บ้านจันทร์ส่องหล้า
ผู้เรียบเรียง : ดร.นันทพัทธ์ ชัยโฆษิตภิรมย์
ผู้ทรงคุณวุฒิประจำบทความ : ดร.สติธร ธนานิธิโชติ
ความหมาย และที่มาของบ้านจันทร์ส่องหล้า
บ้านจันทร์ส่องหล้า คือ ชื่อที่ใช้เรียกบ้านพักส่วนตัวของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และครอบครัว[1] โดยในที่นี้อาจพิจารณาได้ว่ามีความหมายใน 2 นัย ได้แก่
นัยแรก ความหมายในเชิงกายภาพ กล่าวคือ บ้านจันทร์ส่องหล้าหมายถึงบ้านพักส่วนตัวของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กับคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร ตั้งแต่สมัยยังไม่ได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จนมาถึงใช้ในการรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 23 ของไทย ซึ่งตั้งอยู่ที่บ้านเลขที่ 440 ซอยจรัญสนิทวงศ์ 69 แขวงบางพลัด เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร[2] โดยตัวบ้านมีลักษณะเป็นคฤหาสน์ขนาดใหญ่ ล้อมรอบด้วยกำแพงสีขาวมุก มีประตูทางเข้าออก 2 ทาง และยังมีบ้านพักแยกอีก 1 หลัง ตั้งอยู่บริเวณใกล้เคียงกัน เพื่อใช้เป็นสถานที่จอดรถ และสถานที่พักรอของสื่อมวลชน ตำรวจ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ซึ่งล้อมรอบด้วยกำแพงสีน้ำตาล[3]
นัยที่สอง ความหมายในเชิงการเมือง กล่าวคือ บ้านจันทร์ส่องหล้าหมายถึงชื่อเรียกกลุ่มสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคไทยรักไทย ที่มีความใกล้ชิด หรือสังกัดโดยตรงต่อนายทักษิณ ชินวัตร ซึ่งถือเป็น “กลุ่ม” หรือ “มุ้ง” ทางการเมืองที่สำคัญของพรรคไทยรักไทยในอดีต[4] ขณะเดียวกันก็ถือเป็น "เซฟเฮ้าส์" หรือสถานที่หลักของนายทักษิณ และนักการเมืองในกลุ่ม "จันทร์ส่องหล้า" ที่ใช้นัดพบ และพูดคุย สำหรับกำหนดทิศทางของการเมืองไทยในช่วงเวลาดังกล่าวด้วย[5]
บ้านจันทร์ส่องหล้าในฐานะศูนย์กลางอำนาจของการเมืองไทย
ในช่วงสมัยที่พรรคไทยรักไทยภายใต้การนำของนายทักษิณ ชินวัตร ยังคงเรืองอำนาจอยู่ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2544 จนถึงก่อนการรัฐประหารปี พ.ศ. 2549 นั้น นอกจาก “บ้านจันทร์ส่องหล้า” จะเป็นชื่อเรียกขานของกลุ่มสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มีความใกล้ชิดกับนายทักษิณ และคุณหญิงพจมาน รวมทั้งเป็นสถานที่ใช้ปรึกษาหารือพูดคุยของกลุ่มดังกล่าวแล้ว บ้านจันทร์ส่องหล้ายังถูกใช้เป็นสถานที่รับรองนักการเมืองกลุ่มต่าง ๆ ของพรรคด้วยเช่นกัน ดังในวันที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2548 คุณหญิงพจมานได้มีการเปิดบ้าน เพื่อเลี้ยงอาหารค่ำให้กับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหญิงของพรรคไทยรักไทย ในโอกาสสมัยปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎร เช่น นางปวีณา หงสกุล นางรฏาวัญ วงศ์ศรีวงศ์ (ชื่อเดิม ลดาวัลลิ์) นางกรุณา ชิดชอบ ภรรยานายเนวิน ชิดชอบ และนางผณินทรา ภัคเกษม เป็นต้น โดยช่วงเวลาดังกล่าวเป็นสมัยที่ 2 ของรัฐบาลไทยรักไทย ภายหลังการเลือกตั้งในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2548 ซึ่งถือเป็นการชนะการเลือกตั้งอย่างถล่มทลาย หรือแลนสไลด์ จนสามารถจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียวได้สำเร็จ ทั้งนี้ พรรคไทยรักไทยสามารถชนะการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตได้ถึง 310 ที่นั่งจาก 400 ที่นั่ง และมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อถึง 67 ที่นั่งจาก 100 ที่นั่ง[6]
ขณะเดียวกัน นอกจากบ้านจันทร์ส่องหล้าจะเป็นสถานที่ที่มีบทบาทสะท้อนถึงการเป็นศูนย์กลางอำนาจทางการเมืองไทยแล้ว ก็ยังสะท้อนให้เห็นถึงการเป็นสถานที่รับรองผู้นำต่างประเทศในเวทีระดับนานาชาติด้วย ดังเช่น การใช้บ้านเป็นสถานที่รับรอง นายจอร์จ ดับเบิลยู บุช อดีตประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา คนที่ 41 และนายบิล คลินตัน อดีตประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา คนที่ 42 ในการมาเยือนประเทศไทยในช่วงที่ประสบกับภัยพิบัติสึนามิ เมื่อปี พ.ศ. 2547 เป็นต้น[7]
อย่างไรก็ตาม บ้านจันทร์ส่องหล้าในฐานะที่เป็นศูนย์กลางอำนาจทางการเมืองไทยในช่วงเวลาที่พรรคไทยรักไทยยังคงมีบทบาทสำคัญอยู่นั้น ก็ต้องเผชิญกับเเรงเสียดทานทางการเมือง หรือกลายเป็นเป้าโจมตีทางการเมือง ที่เป็นแรงปะทะโดยตรงต่อเจ้าของบ้านอย่างนายทักษิณด้วยเช่นเดียวกัน ดังเช่น
เหตุการณ์แรก ในวันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2548 มีกลุ่มผู้ชุมนุมคัดค้านการแปรรูปการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จำนวนประมาณ 500 คนได้เดินเท้าจากสวนลุมพินี หลังจากรับฟังรายการเมืองไทยรายสัปดาห์สัญจรครั้งที่ 13 ที่จัดโดยนายสนธิ ลิ้มทองกุล มายังบ้านจันทร์ส่องหล้า เพื่อเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีชี้แจงกรณีการขายหุ้น กฟผ. และขอให้หยุดนโยบายแปรรูป กฟผ. ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวทางกลุ่มผู้ชุมนุมมีการปะทะกับเจ้าหน้าที่เล็กน้อย แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ[8]
เหตุการณ์ที่สอง ในวันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2549 มีการพบรถต้องสงสัยที่มีระเบิดซีโฟร์ หรือที่เรียกกันว่า “คาร์บอมบ์” จอดอยู่ที่เลนขวาใต้สะพานตรงข้ามแยกมุ่งหน้าไปยังสะพานกรุงธน ก่อนถึงแยกบางพลัดประมาณ 300 เมตร ซึ่งห่างจากบ้านจันทน์ส่องหล้าไปไม่ถึง 1 กิโลเมตร ซึ่งคาดการณ์กันว่าอาจเป็นความพยายามลอบสังหารนายทักษิณ เนื่องจากเป็นจุดที่ใช้เดินทางในทุกเช้า จนกลายเป็นกระแสข่าวในช่วงเวลานั้นเป็นอย่างมาก[9]
เหตุการณ์ที่สาม ในวันที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566 มีกลุ่มคนเสื้อหลากสีเดินทางไปยังบริเวณหน้าบ้านจันทร์ส่องหล้า พร้อมติดตั้งโทรโข่ง เพื่อปราศรัยคัดค้านร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแบบเหมาเข่ง และโจมตีตระกูลชินวัตร ในสมัยที่นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอยู่[10]
จากเหตุการณ์ที่บ้านจันทร์ส่องหล้ากลายเป็นเป้าโจมตีในทางการเมืองดังตัวอย่างข้างต้น ย่อมสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของบ้านในฐานะที่เป็นสัญลักษณ์ศูนย์กลางอำนาจของนายทักษิณ และตระกูลชินวัตรได้เป็นอย่างดี ถึงแม้ว่าจะเป็นช่วงที่นายทักษิณไม่ได้อยู่ในประเทศขณะนั้นก็ตาม
ความเคลื่อนไหวของบ้านจันทร์ส่องหล้าในการเมืองไทยยุคปัจจุบัน
ภายหลังจากที่นายทักษิณต้องลี้ภัยทางการเมืองหลังการรัฐประหารในปี พ.ศ. 2549 นั้น นายทักษิณได้เคยกลับมาพักอาศัยอยู่ที่บ้านจันทร์ส่องหล้าอีกครั้ง โดยใช้เป็นสถานที่ฉลองวันเกิดปีที่ 59 ของนายทักษิณ เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2551 พร้อมกับสมาชิกในครอบครัว ก่อนที่จะต้องเดินทางออกนอกประเทศเป็นครั้งที่ 2 และต้องใช้ชีวิตในต่างประเทศนานถึงกว่า 15 ปี[11] จนกระทั่งได้เดินทางกลับมายังประเทศไทยในปี พ.ศ. 2566 เพื่อรับโทษตามกฎหมาย ซึ่งถูกนำตัวเข้าพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจ เมื่อเข้าเรือนจำในวันแรก ต่อมาในปลายปี พ.ศ. 2566 ทางกรมราชทัณฑ์ได้ออกระเบียบกรมราชทัณฑ์ ว่าด้วยการดำเนินการสำหรับการคุมขังในสถานที่คุมขัง พ.ศ. 2566 ซึ่งระบุให้ “บ้าน” สามารถเป็นสถานที่คุมขังได้ จึงทำให้เมื่อนายทักษิณได้รับการปล่อยตัวพักโทษ เนื่องจากมีคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่กำหนด คือ อายุมากกว่า 70 ปีขึ้นไป เจ็บป่วยเรื้อรัง และรับโทษมาแล้วก่อนหน้านี้ 1 ใน 3 หรือ 6 เดือน (180 วัน) ซึ่งครบกำหนดในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567 จึงทำให้นายทักษิณสามารถกลับมาพักโทษอาศัยอยู่ที่บ้านจันทร์ส่องหล้าได้อีกครั้ง อันเปรียบเสมือนเป็นที่ควบคุมตัวชั่วคราว[12]
ทั้งนี้ เมื่อนายทักษิณกลับมาพักอาศัยที่บ้านอีกครั้ง ก็ดูเหมือนว่าบ้านจันทร์ส่องหล้าจะกลายเป็นศูนย์กลางอำนาจทางการเมืองไทยในปัจจุบันอีกครั้งเช่นกัน ทั้งจากการใช้เป็นสถานที่รับรองสมเด็จฮุน เซน อดีตนายกรัฐมนตรีของประเทศกัมพูชา และเป็นประธานวุฒิสภาคนปัจจุบัน เมื่อครั้งเดินทางมาเยี่ยมนายทักษิณเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567[13] ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงอิทธิพลของนายทักษิณที่เคยแนบแน่นกับผู้นำประเทศกัมพูชาที่ยังทรงอิทธิพลจนถึงปัจจุบัน
ขณะเดียวกัน บ้านจันทร์ส่องหล้าก็ถูกมองว่าเป็น “ทำเนียบรัฐบาลแห่งที่ 2” ที่ทรงอิทธิพลไม่น้อยไปกว่า “บ้านนรสิงห์” ที่เป็นทำเนียบรัฐบาลในสมัยที่นายเศรษฐา ทวีสิน ยังเป็นนายกรัฐมนตรีอยู่ เนื่องจากเชื่อว่า นักการเมืองในรัฐบาลแทบทุกคนล้วนมีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกับบ้านจันทร์ส่องหล้าเป็นอย่างยิ่ง[14] ซึ่งข้อสันนิษฐานดังกล่าวก็ถูกตอกย้ำอีกครั้ง เมื่อนายเศรษฐาถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้พ้นจากตำแหน่ง จนทำให้มีตัวแทนของ 6 พรรคร่วมรัฐบาลในขณะนั้นมีการเข้าไปปรึกษาหารือกันถึงแนวทางของการจัดตั้งรัฐบาลในอนาคตที่บ้านจันทร์ส่องหล้า เเต่นายทักษิณเองก็ออกมาปฏิเสธกับสื่อมวลชนว่า เป็นการไปกินมาม่ากันเท่านั้น[15] ซึ่งการที่แกนนำพรรคร่วมรัฐบาลยังคงต้องเข้าบ้านจันทร์ส่องหล้าอยู่ ไม่ว่าจะเพื่อปรึกษาหารือถึงแนวทางของรัฐบาล หรือไปกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเท่านั้นก็ตาม เหล่านี้ย่อมสะท้อนให้เห็นถึงการกลับมามีอิทธิพลอีกครั้งในฐานะศูนย์กลางอำนาจทางการเมืองเมืองไทยในปัจจุบันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
นอกจากนี้ อีกประเด็นที่น่าสนใจก็คือ ในปัจจุบันตระกูลชินวัตรได้มีการสร้างบ้านหลังใหม่ขึ้น ณ บ้านเลขที่ 38 ถนนรามอินทรา-นวมินทร์ กรุงเทพมหานคร โดยมีลักษณะเป็นคฤหาสน์หลังใหญ่ที่มีที่ดินหลาย 10 ไร่ มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบถ้วน และเป็นที่พักอาศัยของสมาชิกในครอบครัวทุกคน ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าบ้านเดิมที่เขตบางพลัดเป็นอย่างมาก จึงมีการคาดการณ์กันว่าบ้านหลังใหม่นี้จะกลายเป็นศูนย์กลางอำนาจทางการเมืองแห่งใหม่แทนบ้านหลังเดิม[16] อย่างไรก็ตาม บ้านจันทร์ส่องหล้าอาจจะไม่ใช่แค่ชื่อเรียก “สถานที่” เท่านั้น แต่ได้กลายเป็นชื่อเรียกของ “ศูนย์กลางอำนาจทางการเมือง” ของตระกูลชินวัตร ที่พร้อมจะย้ายตามที่พักอาศัยของตระกูลไปยังบ้านแห่งใหม่ได้เช่นเดียวกัน
อ้างอิง
[1] MGR Online, “ชิดชัย” ขู่พันธมิตรฯ ทั้งวัน ขวางบุก “จันทร์ส่องหล้า” ชี้ละเมิดสิทธิ [ออนไลน์], 26 มิถุนายน 2568. แหล่งที่มา https://mgronline.com/onlinesection/detail/9490000040599
[2] ไทยรัฐออนไลน์, เปิดประวัติ "บ้านจันทร์ส่องหล้า" จากศูนย์บัญชาการ "ชินวัตร" สู่ที่คุมขัง "ทักษิณ" [ออนไลน์], 26 มิถุนายน 2568. แหล่งที่มา https://www.thairath.co.th/news/politic/2764003
[3] THE STANDARD TEAM, สำรวจบ้านจันทร์ส่องหล้า ก่อนทักษิณพักโทษ 18 ก.พ. นี้ [ออนไลน์], 26 มิถุนายน 2568. แหล่งที่มา https://thestandard.co/explore-chan-song-la-house/
[4] ไทยรัฐออนไลน์, เปิดประวัติ "บ้านจันทร์ส่องหล้า" จากศูนย์บัญชาการ "ชินวัตร" สู่ที่คุมขัง "ทักษิณ" [ออนไลน์], 26 มิถุนายน 2568. แหล่งที่มา https://www.thairath.co.th/news/politic/2764003
[5] Thai PBS, "บ้านจันทร์ส่องหล้า" แห่งตระกูลชินวัตร-รับแขกสำคัญ สู่ที่พักโทษ "ทักษิณ" [ออนไลน์], 26 มิถุนายน 2568. แหล่งที่มา https://www.thaipbs.or.th/news/content/337046
[6] ฐานเศรษฐกิจ, ย้อนภาพวันวาน บ้านจันทร์ส่องหล้า ฐานบัญชาการ ทักษิณ - คุณหญิงอ้อ [ออนไลน์], 26 มิถุนายน 2568. แหล่งที่มา https://www.thansettakij.com/politics/588849
[7] NationTV, มารู้จัก"บ้านจันทร์ส่องหล้า"จากเรือนพำนัก-สู่ที่พักโทษ [ออนไลน์], 26 มิถุนายน 2568. แหล่งที่มา https://www.nationtv.tv/politic/378939145
[8] ฐานเศรษฐกิจ, ย้อนภาพวันวาน บ้านจันทร์ส่องหล้า ฐานบัญชาการ ทักษิณ - คุณหญิงอ้อ [ออนไลน์], 26 มิถุนายน 2568. แหล่งที่มา https://www.thansettakij.com/politics/588849
[9] NationTV, มารู้จัก"บ้านจันทร์ส่องหล้า"จากเรือนพำนัก-สู่ที่พักโทษ [ออนไลน์], 26 มิถุนายน 2568. แหล่งที่มา https://www.nationtv.tv/politic/378939145
[10] Thai PBS, "บ้านจันทร์ส่องหล้า" แห่งตระกูลชินวัตร-รับแขกสำคัญ สู่ที่พักโทษ "ทักษิณ" [ออนไลน์], 26 มิถุนายน 2568. แหล่งที่มา https://www.thaipbs.or.th/news/content/337046
[11] PPTV Online, ประวัติ “บ้านจันทร์ส่องหล้า” สถานที่พักโทษของ “ทักษิณ” [ออนไลน์], 26 มิถุนายน 2568. แหล่งที่มา https://www.pptvhd36.com/news/การเมือง/217104
[12] ไทยรัฐออนไลน์, เปิดประวัติ "บ้านจันทร์ส่องหล้า" จากศูนย์บัญชาการ "ชินวัตร" สู่ที่คุมขัง "ทักษิณ" [ออนไลน์], 26 มิถุนายน 2568. แหล่งที่มา https://www.thairath.co.th/news/politic/2764003
[13] จิราภรณ์ ศรีแจ่ม และ ปณิศา เอมโอชา, สายสัมพันธ์หลายทศวรรษ ระหว่างตระกูล "ฮุน" และ "ชินวัตร" ขาดสะบั้นลงเพราะเหตุใด ? [ออนไลน์], 26 มิถุนายน 2568. แหล่งที่มา https://www.bbc.com/thai/articles/cy4y8yyjnwgo
[14] กุหลาบ ลายพราง, จาก ‘บ้านจันทร์ส่องหล้า’ สู่อาณาจักร - คฤหาสน์ใหม่ ‘ชินวัตร’ [ออนไลน์], 26 มิถุนายน 2568. แหล่งที่มา https://www.thepeople.co/politics/political-family/53054
[15] Thai PBS, "ทักษิณ" ตอบปม 6 พรรคร่วมเข้าบ้านจันทร์ส่องหล้า-ไม่กังวลถูกยื่นยุบเพื่อไทย [ออนไลน์], 26 มิถุนายน 2568. แหล่งที่มา https://www.thaipbs.or.th/news/content/346132
[16] กุหลาบ ลายพราง, จาก ‘บ้านจันทร์ส่องหล้า’ สู่อาณาจักร - คฤหาสน์ใหม่ ‘ชินวัตร’ [ออนไลน์], 26 มิถุนายน 2568. แหล่งที่มา https://www.thepeople.co/politics/political-family/53054






