ผลต่างระหว่างรุ่นของ "ชาวไทย (พ.ศ. 2542)"

จาก ฐานข้อมูลการเมืองการปกครอง สถาบันพระปกเกล้า
Apirom (คุย | ส่วนร่วม)
ไม่มีความย่อการแก้ไข
Apirom (คุย | ส่วนร่วม)
ลไม่มีความย่อการแก้ไข
 
(ไม่แสดง 3 รุ่นระหว่างกลางโดยผู้ใช้ 1 คน)
บรรทัดที่ 6: บรรทัดที่ 6:
'''พรรคชาวไทย'''
'''พรรคชาวไทย'''


พรรคชาวไทย มีอักษรย่อภาษาไทยว่า “พชท” ใช้ภาษาอังกฤษว่า “THAI PEOPLE PARTY” ขึ้นทะเบียนเป็นพรรคการเมืองเลขที่ 12/2542 ได้รับการจดทะเบียนเมื่อวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2542 มีที่ตั้งสำนักงานใหญ่พรรคชาวไทย ตั้งอยู่เลขที่ 211/17 ซอยชัยเกียรติ 2 ม.6 แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร 10210 <ref>ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 116 ตอนพิเศษ 83 ง, วันที่ 18 ตุลาคม 2542, หน้า 76, 92-94.</ref> ต่อมาได้เปลี่ยนที่ตั้งสำนักงานใหม่ไปตั้งอยู่เลขที่ 90/3 ถนน สุขาภิบาล 1 แขวงดอกไม้ เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร 10260 <ref>ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 117 ตอนพิเศษ 121 ง, วันที่ 29 พฤศจิกายน 2543, หน้า 32.</ref>
พรรคชาวไทย มีอักษรย่อภาษาไทยว่า “พชท” ใช้ภาษาอังกฤษว่า “THAI PEOPLE PARTY” ขึ้นทะเบียนเป็น[[พรรคการเมือง]]เลขที่ 12/2542 ได้รับการจดทะเบียนเมื่อวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2542 มีที่ตั้งสำนักงานใหญ่พรรคชาวไทย ตั้งอยู่เลขที่ 211/17 ซอยชัยเกียรติ 2 ม.6 แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร 10210 <ref>ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 116 ตอนพิเศษ 83 ง, วันที่ 18 ตุลาคม 2542, หน้า 76, 92-94.</ref> ต่อมาได้เปลี่ยนที่ตั้งสำนักงานใหม่ไปตั้งอยู่เลขที่ 90/3 ถนน สุขาภิบาล 1 แขวงดอกไม้ เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร 10260 <ref>ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 117 ตอนพิเศษ 121 ง, วันที่ 29 พฤศจิกายน 2543, หน้า 32.</ref>




บรรทัดที่ 21: บรรทัดที่ 21:
5. มีอักษรว่า “พรรคชาวไทย” อยู่ด้านล่างของภาพเครื่องหมาย  
5. มีอักษรว่า “พรรคชาวไทย” อยู่ด้านล่างของภาพเครื่องหมาย  


มีความหมายดังนี้คือ พรรคชาวไทยจะเทิดทูนชาติ ศาสนาและจงรักภักดีต่อองค์พระมหากษัตริย์และราชวงศ์ พรรคชาวไทยจะสร้างปวงชนชาวไทยให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันและให้ “รู้รักสามัคคี” พรรคชาวไทยจะสร้างความอุดมสมบูรณ์ทั้งทางด้านเกษตรกรรม อุตสาหกรรม เทคโนโลยีและการพลังงาน ให้ชาวไทยมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น รวมถึงความยุติธรรมให้เกิดขึ้นกับชาวไทยทุกคน
มีความหมายดังนี้คือ พรรคชาวไทยจะเทิดทูนชาติ ศาสนาและจงรักภักดีต่อองค์[[พระมหากษัตริย์]]และ[[ราชวงศ์]]  พรรคชาวไทยจะสร้างปวงชนชาวไทยให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันและให้ “รู้รักสามัคคี” พรรคชาวไทยจะสร้างความอุดมสมบูรณ์ทั้งทางด้านเกษตรกรรม อุตสาหกรรม เทคโนโลยีและการพลังงาน ให้ชาวไทยมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น รวมถึงความยุติธรรมให้เกิดขึ้นกับชาวไทยทุกคน
   
   
ตรายางเครื่องหมายสำหรับประทับรับรองเอกสารของพรรคชาวไทยเป็นเครื่องหมายพรรคในลักษณะเดียวกัน แต่ย่อให้เล็กลงและมีสีเดียว <ref>ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 116 ตอนพิเศษ 83 ง, วันที่ 18 ตุลาคม 2542, หน้า 94.</ref>
ตรายางเครื่องหมายสำหรับประทับรับรองเอกสารของพรรคชาวไทยเป็นเครื่องหมายพรรคในลักษณะเดียวกัน แต่ย่อให้เล็กลงและมีสีเดียว <ref>ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 116 ตอนพิเศษ 83 ง, วันที่ 18 ตุลาคม 2542, หน้า 94.</ref>
บรรทัดที่ 28: บรรทัดที่ 28:
'''นโยบายของพรรคชาวไทย พ.ศ. 2542''' <ref>ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 116 ตอนพิเศษ 83 ง, วันที่ 18 ตุลาคม 2542, หน้า 76-92.</ref>
'''นโยบายของพรรคชาวไทย พ.ศ. 2542''' <ref>ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 116 ตอนพิเศษ 83 ง, วันที่ 18 ตุลาคม 2542, หน้า 76-92.</ref>


สมาชิกพรรคชาวไทยจะยึดมั่นในอุดมการณ์ของชาติ จะดำรงรักษาไว้ซึ่งเสถียรภาพของชาติ สร้างสังคมชาติไทยให้ไปสู่สังคมประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข มีจุดมุ่งต่อประชาชนชาวไทยเพื่อความเป็นไทย เพื่อชาติไทยให้มีความเจริญมั่นคงรุ่งเรืองด้วยเสรีภาพ สมภาพ และภราดรภาพยังความผาสุกแก่ปวงชนชาวไทย
สมาชิกพรรคชาวไทยจะยึดมั่นในอุดมการณ์ของชาติ จะดำรงรักษาไว้ซึ่งเสถียรภาพของชาติ สร้างสังคมชาติไทยให้ไปสู่สังคมประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข มีจุดมุ่งต่อประชาชนชาวไทยเพื่อความเป็นไทย เพื่อชาติไทยให้มีความเจริญมั่นคงรุ่งเรืองด้วย[[เสรีภาพ]] [[สมภาพ]] และ[[ภราดรภาพ]]ยังความผาสุกแก่ปวงชนชาวไทย


พรรคชาวไทยมุ่งหวังจะสรรสร้างประเทศไทยให้กลายเป็นอู่ข้าวสมกับได้ชื่อว่าเป็น “แหลมทอง” และอุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรธรรมชาติ เนื่องจากประชาชนเพิ่มขึ้นมากมายจนเกิดภาวะขาดแคลนอาหาร
พรรคชาวไทยมุ่งหวังจะสรรสร้างประเทศไทยให้กลายเป็นอู่ข้าวสมกับได้ชื่อว่าเป็น “แหลมทอง” และอุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรธรรมชาติ เนื่องจากประชาชนเพิ่มขึ้นมากมายจนเกิดภาวะขาดแคลนอาหาร
บรรทัดที่ 35: บรรทัดที่ 35:
'''จุดมุ่งหมายของพรรคชาวไทยมีดังนี้'''
'''จุดมุ่งหมายของพรรคชาวไทยมีดังนี้'''


ในด้านสังคมจะปฏิรูปเพื่อสมภาพ ภราดรภาพ และอุดมภาพแก่ชนชาวไทย ปรับปรุงการบริหารทั้งในส่วนกลางและภูมิภาคให้มีประสิทธิภาพ
ในด้านสังคมจะปฏิรูปเพื่อสมภาพ ภราดรภาพ และอุดมภาพแก่ชนชาวไทย ปรับปรุงการบริหารทั้งใน[[ส่วนกลาง]]และ[[ภูมิภาค]]ให้มีประสิทธิภาพ


ในด้านเศรษฐกิจจะปฏิรูป สถาปนาโครงสร้างเศรษฐกิจขึ้นใหม่ เพื่อความเป็นธรรมและจริงจัง และพัฒนาให้เกิดความยุติธรรมทางด้านความเป็นอยู่ของชนบทและเมือง
ในด้านเศรษฐกิจจะปฏิรูป สถาปนาโครงสร้างเศรษฐกิจขึ้นใหม่ เพื่อความเป็นธรรมและจริงจัง และพัฒนาให้เกิดความยุติธรรมทางด้านความเป็นอยู่ของชนบทและเมือง
บรรทัดที่ 41: บรรทัดที่ 41:
ในด้านการเมืองจะระดมพลังทรัพยากรทั้งหมดในสังคมไทยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาของชาติ และจะสนับสนุนการปกครองระบอบประชาธิปไตย
ในด้านการเมืองจะระดมพลังทรัพยากรทั้งหมดในสังคมไทยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาของชาติ และจะสนับสนุนการปกครองระบอบประชาธิปไตย


พรรคชาวไทย เป็นของชาวไทย โดยชาวไทย เพื่อชาวไทยรวมพลังกันสร้างระบอบประชาธิปไตยด้วยความบริสุทธิ์ใจให้มีความสมบูรณ์และมั่นคงสถาพร เพราะคนไทยมีความเป็นตัวของตัวเองรักความเป็นไท มีเมตตาธรรมและภราดรธรรมเป็นพื้นฐานอยู่ในจิตใจโดยถ้วนหน้าเป็นเวลากว่าครึ่งศตวรรษมาแล้ว ประเทศไทยได้พยายามจะสถาปนาระบอบประชาธิปไตยยังไม่ประสบผลสำเร็จตามเป้าหมาย ทำให้ประเทศชาติประสบปัญหาเรื้อรังและเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ  
พรรคชาวไทย เป็นของชาวไทย โดยชาวไทย เพื่อชาวไทยรวมพลังกันสร้างระบอบ[[ประชาธิปไตย]]ด้วยความบริสุทธิ์ใจให้มีความสมบูรณ์และมั่นคงสถาพร เพราะคนไทยมีความเป็นตัวของตัวเองรักความเป็นไท มีเมตตาธรรมและ[[ภราดรธรรม]]เป็นพื้นฐานอยู่ในจิตใจโดยถ้วนหน้าเป็นเวลากว่าครึ่งศตวรรษมาแล้ว ประเทศไทยได้พยายามจะสถาปนาระบอบประชาธิปไตยยังไม่ประสบผลสำเร็จตามเป้าหมาย ทำให้ประเทศชาติประสบปัญหาเรื้อรังและเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ  


พรรคชาวไทย เห็นว่าการแก้ปัญหาของชาติให้ประสบความสำเร็จลุล่วงไปด้วยดีนั้น จะต้องปฏิบัติการด้วยความบริสุทธิ์ใจให้ถูกต้องและจริงจังโดยดำเนินตามวิถีทางประชาธิปไตยโดยระบบพรรคการเมืองที่มีอุดมคติและนโยบายที่สอดคล้องตรงกันกับความต้องการของชาติและประชาชน ดังนั้นพรรคชาวไทย จึงขอเสนออุดมคติของพรรคและนโยบาย เพื่อให้พี่น้องชาวไทยได้พิจารณา
พรรคชาวไทย เห็นว่าการแก้ปัญหาของชาติให้ประสบความสำเร็จลุล่วงไปด้วยดีนั้น จะต้องปฏิบัติการด้วยความบริสุทธิ์ใจให้ถูกต้องและจริงจังโดยดำเนินตามวิถีทางประชาธิปไตยโดยระบบพรรคการเมืองที่มีอุดมคติและนโยบายที่สอดคล้องตรงกันกับความต้องการของชาติและประชาชน ดังนั้นพรรคชาวไทย จึงขอเสนออุดมคติของพรรคและนโยบาย เพื่อให้พี่น้องชาวไทยได้พิจารณา


การแก้ปัญหาเร่งด่วนของชาติ  พรรคชาวไทยมุ่งจะสร้างฐานทางเศรษฐกิจที่เกี่ยวกับปากท้องของประชาชนให้อยู่ดีกินดีเสริมความสามัคคีในชาติ รักษาความสงบเรียบร้อยและมีระเบียบโดยทั่วไป เพราะเรื่องเหล่านี้เป็นหัวใจของการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เพราประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม จำต้องมีการพัฒนาเกษตรกรรม เช่น การเพาะปลูก การเลี้ยงสัตว์ และการประมง การพัฒนาสาขาอื่นๆ เช่น การพัฒนาอุตสาหกรรมเพื่อการเกษตร การพัฒนาการศึกษาเพื่อการพัฒนาเกษตรกรรมและขอให้การพัฒนาทุกสาขาเป็นไปอย่างมีเป้าหมายและแน่ชัดให้สอดคล้องกัน สามารถระดมทรัพยากรของชาติให้มีประสิทธิภาพไม่ล่าช้า–ซ้ำซ้อนและสูญเปล่าเพื่อให้กระทรวง ทบวง กรมต่างๆ จะได้ใช้เป็นแนวทางกำหนดนโยบายให้แน่นอนและชัดเจนยิ่งขึ้น
การแก้ปัญหาเร่งด่วนของชาติ  พรรคชาวไทยมุ่งจะสร้างฐานทางเศรษฐกิจที่เกี่ยวกับปากท้องของประชาชนให้อยู่ดีกินดีเสริมความสามัคคีในชาติ รักษาความสงบเรียบร้อยและมีระเบียบโดยทั่วไป เพราะเรื่องเหล่านี้เป็นหัวใจของการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เพราประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม จำต้องมีการพัฒนาเกษตรกรรม เช่น การเพาะปลูก การเลี้ยงสัตว์ และการประมง การพัฒนาสาขาอื่นๆ เช่น การพัฒนาอุตสาหกรรมเพื่อการเกษตร การพัฒนาการศึกษาเพื่อการพัฒนาเกษตรกรรมและขอให้การพัฒนาทุกสาขาเป็นไปอย่างมีเป้าหมายและแน่ชัดให้สอดคล้องกัน สามารถระดมทรัพยากรของชาติให้มีประสิทธิภาพไม่ล่าช้า–ซ้ำซ้อนและสูญเปล่าเพื่อให้[[กระทรวง]] [[ทบวง]] [[กรม]]ต่างๆ จะได้ใช้เป็นแนวทางกำหนดนโยบายให้แน่นอนและชัดเจนยิ่งขึ้น


ในการเลือกตั้ง พ.ศ. 2544 พรรคชาวไทยเคยลงสมัครเลือกตั้งโดยได้หมายเลข 2 ซึ่งได้ส่งผู้สมัครลงเลือกตั้งทั้งแบบบัญชีรายชื่อจำนวน 2 คน ได้แก่  1. ว่าที่ร้อยตรีณัฐ ศรีเฟื่องฟุ้ง 2. นายเล็ก ช้างเผือก และผู้สมัครแบบแบ่งเขตเบอร์เดียว ที่จังหวัดสมุทรปราการเขต 5 จำนวน 1 คน ได้แก่ นายสุชาติ สวงไท  แต่ไม่เคยชนะการเลือกตั้ง  <ref>ไทยโพสต์ 11 ธันวาคม 2543 และ สยามจดหมายเหตุ ปีที่ 25 ฉบับที่ 49 (30 พฤศจิกายน – 6 ธันวาคม 2543), หน้า 1353.</ref>ต่อมาพรรคชาวไทยถูกศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งที่ 8/2547 ลงวันที่ 7 ตุลาคม 2547 ให้ยุบพรรคชาวไทยตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มาตรา 65 วรรคสอง เนื่องจากไม่ดำเนินการให้เป็นไปตามมาตรา 26 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 ที่บัญญัติว่า ที่ประชุมใหญ่ของพรรคการเมืองต้องประกอบด้วยคณะกรรมการบริหารพรรค ผู้แทนของสาขาพรรคการเมือง และสมาชิก ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในข้อบังคับพรรคการเมือง ซึ่งปรากฏข้อเท็จจริงว่า ในคราวประชุมใหญ่วิสามัญพรรคชาวไทย ครั้งที่ 2/2545 เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2545 มีมติให้เปลี่ยนข้อบังคับพรรคชาวไทยบางข้อ ซึ่งไม่มีผู้แทนสาขาพรรคการเมือง และสมาชิกครบองค์ประชุม รวมถึงบัญชีรายชื่อไม่ได้เป็นสมาชิกและไม่ได้เข้าร่วมประชุม ดังนั้นจึงไม่เป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มาตรา 26 ซึ่งเป็นเหตุให้ยุบพรรคได้ตามมาตรา 65 วรรคหนึ่ง (5) และศาลพิจารณาข้อเท็จจริงและคำชี้แจงของหัวหน้าพรรคชาวไทยแล้วเห็นว่าเป็นจริง จึงตัดสินให้ยุบพรรคชาวไทย <ref>ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 121 ตอนพิเศษ 130 ง, วันที่ 19 พฤศจิกายน 2547, หน้า 110. และราชกิจจานุเบกษา เล่ม 122 ตอนที่ 40 ก, วันที่ 19 พฤษภาคม 2548, หน้า 165-176.</ref>
ในการเลือกตั้ง พ.ศ. 2544 พรรคชาวไทยเคยลงสมัครเลือกตั้งโดยได้หมายเลข 2 ซึ่งได้ส่งผู้สมัครลงเลือกตั้งทั้งแบบบัญชีรายชื่อจำนวน 2 คน ได้แก่  1. ว่าที่ร้อยตรีณัฐ ศรีเฟื่องฟุ้ง 2. นายเล็ก ช้างเผือก และผู้สมัครแบบแบ่งเขตเบอร์เดียว ที่จังหวัดสมุทรปราการเขต 5 จำนวน 1 คน ได้แก่ นายสุชาติ สวงไท  แต่ไม่เคยชนะการเลือกตั้ง  <ref>ไทยโพสต์ 11 ธันวาคม 2543 และ สยามจดหมายเหตุ ปีที่ 25 ฉบับที่ 49 (30 พฤศจิกายน – 6 ธันวาคม 2543), หน้า 1353.</ref>ต่อมาพรรคชาวไทยถูกศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งที่ 8/2547 ลงวันที่ 7 ตุลาคม 2547 ให้ยุบพรรคชาวไทยตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มาตรา 65 วรรคสอง เนื่องจากไม่ดำเนินการให้เป็นไปตามมาตรา 26 แห่ง[[พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541]] ที่บัญญัติว่า ที่ประชุมใหญ่ของพรรคการเมืองต้องประกอบด้วย[[คณะกรรมการบริหารพรรค]] ผู้แทนของสาขาพรรคการเมือง และสมาชิก ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดใน[[ข้อบังคับพรรคการเมือง]] ซึ่งปรากฏข้อเท็จจริงว่า ในคราวประชุมใหญ่วิสามัญพรรคชาวไทย ครั้งที่ 2/2545 เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2545 มีมติให้เปลี่ยนข้อบังคับพรรคชาวไทยบางข้อ ซึ่งไม่มีผู้แทนสาขาพรรคการเมือง และสมาชิกครบองค์ประชุม รวมถึงบัญชีรายชื่อไม่ได้เป็นสมาชิกและไม่ได้เข้าร่วมประชุม ดังนั้นจึงไม่เป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มาตรา 26 ซึ่งเป็นเหตุให้ยุบพรรคได้ตามมาตรา 65 วรรคหนึ่ง (5) และศาลพิจารณาข้อเท็จจริงและคำชี้แจงของหัวหน้าพรรคชาวไทยแล้วเห็นว่าเป็นจริง จึงตัดสินให้[[ยุบพรรค]]ชาวไทย <ref>ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 121 ตอนพิเศษ 130 ง, วันที่ 19 พฤศจิกายน 2547, หน้า 110. และราชกิจจานุเบกษา เล่ม 122 ตอนที่ 40 ก, วันที่ 19 พฤษภาคม 2548, หน้า 165-176.</ref>
==อ้างอิง==
==อ้างอิง==
<references/>
<references/>
[[หมวดหมู่:รายชื่อพรรคการเมืองไทย]]
[[หมวดหมู่:รายชื่อพรรคการเมืองไทย]]

รุ่นแก้ไขปัจจุบันเมื่อ 16:11, 19 เมษายน 2554

ผู้ทรงคุณวุฒิประจำบทความ รองศาสตราจารย์นรนิติ เศรษฐบุตร และ รองศาสตราจารย์ ดร.นิยม รัฐอมฤต



พรรคชาวไทย

พรรคชาวไทย มีอักษรย่อภาษาไทยว่า “พชท” ใช้ภาษาอังกฤษว่า “THAI PEOPLE PARTY” ขึ้นทะเบียนเป็นพรรคการเมืองเลขที่ 12/2542 ได้รับการจดทะเบียนเมื่อวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2542 มีที่ตั้งสำนักงานใหญ่พรรคชาวไทย ตั้งอยู่เลขที่ 211/17 ซอยชัยเกียรติ 2 ม.6 แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร 10210 [1] ต่อมาได้เปลี่ยนที่ตั้งสำนักงานใหม่ไปตั้งอยู่เลขที่ 90/3 ถนน สุขาภิบาล 1 แขวงดอกไม้ เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร 10260 [2]


เครื่องหมายพรรคชาวไทยมีดังนี้ [3]

1. พื้นของเครื่องหมายเป็นสีขาว

2. เส้นโค้งสีแดงไขว้ตัดกันอยู่รอบนอก ปลายเส้นโค้งมีสีแดงมีลูกศรชี้ออก

3. ด้านในมีเส้นโค้งสีน้ำเงิน ไขว้สลับกันทั้งสีน้ำเงินและสีแดง ปลายเส้นโค้งมีลูกศรชี้ออกเหมือนกับเส้นโค้งสีแดง

4. ด้านในของเส้นโค้งทั้งสองสี มีวงกลมสีน้ำเงินทึบทั้งวง

5. มีอักษรว่า “พรรคชาวไทย” อยู่ด้านล่างของภาพเครื่องหมาย

มีความหมายดังนี้คือ พรรคชาวไทยจะเทิดทูนชาติ ศาสนาและจงรักภักดีต่อองค์พระมหากษัตริย์และราชวงศ์ พรรคชาวไทยจะสร้างปวงชนชาวไทยให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันและให้ “รู้รักสามัคคี” พรรคชาวไทยจะสร้างความอุดมสมบูรณ์ทั้งทางด้านเกษตรกรรม อุตสาหกรรม เทคโนโลยีและการพลังงาน ให้ชาวไทยมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น รวมถึงความยุติธรรมให้เกิดขึ้นกับชาวไทยทุกคน

ตรายางเครื่องหมายสำหรับประทับรับรองเอกสารของพรรคชาวไทยเป็นเครื่องหมายพรรคในลักษณะเดียวกัน แต่ย่อให้เล็กลงและมีสีเดียว [4]


นโยบายของพรรคชาวไทย พ.ศ. 2542 [5]

สมาชิกพรรคชาวไทยจะยึดมั่นในอุดมการณ์ของชาติ จะดำรงรักษาไว้ซึ่งเสถียรภาพของชาติ สร้างสังคมชาติไทยให้ไปสู่สังคมประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข มีจุดมุ่งต่อประชาชนชาวไทยเพื่อความเป็นไทย เพื่อชาติไทยให้มีความเจริญมั่นคงรุ่งเรืองด้วยเสรีภาพ สมภาพ และภราดรภาพยังความผาสุกแก่ปวงชนชาวไทย

พรรคชาวไทยมุ่งหวังจะสรรสร้างประเทศไทยให้กลายเป็นอู่ข้าวสมกับได้ชื่อว่าเป็น “แหลมทอง” และอุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรธรรมชาติ เนื่องจากประชาชนเพิ่มขึ้นมากมายจนเกิดภาวะขาดแคลนอาหาร


จุดมุ่งหมายของพรรคชาวไทยมีดังนี้

ในด้านสังคมจะปฏิรูปเพื่อสมภาพ ภราดรภาพ และอุดมภาพแก่ชนชาวไทย ปรับปรุงการบริหารทั้งในส่วนกลางและภูมิภาคให้มีประสิทธิภาพ

ในด้านเศรษฐกิจจะปฏิรูป สถาปนาโครงสร้างเศรษฐกิจขึ้นใหม่ เพื่อความเป็นธรรมและจริงจัง และพัฒนาให้เกิดความยุติธรรมทางด้านความเป็นอยู่ของชนบทและเมือง

ในด้านการเมืองจะระดมพลังทรัพยากรทั้งหมดในสังคมไทยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาของชาติ และจะสนับสนุนการปกครองระบอบประชาธิปไตย

พรรคชาวไทย เป็นของชาวไทย โดยชาวไทย เพื่อชาวไทยรวมพลังกันสร้างระบอบประชาธิปไตยด้วยความบริสุทธิ์ใจให้มีความสมบูรณ์และมั่นคงสถาพร เพราะคนไทยมีความเป็นตัวของตัวเองรักความเป็นไท มีเมตตาธรรมและภราดรธรรมเป็นพื้นฐานอยู่ในจิตใจโดยถ้วนหน้าเป็นเวลากว่าครึ่งศตวรรษมาแล้ว ประเทศไทยได้พยายามจะสถาปนาระบอบประชาธิปไตยยังไม่ประสบผลสำเร็จตามเป้าหมาย ทำให้ประเทศชาติประสบปัญหาเรื้อรังและเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ

พรรคชาวไทย เห็นว่าการแก้ปัญหาของชาติให้ประสบความสำเร็จลุล่วงไปด้วยดีนั้น จะต้องปฏิบัติการด้วยความบริสุทธิ์ใจให้ถูกต้องและจริงจังโดยดำเนินตามวิถีทางประชาธิปไตยโดยระบบพรรคการเมืองที่มีอุดมคติและนโยบายที่สอดคล้องตรงกันกับความต้องการของชาติและประชาชน ดังนั้นพรรคชาวไทย จึงขอเสนออุดมคติของพรรคและนโยบาย เพื่อให้พี่น้องชาวไทยได้พิจารณา

การแก้ปัญหาเร่งด่วนของชาติ พรรคชาวไทยมุ่งจะสร้างฐานทางเศรษฐกิจที่เกี่ยวกับปากท้องของประชาชนให้อยู่ดีกินดีเสริมความสามัคคีในชาติ รักษาความสงบเรียบร้อยและมีระเบียบโดยทั่วไป เพราะเรื่องเหล่านี้เป็นหัวใจของการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เพราประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม จำต้องมีการพัฒนาเกษตรกรรม เช่น การเพาะปลูก การเลี้ยงสัตว์ และการประมง การพัฒนาสาขาอื่นๆ เช่น การพัฒนาอุตสาหกรรมเพื่อการเกษตร การพัฒนาการศึกษาเพื่อการพัฒนาเกษตรกรรมและขอให้การพัฒนาทุกสาขาเป็นไปอย่างมีเป้าหมายและแน่ชัดให้สอดคล้องกัน สามารถระดมทรัพยากรของชาติให้มีประสิทธิภาพไม่ล่าช้า–ซ้ำซ้อนและสูญเปล่าเพื่อให้กระทรวง ทบวง กรมต่างๆ จะได้ใช้เป็นแนวทางกำหนดนโยบายให้แน่นอนและชัดเจนยิ่งขึ้น

ในการเลือกตั้ง พ.ศ. 2544 พรรคชาวไทยเคยลงสมัครเลือกตั้งโดยได้หมายเลข 2 ซึ่งได้ส่งผู้สมัครลงเลือกตั้งทั้งแบบบัญชีรายชื่อจำนวน 2 คน ได้แก่ 1. ว่าที่ร้อยตรีณัฐ ศรีเฟื่องฟุ้ง 2. นายเล็ก ช้างเผือก และผู้สมัครแบบแบ่งเขตเบอร์เดียว ที่จังหวัดสมุทรปราการเขต 5 จำนวน 1 คน ได้แก่ นายสุชาติ สวงไท แต่ไม่เคยชนะการเลือกตั้ง [6]ต่อมาพรรคชาวไทยถูกศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งที่ 8/2547 ลงวันที่ 7 ตุลาคม 2547 ให้ยุบพรรคชาวไทยตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มาตรา 65 วรรคสอง เนื่องจากไม่ดำเนินการให้เป็นไปตามมาตรา 26 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 ที่บัญญัติว่า ที่ประชุมใหญ่ของพรรคการเมืองต้องประกอบด้วยคณะกรรมการบริหารพรรค ผู้แทนของสาขาพรรคการเมือง และสมาชิก ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในข้อบังคับพรรคการเมือง ซึ่งปรากฏข้อเท็จจริงว่า ในคราวประชุมใหญ่วิสามัญพรรคชาวไทย ครั้งที่ 2/2545 เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2545 มีมติให้เปลี่ยนข้อบังคับพรรคชาวไทยบางข้อ ซึ่งไม่มีผู้แทนสาขาพรรคการเมือง และสมาชิกครบองค์ประชุม รวมถึงบัญชีรายชื่อไม่ได้เป็นสมาชิกและไม่ได้เข้าร่วมประชุม ดังนั้นจึงไม่เป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มาตรา 26 ซึ่งเป็นเหตุให้ยุบพรรคได้ตามมาตรา 65 วรรคหนึ่ง (5) และศาลพิจารณาข้อเท็จจริงและคำชี้แจงของหัวหน้าพรรคชาวไทยแล้วเห็นว่าเป็นจริง จึงตัดสินให้ยุบพรรคชาวไทย [7]

อ้างอิง

  1. ↑ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 116 ตอนพิเศษ 83 ง, วันที่ 18 ตุลาคม 2542, หน้า 76, 92-94.
  2. ↑ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 117 ตอนพิเศษ 121 ง, วันที่ 29 พฤศจิกายน 2543, หน้า 32.
  3. ↑ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 116 ตอนพิเศษ 83 ง, วันที่ 18 ตุลาคม 2542, หน้า 93
  4. ↑ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 116 ตอนพิเศษ 83 ง, วันที่ 18 ตุลาคม 2542, หน้า 94.
  5. ↑ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 116 ตอนพิเศษ 83 ง, วันที่ 18 ตุลาคม 2542, หน้า 76-92.
  6. ↑ ไทยโพสต์ 11 ธันวาคม 2543 และ สยามจดหมายเหตุ ปีที่ 25 ฉบับที่ 49 (30 พฤศจิกายน – 6 ธันวาคม 2543), หน้า 1353.
  7. ↑ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 121 ตอนพิเศษ 130 ง, วันที่ 19 พฤศจิกายน 2547, หน้า 110. และราชกิจจานุเบกษา เล่ม 122 ตอนที่ 40 ก, วันที่ 19 พฤษภาคม 2548, หน้า 165-176.