<?xml version="1.0"?>
<feed xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom" xml:lang="th">
	<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?action=history&amp;feed=atom&amp;title=%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%84%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87_%E0%B9%86</id>
	<title>สถาบันพระมหากษัตริย์ในยุคต่าง ๆ - ประวัติรุ่นแก้ไข</title>
	<link rel="self" type="application/atom+xml" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?action=history&amp;feed=atom&amp;title=%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%84%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87_%E0%B9%86"/>
	<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%84%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87_%E0%B9%86&amp;action=history"/>
	<updated>2026-04-21T13:20:37Z</updated>
	<subtitle>ประวัติรุ่นแก้ไขของหน้านี้ในวิกิ</subtitle>
	<generator>MediaWiki 1.42.1</generator>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%84%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87_%E0%B9%86&amp;diff=1692&amp;oldid=prev</id>
		<title>Ekkachais: สร้างหน้าใหม่: ยุคสุโขทัย   ราวศตวรรษที่ ๑๘ จากหลักศิลาจารึกของขอมสมัย...</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%84%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87_%E0%B9%86&amp;diff=1692&amp;oldid=prev"/>
		<updated>2009-04-03T15:21:37Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;สร้างหน้าใหม่: ยุคสุโขทัย   ราวศตวรรษที่ ๑๘ จากหลักศิลาจารึกของขอมสมัย...&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;b&gt;หน้าใหม่&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;&lt;div&gt;ยุคสุโขทัย &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ราวศตวรรษที่ ๑๘ จากหลักศิลาจารึกของขอมสมัยพระเจ้าสุริยวรมันที่ ๒ กล่าวว่า ชาวไทยอพยพปะปนกับชาวเขมร พ.ศ. ๑๗๖๓ ขุนศรีท้าวนำถม ผู้ก่อสร้างกรุงสุโขทัยและศรีสัชนาลัย โดยเรียกชื่อเมืองว่า “ศรีสัชนาลัยสุโขทัย” ในสมัยนั้นไทยอยู่ภายใต้อำนาจของขอมโดยมี “โขลญ” ตำแหน่งทหารของขอมมาปกครอง พ.ศ. ๑๗๖๓ อำนาจของขอมเริ่มเสื่อมลง โดยเริ่มถอนทหารที่ส่งไปปกครองอาณาจักรจามปาทางตะวันออกเพื่อมาควบคุมทางลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ย่อมเป็นหลักฐานว่าเขมรเริ่มหวั่นเกรงอำนาจไทย และใน พ.ศ. ๑๘๐๐ พ่อขุนผาเมือง โอรสของขุนศรีท้าวนำถมเจ้าเมืองราดได้คบคิดกับพ่อขุนบางกลางท่าว เจ้าเมืองบางยาง ได้รวมกำลังกันเข้าตีเมืองเชลียงและเมืองสุโขทัย และสถาปนาขึ้นเป็นอาณาจักรสุโขทัย นักวิชาการหลายฝ่ายมีความเห็นแตกต่างกันไป บ้างก็ว่าอพยพมาจากตอนใต้ของจีน บ้างก็ว่าคนไทยอยู่ที่นี่มานานแล้ว แต่อาณาจักรสุโขทัยเป็นอาณาจักรแห่งแรกของคนไทย ซึ่งปกครองโดยคนไทย ปัญหาการศึกษาประวัติศาสตร์ไทย งานวิจัย บางคนเห็นว่า สุพรรณบุรี ลพบุรี เชียงใหม่ และนครศรีธรรมราช ก็มีความเจริญรุ่งเรืองไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน ประเภทที่ละเอียดอ่อนซับซ้อนคงต้องให้เป็นธุระของนักวิจัย หรือผู้เชี่ยวชาญต่อไป การกล่าวถึงอาณาจักรสุโขทัย อยุธยา กรุงธนบุรี และกรุงเทพฯ นั้น เป็นการศึกษาพัฒนาการทางสังคมไทยที่เกี่ยวกับพระมหากษัตริย์เพื่อให้เห็นถึงความเชื่อมโยงของการพัฒนาจากยุคต้น ๆ จนถึงปัจจุบัน &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ลักษณะการปกครอง &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
๑.การปกครองแบบพ่อปกครองลูก เป็นรูปแบบที่สะท้อนให้เห็นหลักการปกครองแบบครอบครัว โดยขยายบ้านเมืองแบบครอบครัวใหญ่ กษัตริย์เปรียบเสมือนพ่อของครอบครัวใหญ่ซึ่งเรียกว่า “พ่อขุน” พ่อจะให้ความเมตตาต่อลูกคือประชาชนให้มีความสุข ดังนั้นจึงมีความใกล้ชิดกันมากกว่าระบบกษัตริย์เป็นสมมุติเทพ แต่ทั้งนี้เพราะรัฐสุโขทัยยังคงเป็นรัฐเล็ก ๆ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
๒.เสรีภาพ จากศิลาจารึก แสดงว่าสุโขทัยเป็นเมืองแห่งเสรีภาพ ใครใคร่ค้าค้า ด้วยหลักของเสรีภาพอาจจะถือว่าหลักศิลาจารึกนั้นเป็นรัฐธรรมนูญฉบับแรกของไทยก็ได้ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เขตการปกครอง &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
๑.เมืองลูกหลวง หรือเมืองหน้าด่าน ปกติจะมีอยู่สี่ทิศรอบราชธานี นอกจากนี้เป็นการแบ่งเมืองและตำแหน่งให้เชื้อพระวงศ์ เป็นการฝึกการปกครองและบริหารราชการแผ่นดิน เมืองลูกหลวงของสุโขทัย ได้แก่ เมืองศรีสัชนาลัย เมืองสองแคว เมืองนครภูม และเมืองสระหลวง &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
๒.เมืองท้าวพระยามหานคร เป็นเมืองที่อยู่ของริมนอก เจ้าเมืองเป็นราชวงศ์ของเจ้าเมืองเดิม มีอำนาจปกครองบริหารเกือบสมบูรณ์ แต่ยอมอยู่ภายใต้อำนาจ และการบังคับบัญชาของสุโขทัย เช่น เมืองพระบาง เมืองเชียงทอง &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
๓.เมืองออกหรือเมืองขึ้น คือเมืองที่ยกทัพไปตีได้และอยู่ในอำนาจ เช่น นครศรีธรรมราช เวียงจันทร์ หงสาวดี (มอญ) &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
โครงสร้างทางสังคม &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
สมัยสุโขทัย ชนชั้นของสังคมแบ่งออกเป็น ๒ กลุ่มใหญ่ ๆ คือ ชนชั้นปกครอง และชนชั้นถูกปกครองชนชั้นปกครอง ได้แก่ กษัตริย์ พระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชการ และทั้งรวมพระภิกษุสงฆ์ ชนชั้นถูกปกครอง ได้แก่ สามัญชน ไพร่ และทาส ในสังคมของสุโขทัยยังไม่ถึงระดับจัดตั้ง และยังไม่เป็นสถาบัน การพัฒนาทางสังคมยังต่ำอยู่ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ในยุคของสุโขทัยนั้น การพัฒนาทางสังคมที่สำคัญ ๆ ได้แก่ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
๑.รูปแบบการปกครอง แบบพ่อลูกหรือพ่อขุน ซึ่งกล่าวได้ว่าเป็นของไทยแท้ ความคิดทำนองเดียวกันนี้เป็นรูปแบบที่ยังพูดถึงกันอยู่ในปัจจุบัน &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
๒.ลัทธิธรรมราชา คือ การใช้ธรรมและเมตตาธรรมเป็นฐาน &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
๓.มโนทัศน์ เรื่อง นครสวรรค์ เป็นอุดมการเพื่อจัดระเบียบสังคม และการปกครอง &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
๔.เสรีภาพของประชาชน คือ อิสระในการค้าขาย &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
๕.ความใกล้ชิดสนิทสนมระหว่างผู้ปกครอง และประชาชน &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
๖.ความเจริญทางอุตสาหกรรม เช่น ชามสังคโลก &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
๗.การประดิษฐ์อักษรไทย เป็นสื่อและบันทึกเหตุการณ์ รวมทั้งวรรณคดี &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
๘.การขยายอาณาเขต ใช้ความสัมพันธ์ทางครอบครัว เช่น การแต่งงาน &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
๙.การติดต่อค้าขาย และการต่างประเทศ เช่น จีน และช่างทำสังคโลก &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
๑๐.การศาสนา เช่น ติดต่อสงฆ์จากนครศรีธรรมราช และลังกา &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
อาณาจักรศรีอยุธยา &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ในบรรดาอาณาจักรของชาวไทยในอดีต กรุงศรีอยุธยาเป็นอาณาจักรที่เจริญรุ่งเรืองที่สุด มรดกของอาณาจักรศรีอยุธยาในด้านสถาบันกษัตริย์ พุทธศาสนา ระบบความเชื่อ และวัฒนธรรม หลายอย่างยังคงยึดถือและใช้อยู่จนปัจจุบัน เพราะเป็นอาณาจักรที่ยืนยาวถึงสี่ศตวรรษ กรุงศรีอยุธยาสถาปนาเมื่อ พ.ศ. ๑๘๙๒ โดยพระรามาธิบดีที่ ๑ (๑๘๙๓ - ๑๙๑๒) อยุธยามีกษัตริย์ปกครองถึง ๓๐ พระองค์ (๕ ราชวงศ์) คือตั้งแต่ พ.ศ. ๑๘๙๓ - ๒๓๑๐ ความหลากหลายทางความเจริญวัฒนธรรม ศิลปกรรม การเมือง การปกครอง การสร้างเมืองของกรุงศรีอยุธยาก็ไม่แตกต่างจากนครรัฐอื่น ๆ ภาระหน้าที่ของรัฐในยุคนั้นย่อมมีเหมือน ๆ กัน การเตรียมพลเพื่อการสงคราม ผลิตผลทางเกษตร และเศรษฐกิจ การเกณฑ์แรงงาน การใช้ทาส สมัยอยุธยา ความยุ่งยาก ซับซ้อนมีมากขึ้น เนื่องจากการขยายตัวของอาณาจักร การปกครองอาณาจักรที่ใหญ่ขึ้นจึงต้องปรับทั้งการบริหาร การปกครอง และอำนาจให้เป็นปึกแผ่น การคุมกำลังคน ซึ่งเป็นรากฐานของอำนาจ สถาบันที่สำคัญที่สุดของอยุธยา คือสถาบันพระมหากษัตริย์ พระมหากษัตริย์ทรงมีอำนาจที่สมบูรณ์ เป็นเจ้าชีวิต เป็นเจ้าของแผ่นดิน จึงเป็นศูนย์กลางของสังคม การเมือง ซึ่งมีระบบศักดินากับระบบไพร่เป็นฐาน สังคมอยุธยานั้น ข้าราชการมียศตามลำดับดังนี้ เจ้าพระยา พระยา พระ หลวง ขุน หมื่น พัน ทนาย ซึ่งยศมีไว้กำกับศักดินา และเป็นของเฉพาะตัวมิได้สืบทอดไปถึงลูกหลาน ชั้นของบุคคลในสังคมอยุธยามิได้กำหนดตายตัว ทุกคนเป็นข้าของแผ่นดินเสมอภาคกันหมด &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
กรุงธนบุรี &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
การเสียกรุงครั้งที่ ๒ นับว่าเป็นการสูญเสียอย่างใหญ่หลวงทั้งด้านวัตถุ และจิตใจ สมเด็จพระเจ้าตากสินทรงกู้เอกราช และสถาปนากรุงธนบุรีขึ้นเป็นราชธานีของไทยต่อไป สมัยกรุงธนบุรีนับว่าเป็นระยะที่เปลี่ยนแปลงในหลาย ๆ ด้าน ย้ายที่ตั้งศูนย์การปกครองแทนที่จะอยู่ที่อยุธยาต่อไป พระองค์ต้องทำงานหนักและไม่สะดวกราบรื่นนัก ราษฎรเสียขวัญ พระราชกรณีกิจเฉพาะหน้า คือขับไล่ข้าศึก การเสริมสร้างพระราชอำนาจให้มั่นคง และมีหลายกลุ่มที่จะยกตนเป็นกษัตริย์ นอกจากปัญหาการเมืองแล้วยังเป็นปัญหาเศรษฐกิจ สงคราม ข้าวยากหมากแพง ต้องตั้งโรงทานแจกจ่ายข้าวปลาอาหารเพื่อประทังความอดอยาก ยุคของพระองค์จึงเป็นยุค ๑๕ ปี ของการสงคราม และการต่อสู้ทุพภิกขภัยต่าง ๆ แต่พระองค์ก็ทรงรักษาชาติบ้านเมืองให้ผ่านพ้นไปด้วยดี &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
กรุงรัตนโกสินทร์ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
สมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึกขึ้นครองราชเป็นปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี ทรงตัดสินใจที่จะสร้างอาณาจักรขึ้นใหม่ตามแบบกรุงศรีอยุธยา ซึ่งเป็นความพยายามเนรมิตอาณาจักรเก่าขึ้นมาใหม่ สถาปัตยกรรมวัดต่าง ๆ ล้วนเลียนแบบจากอาณาจักรอยุธยา จึงเห็นได้ว่าผู้นำไทยยังคงอาลัยความรุ่งเรืองในอดีตและปักใจที่จะฟื้นความทรงจำเก่าขึ้นมา กฎหมายต่าง ๆ ที่สูญหายกระจัดกระจาย ก็มาเรียบเรียงใหม่ เช่น กฎหมายตราสามดวง ในด้านการปกครองและการบริหาร มีการฟื้นฟูสถาบันพระมหากษัตริย์ ระบบการบริหารที่ใช้กันมาตั้งแต่สมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนารถ กรุงเทพฯ เป็นราชธานี และมีการขยายเขตการปกครองออกไปครอบคลุมพื้นที่รอบนอก มีการแบ่งหัวเมืองออกเป็น ๔ ประเภท ตามแบบอยุธยา ระบบราชการยังเป็นแบบอยุธยา ตำแหน่งขุนนาง ได้แก่ สมเด็จเจ้าพระยา เจ้าพระยา พระยา หลวง ขุน ตามลำดับ ด้านการจัดการทางสังคม มีการใช้ระบบศักดินาเป็นองค์ประกอบของระบบสังคม ด้านเศรษฐกิจก็ไม่ต่างจากอยุธยา แต่กรุงเทพอยู่ใกล้ทะเลกว่า การค้าโดยเฉพาะกับจีนเพิ่มปริมาณขึ้น ด้านการศาสนามีการชำระสะสางลัทธิความเชื่อ สังคยนาพระไตรปิฎก การสถาปนาอาณาจักรกรุงรัตนโกสินทร์โดยอาศัยกรุงศรีอยุธยาเป็นแม่แบบ ปัญหาบางอยางเคยรุมเร้าระบบเก่าก็พลอยติดมาด้วย ปัญหาการสืบราชสมบัติ ระบบอุปถัมภ์ ปัญหาที่ชัดที่สุด คือ ปัญหาสถาบัน วังหลวง วังหน้า การเมือง ระหว่างกลุ่มต่าง ๆ ซึ่งมีผลมาจากระบบอุปถัมภ์ ผู้ที่จะกุมอำนาจต้องมีฐานสนับสนุน ที่กล่าวมานี้เป็นสถานการณ์ในยุคต้นรัตนโกสินทร์&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Ekkachais</name></author>
	</entry>
</feed>