<?xml version="1.0"?>
<feed xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom" xml:lang="th">
	<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?action=history&amp;feed=atom&amp;title=%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%9C%E0%B8%B1%E0%B8%99</id>
	<title>เงินผัน - ประวัติรุ่นแก้ไข</title>
	<link rel="self" type="application/atom+xml" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?action=history&amp;feed=atom&amp;title=%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%9C%E0%B8%B1%E0%B8%99"/>
	<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%9C%E0%B8%B1%E0%B8%99&amp;action=history"/>
	<updated>2026-04-08T13:17:49Z</updated>
	<subtitle>ประวัติรุ่นแก้ไขของหน้านี้ในวิกิ</subtitle>
	<generator>MediaWiki 1.42.1</generator>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%9C%E0%B8%B1%E0%B8%99&amp;diff=13064&amp;oldid=prev</id>
		<title>Apirom เมื่อ 04:19, 8 ธันวาคม 2560</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%9C%E0%B8%B1%E0%B8%99&amp;diff=13064&amp;oldid=prev"/>
		<updated>2017-12-08T04:19:04Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;table style=&quot;background-color: #fff; color: #202122;&quot; data-mw=&quot;interface&quot;&gt;
				&lt;col class=&quot;diff-marker&quot; /&gt;
				&lt;col class=&quot;diff-content&quot; /&gt;
				&lt;col class=&quot;diff-marker&quot; /&gt;
				&lt;col class=&quot;diff-content&quot; /&gt;
				&lt;tr class=&quot;diff-title&quot; lang=&quot;th&quot;&gt;
				&lt;td colspan=&quot;2&quot; style=&quot;background-color: #fff; color: #202122; text-align: center;&quot;&gt;←รุ่นแก้ไขก่อนหน้า&lt;/td&gt;
				&lt;td colspan=&quot;2&quot; style=&quot;background-color: #fff; color: #202122; text-align: center;&quot;&gt;รุ่นแก้ไขเมื่อ 11:19, 8 ธันวาคม 2560&lt;/td&gt;
				&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td colspan=&quot;2&quot; class=&quot;diff-lineno&quot; id=&quot;mw-diff-left-l16&quot;&gt;บรรทัดที่ 16:&lt;/td&gt;
&lt;td colspan=&quot;2&quot; class=&quot;diff-lineno&quot;&gt;บรรทัดที่ 16:&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;
&lt;tr&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;background-color: #f8f9fa; color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #eaecf0; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;div&gt;&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; มาตรการผันเงินในความหมายที่ 1 รัฐบาลตั้งเป้าหมายให้ธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินต่าง ๆ ทำการผันเงินจากส่วนกลางคือกรุงเทพมหานครออกสู่ต่างจังหวัดปีละไม่ต่ำกว่า 4,000 ล้านบาท การดำเนินตามนโยบายผันเงินดังกล่าวนั้น เป็นการที่รัฐบาลขอความร่วมมือจากธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินต่าง ๆ ให้ปล่อยสินเชื่อเพื่อการเกษตรในต่างจังหวัดเพิ่มขึ้น โดยรัฐบาลไม่ได้มีมาตรการด้านกฎหมายที่จะบังคับให้ธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินต่าง ๆ ดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล จากการดำเนินนโยบายดังกล่าวได้เอื้อผลประโยชน์ให้กับกลุ่มธนาคารพาณิชย์โดยเป็นเครื่องมือในการระบายเงินกู้ของตน ผ่านธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ซึ่งรัฐบาลเป็นผู้ค้ำประกัน ทำให้กลุ่มนายทุนธนาคารได้รับผลประโยชน์หลายทาง ซึ่งส่งผลต่อการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของธนาคารพาณิชย์ต่อประชาชน อีกทั้งยังสามารถระบายเงินกู้ของตนได้โดยที่ไม่ต้องเสี่ยงเพราะรัฐบาลเป็นประกัน[[#_ftn2|[2]]]&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;background-color: #f8f9fa; color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #eaecf0; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;div&gt;&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; มาตรการผันเงินในความหมายที่ 1 รัฐบาลตั้งเป้าหมายให้ธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินต่าง ๆ ทำการผันเงินจากส่วนกลางคือกรุงเทพมหานครออกสู่ต่างจังหวัดปีละไม่ต่ำกว่า 4,000 ล้านบาท การดำเนินตามนโยบายผันเงินดังกล่าวนั้น เป็นการที่รัฐบาลขอความร่วมมือจากธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินต่าง ๆ ให้ปล่อยสินเชื่อเพื่อการเกษตรในต่างจังหวัดเพิ่มขึ้น โดยรัฐบาลไม่ได้มีมาตรการด้านกฎหมายที่จะบังคับให้ธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินต่าง ๆ ดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล จากการดำเนินนโยบายดังกล่าวได้เอื้อผลประโยชน์ให้กับกลุ่มธนาคารพาณิชย์โดยเป็นเครื่องมือในการระบายเงินกู้ของตน ผ่านธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ซึ่งรัฐบาลเป็นผู้ค้ำประกัน ทำให้กลุ่มนายทุนธนาคารได้รับผลประโยชน์หลายทาง ซึ่งส่งผลต่อการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของธนาคารพาณิชย์ต่อประชาชน อีกทั้งยังสามารถระบายเงินกู้ของตนได้โดยที่ไม่ต้องเสี่ยงเพราะรัฐบาลเป็นประกัน[[#_ftn2|[2]]]&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;
&lt;tr&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;background-color: #f8f9fa; color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #eaecf0; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;br&gt;&lt;/td&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;background-color: #f8f9fa; color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #eaecf0; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;br&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;
&lt;tr&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot; data-marker=&quot;−&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #ffe49c; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;div&gt;&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; มาตรการผันเงินในความหมายที่ 2 การจัดสรรงบประมาณเพื่อพัฒนาชนบทหรือการผันงบประมาณ เป็นการใช้มาตรการทางการคลังของรัฐบาล โดยการจัดสรรงบประมาณแผ่นดินเพื่อพัฒนาตำบลทั่วประเทศยกเว้นเขตกรุงเทพมหานครในวงเงินไม่เกิน 2,500 ล้านบาท เพื่อที่จะช่วยประชาชนให้มีงานทำในฤดูแล้ง และช่วยยกระดับฐานะความเป็นอยู่ของประชาชนในชนบท[[#_ftn3|[3]]] ตามคำแถลงนโยบายของรัฐบาล ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช ต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อขอรับความไว้วางใจในการการบริหารประเทศเมื่อวันที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2518 ในประเด็นการบรรเทาทุกข์เฉพาะหน้าเกี่ยวกับแผนปฏิบัติการสำหรับชนบทว่า “&#039;&#039;…เป็นที่ทราบกันดีอยู่ว่า ชาวไร่ชาวนาของเราส่วนใหญ่กำลังทุกข์ยากด้วยเหตุที่การเพาะปลูกได้ผลน้อย เพราะขาดน้ำบ้าง เพราะน้ำท่วมบ้าง ศัตรูพืชก็รังควาญมาก ยิ่งหนี้สินด้วยแล้ว ส่วนมากก็มีท่วมท้นล้นตัวทีเดียว แผนปฏิบัติการรีบด่วนของรัฐบาลชุดนี้จึงอยู่ที่ช่วยให้มีรายได้เพิ่มขึ้นทันที เพื่อจะไปบรรเทาความทุกข์ยากของชาวไร่ ชาวนา ลงอย่างฉับพลัน กล่าวคือ จะจัดสรรเงินงบประมาณมอบหมายให้สภาตำบลใช้จ้างแรงงานท้องถิ่นขุดคูคลอง ทำฝายเก็บน้ำ เป็นต้น ทั้งนี้โดยกำหนดจุดมุ่งหมายไว้ว่าบริเวณซึ่งกำลังเดือดร้อน เพราะถูกภัยธรรมชาติ เช่น เขตอีสาน ภาคใต้ และที่ราบภาคกลาง จะเป็นเขตที่ได้รับความช่วยเหลือบรรเทาทุกข์พิเศษ ปริมาณเงินที่รัฐบาลจะจัดสรรให้เพื่อการนี้ จะไม่น้อยกว่า 2&#039;&#039;&#039;&#039;&lt;del style=&quot;font-weight: bold; text-decoration: none;&quot;&gt;,500 &lt;/del&gt;ล้านบาท และจะจัดสรรให้ทันทีเพื่อให้ทันใช้ในช่วงก่อนถึงฤดูกาลทำไร่ทำนา ซึ่งเป็นระยะที่ชาวไรชาวนากำลังว่างงาน…&#039;&#039;&#039;&#039;&#039;&amp;lt;b&amp;gt;”[[#_ftn4|[4]]]&amp;lt;/b&amp;gt;&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot; data-marker=&quot;+&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #a3d3ff; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;div&gt;&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; มาตรการผันเงินในความหมายที่ 2 การจัดสรรงบประมาณเพื่อพัฒนาชนบทหรือการผันงบประมาณ เป็นการใช้มาตรการทางการคลังของรัฐบาล โดยการจัดสรรงบประมาณแผ่นดินเพื่อพัฒนาตำบลทั่วประเทศยกเว้นเขตกรุงเทพมหานครในวงเงินไม่เกิน 2,500 ล้านบาท เพื่อที่จะช่วยประชาชนให้มีงานทำในฤดูแล้ง และช่วยยกระดับฐานะความเป็นอยู่ของประชาชนในชนบท[[#_ftn3|[3]]] ตามคำแถลงนโยบายของรัฐบาล ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช ต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อขอรับความไว้วางใจในการการบริหารประเทศเมื่อวันที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2518 ในประเด็นการบรรเทาทุกข์เฉพาะหน้าเกี่ยวกับแผนปฏิบัติการสำหรับชนบทว่า “&#039;&#039;…เป็นที่ทราบกันดีอยู่ว่า ชาวไร่ชาวนาของเราส่วนใหญ่กำลังทุกข์ยากด้วยเหตุที่การเพาะปลูกได้ผลน้อย เพราะขาดน้ำบ้าง เพราะน้ำท่วมบ้าง ศัตรูพืชก็รังควาญมาก ยิ่งหนี้สินด้วยแล้ว ส่วนมากก็มีท่วมท้นล้นตัวทีเดียว แผนปฏิบัติการรีบด่วนของรัฐบาลชุดนี้จึงอยู่ที่ช่วยให้มีรายได้เพิ่มขึ้นทันที เพื่อจะไปบรรเทาความทุกข์ยากของชาวไร่ ชาวนา ลงอย่างฉับพลัน กล่าวคือ จะจัดสรรเงินงบประมาณมอบหมายให้สภาตำบลใช้จ้างแรงงานท้องถิ่นขุดคูคลอง ทำฝายเก็บน้ำ เป็นต้น ทั้งนี้โดยกำหนดจุดมุ่งหมายไว้ว่าบริเวณซึ่งกำลังเดือดร้อน เพราะถูกภัยธรรมชาติ เช่น เขตอีสาน ภาคใต้ และที่ราบภาคกลาง จะเป็นเขตที่ได้รับความช่วยเหลือบรรเทาทุกข์พิเศษ ปริมาณเงินที่รัฐบาลจะจัดสรรให้เพื่อการนี้ จะไม่น้อยกว่า &lt;ins style=&quot;font-weight: bold; text-decoration: none;&quot;&gt;&#039;&#039;&#039;&lt;/ins&gt;2&lt;ins style=&quot;font-weight: bold; text-decoration: none;&quot;&gt;,5&lt;/ins&gt;&#039;&#039;&#039;&#039;&lt;ins style=&quot;font-weight: bold; text-decoration: none;&quot;&gt;&#039;&#039;00 &lt;/ins&gt;ล้านบาท และจะจัดสรรให้ทันทีเพื่อให้ทันใช้ในช่วงก่อนถึงฤดูกาลทำไร่ทำนา ซึ่งเป็นระยะที่ชาวไรชาวนากำลังว่างงาน…&#039;&#039;&#039;&#039;&#039;&amp;lt;b&amp;gt;”[[#_ftn4|[4]]]&amp;lt;/b&amp;gt;&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;
&lt;tr&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;background-color: #f8f9fa; color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #eaecf0; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;br&gt;&lt;/td&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;background-color: #f8f9fa; color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #eaecf0; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;br&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;
&lt;tr&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;background-color: #f8f9fa; color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #eaecf0; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;div&gt;&amp;amp;nbsp;&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;background-color: #f8f9fa; color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #eaecf0; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;div&gt;&amp;amp;nbsp;&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;
&lt;/table&gt;</summary>
		<author><name>Apirom</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%9C%E0%B8%B1%E0%B8%99&amp;diff=13063&amp;oldid=prev</id>
		<title>Apirom: สร้างหน้าด้วย &quot; เรียบเรียงโดย&amp;nbsp;: นายเฉลิมชัย โชติสุทธิ์  ผู้ทรงคุณวุฒิ...&quot;</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%9C%E0%B8%B1%E0%B8%99&amp;diff=13063&amp;oldid=prev"/>
		<updated>2017-12-08T04:08:54Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;สร้างหน้าด้วย &amp;quot; เรียบเรียงโดย : นายเฉลิมชัย โชติสุทธิ์  ผู้ทรงคุณวุฒิ...&amp;quot;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;b&gt;หน้าใหม่&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;
เรียบเรียงโดย&amp;amp;nbsp;: นายเฉลิมชัย โชติสุทธิ์&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ผู้ทรงคุณวุฒิประจำบทความ&amp;amp;nbsp;: รศ.ดร.นิยม รัฐอมฤต&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;เงินผัน&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; เงินผัน หรือที่เรียกกันว่า นโยบายผันเงิน เป็นนโยบายของ[[Media:รัฐบาล|รัฐบาล]][[กิจสังคม_(พ.ศ._2517)|พรรคกิจสังคม]]ภายใต้การนำของ [[Media:คึกฤทธิ์_ปราโมช|ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช]] ใน พ.ศ. 2518 ซึ่งให้ความสำคัญกับการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสร้างงานในชนบท โดยนโยบายเกี่ยวกับเงินผันของรัฐบาลมีอยู่สองความหมาย ความหมายที่ 1 &amp;amp;nbsp;คือ การผันเงินผ่านธนาคาร และความหมายที่ 2 คือ การจัดสรรงบประมาณเพื่อพัฒนาชนบทหรือการผันงบประมาณ ซึ่งความหมายทั้งสองนั้นใช้มาตรการในการดำเนินการที่แตกต่างกัน การผันเงินผ่านธนาคารนั้นเป็นการใช้มาตรการทางด้านการเงิน ส่วนการจัดสรรงบประมาณเพื่อพัฒนาชนบทนั้นเป็นการใช้มาตรการทางด้านการคลังของรัฐบาล[[#_ftn1|[1]]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;หลักการสำคัญของนโยบาย&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; มาตรการผันเงินในความหมายที่ 1 รัฐบาลตั้งเป้าหมายให้ธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินต่าง ๆ ทำการผันเงินจากส่วนกลางคือกรุงเทพมหานครออกสู่ต่างจังหวัดปีละไม่ต่ำกว่า 4,000 ล้านบาท การดำเนินตามนโยบายผันเงินดังกล่าวนั้น เป็นการที่รัฐบาลขอความร่วมมือจากธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินต่าง ๆ ให้ปล่อยสินเชื่อเพื่อการเกษตรในต่างจังหวัดเพิ่มขึ้น โดยรัฐบาลไม่ได้มีมาตรการด้านกฎหมายที่จะบังคับให้ธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินต่าง ๆ ดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล จากการดำเนินนโยบายดังกล่าวได้เอื้อผลประโยชน์ให้กับกลุ่มธนาคารพาณิชย์โดยเป็นเครื่องมือในการระบายเงินกู้ของตน ผ่านธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ซึ่งรัฐบาลเป็นผู้ค้ำประกัน ทำให้กลุ่มนายทุนธนาคารได้รับผลประโยชน์หลายทาง ซึ่งส่งผลต่อการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของธนาคารพาณิชย์ต่อประชาชน อีกทั้งยังสามารถระบายเงินกู้ของตนได้โดยที่ไม่ต้องเสี่ยงเพราะรัฐบาลเป็นประกัน[[#_ftn2|[2]]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; มาตรการผันเงินในความหมายที่ 2 การจัดสรรงบประมาณเพื่อพัฒนาชนบทหรือการผันงบประมาณ เป็นการใช้มาตรการทางการคลังของรัฐบาล โดยการจัดสรรงบประมาณแผ่นดินเพื่อพัฒนาตำบลทั่วประเทศยกเว้นเขตกรุงเทพมหานครในวงเงินไม่เกิน 2,500 ล้านบาท เพื่อที่จะช่วยประชาชนให้มีงานทำในฤดูแล้ง และช่วยยกระดับฐานะความเป็นอยู่ของประชาชนในชนบท[[#_ftn3|[3]]] ตามคำแถลงนโยบายของรัฐบาล ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช ต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อขอรับความไว้วางใจในการการบริหารประเทศเมื่อวันที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2518 ในประเด็นการบรรเทาทุกข์เฉพาะหน้าเกี่ยวกับแผนปฏิบัติการสำหรับชนบทว่า “&amp;#039;&amp;#039;…เป็นที่ทราบกันดีอยู่ว่า ชาวไร่ชาวนาของเราส่วนใหญ่กำลังทุกข์ยากด้วยเหตุที่การเพาะปลูกได้ผลน้อย เพราะขาดน้ำบ้าง เพราะน้ำท่วมบ้าง ศัตรูพืชก็รังควาญมาก ยิ่งหนี้สินด้วยแล้ว ส่วนมากก็มีท่วมท้นล้นตัวทีเดียว แผนปฏิบัติการรีบด่วนของรัฐบาลชุดนี้จึงอยู่ที่ช่วยให้มีรายได้เพิ่มขึ้นทันที เพื่อจะไปบรรเทาความทุกข์ยากของชาวไร่ ชาวนา ลงอย่างฉับพลัน กล่าวคือ จะจัดสรรเงินงบประมาณมอบหมายให้สภาตำบลใช้จ้างแรงงานท้องถิ่นขุดคูคลอง ทำฝายเก็บน้ำ เป็นต้น ทั้งนี้โดยกำหนดจุดมุ่งหมายไว้ว่าบริเวณซึ่งกำลังเดือดร้อน เพราะถูกภัยธรรมชาติ เช่น เขตอีสาน ภาคใต้ และที่ราบภาคกลาง จะเป็นเขตที่ได้รับความช่วยเหลือบรรเทาทุกข์พิเศษ ปริมาณเงินที่รัฐบาลจะจัดสรรให้เพื่อการนี้ จะไม่น้อยกว่า 2&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;,500 ล้านบาท และจะจัดสรรให้ทันทีเพื่อให้ทันใช้ในช่วงก่อนถึงฤดูกาลทำไร่ทำนา ซึ่งเป็นระยะที่ชาวไรชาวนากำลังว่างงาน…&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;lt;b&amp;gt;”[[#_ftn4|[4]]]&amp;lt;/b&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;การดำเนินงานตามนโยบาย&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; หลังจากที่[[Media:รัฐบาล|รัฐบาล]]ได้รับความไว้วางใจจากสภาผู้แทนราษฎรเพียง 11 วัน คือในวันที่ 1 เมษายน 2518 [[Media:คณะรัฐมนตรี|คณะรัฐมนตรี]]ได้อนุมัติให้นายกรัฐมนตรีออกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยโครงการพัฒนาท้องถิ่น และช่วยประชาชนในชนบทให้มีงานทำในฤดูแล้ง พ.ศ. 2518 เพื่อเป็นเครื่องมือในการผันเงิน 2,500 ล้านบาทไปสู่ชนบท มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยให้ราษฎรมีงานทำในช่วงระหว่างว่างงานในฤดูแล้ง ก่อนการทำไร่ทำนา หารายได้ตามสมควรไว้เป็นทุนในการเพะปลูก ทำนา ตลอดจนหาสิ่งของที่จำเป็นต่าง ๆ เป็นการช่วยเศรษฐกิจในชนบท และส่งเสริมสภาพสังคมในชนบทให้สูงขึ้น โดยให้สภาตำบลเสนอความต้องการของตนเองในงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำและปรับปรุง คู คลอง ทำนบ ฝายกั้นน้ำ&amp;amp;nbsp; สะพาน ตลอดจนการซ่อมแซมต่อเติมอาคารสิ่งก่อสร้างสาธารณประโยชน์ เพื่อรัฐบาลจะได้จัดสรรเงินอุดหนุนภายในวงเงินที่กำหนดตำบลละ 488,195 บาท ไปดำเนินการใช้จ้างแรงงานในท้องถิ่น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; ต่อมาในวันที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2518 สภาผู้แทนราษฎรได้อนุมัติ[[Media:พระราชบัญญัติ|พระราชบัญญัติ]]อนุญาตให้รัฐบาลจ่ายเงินไปพลางก่อน ได้ประกาศใน[[Media:ราชกิจจานุเบกษา|ราชกิจจานุเบกษา]]เป็นกฎหมายบังคับใช้เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2518 ซึ่งมีผลให้รัฐบาลสามารถจ่ายเงินไปยังจังหวัดต่าง ๆ เพื่อปฏิบัติตามโครงการพัฒนาท้องถิ่น และช่วยเหลือประชาชนในชนบทให้มีงานทำในฤดูแล้ง ฉะนั้น[[Media:สภาตำบล|สภาตำบล]]ทุกแห่งทั่งประเทศ (เว้นตำบลในเขต[[Media:เทศบาล|เทศบาล]]และเขต[[Media:สุขาภิบาล|สุขาภิบาล]]) จึงมีสิทธิและมีโอกาสเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์การปกครองของประเทศไทยที่จะเสนอความต้องการของตนเอง เพื่อประโยชน์ของตนเอง และดำเนินการด้วยตนเอง การที่ประชาชนมีโอกาสกำหนดความต้องการของตนเองโดยเสนอผ่านสภาตำบล โดยมีขั้นตอนคือ สภาตำบลมีการประชุมภายในตำบลว่ามีความต้องการอะไรบ้าง มีการจัดลำดับความสำคัญของโครงการ แล้วเสนอโครงการนั้นภายในวงเงินอุดหนุนที่รัฐบาลกำหนดผ่านอำเภอ ผ่านจังหวัด ไปยังคณะอนุกรรมการ ปชล. ประจำเขตเพื่ออนุมัติ นับเป็น[[Media:การกระจายอำนาจ|การกระจายอำนาจ]]การบริหารจากส่วนกลางไปสู่ท้องถิ่น สนับสนุนให้[[Media:ท้องถิ่นปกครองตนเอง|ท้องถิ่นปกครองตนเอง]]เป็นการปูพื้นฐานการปกครอง[[Media:ระบอบประชาธิปไตย|ระบอบประชาธิปไตย]]ให้ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; เป้าหมายของนโยบายเงินผันคือ การยกระดับมาตรฐานการดำเนินชีวิตของคนยากจนในชนบท ซึ่งเชื่อว่าการผันเงินจากส่วนกลางไปให้ท้องถิ่นในชนบทใช้จ่ายตามโครงการที่พวกเขากำหนดขึ้นมาเอง จะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ประชาชนในชนบทที่ยากจนมีโอกาสหารายได้และทำงานในยามว่างหลังจากฤดูกาลเก็บเกี่ยวพืชผลแล้ว ในโครงการผันเงินนี้ พรรคกิจสังคมเชื่อว่าจะมีการรั่วไหลน้อยมาก ถ้าหากว่าประชากรชนบทสามารถควบคุมดูแลกันเองอย่างทั่วถึง เงินที่ส่วนกลางผันไปสู่ชนบทย่อมจะเอื้ออำนวยประโยชน์ให้ประชาชนในชนบทได้มีโอกาสนำไปใช้จ่ายสร้างสิ่งสาธารณูปโภคที่ขาดแคลน ขณะเดียวกันก็มีรายได้เพิ่มขึ้นจากการทำงานในโครงการที่มีเป้าหมายเพื่อผลประโยชน์ร่วมกันในท้องถิ่น นอกจากนี้ นโยบายเงินผันสู่ชนบทยังเป็นเครื่องมือในการลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคมระหว่างสังคมเมืองกับชนบท และมุ่งหวังให้ประชากรทุกภาคส่วนได้รับผลของการพัฒนาอย่างเท่าเทียมกัน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม นโยบายผันเงิน ก็ถือเป็นนโยบายที่ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก โดยมีจุดมุ่งหมายที่พิจารณาได้ 3 ประเด็น คือ การหวังผลทางการเมือง มุ่งที่จะให้รัฐบาลได้รับผลประโยชน์ทางการเมืองและสามารถอยู่ได้นานที่สุดภายใต้กรอบของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย โดยเลือกการดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจที่จะทำให้รัฐบาลได้รับคะแนนนิยมจากประชาชนส่วนใหญ่มากที่สุดและพร้อมเผชิญกับ[[Media:การเลือกตั้ง|การเลือกตั้ง]]ทั่วไปครั้งใหม่ การหวังผลทางเศรษฐกิจ เป็นนโยบายที่สอดคล้องและเอื้ออำนวยผลประโยชน์ให้แก่กลุ่มธุรกิจธนาคารและการค้ามากที่สุด เนื่องจากในช่วงเวลาดังกล่าวประเทศประสบกับภาวการณ์เศรษฐกิจชะงักงัน นโยบายผันเงินจึงถูกนำมาใช้ในการแก้ไขปัญหาความชะงักงานทางเศรษฐกิจ โดยการผันเงินผ่านธนาคารเพื่อช่วยธนาคารพาณิชย์ในการระบายจำนวนเงินที่มีอยู่เป็นจำนวนมากและได้ผลประโยชน์ในการแก้ปัญหาเรื่องสินเชื่อของเกษตรกร อีกทั้งการผันเงินเพื่อพัฒนาชนบทเป็นการใช้จ่ายของรัฐบาลเพื่อกระตุ้นให้เกิดการขยายตัวทางเศรษฐกิจ และประเด็นสุดท้าย การสร้างเสถียรภาพของสังคมในชนบท โดยใช้นโยบายผันเงินเป็นเครื่องมือในการต่อต้านผู้ก่อการร้ายเพื่อแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลไม่ได้ทอดทิ้งประชาชน และเป็นการเสริมสร้างอำนาจการต่อรองทางการเมืองให้แก่พรรครัฐบาลมีมากขึ้นอีกด้วย[[#_ftn5|[5]]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;บรรณานุกรม&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; เกริกเกียรติ พิพัฒน์เสรีธรรม. &amp;#039;&amp;#039;วิเคราะห์โครงการผันเงินในเชิงเศรษฐศาสตร์การเมือง&amp;#039;&amp;#039;. กรุงเทพฯ: สมาคมเศรษฐศาสตร์ธรรมศาสตร์, 2518.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ. รายงานผลการวิจัยเรื่องการผันเงินสู่ชนบทของรัฐบาล: ศึกษาเปรียบเทียบภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. กรุงเทพฯ: วช.,(ม.ป.ป).&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;#039;&amp;#039;ประชาชาติรายวัน&amp;#039;&amp;#039;&amp;amp;nbsp; ปีที่ 1 ฉบับที่ 231 ประจำวันอังคารที่ 18 มีนาคม 2518, หน้า 2.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;อ้างอิง&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&lt;br /&gt;
&amp;lt;div&amp;gt;&amp;lt;div id=&amp;quot;ftn1&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[#_ftnref1|[1]]] เกริกเกียรติ พิพัฒน์เสรีธรรม. &amp;#039;&amp;#039;วิเคราะห์โครงการผันเงินในเชิงเศรษฐศาสตร์การเมือง&amp;#039;&amp;#039;. กรุงเทพฯ: สมาคมเศรษฐศาสตร์ธรรมศาสตร์, 2518, หน้า 1-2.&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn2&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[#_ftnref2|[2]]] เพิ่งอ้าง, 2-5.&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn3&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[#_ftnref3|[3]]] สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ. รายงานผลการวิจัยเรื่องการผันเงินสู่ชนบทของรัฐบาล: ศึกษาเปรียบเทียบภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. กรุงเทพฯ: วช.,(ม.ป.ป).&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn4&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[#_ftnref4|[4]]] คำแถลงนโยบายของ ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช นายกรัฐมนตรี ต่อสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันพุธที่ 19 มีนาคม 2518 ประชาชาติรายวัน ปีที่ 1 ฉบับที่ 231 ประจำวันอังคารที่ 18 มีนาคม 2518 หน้า 2.&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn5&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[#_ftnref5|[5]]] เกริกเกียรติ พิพัฒน์เสรีธรรม. &amp;#039;&amp;#039;วิเคราะห์โครงการผันเงินในเชิงเศรษฐศาสตร์การเมือง&amp;#039;&amp;#039;. กรุงเทพฯ: สมาคมเศรษฐศาสตร์ธรรมศาสตร์, 2518, หน้า 77-93.&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;/div&amp;gt; &lt;br /&gt;
[[Category:เหตุการณ์สำคัญทางการเมืองไทย สมัย พ.ศ. 2501-2519]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Apirom</name></author>
	</entry>
</feed>