<?xml version="1.0"?>
<feed xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom" xml:lang="th">
	<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?action=history&amp;feed=atom&amp;title=22_%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%99_%E0%B8%9E.%E0%B8%A8._2477</id>
	<title>22 กันยายน พ.ศ. 2477 - ประวัติรุ่นแก้ไข</title>
	<link rel="self" type="application/atom+xml" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?action=history&amp;feed=atom&amp;title=22_%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%99_%E0%B8%9E.%E0%B8%A8._2477"/>
	<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=22_%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%99_%E0%B8%9E.%E0%B8%A8._2477&amp;action=history"/>
	<updated>2026-05-18T18:39:01Z</updated>
	<subtitle>ประวัติรุ่นแก้ไขของหน้านี้ในวิกิ</subtitle>
	<generator>MediaWiki 1.42.1</generator>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=22_%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%99_%E0%B8%9E.%E0%B8%A8._2477&amp;diff=9012&amp;oldid=prev</id>
		<title>Apirom: หน้าที่ถูกสร้างด้วย &#039;&#039;&#039;&#039;ผู้เรียบเรียง&#039;&#039;&#039; ศาสตราจารย์พิเศษ นรนิติ เศรษฐบุต...&#039;</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=22_%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%99_%E0%B8%9E.%E0%B8%A8._2477&amp;diff=9012&amp;oldid=prev"/>
		<updated>2013-10-09T07:20:51Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;หน้าที่ถูกสร้างด้วย &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;ผู้เรียบเรียง&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; ศาสตราจารย์พิเศษ นรนิติ เศรษฐบุต...&amp;#039;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;b&gt;หน้าใหม่&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;&lt;div&gt;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;ผู้เรียบเรียง&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; ศาสตราจารย์พิเศษ นรนิติ เศรษฐบุตร&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;ผู้ทรงคุณวุฒิประจำบทความ&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; รองศาสตราจารย์ ดร.นิยม รัฐอมฤต&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
วันที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2477 เป็นวันที่[[สภาผู้แทนราษฎร]]เลือก[[ประธานสภาผู้แทนราษฎร]]คนที่ 4 คือ[[เจ้าพระยาศรีธรรมาธิเบศ]]ขึ้นมาแทน[[นายพลเรือตรี พระยาศรยุทธเสนี]] ที่ลาออกจากตำแหน่งประธานสภาผู้แทนฯ ไปเป็น[[รัฐมนตรี]]ว่าการกระทรวงเศรษฐการ เจ้าพระยาศรีธรรมธิเบศท่านได้รับแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภา ผู้แทนประเภทที่ 2 ในปี พ.ศ. 2476&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	เจ้าพระยาศรีธรรมาธิเบศ ([[จิตร ณ สงขลา]]) ผู้นี้ท่านเป็นเจ้าพระยาคนสุดท้ายของเมืองไทย ท่านได้รับบรรดาศักด์เจ้าพระยาใน พ.ศ. 2474 เพราะหลังจากท่านแล้วก็ไม่ได้ตั้งผู้ใดและต่อมาได้ยกเลิกบรรดาศักดิ์ ท่านเกิดเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2428 ท่านเป็นผู้ที่เรียนหนังสือเก่ง  เรียนจบทั้งกฎหมายไทย และกฎหมายอังกฤษไปเรียนต่อที่สำนักเกรย์อิน ที่ลอนดอน ประเทศอังกฤษ โดยได้ตามเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว[[รัชกาลที่ 5]] ไปที่อังกฤษในคราวเสด็จประพาสยุโรปครั้งที่สอง เมื่อศึกษาจบกลับมาทำงานก็ได้รับความเจริญก้าวหน้า  เคยเป็นตุลาการที่มีบทบาทสำคัญ และเสนาบดีกระทรวงยุติธรรม หลังเปลี่ยนแปลงการปกครองแผ่นดินฯ ท่านได้มาร่วมรัฐบาลของ[[พระยาพหลพยุหเสนา]] เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2476&lt;br /&gt;
 &lt;br /&gt;
	ท่านได้รับเลือกเป็น[[ประธานสภาผู้แทนฯ]] ในครั้งนี้แล้วเป็นอยู่ไม่ทันถึงปีก็พ้นตำแหน่งและได้รับเลือกเป็นประธานสภาผู้แทนซ้ำอีกในวันที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2477 เพราะ “ตาม[[ข้อบังคับการประชุม]]ปรึกษาของสภาผู้แทนราษฎร ปี 2477 ประธานและรองประธานต้องพ้นจากตำแหน่งเมื่อเปิดสมัยประชุมสามัญ   ทุกปี”&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	ในช่วงปลายสมัยแรกที่เจ้าพระยาศรีฯ เป็นประธานสภาผู้แทนฯ ต่อด้วยต้นสมัยที่สองนั้นเจ้าพระยาศรีฯ ได้รับหน้าที่สำคัญไปเฝ้า[[พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว]]ที่ประเทศอังกฤษกับ[[หลวงธำรงนาวาสวัสดิ์]] ซึ่งเป็น[[เลขาธิการคณะรัฐมนตรี]] และ[[นายดิเรก ชัยนาม]] สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทั้งนี้ทางรัฐบาลพิจารณาว่าท่านเป็น &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	“ผู้ที่ควรจะไปเฝ้าฯ ก็ควรเลือกผู้ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงรู้จักดีและไว้วางพระราชหฤทัย ทั้งควรจะเป็นผู้ทรงคุณวุฒิในวิชาการและ[[หลักราชการ]]”&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	เจ้าพระยาศรีฯ จึงได้เป็นผู้เข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวและกราบบังคมทูลถวายเรื่องราวในการติดต่อกับทางรัฐบาลอยู่เป็นเวลาประมาณ 5 เดือน และเป็นผู้ที่รับ[[พระราชหัตถเลขา]]ของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวที่ทรงสละราชสมบัติ ลงวันที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2477&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	หลังจากเป็นประธานสภาผู้แทนฯ ที่ต้องไปปฏิบัติภารกิจนอกประเทศจนกลับมาแล้วเจ้าพระยาศรีฯ ก็ได้รับเลือกเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎรอีกในวันที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2478 คราวนี้ท่านได้น้องชายของท่าน คือ [[พระยามานวราชเสวีมา]]เป็น[[รองประธานสภาผู้แทนราษฎร]]คนที่หนึ่งอีกด้วย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	ระหว่างที่เจ้าพระยาศรีฯ เป็นประธานสภาผู้แทนฯ ในสมัยที่ 3 นี้ก็มีเรื่องการเมืองที่สำคัญอยู่บ้างก็คือ “[[กรณีกบฏนายสิบ]]” ที่มีนายทหารชั้นประทวนหลายคนวางแผนสังหารผู้นำสำคัญทางการเมืองและล้มรัฐบาล ทางรัฐบาลรู้เรื่องก่อนและได้เข้าจัดการจับกุมดำเนินคดีที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับสภาผู้แทนราษฎร เนื่องจากทางรัฐบาลได้เสนอร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลพิเศษขึ้นมาพิจารณาพิพากษาคดี[[กบฏ]]นายสิบนี้ ซึ่งทางสภาผู้แทนราษฎรก็ได้พิจารณาผ่านออกมาเป็นกฎหมายบังคับใช้ และในการดำเนินคดีก็มีผู้ต้องหาถูกตัดสินประหารชีวิตหนึ่งราย  กับที่เหลืออีกหลายรายได้ถูกพิพากษาจำคุกเป็นเวลานาน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	การดำรงตำแหน่งประมุขของ[[อำนาจนิติบัญญัติ]]ของท่านได้สิ้นสุดลงในวันที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2479 หลังจากนั้นอีก 3 วันสภาผู้แทนราษฎรก็ได้มีมติเลือกน้องชายของท่านที่เคยเป็นรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคือพระยามานวราชเสวี เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 5 ของประเทศ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	เจ้าพระศรีฯ เองนั้นพ้นจากตำแหน่งประธานสภาฯ มาได้ประมาณ 1 ปี ก็ได้กลับเข้ามาร่วมรัฐบาล ของพระยาพหลฯ ได้เป็นรัฐมนตรีว่าการ[[กระทรวงยุติธรรม]]  ต่อมาในวันที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2481 ในรัฐบาลใหม่ที่มี[[นายพันเอกหลวงพิบูลสงคราม]] เป็นนายกรัฐมนตรีสืบ ต่อมา เจ้าพระศรีฯ ก็ยังได้เข้าร่วมรัฐบาลเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ จนถึง พ.ศ. 2482 จึงได้ขอลาออกจากการเป็นรัฐมนตรี&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	ครั้นเปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรีมาเป็น[[นายควง  อภัยวงศ์]] เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2487 เจ้าพระยาศรีฯ ก็ได้เข้าร่วมรัฐบาลใหม่อีกครั้งเป็นรัฐมนตรีว่าการ[[กระทรวงสาธารณสุข]]เป็นอยู่จน นายควง  อภัยวงศ์ ลาออกจากนายกรัฐมนตรี ใน พ.ศ. 2488 และเมื่อนายควง  อภัยวงศ์ กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้งในวันที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2489 ท่านได้เข้าร่วมรัฐบาลโดยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมและนั่นเป็นตำแหน่งรัฐมนตรีครั้งสุดท้ายของท่าน ต่อมาเมื่อมีวุฒิสภาท่านก็ได้เป็น[[ประธานวุฒิสภา]] และได้เป็น[[ประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ]]สภาแรกเมื่อ พ.ศ. 2491 นับว่าท่านได้ดำรงตำแหน่งที่เกี่ยวข้องทางการเมืองอยู่หลายตำแหน่ง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	เจ้าพระยาศรีธรรมาธิเบศมีชีวิตอยู่จนอายุเกือบจะ 92 ปี โดยถึงแก่อสัญกรรมในวันที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2519&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[หมวดหมู่:เหตุการณ์สำคัญทางการเมืองไทย สมัย พ.ศ. 2475-2500]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Apirom</name></author>
	</entry>
</feed>