<?xml version="1.0"?>
<feed xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom" xml:lang="th">
	<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?action=history&amp;feed=atom&amp;title=%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%AA%E0%B8%81%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99</id>
	<title>วังปารุสกวัน - ประวัติรุ่นแก้ไข</title>
	<link rel="self" type="application/atom+xml" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?action=history&amp;feed=atom&amp;title=%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%AA%E0%B8%81%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99"/>
	<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%AA%E0%B8%81%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99&amp;action=history"/>
	<updated>2026-05-18T20:44:04Z</updated>
	<subtitle>ประวัติรุ่นแก้ไขของหน้านี้ในวิกิ</subtitle>
	<generator>MediaWiki 1.42.1</generator>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%AA%E0%B8%81%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99&amp;diff=10790&amp;oldid=prev</id>
		<title>Suksan เมื่อ 04:24, 14 ตุลาคม 2557</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%AA%E0%B8%81%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99&amp;diff=10790&amp;oldid=prev"/>
		<updated>2014-10-14T04:24:23Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;table style=&quot;background-color: #fff; color: #202122;&quot; data-mw=&quot;interface&quot;&gt;
				&lt;col class=&quot;diff-marker&quot; /&gt;
				&lt;col class=&quot;diff-content&quot; /&gt;
				&lt;col class=&quot;diff-marker&quot; /&gt;
				&lt;col class=&quot;diff-content&quot; /&gt;
				&lt;tr class=&quot;diff-title&quot; lang=&quot;th&quot;&gt;
				&lt;td colspan=&quot;2&quot; style=&quot;background-color: #fff; color: #202122; text-align: center;&quot;&gt;←รุ่นแก้ไขก่อนหน้า&lt;/td&gt;
				&lt;td colspan=&quot;2&quot; style=&quot;background-color: #fff; color: #202122; text-align: center;&quot;&gt;รุ่นแก้ไขเมื่อ 11:24, 14 ตุลาคม 2557&lt;/td&gt;
				&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td colspan=&quot;2&quot; class=&quot;diff-lineno&quot; id=&quot;mw-diff-left-l26&quot;&gt;บรรทัดที่ 26:&lt;/td&gt;
&lt;td colspan=&quot;2&quot; class=&quot;diff-lineno&quot;&gt;บรรทัดที่ 26:&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;
&lt;tr&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;background-color: #f8f9fa; color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #eaecf0; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;div&gt;	พระตำหนักสวนปารุสกวัน (พระตำหนักหลังใต้) เดิมเป็นตึก 2 ชั้น ก่ออิฐฉาบปูน ลักษณะเป็นตำหนักแบบตะวันตก ต่อมาได้ต่อเติมเป็น 3 ชั้น โดยชั้นที่สามเป็นห้องชุด ประกอบด้วยห้องบรรทม ห้องแต่งพระองค์ และห้องสรง ห้องพระและห้องพระบรมอัฐิ ส่วนชั้นที่สองเป็นห้องพระชายา ลักษณะเป็นห้องชุดประกอบด้วย ห้องนอน ห้องแต่งตัว ห้องน้ำ และห้องนั่งเล่นส่วนตัวของพระชายา ต่อมาได้มีการดัดแปลงเฉลียงกั้นเป็นห้องทรงพระอักษรของสมเด็จฯ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ ชั้นล่างเป็นห้องรับแขกและห้องพักผ่อน ประกอบด้วยห้องโถงใหญ่ใช้เป็นท้องพระโรง ห้องรับแขกส่วนพระองค์ และของพระชายา ห้องเสวย มีเฉลียงใหญ่สำหรับพักผ่อนและเล่นกีฬาในร่ม และยังมีห้องชุดสำหรับรับแขกด้วย&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;background-color: #f8f9fa; color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #eaecf0; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;div&gt;	พระตำหนักสวนปารุสกวัน (พระตำหนักหลังใต้) เดิมเป็นตึก 2 ชั้น ก่ออิฐฉาบปูน ลักษณะเป็นตำหนักแบบตะวันตก ต่อมาได้ต่อเติมเป็น 3 ชั้น โดยชั้นที่สามเป็นห้องชุด ประกอบด้วยห้องบรรทม ห้องแต่งพระองค์ และห้องสรง ห้องพระและห้องพระบรมอัฐิ ส่วนชั้นที่สองเป็นห้องพระชายา ลักษณะเป็นห้องชุดประกอบด้วย ห้องนอน ห้องแต่งตัว ห้องน้ำ และห้องนั่งเล่นส่วนตัวของพระชายา ต่อมาได้มีการดัดแปลงเฉลียงกั้นเป็นห้องทรงพระอักษรของสมเด็จฯ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ ชั้นล่างเป็นห้องรับแขกและห้องพักผ่อน ประกอบด้วยห้องโถงใหญ่ใช้เป็นท้องพระโรง ห้องรับแขกส่วนพระองค์ และของพระชายา ห้องเสวย มีเฉลียงใหญ่สำหรับพักผ่อนและเล่นกีฬาในร่ม และยังมีห้องชุดสำหรับรับแขกด้วย&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;
&lt;tr&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;background-color: #f8f9fa; color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #eaecf0; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;br&gt;&lt;/td&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;background-color: #f8f9fa; color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #eaecf0; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;br&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;
&lt;tr&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot; data-marker=&quot;−&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #ffe49c; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;div&gt;	พระตำหนักทั้งสองมีมุขเทียบรถ ที่เป็นลักษณะเด่นของสถาปัตยกรรมยุคนั้น เนื่องจากเริ่มมีการใช้รถเป็นพาหนะแล้ว ซุ้มพระแกลชั้นบน เน้นด้วยลายปูนปั้นแบบตะวันตก ชั้นล่างเน้นด้วยลายรูปโค้ง ลวดลายคล้ายกับพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต สันนิษฐานว่าสร้างในเวลาใกล้เคียงกัน บานพระแกลไม่ได้เป็นกระจกแต่เป็นบานเกล็ดไม้ ตอนล่างเปิดเป็นบานกระทุ้งได้ ตอนบนเป็นช่องแสงไม้ฉลุลายทุกบาน  &lt;/div&gt;&lt;/td&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot; data-marker=&quot;+&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #a3d3ff; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;div&gt;	พระตำหนักทั้งสองมีมุขเทียบรถ ที่เป็นลักษณะเด่นของสถาปัตยกรรมยุคนั้น เนื่องจากเริ่มมีการใช้รถเป็นพาหนะแล้ว ซุ้มพระแกลชั้นบน เน้นด้วยลายปูนปั้นแบบตะวันตก ชั้นล่างเน้นด้วยลายรูปโค้ง ลวดลายคล้ายกับพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต สันนิษฐานว่าสร้างในเวลาใกล้เคียงกัน บานพระแกลไม่ได้เป็นกระจกแต่เป็นบานเกล็ดไม้ ตอนล่างเปิดเป็นบานกระทุ้งได้ ตอนบนเป็นช่องแสงไม้ฉลุลายทุกบาน&lt;ins style=&quot;font-weight: bold; text-decoration: none;&quot;&gt;&amp;lt;ref&amp;gt;บุญชัย  ใจเย็น. 15 พระราชวังสำคัญในเมืองไทย. กรุงเทพฯ: ปราชญ์,2554, หน้า 61-63. &amp;lt;/ref&amp;gt; &lt;/ins&gt;&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;
&lt;tr&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;background-color: #f8f9fa; color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #eaecf0; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;br&gt;&lt;/td&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;background-color: #f8f9fa; color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #eaecf0; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;br&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;
&lt;tr&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;background-color: #f8f9fa; color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #eaecf0; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;div&gt;==ความสำคัญ==&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;background-color: #f8f9fa; color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #eaecf0; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;div&gt;==ความสำคัญ==&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;
&lt;tr&gt;&lt;td colspan=&quot;2&quot; class=&quot;diff-lineno&quot; id=&quot;mw-diff-left-l50&quot;&gt;บรรทัดที่ 50:&lt;/td&gt;
&lt;td colspan=&quot;2&quot; class=&quot;diff-lineno&quot;&gt;บรรทัดที่ 50:&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;
&lt;tr&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;background-color: #f8f9fa; color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #eaecf0; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;div&gt;	พ.ศ. 2492 [[คณะกรรมการเศรษฐกิจเอเซียและตะวันออกไกล]] (ECAFE) ได้ขอใช้ตำหนักปารุสกวันเป็นที่ทำงานเมื่อวันที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2492 สำนักพระราชวังได้นำความเรียนคณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ในพระปรมาภิไธย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งคณะผู้สำเร็จราชการได้มีมติอนุญาตให้ใช้ได้ ต่อมา ECAFE ได้ขอดัดแปลงแก้ไขพระตำหนักปารุสกวัน หรือที่เรียกว่า ตึกพลเรือนให้กว้างขวางยิ่งขึ้น เพื่อให้เจ้าหน้าที่ทำงานได้พอ สำนักพระราชวังได้มอบให้กรมศิลปากรส่งเจ้าหน้าที่มาร่วมพิจารณาการดัดแปลงแก้ไขพระตำหนักด้วย&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;background-color: #f8f9fa; color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #eaecf0; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;div&gt;	พ.ศ. 2492 [[คณะกรรมการเศรษฐกิจเอเซียและตะวันออกไกล]] (ECAFE) ได้ขอใช้ตำหนักปารุสกวันเป็นที่ทำงานเมื่อวันที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2492 สำนักพระราชวังได้นำความเรียนคณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ในพระปรมาภิไธย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งคณะผู้สำเร็จราชการได้มีมติอนุญาตให้ใช้ได้ ต่อมา ECAFE ได้ขอดัดแปลงแก้ไขพระตำหนักปารุสกวัน หรือที่เรียกว่า ตึกพลเรือนให้กว้างขวางยิ่งขึ้น เพื่อให้เจ้าหน้าที่ทำงานได้พอ สำนักพระราชวังได้มอบให้กรมศิลปากรส่งเจ้าหน้าที่มาร่วมพิจารณาการดัดแปลงแก้ไขพระตำหนักด้วย&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;
&lt;tr&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;background-color: #f8f9fa; color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #eaecf0; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;br&gt;&lt;/td&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;background-color: #f8f9fa; color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #eaecf0; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;br&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;
&lt;tr&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot; data-marker=&quot;−&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #ffe49c; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;div&gt;	พ.ศ. 2495 หน่วยงาน ECAFE ได้ย้ายสถานที่ทำงานไปอยู่ที่อื่น สภาเศรษฐกิจแห่งชาติได้เตรียมที่จะขอเข้ามาใช้สถานที่แทน หากแต่[[คณะรัฐมนตรี]]โดยการอนุมัติของ จอมพลแปลก  พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีได้มอบพระตำหนักปารุสกวันให้กรมตำรวจใช้ราชการ และได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2495  &lt;/div&gt;&lt;/td&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot; data-marker=&quot;+&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #a3d3ff; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;div&gt;	พ.ศ. 2495 หน่วยงาน ECAFE ได้ย้ายสถานที่ทำงานไปอยู่ที่อื่น สภาเศรษฐกิจแห่งชาติได้เตรียมที่จะขอเข้ามาใช้สถานที่แทน หากแต่[[คณะรัฐมนตรี]]โดยการอนุมัติของ จอมพลแปลก  พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีได้มอบพระตำหนักปารุสกวันให้กรมตำรวจใช้ราชการ และได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2495&lt;ins style=&quot;font-weight: bold; text-decoration: none;&quot;&gt;&amp;lt;ref&amp;gt;บุญรักษ์  นาครัตน์ และปัทมาวดี  ทัศนาญชลี. วังปารุสกวัน. กรุงเทพฯ: สำนักข่าวกรองแห่งชาติ.2539, หน้า 17,24,28  และหน้า 68 – 80. &amp;lt;/ref&amp;gt; &lt;/ins&gt;&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;
&lt;tr&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;background-color: #f8f9fa; color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #eaecf0; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;br&gt;&lt;/td&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;background-color: #f8f9fa; color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #eaecf0; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;br&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;
&lt;tr&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;background-color: #f8f9fa; color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #eaecf0; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;div&gt;ปัจจุบันตำหนักปารุสกวันเป็นที่ทำการของสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ส่วนตำหนักจิตรลดาเป็นที่ทำการของกองบัญชาการตำรวจนครบาล และพิพิธภัณฑ์ตำรวจ วังปารุสกวัน&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;background-color: #f8f9fa; color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #eaecf0; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;div&gt;ปัจจุบันตำหนักปารุสกวันเป็นที่ทำการของสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ส่วนตำหนักจิตรลดาเป็นที่ทำการของกองบัญชาการตำรวจนครบาล และพิพิธภัณฑ์ตำรวจ วังปารุสกวัน&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;
&lt;tr&gt;&lt;td colspan=&quot;2&quot; class=&quot;diff-side-deleted&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot; data-marker=&quot;+&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #a3d3ff; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;div&gt;&lt;ins style=&quot;font-weight: bold; text-decoration: none;&quot;&gt;&lt;/ins&gt;&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;
&lt;tr&gt;&lt;td colspan=&quot;2&quot; class=&quot;diff-side-deleted&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot; data-marker=&quot;+&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #a3d3ff; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;div&gt;&lt;ins style=&quot;font-weight: bold; text-decoration: none;&quot;&gt;==อ้างอิง==&lt;/ins&gt;&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;
&lt;tr&gt;&lt;td colspan=&quot;2&quot; class=&quot;diff-side-deleted&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot; data-marker=&quot;+&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #a3d3ff; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;div&gt;&lt;ins style=&quot;font-weight: bold; text-decoration: none;&quot;&gt;&lt;/ins&gt;&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;
&lt;tr&gt;&lt;td colspan=&quot;2&quot; class=&quot;diff-side-deleted&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot; data-marker=&quot;+&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #a3d3ff; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;div&gt;&lt;ins style=&quot;font-weight: bold; text-decoration: none;&quot;&gt;&amp;lt;references/&amp;gt;&lt;/ins&gt;&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;
&lt;tr&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;background-color: #f8f9fa; color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #eaecf0; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;br&gt;&lt;/td&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;background-color: #f8f9fa; color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #eaecf0; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;br&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;
&lt;tr&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;background-color: #f8f9fa; color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #eaecf0; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;div&gt;==หนังสือแนะนำให้อ่านต่อ==&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;background-color: #f8f9fa; color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #eaecf0; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;div&gt;==หนังสือแนะนำให้อ่านต่อ==&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;
&lt;/table&gt;</summary>
		<author><name>Suksan</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%AA%E0%B8%81%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99&amp;diff=10789&amp;oldid=prev</id>
		<title>Suksan เมื่อ 04:19, 14 ตุลาคม 2557</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%AA%E0%B8%81%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99&amp;diff=10789&amp;oldid=prev"/>
		<updated>2014-10-14T04:19:25Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;a href=&quot;https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%AA%E0%B8%81%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99&amp;amp;diff=10789&amp;amp;oldid=10788&quot;&gt;แสดงการเปลี่ยนแปลง&lt;/a&gt;</summary>
		<author><name>Suksan</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%AA%E0%B8%81%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99&amp;diff=10788&amp;oldid=prev</id>
		<title>Suksan: หน้าที่ถูกสร้างด้วย &#039;&#039;&#039;&#039;ผู้เรียบเรียง&#039;&#039;&#039; : มานิดา  สารพัฒน์  &#039;&#039;&#039;ผู้ทรงคุณวุฒิ...&#039;</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%AA%E0%B8%81%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99&amp;diff=10788&amp;oldid=prev"/>
		<updated>2014-10-14T04:07:01Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;หน้าที่ถูกสร้างด้วย &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;ผู้เรียบเรียง&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; : มานิดา  สารพัฒน์  &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;ผู้ทรงคุณวุฒิ...&amp;#039;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;b&gt;หน้าใหม่&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;&lt;div&gt;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;ผู้เรียบเรียง&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; : มานิดา  สารพัฒน์&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;ผู้ทรงคุณวุฒิประจำบทความ&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; : นายจเร พันธุ์เปรื่อง&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
วังปารุสกวัน ตั้งอยู่หัวมุมถนนพิษณุโลกตัดกับถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร เป็นสถานที่ที่มีความสำคัญและมีประวัติความเป็นมาที่น่าศึกษาอย่างมากแห่งหนึ่ง เพราะเคยเป็นที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ครั้งดำรงพระราชอิสริยยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ และเป็นที่ประทับของจอมพลสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ ซึ่งดำรงพระยศเป็นองค์รัชทายาทผู้สืบสันตติวงศ์จากสมเด็จพระบรมเชษฐาธิราช พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==ประวัติ==&lt;br /&gt;
 &lt;br /&gt;
	เมื่อ พ.ศ. 2446 (ร.ศ. 122) พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้โปรดเกล้าฯ ให้พระสถิตนิมานกร เจ้ากรมโยธาธิการ ดำเนินการก่อสร้างพระตำหนักขึ้น 2 หลัง ได้แก่พระตำหนักสวนจิตรลดา และพระตำหนักสวนปารุสกวัน ในเขตวังปารุสกวัน เพื่อเตรียมไว้ให้เป็นที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระรามาธิบดี  ศรีสินทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ขณะดำรงพระยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ สยามมกุฎราชกุมาร และจอมพลสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ ขณะดำรงพระยศเป็นสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมขุนพิษณุโลกประชานาถ ซึ่งทั้งสองพระองค์ทรงจบการศึกษาจากประเทศในยุโรปและกำลังจะเสด็จนิวัติพระนคร&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	โดยทรงพระราชทานพระตำหนักสวนจิตรลดาแด่พระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวิชราวุธ ส่วนพระตำหนักสวนปารุสกวันทรงพระราชทานแด่จอมพลสมเด็จฯ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	เมื่อพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จขึ้นครองราชย์ทรงย้ายไปประทับที่พระราชวังดุสิต ทรงพระราชทานตำหนักสวนจิตรลดาแลกเปลี่ยนกับที่บริเวณท่าวาสุกรีของจอมพลสมเด็จฯ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ และโปรดฯ ให้รวมตำหนักทั้งสองเข้าด้วยกันและรื้อกำแพงที่คั่นกลางออก ส่วนกำแพงที่สร้างใหม่ ทรงให้ประทับรูปจักรและรูปกระบอกซึ่งเป็นตราประจำพระองค์ของจอมพลสมเด็จฯ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถไว้ที่ประตูกำแพง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	ชื่อวังปารุสกวัน ได้มาจากชื่อสวนของพระอินทร์บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ มี 4 แห่งคือ สวนมิสกวัน สวนปารุสกวัน สวนจิตรลดาวัน และสวนนันทวัน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	เมื่อสมเด็จฯ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ เสด็จทิวงคต เมื่อ พ.ศ. 2463 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงใช้พระราชอำนาจตามกฎหมายระงับพินัยกรรมของสมเด็จฯ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ ที่ทรงระบุให้ยกทรัพย์สินทั้งหมดแก่หม่อมเจ้าหญิงชวลิตโอภาสชายาพระองค์ใหม่ โดยมีพระบรมราชโองการให้โอนวังปารุสกวันกลับคืนเป็นทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==ลักษณะพระตำหนัก==&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	พระตำหนักสวนจิตรลดา และพระตำหนักสวนปารุสกวัน สร้างโดยใช้รูปแบบสถาปัตยกรรมคลาสสิก นายเปโรเลวี (BEYROLEYVI) สถาปนิกชาวอิตาเลียนเป็นผู้ออกแบบและควบคุมการก่อสร้าง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	พระตำหนักสวนจิตรลดา (พระตำหนักหลังเหนือ) เป็นพระตำหนัก 2 ชั้น ก่ออิฐฉาบปูน ลักษณะสถาปัตยกรรมเป็นแบบตะวันตกมีลวดลายปูนปั้นประดับอย่างวิจิตร ชั้นล่างประกอบด้วยห้องต่าง ๆ ที่สำคัญคือ ห้องโถงใหญ่ซึ่งคงใช้เป็นท้องพระโรงในสมัยก่อน มีการตกแต่งฝา ประดับด้วยไม้จำหลักลายงดงาม ส่วนชั้นบนปีกด้านใต้เป็นห้องชุดประกอบด้วยห้องบรรทม ห้องทรงพระอักษร หรือห้องรับรองแขกส่วนพระองค์ ห้องแต่งพระองค์ และห้องสรง ห้องชุดดังกล่าวมีการตกแต่งลวดลายบัวที่ฝา ฝ้าเพดาน บานประตูและกรอบประตูอย่างงดงาม &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	พระตำหนักสวนปารุสกวัน (พระตำหนักหลังใต้) เดิมเป็นตึก 2 ชั้น ก่ออิฐฉาบปูน ลักษณะเป็นตำหนักแบบตะวันตก ต่อมาได้ต่อเติมเป็น 3 ชั้น โดยชั้นที่สามเป็นห้องชุด ประกอบด้วยห้องบรรทม ห้องแต่งพระองค์ และห้องสรง ห้องพระและห้องพระบรมอัฐิ ส่วนชั้นที่สองเป็นห้องพระชายา ลักษณะเป็นห้องชุดประกอบด้วย ห้องนอน ห้องแต่งตัว ห้องน้ำ และห้องนั่งเล่นส่วนตัวของพระชายา ต่อมาได้มีการดัดแปลงเฉลียงกั้นเป็นห้องทรงพระอักษรของสมเด็จฯ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ ชั้นล่างเป็นห้องรับแขกและห้องพักผ่อน ประกอบด้วยห้องโถงใหญ่ใช้เป็นท้องพระโรง ห้องรับแขกส่วนพระองค์ และของพระชายา ห้องเสวย มีเฉลียงใหญ่สำหรับพักผ่อนและเล่นกีฬาในร่ม และยังมีห้องชุดสำหรับรับแขกด้วย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	พระตำหนักทั้งสองมีมุขเทียบรถ ที่เป็นลักษณะเด่นของสถาปัตยกรรมยุคนั้น เนื่องจากเริ่มมีการใช้รถเป็นพาหนะแล้ว ซุ้มพระแกลชั้นบน เน้นด้วยลายปูนปั้นแบบตะวันตก ชั้นล่างเน้นด้วยลายรูปโค้ง ลวดลายคล้ายกับพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต สันนิษฐานว่าสร้างในเวลาใกล้เคียงกัน บานพระแกลไม่ได้เป็นกระจกแต่เป็นบานเกล็ดไม้ ตอนล่างเปิดเป็นบานกระทุ้งได้ ตอนบนเป็นช่องแสงไม้ฉลุลายทุกบาน &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==ความสำคัญ==&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	วังปารุสกวันหลังการเสด็จทิวงคต &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ปี พ.ศ. 2463 – 2464 หลังจากที่จอมพลสมเด็จฯ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถเสด็จทิวงคตเมื่อวันที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2463 ณ ประเทศสิงคโปร์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้โปรดเกล้าฯ ให้ใช้วังปารุสกวันเป็นที่รับรองแขกเมืองที่สำคัญ ๆ หลายครั้ง รวมทั้งได้ซ่อมแซมวังปารุสกวัน เพื่อประกอบพิธีพระราชทานพระสุพรรณบัตรสถาปนาพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าลักษมีลาวัณ ขึ้นเป็นพระนางเธอลักษมีลาวัณ เมื่อปี พ.ศ. 2464 (พระนามเดิม หม่อมเจ้าหญิงวรรณพิมล  วรวรรณ พระธิดาในพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวรวรรณากร กรมพระนราธิปประพันธ์พงษ์)&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	ระหว่างปี พ.ศ. 2470 – 2475 ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาประชาธิปก พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้โปรดเกล้าฯ ให้ซ่อมพระตำหนักปรับปรุงสวนบริเวณวังปารุสกวัน และซื้อเครื่องเรือน รวมทั้งพรมที่ใช้ปูพระตำหนักทุกห้องจากต่างประเทศเพื่อให้เป็นที่ประทับของดุ๊กเดอบรามังค์มกุฎราชกุมารเบลเยี่ยมและพระชายา และเป็นที่รับรอง ฯพณฯ ปอล เรโนด์ เสนาบดีว่าการเมืองขึ้นของฝรั่งเศส&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	วังปารุสกวันหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475&lt;br /&gt;
 &lt;br /&gt;
	หลังจากที่คณะราษฎรได้ทำการเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475 แล้ว ปรากฏว่าวังปารุสกวันได้ใช้เป็นสถานที่ราชการและที่พักของบุคคลสำคัญตลอดมา เช่น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	วันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2475 คณะราษฎรได้ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตใช้วังปารุสกวันเป็นสถานที่ทำการและที่พัก โดยการปรับปรุงและดัดแปลงพระตำหนักจิตรลดาเป็นสถานที่อยู่ของคณะราษฎร และใช้ตำหนักปารุสกวันเป็นที่อยู่ของพระยามโนปกรณ์นิติธาดา (นามเดิม ก้อน หุตะสิงห์) ประธานคณะกรรมการราษฎร กับเป็นที่ทำการและที่ประชุมของคณะกรรมการราษฎร	&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	วันที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2481 ประธานคณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ได้ประกาศในพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ให้นายพันเอก พระยาพหลพลพยุหเสนา ซึ่งพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ได้พำนักอยู่ในวังปารุสกวันสืบต่อไปจนตลอดชีพ ทั้งนี้เพื่อเป็นเกียรติสำหรับรัฐบุรุษผู้ใหญ่ ซึ่งเป็นหัวหน้าคณะขอพระราชทานรัฐธรรมนูญ และดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาของนายพันเอกหลวงพิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีคนใหม่ พระยาพหลพลหยุหเสนา ถึงแก่อสัญกรรมเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2490&lt;br /&gt;
 &lt;br /&gt;
พ.ศ. 2490 – 2501 กรมเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ได้รับพระบรมราชานุญาต ให้ใช้วังปารุสกวันเป็นสถานที่ทำงานและเมื่อได้ส่งมอบสถานที่คืนแล้ว สำนักพระราชวังได้จัดเจ้าหน้าที่มาประจำคอยดูแล และได้ใช้เป็นที่รับแขกของรัฐบาลเป็นครั้งคราว&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	ต่อมานายกรัฐมนตรี จอมพล แปลก  พิบูลสงคราม ได้ทำหนังสือขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตขอใช้พระตำหนักปารุสกวัน (ตึก 3 ชั้น) เป็นสถานที่พักของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เข้ามาประชุมรัฐสภา โดยให้เหตุผลว่าเพื่อเป็นเกียรติแก่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเรื่องที่พักของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	พ.ศ. 2492 คณะกรรมการเศรษฐกิจเอเซียและตะวันออกไกล (ECAFE) ได้ขอใช้ตำหนักปารุสกวันเป็นที่ทำงานเมื่อวันที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2492 สำนักพระราชวังได้นำความเรียนคณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ในพระปรมาภิไธย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งคณะผู้สำเร็จราชการได้มีมติอนุญาตให้ใช้ได้ ต่อมา ECAFE ได้ขอดัดแปลงแก้ไขพระตำหนักปารุสกวัน หรือที่เรียกว่า ตึกพลเรือนให้กว้างขวางยิ่งขึ้น เพื่อให้เจ้าหน้าที่ทำงานได้พอ สำนักพระราชวังได้มอบให้กรมศิลปากรส่งเจ้าหน้าที่มาร่วมพิจารณาการดัดแปลงแก้ไขพระตำหนักด้วย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	พ.ศ. 2495 หน่วยงาน ECAFE ได้ย้ายสถานที่ทำงานไปอยู่ที่อื่น สภาเศรษฐกิจแห่งชาติได้เตรียมที่จะขอเข้ามาใช้สถานที่แทน หากแต่คณะรัฐมนตรีโดยการอนุมัติของ จอมพลแปลก  พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีได้มอบพระตำหนักปารุสกวันให้กรมตำรวจใช้ราชการ และได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2495 &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ปัจจุบันตำหนักปารุสกวันเป็นที่ทำการของสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ส่วนตำหนักจิตรลดาเป็นที่ทำการของกองบัญชาการตำรวจนครบาล และพิพิธภัณฑ์ตำรวจ วังปารุสกวัน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==หนังสือแนะนำให้อ่านต่อ==&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
1.	จุลจักรพงษ์, พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้า. &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;เกิดวังปารุสก์ สมัยสมบูรณาญาสิทธิราชย์ สมัย ประชาธิปไตย&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;. ริเวอร์ บุ๊คส์: กรุงเทพ, 2554.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
2.	ทัศนา  ทัศนมิตร. &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;“วัง” มรดกกรุงรัตนโกสินทร์&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;. ดอกหญ้ากรุ๊ป: กรุงเทพฯ, 2549.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==บรรณานุกรม==&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
1.	จุลจักรพงษ์, พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้า.&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;เกิดวังปารุสก์ สมัยสมบูรณาญาสิทธิราชย์ สมัยประชาธิปไตย&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;.  กรุงเทพฯ: ริเวอร์ บุ๊คส์, 2554.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
2.	บุญชัย  ใจเย็น. &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;15 พระราชวังสำคัญในเมืองไทย&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;. กรุงเทพฯ : ปราชญ์, 2554. &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
3.	บุญรักษ์  นาครัตน์ และปัทมาวดี ทัศนาญชลี. &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;วังปารุสกวัน&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;. กรุงเทพฯ : สำนักข่าวกรองแห่งชาติ, 2539.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
4.	ทัศนา  ทัศนมิตร. &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;“วัง” มรดกกรุงรัตนโกสินทร์&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;. กรุงเทพฯ : ดอกหญ้ากรุ๊ป, 2549&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[หมวดหมู่:เหตุการณ์สำคัญทางการเมืองไทย สมัย พ.ศ. 2475-2500]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Suksan</name></author>
	</entry>
</feed>