ประสิทธิ์ กาญจนวัฒน์

จาก ฐานข้อมูลการเมืองการปกครอง สถาบันพระปกเกล้า
รุ่นแก้ไขเมื่อ 10:11, 16 พฤศจิกายน 2561 โดย Apirom (คุย | ส่วนร่วม) (สร้างหน้าด้วย " '''ผู้เรียบเรียง''' เชษฐา ทองยิ่ง '''ผู้ทรงคุณวุฒิประจำบทค...")
(ต่าง) ←รุ่นแก้ไขก่อนหน้า | รุ่นแก้ไขล่าสุด (ต่าง) | รุ่นแก้ไขถัดไป→ (ต่าง)

ผู้เรียบเรียง เชษฐา ทองยิ่ง

ผู้ทรงคุณวุฒิประจำบทความ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร จเร พันธุ์เปรื่อง


RTENOTITLE

ถ้าหากเอ่ยถึงสมญานามที่ว่า"โค้วตุงหมง" หรือ "โค้วตงหมง" และวลีที่ว่า "ยุ่งตายห่า" หลายๆคนคงจะนึกถึงเจ้าของสมญานามและวลีดังกล่าว คือ "นายประสิทธิ์ กาญจนวัฒน์" ผู้ที่มีชื่อเสียง เป็นที่รู้จักของบุคคลในวงการต่างๆโดยทั่วไป ท่านเป็นทั้งทนายความ นักเขียน นักหนังสือพิมพ์ นักการธนาคาร นักการเมืองท้องถิ่น คือ สมาชิกสภาและประธานสภาจังหวัดฉะเชิงเทรา และก้าวสู่การเมืองระดับชาติ เริ่มจากการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดฉะเชิงเทรา รัฐมนตรีว่าการและรัฐมนตรีช่วยว่าการหลายกระทรวงในคณะรัฐมนตรีหลายชุด อีกทั้งเป็นรองนายกรัฐมนตรีในช่วงสมัยหนึ่งด้วย นอกจากนี้ยังดำรงตำแหน่งประมุขสูงสุดของฝ่ายนิติบัญญัติ คือ ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร อีกทั้งยังเป็นสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งเป็นตำแหน่งทางการเมืองสุดท้ายก่อนที่จะอำลาวงการการเมืองไป

ประวัติส่วนตัว

นายประสิทธิ์ กาญจนวัฒน์ เกิดเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ.2458 ที่ตำบลบางขนาก อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นบุตรคนที่ 4 ในจำนวน 5 คน ของหมื่นสุวรรณศิริพงษ์ (ติ๊ดเส่ง แซ่โค้ว หรือ ชัย กาญจนวัฒน์) กับนางสาวส้มจีน แซ่เซียว (ต่อมาเปลี่ยนนามสกุลใหม่เป็นติณวร)[1]

นายประสิทธิ์เคยให้สัมภาษณ์สำนักพิมพ์กรีนพีช เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม พ.ศ.2536 เกี่ยวกับชีวิตเยาว์วัย ตอนหนึ่งว่า

" ผมเกิดปีเถาะ พ.ศ.2458 วันที่ 20 มิถุนายน ตอนโพล้เพล้ใกล้ค่ำ ที่บ้านริมคลองบางขนาก เมื่อตอนเป็นเด็กเล็กแรกเกิด หมอดูเขาบอกว่า ต่อไปจะเป็นอภิชาตบุตร* และพ่อแม่เลี้ยงดูไม่ได้ พ่อเลยถือเคล็ด ยกให้อาบู่น้องสาวของพ่อเป็นผู้เลี้ยงดูแทน"[2] (* คำว่า อภิชาตบุตร มีความหมายว่า บุตรที่มีคุณสมบัติสูงกว่าบิดามารดา)[3]

นายประสิทธิ์มีชื่อเดิมเป็นภาษาจีนว่า "อี้ฮวง" ครั้งเมื่อถูกส่งไปเรียนที่มณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน ครูจีนเห็นว่าเป็นชื่อที่มีความหมายออกจะเป็นผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย เพราะคำว่า "อี้ฮวง" แปลว่า "ความสวยงาม" ครูจึงได้เปลี่ยนชื่อภาษาจีนให้ใหม่ว่า"ตุงหมง" หรือ"ตุนเม่า" ซึ่งแปลว่า "ความเจริญงอกงาม" และเมื่อรวมกับชื่อแซ่หรือตระกูล"โค้ว" ก็จะเป็น"โค้วตุงหมง" หรือ"สวี่ ตุนเม่า" มีความหมายแปลเป็นภาษาไทย คือ "ความเจริญรุ่งเรืองอย่างมิรู้สุดสิ้น"[4]

เมื่อมีกฎหมายนามสกุลออกมาใช้บังคับ ทางราชการกำหนดให้ทุกคนจะต้องมีนามสกุล คู่กับชื่อ ครอบครัวของนายประสิทธิ์จึงใช้นามสกุลว่า "กิมฮวด" (ฮวดเป็นชื่อของพ่อของหมื่น-สุวรรณศิริพงษ์และเป็นปู่ของนายประสิทธิ์) และต่อมาได้เปลี่ยนนามสกุลใหม่เป็น "กาญจนวัฒน์" ซึ่งก็แปลงมาจากนามสกุลกิมฮวดเดิม เพราะ "กิม" แปลเป็นไทยว่า "ทอง" ใช้คำว่า "กาญจน์" ส่วน "ฮวด" แปลเป็นไทยว่า "เจริญ" ก็ใช้คำว่า "วัฒน์" รวมเป็น"กาญจนวัฒน์" ซึ่งมีความหมายว่า "ตระกูลที่เพียบพร้อมด้วยทรัพย์สินเงินทอง"[5]

นายประสิทธิ์ กาญจนวัฒน์ ได้ถึงแก่อนิจกรรม เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2542 ด้วยโรคมะเร็งในตับ ขณะมีอายุได้ 84 ปี[6]

การศึกษา

2.1 ระดับประถมและมัธยมศึกษา

นายประสิทธิ์ กาญจนวัฒน์ เข้ารับการศึกษาครั้งแรก ขณะมีอายุได้ 6 ปี ที่โรงเรียนวัดปากคลองบางขนาก ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับบ้านที่พักอาศัย เมื่อจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ซึ่งเป็นชั้นสูงสุดของโรงเรียน ในปี พ.ศ.2465 จึงถูกส่งไปเรียนภาษาจีนที่เมืองเอี่ยวเพ้ง มณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน (บ้านเกิดของนายฮวดผู้เป็นปู่) โดยได้ไปพำนักอาศัยอยู่กับญาติ แต่เนื่องจากความไม่เคยชินกับสภาพภูมิอากาศและสถานที่ อีกทั้งความอดคิดถึงบ้านไม่ได้ จึงเรียนได้เพียงครึ่งปี (6 เดือน) เท่านั้น จึงได้เดินทางกลับประเทศไทย ต่อมาในปี พ.ศ.2466 ได้เข้าเรียนต่อที่โรงเรียนจีนในกรุงเทพฯ ที่ "โรงเรียนอึ้งฮุ้น" (เรียกตามภาษาจีนแต้จิ่ว) หรือ "โรงเรียนหวงหวน" (เรียกตามภาษาจีนกลาง) ตั้งอยู่ในซอยตรงข้ามวัดราชบูรณะ (วัดเลียบ) เชิงสะพานพุทธฯ ซึ่งเปิดสอนตั้งแต่ชั้นประถมจนถึงมัธยม และเปิดสอนวิชาครูต่ออีก 2 ปี นายประสิทธิ์จึงได้เรียนอยู่ ณ โรงเรียนแห่งนี้ เป็นระยะเวลา 10 ปี จึงได้สำเร็จการศึกษา ซึ่งขณะนั้นมีอายุเพียง 18 ปี[7] ต่อจากนั้นโรงเรียนอึ้งฮุ้นก็ได้รับนายประสิทธิ์เข้าทำงานเป็นครูสอนหนังสือที่โรงเรียนแห่งนี้ โดยได้รับเงินเดือน เดือนละ 20 บาท[8]

แต่เนื่องจากการสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนสอนภาษาจีนนั้น รัฐบาลไม่ได้เทียบวิทยฐานะให้ จึงไม่สามารถสมัครเข้ารับราชการหรือศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้นได้ นายประสิทธิ์จึงได้หาทางศึกษาต่อโดยวิธีการเรียนลัดหรือกวดวิชา เพื่อสอบเทียบเอาประกาศนียบัตรมัธยมศึกษาสมบูรณ์ คือ มัธยมปีที่ 8 (ม.8) ของกระทรวงธรรมการ (ปัจจุบันคือกระทรวงศึกษาธิการ) ซึ่งนายประสิทธิ์สอบเทียบชั้นมัธยมปีที่ 4 (ม.4) ได้สำเร็จในปี พ.ศ.2476 ชั้นมัธยมปีที่ 6 (ม.6) ในปี พ.ศ.2477 และชั้นมัธยมปีที่ 8 (ม.8) ในปี พ.ศ.2478 ทำให้มีสิทธิที่จะสอบรับราชการและเรียนต่อมหาวิทยาลัยต่อไปได้[9]

2.2 ระดับประกาศนียบัตรและอุดมศึกษา[10]

ในขณะที่นายประสิทธิ์สอบเทียบได้ชั้นมัธยมปีที่ 8 (ม.8) ท่านมีอายุเพียง 20 ปีและยังได้รับเลื่อนตำแหน่งเป็นครูใหญ่ (ฝ่ายไทย) โดยได้รับเงินเดือน เดือนละ 50 บาท ด้วยความที่นายประสิทธิ์เป็นคนรักศึกษาหาความรู้ จึงมีความมุ่งมาดปรารถนาที่จะเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และการเมือง แต่เนื่องจากได้รับคัดเลือกให้เดินทางไปศึกษาอบรมวิชาครูเพิ่มเติมที่มหาวิทยาลัย จี้หนาน นครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน เป็นระยะเวลา 1 ปี 3 เดือน ทำให้ความใฝ่ฝันที่จะเรียนต่อต้อง ยุติลงชั่วคราว

ในปี พ.ศ.2479 เมื่อนายประสิทธิ์สำเร็จการศึกษาอบรมแล้ว ได้รับประกาศนียบัตรวิชาครูจากมหาวิทยาลัยจี้หนาน และได้เดินทางกลับประเทศไทยมาเป็นครูใหญ่ที่โรงเรียนอึ้งฮุ้นต่อไปเช่นเดิม และในปี พ.ศ.2480 จึงได้สอบเข้าศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และการเมืองได้สำเร็จตามที่ใฝ่ฝันเอาไว้ และสำเร็จการศึกษาได้รับปริญญาธรรมศาสตร์บัณฑิต ในปี พ.ศ.2490

ตำแหน่ง/หน้าที่การงาน

3.1 ตำแหน่ง/หน้าที่การงานทั่วไป

นอกจากนายประสิทธิ์ กาญจนวัฒน์ ได้ทำงานในตำแหน่งครูและครูใหญ่ที่โรงเรียนอึ้งฮุ้นดังที่กล่าวแล้ว ในปี พ.ศ.2482 ได้สอบเข้ารับราชการในกระทรวงเศรษฐการ (ปัจจุบันคือกระทรวงพาณิชย์) เป็นข้าราชการชั้นจัตวา อันดับ 2 ได้รับเงินเดือน เดือนละ 50 บาท และในปี พ.ศ.2482 ได้เปิดสำนักงานทนายความ "มนูกิจ" เพื่อให้คำปรึกษาทางกฎหมายและว่าความทั่วราชอาณาจักร[11]

นอกจากนี้ นายประสิทธิ์ยังมีตำแหน่งสำคัญๆในธนาคารกรุงเทพ จำกัด ได้แก่ กรรมการธนาคารกรุงเทพ จำกัด (ปี พ.ศ.2496) กรรมการบริหารธนาคารกรุงเทพ จำกัด (ปี พ.ศ.2511) รองประธานกรรมการและกรรมการบริหารธนาคารกรุงเทพ จำกัด (ปี พ.ศ.2519) และประธานกรรมการธนาคารกรุงเทพ จำกัด (ปี พ.ศ.2527)[12]

นอกจากหน้าที่การงานดังกล่าวแล้ว นายประสิทธิ์ยังเป็นนักเขียน นักหนังสือพิมพ์ ที่มีผลงานมากมาย ที่สำคัญได้แก่ เป็นผู้แปลเรียบเรียงหนังสือชื่อ เจียง ไค เช็ค ประมุขจีนใหม่ แปลรัฐธรรมนูญแห่งสหภาพโซเวียต และเขียนบทความเกี่ยวกับการเมืองลงหนังสือพิมพ์การเมืองอีกหลายเรื่อง รวมทั้งเป็นเจ้าของและบรรณาธิการหนังสือพิมพ์การเมืองชื่อ "การเมือง" อีกด้วย[13]

3.2 การดำรงตำแหน่งทางการเมือง

1) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

นายประสิทธิ์ดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดฉะเชิงเทรา รวม 5 สมัย คือ ในการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2495, วันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2500, วันที่ 15 ธันวาคม พ.ศ.2500, วันที่ 26 มกราคม พ.ศ.2518 และวันที่ 4 เมษายน พ.ศ.2519[14]

นายประสิทธิ์เคยให้สัมภาษณ์นิตยสารผู้นำ ฉบับเดือนกันยายน พ.ศ.2527 ว่า

"...เริ่มสมัครผู้แทนตั้งแต่อายุ 30 ไม่ได้รับเลือก (6 ม.ค.2489) ต่อมาอีกที หลัง 8 พ.ย.2480 ที่ป๋าผิน (พลโท ผิน ชุณหะวัณ) รัฐประหาร...เลือกตั้ง 29 ม.ค.2491 ก็ไม่ได้ มาได้เอา 2495 และผู้แทนได้มา 5 ครั้ง... เลือกตั้งแต่ละที แหมแทบรากเลือด ไม่ต้องทำมาหากินอะไรแล้ว เดินทุ่งนิ้วเท้าฉีกหมด ค่ำไหนนอนนั่น อย่างกับพระธุดงค์... อย่าบอกใครเลย เหล้ากินทั้งมียี่ห้อและไม่มียี่ห้อ อยู่กลางทุ่งก็ตั้งวงเหล้า ต้องกินด้วยกัน ไม่รักกันแล้ว จะเอาคะแนนเหรอ มันก็อย่างนี้แหละ กอดคอกันไป ช้อนอันเดียวกัน เวียนกันอยู่นั่นแหละ มันก็โชคก็ดวงนะที่เอาชีวิตรอดมาได้ ฝ่าฟันอุปสรรคมาก็มาก"[15]

2) รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี

นายประสิทธิ์ ดำรงตำแหน่งทั้งรัฐมนตรีช่วยว่าการ รัฐมนตรีว่าการ และรองนายกรัฐมนตรี ในคณะรัฐมนตรี รวม 5 คณะ เรียงตามลำดับ ดังนี้[16]

- รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสหกรณ์ (ปัจจุบันคือกระทรวงเกษตรและสหกรณ์) ในคณะรัฐมนตรี คณะที่ 28 ซึ่งมีพลโท ถนอม กิตติขจร เป็นนายกรัฐมนตรี (ได้รับแต่งตั้งเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม พ.ศ.2501)

- รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเศรษฐการ (ปัจจุบันคือกระทรวงพาณิชย์) ในคณะรัฐมนตรี คณะที่ 31 ซึ่งมีจอมพล ถนอม กิตติขจร เป็นนายกรัฐมนตรี (ได้รับแต่งตั้งเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ.2514)

- รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในคณะรัฐมนตรี คณะที่ 32 ซึ่งมีจอมพล ถนอม กิตติ-ขจร เป็นนายกรัฐมนตรี (ได้รับแต่งตั้งเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม พ.ศ.2515)

- รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในคณะรัฐมนตรี คณะที่ 37 ซึ่งมีหม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช เป็นนายกรัฐมนตรี (ได้รับแต่งตั้งเมื่อวันที่ 21 เมษายน พ.ศ.2519)

- รองนายกรัฐมนตรี ในคณะรัฐมนตรี คณะที่ 38 ซึ่งมีหม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช เป็นนายกรัฐมนตรี (ได้รับแต่งตั้งเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม พ.ศ.2519)

3) ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร

นายประสิทธิ์ได้รับเลือกจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้ดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 14 ดำรงตำแหน่งระหว่างวันที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2518-12 มกราคม พ.ศ.2519[17] และเนื่องจากรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2517 ที่ใช้บังคับในขณะนั้น มาตรา 96 บัญญัติให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นประธานรัฐสภาโดยตำแหน่งอีกตำแหน่งหนึ่งด้วย[18]

4) สมาชิกวุฒิสภา

นอกจากนี้นายประสิทธิ์ยังได้รับการแต่งตั้งให้เป็นสมาชิกวุฒิสภา เมื่อวันที่ 22 เมษายน พ.ศ.2522[19] ซึ่งเป็นตำแหน่งทางการเมืองสุดท้ายก่อนที่จะเลิกเล่นการเมืองไป

อย่างไรก็ตาม นอกจากตำแหน่งทางการเมืองสำคัญๆดังกล่าวแล้ว ในช่วงปี พ.ศ.2508 นายประสิทธิ์ยังได้ดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาจังหวัดฉะเชิงเทรา และได้รับเลือกให้เป็นประธานสภาจังหวัดฉะเชิงเทราด้วย[20] นอกจากนี้ภายหลังมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2517 ได้เปิดโอกาสให้มีการจัดตั้งพรรคการเมืองขึ้นอีกครั้ง ตามพระราชบัญญัติ พรรคการเมือง พ.ศ.2517 นายประสิทธิ์และคณะจึงได้รวมตัวกันก่อตั้งพรรคการเมืองขึ้น ใช้ชื่อว่า "พรรคสังคมชาตินิยม" ซึ่งมีนายประสิทธิ์ เป็นหัวหน้าพรรค และได้ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2518 ปรากฏว่า พรรคสังคมชาตินิยมได้รับเลือกตั้งมา 16 ที่นั่ง[21] ในการเลือกตั้งครั้งนี้นายประสิทธิ์ได้รับเลือกตั้งเป็นสมัยที่ 4 และเป็นครั้งที่ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรอีกด้วย

สมญานาม/ฉายาที่ได้รับ[22]

จากการดำรงตำแหน่งสำคัญๆของนายประสิทธิ์ กาญจนวัฒน์นั้น ทำให้ท่านเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักของบุคคลทั่วไป และยิ่งมีการตั้งสมญานามและฉายาให้ท่านแล้ว ก็ยิ่งทำให้ชื่อของนายประสิทธิ์ กาญจนวัฒน์ เป็นที่รู้จักของบุคคลต่างๆมากยิ่งขึ้น

"โค้วตุงหมง" เป็นชื่อเดิมของนายประสิทธิ์ที่เป็นภาษาจีน (ต่อมามีการออกเสียงเพี้ยนเป็น "โค้วตงหมง" ) บางครั้งก็มีคนเรียกท่านว่า "มังกรร้ายแห่งถ้ำบางขนาก" เนื่องจากท่านมีถิ่นกำเนิด อยู่ที่ตำบลบางขนากนั่นเอง

"สามสลึงเฟื้อง" ในสมัยที่ท่านดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสหกรณ์ เมื่อปี พ.ศ.2501 ท่านเรียกตัวท่านเองว่าเป็น"สามสลึงเฟื้อง" ซึ่งหมายความว่าท่านอยู่ในตำแหน่งนี้ได้เพียง 3 เดือนครึ่ง รัฐบาลในขณะนั้นก็ถูกจอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ทำการยึดอำนาจการปกครอง ส่งผลให้ท่านต้องพ้นจากตำแหน่งนี้ไปด้วย

"คิสซิงเจอร์แห่งประเทศไทย" หรือ "ผู้เปิดประตูเมืองจีน" เป็นการเรียกขานนายประสิทธิ์ ในช่วงปี พ.ศ.2515 ที่ท่านได้ร่วมเดินทางกับคณะผู้แทนไทยไปเจริญสัมพันธไมตรีกับประเทศจีน สมัยที่โจว เอิน ไหล เป็นผู้นำประเทศจีน ในขณะนั้นท่านเป็นที่ปรึกษาของทีมนักกีฬาปิงปอง แต่พอไปถึงประเทศจีน ท่านได้เปลี่ยนบทบาทไปเป็นผู้แทนในการเจรจาความทางการเมืองกับรัฐมนตรีหลายฝ่ายของจีน รวมทั้งกับท่านผู้นำโจว เอิน ไหลด้วย เมื่อเดินทางกลับมาถึงประเทศไทยหนังสือพิมพ์ NATION ฉบับภาษาอังกฤษ ได้พาดหัวข่าวยกย่องให้ท่านเป็นวีรบุรุษแห่งปีด้วยบทบาททางการทูต ซึ่งลักษณะเช่นนี้จะคล้ายกับการเดินทางไปเยือนจีนของนายเฮนรี่ คิสซิงเจอร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของประเทศสหรัฐอเมริกา จึงมีการเรียกขานท่านว่าเป็น "คิสซิงเจอร์แห่งประเทศไทย" นั่นเอง

"ยุ่งตายห่า" เป็นคำพูดหรือวลีที่ทำให้นายประสิทธิ์เป็นที่รู้จักของบุคคลโดยทั่วไปมากยิ่งขึ้น ซึ่งเกิดขึ้นในสมัยที่ท่านดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร เนื่องจากท่านเป็นคนที่มีมนุษยสัมพันธ์ มองโลกในแง่ดี พูดคุยสนุกสนาน เป็นกันเอง ทำให้ท่านสามารถควบคุมการประชุม ให้เป็นไปอย่างเรียบร้อยดี บางครั้งท่านก็มีมุขคำพูดที่ทำให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรถึงกับหัวเราะทั้งสภา ทำให้บรรยากาศที่ตึงเครียดอยู่กลับผ่อนคลายลง วันหนึ่งขณะที่ท่านทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุมอยู่บนบัลลังก์ ท่านได้พูดกระซิบกับนายประมวล กุลมาตย์ ซึ่งเป็นรองประธานสภาผู้แทนราษฎรในขณะนั้น ว่า "อย่างนี้ก็ยุ่งตายห่า" โดยลืมไปว่า ไมโครโฟนนั้นกำลังเปิดอยู่ ทำให้เสียงของท่านดังได้ยินไปทั่วห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร หนังสือพิมพ์ก็เลยนำเอาคำนี้ไปเขียน ถึงกัน จนกลายเป็นคำพูดหรือวลีที่ฮิตติดปากของบุคคลทั่วไป ฮิตมากถึงขนาดตัวท่านเองพูดคุยล้อเล่นกับเพื่อนฝูงว่า จะนำคำนี้ไปจดทะเบียนลิขสิทธิ์ ห้ามมิให้คนอื่นนำไปใช้

อ้างอิง

  1. ↑ อภิวัฒน์ วรรณกร, จอมยุทธ
  2. ↑ สำนักพิมพ์สาธารณชน, ฟัง ประสิทธิ์ กาญจนวัฒน์ พูด, กรุงเทพฯ: บริษัท ครีเอทีฟ พับ-ลิชชิ่ง จำกัด, 2537, หน้า 4.
  3. ↑ ราชบัณฑิตยสถาน, พจนานุกรมฉบับราชบัณทิตยสถาน พ.ศ.2542, กรุงเทพฯ: บริษัท นานมีบุ๊คส์ พับลิเคชั่นส์ จำกัด, 2546, หน้า 1331.
  4. ↑ อภิวัฒน์ วรรณกร, จอมยุทธ
  5. ↑ เรื่องเดียวกัน, หน้า 37-38.
  6. ↑ สยามจดหมายเหตุ (ข้อมูลออนไลน์) เข้าถึงได้จาก http://www.siamarchives.com/node/20132 สืบค้น ณ วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2553.
  7. ↑ อภิวัฒน์ วรรณกร, จอมยุทธ
  8. ↑ สำนักพิมพ์สาธารณชน, ฟัง ประสิทธิ์ กาญจนวัฒน์ พูด, อ้างแล้ว, หน้า 7,11.
  9. ↑ อภิวัฒน์ วรรณกร, จอมยุทธ
  10. ↑ เรื่องเดียวกัน, หน้า 63-67,75-79,92.
  11. ↑ สำนักพิมพ์สาธารณชน, ฟัง ประสิทธิ์ กาญจนวัฒน์ พูด, อ้างแล้ว, หน้า 28,30.
  12. ↑ เรื่องเดียวกัน, หน้า 285-286.
  13. ↑ เรื่องเดียวกัน, หน้า 23-24.
  14. ↑ เรื่องเดียวกัน, หน้า 285-286.
  15. ↑ เรื่องเดียวกัน, หน้า 89-90.
  16. ↑ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (ข้อมูลออนไลน์) เข้าถึงได้จาก http://www.cabinet.thaigov.go.th/bb_main11.htm สืบค้น ณ วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2553.
  17. ↑ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, หนังสือที่ระลึกครบรอบ 72 ปี รัฐสภาไทย, กรุงเทพฯ: สำนักการพิมพ์, 2547, หน้า 113.
  18. ↑ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2517, ราชกิจจานุเบกษา ฉบับพิเศษ เล่ม 91 ตอนที่ 169 วันที่ 7 ตุลาคม พ.ศ.2517.
  19. ↑ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, หนังสือที่ระลึกครบรอบ 72 ปี รัฐสภาไทย, อ้างแล้ว, หน้า 113.
  20. ↑ สำนักพิมพ์สาธารณชน, ฟัง ประสิทธิ์ กาญจนวัฒน์ พูด, อ้างแล้ว, หน้า 285.
  21. ↑ อภิวัฒน์ วรรณกร, ศึกษากลยุทธ์และเคล็ดลับทางการเมือง จอมยุทธ
  22. ↑ วีระ เลิศสมพร, ชื่อ ฉายา และสมญานามทางการเมืองไทย พ.ศ.2475-2545, กรุงเทพฯ: พงษ์สวัสดิ์การพิมพ์, 2546, หน้า 153-155.

หนังสือแนะนำให้อ่านต่อ

สำนักพิมพ์สาธารณชน, ฟัง ประสิทธิ์ กาญจนวัฒน์ พูด, กรุงเทพฯ: บริษัท ครีเอทีฟ พับลิช-ชิ่ง จำกัด, 2537.

อภิวัฒน์ วรรณกร, จอมยุทธ "โค้วตุงหมง"ประสิทธิ์ กาญจนวัฒน์, กรุงเทพฯ: บริษัท พิฆเณศ พริ้นท์ติ้ง เซ็นเตอร์ จำกัด, 2539.

อภิวัฒน์ วรรณกร, ศึกษากลยุทธ์และเคล็ดลับทางการเมือง จอมยุทธ"โค้วตุงหมง"ประสิทธิ์ กาญจนวัฒน์ นักการเมือง 4 ทศวรรษ, กรุงเทพฯ: บริษัท พิฆเณศ พริ้นท์ติ้ง เซ็นเตอร์ จำกัด, 2539.

อภิวัฒน์ วรรณกร, ประสิทธิ์ กาญจนวัฒน์ คิด พูด เขียน, กรุงเทพฯ: บริษัท เยลโล่การพิมพ์, 2540.

บรรณานุกรม

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2517, ราชกิจจานุเบกษา ฉบับพิเศษ เล่ม 91 ตอนที่ 169 วันที่ 7 ตุลาคม พ.ศ.2517.

ราชบัณฑิตยสถาน, พจนานุกรมฉบับราชบัณทิตยสถาน พ.ศ.2542, กรุงเทพฯ: บริษัท นานมีบุ๊คส์ พับลิเคชั่นส์ จำกัด, 2546.

วีระ เลิศสมพร, ชื่อ ฉายา และสมญานามทางการเมืองไทย พ.ศ.2475-2545, กรุงเทพฯ: พงษ์สวัสดิ์การพิมพ์, 2546.

สยามจดหมายเหตุ (ข้อมูลออนไลน์) เข้าถึงได้จาก http://www.siamarchives.com/ node/20132 สืบค้น ณ วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2553.

สำนักพิมพ์สาธารณชน, ฟัง ประสิทธิ์ กาญจนวัฒน์ พูด, กรุงเทพฯ: บริษัท ครีเอทีฟ พับลิชชิ่ง จำกัด, 2537.

สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, หนังสือที่ระลึกครบรอบ 72 ปี รัฐสภาไทย, กรุงเทพฯ: สำนักการพิมพ์, 2547.

สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (ข้อมูลออนไลน์) เข้าถึงได้จาก http://www.cabinet.thaigov.go.th/bb_main11.htm สืบค้น ณ วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2553.

อภิวัฒน์ วรรณกร, จอมยุทธ "โค้วตุงหมง" ประสิทธิ์ กาญจนวัฒน์, กรุงเทพฯ: บริษัท พิฆเณศ พริ้นท์ติ้ง เซ็นเตอร์ จำกัด, 2539.

อภิวัฒน์ วรรณกร, ศึกษากลยุทธ์และเคล็ดลับทางการเมือง จอมยุทธ"โค้วตุงหมง"ประสิทธิ์ กาญจนวัฒน์ นักการเมือง 4 ทศวรรษ, กรุงเทพฯ: บริษัท พิฆเณศ พริ้นท์ติ้ง เซ็นเตอร์ จำกัด, 2539.

ดูเพิ่มเติม