<?xml version="1.0"?>
<feed xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom" xml:lang="th">
	<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?action=history&amp;feed=atom&amp;title=%E0%B9%81%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2_%28%E0%B8%9E.%E0%B8%A8._2541%29</id>
	<title>แรงงานไทย (พ.ศ. 2541) - ประวัติรุ่นแก้ไข</title>
	<link rel="self" type="application/atom+xml" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?action=history&amp;feed=atom&amp;title=%E0%B9%81%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2_%28%E0%B8%9E.%E0%B8%A8._2541%29"/>
	<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B9%81%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2_(%E0%B8%9E.%E0%B8%A8._2541)&amp;action=history"/>
	<updated>2026-05-19T00:04:19Z</updated>
	<subtitle>ประวัติรุ่นแก้ไขของหน้านี้ในวิกิ</subtitle>
	<generator>MediaWiki 1.42.1</generator>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B9%81%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2_(%E0%B8%9E.%E0%B8%A8._2541)&amp;diff=4599&amp;oldid=prev</id>
		<title>Teeraphan เมื่อ 13:54, 11 กรกฎาคม 2553</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B9%81%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2_(%E0%B8%9E.%E0%B8%A8._2541)&amp;diff=4599&amp;oldid=prev"/>
		<updated>2010-07-11T13:54:58Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;a href=&quot;https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B9%81%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2_(%E0%B8%9E.%E0%B8%A8._2541)&amp;amp;diff=4599&amp;amp;oldid=4302&quot;&gt;แสดงการเปลี่ยนแปลง&lt;/a&gt;</summary>
		<author><name>Teeraphan</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B9%81%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2_(%E0%B8%9E.%E0%B8%A8._2541)&amp;diff=4302&amp;oldid=prev</id>
		<title>Apirom: สร้างหน้าใหม่: &#039;&#039;&#039;ผู้ทรงคุณวุฒิประจำบทความ&#039;&#039;&#039; รองศาสตราจารย์นรนิติ เศรษฐ...</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B9%81%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2_(%E0%B8%9E.%E0%B8%A8._2541)&amp;diff=4302&amp;oldid=prev"/>
		<updated>2010-06-24T10:16:37Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;สร้างหน้าใหม่: &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;ผู้ทรงคุณวุฒิประจำบทความ&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; รองศาสตราจารย์นรนิติ เศรษฐ...&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;b&gt;หน้าใหม่&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;&lt;div&gt;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;ผู้ทรงคุณวุฒิประจำบทความ&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; รองศาสตราจารย์นรนิติ เศรษฐบุตร และ รองศาสตราจารย์ ดร.นิยม รัฐอมฤต&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;พรรคแรงงานไทย&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
พรรคแรงงานไทย (ตัวย่อ รท.) มีชื่อภาษาอังกฤษว่า THAI LABOUR PARTY (ตัวย่อ TLP.) จดทะเบียนจัดตั้งพรรคอย่างเป็นทางการในวันที่ 14 กันยายน 2541&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
พรรคแรงงานไทยมีเครื่องหมายประจำพรรคเป็นรูปกุหลาบสีแดงและก้านดอกมีสีเขียว ซึ่งกุหลาบ หมายถึง สัญลักษณ์แห่งความรัก ความเข้าใจเป็นเสื่อกลางของสัมพันธภาพอันดี ระหว่างสมาชิกพรรคประชาชนและรัฐบาล ส่วน สีแดง หมายถึง ความจริงใจมุ่งมั่นปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะสร้างสรรค์ สังคมไทยให้เจริญรุ่งเรืองก้าวหน้าสืบไป และ ก้านดอกสีเขียว หมายถึงรากฐานที่มั่นคง ความสมบูรณ์ของประเทศและคุณภาพที่ดีของประชาชน คำขวัญของพรรคแรงงานไทย ก็คือ “พรรคการเมืองของประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชน” &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
พรรคแรงงานไทยมีที่มามาจากการรวมตัวกันของกลุ่มผู้ใช้แรงงานในภาคอุตสาหกรรม ที่แรกเริ่มเดิมทีได้รวมตัวกันและจัดตั้งเป็น “ชมรมส่งเสริมการศึกษาและพัฒนาสหภาพ แรงงาน” ซึ่งเป็นศูนย์ช่วยเหลือคนงานที่ถูกเอารัดเอาเปรียบในสถานที่ทำงาน ในเวลาเดียวกันนั้น ก็ได้มีการจัดตั้งสหภาพแรงงานในโรงงานต่างๆ โดยในปี พ.ศ.2531 กลุ่มสหภาพแรงงานดังกล่าวได้พัฒนามาเป็น สภาองค์การลูกจ้าง สภาลูกจ้างแห่งชาติ (National Labour Congress) โดยมี นายชิน ทับพลี เป็นประธานฯตั้งแต่ปี พ.ศ. 2532 &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
บทบาทสำคัญของสภาองค์การลูกจ้าง สภาลูกจ้างแห่งชาติ ก็คือ การเรียกร้องให้รัฐบาลลงมาดูแลความเป็นอยู่ของลูกจ้างมากขึ้น และผลักดันให้รัฐบาลออกกฎหมายประกันสังคม และเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้มีกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมจนสำเร็จ จึงนับได้ว่า สภาองค์การลูกจ้าง สภาลูกจ้างแห่งชาติมีการ แต่ในหลายๆข้อเรียกร้องก็ประสบกับความล้มเหลว เช่น ในการเรียกร้องให้มีการออกกฎหมายประกันการว่างงาน การให้คนชรามีเงินเดือน เป็นต้น สภาองค์การลูกจ้าง และสภาลูกจ้างแห่งชาติ นำโดย นายชิน ทับพลี จึงมีแนวคิดว่า อำนาจรัฐเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการต่อสู้ของขบวนการแรงงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งขบวนการแรงงานจำเป็นต้องมี พรรคการเมืองของตนเอง และจะต้องผลักดันให้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เป็นฝ่ายของแรงงานอยู่ในสภานิติบัญญัติให้ได้เพื่อที่จะเข้าไปผลักดันให้มีกฎหมายที่เอื้อประโยชน์ต่อประชาชนผู้ใช้แรงงาน &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ในการประชุมใหญ่ของสภาองค์การลูกจ้าง สภาลูกจ้างแห่งชาติ ในปี พ.ศ. 2539 ได้มีมติให้จัดตั้งพรรคการเมืองชื่อ &amp;quot;พรรคแรงงานไทย&amp;quot; โดยมี นายชิน ทับพลี เป็นหัวหน้าพรรคก่อตั้ง และพรรคแรงงานไทยได้ส่งผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นครั้งแรก จำนวน 107 คน แต่พรรคต้องประสบความล้มเหลว เมื่อไม่มีผู้ใดได้รับการเลือกตั้ง พรรคจึงถูกศาลสั่งยุบพรรคตามกฎหมาย &lt;br /&gt;
ต่อมาในปี พ.ศ. 2541 ได้มีการจัดตั้งพรรคแรงงานไทยขึ้นอีกครั้งตามกฎหมายรัฐธรรมนูญใหม่ พ.ศ.2541 ได้รับจดทะเบียนพรรคการเมืองเมื่อวันที่ 14 กันยายน 2541 โดยมี นายชิน ทับพลี เป็นหัวหน้าพรรคแรงงานไทยคนแรก และมีนายขวัญ ภู่นาค เป็นเลขาธิการพรรค โดยคำขวัญของพรรคก็คือ &amp;quot;สร้างสรรค์สังคม&amp;quot; และอุดมการณ์หลักของพรรคแรงงานไทยก็คือ &lt;br /&gt;
“ยึดมั่นการปกครองระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ส่งเสริมระบบเศรษฐกิจ การตลาดเสรีที่มีกลไกกำกับ การแข่งขันอย่างเป็นธรรม สร้างระบบสังคมที่มีสวัสดิการ และหลักประกันเพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพ ที่อยู่ดีกินดี มีความปลอดภัยในชีวิต และ ทรัพสินตาม”&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
พรรคแรงงานไทยแบ่งนโยบายที่เป็นทางการของพรรคออกเป็น 2 กลุ่มนโยบายหลัก คือ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
หนึ่ง นโยบายด้านการเมือง และสอง นโยบายด้านเศรษฐกิจ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;1) นโยบายด้านการเมือง&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;1. ปฎิรูปกฎหมายต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจ และสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป เพื่อให้ กฎหมายเป็นกลไกที่มีประสิทธิภาพ ในการกำกับสังคม และมีสาระที่ประกันศักดิ์ศรีแห่งความ เป็นมนุษย์ สามารถคุ้มครองสิทธิ เสรีภาพ ของประชาชน &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;2.	ปฎิรูประบบการบังคับใช้กฎหมายให้มีความโปร่งใส บริสุทธิ์ รวดเร็ว และมีการตรวจสอบป้องกันการใช้อำนาจอย่างเลือกปฏิบัติ เพื่อให้เกิดความยุติธรรม และความสงบเรียบร้อยแก่สังคมอย่างแท้จริง &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;3. ส่งเสริมให้มีองค์กรระงับข้อพิพาททางสังคม หลายรูปแบบ เพื่อความเหมาะสม และสอดคล้องกับการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคม &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;4.ส่งเสริมให้มีการกระจายอำนาจการบริหารและการคลังสู่ท้องถิ่นเพื่อให้มีการใช้ ภูมิปัญญาชาวบ้าน ประสานงานกับนโยบายของส่วนกลาง &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;5.	ส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการบริหารประเทศอย่างแท้จริง &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;6.	สร้างสรรค์ระบบการป้องกันประเทศให้เหมาะสม กับสภาพเศรษฐกิจของประเทศ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;7.	กำหนดนโยบายต่างประเทศที่เป็นมิตรอันดีกับทุกประเทศทั่วโลก &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;2)นโยบายด้านเศรษฐกิจ&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;1.ส่งเสริมกลไกการตลาด จัดระบบป้องกันการผูกขาด และป้องกันขาดความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ โดยผลักดันให้มีการบังคับใช้กฎหมายป้องกันการผูกขาด กฎหมายป้องกันการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม กฎหมายว่าด้วยความรับผิดชอบในผลิตภัณฑ์ และกฎหมายเศรษฐกิจอื่น ๆ ที่มีสาระและเจตนารมณ์ ในการส่งเสริม และกำกับระบบเศรษฐกิจภายในประเทศให้มีการแข่งขันอย่างเป็นธรรม และคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภคอย่างแท้จริง&lt;br /&gt;
 &lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;2.ผลักดันให้มีการปรับปรุงระบบกฎหมายการเงินให้สมบูรณ์ โดยเฉพาะกฎหมายกำกับสถาบันการเงิน กฎหมายควบคุมและกำกับธุรกรรมทางการเงิน กฎหมายเกี่ยวกับตราสารหนี้ และตราสารอนุพันธ์และการเงิน อีกทั้งตรวจสอบและควบคุมให้มีการบังคับใช้อย่างเข้มงวด และจริงจังเพื่อให้สถาบันการเงินมั่นคง และการประกอบธุรกรรมทางเงินที่เป็นธรรม &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;3. ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการ และแรงงานภาคต่าง ๆ รวมตัวเป็นองค์กรที่ขอบด้วยกฎหมายเพื่อสร้างอำนาจต่อรอง และความสามารถในการแข่งขันกับคู่แข่งต่างประเทศ เพื่อเป็นเอกภาพในการประสาน และสนองนโยบายของรัฐ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;4.ส่งเสริมให้มีการวิจัย และพัฒนาเทคโนโลยีปรับเปลี่ยนโครงสร้างการผลิต การจัดการและการบริหารที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยเทคโนโลยี ซึ่งจะทำให้การผลิตมีประสิทธิภาพและได้ผลผลิตมีคุณภาพดีแต่ต้นทุนต่ำ อันเป็นการสร้างอำนาจการแข่งขันทางการค้าระหว่างประเทศให้แข็งแกร่งขึ้น &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;5.ส่งเสริมให้มีการพัฒนายกระดับความรู้ความสามารถ และทักษาของผู้ใช้แรงงานให้สูงขึ้นและสอดคล้องกับสภาพการผลิตที่แปรเปลี่ยนไป เพื่อให้คุณภาพชีวิตของผู้ใช้แรงงานดีขึ้นกว่าเดิม &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;6.ส่งเสริมให้มีองค์กรกลาง เพื่อคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของผู้บริโภค และผู้ใช้แรงงานในภาคต่าง ๆ โดยให้มีตัวแทนของกลุ่มผลประโยชน์เหล่านั้น มีส่วนร่วมในการตัดสินใจขององค์กรนั้นอย่างแท้จริง&lt;br /&gt;
 &lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;7.ผลักดันให้หน่วยงานของรัฐ จัดทำระบบข้อมูลสารสนเทศ เปิดเผยและเผยแพร่ให้ประชาชน ได้รับรู้อย่างทันเหตุการณ์ อีกทั้งผลึกดันให้รัฐจัดตั้งองค์กรกำกับชี้แนะทิศทางการลงทุน แก่ผู้ประกอบการทราบเป็นระยะอย่างต่อเนื่อง และชัดเจน &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;8.ส่งเสริมระบบการประกันความเสี่ยงในภาคอุตสาหกรรม เพื่อการพัฒนาอุตสาหกรรมให้เติบโตอย่างมั่นคงและต่อเนื่อง&lt;br /&gt;
 &lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;9.	ส่งเสริมระบบการประกันภัยผลิตผลทางการเกษตร &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;10.	ส่งเสริมระบบการใช้ทรัพยากรธรรมชาติแบบยั่งยืน และการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;11.	ส่งเสริมนโยบายการกระจายความเจริญทางเศรษฐกิจสู่ภูมิภาค &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;12.	ส่งเสริมระบบการรักษาสินทรัพย์ของชาติ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;13.	ส่งเสริมให้มีการสะสมทุนในระดับที่เหมาะสม เพื่อความมั่นคง และก้าวหน้าทางเศรษฐกิจของชาติ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;14.	ส่งเสริมความมั่นคงของระบบเศรษฐกิจภูมิภาค เพื่อให้ประเทศไทยและภูมิภาคเอเซีย มีความมั่นคง โดยให้มีมาตราทางการเงิน การคลัง และการค้าระหว่างประเทศที่มีความสอดคล้องกัน &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;15.	ส่งเสริมให้มีการพัฒนาระบบสหกรณ์ให้มีประสิทธิภาพ และเหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจของประเทศไทย &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุบพรรคในวันที่ 7 ตุลาคม 2547 อันเนื่องมาจากการประชุมใหญ่วิสามัญครั้งที่ 1/2546 ของพรรค เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2546 ไม่เป็นไปตามกฎหมายและข้อบังคับของพรรคแรงงานไทย เนื่องมาจากมีผู้เข้าร่วมประชุมใหญ่วิสามัญน้อยกว่า 100 คน และที่ประชุมใหญ่วิสามัญของพรรคไม่ได้ดำเนินการในลักษณะที่สอดคล้องกับพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 (มาตรา 26 และมาตรา 20) ส่งผลให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ยุบพรรคแรงงานไทยในที่สุด&amp;lt;ref&amp;gt; http://www.concourt.or.th/download/Center_desic/47/Center_desic_thai/Center61_47.pdf&amp;lt;/ref&amp;gt;  &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==อ้างอิง==&lt;br /&gt;
&amp;lt;references/&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[หมวดหมู่:รายชื่อพรรคการเมืองไทย|รแรงงานไทย (พ.ศ. 2541)]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Apirom</name></author>
	</entry>
</feed>