ระบบโควตาการจัดสัดส่วนสมาชิกหญิง-ชาย

จาก ฐานข้อมูลการเมืองการปกครอง สถาบันพระปกเกล้า
รุ่นแก้ไขเมื่อ 14:37, 7 เมษายน 2569 โดย Adminkpi (คุย | ส่วนร่วม)
(ต่าง) ←รุ่นแก้ไขก่อนหน้า | รุ่นแก้ไขล่าสุด (ต่าง) | รุ่นแก้ไขถัดไป→ (ต่าง)

ผู้เรียบเรียง : รัชวดี แสงมหะหมัด

ผู้ทรงคุณวุฒิประจำบทความ : ดร.ถวิลวดี บุรีกุล


ระบบโควตาการจัดสัดส่วนสมาชิกหญิง-ชาย (Gender Quotas) เป็นนโยบายหรือข้อบังคับที่กำหนดให้เปอร์เซ็นต์หรือจำนวนตำแหน่งขั้นต่ำที่ผู้หญิง (หรือผู้ชาย) ภายในองค์กร สถาบัน หรือภาคส่วนใดส่วนหนึ่งโดยเฉพาะ วัตถุประสงค์หลักของ Gender quotas คือ การส่งเสริมความเท่าเทียมกันทางเพศและรับรองว่าจะมีการเป็นตัวแทนอย่างยุติธรรมของทั้งสองเพศในบทบาทการตัดสินใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ที่เพศหนึ่งมีบทบาทน้อยในอดีต โควตาเหล่านี้สามารถนำไปใช้ในบริบทต่าง ๆ รวมถึงหน่วยงานทางการเมือง คณะกรรมการบริษัท และสถาบันการศึกษาด้วย โดยต้องมีการกำหนดเปอร์เซ็นต์หรือจำนวนตำแหน่งที่แน่นอนซึ่งต้องดำเนินการด้วยตัวของผู้หญิงเอง (European Institute for Gender Equality, 2024)[1] ทั้งนี้ ระบบโควตานี้เป็นแนวคิดที่มาจากหลักการที่ว่า การเข้าสมัครของผู้หญิงในการเข้าสู่ตำแหน่งทางการเมืองนั้น เป็นไปเพื่อให้มั่นใจว่าผู้หญิงไม่ได้เป็นแค่เพียงสัญลักษณ์ในทางการเมือง แต่เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการเข้าถึงสมดุลทางเพศในสถาบันการเมืองด้วย อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มโอกาสให้พื้นที่ทางการเมืองแก่ผู้หญิง โดย Asian Women Parliamentarian Caucus (AWPC) ระบบโควตานี้เป็นการกำหนดสัดส่วนในระบบจำนวนคงที่ (Fixed Number) หรือสัดส่วนเปอร์เซ็นต์ของผู้หญิงในระบบการเมืองทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นระดับชาติ ระดับชุมชน หรือ ระดับท้องถิ่น ตลอดจนภายในพรรคการเมืองด้วย[2] (AWPC, 2023)

นอกจากนี้ Gender quotas ยังเป็นมาตรการทางกฎหมายหรือโดยสมัครใจที่จะนำมาเพื่อปรับปรุงการมีส่วนร่วมและการเป็นตัวแทนของผู้หญิงในหน่วยงานที่มีอำนาจตัดสินใจทางการเมืองและสาธารณะ ซึ่งมาตรการเหล่านี้ทำให้มั่นใจได้ว่าที่นั่งหรือหรือตำแหน่งในสัดส่วนหนึ่งจะถูกสงวนไว้สำหรับผู้หญิง (United Nations Development Program, 2022) [3] และมีความสมดุลระหว่างเพศ (International IDEA, 2024 ) [4]

         ทั้งนี้ สามารถสรุปความสำคัญของการใช้ระบบโควตาได้ดังนี้ 1) เพิ่มเพิ่มการเป็นตัวแทน โดยระบบโควตาทางเพศช่วยให้แน่ใจว่ากลุ่มต่างๆ ได้รับการเป็นตัวแทนในองค์กรและตำแหน่งที่มีอำนาจมากขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่การตัดสินใจและนโยบายที่ดีขึ้น 2) เพื่อลดอคติ โดยระบบนี้สามารถช่วยลดอคติที่ไม่รู้ตัวซึ่งอาจนำไปสู่การเลือกปฏิบัติต่อกลุ่มต่างๆ ได้ และ 3) เพื่อส่งเสริมความหลากหลาย ซึ่งสามารถนำไปสู่ความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมที่มากขึ้น

ประเภทของระบบโควตาการจัดสัดส่วนสมาชิกหญิง-ชาย

         การกำหนดประเภทของ Gender quotas มีความแตกต่างกันตามบริบทที่หลากหลาย ทั้งระบบการปกครอง กฎหมาย การเมือง และความพร้อมของสังคม เป็นต้น โดยผู้เขียนจะขอยกตัวอย่างการแบ่งประเภทจากบางแหล่งข้อมูลเท่านั้น

International IDEA ได้แบ่งประเภทของระบบโควตา ไว้ดังนี้[5]

1. ที่นั่งสำรอง (Reserved seats) (เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ และ/หรือ สภานิติบัญญัติ) เป็นโควตาที่กำหนดให้ต้องมีการสำรองที่นั่งในสภาหรือองค์กรสำหรับผู้หญิงโดยเฉพาะ เพื่อให้แน่ใจว่าจะมีผู้หญิงในสัดส่วนที่แน่นอนในหน่วยงานนั้นๆ วิธีนี้เป็นการรับรองว่าในสภาหรือองค์กรจะมีผู้หญิงในจำนวนที่กำหนด

2. โควตาผู้สมัครตามกฎหมาย (Legislative Candidate Quotas) (เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ และ/หรือ สภานิติบัญญัติ) โควตาผู้สมัครตามกฎหมายเป็นโควตาที่กำหนดโดยกฎหมายหรือรัฐธรรมนูญของประเทศ ซึ่งบังคับให้พรรคการเมืองต้องเสนอรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งที่มีสัดส่วนเพศที่แน่นอน เช่น กำหนดให้ต้องมีผู้สมัครหญิงอย่างน้อย 30% ของทั้งหมด

3. โควตาพรรคการเมือง (Political party quota) (โดยสมัครใจ) โควตาโดยพรรคการเมืองเป็นโควตาที่พรรคการเมืองต่างๆ กำหนดขึ้นเอง โดยสมัครใจเพื่อเพิ่มสัดส่วนผู้สมัครหญิงในการเลือกตั้ง พรรคการเมืองอาจมีนโยบายภายในที่กำหนดให้ต้องมีผู้สมัครหญิงในสัดส่วนที่กำหนด

ทั้งนี้ มีความแตกต่างกันคือ ประเภทที่นั่งสำรองเป็นการควบคุมจำนวนผู้หญิงที่ได้รับเลือก ในขณะที่ ประเภทโควตาผู้สมัครตามกฎหมายเป็นการกำหนดสัดส่วนขั้นต่ำของผู้หญิงในรายชื่อผู้สมัคร เช่น ข้อกำหนดทางกฎหมาย และโควตาพรรคการเมืองเป็นการกำหนดในกฎเกณฑ์ของพรรคการเมือง มีความสอดคล้องกับประเภทภายใต้ Quota Project หากแต่ใช้ชื่อเรียกต่างจากของ International IDEA เล็กน้อย โดยแบ่งได้ 3 ประเภทเช่นเดียวกัน ได้แก่

1. โควตาตามกฎหมาย (Legislative Quotas) โควตาที่กำหนดโดยกฎหมายหรือรัฐธรรมนูญของประเทศ ซึ่งบังคับให้พรรคการเมืองต้องเสนอรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งที่มีสัดส่วนเพศที่แน่นอน เช่น กำหนดให้ต้องมีผู้สมัครหญิงอย่างน้อย 30% ของทั้งหมด โควตาประเภทนี้ใช้เพื่อให้แน่ใจว่ามีการเป็นตัวแทนของเพศที่ถูกร้องขออย่างเพียงพอในระดับการเลือกตั้ง

2. โควตาโดยพรรคการเมืองสมัครใจ (Voluntary Party Quotas) เป็นโควตาที่พรรคการเมืองต่างๆ กำหนดขึ้นเอง โดยสมัครใจเพื่อเพิ่มสัดส่วนผู้สมัครหญิงในการเลือกตั้ง พรรคการเมืองอาจมีนโยบายภายในที่กำหนดให้ต้องมีผู้สมัครหญิงในสัดส่วนที่กำหนด โควตาประเภทนี้ไม่ได้บังคับโดยกฎหมายแต่เป็นการตัดสินใจของพรรคการเมืองเองเพื่อส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศ

3. ที่นั่งสำรอง (Reserved seats) เป็นโควตาที่กำหนดให้ต้องมีการสำรองที่นั่งในสภาหรือองค์กรสำหรับผู้หญิงโดยเฉพาะ เพื่อให้แน่ใจว่าจะมีผู้หญิงในสัดส่วนที่แน่นอนในหน่วยงานนั้นๆ โควตาประเภทนี้มักจะใช้ในระบบการเลือกตั้งบางประเภทเพื่อรับประกันการมีตัวแทนของผู้หญิงในระดับที่แน่นอน

นอกจากนี้ ยังมีการใช้โควตาคณะกรรมการบริษัท (Corporate Board Quotas) เป็นโควตาที่บังคับใช้กับบอร์ดบริหารของบริษัทต่าง ๆ โดยกำหนดให้ต้องมีจำนวนหรือสัดส่วนของผู้หญิงในบอร์ดบริหารตามที่กฎหมายหรือข้อบังคับขององค์กรกำหนดในสัดส่วนที่แน่นอน เช่น ในบางประเทศอาจกำหนดให้ต้องมีผู้หญิงเป็นคณะกรรมการบริษัทอย่างน้อย 40% (European Commission, 2022)[6]

สิ่งสำคัญคือ ต้องมีการระบุกฎเกณฑ์อย่างชัดเจน หากเป็นการระบุในภาพรวมว่า ต้องมีสัดส่วนของผู้หญิงในรายชื่อผู้สมัครจำนวน 30% โดยให้เหตุผลว่า ต้องมีผู้หญิง 30% ในสภาถึงจะมากพอในการสร้างผลกระทบต่อกระบวนนิติบัญญัติได้ (Spectrum, 2023)[7] อย่างไรก็ตาม หากจำนวน 30% ของผู้หญิงกลับอยู่ลำดับท้ายตาราง ซึ่งเป็นไปได้ยากที่ผู้หญิงจะได้รับการเสนอชื่อ นอกจากนี้ ระบบโควตามีความเกี่ยวข้องกับกระบวนการสรรหาด้วย มีบางประเทศมองว่าผู้หญิงเป็นชนกลุ่มน้อย ประมาณ 20 – 40% การใช้ระบบซิปเปอร์ (Zipper system) เป็นการสลับรายชื่อผู้สมัครชาย – หญิง ในบัญชีรายชื่อเพื่อความสมดุลทางเพศอย่างแท้จริง ด้วยสัดส่วน 50:50 เป็นต้น

จากบทความ Making Quotas Work: The Effect of Gender Quota Laws On the Election of Women โดย Leslie (2009) ได้กล่าวถึงลำดับของการนำกฎหมาย Gender quotas มาใช้ ซึ่งตามจริงแล้วได้มีการริเริ่มใช้ที่ประเทศนอร์ดิกตั้งแต่ปี 1970s แต่ใช้เพียงบางพรรคการเมือง สำหรับประเทศที่มีกำหนดในกฎหมายและบังคับทุกพรรคการเมืองนั้น เริ่มใช้ในปี ค.ศ.1991 ที่ประเทศอาร์เจนตินา โดยพรรคการเมืองขนาดใหญ่ ได้แก่ The Justicialist Party กำหนดให้มีสัดส่วนของผู้หญิง 30% จนทำให้ประเทศอาร์เจนตินาเป็นหนึ่งในประเทศที่มีผู้หญิงในภาคการเมืองมากที่สุดของโลกในขณะนั้น หลังจากนั้น มีประเทศที่ดำเนินการตามประมาณ 25 ประเทศ ซึ่งมีทั้งประสบความสำเร็จและไม่ประสบความสำเร็จ อีกทั้งยังมีความแตกต่างกันของการกำหนดสัดส่วนเปอร์เซ็นต์ของผู้หญิงด้วย ทั้งมีความแตกต่างตามบริบทของประเทศ และแตกต่างตามระบบของสภาในประเทศนั้นๆ ด้วย รายละเอียดตามตารางที่ 1 (แสดงในภาคผนวก)

ในปัจจุบัน จากข้อมูลของ Gender Quota Portal ได้นำเสนอข้อมูลของประเทศที่มีการใช้ระบบ Gender quotas ดังตารางที่ 2  (แสดงในภาคผนวก)

จากข้อมูลในตารางที่ 1 และตารางที่ 2 แสดงถึงประเทศที่มีการกำหนดใช้ระบบ Gender quotas ทั้งที่ประสบความสำเร็จและไม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากมีปัจจัย 1) ด้านวัฒนธรรม เช่น การต่อต้านจากวัฒนธรรมและทัศนคติ โดยในบางสังคมยังมีทัศนคติที่ยึดติดกับบทบาททางเพศแบบดั้งเดิม ซึ่งอาจทำให้การยอมรับการมีส่วนร่วมของผู้หญิงในตำแหน่งที่มีอำนาจเป็นไปได้ยาก ผู้มีอำนาจหรือกลุ่มคนที่มีผลประโยชน์อาจต่อต้านการเปลี่ยนแปลงเนื่องจากความกังวลเรื่องการสูญเสียอำนาจหรือผลประโยชน์ของตน 2) การปฏิบัติ เช่น การคัดเลือกที่ไม่มีความยุติธรรม หากการคัดเลือกผู้หญิงเข้ามาในตำแหน่งต่างๆ ไม่เป็นไปตามมาตรฐานคุณภาพ อาจนำไปสู่ความไม่พึงพอใจและมุมมองที่ไม่ดีต่อการใช้โควตา ขาดความชัดเจนในกระบวนการ การไม่มีกระบวนการที่ชัดเจนและโปร่งใสในการปฏิบัติตามโควตา อาจทำให้เกิดความสับสนและการปฏิบัติที่ไม่ถูกต้อง 3) การบริหารจัดการ เช่น การขาดการสนับสนุนจากผู้นำองค์กรหรือผู้นำทางการเมือง อาจทำให้การใช้โควตาไม่เกิดผล ขาดทรัพยากรและการอบรม การขาดทรัพยากรหรือการอบรมเพื่อเตรียมความพร้อมให้กับผู้หญิงที่เข้ามาในตำแหน่งใหม่ อาจทำให้พวกเขาไม่สามารถปฏิบัติงานได้เต็มประสิทธิภาพ และ 4) การบังคับใช้ เช่น การบังคับใช้ที่ไม่เข้มงวด หากไม่มีการบังคับใช้โควตาอย่างจริงจัง อาจทำให้เกิดการละเลยหรือปฏิบัติตามไม่ครบถ้วน ขาดบทลงโทษที่ชัดเจน การขาดบทลงโทษที่ชัดเจนสำหรับองค์กรหรือพรรคการเมืองที่ไม่ปฏิบัติตามโควตา อาจทำให้มาตรการนี้ไม่มีผลบังคับใช้จริง

นอกจากนี้ จากตารางที่ 2 ยังแสดงให้เห็นว่าประเทศรวันดาเป็นประเทศที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดที่นำระบบโควตาทางเพศมาใช้ในการแก้ปัญหา และเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ช่วยเพิ่มการเป็นตัวแทนของผู้หญิงในตำแหน่งที่มีอำนาจ และนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางสังคมและเศรษฐกิจในเชิงบวก โดยมีการระบุในรัฐธรรมนูญให้มีการจัดสรรโควตา 30% สำหรับผู้หญิงในรัฐสภาและคณะรัฐมนตรี นอกจากนี้ยังมีโควตา 30% สำหรับผู้หญิงในตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงในหน่วยงานของรัฐและบริษัทเอกชน ซึ่งถือว่าเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับประเทศอื่นๆ ทั่วโลกที่กำลังพยายามเพิ่มการเป็นตัวแทนของผู้หญิงในตำแหน่งที่มีอำนาจ

สำหรับประเทศไทย มีเพียงระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ พุทธศักราช 2560 โดยให้คำนึงถึงการเลือกผู้สมัครในมาตรา 90 ดังนี้

พรรคการเมืองใดส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งแล้ว ให้มีสิทธิส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อได้

การส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ ให้พรรคการเมืองจัดทำบัญชีรายชื่อพรรคละหนึ่งบัญชี โดยผู้สมัครรับเลือกตั้งของแต่ละพรรคการเมืองต้องไม่ซ้ำกัน และไม่ซ้ำกับรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้ง แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง โดยส่งบัญชีรายชื่อดังกล่าวให้คณะกรรมการการเลือกตั้งก่อนปิดการรับสมัครรับเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง

การจัดทำบัญชีรายชื่อตามวรรคสอง ต้องให้สมาชิกของพรรคการเมืองมีส่วนร่วมในการพิจารณาด้วย โดยต้องคำนึงถึงผู้สมัครรับเลือกตั้งจากภูมิภาคต่างๆ และความเท่าเทียมกันระหว่างชายและหญิง

ทั้งนี้ จากผลการศึกษาของสถาบันพระปกเกล้า ภายใต้โครงการการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนชาวไทยต่อการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2566 การเลือกตั้งวันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2566 (หลังการเลือกตั้ง) โดยสอบถามประชาชนชาวไทย จำนวน 1,500 คน เกี่ยวกับสัดส่วนของผู้หญิงในรัฐสภา โดยมีการสอบถามประชาชนว่า “ปัจจุบันเปอร์เซ็นต์ของผู้หญิงในรัฐสภาจากการเลือกตั้งครั้งล่าสุด คือ 19.6% (98 คนจาก 500 คน) พบว่า ในภาพรวมมองว่าเป็นจำนวนที่ต่ำเกินไปหรือไม่” และเมื่อพิจารณาโดยจำแนกเพศ จะเห็นได้ว่าผู้หญิงมีสัดส่วนที่คิดเช่นนี้มากกว่าผู้ชายประมาณ 7% แต่ไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ .05 (ภาพที่ 1) เช่นเดียวกับกลุ่มอายุ พบว่า กลุ่มวัยทำงานมีความเห็นว่าต่ำเกินไป เมื่อเทียบกับกลุ่มกลุ่มผู้สูงอายุ (ภาพที่ 2) ในขณะที่ผู้ตอบในภาคตะวันออกเฉียงมองว่าต่ำเกินไปมากที่สุด เมื่อเทียบกับภูมิภาคอื่น ๆ (ภาพที่ 3) (แสดงภาพในภาคผนวก 2)

จากข้อมูลข้างต้น จะเห็นได้ว่าคนไทยมีการให้ความสำคัญและคำนึงถึงจำนวนของผู้หญิงในสภา อย่างไรก็ตาม สิ่งที่อาจต้องคำนึงถึงคือ นอกเหนือจากการกำหนดสัดส่วนระหว่างหญิงชาย แต่ควรคำนึกถึงสัดส่วนของชนกลุ่มน้อยด้วย เนื่องจากแต่ละกลุ่ม เช่น กลุ่มชาติพันธุ์ ภาษา หรือ ศาสนา ก็มีความแตกต่างกัน ทั้งสังคม วัฒนธรรม รวมถึงปัญหาในแต่ละบริบทด้วย

ภาคผนวก 1

ตารางที่ 1 การกำหนดเปอร์เซ็นต์เป้าหมายของการนำกฎหมาย Gender quotas มาใช้

ประเทศ ระบบสภา ปีที่ริเริ่ม ปีที่ใช้ระบบ Gender quotas เปอร์เซ็นต์ผู้หญิงเป้าหมาย ค่าเฉลี่ยของผู้หญิงในสภา
ผลของกลไกการบังคับใช้  : เข้มแข็ง
อาร์เจนตินา สภาล่าง 1991 1993, 1995,1997, 1999, 2001, 2003, 2005 30 27.6
อาร์เจนตินา สภาสูง 2001 2001, 2003, 2005 30 36.6
อาร์เมเนีย ระบบสภาเดียว 1999 1999, 2003, 2007 5/15 5.6
โบลิเวีย สภาล่าง 1997 1997, 2002, 2005 33/25 15.6
โบลิเวีย สภาสูง 1997 1997, 2002, 2005 33/25 7.4
คอสตาริกา ระบบสภาเดียว 1996 1998, 2002, 2006 40 31.0
สาธารณรัฐโดมินิกัน สภาล่าง 1997 1998, 2002, 2006 25/33 17.7
เอกวาดอร์ ระบบสภาเดียว 1997 1998, 2002, 2006 20/30/35 19.5
มาซิโดเนีย ระบบสภาเดียว 2002 2002, 2006 30 23.3
มอริเตเนีย สภาล่าง 2006 2006 20 17.9
เม็กซิโก สภาล่าง 2002 2003, 2006 30 22.6
เม็กซิโก สภาสูง 2002 2006 30 17.2
ปารากวัย สภาล่าง 1996 1998, 2003 20 6.3
ปารากวัย สภาสูง 1996 1998, 2003 20 13.4
เปรู ระบบสภาเดียว 1997 2000, 2001, 2006 25/30 22.5
เซอร์เบียและมอนเตเนโกร ระบบสภาเดียว 2002 2003, 2007 30 14.2
ผลของกลไกการบังคับใช้  : อ่อนแอ
เบลเยียม สภาล่าง 1994 1999, 2003, 2007 25/33 31.6
เบลเยียม สภาสูง 1994 1999, 2003, 2007 25/33 31.9
บราซิล สภาล่าง 1997 1998, 2002, 2006 25/30 7.7
ฝรั่งเศส สภาล่าง 2000 2002, 2007 50 15.4
ปานามา ระบบสภาเดียว 1997 1999, 2004 30 13.3
เวเนซุเอลา สภาล่าง 1997 1998 30 12.1
เวเนซุเอลา สภาสูง 1997 1998 30 8.8
ผลของกลไกการบังคับใช้  : ไม่มีการบังคับใช้
บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา สภาล่าง 1998 1998, 2000, 2002, 2006 30/33 19.5
กายอานา ระบบสภาเดียว 2000 2001, 2006 33 24.5
ฮอนดูรัส ระบบสภาเดียว 2000 2001, 2005 30 14.5
อินโดนีเซีย ระบบสภาเดียว 2003 2004 30 11.1
อิตาลีข สภาล่าง 1993 1994 30 15.1
ไลบีเรีย สภาล่าง 2005 2005 30 12.5
เนปาล สภาล่าง 1990 1991, 1994, 1999 5 4.2
เกาหลีใต้ ระบบสภาเดียว 2004 2004 50 13
อุซเบกิสถาน สภาล่าง 2003 2004 30 17.5

ที่มา: ผู้เขียนพัฒนาจาก Leslie (2009)[8]

ตารางที่ 2 แสดงประเทศ จำแนกตามประเภทของ Gender quotas

ประเทศ เปอร์เซ็นต์ผู้หญิงเป้าหมาย เปอร์เซ็นต์ของผู้หญิงที่เป็นตัวแทน ระบบการเลือกตั้ง
ประเภทของ Gender quota : การบังคับใช้โควตาผู้สมัคร (Candidate quota)
แอลเบเนีย 30% 35.70% การเลือกตั้งระบบสัดส่วน
แอลจีเรีย 50% 7.90% การเลือกตั้งระบบสัดส่วน
อันดอร์รา 40% 50% ระบบเลือกตั้งแบบผสม
อาร์เจนตินา 50% 42.40% การเลือกตั้งระบบสัดส่วน
อาร์เมเนีย 30% 36.50% การเลือกตั้งระบบสัดส่วน
เบลเยียม 50% 42.70% การเลือกตั้งระบบสัดส่วน
โบลิเวีย 50% 46.20% ระบบเลือกตั้งแบบผสม
บอสเนียและเฮอร์เซโก 40% 19.10% การเลือกตั้งระบบสัดส่วน
บราซิล 30% 17.50% การเลือกตั้งระบบสัดส่วน
บูร์กินาฟาโซ 30% 16.90% การเลือกตั้งระบบสัดส่วน
บุรุนดี 30% 38.20% การเลือกตั้งระบบสัดส่วน
เคปเวิร์ด 40% 38.90% การเลือกตั้งระบบสัดส่วน
สาธารณรัฐอัฟริกากลาง 35% 11.40% การเลือกตั้งระบบเสียงข้างมาก
ชาด 30% 26.40% ระบบเลือกตั้งแบบผสม
ชิลี 40% 35.50% การเลือกตั้งระบบสัดส่วน
โคลอมเบีย 30% 28.90% การเลือกตั้งระบบสัดส่วน
คองโก 30% 14.60% การเลือกตั้งระบบเสียงข้างมาก
คอสตาริกา 50% 47.40% การเลือกตั้งระบบสัดส่วน
โครเอเชีย 40% 33.80% การเลือกตั้งระบบสัดส่วน
ครีตดิวอรีโคสต์ 30% 13.40% ระบบเลือกตั้งแบบผสม
จิบูตี 25% 26.20% การเลือกตั้งระบบสัดส่วน
สาธารณรัฐโดมินิกัน 40% 27.90% การเลือกตั้งระบบสัดส่วน
เอกวาดอร์ 50% 43.10% การเลือกตั้งระบบสัดส่วน
อียิปต์ 25% 27.70% ระบบเลือกตั้งแบบผสม
เอลซัลวาดอร์

เอลซัลวาดอร์

30% 27.40% การเลือกตั้งระบบสัดส่วน
สวาตินี 30% 21.60% การเลือกตั้งระบบเสียงข้างมาก
ฝรั่งเศส 50% 37.30% การเลือกตั้งระบบเสียงข้างมาก
กาบอง 30% 25.50% การเลือกตั้งระบบเสียงข้างมาก
จอร์เจีย 25% 19.30% ระบบเลือกตั้งแบบผสม
กรีซ 40% 23% ระบบเลือกตั้งแบบผสม
กินี-บิสเซา 36% 9.80% การเลือกตั้งระบบสัดส่วน
กายอานา 33% 39.40% การเลือกตั้งระบบสัดส่วน
เฮติ 30% N/A การเลือกตั้งระบบเสียงข้างมาก
ฮอนดูรัส 50% 27.30% ระบบเลือกตั้งแบบผสม
อินโดนีเซีย 30% 21.90% การเลือกตั้งระบบสัดส่วน
อิรัก 25% 29.20% การเลือกตั้งระบบสัดส่วน
ไอร์แลนด์ 40% 23.10% การเลือกตั้งระบบสัดส่วน
อิตาลี 40% 32.30% ระบบเลือกตั้งแบบผสม
คาซัคสถาน 21% 19.40% ระบบเลือกตั้งแบบผสม
คีร์กีซสถาน 30% 21.10% ระบบเลือกตั้งแบบผสม
เลโซโท 50% 25% ระบบเลือกตั้งแบบผสม
ไลบีเรีย 30% 11% การเลือกตั้งระบบเสียงข้างมาก
ลักเซมเบิร์ก 40% 33.30% การเลือกตั้งระบบสัดส่วน
มาลี 30% 28.60% การเลือกตั้งระบบเสียงข้างมาก
ประเทศ เปอร์เซ็นต์ผู้หญิงเป้าหมาย เปอร์เซ็นต์ของผู้หญิงที่เป็นตัวแทน ระบบการเลือกตั้ง
ประเภทของ Gender quota : การบังคับใช้โควตาผู้สมัคร (Candidate quota)
มอลตา 40% 27.90% การเลือกตั้งระบบสัดส่วน
เม็กซิโก 50% 50.40% ระบบเลือกตั้งแบบผสม
มองโกเลีย 30% 18.10% การเลือกตั้งระบบเสียงข้างมาก
มอนเตเนโกร 30% 27.20% การเลือกตั้งระบบสัดส่วน
โมร็อกโก 15% 24.30% การเลือกตั้งระบบสัดส่วน
เนปาล 50% 33.10% ระบบเลือกตั้งแบบผสม
นิการากัว 50% 53.90% การเลือกตั้งระบบสัดส่วน
ไนเจอร์ 25% N/A ระบบเลือกตั้งแบบผสม
มาซิโดเนียเหนือ 40% 42.50% การเลือกตั้งระบบสัดส่วน
ปานามา 50% 22.50% ระบบเลือกตั้งแบบผสม
ประเทศปารากวัย 20% 23.80% การเลือกตั้งระบบสัดส่วน
เปรู 40% 38.50% การเลือกตั้งระบบสัดส่วน
โปแลนด์ 35% 29.60% การเลือกตั้งระบบสัดส่วน
โปรตุเกส 40% 36.50% การเลือกตั้งระบบสัดส่วน
สาธารณรัฐเกาหลี 40% 19.20% ระบบเลือกตั้งแบบผสม
สาธารณรัฐมอลโดวา 40% 40.80% การเลือกตั้งระบบสัดส่วน
ซามัว 10% 13% การเลือกตั้งระบบเสียงข้างมาก
ซานมารีโน 33% 33.30% การเลือกตั้งระบบสัดส่วน
เซาตูเมและปรินซิปี 40% 14.60% การเลือกตั้งระบบสัดส่วน
เซเนกัล 50% 46.10% ระบบเลือกตั้งแบบผสม
เซอร์เบีย 40% 38% การเลือกตั้งระบบสัดส่วน
เซียร์ราลีโอน 30% 29.50% การเลือกตั้งระบบสัดส่วน
สโลวีเนีย 35% 37.80% การเลือกตั้งระบบสัดส่วน
หมู่เกาะโซโลมอน 10% 8% การเลือกตั้งระบบเสียงข้างมาก
สเปน 40% 44.30% การเลือกตั้งระบบสัดส่วน
ติมอร์-เลสเต 33% 38.50% การเลือกตั้งระบบสัดส่วน
โตโก 50% 18.90% การเลือกตั้งระบบสัดส่วน
ยูเครน 40% 21.10% การเลือกตั้งระบบสัดส่วน
อุรุกวัย 50% 25.30% การเลือกตั้งระบบสัดส่วน
อุซเบกิสถาน 40% 34.60% การเลือกตั้งระบบเสียงข้างมาก
เวเนซุเอลา 50% N/A ระบบเลือกตั้งแบบผสม
เวียดนาม 35% 30.60% การเลือกตั้งระบบเสียงข้างมาก
ประเภทของ Gender quota : ประเภทที่นั่งสำรอง (Reserved seats)
บังคลาเทศ 14% 20.90% การเลือกตั้งระบบเสียงข้างมาก
เบนิน 22% 26.60% การเลือกตั้งระบบสัดส่วน
จีน 22% 26.50% การเลือกตั้งทางอ้อม
กินี 30% 29.60% ยังไม่ได้ออกแบบ
อินเดีย 30% 14.70% การเลือกตั้งระบบเสียงข้างมาก
จอร์แดน 14% 13.10% การเลือกตั้งระบบสัดส่วน
เคนยา 33% 23.30% การเลือกตั้งระบบเสียงข้างมาก
ลิเบีย 16% 16.50% การเลือกตั้งระบบเสียงข้างมาก
มอริเตเนีย 13% 23.30% ระบบเลือกตั้งแบบผสม
ปากีสถาน 17% 20.50% การเลือกตั้งระบบเสียงข้างมาก
รวันดา 30% 61.30% การเลือกตั้งระบบสัดส่วน
โซมาเลีย 30% 19.60% การเลือกตั้งทางอ้อม
ประเภทของ Gender quota : ประเภทที่นั่งสำรอง (Reserved seats)
ซูดานใต้ 35% 32.40% การเลือกตั้งระบบสัดส่วน
ซูดาน 40% N/A ระบบเลือกตั้งแบบผสม
ยูกันดา 22% 33.90% การเลือกตั้งระบบเสียงข้างมาก
สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 50% 50% ระบบเลือกตั้งแบบผสม
สาธารณรัฐแทนซาเนีย 30% 37.40% การเลือกตั้งระบบเสียงข้างมาก
ซิมบับเว 21% 28.90% การเลือกตั้งระบบเสียงข้างมาก

ที่มา: ผู้เขียนพัฒนาจาก United Nations: Gender Quota Portal (2024)[9]


ภาคผนวก 2

ภาพที่ 1 ... จำแนกตามเพศ

ภาพที่ 2 ... จำแนกตามกลุ่มอายุ

ภาพที่ 3 ... จำแนกตามภูมิภาค


อ้างอิง


[1] European Institute for Gender Equality, 2024. Gender quotas. Retrieved from https://eige.europa.eu/publications-resources/thesaurus/terms/1304?language_content_entity=en.

[2] Asian Women Parliamentarian Caucus, 2023. Substantive representative of women in Asian parliaments. Retrieved from https://library.oapen.org/bitstream/id/cc7cfd8e-58d9-4eba-9336-8f75710c69d2/9781000626766.pdf.

[3] Tbilisi, 2022. Mandatory Gender Quota in Georgia: - Practice of the 2020 and 2021 Elections. United Nations Development Program. Retrieved from https://www.undp.org/sites/g/files/zskgke326/files/2022-12/undp-georgia-gender-quotas-2022-eng.pdf

[4] International IDEA, 2024. Global Database of Quotas for Women. Retrieved from https://www.idea.int/data-tools/data/gender-quotas-database.

[5] Ibid.

[6] European Union, 2022. Directive (EU) 2022/2381 of the European Parliament and of the Council of 23 November 2022. Retrieved from Official Journal of the European Union https://eur-lex.europa.eu/legal-content/EN/TXT/PDF/?uri=CELEX:32022L2381

[7] Spectrum, 2023. GENDER QUOTA เพิ่ม ‘ที่’ ให้เพศหลากหลายในสภา. April 19, 2023. Retrieved from https://spectrumth.com/gender-quota/

[8] Leslie A. Schwindt-Bayer, 2009. Making Quotas Work: The Effect of Gender Quota Laws On the Election of Women. Legislative Studies Quarterly 34(1):5 – 28.

[9] United Nations: Gender Quota Portal, 2024. Quota Analysis. Retrieved from https://genderquota.org/quota-analysis