<?xml version="1.0"?>
<feed xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom" xml:lang="th">
	<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?action=history&amp;feed=atom&amp;title=%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%A8%E0%B8%B8%E0%B8%A0%E0%B8%8A%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A8%E0%B8%B1%E0%B8%A2</id>
	<title>หลวงศุภชลาศัย - ประวัติรุ่นแก้ไข</title>
	<link rel="self" type="application/atom+xml" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?action=history&amp;feed=atom&amp;title=%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%A8%E0%B8%B8%E0%B8%A0%E0%B8%8A%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A8%E0%B8%B1%E0%B8%A2"/>
	<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%A8%E0%B8%B8%E0%B8%A0%E0%B8%8A%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A8%E0%B8%B1%E0%B8%A2&amp;action=history"/>
	<updated>2026-05-02T04:42:08Z</updated>
	<subtitle>ประวัติรุ่นแก้ไขของหน้านี้ในวิกิ</subtitle>
	<generator>MediaWiki 1.42.1</generator>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%A8%E0%B8%B8%E0%B8%A0%E0%B8%8A%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A8%E0%B8%B1%E0%B8%A2&amp;diff=13905&amp;oldid=prev</id>
		<title>Apirom: Apirom ย้ายหน้า หลวงศุภชลาศัย (ศาสตราจารย์พิเศษ นรนิติ เศรษฐบุตร) ไปยัง หลวงศุภชลาศัย โดยไม่...</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%A8%E0%B8%B8%E0%B8%A0%E0%B8%8A%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A8%E0%B8%B1%E0%B8%A2&amp;diff=13905&amp;oldid=prev"/>
		<updated>2020-05-06T10:28:56Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;Apirom ย้ายหน้า &lt;a href=&quot;/index.php?title=%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%A8%E0%B8%B8%E0%B8%A0%E0%B8%8A%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A8%E0%B8%B1%E0%B8%A2_(%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A9_%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%B4_%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%A9%E0%B8%90%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B8%95%E0%B8%A3)&amp;amp;action=edit&amp;amp;redlink=1&quot; class=&quot;new&quot; title=&quot;หลวงศุภชลาศัย (ศาสตราจารย์พิเศษ นรนิติ เศรษฐบุตร) (ไม่มีหน้านี้)&quot;&gt;หลวงศุภชลาศัย (ศาสตราจารย์พิเศษ นรนิติ เศรษฐบุตร)&lt;/a&gt; ไปยัง &lt;a href=&quot;/index.php?title=%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%A8%E0%B8%B8%E0%B8%A0%E0%B8%8A%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A8%E0%B8%B1%E0%B8%A2&quot; title=&quot;หลวงศุภชลาศัย&quot;&gt;หลวงศุภชลาศัย&lt;/a&gt; โดยไม่...&lt;/p&gt;
&lt;table style=&quot;background-color: #fff; color: #202122;&quot; data-mw=&quot;interface&quot;&gt;
				&lt;tr class=&quot;diff-title&quot; lang=&quot;th&quot;&gt;
				&lt;td colspan=&quot;1&quot; style=&quot;background-color: #fff; color: #202122; text-align: center;&quot;&gt;←รุ่นแก้ไขก่อนหน้า&lt;/td&gt;
				&lt;td colspan=&quot;1&quot; style=&quot;background-color: #fff; color: #202122; text-align: center;&quot;&gt;รุ่นแก้ไขเมื่อ 17:28, 6 พฤษภาคม 2563&lt;/td&gt;
				&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td colspan=&quot;2&quot; class=&quot;diff-notice&quot; lang=&quot;th&quot;&gt;&lt;div class=&quot;mw-diff-empty&quot;&gt;(ไม่แตกต่าง)&lt;/div&gt;
&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;/table&gt;</summary>
		<author><name>Apirom</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%A8%E0%B8%B8%E0%B8%A0%E0%B8%8A%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A8%E0%B8%B1%E0%B8%A2&amp;diff=13516&amp;oldid=prev</id>
		<title>Apirom: สร้างหน้าด้วย &quot; ผู้เรียบเรียง : ศาสตราจารย์พิเศษ นรนิติ เศรษฐบุตร  ผู้ท...&quot;</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%A8%E0%B8%B8%E0%B8%A0%E0%B8%8A%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A8%E0%B8%B1%E0%B8%A2&amp;diff=13516&amp;oldid=prev"/>
		<updated>2018-12-03T03:01:00Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;สร้างหน้าด้วย &amp;quot; ผู้เรียบเรียง : ศาสตราจารย์พิเศษ นรนิติ เศรษฐบุตร  ผู้ท...&amp;quot;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;b&gt;หน้าใหม่&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;
ผู้เรียบเรียง : ศาสตราจารย์พิเศษ นรนิติ เศรษฐบุตร&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ผู้ทรงคุณวุฒิประจำบทความ : รองศาสตราจารย์ ดร.นิยม รัฐอมฤต&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;ศุภชลาศัย &amp;amp;nbsp;: ที่มากกว่าสนามกีฬา&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; ชื่อ &amp;quot;ศุภชลาศัย&amp;quot;นี้ ผู้คนที่สนใจกีฬาจะต้องรู้จัก เพราะเป็นชื่อสนามกีฬาแห่งชาติเดิมที่สร้างขึ้นหลังเปลี่ยนแปลงการปกครองแผ่นดิน เป็นสนามใหญ่มีมานาน แต่อาจมีคนน้อยคนมากที่ทราบว่าศุภชลาศัยเป็นชื่อนายทหารเรือคนสำคัญที่ร่วมเปลี่ยนแปลงการเมืองไทยครั้งสำคัญในปี 2475 และเป็นข้าราชการไทยที่ร่วมทำงานใต้ดิน เป็นเสรีไทยต่อต้านญี่ปุ่นในช่วงเวลาหลังวันที่ 8 ธันวาคม ปี 2484 นายทหารเรือผู้เคยทำทั้งการปฏิวัติ ยึดอำนาจ ที่เคยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งประเภทแต่งตั้งและเลือกตั้ง เคยเป็นรัฐมนตรีสำคัญร่วมรัฐบาลหลายสมัยท่านนี้คือ นายทหารเรือ ผู้มียศและบรรดาศักดิ์ว่า นาวาเอก หลวงศุภชลาศัย ที่บรรดาศักดิ์ของท่านถูกใช้เป็นชื่อสนามกีฬา&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; หลวงศุภชลาศัยเป็นคนเมืองหลวง บ้านเกิดอยู่บริเวณถนนพระอาทิตย์ ท่านเกิดเมื่อวันที่ 22 มกราคม ปี 2438 บิดาคือนายเบี้ยว มารดาชื่อพ่วง เดิมนั้นเมื่อแรกเกิดมีชื่อว่า &amp;amp;nbsp;“กระบุง” เพราะถูกเอากระบุงครอบแก้เคล็ด เพื่อให้ท่านอยู่รอดปลอดภัย โตขึ้นมาชื่อจึงได้สั้นลงเหลือแค่บุง การศึกษานั้นก็เรียนที่โรงเรียนใกล้บ้าน ได้แก่ โรงเรียนวัดชนะสงคราม และก็ไปต่อที่โรงเรียนสวนกุหลาบ จากนั้นได้เข้าศึกษาที่โรงเรียนนายเรือเมื่อปี 2455 จนจบเข้ารับราชการเป็นนายเรือตรี&amp;amp;nbsp; บุง ในปี 2461 ขณะที่มีอายุได้ 23 ปี รับราชการด้วยดีต่อมาจึงได้บรรดาศักดิ์เป็นหลวงศุภชลาศัย ในปี 2475 ขณะที่มียศเป็นนายนาวาตรีได้รับการชักชวนเข้าร่วมการเปลี่ยนแปลงการปกครองฯ อยู่ในสายทหารเรือร่วมกับหลวงสินธุ์สงครามชัย และท่านเห็นว่าหลวงสินธุ์ฯ นั้นได้คิดร่วมงานการเปลี่ยนแปลงการปกครองฯมาตั้งแต่สมัยเรียนหนังสือที่เมืองนอก นับว่าก่อนท่านจึงขอให้หลวงสินธุ์ฯ เป็นหัวหน้าสายทหารเรือ ตอนนั้นหลวงศุภชลาศัยบังคับบัญชาคุมเรือรบอยู่หลายลำ และสามารถนำเรือแอบออกไปร่วมปฏิบัติการคุมวังบางขุนพรหมด้วย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; หลังการยึดอำนาจและคุมสถานการณ์ที่พระนครได้เรียบร้อย คณะผู้รักษาพระนครฝ่ายทหารได้มอบหมายให้นายนาวาตรี หลวงศุภชลาศัย นำเรือรบหลวงสุโขทัย ออกเดินทางตั้งแต่เวลาห้าโมงเย็นของวันที่ 24 มิถุนายน นั่นเอง เพื่อไปยังวังไกลกังวล ไปขอเฝ้าพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ถวายหนังสือของพระยาพหลพลพยุหเสนา หัวหน้าคณะผู้รักษาพระนครฝ่ายทหาร ขอทูลเชิญเสด็จพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวและพระบรมราชินีเสด็จนิวัติพระนคร ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ตามรัฐธรรมนูญต่อไป ภารกิจนี้สำคัญต้องให้คนที่กล้าหาญแต่มีความนุ่มนวลไปปฏิบัติ แม้คณะผู้ก่อการฯจะคุมสถานการณ์ในพระนครได้ แต่กำลังทหารนอกเมืองก็ยังมีอยู่และคณะผู้ก่อการฯก็ยังคุมไม่ได้ การปฏิบัติหน้าที่ของหลวงศุภชลาศัยจึงมีความเสี่ยงอยู่ไม่น้อย เมื่อเรือรบสุโขทัยเดินทางไปถึงตอนเช้าของวันที่ 25 มิถุนายน หลวงศุภชลาศัยก็ให้ทอดสมอเรือ ท่านเองนำนายทหารเรืออีกสองนายลงเรือเล็กเข้าฝั่ง จากนั้นนายทหารที่ตามมาด้วยก็รออยู่ที่ชายหาด หลวงศุภชลาศัยแต่ผู้เดียวถูกนำเข้าเฝ้า พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงรับที่จะเสด็จกลับพระนคร แต่ไม่เสด็จกลับโดยเรือรบสุโขทัย ให้ทางพระนครจัดขบวนรถไฟพระที่นั่งมารับ การเข้าเฝ้าเพื่อกราบทูลเชิญเสด็จกลับพระนครในวันนั้น พระมหามนตรี ศรีองครักษสมุหะ เขียนเล่าว่าหลวงศุภชลาศัยเคยกล่าวถึงประสบการณ์ครั้งนั้นว่า&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;#039;&amp;#039;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; “....มีมนุษย์ที่ไหนที่ได้ประสบชตากรรมบันดาลอย่างร้ายกาจเช่นตัวท่าน ให้ต้องเข้าเฝ้าโดดเดี่ยวเฉพาะก่อนพวกพ้อง ทั้งๆที่รู้ตัวอยู่ดีว่ามีอุกฤษโทษติดตัวมาสดๆ ร้อนๆ แต่กลับได้รับพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานอภัย และพระบรมราโชบายทั้งเยือกเย็นและสุขุม...”&amp;#039;&amp;#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ครั้งนั้น ประเสริฐ ปัทมสุคนธ์ บันทึกเหตุการณ์เอาไว้ว่าทางพระนครได้รับโทรเลขจากหลวงศุภชลาศัยมีความว่า&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;#039;&amp;#039;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พร้อมกรมพระกำแพงเพ็ชรอัครโยธินจะเสด็จกลับจากหัวหินโดยทางรถไฟ ไม่มีกองทหารติดตาม”&amp;#039;&amp;#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; หลังเปลี่ยนแปลงการปกครองฯหลวงศุภชลาศัยได้รับแต่งตั้งให้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรด้วยคนหนึ่งในจำนวน 70 คน หลวงศุภชลาศัยได้ทำงานในสภาฯอย่างเงียบๆต่อมา จนถึงวันที่ 1 เมษายน ปี 2476 ได้มีความขัดแย้งระหว่างนายกรัฐมนตรี พระยามโนปกรณ์นิติธาดากับสมาชิกสภาจำนวนมาก จนนำไปสู่การที่รัฐบาลออกพระราชกฤษฎีกาปิดสภาและงดใช้รัฐธรรมนูญบางมาตรา กับปรับเปลี่ยนคณะรัฐมนตรี เอารัฐมนตรีเดิมออกไป 5 คนและปรับรัฐมนตรีใหม่เข้ามา 3 คน ที่น่าสนใจก็ คือ รัฐมนตรีที่ตั้งใหม่คราวนี้มีหลวงศุภชลาศัยได้เข้ามาเป็นรัฐมนตรีลอยอยู่ด้วยคนหนึ่ง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; แต่ความขัดแย้งจนปิดสภานั้นทำให้พระยาพหลฯนำกำลังเข้ายึดอำนาจซ้ำอีกครั้งหนึ่งในวันที่ 20 มิถุนายน ปี 2476 ที่น่าสังเกต ก็คือ คณะผู้นำทหารที่ประกาศตัวเป็นคณะผู้ยึดอำนาจนี้มี “นายพันโท หลวงพิบูลสงคราม เลขานุการฝ่ายทหารบก และ นายนาวาโท หลวงศุภชลาศัย เลขานุการฝ่ายทหารเรือ” &amp;amp;nbsp;โดยไม่มีชื่อหลวงสินธ์สงครามชัย ทั้งๆที่หลวงสินก็ยังมีบทบาทสำคัญ มีคนอธิบายว่าตอนนั้นหลวงศุลาศัยมีความสำคัญมากในกองทัพเรือ เพราะ “เป็นผู้บังคับการกองเรือปืน มีเรือในบังคับบัญชา 7 ลำ....” เล่ากันว่าหลวงศุภชลาศัยได้ร่วมปรึกษาหารือกับเพื่อนผู้ก่อการฯ ที่เป็นทหารหนุ่มสองนาย คือ นายพันโท หลวงพิบูลฯ และนายพันตรี หลวงอดุลเดชจรัส เพื่อวางแผนยึดอำนาจซ้ำ โดยจะมีกองเรือปืนกับหน่วยนาวิกโยธินในพระนครเป็นกำลังหลักของทหารเรือ และอีกอย่างหนึ่งที่ทำให้หลวงสินธุสงครามชัยไม่ได้เป็นผู้นำร่วมจากทหารเรือ เพราะรัฐบาลที่จะถูกยึดอำนาจมีพี่ชายหลวงสินธุ์ฯคือพลเรือโท พระยาราชวังสันเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และพระยาราชวังสันนั้นมิได้เป็นผู้ก่อการเลี่ยนแปลงการปกครองด้วย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; การยึดอำนาจซ้ำในวันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ.2476 คราวนี้ คณะผู้ก่อการฯได้เปลี่ยนรัฐบาลและดำเนินการเปิดสภาผู้แทนราษฎร ที่สำคัญและต่างไปจากครั้งแรกก็คือคนในคณะผู้ก่อการฯเอง ได้แก่นายพันเอกพระยาพหลฯได้เข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรีจัดตั้งรัฐบาล ในรัฐบาลชุดแรกนี้หลวงศุภชลาศัยก็ได้เข้าร่วมรัฐบาลเป็นรัฐมนตรีลอยเช่นเดียวกันกับหลวงสินธุสงครามชัย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp;รัฐบาลแรกของพระยาพหลฯ บริหารประเทศผ่านมาได้ประมาณสี่เดือน ในขณะที่อยู่ในช่วงของการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาฯครั้งแรกในประเทศไทยก็เกิดเหตุการณ์ใหญ่ที่เรียกกันต่อมาว่า “กบฏบวรเดช” ที่กองทหารต่างจังหวัดจากทางตะวันออกเฉียงเหนือพระนครโดยเฉพาะจากโคราชยกทัพเข้ามาในวันที่ 11 ตุลาคม ปี 2476 และยื่นคำขาดให้รัฐบาลลาออก ซึ่งแน่นอนว่ารัฐบาลไม่ยอมและจัดตั้งกองกำลังผสมให้นายพันเอก หลวงพิบูลสงครามเป็นผู้บัญชาการปราบฝ่ายกบฎ ทางทหารเรือนั้นหลวงศุภชลาศัยคุมกองเรืออยู่จึงมีบทบาทสำคัญที่เข้าข้างรัฐบาล เพราะผู้บัญชาการทหารเรือ นาวาเอก พระยาวิชิตชลธี ไม่ยอมปฏิบัติตามคำสั่งรัฐบาล แต่ได้นำเรือรบหลวงสุโขทัยและเรือเจ้าพระยาออกสู่อ่าวไทยไปอยู่ที่จังหวัดสงขลา ด้วยเหตุนี้เมื่อทางรัฐบาลปราบปรามการกบฎได้ จึงได้ดำเนินการกับนายทหารเรือที่ขัดคำสั่งรัฐบาล มีการจับกุมผู้บัญชาการทหารเรือไปดำเนินคดี และเปลี่ยนแปลงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารเรือ โดยหลวงศุภชลาศัยได้ขึ้นมาเป็นรองผู้บัญชาการทหารเรือ และหลวงสินธุสงครามชัยได้เป็นเสนาธิการทหารเรือ ซึ่งทั้งสองท่านนี้คือผู้มีอำนาจมากในกองทัพเรือเพราะเป็นผู้ก่อการฯที่มีบทบาทสำคัญมาอย่างต่อเนื่อง และผู้บัญชาการทหารเรือนั้นไม่ใช่ผู้ก่อการฯ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; ครั้นถึงปี 2477 ทางรัฐบาลได้ตั้งกรมพลศึกษาขึ้นมาโดยให้พระยาประมวลวิชาพูล ซึ่งเป็นครูเก่าไปรักษาการเป็นอธิบดีอยู่พักหนึ่ง พอจะตั้งตัวจริงจึงมาเอาหลวงศุภชลาศัยไปเป็นอธิบดีและท่านก็เป็นอยู่นาน จนสร้างสนามกีฬาใหญ่ของประเทศที่ภายหลังในปี 2485 จึงได้ชื่อว่าสนามศุภชลาศัย ตามชื่อของอดีตอธิบดีกรมพลศึกษาท่านนี้ ที่ห้องโถงชั้นบนของอัฒจันทร์ทางด้านตะวันตกยังมีรูปปั้นครึ่งท่อนของหลวงศุภชลาศัยตั้งอยู่ แต่การออกมาเป็นอธิบดีของกระทรวงคราวนั้นเป็นการออกมาจากกองทัพเรืองของหลวงศุภชลาศัยด้วยโดยอาจไม่มีใครสังเกตจึงมีเรื่องเล่าว่ามีความขัดแย้งกันในกองทัพเรือ เพราะมีผู้ไม่เห็นด้วยกับการที่ทางรัฐบาลจัดการกับนายทหารเรือระดับสูง ดังนั้น หลวงศุภชลาศัยจึงไม่ได้มีตำแหน่งต่อมาในกองทัพเรือ ท่านจึงเป็นนายนาวาเอกตลอดมา แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าท่านหมดบทบาททางการเมือง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; หลวงศุภชลาศัยเป็นรัฐมนตรีลอยในคณะรัฐมนตรีของพระยาพหลฯต่อเนื่องมาทุกชุดจนถึงคณะรัฐมนตรีชุดที่ 8 ที่ตั้งขึ้นในวันที่ 21 ธันวาคม ปี 2480 ที่หลวงศุภชลาศัยได้ดูแลกระทรวงเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตราธิการ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; ต่อมาเมื่อเปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรีในปี 2481 เป็นรัฐบาลของนายกฯหลวงพิบูลสงคราม จึงปรากฏว่าหลวงศุภชลาศัยไม่ได้ร่วมรัฐบาล แต่ท่านก็ยังเป็นสมาชิกสภาผู้แทนฯ ประเภท 2 ที่มาจากการแต่งตั้งอยู่สืบมา จนถึงวันที่ 8 ธันวาคม ปี 2484 ที่กองทหารญี่ปุ่นบุกเข้าไทยเพื่อขอเดินทัพผ่าน ตอนนั้นท่านยังเป็นอธิบดีกรมพลศึกษาอยู่ ท่านมีสิ่งที่ฝังใจกับทหารญี่ปุ่นดังที่ท่านเล่าและมีบันทึกไว้ใน “ตำนานเสรีไทย” ตอนหนึ่งว่า&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; &amp;#039;&amp;#039;“...วันรุ่งขึ้นจากการบุกขึ้นประเทศไทยและรัฐบาลได้สั่งยอมแพ้แล้ว นายทหารญี่ปุ่นจำนวนหนึ่งคาดดาบซามูไรสะพรึบหมดทุกคน ได้บุกตรูเข้ามาในห้องทำงานข้าพเจ้าที่กรมพละศึกษา..และไล่ตะเพิดให้ข้าพเจ้าออกไปจากที่นั้น...ข้าพเจ้าไม่ยอมออกไป...มันจะฟันคอข้าพเจ้าให้ขาดกระเด็นย่อยยับลงไป อารามที่ข้าพเจ้าบรรดาลโทสะสุดขีด ข้าพเจ้าได้คว้าตุ๊กตาเหล็กตัวใหญ่จะฟาดกระบาลมันมันลงไป แต่แล้วอะไรเล่าที่ทำให้ข้าพเจ้าง่วงผลอยลงไป ข้าพเจ้าหมดสติเสียแล้ว...กรมพละศึกษาของข้าพเจ้าถูกยึด นี่จึงเป็นสาเหตุและปฐมเหตุให้ข้าพเจ้าต้องกระโจนเข้าทำหน้าที่เสรีไทยร่วมกับนายปรีดี พนมยงค์ ...ข้าพเจ้าได้รับหน้าที่ให้เป็นแม่ทัพฝ่ายพลเรือน...”&amp;#039;&amp;#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; จอมพล ป. นายกฯ จะทราบเรื่องงานใต้ดินของหลวงศุภชลาศัยหรือไม่ก็ไม่ทราบได้ ที่น่าสังเกตก็คือ ท่านเกือบถูกญี่ปุ่นฟันคอมาได้เพียง 3 เดือนกว่า ในเดือนมีนาคม ปี 2485 หลวงศุภชลาศัยก็ได้เข้าร่วมรัฐบาลเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการแล้วย้ายไปกระทรวงคมนาคม ร่วมรัฐบาลจนจอมพล ป. ลาออกจากนายกฯในปลายเดือนกรกฎาคม ปี 2487 แม้จะเปลี่ยนนายกฯเป็นคนละขั่ว คือเป็นนายควง อภัยวงศ์ หลวงศุภชลาศัยก็ยังได้ร่วมรัฐบาล คราวนี้เป็นรัฐมนตรีสำคัญคือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐบาลนี้อยู่มาประมาณหนึ่งปีเปลี่ยนตัวนายกฯมาเป็นนายทวี บุณยเกตุ หลวงศุภชลาศัยก็ยังเป็นรัฐมนตรีกระทรวงเดิมร่วมรัฐบาล มาเว้นไปเพียงหกเดือนสมัยรัฐบาลของ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; การทำงานเสรีไทยของหลวงศุภชลาศัยนั้นมีความสำคัญมาก เพราะเป็น “หัวหน้าบัญชาการในการต่อต้าน” คนหนึ่งในจำนวน 6 คน ที่นายปรีดี พนมยงค์ กล่าวขอบคุณในการกล่าวคำปราศรัยเมื่อวันที่ 25 กันยายน ปี 2488 แต่หลังสงครามแล้วรัฐบาลที่หลวงศุภชลาศัยเข้าร่วมคือรัฐบาลของนายควง อภัยวงศ์ ทั้งสามชุดเท่านั้น คือเมื่อปี 2489 ปี 2490 และปี 2491 โดยเว้นไม่ได้ร่วมทั้งรัฐบาลของนายปรีดี พนมยงค์ และรัฐบาลของหลวงธำรงนาวาสวัสดิ์ในตอนนั้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; นี่ก็แสดงว่าหลวงศุภชลาศัยจะเข้ากันได้ดีทางการเมืองกับนายควง อภัยวงศ์ แม้เมื่อท่านลงเลือกตั้งท่านก็ร่วมทีมเดียวกันกับคุณควง ลงเลือกตั้งในนามพรรคประชาธิปัตย์ที่กรุงเทพฯ และชนะได้เป็นผู้แทนราษฎรฯเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม ปี 2500 ด้วย ชีวิตสมรสของท่านนั้น ท่านมีภรรยาคนแรกคือคุณ สวาสดิ์ ซึ่งเสียชีวิตไปเร็ว ต่อมาท่านได้สมรสกับ ม.จ.จารุพัตรา อาภากร (สกุลเดิม)&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; นาวาเอก หลวงศุภชลาศัย ได้มีชีวิตดูการเมืองต่อมาจนถึงวันที่ 26 ตุลาคม ปี 2508 จึงได้ถึงแก่อนิจกรรม&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[Category:บุคคลสำคัญทางการเมือง]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Apirom</name></author>
	</entry>
</feed>