<?xml version="1.0"?>
<feed xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom" xml:lang="th">
	<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?action=history&amp;feed=atom&amp;title=%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%8E%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99_%28ASEAN_Law_Association%29</id>
	<title>สมาคมนักกฎหมายแห่งอาเซียน (ASEAN Law Association) - ประวัติรุ่นแก้ไข</title>
	<link rel="self" type="application/atom+xml" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?action=history&amp;feed=atom&amp;title=%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%8E%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99_%28ASEAN_Law_Association%29"/>
	<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%8E%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99_(ASEAN_Law_Association)&amp;action=history"/>
	<updated>2026-04-03T13:07:23Z</updated>
	<subtitle>ประวัติรุ่นแก้ไขของหน้านี้ในวิกิ</subtitle>
	<generator>MediaWiki 1.42.1</generator>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%8E%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99_(ASEAN_Law_Association)&amp;diff=12371&amp;oldid=prev</id>
		<title>Suksan: หน้าที่ถูกสร้างด้วย &#039;==บทนำ== 	 ต้นกำเนิดของสมาคมนักกฎหมายแห่งอาเซียนน...&#039;</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%8E%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99_(ASEAN_Law_Association)&amp;diff=12371&amp;oldid=prev"/>
		<updated>2016-03-18T02:58:47Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;หน้าที่ถูกสร้างด้วย &amp;#039;==บทนำ== 	 ต้นกำเนิดของสมาคมนัก&lt;a href=&quot;/index.php?title=%E0%B8%81%E0%B8%8E%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A2&quot; title=&quot;กฎหมาย&quot;&gt;กฎหมาย&lt;/a&gt;แห่งอาเซียนน...&amp;#039;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;b&gt;หน้าใหม่&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;&lt;div&gt;==บทนำ==&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
ต้นกำเนิดของสมาคมนัก[[กฎหมาย]]แห่งอาเซียนนั้น เกิดขึ้นจากที่ประชุมพัฒนากฎหมายของประเทศสมาชิก[[อาเซียน]]ซึ่งจัดขึ้นครั้งแรกที่ประเทศอินโดนีเซียในเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 1979 ซึ่งในขณะนั้น มีประเทศที่เข้าร่วมประชุมซึ่งเป็นประเทศผู้ก่อตั้งอาเซียน 5 ประเทศ อันได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และไทย  โดยที่ประชุมมองว่านักกฎหมายมีบทบาทสำคัญในการสร้างความร่วมมือภายในภูมิภาคดังนั้นที่ประชุมจึงตัดสินใจว่าควรจะมีการก่อตั้งสมาคมนักกฎหมายอาเซียนขึ้น &amp;lt;ref&amp;gt;  ASEAN Law Association. 2014. “Brief History.” http://www.aseanlawassociation.org/history.html(accessed June 15, 2015)&amp;lt;/ref&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==วัตถุประสงค์ของสมาคมนักกฎหมายอาเซียน==&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
สมาคมนักกฎหมายแห่งอาเซียนมีวัตถุประสงค์หลักอยู่ 4 ประการ&amp;lt;ref&amp;gt; Constitution of The ASEAN Law Association (2004): article 2. &amp;lt;/ref&amp;gt;  ได้แก่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
1.	เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ ความร่วมมือ  และเข้าใจตรงกันของนักกฎหมายในอาเซียน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
2.	เพื่อจัดกรอบการทำงานขององค์กรเพื่อความร่วมมือกันในภูมิภาค โดยกรอบความร่วมมือมี 3 เรื่องใหญ่ๆได้แก่ การศึกษาและวิจัยเกี่ยวกับกฎหมายของประเทศสมาชิกอาเซียนเพื่อสร้างความเป็นเอกภาพของกฎหมายซึ่งจำเป็นสำหรับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมภายในภูมิภาค  การส่งเสริมและสร้างความสะดวกในการประสานงานระหว่างนักกฎหมาย ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย ศูนย์วิจัยกฎหมาย และสถาบันอื่นๆของอาเซียน  และสุดท้ายเพื่อดำเนินการวัตถุประสงค์ต่างๆที่ได้กำหนดไว้ในบันทึกการประชุม การแถลงการณ์ต่างๆ รวมไปถึงจากการหารือกันระหว่างองค์กร ที่ประชุมใหญ่ และข้อตกลงอื่นๆ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
3.	เพื่อช่วยให้ความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิกมีอุปสรรคทางกฎหมายให้น้อยลง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
4.	ประสานกับนานาประเทศทั้งในและนอกภูมิภาคเพื่อให้จุดประสงค์ต่างๆข้างต้นเป็นจริงได้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==โครงสร้างองค์กรและการทำงานของสมาคมนักกฎหมายแห่งอาเซียน==&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
3.1 ที่ประชุมสมัชชา&lt;br /&gt;
		&lt;br /&gt;
ที่ประชุมสมัชชานั้นประกอบไปด้วยตัวแทนจากชาติอาเซียนทุกประเทศ  โดยที่ประชุมสมัชชานั้นจะจัดขึ้นทุกๆ 3 ปี  โดยประเทศสมาชิกจะผลัดเปลี่ยนกันเป็นเจ้าภาพโดยเวียนกันตามตัวอักษร  ซึ่งในการประชุมแต่ละครั้งประเทศสมาชิกจะส่งตัวแทนมาตามจำนวนที่กำหนดไว้ในระเบียบลำดับรองลงมา  ทั้งนี้[[องค์ประชุม]]ของที่ประชุม[[สมัชชา]]จะต้องประกอบด้วยตัวแทนไม่น้อยกว่า 6 ประเทศสมาชิก  &lt;br /&gt;
		&lt;br /&gt;
อำนาจของที่ประชุมสมัชชานั้นได้แก่ การกำหนดนโยบายของสมาคม  ตัดสินใจและยอมรับความเห็นตามรายงานของกรรมการสมาคม  [[เลือกตั้ง]]เจ้าหน้าที่ของสมาคม  ทำการแก้ไข[[ธรรมนูญ]]ของสมาคม  ยกเลิกกฎระเบียบใดๆที่คณะกรรมการได้ตั้งขึ้น  จัดหาสถานที่ประชุมสมัชชาในแต่ละครั้ง และกระทำการอื่นใดที่เหมาะสมหรือจำเป็นเพื่อการส่งเสริมและรักษาผลประโยชน์ของสมาคมเอาไว้  ซึ่งในการตัดสินใจในเรื่องใดๆจะต้องให้ทุกฝ่ายเห็นพ้องเป็นเสียงเดียวกันทั้งหมด &amp;lt;ref&amp;gt;  Constitution Of The ASEAN Law Association (2004): article 5&amp;lt;/ref&amp;gt;&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
3.2 คณะมนตรีบริหาร&lt;br /&gt;
		&lt;br /&gt;
มีหน้าที่หลักในการดำเนินงานของสมาคม และออกกฎระเบียบลำดับรองอื่นๆที่ไม่ล่วงเกินไปยังอำนาจของสมัชชาที่ประชุมใหญ่  โดยสมาชิกของ[[คณะมนตรีบริหาร]]จะประกอบไปด้วย 5 สมาชิกหลักจากทุกประเทศสมาชิกอาเซียนอันได้แก่ตัวแทนนักกฎหมายของภาครัฐ  ตัวแทน[[ตุลาการ]]ของประเทศนั้นๆ  ตัวแทนทนายฝึกหัดของประเทศนั้นๆ  ตัวแทนอาจารย์สอนกฎหมาย  และ ตัวแทนอื่นๆอีก 1 คน&lt;br /&gt;
		&lt;br /&gt;
อำนาจของคณะมนตรีบริหารที่สำคัญก็เช่น  การออกกฎระเบียบเพื่อบังคับใช้กับประเทศสมาชิก  การเสนอแนวทางปฏิบัติให้รัฐ  การจัดประชุมคณะมนตรีบริหาร  การอนุมัติงบประมาณ การกำหนดหัวข้อการประชุมสมัชชา และการกำหนดและแต่งตั้งหน้าที่พนักงานของสมาคมตามที่เห็นสมควร &amp;lt;ref&amp;gt;  Constitution Of The ASEAN Law Association (2004): article 6&amp;lt;/ref&amp;gt;&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
3.3 สำนักเลขาธิการสมาคม&lt;br /&gt;
		&lt;br /&gt;
สถานที่ตั้งของสำนักเลขาธิการสมาคมนั้นตั้งอยู่ที่กรุงจาการ์ตา  หัวหน้าของสำนักเลขาธิการสมาคมซึ่งได้รับการเลือกตั้งจากที่ประชุมสมัชชามีหน้าที่ในการดูแลตราประทับและบันทึกของสมาคม  มีหน้าที่ในการเข้าร่วมประชุมและจับเวลาการประชุม  แต่งตั้งพนักงานและตัวแทนของสมาคมตามความเหมาะสมเพื่อให้ดำเนินการแทนตนขณะที่ตนไม่ปฏิบัติหน้าที่ได้ และหน้าที่อื่นๆตามที่คณะมนตรีหรือประธานสมาคมมอบหมายให้เป็นครั้งคราว&amp;lt;ref&amp;gt;  Constitution Of The ASEAN Law Association (2004): article 7 &amp;lt;/ref&amp;gt;  โดยหัวหน้าคนปัจจุบันคือ นาย SwandyHalim  ซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากที่ประชุมสมัชชาครั้งที่ 11 ในปี ค.ศ. 2012 &amp;lt;ref&amp;gt; ASEAN Law Association. 2014. “Secretary-General.” http://www.aseanlawassociation.org/secgen.html (accessed June 15, 2015)  &amp;lt;/ref&amp;gt;&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
นอกจากคณะทำงานต่างๆตามที่ปรากฏอยู่ในธรรมนูญของสมาคมแล้วนั้น ยังมีคณะทำงานย่อยอื่นๆอีกที่ช่วยงานในสมาคม เช่น&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
3.4 คณะกรรมการถาวร&lt;br /&gt;
		&lt;br /&gt;
สมาคมนักกฎหมายอาเซียนมีคณะกรรมการถาวรทั้งหมด 7 คณะ เพื่อทำหน้าที่ในการศึกษาเรื่องต่างๆในแง่มุมของกฎหมายเพื่อแสวงหาความร่วมมือกันภายในภูมิภาคอาเซียน  โดยเรื่องทั้ง 7 ที่ทำการศึกษานั้นได้แก่ ความร่วมมือกันในการพิจารณาคดี  กฎหมายระหว่างประเทศ  กฎหมายธุรกิจ  การระงับข้อพิพาททางเลือก  การเรียนการสอนด้านกฎหมาย อาชีพด้านกฎหมาย และ ข้อมูลด้านกฎหมายต่างๆ &amp;lt;ref&amp;gt;   ASEAN Law Association. 2014. “Standing Committee.” http://www.aseanlawassociation.org/standingcommittees.html (accessed June 15, 2015)&amp;lt;/ref&amp;gt;&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
3.5 คณะกรรมการแห่งชาติ&lt;br /&gt;
		&lt;br /&gt;
เป็นคณะกรรมการของสมาคมที่ประจำอยุ่ในทุกประเทศ โดยสมาชิกของคณะกรรมการนี้ในแต่ละประเทศจะมีไม่เกินไปกว่า 10 คน  ซึ่งได้มากจากการคัดเลือกของสมาคม  โดยสมาชิกอย่างน้อย 2 คนจะต้องเป็นผู้พิพากษา นักกฎหมายของภาครัฐ  นักกฎหมายฝึกหัด หรือ อาจารย์สอนกฎหมายของประเทศนั้นๆ  ในส่วนของการทำงานนั้น หน้าที่ของคณะกรรมการแห่งชาตินี้จะถูกกำหนดโดยคณะมนตรีบริหาร  ซึ่งจะมอบหมายให้แต่ละคณะต่างๆกันไปเป็นครั้งคราว   &amp;lt;ref&amp;gt;  BY-LAWS OF THE ASEAN LAW ASSOCIATION (2004)&amp;lt;/ref&amp;gt;&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
3.6 กลุ่มวิจัยเกี่ยวกับองค์การการค้าโลก  &lt;br /&gt;
		&lt;br /&gt;
จากการประชุมสมัชชาครั้งที่ 8 ณ ประเทศสิงคโปร์ในปี ค.ศ.2003 ได้มีการหารือกันถึงเรื่องการที่ประเทศสมาชิกหลายๆประเทศจะนั้นเข้าหรือ หรือตั้งใจจะเข้าร่วมกับองค์การการค้าโลก ซึ่งนโยบายขององค์การการค้าโลกนั้นอาจจะทำให้เกิดการเลือกปฏิบัติได้ เพราะองค์การการค้าโลกมีการแบ่งแยกกลุ่มประเทศเป็นประเทศด้อยพัฒนากับประเทศพัฒนาอย่างชัดเจน  การกำหนดแนวทางต่างๆขององค์การนั้นก็มักจะขึ้นอยู่กับเหล่าประเทศพัฒนาแล้ว การดำเนินงานจึงค่อนข้างเอื้อประโยชน์ให้แก่ประเทศเหล่านั้น  นอกจากนี้ยังมีเรื่องของการเตรียมความพร้อมของประเทศสมาชิกในการเข้าร่วมกับองค์การการค้าโลก  ซึ่งที่ประชุมเห็นว่าอาเซียนนั้นอาจจะไม่มีความพร้อมมากเพียงพอ  ด้วยความกังวลเช่นนี้ ที่ประชุมจึงตัดสินใจที่จะให้มีการหารือในเรื่องดังกล่าวให้มากขึ้นทั้งในระหว่างสมาชิกอาเซียนด้วยกันและผู้เชี่ยวชาญจากที่อื่นที่นอกเหนือไปจากองค์การการค้าโลก เพื่อที่อาเซียนจะได้รวมตัวกันรักษาผลประโยชน์ของตนเอาไว้ได้  ณ จุดนี้เองที่เป็นที่มาของการก่อตั้งกลุ่มวิจัยเกี่ยวกับองค์การการค้าโลกขึ้น &amp;lt;ref&amp;gt;  REPORT OF THE RAPPORTEUR-GENERAL (2 Dec 2003) (2003)&amp;lt;/ref&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
4. การประชุม&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
การประชุมสมัชชานั้นจะจัดขึ้นในทุกๆ 3 ปี  ซึ่งในแต่ละครั้งก็จะมีการหารือกันในประเด็นสำคัญๆต่าง เช่น &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
4.1 การประชุมสมัชชาครั้งที่ 8 &lt;br /&gt;
		&lt;br /&gt;
ในการประชุมครั้งนี้ได้มีการพยายามที่จะหาแนวทางในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับระบบการพิจารณาคดีซึ่งต้องโปร่งใสและมีประสิทธิภาพ  การบริการกฎหมายข้ามพรมด้านภายใต้กรอบขององค์การการค้าโลกโดยที่ประชุมเห็นว่าควรที่จะให้แต่ละประเทศสามารถบังคับใช้กฎหมายของประเทศตนและกฎหมายระหว่างประเทศอื่นๆได้ในทุกประเทศสมาชิก  เพียงแต่ยังมีอุปสรรคหลายๆแง่ที่ต้องแก้ไข เช่น ภาษาและความต่างกันของกฎหมาย  การพัฒนาระบบการศึกษากฎหมายซึ่งควรจะศึกษาให้เข้ากับโลกาวิวัฒน์ให้มากขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องของกฎหมายสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อม  สัญญาการค้าขายไฟฟ้าในภูมิภาคเองก็เป็นอีกเรื่องที่มีการหารือกัน โดยมองว่าการพัฒนาด้านเทคโนโลยีที่ต่างกันอาจจะทำให้เกิดปัญหาในการค้าขายได้  ซึ่งยังคงต้องหาทางแก้ไขในเรื่องนี้ต่อไป  และสุดท้ายคือการก่อตั้งกลุ่มวิจัยเกี่ยวกับองค์การการค้าโลก ซึ่งเห็นควรให้ก่อตั้งขึ้นเพื่อศึกษาความเป็นไปได้ของสมาชิกอาเซียนที่จะเข้าร่วมกับองค์การการดังกล่าวและรักษาผลประโยชน์ของตนเอาไว้ &amp;lt;ref&amp;gt;  Ibid 9.&amp;lt;/ref&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
4.2 ผลการประชุมสมัชชาครั้งที่ 9 &lt;br /&gt;
		&lt;br /&gt;
มีการประชุมหารือในหัวข้อหลักๆ ได้แก่ การเรียนการสอนกฎหมายในศตวรรษที่ 21 ควรสอดคล้องกับโลกาวิวัฒน์ ควรมีการเพิ่มเนื้อหาในวิชาที่ไม่ใช่กฎหมายเข้าไป และควรมีการพัฒนาแหล่งข้อมูลทางกฎหมาย  การคุ้มครองสิทธิเด็กและสตรีจากการค้ามนุษย์ การกระทำผิดทางเพศ และความรุนแรงในครอบครัว ซึ่งมีการพิจารณาให้การกระทำผิดดังกล่าวมีโทษที่รุนแรงขึ้น ทั้งในเรื่องของโทษอาญาและการชดใช้เยียวยาผู้เสียหายเป็นตัวเงินผลกระทบขององค์การการค้าโลกและความร่วมมือทางการค้าภายในภูมิภาคต่ออาเซียน และ การฟ้องคดีและประโยชน์สาธารณะโดยเห็นว่าควรจะมีองค์กรที่จะมาควบคุมดูแลให้การดำเนินคดีนั้นเป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะ และไม่ต้องให้ทุกคดีความต้องขึ้นสู่ศาล &amp;lt;ref&amp;gt; The Ninth Session of the General AssemblyOf the ASEAN Law AssociationBangkok, Thailand22-25 November 2006Report of the Rapporteur-General (2006) &amp;lt;/ref&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
4.3 ผลการประชุมสมัชชาครั้งที่ 10&lt;br /&gt;
		&lt;br /&gt;
มีการประชุมทั้งหมด 6 หัวข้อ โดยเน้นไปที่การศึกษาผลกระทบจาก[[กฎบัตรอาเซียน]]ที่จะมีต่อกฎหมาย ทั้งในแง่ของการศึกษา  การขนย้ายแรงงานข้ามชาติ  [[การปฏิรูปกฎหมาย]]ภายในของประเทศสมาชิก หรือแม้กระทั่งการค้าขายภายในภูมิภาค  ซึ่งที่ประชุมเห็นว่าควรจะต้องมีการปรับปรุงการศึกษาให้สอดคล้องกับกฎบัตรอาเซียนด้วย เพื่อที่จะเป็นการปูทางให้กับกฎหมายอาเซียนที่จะเกิดขึ้นในอนาคต  นอกจากนี้เพื่อประโยชน์ในการสร้างประชาคมทั้งสามของอาเซียน จำเป็นที่จะต้องมีการเพิ่มหลักเกณฑ์และกฎหมายใหม่ๆอีกมาก  มีความพยายามที่จะผลักดันให้สมาคมกับหน่วยงานอาเซียนนั้นร่วมมือกัน และวางแผนในการศึกษาความเป็นไปได้ที่จะสร้างตุลาการกลางขึ้น  รวมไปถึงก[[ารระงับข้อพิพาท]]ด้วย[[อนุญาโตตุลาการ]]ต่างประเทศ ซึ่งประเทศสมาชิกอาเซียนจำเป็นจะต้องมีการประสานกฎหมายภายในของตนให้สามารถนำระบบดังกล่าวมาใช้ได้ &amp;lt;ref&amp;gt; REPORT OF THE GENERAL RAPORTEUR(17 October 2009) (2009) &amp;lt;/ref&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
4.4 การประชุมสมัชชาครั้งที่ 11&lt;br /&gt;
		&lt;br /&gt;
ในท้ายที่สุดของการประชุมครั้งนี้มีความเห็นร่วมกันว่าสมาคมนักกฎหมายอาเซียนควรที่จะมีการวางแนวทางในการศึกษาและวิเคราะห์กฎหมายภายในภูมิภาคอาเซียน  พร้อมทั้งระบุให้ได้ว่ามีปัญหาใดที่พบบ่อยหรือกฎหมายใดที่อาจจะก่อให้เกิดผลเสียได้  พร้อมทั้งยกระดับวิชาชีพกฎหมายให้ผู้ที่ประกอบวิชาชีพมีความเป็นผู้เชี่ยวชาญและมีความซื่อสัตย์ และสุดท้ายคือการผลักดันให้สมาคมมีส่วนร่วมและร่วมมือกับองค์กรอื่นๆที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานภาครัฐ เอกชน  [[ภาคประชาสังคม]] และสถานศึกษาต่างๆ  เรื่องที่หารือกันในครั้งนี้ก็เช่นการสร้างศูนย์กฎหมายอาเซียน  การประสานกฎหมายธุรกิจของแต่ละประเทศสมาชิกเข้าด้วยกัน  การใช้การระงับข้อพิพาททางเลือก  และผลกระทบจากกฎบัตรอาเซียนที่มีต่อกฎหมาย &amp;lt;ref&amp;gt; REPORT OF THE RAPPORTEUR GENERAL TO THE 34TH GOVERNING COUNCIL OF THE ASEAN LAW ASSOCIATION (2012) &amp;lt;/ref&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==บทบาทของสมาคมนักกฎหมายอาเซียนและทิศทางที่ควรจะเป็นในอนาคต==&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
สมาคมนักกฎหมายอาเซียนเป็นที่ร่วมตัวกันของนักกฎหมายชั้นนำของภูมิภาคทั้งจากภาครัฐและเอกชน ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบวิชาชีพกฎหมายหรือคณาจารย์ผู้สอนกฎหมาย สมาคมนี้จึงมีบทบาทอย่างมากในการสร้างเครือข่ายนักกฎหมายอาเซียน ก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ข้อมูลและวิทยาการต่างๆ ซึ่งจะส่งผลดีต่อการพัฒนากฎหมายในภาพรวม  แต่อย่างไรก็ดีแม้ว่าข้อมูลการศึกษาค้นคว้าต่างๆของสมาคมกับหน่วยงานต่างๆในอาเซียนจะได้มีการเผยแพร่ต่อสาธารณะ แต่ข้อมูลเหล่านี้ยังไม่ได้มีการแลกเปลี่ยนกันอย่างเป็นทางการ &amp;lt;ref&amp;gt; PornchaiDanvivathana. 2010. “Role of ALA in the Current Legal Issues under the ASEAN Charter.”http://www.thailawforum.com/articles/Role-of-ALA.html(accessed June 15, 2015) &amp;lt;/ref&amp;gt; ทำให้ไม่สามารถนำไปใช้หรือนำไปอ้างอิงได้อย่างมีประสิทธิภาพ กระนั้นในอนาคตมีแนวโน้มว่าจะมีการร่วมมือกันระหว่างองค์กรมากขึ้น  ดังจะเห็นได้จากรายงานการประชุมของทางสมาคมที่พยายามผลักดันความร่วมมือดังกล่าว  รวมไปถึงที่ประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านกฎหมายซึ่งได้กำหนดเป้าหมายไว้ว่าจะสนับสนุนการทำงานของสมาคมนักกฎหมายอาเซียนด้วย &amp;lt;ref&amp;gt;   Joint Statement of the Seventh ASEAN Law Ministers Meeting (ALAWMM) Bandar Seri Begawan, 20 October 2008 (2008)&amp;lt;/ref&amp;gt; ดังนี้หากความร่วมมือระหว่างสมาคมนักกฎหมายอาเซียนกับหน่วยงานอื่นๆของอาเซียนได้รับการพัฒนา  สิ่งนี้น่าจะส่งผลดีต่อการพัฒนาในแง่กฎหมายของอาเซียน  โดยสมาคมนักกฎหมายอาเซียนนั้นจะมีส่วนสำคัญในการเสนอความคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะต่อการปรับปรุงและการกำหนดกฎเกณฑ์ต่างๆในอาเซียน  รวมไปถึงจะมีส่วนช่วยในการประสานกฎหมายที่แตกต่างกันของประเทศสมาชิกได้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==บรรณานุกรม==&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ASEAN Law Association. 2014. “Brief History.” http://www.aseanlawassociation.org/history.html (accessed June 15, 2015)&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ASEAN Law Association. 2014. “Secretary-General.” http://www.aseanlawassociation.org/secgen.html (accessed June 15, 2015) &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ASEAN Law Association. 2014. “Standing Committee.” http://www.aseanlawassociation.org/standingcommittees.html (accessed June 15, 2015)&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
PornchaiDanvivathana. 2010. “Role of ALA in the Current Legal Issues under the ASEAN Charter.”http://www.thailawforum.com/articles/Role-of-ALA.html (accessed June 15, 2015)&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
REPORT OF THE RAPPORTEUR-GENERAL (2 Dec 2003) (2003)&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
REPORT OF THE GENERAL RAPORTEUR(17 October 2009) (2009)&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
REPORT OF THE RAPPORTEUR GENERAL TO THE 34TH GOVERNING COUNCIL OF THE ASEAN LAW ASSOCIATION (2012)&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==อ้างอิง==&lt;br /&gt;
&amp;lt;references/&amp;gt;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Suksan</name></author>
	</entry>
</feed>