<?xml version="1.0"?>
<feed xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom" xml:lang="th">
	<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?action=history&amp;feed=atom&amp;title=%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B9%8C%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%99_14_%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B8%B2</id>
	<title>อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา - ประวัติรุ่นแก้ไข</title>
	<link rel="self" type="application/atom+xml" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?action=history&amp;feed=atom&amp;title=%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B9%8C%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%99_14_%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B8%B2"/>
	<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B9%8C%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%99_14_%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B8%B2&amp;action=history"/>
	<updated>2026-04-08T21:29:49Z</updated>
	<subtitle>ประวัติรุ่นแก้ไขของหน้านี้ในวิกิ</subtitle>
	<generator>MediaWiki 1.42.1</generator>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B9%8C%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%99_14_%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B8%B2&amp;diff=13235&amp;oldid=prev</id>
		<title>Apirom เมื่อ 07:29, 18 มกราคม 2561</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B9%8C%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%99_14_%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B8%B2&amp;diff=13235&amp;oldid=prev"/>
		<updated>2018-01-18T07:29:58Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;a href=&quot;https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B9%8C%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%99_14_%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B8%B2&amp;amp;diff=13235&amp;amp;oldid=13098&quot;&gt;แสดงการเปลี่ยนแปลง&lt;/a&gt;</summary>
		<author><name>Apirom</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B9%8C%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%99_14_%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B8%B2&amp;diff=13098&amp;oldid=prev</id>
		<title>Apirom: สร้างหน้าด้วย &quot; เรียบเรียงโดย : ดร. ชาติชาย มุกสง  ผู้ทรงคุณวุฒิประจำบทค...&quot;</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B9%8C%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%99_14_%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B8%B2&amp;diff=13098&amp;oldid=prev"/>
		<updated>2017-12-14T10:10:51Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;สร้างหน้าด้วย &amp;quot; เรียบเรียงโดย : ดร. ชาติชาย มุกสง  ผู้ทรงคุณวุฒิประจำบทค...&amp;quot;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;b&gt;หน้าใหม่&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;
เรียบเรียงโดย : ดร. ชาติชาย มุกสง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ผู้ทรงคุณวุฒิประจำบทความ : รศ.ดร.นิยม รัฐอมฤต&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; หลังจากเหตุการณ์ความเคลื่อนไหวของนักศึกษาและประชาชนเดือนตุลาคม 2516 สิ้นสุดลง ความยิ่งใหญ่ของเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดข้อเสนอว่าควรจะสร้างอนุสาวรีย์วีรชนขึ้นเพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์และผู้เสียชีวิตในครั้งนั้น โดยในเบื้องต้นมีขบวนการนักศึกษาในสมัยนั้นเป็นแกนสำคัญในการผลักดัน และต่อมาคณะรัฐมนตรีในรัฐบาลนายสัญญา ธรรมศักดิ์ ก็ขานรับกระแสเรียกร้อง ด้วยการมีมติเห็นชอบให้สร้างอนุสาวรีย์วีรชน 14 ตุลา ขึ้นในเดือนธันวาคม 2517[[#_ftn1|[1]]] และมอบหมายให้ทบวงมหาวิทยาลัยของรัฐเป็นผู้ประสานงาน&amp;amp;nbsp; กล่าวคือในด้านหลักการ รัฐบาลก็เห็นพ้องกับศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (ศนท.) ว่าเหตุการณ์วันที่ 14 ตุลาคม 2516 เป็นเหตุการณ์ที่ไม่มีใครคนใดคนหนึ่งเป็น “เจ้าของ” ดังนั้น การสร้างอนุสรณ์สถาน 14 ตุลา 16 จึงควรเป็นเรื่องของรัฐร่วมกับประชาชน และสถานที่ตั้งของอนุสรณ์สถานก็ควรจะอยู่ในบริเวณถนนราชดำเนินอันเป็นสถานที่เกิดเหตุการณ์ 14 ตุลา&amp;amp;nbsp;2516&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;การวางศิลาฤกษ์เพื่อสร้างอนุสาวรีย์วีรชน&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; ความคืบหน้าของการสร้างอนุสรณ์สถานได้เริ่มขึ้นในปี 2518 อันเป็นช่วงของรัฐบาล ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช โดยในเดือนกรกฎาคม ได้มีการประชุมร่วมระหว่างรัฐมนตรีว่าการทบวงมหาวิทยาลัยของรัฐ ปลัดทบวง ผู้แทนสำนักงบประมาณ และผู้แทนศูนย์นิสิตฯ&amp;amp;nbsp; ซึ่งเห็นพ้องต้องกันว่าควรให้ใช้สถานที่บริเวณสี่แยกคอกวัว อันเป็นบริเวณอาคารคณะกรรมการการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติราชการ (กตป.) เก่า เป็นสถานที่ก่อสร้างอนุสาวรีย์ โดยศูนย์นิสิตฯ เสนอแนวคิดเพิ่มเติมว่า สิ่งก่อสร้างนี้ไม่ควรมีหน้าที่แค่ใช้รำลึกเหตุการณ์ในอดีตเท่านั้น แต่ควรจะเป็นอาคารอนุสรณ์สถานที่มีประโยชน์ใช้สอยด้วย[[#_ftn2|[2]]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; ต่อมาคณะรัฐมนตรีได้มีมติแต่งตั้งคณะกรรมการการพิจารณาเรื่องการสร้างอนุสาวรีย์วีรชน โดยจะก่อสร้างตามแบบของเทอดเกียรติ ศักดิ์คำดวง ที่ชนะเลิศจากการประกวดการออกแบบอนุสาวรีย์วีรชน (ซึ่งก็คือแบบของอนุสรณ์ในปัจจุบัน) ในเดือนตุลาคม 2518 ในโอกาสครบรอบ 2 ปีของเหตุการณ์ได้มีการจัดงานรำลึกอย่างยิ่งใหญ่ ในวันที่ 14 ตุลาคม 2518 หลังจากมีทำบุญตักบาตรในตอนเช้าที่ถนนราชดำเนิน จากนั้นนักศึกษาประชาชนได้จัดขบวนเฉลิมฉลองเดินจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ไปยังสี่แยกคอกวันเพื่อวางพวงมาลาไว้อาลัยต่อผู้เสียชีวิต ถัดจากนั้นสมเด็จพระสังฆราชเสด็จมาเป็นประธานในพิธีการวางศิลาฤกษ์อนุสาวรีย์ 14 ตุลา ณ บริเวณที่ดินที่เคยเป็นอาคารคณะกรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติราชการ โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้กล่าวรายงาน ดังนั้น งานจึงมีความยิ่งใหญ่ไม่น้อย[[#_ftn3|[3]]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; ถัดมาในปี 2519 การผลักดันในการสร้างอนุสาวรีย์ยังคงมีอยู่ต่อไป แม้ว่าความขัดแย้งทางอุดมการณ์ทางการเมืองสองขั้วของสังคมไทยระหว่าง “ซ้าย” กับ “ขวา” จะรุนแรงขึ้นก็ตาม โดยในเดือนเมษายน รัฐมนตรีกระทรวงการคลังในสมัยรัฐบาล ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช ได้เห็นชอบที่จะให้กรมธนารักษ์ขอซื้อที่ดินบริเวณสี่แยกคอกวัว ตรงจุดที่วางศิลาฤกษ์ไปแล้วในปี 2518 จากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ แต่ในส่วนของการก่อสร้างอนุสาวรีย์ เห็นว่าควรให้ประชาชนเป็นผู้ร่วมบริจาคค่าก่อสร้างด้วย โดยรัฐบาลจะรับภาระหากเงินที่บริจาคยังไม่เพียงพอ แต่ก่อนหน้าที่จะได้จัดการเรื่องราวให้เรียบร้อย ก็มีอันต้องเปลี่ยนรัฐบาลเป็นชุดของ ม.ร.ว. เสนีย์ ปราโมช&amp;amp;nbsp; จนกระทั่งเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 เสียก่อน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;หลัง 6 ตุลา&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;: อนุสาวรีย์ที่ยังไม่มีโอกาสได้สร้าง&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;เมื่อถึงเดือนมิถุนายน 2519 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของรัฐบาล ม.ร.ว. เสนีย์ ปราโมช ประสงค์จะเร่งรัดโครงการเห็นว่าไม่จำเป็นต้องรอให้ประชาชนบริจาคค่าก่อสร้าง พร้อมทั้งมีหนังสือขอซื้อที่ดินบริเวณสี่แยกคอกวัวจากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ แต่ยังมิทันได้รับคำตอบใดๆ ก็เกิดเหตุการณ์ 6 ตุลาฯ ขึ้นเสียก่อน รัฐบาลธานินทร์ กรัยวิเชียร จึงได้มีมติให้ยกเลิกโครงการก่อสร้าง และในปีถัดมา ก็ได้มีมติให้ยึดเงินที่ประชาชนบริจาคเพื่อการก่อสร้างอนุสรณ์สถาน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; แม้ว่าการรัฐประหารในปี 2520 จะทำให้สภาพการเมืองเปิดกว้างขึ้นเมื่อเทียบกับยุคก่อนหน้า แต่โครงการสร้างอนุสรณ์สถาน 14 ตุลา 16 ก็ยังไม่ได้รับความสนใจแต่อย่างใด ในปี 2525 นักศึกษาได้เริ่มเรียกร้องถึงเรื่องดังกล่าวจากรัฐบาล พล.อ. เปรม ติณสูลานนท์ อีกครั้ง แม้จะยังไม่มีคำตอบที่แน่ชัดก็ตาม&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; เสียงเรียกร้องเหล่านี้ ยิ่งดังขึ้นอีกในช่วงต้นทศวรรษ 2530 อันเป็นช่วงรัฐบาล พล.อ. ชาติชาย ชุณหะวัณ เนื่องจากในเดือนมิถุนายน 2532 มีข่าวว่ารัฐบาลจะคืนทรัพย์สินให้จอมพล ถนอม กิตติขจร เป็นเหตุให้สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทยออกมาคัดค้านถึงขั้นอดข้าวประท้วง จนรัฐบาลต้องล้มเลิกแนวคิดนั้นไป เหตุการณ์นี้ทำให้กรณี “14 ตุลา” ถูกกล่าวถึงอีกครั้ง และประเด็นเรื่องการสร้างอนุสรณ์สถานยิ่งเข้มข้นขึ้น ในวันที่ 20 ตุลาคม ปีเดียวกัน ได้มีการรวมตัวกันของนักศึกษา นักวิชาการ และตัวแทนองค์กรเอกชนจัดตั้งขึ้นเป็น “คณะกรรมการติดตามการสร้างอนุสรณ์สถานวีรชน 14 ตุลา” ขึ้น โดยมีศาสตราจารย์ระพี สาคริก เป็นประธาน และส่งตัวแทนเข้าพบนายกรัฐมนตรี หลังจากนั้น คณะรัฐมนตรีจึงมีมติให้คืนเงินบริจาคของประชาชนแก่ทบวงมหาวิทยาลัย เพื่อนำไปใช้ในการสร้างอนุสรณ์สถาน โดยปรึกษาประสานงานกับนิสิตนักศึกษาต่อไป[[#_ftn4|[4]]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; อย่างไรก็ดี การสร้างอนุสรณ์สถานก็ยังมิได้รุดหน้าไปมากเท่าที่คาดหวังไว้ เหตุผลสำคัญก็เพราะไม่สามารถขอเช่าที่ดินบริเวณสี่แยกคอกวัวจากสำนักงานทรัพย์สินได้ จึงพยายามแก้ไขด้วยการยกระดับของ “คณะกรรมการการติดตามฯ” จากที่ตั้งกันเองให้เป็นการตั้งขึ้นตามมติคณะรัฐมนตรี โดยในชั้นแรก ยังให้ศาสตราจารย์ระพี สาคริก เป็นประธานเช่นเดิม และต่อมาจึงให้รัฐมนตรีว่าการทบวงมหาวิทยาลัยเป็นประธานกรรมการแทน เพื่อให้เป็นทางการมากขึ้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;กำเนิดมูลนิธิ 14 ตุลา&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; จากความล่าช้าในระบบราชการ แม้ว่าจะมีการยกระดับ “คณะกรรมการติดตามฯ” ขึ้นแล้วก็ยังมิอาจแก้ได้ ในปี 2533 จึงได้เริ่มมีแนวคิดในการแก้ปัญหาด้วยการจัดตั้งเป็นมูลนิธิ 14 ตุลา ขึ้น โดยให้มูลนิธิดังกล่าวมีหน้าที่เกี่ยวกับการก่อสร้างอนุสรณ์สถานและรับโอนเงินบริจาคจากประชาชนในเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 มาดำเนินการ โดยได้มี “ประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องให้อำนาจจัดตั้ง “มูลนิธิ 14 ตุลา” เป็นนิติบุคคลในวันที่ 31 มกราคม 2534&amp;amp;nbsp; โดยมีวัตถุประสงค์ประการแรกคือ ร่วมดำเนินการจัดสร้างอนุสรณ์สถาน 14 ตุลาคม 2516 และร่วมในการดำเนินกิจการของอนุสรณ์สถานฯ[[#_ftn5|[5]]]&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; แม้มูลนิธิ 14 ตุลา จะถือกำเนิดขึ้นเพื่อผลักดันเรื่องนี้โดยเฉพาะ แต่ปัญหาหลักคือเรื่องของ “สถานที่” ก็ยังคงค้างคาอยู่ โดยความพยายามขอเช่าที่ดินจากสำนักงานทรัพย์สินฯ ยังคงไม่ประสบผล เพราะสำนักงานทรัพย์สินฯ เสนอว่า ให้ทบวงมหาวิทยาลัยเจรจากับผู้เช่าเดิมก่อน ถ้าตกลงกันได้แล้ว สำนักงานทรัพย์สินฯ ก็ยินดีให้เช่าที่ดิน เนื่องจากยังเจรจากับผู้เช่าเดิมไม่ได้ ปัญหาจึงยังค้างคาอยู่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;28 ปีกับการสิ้นสุดการรอคอย&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; ในปี 2541 อันเป็นช่วงรำลึกครบรอบ 25 ปี 14 ตุลา โครงการสร้างอนุสรณ์สถานได้รุดหน้าขึ้นไปอีกขั้น จากการที่นายธีรยุทธ บุญมี ประธานกรรมการจัดงาน 25 ปี 14 ตุลา และกรรมการบางคน เช่น นายประสาร มฤคพิทักษ์ และนายธีรพล นิยม ได้ติดต่อกับนายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี เพื่อขอความอนุเคราะห์ในการติดต่อขอเช่าที่ดินบริเวณสี่แยกคอกวัวจากสำนักงานทรัพย์สินฯ ซึ่งก็ได้รับความช่วยเหลือเป็นอย่างดี&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; ทว่า นอกจากเรื่องขอเช่าที่ดินแล้ว อุปสรรคสำคัญอีกประการหนึ่งคือ การย้ายผู้ค้าสลากกินแบ่งรัฐบาลออกจากบริเวณที่จะใช้ก่อสร้าง ซึ่งก็ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย เช่น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล ในฐานะประธานคณะทำงานย้ายผู้ค้าสลากกินแบ่งฯ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลรวมถึงความร่วมมือจากกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายพิจิตต รัตตกุล และเลขานุการผู้ว่าฯ &amp;amp;nbsp;นายสมคาด สืบตระกูล ตลอดจนบุคคลอื่นอีกหลายคน ทำให้การย้ายผู้ค้าสลากกินแบ่งออกจากพื้นที่ประสบความสำเร็จในช่วงเดือนตุลาคม 2542 จนสามารถเริ่มเดินหน้าก่อสร้างอนุสรณ์สถานได้อย่างต่อเนื่อง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; ในที่สุด วันที่ 14 ตุลาคม 2544 หรือ 28 ปีหลังเหตุการณ์ อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา 16 ที่ใช้แบบที่ชนะเลิศจากการประกวดออกแบบเมื่อยี่สิบปีที่แล้ว ก็ได้สร้างสำเร็จและมีพิธีสมโภชขึ้น พร้อมทั้งมีพิธีทางศาสนาเพื่อรำลึกถึงผู้ล่วงลับ ไปแล้ว อนุสรณ์สถานที่ขบวนการนักศึกษาเคยผลักดันมาตั้งแต่ช่วงหลังเหตุการณ์ 14 ตุลา ก็กลายเป็นความจริงขึ้นมา&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;หลักการและความหมายของอนุสรณ์สถาน&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; ก่อนที่จะมีการก่อสร้างอนุสรณ์สถานนี้ขึ้น ได้เริ่มพูดถึงหลักการและหน้าที่ของอนุสรณ์สถาน โดยคณะกรรมการอำนวยการสร้างอนุสรณ์สถาน 14 ตุลา 16 ภายใต้สังกัดมูลนิธิ 14 ตุลา ซึ่งประกอบด้วยตัวแทนจากทางกรุงเทพมหานคร ญาติวีรชน และองค์กรที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีศาสตราจารย์นายแพทย์เสม พริ้งพวงแก้ว เป็นประธาน ได้มอบหมายให้ผู้ชนะการประกวดคนเดิมเป็นผู้พัฒนาแบบให้เหมาะกับยุคสมัย ด้วยแนวคิด 2 ประการ คือต้องเคารพความจริงของประวัติศาสตร์ และให้ประชาชนกลุ่มต่างๆ ได้มีส่วนร่วมอย่างกว้างขวาง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; จากแนวคิดดังกล่าว สถาปนิกได้นำไปพัฒนาอนุสรณ์สถานฯ ให้เป็นอนุสรณ์สถานที่เน้นความสงบนิ่ง โล่งกว้าง และเรียบง่าย เพื่อรำลึกและคารวะต่อวีรชน มีประติมากรรมรำลึกอยู่ตรงจุดใจกลาง (ภายหลังจึงเรียกว่า สถูปวีรชน) อาคารประกอบด้วยสวนหย่อม ลานกิจกรรมสำหรับการอภิปราย ฟังเพลง และการแสดงกลางแจ้ง มีส่วนที่เป็นห้องประชุม ห้องสมุด (ภายหลังเรียกว่า ห้องหนังสือ) และมีโครงการที่จะพัฒนาเป็นพิพิธภัณฑ์ต่อไปในอนาคต&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; สำหรับประติมากรรมรำลึกหรือสถูปวีรชนนั้น ประกอบด้วยฐานทรงสี่เหลี่ยมสูง 5 เมตร ช่วงกลางปลายสอบเข้ายาว 7 เมตร และยอดแหลมทรงสถูปสีทองสูง 2 เมตร รวมความสูงทั้งสิ้น 14 เมตร ปลายแหลมของยอดสถูปแสดงถึงจิตวิญญาณสูงส่งของมวลมนุษย์ ส่วนปลายยอดสถูปมีรอยหยักคล้ายสร้างไม่สำเร็จ เพื่อสื่อความหมายว่าภารกิจการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยยังไม่สิ้นสุด ยอดปลายสถูปทำด้วยวัสดุโปร่งแสดงเพื่อให้เห็นแสงไฟที่ส่องออกมาจากภายในตัวสถูป แฝงนัยถึงไฟแห่งประชาธิปไตยที่เป็นอมตะ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;สำหรับฐานสถูปทั้งสี่ด้านบุด้วยกระเบื้องดินเผาที่แข็งแกร่งสลักรายชื่อวีรชน 14 ตุลา และรายล้อมด้วยแผ่นอิฐสลักบทกวีที่เกี่ยวเนื่องกับสิทธิเสรีภาพ ความเสียสละ เด็กและผู้หญิง กรรมกรและชาวนา นอกจากนั้นยังจัดทำแผ่นอิฐแกะลายจากแบบถ่ายหรือภาพศิลปะจากการสร้างสรรค์ของศิลปิน เพื่อสื่อถึงการเจริญเติบโตงอกงามของสิทธิเสรีภาพและประชาธิปไตย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;บรรณานุกรม&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
สมิทธ์ ถนอมศาสนะ (บรรณาธิการ). &amp;#039;&amp;#039;ว่าด้วย 14 ตุลารำลึก&amp;#039;&amp;#039;. กรุงเทพฯ: มูลนิธิ 14 ตุลา, 2552, หน้า 58.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
สมิทธ์ ถนอมศาสนะ (บรรณาธิการ) &amp;#039;&amp;#039;การเมืองวัฒนธรรมยุคเดือนตุลา.&amp;#039;&amp;#039; กรุงเทพฯ มูลนิธิ 14 ตุลา, 2552.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;#039;&amp;#039;ราชกิจจานุเบกษา&amp;#039;&amp;#039;, เล่ม 108 ตอนที่ 15 วันที่ 31 มกราคม 2534. หน้า 1107.&lt;br /&gt;
&amp;lt;div&amp;gt;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;อ้างอิง&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn1&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[#_ftnref1|[1]]] สมิทธ์ ถนอมศาสนะ. “วีรชน 14 ตุลา” ในสายตารัฐ: ว่าด้วยงานพระราชทานเพลิงศพ 14 ตุลาคม 2517. ใน &amp;#039;&amp;#039;ว่าด้วย 14 ตุลารำลึก&amp;#039;&amp;#039;. กรุงเทพฯ: มูลนิธิ 14 ตุลา, 2552, หน้า 58.&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn2&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[#_ftnref2|[2]]] ภาคผนวก: อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา 16และมูลนิธิ 14 ตุลา. ใน สมิทธ์ ถนอมศาสนะ (บรรณาธิการ) การเมืองวัฒนธรรมยุคเดือนตุลา. กรุงเทพฯ มูลนิธิ 14 ตุลา, 2552. หน้า 119.&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn3&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[#_ftnref3|[3]]] สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ. ย้อนรำลึกการฉลอง14 ตุลาคมเมื่อ พ.ศ. 2518. ใน&amp;amp;nbsp; &amp;#039;&amp;#039;ว่าด้วย 14 ตุลารำลึก&amp;#039;&amp;#039;, หน้า 58.&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn4&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[#_ftnref4|[4]]] ภาคผนวก: อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา 16 และมูลนิธิ 14 ตุลา, &amp;amp;nbsp;หน้า 122.&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn5&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[#_ftnref5|[5]]] &amp;#039;&amp;#039;ราชกิจจานุเบกษา&amp;#039;&amp;#039;, เล่ม 108 ตอนที่ 15 วันที่ 31 มกราคม 2534. หน้า 1107.&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;/div&amp;gt; &lt;br /&gt;
[[Category:เหตุการณ์สำคัญทางการเมืองไทย สมัย พ.ศ. 2501-2519]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Apirom</name></author>
	</entry>
</feed>