<?xml version="1.0"?>
<feed xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom" xml:lang="th">
	<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?action=history&amp;feed=atom&amp;title=SEATO</id>
	<title>SEATO - ประวัติรุ่นแก้ไข</title>
	<link rel="self" type="application/atom+xml" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?action=history&amp;feed=atom&amp;title=SEATO"/>
	<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=SEATO&amp;action=history"/>
	<updated>2026-04-11T00:02:16Z</updated>
	<subtitle>ประวัติรุ่นแก้ไขของหน้านี้ในวิกิ</subtitle>
	<generator>MediaWiki 1.42.1</generator>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=SEATO&amp;diff=8530&amp;oldid=prev</id>
		<title>Teeraphan เมื่อ 09:24, 16 สิงหาคม 2556</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=SEATO&amp;diff=8530&amp;oldid=prev"/>
		<updated>2013-08-16T09:24:06Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;table style=&quot;background-color: #fff; color: #202122;&quot; data-mw=&quot;interface&quot;&gt;
				&lt;col class=&quot;diff-marker&quot; /&gt;
				&lt;col class=&quot;diff-content&quot; /&gt;
				&lt;col class=&quot;diff-marker&quot; /&gt;
				&lt;col class=&quot;diff-content&quot; /&gt;
				&lt;tr class=&quot;diff-title&quot; lang=&quot;th&quot;&gt;
				&lt;td colspan=&quot;2&quot; style=&quot;background-color: #fff; color: #202122; text-align: center;&quot;&gt;←รุ่นแก้ไขก่อนหน้า&lt;/td&gt;
				&lt;td colspan=&quot;2&quot; style=&quot;background-color: #fff; color: #202122; text-align: center;&quot;&gt;รุ่นแก้ไขเมื่อ 16:24, 16 สิงหาคม 2556&lt;/td&gt;
				&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td colspan=&quot;2&quot; class=&quot;diff-lineno&quot; id=&quot;mw-diff-left-l14&quot;&gt;บรรทัดที่ 14:&lt;/td&gt;
&lt;td colspan=&quot;2&quot; class=&quot;diff-lineno&quot;&gt;บรรทัดที่ 14:&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;
&lt;tr&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;background-color: #f8f9fa; color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #eaecf0; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;br&gt;&lt;/td&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;background-color: #f8f9fa; color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #eaecf0; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;br&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;
&lt;tr&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;background-color: #f8f9fa; color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #eaecf0; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;div&gt;	หลักฐานภัยคุกคามจากจีนดูเหมือนไม่ชัดเจน  ในเดือนมกราคม ค.ศ. 1953  รัฐบาลจีนได้ประกาศตั้ง  “[[เขตการปกครองตนเองของชนเชื้อสายไท]]”  ในจังหวัดยูนานซึ่งเป็นการตั้งหน่วยบริหารที่เป็นไปได้ว่าเพื่อให้ควบคุมชนกลุ่มน้อยภายในได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น    แต่ผู้นำไทยเห็นว่าเป็นความพยายามของจีนที่ยุยงส่งเสริมกระบวนการรวมชนเชื้อสายไทในจังหวัดภาคเหนือของไทย&amp;lt;ref&amp;gt;Daniel  D.  Lovelace,  China  and  People’s  War  in  Thailand  1946 – 1969,  (China  Research  monographs  No.8,  University  of  California,  Berkeley,  1986),  pp. 17 - 18.&amp;lt;/ref&amp;gt;     นอกจากนี้  อาจเป็นไปได้ว่าผู้นำไทยกังวลต่อชนเชื้อสายจีนจำนวนมากในประเทศไทย  ซึ่งผู้นำไทยในหลายสมัยที่ผ่านมามีความหวาดระแวงคนจีนเหล่านี้ในเรื่องความจงรักภักดีต่อไทย&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;background-color: #f8f9fa; color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #eaecf0; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;div&gt;	หลักฐานภัยคุกคามจากจีนดูเหมือนไม่ชัดเจน  ในเดือนมกราคม ค.ศ. 1953  รัฐบาลจีนได้ประกาศตั้ง  “[[เขตการปกครองตนเองของชนเชื้อสายไท]]”  ในจังหวัดยูนานซึ่งเป็นการตั้งหน่วยบริหารที่เป็นไปได้ว่าเพื่อให้ควบคุมชนกลุ่มน้อยภายในได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น    แต่ผู้นำไทยเห็นว่าเป็นความพยายามของจีนที่ยุยงส่งเสริมกระบวนการรวมชนเชื้อสายไทในจังหวัดภาคเหนือของไทย&amp;lt;ref&amp;gt;Daniel  D.  Lovelace,  China  and  People’s  War  in  Thailand  1946 – 1969,  (China  Research  monographs  No.8,  University  of  California,  Berkeley,  1986),  pp. 17 - 18.&amp;lt;/ref&amp;gt;     นอกจากนี้  อาจเป็นไปได้ว่าผู้นำไทยกังวลต่อชนเชื้อสายจีนจำนวนมากในประเทศไทย  ซึ่งผู้นำไทยในหลายสมัยที่ผ่านมามีความหวาดระแวงคนจีนเหล่านี้ในเรื่องความจงรักภักดีต่อไทย&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;
&lt;tr&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot; data-marker=&quot;−&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #ffe49c; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;div&gt;	ส่วนภัยคุกคามด้านอินโดจีนที่ผู้นำไทยแสดงความวิตกกังวลคือการที่กองกำลังฝ่ายคอมมิวนิสต์เวียดนามเหนือรุกเข้าไปในดินแดนลาวกับกัมพูชาในระหว่างปี ค.ศ. 1953 – 1954  ซึ่งส่งผลให้ชนเชื้อสายเวียดนามประมาณ  50,000  คน ที่อาศัยในประเทศนั้นอพยพเข้ามาในภาคอีสานจนทำให้[[รัฐบาล]]ไทยประกาศภาวะฉุกเฉินใน  9  จังหวัดภาคอีสาน  พร้อมทั้งขอให้[[คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ]]ส่งคณะผู้สังเกตการณ์เข้ามาในพื้นที่ที่ถูกรุกรานแต่ไร้ผล&amp;lt;ref&amp;gt;ฉันทิมา  อ่องสุรักษ์,  อ้างแล้ว,  หน้า  91 – 92.&amp;lt;/ref&amp;gt;     ความกังวลของผู้นำไทยต่อสถานการณ์ในลาวอาจอธิบายได้ในแง่ความใกล้ชิดของ  2  ประเทศทั้งในทางประวัติศาสตร์และภูมิศาสตร์ซึ่งทำให้ผู้นำไทยในทศวรรษ  1950  จนถึง  1970  ต้องการให้ลาวมี[[รัฐบาล]]ที่เป็นมิตรกับไทย    อย่างไรก็ตาม  [[จอมพล ป.]] ยังเห็นโอกาสของการใช้นโยบายต่างประเทศเพื่อการคงอำนาจเพราะไม่มีฐานการเมืองภายใน  ทั้งยังคาดหวังความช่วยเหลือจากสหรัฐทั้งด้านการทหารและเศรษฐกิจ&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot; data-marker=&quot;+&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #a3d3ff; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;div&gt;	ส่วนภัยคุกคามด้านอินโดจีนที่ผู้นำไทยแสดงความวิตกกังวลคือการที่กองกำลังฝ่ายคอมมิวนิสต์เวียดนามเหนือรุกเข้าไปในดินแดนลาวกับกัมพูชาในระหว่างปี ค.ศ. 1953 – 1954  ซึ่งส่งผลให้ชนเชื้อสายเวียดนามประมาณ  50,000  คน ที่อาศัยในประเทศนั้นอพยพเข้ามาในภาคอีสานจนทำให้[[รัฐบาล]]ไทยประกาศภาวะฉุกเฉินใน  9  จังหวัดภาคอีสาน  พร้อมทั้งขอให้[[คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ]]ส่งคณะผู้สังเกตการณ์เข้ามาในพื้นที่ที่ถูกรุกรานแต่ไร้ผล&amp;lt;ref&amp;gt;ฉันทิมา  อ่องสุรักษ์,  อ้างแล้ว,  หน้า  91 – 92.&amp;lt;/ref&amp;gt;     ความกังวลของผู้นำไทยต่อสถานการณ์ในลาวอาจอธิบายได้ในแง่ความใกล้ชิดของ  2  ประเทศทั้งในทางประวัติศาสตร์และภูมิศาสตร์ซึ่งทำให้ผู้นำไทยในทศวรรษ  1950  จนถึง  1970  ต้องการให้ลาวมี[[รัฐบาล]]ที่เป็นมิตรกับไทย    อย่างไรก็ตาม  [[&lt;ins style=&quot;font-weight: bold; text-decoration: none;&quot;&gt;แปลก พิบูลสงคราม|&lt;/ins&gt;จอมพล ป.]] ยังเห็นโอกาสของการใช้นโยบายต่างประเทศเพื่อการคงอำนาจเพราะไม่มีฐานการเมืองภายใน  ทั้งยังคาดหวังความช่วยเหลือจากสหรัฐทั้งด้านการทหารและเศรษฐกิจ&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;
&lt;tr&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;background-color: #f8f9fa; color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #eaecf0; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;br&gt;&lt;/td&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;background-color: #f8f9fa; color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #eaecf0; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;br&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;
&lt;tr&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;background-color: #f8f9fa; color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #eaecf0; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;div&gt;	จากปัจจัยข้างต้น  [[รัฐบาล]]จึงเสนอให้ สปอ. มีข้อผูกพันคล้าย[[องค์กรสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือหรือนาโต้ ]] (NATO)  ที่ระบุว่ารัฐภาคีทั้งหมดจะช่วยโดยทันทีต่อรัฐภาคีที่ถูกโจมตีด้วยอาวุธและให้ตั้งกองกำลังซีโต้ที่มีกองบัญชาการตั้งในไทย    รวมทั้งเสนอให้รวมลาว  กัมพูชา  และสาธารณรัฐเวียดนามในสนธิสัญญา  และให้ตั้งสำนักงานใหญ่ในกรุงเทพฯ &amp;lt;ref&amp;gt; ฉันทิมา  อ่องสุรักษ์,  เพิ่งอ้าง,  หน้า  97.&amp;lt;/ref&amp;gt;    อย่างไรก็ตาม  ข้อเสนอของไทยบรรลุผลเพียง  2  ข้อสุดท้าย    สหรัฐไม่ต้องการถูกจำกัดเสรีภาพใดๆ  ภายใต้ข้อตกลงนี้  สนธิสัญญาจึงระบุพันธะผูกพันที่ค่อนข้างหลวมเพียงว่า  ในกรณีที่มีการโจมตีด้วยอาวุธต่อภาคีหนึ่ง  รัฐภาคีอื่นจะพิจารณาดำเนินการตามกระบวนการ[[รัฐธรรมนูญ]]ของตน    นอกจากนี้  ให้ตั้งคณะที่ปรึกษาฝ่ายทหารเพื่อวางแผนและเสนอแนะมาตรการร่วมมือทางทหารสำหรับเตรียมรับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น    ซีโต้ไม่เคยมีบทบาทด้านการทหารที่แท้จริง  เพราะความแตกต่างอย่างยิ่งยวดของผลประโยชน์และลำดับความสำคัญด้านความมั่นคงของประเทศภาคี  อีกทั้งต้องใช้มติเอกฉันท์ในการดำเนินการทุกอย่าง    นอกจากนี้  ไม่มีภาคีใดที่ขอความช่วยเหลืออย่างชัดเจนภายใต้ข้อตกลงนี้  ยกเว้นรัฐบาลไทยที่เรียกร้องให้ซีโต้เข้าแทรกแซงสถานการณ์ในลาวในทศวรรษ  1950  และ  1960&amp;lt;ref&amp;gt;Randolph,  op.cit,  pp. 32 - 46.&amp;lt;/ref&amp;gt;&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;background-color: #f8f9fa; color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #eaecf0; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;div&gt;	จากปัจจัยข้างต้น  [[รัฐบาล]]จึงเสนอให้ สปอ. มีข้อผูกพันคล้าย[[องค์กรสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือหรือนาโต้ ]] (NATO)  ที่ระบุว่ารัฐภาคีทั้งหมดจะช่วยโดยทันทีต่อรัฐภาคีที่ถูกโจมตีด้วยอาวุธและให้ตั้งกองกำลังซีโต้ที่มีกองบัญชาการตั้งในไทย    รวมทั้งเสนอให้รวมลาว  กัมพูชา  และสาธารณรัฐเวียดนามในสนธิสัญญา  และให้ตั้งสำนักงานใหญ่ในกรุงเทพฯ &amp;lt;ref&amp;gt; ฉันทิมา  อ่องสุรักษ์,  เพิ่งอ้าง,  หน้า  97.&amp;lt;/ref&amp;gt;    อย่างไรก็ตาม  ข้อเสนอของไทยบรรลุผลเพียง  2  ข้อสุดท้าย    สหรัฐไม่ต้องการถูกจำกัดเสรีภาพใดๆ  ภายใต้ข้อตกลงนี้  สนธิสัญญาจึงระบุพันธะผูกพันที่ค่อนข้างหลวมเพียงว่า  ในกรณีที่มีการโจมตีด้วยอาวุธต่อภาคีหนึ่ง  รัฐภาคีอื่นจะพิจารณาดำเนินการตามกระบวนการ[[รัฐธรรมนูญ]]ของตน    นอกจากนี้  ให้ตั้งคณะที่ปรึกษาฝ่ายทหารเพื่อวางแผนและเสนอแนะมาตรการร่วมมือทางทหารสำหรับเตรียมรับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น    ซีโต้ไม่เคยมีบทบาทด้านการทหารที่แท้จริง  เพราะความแตกต่างอย่างยิ่งยวดของผลประโยชน์และลำดับความสำคัญด้านความมั่นคงของประเทศภาคี  อีกทั้งต้องใช้มติเอกฉันท์ในการดำเนินการทุกอย่าง    นอกจากนี้  ไม่มีภาคีใดที่ขอความช่วยเหลืออย่างชัดเจนภายใต้ข้อตกลงนี้  ยกเว้นรัฐบาลไทยที่เรียกร้องให้ซีโต้เข้าแทรกแซงสถานการณ์ในลาวในทศวรรษ  1950  และ  1960&amp;lt;ref&amp;gt;Randolph,  op.cit,  pp. 32 - 46.&amp;lt;/ref&amp;gt;&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;
&lt;/table&gt;</summary>
		<author><name>Teeraphan</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=SEATO&amp;diff=8528&amp;oldid=prev</id>
		<title>Teeraphan เมื่อ 09:23, 16 สิงหาคม 2556</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=SEATO&amp;diff=8528&amp;oldid=prev"/>
		<updated>2013-08-16T09:23:30Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;table style=&quot;background-color: #fff; color: #202122;&quot; data-mw=&quot;interface&quot;&gt;
				&lt;col class=&quot;diff-marker&quot; /&gt;
				&lt;col class=&quot;diff-content&quot; /&gt;
				&lt;col class=&quot;diff-marker&quot; /&gt;
				&lt;col class=&quot;diff-content&quot; /&gt;
				&lt;tr class=&quot;diff-title&quot; lang=&quot;th&quot;&gt;
				&lt;td colspan=&quot;2&quot; style=&quot;background-color: #fff; color: #202122; text-align: center;&quot;&gt;←รุ่นแก้ไขก่อนหน้า&lt;/td&gt;
				&lt;td colspan=&quot;2&quot; style=&quot;background-color: #fff; color: #202122; text-align: center;&quot;&gt;รุ่นแก้ไขเมื่อ 16:23, 16 สิงหาคม 2556&lt;/td&gt;
				&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td colspan=&quot;2&quot; class=&quot;diff-lineno&quot; id=&quot;mw-diff-left-l11&quot;&gt;บรรทัดที่ 11:&lt;/td&gt;
&lt;td colspan=&quot;2&quot; class=&quot;diff-lineno&quot;&gt;บรรทัดที่ 11:&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;
&lt;tr&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;background-color: #f8f9fa; color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #eaecf0; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;div&gt;	ซีโต้  (South – East  Asia  Collection  Defence  Treaty  :  SEATO)  คือ  องค์การของสนธิสัญญาการป้องกันร่วมกันแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  (สปอ.)  การลงนามใน[[สนธิสัญญา]]มีขึ้นเมื่อวันที่ 8 กันยายน ค.ศ. 1954  ที่กรุงมนิลา  ประเทศฟิลิปปินส์  จึงรู้จักกันในอีกชื่อหนึ่งว่า[[กติกามนิลา]]  (Manila  Pact)  ส่วน[[ซีโต้]]ก่อตั้งขึ้นในระหว่างการประชุม[[คณะมนตรีสนธิสัญญา]]ในกรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 23 – 25 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1955  สมาชิกองค์การประกอบด้วย  ไทย  สหรัฐอเมริกา  ฟิลิปปินส์  ปากีสถาน  ออสเตรเลีย  นิวซีแลนด์  อังกฤษ  และฝรั่งเศส    ระบบพันธมิตรนี้ถูกผลักดันโดยสหรัฐที่ต้องการเครื่องมือสกัดกั้นการขยายตัวของฝ่าย[[คอมมิวนิสต์]]ในภูมิภาคนี้    ความวิตกกังวลหลักของสหรัฐ  คือ  อินโดจีนภายหลังจาก[[ข้อตกลงเจนีวา]]ว่าด้วยอินโดจีนในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 1954    สหรัฐ[[คว่ำบาตร]]ข้อตกลงนี้เพราะไม่พอใจข้อกำหนดให้แบ่งเวียดนามชั่วคราวที่เส้นขนาน  17  องศาและให้ฝ่ายคอมมิวนิสต์บริหารภาคเหนือ  ซึ่งในทัศนะสหรัฐเท่ากับเป็นการยอมรับให้ตั้งประเทศคอมมิวนิสต์ขึ้น &amp;lt;ref&amp;gt;R.  Sean  Randolph,  The  United  States  and  Thailand  Alliance  Dynamics,  1950 – 1985,  (Institute  of  East  Asian  Studies,  University  of  California,  Berkeley,  1986),  pp. 17 - 18.&amp;lt;/ref&amp;gt;&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;background-color: #f8f9fa; color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #eaecf0; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;div&gt;	ซีโต้  (South – East  Asia  Collection  Defence  Treaty  :  SEATO)  คือ  องค์การของสนธิสัญญาการป้องกันร่วมกันแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  (สปอ.)  การลงนามใน[[สนธิสัญญา]]มีขึ้นเมื่อวันที่ 8 กันยายน ค.ศ. 1954  ที่กรุงมนิลา  ประเทศฟิลิปปินส์  จึงรู้จักกันในอีกชื่อหนึ่งว่า[[กติกามนิลา]]  (Manila  Pact)  ส่วน[[ซีโต้]]ก่อตั้งขึ้นในระหว่างการประชุม[[คณะมนตรีสนธิสัญญา]]ในกรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 23 – 25 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1955  สมาชิกองค์การประกอบด้วย  ไทย  สหรัฐอเมริกา  ฟิลิปปินส์  ปากีสถาน  ออสเตรเลีย  นิวซีแลนด์  อังกฤษ  และฝรั่งเศส    ระบบพันธมิตรนี้ถูกผลักดันโดยสหรัฐที่ต้องการเครื่องมือสกัดกั้นการขยายตัวของฝ่าย[[คอมมิวนิสต์]]ในภูมิภาคนี้    ความวิตกกังวลหลักของสหรัฐ  คือ  อินโดจีนภายหลังจาก[[ข้อตกลงเจนีวา]]ว่าด้วยอินโดจีนในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 1954    สหรัฐ[[คว่ำบาตร]]ข้อตกลงนี้เพราะไม่พอใจข้อกำหนดให้แบ่งเวียดนามชั่วคราวที่เส้นขนาน  17  องศาและให้ฝ่ายคอมมิวนิสต์บริหารภาคเหนือ  ซึ่งในทัศนะสหรัฐเท่ากับเป็นการยอมรับให้ตั้งประเทศคอมมิวนิสต์ขึ้น &amp;lt;ref&amp;gt;R.  Sean  Randolph,  The  United  States  and  Thailand  Alliance  Dynamics,  1950 – 1985,  (Institute  of  East  Asian  Studies,  University  of  California,  Berkeley,  1986),  pp. 17 - 18.&amp;lt;/ref&amp;gt;&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;
&lt;tr&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;background-color: #f8f9fa; color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #eaecf0; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;br&gt;&lt;/td&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;background-color: #f8f9fa; color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #eaecf0; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;br&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;
&lt;tr&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot; data-marker=&quot;−&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #ffe49c; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;div&gt;	[[รัฐบาล]][[จอมพล ป. พิบูลสงคราม]]ได้เข้าเป็นภาคีสนธิสัญญานี้อย่างกระตือลือล้นโดยให้เหตุผลว่า  สาธารณรัฐประชาชนจีนมีนโยบายเป็นปฏิปักษ์ต่อไทยและเป็นผู้ให้ความช่วยเหลือฝ่ายคอมมิวนิสต์ในเวียดนามและลาวเพื่อให้แทรกซึมและบ่อนทำลายในประเทศไทย    โดยเฉพาะในภาคอีสานซึ่งมีชาวเวียดนามอพยพประมาณ  50,000  คนอาศัยอยู่ก่อนแล้ว    ดังนั้น  ไทยจึงต้องการความช่วยเหลือเพื่อให้อยู่รอดจาก  “ภัยคอมมิวนิสต์ที่คืบคลานใกล้เข้ามาอย่างไม่หยุดยั้ง” &amp;lt;ref&amp;gt;ฉันทิมา  อ่องสุรักษ์,  บรรณาธิการ,  นโยบายต่างประเทศไทยบนทางแพร่ง,  (กรุงเทพฯ,  โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์,  2533),  หน้า  89 – 90.&amp;lt;/ref&amp;gt;&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot; data-marker=&quot;+&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #a3d3ff; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;div&gt;	[[รัฐบาล]][[&lt;ins style=&quot;font-weight: bold; text-decoration: none;&quot;&gt;แปลก พิบูลสงคราม|&lt;/ins&gt;จอมพล ป. พิบูลสงคราม]]ได้เข้าเป็นภาคีสนธิสัญญานี้อย่างกระตือลือล้นโดยให้เหตุผลว่า  สาธารณรัฐประชาชนจีนมีนโยบายเป็นปฏิปักษ์ต่อไทยและเป็นผู้ให้ความช่วยเหลือฝ่ายคอมมิวนิสต์ในเวียดนามและลาวเพื่อให้แทรกซึมและบ่อนทำลายในประเทศไทย    โดยเฉพาะในภาคอีสานซึ่งมีชาวเวียดนามอพยพประมาณ  50,000  คนอาศัยอยู่ก่อนแล้ว    ดังนั้น  ไทยจึงต้องการความช่วยเหลือเพื่อให้อยู่รอดจาก  “ภัยคอมมิวนิสต์ที่คืบคลานใกล้เข้ามาอย่างไม่หยุดยั้ง” &amp;lt;ref&amp;gt;ฉันทิมา  อ่องสุรักษ์,  บรรณาธิการ,  นโยบายต่างประเทศไทยบนทางแพร่ง,  (กรุงเทพฯ,  โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์,  2533),  หน้า  89 – 90.&amp;lt;/ref&amp;gt;&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;
&lt;tr&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;background-color: #f8f9fa; color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #eaecf0; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;br&gt;&lt;/td&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;background-color: #f8f9fa; color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #eaecf0; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;br&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;
&lt;tr&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;background-color: #f8f9fa; color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #eaecf0; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;div&gt;	หลักฐานภัยคุกคามจากจีนดูเหมือนไม่ชัดเจน  ในเดือนมกราคม ค.ศ. 1953  รัฐบาลจีนได้ประกาศตั้ง  “[[เขตการปกครองตนเองของชนเชื้อสายไท]]”  ในจังหวัดยูนานซึ่งเป็นการตั้งหน่วยบริหารที่เป็นไปได้ว่าเพื่อให้ควบคุมชนกลุ่มน้อยภายในได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น    แต่ผู้นำไทยเห็นว่าเป็นความพยายามของจีนที่ยุยงส่งเสริมกระบวนการรวมชนเชื้อสายไทในจังหวัดภาคเหนือของไทย&amp;lt;ref&amp;gt;Daniel  D.  Lovelace,  China  and  People’s  War  in  Thailand  1946 – 1969,  (China  Research  monographs  No.8,  University  of  California,  Berkeley,  1986),  pp. 17 - 18.&amp;lt;/ref&amp;gt;     นอกจากนี้  อาจเป็นไปได้ว่าผู้นำไทยกังวลต่อชนเชื้อสายจีนจำนวนมากในประเทศไทย  ซึ่งผู้นำไทยในหลายสมัยที่ผ่านมามีความหวาดระแวงคนจีนเหล่านี้ในเรื่องความจงรักภักดีต่อไทย&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;background-color: #f8f9fa; color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #eaecf0; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;div&gt;	หลักฐานภัยคุกคามจากจีนดูเหมือนไม่ชัดเจน  ในเดือนมกราคม ค.ศ. 1953  รัฐบาลจีนได้ประกาศตั้ง  “[[เขตการปกครองตนเองของชนเชื้อสายไท]]”  ในจังหวัดยูนานซึ่งเป็นการตั้งหน่วยบริหารที่เป็นไปได้ว่าเพื่อให้ควบคุมชนกลุ่มน้อยภายในได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น    แต่ผู้นำไทยเห็นว่าเป็นความพยายามของจีนที่ยุยงส่งเสริมกระบวนการรวมชนเชื้อสายไทในจังหวัดภาคเหนือของไทย&amp;lt;ref&amp;gt;Daniel  D.  Lovelace,  China  and  People’s  War  in  Thailand  1946 – 1969,  (China  Research  monographs  No.8,  University  of  California,  Berkeley,  1986),  pp. 17 - 18.&amp;lt;/ref&amp;gt;     นอกจากนี้  อาจเป็นไปได้ว่าผู้นำไทยกังวลต่อชนเชื้อสายจีนจำนวนมากในประเทศไทย  ซึ่งผู้นำไทยในหลายสมัยที่ผ่านมามีความหวาดระแวงคนจีนเหล่านี้ในเรื่องความจงรักภักดีต่อไทย&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;
&lt;/table&gt;</summary>
		<author><name>Teeraphan</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=SEATO&amp;diff=7361&amp;oldid=prev</id>
		<title>Apirom เมื่อ 03:27, 4 ตุลาคม 2554</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=SEATO&amp;diff=7361&amp;oldid=prev"/>
		<updated>2011-10-04T03:27:26Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;table style=&quot;background-color: #fff; color: #202122;&quot; data-mw=&quot;interface&quot;&gt;
				&lt;col class=&quot;diff-marker&quot; /&gt;
				&lt;col class=&quot;diff-content&quot; /&gt;
				&lt;col class=&quot;diff-marker&quot; /&gt;
				&lt;col class=&quot;diff-content&quot; /&gt;
				&lt;tr class=&quot;diff-title&quot; lang=&quot;th&quot;&gt;
				&lt;td colspan=&quot;2&quot; style=&quot;background-color: #fff; color: #202122; text-align: center;&quot;&gt;←รุ่นแก้ไขก่อนหน้า&lt;/td&gt;
				&lt;td colspan=&quot;2&quot; style=&quot;background-color: #fff; color: #202122; text-align: center;&quot;&gt;รุ่นแก้ไขเมื่อ 10:27, 4 ตุลาคม 2554&lt;/td&gt;
				&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td colspan=&quot;2&quot; class=&quot;diff-lineno&quot; id=&quot;mw-diff-left-l37&quot;&gt;บรรทัดที่ 37:&lt;/td&gt;
&lt;td colspan=&quot;2&quot; class=&quot;diff-lineno&quot;&gt;บรรทัดที่ 37:&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;
&lt;tr&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;background-color: #f8f9fa; color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #eaecf0; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;div&gt;&amp;lt;references/&amp;gt;&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;background-color: #f8f9fa; color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #eaecf0; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;div&gt;&amp;lt;references/&amp;gt;&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;
&lt;tr&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;background-color: #f8f9fa; color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #eaecf0; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;div&gt;[[หมวดหมู่:เหตุการณ์สำคัญทางการเมืองไทย สมัย พ.ศ. 2475-2500]]&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;background-color: #f8f9fa; color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #eaecf0; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;div&gt;[[หมวดหมู่:เหตุการณ์สำคัญทางการเมืองไทย สมัย พ.ศ. 2475-2500]]&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;
&lt;tr&gt;&lt;td colspan=&quot;2&quot; class=&quot;diff-side-deleted&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot; data-marker=&quot;+&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #a3d3ff; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;div&gt;&lt;ins style=&quot;font-weight: bold; text-decoration: none;&quot;&gt;[[หมวดหมู่:จุฬาพร เอื้อรักสกุล]]&lt;/ins&gt;&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;
&lt;/table&gt;</summary>
		<author><name>Apirom</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=SEATO&amp;diff=5506&amp;oldid=prev</id>
		<title>Apirom เมื่อ 08:13, 6 กันยายน 2553</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=SEATO&amp;diff=5506&amp;oldid=prev"/>
		<updated>2010-09-06T08:13:16Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;table style=&quot;background-color: #fff; color: #202122;&quot; data-mw=&quot;interface&quot;&gt;
				&lt;col class=&quot;diff-marker&quot; /&gt;
				&lt;col class=&quot;diff-content&quot; /&gt;
				&lt;col class=&quot;diff-marker&quot; /&gt;
				&lt;col class=&quot;diff-content&quot; /&gt;
				&lt;tr class=&quot;diff-title&quot; lang=&quot;th&quot;&gt;
				&lt;td colspan=&quot;2&quot; style=&quot;background-color: #fff; color: #202122; text-align: center;&quot;&gt;←รุ่นแก้ไขก่อนหน้า&lt;/td&gt;
				&lt;td colspan=&quot;2&quot; style=&quot;background-color: #fff; color: #202122; text-align: center;&quot;&gt;รุ่นแก้ไขเมื่อ 15:13, 6 กันยายน 2553&lt;/td&gt;
				&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td colspan=&quot;2&quot; class=&quot;diff-lineno&quot; id=&quot;mw-diff-left-l24&quot;&gt;บรรทัดที่ 24:&lt;/td&gt;
&lt;td colspan=&quot;2&quot; class=&quot;diff-lineno&quot;&gt;บรรทัดที่ 24:&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;
&lt;tr&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;background-color: #f8f9fa; color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #eaecf0; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;div&gt;	ในช่วงทศวรรษ 1960 ภาคีหลายประเทศถอนตัวออกจากกิจกรรมของซีโต้    จนในที่สุด  เหตุผลการดำรงอยู่ขององค์การนี้ก็หมดไปเมื่อเป้าหมายที่เคยเป็นปฏิปักษ์เปลี่ยนแปลง  โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการที่สหรัฐคืนดีกับจีนเมื่อประธานาธิบดีริชาร์ด  นิกสันไปเยือนจีนในเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 1972   และท้ายที่สุด ชัยชนะของฝ่ายคอมมิวนิสต์ในกัมพูชาและเวียดนามใต้    รัฐบาลไทยและรัฐบาลฟิลิปปินส์ได้ตกลงในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 1975 ให้ยกเลิกซีโต้    การยกเลิกอย่างเป็นทางการมีขึ้นในวันที่ 30 มิถุนายน ค.ศ. 1977    สนธิสัญญาสปอ.ไม่เคยถูกยกเลิกอย่างเป็นทางการ แต่ก็ไม่เคยถูกบีบบังคับใช้จริงอีกเลย&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;background-color: #f8f9fa; color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #eaecf0; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;div&gt;	ในช่วงทศวรรษ 1960 ภาคีหลายประเทศถอนตัวออกจากกิจกรรมของซีโต้    จนในที่สุด  เหตุผลการดำรงอยู่ขององค์การนี้ก็หมดไปเมื่อเป้าหมายที่เคยเป็นปฏิปักษ์เปลี่ยนแปลง  โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการที่สหรัฐคืนดีกับจีนเมื่อประธานาธิบดีริชาร์ด  นิกสันไปเยือนจีนในเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 1972   และท้ายที่สุด ชัยชนะของฝ่ายคอมมิวนิสต์ในกัมพูชาและเวียดนามใต้    รัฐบาลไทยและรัฐบาลฟิลิปปินส์ได้ตกลงในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 1975 ให้ยกเลิกซีโต้    การยกเลิกอย่างเป็นทางการมีขึ้นในวันที่ 30 มิถุนายน ค.ศ. 1977    สนธิสัญญาสปอ.ไม่เคยถูกยกเลิกอย่างเป็นทางการ แต่ก็ไม่เคยถูกบีบบังคับใช้จริงอีกเลย&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;
&lt;tr&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;background-color: #f8f9fa; color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #eaecf0; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;br&gt;&lt;/td&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;background-color: #f8f9fa; color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #eaecf0; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;br&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;
&lt;tr&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot; data-marker=&quot;−&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #ffe49c; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;div&gt;	ตลอดเวลาการดำรงอยู่ของซีโต้  ไทยเป็นภาคีที่เข้าเกี่ยวข้องกับองค์การอย่างแข็งขันที่สุด    ดังนั้น   &lt;del style=&quot;font-weight: bold; text-decoration: none;&quot;&gt;[[ ซีโต้]]ก็ส่งผลกระทบต่อไทยมากที่สุดด้วย &lt;/del&gt; ในแง่หนึ่ง  หากพิจารณาจากเป้าหมายหลักขององค์กรคือการเป็นกลุ่มพันธมิตรเพื่อร่วมป้องกันภัยคอมมิวนิสต์แล้ว  ซีโต้ก็เป็นเพียงกลุ่มที่  “แสดงเจตนารมณ์”  นี้  แต่แทบไม่มี  “ปฏิบัติการใดๆ” เพื่อเป้าหมายนี้    ดังปรากฏชัดเจนจากกรณีสถานการณ์ลาวว่า ซีโต้ไม่ได้ตอบสนองข้อเรียกร้องหรือความกังวลของผู้นำไทยเลย    ในอีกแง่หนึ่ง  การเป็นพันธมิตรนี้ก็ทำให้ไทยเป็นศัตรูชัดเจนของจีน  เพราะจีนก็เห็นว่าซีโต้ตั้งขึ้นเพื่อต่อต้านจีนโดยตรงและเพื่อก่อสงคราม “และไทยเป็น”  ฐานของการเตรียมพร้อมสงครามของสหรัฐ  “จากการที่สำนักงานใหญ่ขององค์การตั้งในไทย” &amp;lt;ref&amp;gt;Daniel  D.  Lovelace,  op.cit.,  p.31.&amp;lt;/ref&amp;gt;&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot; data-marker=&quot;+&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #a3d3ff; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;div&gt;	ตลอดเวลาการดำรงอยู่ของซีโต้  ไทยเป็นภาคีที่เข้าเกี่ยวข้องกับองค์การอย่างแข็งขันที่สุด    ดังนั้น   &lt;ins style=&quot;font-weight: bold; text-decoration: none;&quot;&gt;ซีโต้ก็ส่งผลกระทบต่อไทยมากที่สุดด้วย &lt;/ins&gt; ในแง่หนึ่ง  หากพิจารณาจากเป้าหมายหลักขององค์กรคือการเป็นกลุ่มพันธมิตรเพื่อร่วมป้องกันภัยคอมมิวนิสต์แล้ว  ซีโต้ก็เป็นเพียงกลุ่มที่  “แสดงเจตนารมณ์”  นี้  แต่แทบไม่มี  “ปฏิบัติการใดๆ” เพื่อเป้าหมายนี้    ดังปรากฏชัดเจนจากกรณีสถานการณ์ลาวว่า ซีโต้ไม่ได้ตอบสนองข้อเรียกร้องหรือความกังวลของผู้นำไทยเลย    ในอีกแง่หนึ่ง  การเป็นพันธมิตรนี้ก็ทำให้ไทยเป็นศัตรูชัดเจนของจีน  เพราะจีนก็เห็นว่าซีโต้ตั้งขึ้นเพื่อต่อต้านจีนโดยตรงและเพื่อก่อสงคราม “และไทยเป็น”  ฐานของการเตรียมพร้อมสงครามของสหรัฐ  “จากการที่สำนักงานใหญ่ขององค์การตั้งในไทย” &amp;lt;ref&amp;gt;Daniel  D.  Lovelace,  op.cit.,  p.31.&amp;lt;/ref&amp;gt;&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;
&lt;tr&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;background-color: #f8f9fa; color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #eaecf0; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;br&gt;&lt;/td&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;background-color: #f8f9fa; color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #eaecf0; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;br&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;
&lt;tr&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;background-color: #f8f9fa; color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #eaecf0; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;div&gt;== ที่มา ==&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;background-color: #f8f9fa; color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #eaecf0; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;div&gt;== ที่มา ==&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;
&lt;/table&gt;</summary>
		<author><name>Apirom</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=SEATO&amp;diff=5416&amp;oldid=prev</id>
		<title>Teeraphan เมื่อ 11:02, 31 สิงหาคม 2553</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=SEATO&amp;diff=5416&amp;oldid=prev"/>
		<updated>2010-08-31T11:02:54Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;a href=&quot;https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=SEATO&amp;amp;diff=5416&amp;amp;oldid=5413&quot;&gt;แสดงการเปลี่ยนแปลง&lt;/a&gt;</summary>
		<author><name>Teeraphan</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=SEATO&amp;diff=5413&amp;oldid=prev</id>
		<title>Teeraphan: Seato ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น SEATO</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=SEATO&amp;diff=5413&amp;oldid=prev"/>
		<updated>2010-08-31T10:52:34Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;&lt;a href=&quot;/index.php?title=Seato&quot; class=&quot;mw-redirect&quot; title=&quot;Seato&quot;&gt;Seato&lt;/a&gt; ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น &lt;a href=&quot;/index.php?title=SEATO&quot; title=&quot;SEATO&quot;&gt;SEATO&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;table style=&quot;background-color: #fff; color: #202122;&quot; data-mw=&quot;interface&quot;&gt;
				&lt;tr class=&quot;diff-title&quot; lang=&quot;th&quot;&gt;
				&lt;td colspan=&quot;1&quot; style=&quot;background-color: #fff; color: #202122; text-align: center;&quot;&gt;←รุ่นแก้ไขก่อนหน้า&lt;/td&gt;
				&lt;td colspan=&quot;1&quot; style=&quot;background-color: #fff; color: #202122; text-align: center;&quot;&gt;รุ่นแก้ไขเมื่อ 17:52, 31 สิงหาคม 2553&lt;/td&gt;
				&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td colspan=&quot;2&quot; class=&quot;diff-notice&quot; lang=&quot;th&quot;&gt;&lt;div class=&quot;mw-diff-empty&quot;&gt;(ไม่แตกต่าง)&lt;/div&gt;
&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;/table&gt;</summary>
		<author><name>Teeraphan</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=SEATO&amp;diff=5411&amp;oldid=prev</id>
		<title>Apirom เมื่อ 10:47, 31 สิงหาคม 2553</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=SEATO&amp;diff=5411&amp;oldid=prev"/>
		<updated>2010-08-31T10:47:26Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;table style=&quot;background-color: #fff; color: #202122;&quot; data-mw=&quot;interface&quot;&gt;
				&lt;col class=&quot;diff-marker&quot; /&gt;
				&lt;col class=&quot;diff-content&quot; /&gt;
				&lt;col class=&quot;diff-marker&quot; /&gt;
				&lt;col class=&quot;diff-content&quot; /&gt;
				&lt;tr class=&quot;diff-title&quot; lang=&quot;th&quot;&gt;
				&lt;td colspan=&quot;2&quot; style=&quot;background-color: #fff; color: #202122; text-align: center;&quot;&gt;←รุ่นแก้ไขก่อนหน้า&lt;/td&gt;
				&lt;td colspan=&quot;2&quot; style=&quot;background-color: #fff; color: #202122; text-align: center;&quot;&gt;รุ่นแก้ไขเมื่อ 17:47, 31 สิงหาคม 2553&lt;/td&gt;
				&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td colspan=&quot;2&quot; class=&quot;diff-lineno&quot; id=&quot;mw-diff-left-l1&quot;&gt;บรรทัดที่ 1:&lt;/td&gt;
&lt;td colspan=&quot;2&quot; class=&quot;diff-lineno&quot;&gt;บรรทัดที่ 1:&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;
&lt;tr&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot; data-marker=&quot;−&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #ffe49c; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;div&gt;&lt;del style=&quot;font-weight: bold; text-decoration: none;&quot;&gt;&lt;/del&gt;&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;&lt;td colspan=&quot;2&quot; class=&quot;diff-side-added&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;
&lt;tr&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;background-color: #f8f9fa; color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #eaecf0; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;div&gt;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;ผู้เรียบเรียง&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; จุฬาพร  เอื้อรักสกุล&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;background-color: #f8f9fa; color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #eaecf0; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;div&gt;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;ผู้เรียบเรียง&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; จุฬาพร  เอื้อรักสกุล&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;
&lt;tr&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;background-color: #f8f9fa; color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #eaecf0; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;br&gt;&lt;/td&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;background-color: #f8f9fa; color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #eaecf0; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;br&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;
&lt;tr&gt;&lt;td colspan=&quot;2&quot; class=&quot;diff-lineno&quot; id=&quot;mw-diff-left-l17&quot;&gt;บรรทัดที่ 17:&lt;/td&gt;
&lt;td colspan=&quot;2&quot; class=&quot;diff-lineno&quot;&gt;บรรทัดที่ 16:&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;
&lt;tr&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;background-color: #f8f9fa; color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #eaecf0; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;div&gt;	ส่วนภัยคุกคามด้านอินโดจีนที่ผู้นำไทยแสดงความวิตกกังวลคือการที่กองกำลังฝ่ายคอมมิวนิสต์เวียดนามเหนือรุกเข้าไปในดินแดนลาวกับกัมพูชาในระหว่างปี ค.ศ. 1953 – 1954  ซึ่งส่งผลให้ชนเชื้อสายเวียดนามประมาณ  50,000  คน ที่อาศัยในประเทศนั้นอพยพเข้ามาในภาคอีสานจนทำให้รัฐบาลไทยประกาศภาวะฉุกเฉินใน  9  จังหวัดภาคอีสาน  พร้อมทั้งขอให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติส่งคณะผู้สังเกตการณ์เข้ามาในพื้นที่ที่ถูกรุกรานแต่ไร้ผล&amp;lt;ref&amp;gt;ฉันทิมา  อ่องสุรักษ์,  อ้างแล้ว,  หน้า  91 – 92.&amp;lt;/ref&amp;gt;     ความกังวลของผู้นำไทยต่อสถานการณ์ในลาวอาจอธิบายได้ในแง่ความใกล้ชิดของ  2  ประเทศทั้งในทางประวัติศาสตร์และภูมิศาสตร์ซึ่งทำให้ผู้นำไทยในทศวรรษ  1950  จนถึง  1970  ต้องการให้ลาวมีรัฐบาลที่เป็นมิตรกับไทย    อย่างไรก็ตาม  จอมพล ป. ยังเห็นโอกาสของการใช้นโยบายต่างประเทศเพื่อการคงอำนาจเพราะไม่มีฐานการเมืองภายใน  ทั้งยังคาดหวังความช่วยเหลือจากสหรัฐทั้งด้านการทหารและเศรษฐกิจ&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;background-color: #f8f9fa; color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #eaecf0; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;div&gt;	ส่วนภัยคุกคามด้านอินโดจีนที่ผู้นำไทยแสดงความวิตกกังวลคือการที่กองกำลังฝ่ายคอมมิวนิสต์เวียดนามเหนือรุกเข้าไปในดินแดนลาวกับกัมพูชาในระหว่างปี ค.ศ. 1953 – 1954  ซึ่งส่งผลให้ชนเชื้อสายเวียดนามประมาณ  50,000  คน ที่อาศัยในประเทศนั้นอพยพเข้ามาในภาคอีสานจนทำให้รัฐบาลไทยประกาศภาวะฉุกเฉินใน  9  จังหวัดภาคอีสาน  พร้อมทั้งขอให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติส่งคณะผู้สังเกตการณ์เข้ามาในพื้นที่ที่ถูกรุกรานแต่ไร้ผล&amp;lt;ref&amp;gt;ฉันทิมา  อ่องสุรักษ์,  อ้างแล้ว,  หน้า  91 – 92.&amp;lt;/ref&amp;gt;     ความกังวลของผู้นำไทยต่อสถานการณ์ในลาวอาจอธิบายได้ในแง่ความใกล้ชิดของ  2  ประเทศทั้งในทางประวัติศาสตร์และภูมิศาสตร์ซึ่งทำให้ผู้นำไทยในทศวรรษ  1950  จนถึง  1970  ต้องการให้ลาวมีรัฐบาลที่เป็นมิตรกับไทย    อย่างไรก็ตาม  จอมพล ป. ยังเห็นโอกาสของการใช้นโยบายต่างประเทศเพื่อการคงอำนาจเพราะไม่มีฐานการเมืองภายใน  ทั้งยังคาดหวังความช่วยเหลือจากสหรัฐทั้งด้านการทหารและเศรษฐกิจ&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;
&lt;tr&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;background-color: #f8f9fa; color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #eaecf0; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;br&gt;&lt;/td&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;background-color: #f8f9fa; color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #eaecf0; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;br&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;
&lt;tr&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot; data-marker=&quot;−&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #ffe49c; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;div&gt;	จากปัจจัยข้างต้น  รัฐบาลจึงเสนอให้ สปอ. มีข้อผูกพันคล้ายองค์กรสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือหรือนาโต้  (NATO)  ที่ระบุว่ารัฐภาคีทั้งหมดจะช่วยโดยทันทีต่อรัฐภาคีที่ถูกโจมตีด้วยอาวุธและให้ตั้งกองกำลังซีโต้ที่มีกองบัญชาการตั้งในไทย    รวมทั้งเสนอให้รวมลาว  กัมพูชา  และสาธารณรัฐเวียดนามในสนธิสัญญา  และให้ตั้งสำนักงานใหญ่ในกรุงเทพฯ &amp;lt;ref&amp;gt; ฉันทิมา  อ่องสุรักษ์,  เพิ่งอ้าง,  หน้า  97.&lt;del style=&quot;font-weight: bold; text-decoration: none;&quot;&gt;,&lt;/del&gt;/ref&amp;gt;    อย่างไรก็ตาม  ข้อเสนอของไทยบรรลุผลเพียง  2  ข้อสุดท้าย    สหรัฐไม่ต้องการถูกจำกัดเสรีภาพใดๆ  ภายใต้ข้อตกลงนี้  สนธิสัญญาจึงระบุพันธะผูกพันที่ค่อนข้างหลวมเพียงว่า  ในกรณีที่มีการโจมตีด้วยอาวุธต่อภาคีหนึ่ง  รัฐภาคีอื่นจะพิจารณาดำเนินการตามกระบวนการรัฐธรรมนูญของตน    นอกจากนี้  ให้ตั้งคณะที่ปรึกษาฝ่ายทหารเพื่อวางแผนและเสนอแนะมาตรการร่วมมือทางทหารสำหรับเตรียมรับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น    ซีโต้ไม่เคยมีบทบาทด้านการทหารที่แท้จริง  เพราะความแตกต่างอย่างยิ่งยวดของผลประโยชน์และลำดับความสำคัญด้านความมั่นคงของประเทศภาคี  อีกทั้งต้องใช้มติเอกฉันท์ในการดำเนินการทุกอย่าง    นอกจากนี้  ไม่มีภาคีใดที่ขอความช่วยเหลืออย่างชัดเจนภายใต้ข้อตกลงนี้  ยกเว้นรัฐบาลไทยที่เรียกร้องให้ซีโต้เข้าแทรกแซงสถานการณ์ในลาวในทศวรรษ  1950  และ  1960&amp;lt;ref&amp;gt;Randolph,  op.cit,  pp. 32 - 46.&amp;lt;/ref&amp;gt;&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot; data-marker=&quot;+&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #a3d3ff; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;div&gt;	จากปัจจัยข้างต้น  รัฐบาลจึงเสนอให้ สปอ. มีข้อผูกพันคล้ายองค์กรสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือหรือนาโต้  (NATO)  ที่ระบุว่ารัฐภาคีทั้งหมดจะช่วยโดยทันทีต่อรัฐภาคีที่ถูกโจมตีด้วยอาวุธและให้ตั้งกองกำลังซีโต้ที่มีกองบัญชาการตั้งในไทย    รวมทั้งเสนอให้รวมลาว  กัมพูชา  และสาธารณรัฐเวียดนามในสนธิสัญญา  และให้ตั้งสำนักงานใหญ่ในกรุงเทพฯ &amp;lt;ref&amp;gt; ฉันทิมา  อ่องสุรักษ์,  เพิ่งอ้าง,  หน้า  97.&lt;ins style=&quot;font-weight: bold; text-decoration: none;&quot;&gt;&amp;lt;&lt;/ins&gt;/ref&amp;gt;    อย่างไรก็ตาม  ข้อเสนอของไทยบรรลุผลเพียง  2  ข้อสุดท้าย    สหรัฐไม่ต้องการถูกจำกัดเสรีภาพใดๆ  ภายใต้ข้อตกลงนี้  สนธิสัญญาจึงระบุพันธะผูกพันที่ค่อนข้างหลวมเพียงว่า  ในกรณีที่มีการโจมตีด้วยอาวุธต่อภาคีหนึ่ง  รัฐภาคีอื่นจะพิจารณาดำเนินการตามกระบวนการรัฐธรรมนูญของตน    นอกจากนี้  ให้ตั้งคณะที่ปรึกษาฝ่ายทหารเพื่อวางแผนและเสนอแนะมาตรการร่วมมือทางทหารสำหรับเตรียมรับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น    ซีโต้ไม่เคยมีบทบาทด้านการทหารที่แท้จริง  เพราะความแตกต่างอย่างยิ่งยวดของผลประโยชน์และลำดับความสำคัญด้านความมั่นคงของประเทศภาคี  อีกทั้งต้องใช้มติเอกฉันท์ในการดำเนินการทุกอย่าง    นอกจากนี้  ไม่มีภาคีใดที่ขอความช่วยเหลืออย่างชัดเจนภายใต้ข้อตกลงนี้  ยกเว้นรัฐบาลไทยที่เรียกร้องให้ซีโต้เข้าแทรกแซงสถานการณ์ในลาวในทศวรรษ  1950  และ  1960&amp;lt;ref&amp;gt;Randolph,  op.cit,  pp. 32 - 46.&amp;lt;/ref&amp;gt;&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;
&lt;tr&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;background-color: #f8f9fa; color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #eaecf0; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;div&gt;   &lt;/div&gt;&lt;/td&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;background-color: #f8f9fa; color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #eaecf0; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;div&gt;   &lt;/div&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;
&lt;tr&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;background-color: #f8f9fa; color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #eaecf0; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;div&gt;	สถานการณ์ในลาวไร้ความสงบสุขอย่างยิ่งในช่วงหลังข้อตกลงเจนีวา  ทั้งไทยและเวียดนามเหนือต่างต้องการให้มีรัฐบาลลาวที่เป็นมิตรกับตนเพราะเห็นว่าดินแดนลาวมีความสำคัญยิ่งยวดต่อความมั่นคงของประเทศตน    ดังนั้น  การเมืองลาวจึงเต็มไปด้วยความขัดแย้งระหว่าง  2  ฝ่าย ๆหนึ่งได้รับการสนับสนุนจากเวียดนามเหนือ  กับอีกฝ่ายหนึ่งจากไทยและสหรัฐ ซึ่งเห็นว่าลาวเป็นด่านหน้าในการสกัดกั้นคอมมิวนิสต์ในภูมิภาคนี้    การแทรกแซงจากภายนอกได้ช่วยเร่งให้ความขัดแย้งในลาวปะทุเป็นการต่อสู้ด้านกำลังทหารในที่สุด    ในระหว่างปี 1957 – 1963  ผู้นำไทยเห็นว่าความมั่นคงของไทยอยู่ในขั้นวิกฤติจากการที่กองกำลังคอมมิวนิสต์เวียดนามเหนือรุกเข้าในในลาวหลายครั้ง    รัฐบาลไทยได้เรียกร้องซ้ำๆ  ให้ซีโต้แทรกแซงเพื่อสนับสนุนกลุ่มฝ่ายขวาในลาว  แต่ถูกคัดค้านจากทั้งอังกฤษ  ฝรั่งเศส  และสหรัฐ  ซึ่งไม่เห็นว่าสถานการณ์ในลาวควรค่าแก่การแทรกแซงทางการทหาร&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;background-color: #f8f9fa; color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #eaecf0; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;div&gt;	สถานการณ์ในลาวไร้ความสงบสุขอย่างยิ่งในช่วงหลังข้อตกลงเจนีวา  ทั้งไทยและเวียดนามเหนือต่างต้องการให้มีรัฐบาลลาวที่เป็นมิตรกับตนเพราะเห็นว่าดินแดนลาวมีความสำคัญยิ่งยวดต่อความมั่นคงของประเทศตน    ดังนั้น  การเมืองลาวจึงเต็มไปด้วยความขัดแย้งระหว่าง  2  ฝ่าย ๆหนึ่งได้รับการสนับสนุนจากเวียดนามเหนือ  กับอีกฝ่ายหนึ่งจากไทยและสหรัฐ ซึ่งเห็นว่าลาวเป็นด่านหน้าในการสกัดกั้นคอมมิวนิสต์ในภูมิภาคนี้    การแทรกแซงจากภายนอกได้ช่วยเร่งให้ความขัดแย้งในลาวปะทุเป็นการต่อสู้ด้านกำลังทหารในที่สุด    ในระหว่างปี 1957 – 1963  ผู้นำไทยเห็นว่าความมั่นคงของไทยอยู่ในขั้นวิกฤติจากการที่กองกำลังคอมมิวนิสต์เวียดนามเหนือรุกเข้าในในลาวหลายครั้ง    รัฐบาลไทยได้เรียกร้องซ้ำๆ  ให้ซีโต้แทรกแซงเพื่อสนับสนุนกลุ่มฝ่ายขวาในลาว  แต่ถูกคัดค้านจากทั้งอังกฤษ  ฝรั่งเศส  และสหรัฐ  ซึ่งไม่เห็นว่าสถานการณ์ในลาวควรค่าแก่การแทรกแซงทางการทหาร&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;
&lt;/table&gt;</summary>
		<author><name>Apirom</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=SEATO&amp;diff=5410&amp;oldid=prev</id>
		<title>Apirom: สร้างหน้าใหม่:  &#039;&#039;&#039;ผู้เรียบเรียง&#039;&#039;&#039; จุฬาพร  เอื้อรักสกุล  ----  &#039;&#039;&#039;ผู้ทรงคุณวุฒิป...</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=SEATO&amp;diff=5410&amp;oldid=prev"/>
		<updated>2010-08-31T10:46:58Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;สร้างหน้าใหม่:  &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;ผู้เรียบเรียง&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; จุฬาพร  เอื้อรักสกุล  ----  &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;ผู้ทรงคุณวุฒิป...&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;b&gt;หน้าใหม่&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;
&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;ผู้เรียบเรียง&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; จุฬาพร  เอื้อรักสกุล&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;ผู้ทรงคุณวุฒิประจำบทความ&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; รองศาสตราจารย์นรนิติ เศรษฐบุตร และ รองศาสตราจารย์ ดร.นิยม รัฐอมฤต&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== การจัดตั้งองค์การสนธิสัญญาป้องกันแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (สปอ.) ==&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	ซีโต้  (South – East  Asia  Collection  Defence  Treaty  :  SEATO)  คือ  องค์การของสนธิสัญญาการป้องกันร่วมกันแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  (สปอ.)  การลงนามในสนธิสัญญามีขึ้นเมื่อวันที่ 8 กันยายน ค.ศ. 1954  ที่กรุงมนิลา  ประเทศฟิลิปปินส์  จึงรู้จักกันในอีกชื่อหนึ่งว่ากติกามนิลา  (Manila  Pact)  ส่วนซีโต้ก่อตั้งขึ้นในระหว่างการประชุมคณะมนตรีสนธิสัญญาในกรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 23 – 25 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1955  สมาชิกองค์การประกอบด้วย  ไทย  สหรัฐอเมริกา  ฟิลิปปินส์  ปากีสถาน  ออสเตรเลีย  นิวซีแลนด์  อังกฤษ  และฝรั่งเศส    ระบบพันธมิตรนี้ถูกผลักดันโดยสหรัฐที่ต้องการเครื่องมือสกัดกั้นการขยายตัวของฝ่ายคอมมิวนิสต์ในภูมิภาคนี้    ความวิตกกังวลหลักของสหรัฐ  คือ  อินโดจีนภายหลังจากข้อตกลงเจนีวาว่าด้วยอินโดจีนในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 1954    สหรัฐคว่ำบาตรข้อตกลงนี้เพราะไม่พอใจข้อกำหนดให้แบ่งเวียดนามชั่วคราวที่เส้นขนาน  17  องศาและให้ฝ่ายคอมมิวนิสต์บริหารภาคเหนือ  ซึ่งในทัศนะสหรัฐเท่ากับเป็นการยอมรับให้ตั้งประเทศคอมมิวนิสต์ขึ้น &amp;lt;ref&amp;gt;R.  Sean  Randolph,  The  United  States  and  Thailand  Alliance  Dynamics,  1950 – 1985,  (Institute  of  East  Asian  Studies,  University  of  California,  Berkeley,  1986),  pp. 17 - 18.&amp;lt;/ref&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	รัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงครามได้เข้าเป็นภาคีสนธิสัญญานี้อย่างกระตือลือล้นโดยให้เหตุผลว่า  สาธารณรัฐประชาชนจีนมีนโยบายเป็นปฏิปักษ์ต่อไทยและเป็นผู้ให้ความช่วยเหลือฝ่ายคอมมิวนิสต์ในเวียดนามและลาวเพื่อให้แทรกซึมและบ่อนทำลายในประเทศไทย    โดยเฉพาะในภาคอีสานซึ่งมีชาวเวียดนามอพยพประมาณ  50,000  คนอาศัยอยู่ก่อนแล้ว    ดังนั้น  ไทยจึงต้องการความช่วยเหลือเพื่อให้อยู่รอดจาก  “ภัยคอมมิวนิสต์ที่คืบคลานใกล้เข้ามาอย่างไม่หยุดยั้ง” &amp;lt;ref&amp;gt;ฉันทิมา  อ่องสุรักษ์,  บรรณาธิการ,  นโยบายต่างประเทศไทยบนทางแพร่ง,  (กรุงเทพฯ,  โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์,  2533),  หน้า  89 – 90.&amp;lt;/ref&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	หลักฐานภัยคุกคามจากจีนดูเหมือนไม่ชัดเจน  ในเดือนมกราคม ค.ศ. 1953  รัฐบาลจีนได้ประกาศตั้ง  “เขตการปกครองตนเองของชนเชื้อสายไท”  ในจังหวัดยูนานซึ่งเป็นการตั้งหน่วยบริหารที่เป็นไปได้ว่าเพื่อให้ควบคุมชนกลุ่มน้อยภายในได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น    แต่ผู้นำไทยเห็นว่าเป็นความพยายามของจีนที่ยุยงส่งเสริมกระบวนการรวมชนเชื้อสายไทในจังหวัดภาคเหนือของไทย&amp;lt;ref&amp;gt;Daniel  D.  Lovelace,  China  and  People’s  War  in  Thailand  1946 – 1969,  (China  Research  monographs  No.8,  University  of  California,  Berkeley,  1986),  pp. 17 - 18.&amp;lt;/ref&amp;gt;     นอกจากนี้  อาจเป็นไปได้ว่าผู้นำไทยกังวลต่อชนเชื้อสายจีนจำนวนมากในประเทศไทย  ซึ่งผู้นำไทยในหลายสมัยที่ผ่านมามีความหวาดระแวงคนจีนเหล่านี้ในเรื่องความจงรักภักดีต่อไทย&lt;br /&gt;
	ส่วนภัยคุกคามด้านอินโดจีนที่ผู้นำไทยแสดงความวิตกกังวลคือการที่กองกำลังฝ่ายคอมมิวนิสต์เวียดนามเหนือรุกเข้าไปในดินแดนลาวกับกัมพูชาในระหว่างปี ค.ศ. 1953 – 1954  ซึ่งส่งผลให้ชนเชื้อสายเวียดนามประมาณ  50,000  คน ที่อาศัยในประเทศนั้นอพยพเข้ามาในภาคอีสานจนทำให้รัฐบาลไทยประกาศภาวะฉุกเฉินใน  9  จังหวัดภาคอีสาน  พร้อมทั้งขอให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติส่งคณะผู้สังเกตการณ์เข้ามาในพื้นที่ที่ถูกรุกรานแต่ไร้ผล&amp;lt;ref&amp;gt;ฉันทิมา  อ่องสุรักษ์,  อ้างแล้ว,  หน้า  91 – 92.&amp;lt;/ref&amp;gt;     ความกังวลของผู้นำไทยต่อสถานการณ์ในลาวอาจอธิบายได้ในแง่ความใกล้ชิดของ  2  ประเทศทั้งในทางประวัติศาสตร์และภูมิศาสตร์ซึ่งทำให้ผู้นำไทยในทศวรรษ  1950  จนถึง  1970  ต้องการให้ลาวมีรัฐบาลที่เป็นมิตรกับไทย    อย่างไรก็ตาม  จอมพล ป. ยังเห็นโอกาสของการใช้นโยบายต่างประเทศเพื่อการคงอำนาจเพราะไม่มีฐานการเมืองภายใน  ทั้งยังคาดหวังความช่วยเหลือจากสหรัฐทั้งด้านการทหารและเศรษฐกิจ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	จากปัจจัยข้างต้น  รัฐบาลจึงเสนอให้ สปอ. มีข้อผูกพันคล้ายองค์กรสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือหรือนาโต้  (NATO)  ที่ระบุว่ารัฐภาคีทั้งหมดจะช่วยโดยทันทีต่อรัฐภาคีที่ถูกโจมตีด้วยอาวุธและให้ตั้งกองกำลังซีโต้ที่มีกองบัญชาการตั้งในไทย    รวมทั้งเสนอให้รวมลาว  กัมพูชา  และสาธารณรัฐเวียดนามในสนธิสัญญา  และให้ตั้งสำนักงานใหญ่ในกรุงเทพฯ &amp;lt;ref&amp;gt; ฉันทิมา  อ่องสุรักษ์,  เพิ่งอ้าง,  หน้า  97.,/ref&amp;gt;    อย่างไรก็ตาม  ข้อเสนอของไทยบรรลุผลเพียง  2  ข้อสุดท้าย    สหรัฐไม่ต้องการถูกจำกัดเสรีภาพใดๆ  ภายใต้ข้อตกลงนี้  สนธิสัญญาจึงระบุพันธะผูกพันที่ค่อนข้างหลวมเพียงว่า  ในกรณีที่มีการโจมตีด้วยอาวุธต่อภาคีหนึ่ง  รัฐภาคีอื่นจะพิจารณาดำเนินการตามกระบวนการรัฐธรรมนูญของตน    นอกจากนี้  ให้ตั้งคณะที่ปรึกษาฝ่ายทหารเพื่อวางแผนและเสนอแนะมาตรการร่วมมือทางทหารสำหรับเตรียมรับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น    ซีโต้ไม่เคยมีบทบาทด้านการทหารที่แท้จริง  เพราะความแตกต่างอย่างยิ่งยวดของผลประโยชน์และลำดับความสำคัญด้านความมั่นคงของประเทศภาคี  อีกทั้งต้องใช้มติเอกฉันท์ในการดำเนินการทุกอย่าง    นอกจากนี้  ไม่มีภาคีใดที่ขอความช่วยเหลืออย่างชัดเจนภายใต้ข้อตกลงนี้  ยกเว้นรัฐบาลไทยที่เรียกร้องให้ซีโต้เข้าแทรกแซงสถานการณ์ในลาวในทศวรรษ  1950  และ  1960&amp;lt;ref&amp;gt;Randolph,  op.cit,  pp. 32 - 46.&amp;lt;/ref&amp;gt;&lt;br /&gt;
 &lt;br /&gt;
	สถานการณ์ในลาวไร้ความสงบสุขอย่างยิ่งในช่วงหลังข้อตกลงเจนีวา  ทั้งไทยและเวียดนามเหนือต่างต้องการให้มีรัฐบาลลาวที่เป็นมิตรกับตนเพราะเห็นว่าดินแดนลาวมีความสำคัญยิ่งยวดต่อความมั่นคงของประเทศตน    ดังนั้น  การเมืองลาวจึงเต็มไปด้วยความขัดแย้งระหว่าง  2  ฝ่าย ๆหนึ่งได้รับการสนับสนุนจากเวียดนามเหนือ  กับอีกฝ่ายหนึ่งจากไทยและสหรัฐ ซึ่งเห็นว่าลาวเป็นด่านหน้าในการสกัดกั้นคอมมิวนิสต์ในภูมิภาคนี้    การแทรกแซงจากภายนอกได้ช่วยเร่งให้ความขัดแย้งในลาวปะทุเป็นการต่อสู้ด้านกำลังทหารในที่สุด    ในระหว่างปี 1957 – 1963  ผู้นำไทยเห็นว่าความมั่นคงของไทยอยู่ในขั้นวิกฤติจากการที่กองกำลังคอมมิวนิสต์เวียดนามเหนือรุกเข้าในในลาวหลายครั้ง    รัฐบาลไทยได้เรียกร้องซ้ำๆ  ให้ซีโต้แทรกแซงเพื่อสนับสนุนกลุ่มฝ่ายขวาในลาว  แต่ถูกคัดค้านจากทั้งอังกฤษ  ฝรั่งเศส  และสหรัฐ  ซึ่งไม่เห็นว่าสถานการณ์ในลาวควรค่าแก่การแทรกแซงทางการทหาร&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	อย่างไรก็ตาม  สหรัฐเริ่มมีความเห็นสอดคล้องกับไทยมากขึ้นจากปลายค.ศ. 1960 – 1962  เมื่อสงครามกลางเมืองในลาวทวีความรุนแรง  และข้อเสนอของไทยที่ต้องการให้ซีโต้เข้าแทรกแซงถูกคัดค้านเช่นเคยจากอังกฤษและฝรั่งเศส  แต่สหรัฐเริ่มวิตกต่อการรุกคืบของฝ่ายคอมมิวนิสต์ลาว  รวมทั้งต้องการผ่อนคลายความตื่นตระหนกของผู้นำไทย    ผลก็คือการลงนามในแถลงการณ์ร่วมรัสค์ – ถนัด (Rusk – Thanat  Communiqui)  ในเดือนมีนาคม ค.ศ. 1962  ที่ระบุข้อความสำคัญว่าสหรัฐจะช่วยเหลือไทยอย่างเต็มที่ในการต่อต้านภัยคอมมิวนิสต์จากทั้งภายในและภายนอก    แถลงการณ์นี้ได้อ้างถึงข้อผูกพันของสหรัฐภายใต้เงื่อนไข สปอ. ที่ว่า การกระทำใดๆ ต้องเป็นไปตามกระบวนการรัฐธรรมนูญของแต่ละประเทศ  แต่ระบุว่าสหรัฐมีอิสระในการดำเนินการโดยมิต้องขอความเห็นจากภาคีอื่นของ สปอ.    ผลของข้อผูกพันทวิภาคีนี้ทำให้สหรัฐได้แสดงแสนยานุภาพอย่างจำกัดในไทยเพื่อตอบโต้วิกฤตการณ์ในลาวในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1962 ซึ่งเป็นการปฏิบัติตามพันธะผูกพันภายใต้ สปอ. โดยมีภาคีอื่นบางประเทศเข้าร่วมด้วย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	ในช่วงทศวรรษ 1960 ภาคีหลายประเทศถอนตัวออกจากกิจกรรมของซีโต้    จนในที่สุด  เหตุผลการดำรงอยู่ขององค์การนี้ก็หมดไปเมื่อเป้าหมายที่เคยเป็นปฏิปักษ์เปลี่ยนแปลง  โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการที่สหรัฐคืนดีกับจีนเมื่อประธานาธิบดีริชาร์ด  นิกสันไปเยือนจีนในเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 1972   และท้ายที่สุด ชัยชนะของฝ่ายคอมมิวนิสต์ในกัมพูชาและเวียดนามใต้    รัฐบาลไทยและรัฐบาลฟิลิปปินส์ได้ตกลงในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 1975 ให้ยกเลิกซีโต้    การยกเลิกอย่างเป็นทางการมีขึ้นในวันที่ 30 มิถุนายน ค.ศ. 1977    สนธิสัญญาสปอ.ไม่เคยถูกยกเลิกอย่างเป็นทางการ แต่ก็ไม่เคยถูกบีบบังคับใช้จริงอีกเลย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	ตลอดเวลาการดำรงอยู่ของซีโต้  ไทยเป็นภาคีที่เข้าเกี่ยวข้องกับองค์การอย่างแข็งขันที่สุด    ดังนั้น    ซีโต้ก็ส่งผลกระทบต่อไทยมากที่สุดด้วย  ในแง่หนึ่ง  หากพิจารณาจากเป้าหมายหลักขององค์กรคือการเป็นกลุ่มพันธมิตรเพื่อร่วมป้องกันภัยคอมมิวนิสต์แล้ว  ซีโต้ก็เป็นเพียงกลุ่มที่  “แสดงเจตนารมณ์”  นี้  แต่แทบไม่มี  “ปฏิบัติการใดๆ” เพื่อเป้าหมายนี้    ดังปรากฏชัดเจนจากกรณีสถานการณ์ลาวว่า ซีโต้ไม่ได้ตอบสนองข้อเรียกร้องหรือความกังวลของผู้นำไทยเลย    ในอีกแง่หนึ่ง  การเป็นพันธมิตรนี้ก็ทำให้ไทยเป็นศัตรูชัดเจนของจีน  เพราะจีนก็เห็นว่าซีโต้ตั้งขึ้นเพื่อต่อต้านจีนโดยตรงและเพื่อก่อสงคราม “และไทยเป็น”  ฐานของการเตรียมพร้อมสงครามของสหรัฐ  “จากการที่สำนักงานใหญ่ขององค์การตั้งในไทย” &amp;lt;ref&amp;gt;Daniel  D.  Lovelace,  op.cit.,  p.31.&amp;lt;/ref&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== ที่มา ==&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
R.  Sean  Randolph,  The  United  State  and  Thailand  Alliance  Dynamics,  1950 – 1985,  Institute  of  East  Asian  Studies,  University  of  California,  Berkeley,  1986.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ฉันทิมา  อ่องสุรักษ์,  บรรณาธิการ,  นโยบายต่างประเทศไทยบนทางแพร่ง,  กรุงเทพฯ,  โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์,  2533.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
Daniel  D.  Lovelace,  China  and  People’s  War  in  Thailand  1946 – 1969,  China  Research  monographs  No.8,  University  of  California,  Berkeley,  1986.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==อ้างอิง==&lt;br /&gt;
&amp;lt;references/&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[หมวดหมู่:เหตุการณ์สำคัญทางการเมืองไทย สมัย พ.ศ. 2475-2500]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Apirom</name></author>
	</entry>
</feed>