ์ 2. ทำเนียบศักดินาข้าราชการฝ่ายใน 3. ทำเนียบขุนนางฝ่ายพลเรือน 4 . ทำเนียบตำแหน่งขุนนางฝ่ายทหาร 5. ทำเนียบศักดินาตามยศของขุนนาง 6. ทำเนียบศักดินาภิกษุสงฆ์และนักบวช 7. ทำเนียบศักดินาไพร่และทาส
ทำเนียบศักดินาพระบรมวงศานุวงศ์
| พระยศ / ตำแหน่ง | ทรงกรม/ ศักดินา | ไม่ทรงกรม/ ศักดินา |
| พระมหาอุปราช (สมเด็จพระอนุชาธิราช สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ) | 100,000 | - |
| สมเด็จพระอนุชา (เจ้าฟ้า) | 50,000 | 20,000 |
| สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ (เจ้าฟ้า) | 40,000 | 15,000 |
| พระอนุชา (พระองค์เจ้า) | 15,000 | 7,000 |
| พระเจ้าลูกเธอ (พระองค์เจ้า) | 15,000 | 6,000 |
| สมเด็จพระเจ้าหลานเธอ | 12,000 | 6,000 |
| พระเจ้าหลานเธอ | 11,000 | 4,000 |
| พระยศ/ ตำแหน่ง | ศักดินา |
| หม่อมเจ้า | 2,500 |
| หม่อมราชวงศ์ | 500 |
ทำเนียบศักดินาข้าราชการฝ่ายใน
| ตำแหน่ง | ศักดินา |
| สมเด็จพระพี่เลี้ยง (ท้าววรจันทร์)
นางเท้าสนมเอกทั้ง 4 (ท้าวอินทรสุเรนทร์ ท้าวศรีสุดาจันทร์ ท้าวอินทรเทวี ท้าวศรีจุฬาลักษณ์) แม่เจ้า แม่นาง นักพฤฒิชรา ฉลองพระโอษฐ์ทั้ง 4 (ท้าวสมศักดิ์ ท้าวโสภา ท้าวศรีสัจจา ท้าวอินทรสุริยา) |
1,000 |
| นางพระสนม นางพระกำนัล | 800 |
| นางกำนัลแต่งเครื่องวิเศษ (ทำเครื่องเสวย) | 800 |
| พระสนม พระพี่เลี้ยง (พระอนุชา พระราชกุมาร พระราชบุตรี) | 400 |
| พระสนม พระพี่เลี้ยง (ราชบุตร ราชนัดดา) | 200 |
| สาวใช้ต่างกรม | 100 |
ทำเนียบศักดินาขุนนางฝ่ายพลเรือน
| ยศ | ราชทินนาม | บรรดาศักดิ์/ ตำแหน่ง | ศักดินา |
| เจ้าพระยา | จักรีศรีองครักษ์ | อัครมหาเสนาบดีว่าที่สมุหนายก | 10,000 |
| พระยา | ยมราช | เสนาบดีกรมพระนครบาล (เวียง) | 10,000 |
| พระยา | ธรรมาธิบดี | เสนาบดีกรมพระธรรมาธิกรณ์ (วัง) | 10,000 |
| พระยา | ศรีธรรมาธิราช | เสนาบดีกรมพระโกษาธิบดี (คลัง) | 10,000 |
| พระยา | พลเทพ | เสนาบดีกรมพระเกษตราธิบดี (นา) | 10,000 |
| พระยา | พระเสด็จสุเรนทราธิบดี | เสนาบดีหรือกรมธรรมการ | 10,000 |
| พระมหาราชครู | พระครูมหิธร | กรมฝ่ายพระราชพิธี (พราหมณ์โหร) | 10,000 |
| พระมหาราชครู | พระราชครู | ว่าการฝ่ายที่ปรึกษา | 10,000 |
| ปุโรหิตาจารย์ | - | พราหมณ์ปุโรหิต (กฎหมาย) | 10,000 |
ทำเนียบศักดินาขุนนางฝ่ายทหาร
| ยศ | ราชทินนาม | บรรดาศักดิ์/ ตำแหน่ง | ศักดินา |
| เจ้าพระยา | เสนาบดี | อัครมหาเสนาบดีว่าที่สมุหพระกลาโหม | 10,000 |
| พระยา | สิงหราชเดโชชัย | เสนาบดีประจำกรุง | 10,000 |
| พระยา | ท้ายน้ำ | เสนาบดีประจำกรุง | 10,000 |
| เจ้าพระยา | สุรสีห์ | เจ้าเมืองกินเมืองพิษณุโลก (เมืองเอก) | 10,000 |
| เจ้าพระยา | ศรีธรรมราช | เจ้าเมืองกินเมืองนครศรีธรรมราช (เมืองเอก) | 10,000 |
| พระยา | เกษมสงคราม | เจ้าเมืองกินเมืองสวรรคโลก (เมืองโท) | 10,000 |
| พระยา | รามรณรงค์ | เจ้าเมืองกินเมืองกำแพงเพชร (เมืองโท) | 10,000 |
| พระยา | ศรีธรรมโศกราช | เจ้าเมืองกินเมืองสุโขทัย (เมืองโท) | 10,000 |
| พระยา | เพชรรัตนสงคราม | เจ้าเมืองกินเมืองเพชรบูรณ์ (เมืองโท) | 10,000 |
| พระยา | กำแหงสงคราม | เจ้าเมืองกินเมืองนครราชสีมา (เมืองโท) | 10,000 |
| พระยา | ไชยาธิบดี | เจ้าเมืองกินเมืองตะนาวศรี (เมืองโท) | 10,000 |
ทำเนียบศักดินาตามยศของขุนนาง
| ยศ | ศักดินา |
| สมเด็จเจ้าพระยา | 30,000 |
| เจ้าพระยา | 10,000 |
| พระยา | 1,000 – 10,000 |
| พระ | 1,000 – 5,000 |
| หลวง | 800 – 3,000 |
| ขุน | 200 – 1,000 |
| หมื่น | 200 - 800 |
| พัน | 100 – 400 |
| ช่างเลว | 30 - 100 |
,
ทำเนียบศักดินาภิกษุสงฆ์และนักบวช
| สถานภาพพระสงฆ์/นักบวช | เสมอนา (ศักดินา) |
| พระครูรู้ธรรม | 2,400 |
| พระครูไม่รู้ธรรม | 1,000 |
| พระภิกษุรู้ธรรม | 600 |
| พระภิกษุไม่รู้ธรรม | 400 |
| สามเณรรู้ธรรม | 300 |
| สามเณรไม่รู้ธรรม | 200 |
| พราหมณ์รู้ศิลปศาสตร์ | 400 |
| พราหมณ์มัธยม | 200 |
| ตาปะข้าวรู้ธรรม | 200 |
| ตาปะข้าวไม่รู้ธรรม | 100 |
ทำเนียบศักดินาไพร่และทาส
| ชนิดไพร่/ทาส | ลักษณะงาน | ศักดินา |
| ไพร่หัวงาน | รับใช้ราชการ งานเจ้าขุนมูลนาย | 25 |
| ไพร่มีครัว | พวกครัวอพยพ | 20 |
| ไพร่ราบ | ไพร่ทั่วไปที่ถูกเกณฑ์ | 15 |
| ไพร่เลว | ไพร่ชั้นต่ำ | 10 |
| ยาจก | ยากจนอดมื้อกินมื้อ | 5 |
| วณิพก | ขอทาน | 5 |
| ทาส ลูกทาส | ต่ำสุดในสังคม | 5 |
แหล่งข้อมูล.. ศิริพร สุเมธารัตน์ ประวัติศาสตร์ไทยสมัยสมบูรณาญาสิทธิราชย์ กรุงเทพฯ โอเดียนสโตร์ 2553
ความสำคัญของตัวเลขศักดินาสยาม ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช เห็นว่าเป็นเพียงการระบุให้ทราบถึงสิทธิและหน้าที่ของคนในสังคมเท่านั้น โดยใช้จำนวนที่นาเป็นมาตรระบุค่าของคน มิใช่เป็นกรรมสิทธิ์ในการถือครองที่ดิน ขจร สุขพานิช เสริมว่าเป็นตัวเลขที่กำหนดไว้เพื่อใช้ประโยชน์ในการปรับไหมกรณีบุคคลกระทำความผิด กล่าวคือในสังคมไทยบุคคลกระทำผิดอย่างเดียวกัน การลงโทษจะหนักเบาต่างกันตามศักดินาที่ครอง
ข้อสังเกต โครงสร้างและองค์ประกอบของสังคมไทยในอดีต เป็นแบบปีระมิด ที่ประกอบด้วย 4 ชนชั้นที่มีสถานะสูง-ต่ำไม่เท่าเทียมกัน ได้แก่ เจ้า ขุนนาง พระ และไพร่กับทาส โดยในแต่ละชนชั้นก็ยังมีการจัดลำดับสูง-ต่ำแบบปีระมิดอีกด้วย อาจกล่าวได้ว่าเป็นแนวคิดที่ตรงกันข้ามกับประชาธิปไตย ที่เน้นความเสมอเท่าเทียมกัน ดังนั้น เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองใน พ.ศ. 2475 ระบบศักดินาของไทยจึงถุกยกเลิกไปเพื่อให้สอดคล้องกับยุคสมัย
เอกสารอ้างอิง
คึกฤทธิ์ ปราโมช, ม.ร.ว. ฝรั่งศักดินา กรุงเทพฯ ก้าวหน้าการพิมพ์ 2516
นิยม รัฐอมฤต การปกครองส่วนภูมิภาค กรุงเทพฯ มหาวิทยาลัยรามคำแหง 2520
ราชบัณฑิตยสภา สารานุกรมการเมืองการปกครองไทย เล่ม 2 กรุงเทพฯ สำนักพิมพ์คณะรัฐมนตรีและราชกิจจานุเบกษา 2567
ศิริพร สุเมธารัตน์ ประวัติศาสตร์ไทยสมัยสมบูรณาญาสิทธิราชย์ กรุงเทพฯ โอเดียนสโตร์ 2553






