<?xml version="1.0"?>
<feed xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom" xml:lang="th">
	<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?action=history&amp;feed=atom&amp;title=%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5</id>
	<title>รัฐพิธี - ประวัติรุ่นแก้ไข</title>
	<link rel="self" type="application/atom+xml" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?action=history&amp;feed=atom&amp;title=%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5"/>
	<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5&amp;action=history"/>
	<updated>2026-04-19T01:10:28Z</updated>
	<subtitle>ประวัติรุ่นแก้ไขของหน้านี้ในวิกิ</subtitle>
	<generator>MediaWiki 1.42.1</generator>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5&amp;diff=12135&amp;oldid=prev</id>
		<title>Suksan เมื่อ 02:56, 23 พฤศจิกายน 2558</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5&amp;diff=12135&amp;oldid=prev"/>
		<updated>2015-11-23T02:56:17Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;a href=&quot;https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5&amp;amp;diff=12135&amp;amp;oldid=12075&quot;&gt;แสดงการเปลี่ยนแปลง&lt;/a&gt;</summary>
		<author><name>Suksan</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5&amp;diff=12075&amp;oldid=prev</id>
		<title>Suksan: หน้าที่ถูกสร้างด้วย &#039;&#039;&#039;&#039;ผู้เรียบเรียง :&#039;&#039;&#039; ดีณห์  โอเจริญ  &#039;&#039;&#039;ผู้ทรงคุณวุฒิปร...&#039;</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5&amp;diff=12075&amp;oldid=prev"/>
		<updated>2015-11-13T08:50:35Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;หน้าที่ถูกสร้างด้วย &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;ผู้เรียบเรียง :&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; ดีณห์  โอเจริญ  &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;ผู้ทรงคุณวุฒิปร...&amp;#039;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;b&gt;หน้าใหม่&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;&lt;div&gt;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;ผู้เรียบเรียง :&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; ดีณห์  โอเจริญ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;ผู้ทรงคุณวุฒิประจำบทความ :&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; นายจเร พันธุ์เปรื่อง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ขนบธรรมเนียมประเพณีไทยให้ความสำคัญในเรื่องการเข้าร่วมพิธีต่างๆ ต้องปฏิบัติตนให้เหมาะสมแก่ฐานะตามสถานการณ์โดยถือปฏิบัติกันเป็นแบบแผนการวางตัวในการเข้าสังคมไว้อันเป็นวัฒนธรรมที่สืบทอดมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน บุคคลแต่ละฐานะในสังคมล้วนมีวิธีปฏิบัติในแต่ละเหตุการณ์ที่แตกต่างกันไปโดยเฉพาะอย่างยิ่งในการเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทในพระราชพิธี รัฐพิธี และในโอกาสต่างๆ โดยกำหนดไว้เป็นธรรมเนียมปฏิบัติซึ่งผู้บริหารระดับสูงของประเทศ ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง รวมถึงข้าราชการต้องให้ความสำคัญในการวางตัวและประพฤติตนตามแบบแผนเพื่อให้เป็นที่ยอมรับและเป็นที่ยกย่องของบุคคลทั่วไป ทั้งนี้ ในหนึ่งปีจะมีการจัดพระราชพิธีและรัฐพิธีขึ้นอยู่เป็นประจำหลายงานซึ่งรัฐพิธีในแต่ละงานล้วนแล้วแต่มีความสำคัญแตกต่างกันไปตามวัตถุประสงค์และวาระโอกาส อาทิเช่น รัฐพิธีถวายราชสักการะสมเด็จ         พระนเรศวรมหาราช รัฐพิธีถวายบังคมพระบรมราชานุสรณ์ รัฐพิธีวันสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีรัฐพิธีที่มีความสำคัญแต่ไม่ได้จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ได้แก่ รัฐพิธีเสด็จพระราชดำเนินเปิดประชุมรัฐสภาหรือเรียกโดยย่อว่ารัฐพิธีเปิดประชุมสภาซึ่งจัดขึ้นหลังการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและได้มีการนำความกราบบังคมทูลพระกรุณาขอพระราชทานอัญเชิญเสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดสมัยประชุมรัฐสภา&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== ความหมายของรัฐพิธี ==&lt;br /&gt;
										&lt;br /&gt;
พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 ได้ให้นิยามคำว่า “รัฐ” หมายถึง “แคว้น เช่น        รัฐปาหัง, บ้านเมือง เช่น กฎหมายสูงสุดของรัฐ, ประเทศ เช่น รัฐวาติกัน” “พิธี” หมายถึง “งานที่จัดขึ้นตามลัทธิหรือความเชื่อถือตามขนบธรรมเนียมประเพณีเพื่อความขลังหรือความเป็นสิริมงคล เช่น พระราชพิธี         จรดพระนังคัลแรกนาขวัญ พิธีมงคลสมรส พิธีประสาทปริญญา แบบอย่าง ธรรมเนียม เช่น ทำให้ถูกพิธี          การกำหนด เป็นต้น” “รัฐพิธี” หมายถึง “งานที่จัดขึ้นโดยรัฐเป็นธรรมเนียม” &lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
“รัฐ” (State) หมายถึง สังคมการเมืองขนาดใหญ่ซึ่งประกอบด้วยดินแดนหรืออาณาเขตอันแน่ชัดและราษฎรหรือสมาชิกของสังคมการเมืองนั้นๆ ตลอดจนอำนาจทางการเมืองการปกครอง ในอันที่จะรักษารัฐนั้นไว้ให้ดำรงต่อไปได้ มีองค์ประกอบสำคัญ 4 ประการ ได้แก่ ดินแดน ราษฎร อำนาจอธิปไตย รัฐบาล  รัฐในฐานะเป็นสังคมการเมือง หมายถึง ประเทศเอกราชที่มีประชากรจำนวนมากพอที่จะประกอบกันเป็นสังคมการเมือง มีดินแดนและเขตแดนที่แน่นอน มีอำนาจอธิปไตยและมีองค์กรที่ใช้อำนาจอธิปไตยปกครองราษฎรในเขตแดนนั้น ทั้งนี้ รัฐในฐานะแยกต่างหากจากราษฎรยังหมายถึงฝ่ายปกครองที่ประกอบด้วยองค์กรและเจ้าหน้าที่ของรัฐ 	&lt;br /&gt;
“พิธี” (Ceremony) หมายถึง “งานที่ผู้ใดก็ตามจัดขึ้นตามลัทธิ ตลอดจนแบบอย่างธรรมเนียมประเพณี การปฏิบัติของในแต่ละสังคมและท้องถิ่น อาทิเช่น พิธีแต่งงาน พิธีศพ พิธีอุปสมบท อย่างไรก็ตามมีพิธีสำคัญของพระมหากษัตริย์หรือรัฐบาลแต่มิได้กำหนดเป็นพระราชพิธีหรือรัฐพิธี เช่น พิธีรับรองพระราชอาคันตุกะและพิธีรับรองผู้นำหรือประมุขของต่างประเทศที่เดินทางมาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของรัฐบาล เป็นต้น” &lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
“รัฐพิธี” (The State Ceremony) หมายถึง งานหรือพิธีที่รัฐบาลกราบบังคมทูลขอพระมหากรุณาธิคุณเพื่อทรงรับไว้เป็นงานรัฐพิธี มีหมายกำหนดการซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเป็นองค์ประธานในพิธี หรือจะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ผู้แทนพระองค์เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเป็นประธานโดยมีคณะบุคคลเฝ้ารับเสด็จ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== ความเป็นมาของพระราชพิธีและรัฐพิธี ==&lt;br /&gt;
								&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
“พระราชพิธี” หมายถึง พิธีการที่พระมหากษัตริย์ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจตามที่เป็นแบบแผน ราชประเพณีสืบมาแต่โบราณหรือทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดขึ้น พระราชพิธีที่เป็น       การประจำตามเทศกาลที่ได้ทำกันในสมัยรัตนโกสินทร์นับตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชเป็นต้นมา 											&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
โดยที่พระราชพิธีต่างๆ เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงไปตามกาลสมัยจนกระทั่งเหตุการณ์ในปี พ.ศ. 2475 ได้มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีรัฐธรรมนูญเป็นหลักในการบริหารราชการบ้านเมือง มีนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีเป็นผู้รับผิดชอบ บรรดากิจการที่จะต้องทำเป็นงานพิธีที่รัฐบาลหรือกระทรวง ทบวง กรม หรือหน่วยงานราชการอื่นๆ เป็นผู้ริเริ่มจัดขึ้นได้บัญญัติให้เรียกว่ารัฐพิธีหมายถึงงานของรัฐจัดขึ้นโดยมีคณะรัฐบาลหรือหน่วยงานราชการที่รับผิดชอบในการจัดงาน โดยอาจกราบบังคมทูลขอพระราชทานเชิญพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จทรงเป็นประธานในรัฐพิธีหรืออาจเชิญบุคคลสำคัญมาเป็นประธานในงานรัฐพิธีตามแต่  ความเหมาะและความสำคัญของงานรัฐพิธีนั้น งานพระราชพิธีและรัฐพิธีที่กำหนดไว้ว่าต้องจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีจะระบุไว้ในปฏิทินหลวงซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้      สำนักพระราชวังจัดพิมพ์สำหรับพระราชทานสำหรับความสุขปีใหม่แก่ผู้ที่มาลงนามถวายพระพรชัยมงคล  เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่											&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
จากประวัติความเป็นมาในข้างต้นสามารถสรุปความแตกต่างของพระราชพิธีกับรัฐพิธีได้คือ         พระราชพิธีมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นผู้กำหนด ส่วนรัฐพิธีมีรัฐบาลเป็นฝ่ายกำหนดแล้วขอพระราชทานอัญเชิญพระมหากษัตริย์เสด็จพระราชดำเนิน			&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== รัฐพิธีประจำปี ==&lt;br /&gt;
													&lt;br /&gt;
การจัดรัฐพิธีในหนึ่งปี  มีดังต่อไปนี้										&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;มกราคม&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; รัฐพิธีถวายราชสักการะสมเด็จพระนเรศวรมหาราช (วันกองทัพไทย) ณ พระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์ จังหวัดสุพรรณบุรี วันที่ 25 มกราคม									&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;มีนาคม&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; รัฐพิธีวันที่ระลึกพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวพระมหาเจษฎาราชเจ้า วันที่ 31 มีนาคม														&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;เมษายน&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; รัฐพิธีถวายบังคมพระบรมราชานุสรณ์ (วันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชและวันที่ระลึกมหาจักรี) 6 เมษายน										&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;ธันวาคม&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; รัฐพิธีวันสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช วันที่ 28 ธันวาคม&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== รัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภา ==&lt;br /&gt;
											&lt;br /&gt;
รัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภา หมายความถึง สภาผู้แทนราษฎร สภาผู้แทน พฤฒสภา (สภาสูงหรือ   สภาอวุโส ในรัฐสภาชุดที่ 6 ของประเทศไทย) สภาร่างรัฐธรรมนูญ และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือสภาที่เรียกชื่ออื่นที่ทำหน้าที่ในฐานะรัฐสภาซึ่งมีชื่อแตกต่างกันไปตามรัฐธรรมนูญแต่ละฉบับ กล่าวคือ รัฐเป็นฝ่ายดำเนินการโดยมีพระมหากษัตริย์หรือพระรัชทายาทหรือผู้แทนพระองค์เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเป็นองค์ประธานเพื่อเป็นการพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ผู้แทนของปวงชนชาวไทยเข้าเฝ้าฯ อย่างเป็นทางการก่อนปฏิบัติหน้าที่												&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
รัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภาเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่สืบต่อกันมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันซึ่งถือเป็นราชประเพณีที่พระมหากษัตริย์เสด็จพระราชดำเนินมาทรงประกอบรัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภาโดยพระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่พระราชทานให้แก่สมาชิกรัฐสภาถือเป็นสิ่งสำคัญที่สมาชิกรัฐสภาต้องยึดถือเป็นแนวทางในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อประชาชนและประเทศชาติอย่างสูงสุด ในอดีตรัฐพิธีเปิดประชุมสภาเริ่มมีขึ้นครั้งแรกเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2476 ในสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว หลังจากที่ได้มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อปี พ.ศ. 2475 จากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ต่อมา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรครั้งแรกเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2475 โดยอาศัยราชประเพณีที่ถือปฏิบัติมาใช้เพื่อการเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรซึ่งขณะนั้นยังไม่มีบทบัญญัติที่ชัดเจนเกี่ยวกับรัฐพิธีเปิดประชุมสภา โดยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทาน กระแสรับสั่งให้เจ้าพระยามหิธรเสนาบดี กระทรวงมุรธาธรอัญเชิญไปอ่านเปิดการประชุม			&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
รัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภาถือเป็นพิธีการที่สำคัญของรัฐสภาซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย   หลายฉบับในอดีตได้บัญญัติเกี่ยวกับรัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภาไว้คล้ายคลึงกันในเรื่ององค์ประธานผู้กระทำพิธี เปิดประชุมแต่สาระในการประกอบรัฐพิธีมีความแตกต่างกัน เช่น ไม่ได้บัญญัติว่าให้กระทำรัฐพิธีในการ      เปิดประชุมสมัยใด ซึ่งโดยทั่วไปแล้วจะอาศัยธรรมเนียมปฏิบัติโดยกระทำรัฐพิธีเปิดประชุมทุกครั้งที่เป็นการประชุมสมัยสามัญ อย่างไรก็ตามนับตั้งแต่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2517 ซึ่งเป็นรัฐธรรมนูญฉบับที่ 10 เป็นต้นมาได้มีการบัญญัติไว้อย่างชัดเจนว่าให้กระทำรัฐพิธีเปิดประชุมสมัยสามัญประจำปีครั้งแรกภายหลังจากที่ได้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการเลือกตั้งทั่วไปในปัจจุบัน		&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
รัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภาของประเทศไทยได้กระทำขึ้นรวมทั้งสิ้น 57 ครั้ง มีดังต่อไปนี้			&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
-  โดยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว จำนวน 1 ครั้ง						&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
-  โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล จำนวน 2 ครั้ง						&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
-  โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช จำนวน 33 ครั้ง						&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
-  โดยคณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์หรือผู้สำเร็จราชการแทน จำนวน 18 ครั้ง			&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
-  โดยผู้แทนพระองค์ จำนวน 3 ครั้ง							&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550  มาตรา 127 วรรคหนึ่งและมาตรา 128 ได้กำหนดเกี่ยวกับรัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภา ดังนี้ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
มาตรา 127 วรรคหนึ่ง “ภายในสามสิบวันนับแต่วันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้มีการเรียกประชุมรัฐสภาเพื่อให้สมาชิกได้มาประชุมเป็นครั้งแรก...”							&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
มาตรา 128 บัญญัติว่า “พระมหากษัตริย์ทรงเรียกประชุมรัฐสภา ทรงเปิดและทรงปิดประชุม		&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
พระมหากษัตริย์จะเสด็จพระราชดำเนินมาทรงทำรัฐพิธีเปิดประชุมสมัยประชุมสามัญทั่วไปครั้งแรกตามมาตรา 127 วรรคหนึ่ง ด้วยพระองค์เอง หรือจะโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้พระรัชทายาทซึ่งบรรลุนิติภาวะแล้ว หรือผู้ใดผู้หนึ่งเป็นผู้แทนพระองค์ มาทำรัฐพิธีก็ได้...”						&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เมื่อการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเสร็จสิ้นลงภายใน 30 วันนับแต่วันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะมีการเรียกประชุมรัฐสภาเพื่อให้สมาชิกได้มาประชุมเป็นครั้งแรกซึ่งถือได้ว่าเป็นพิธีการอันทรงเกียรติที่สำคัญซึ่งถือปฏิบัติสืบต่อกันมาแต่โบราณของประเทศไทยที่มีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เนื่องด้วยพระมหากษัตริย์จะเสด็จพระราชดำเนินมา ทรงประกอบรัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภาสมัยสามัญทั่วไปครั้งแรกด้วยพระองค์เอง หรือจะโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้พระรัชทายาทซึ่งบรรลุนิติภาวะแล้วหรือผู้ใดผู้หนึ่งเป็นผู้แทนพระองค์มาประกอบรัฐพิธีก็ได้					&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
การเตรียมงานรัฐพิธีในสถานการณ์ปกติซึ่งมีรัฐสภาอันประกอบด้วยสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ภายหลังจากมีการเลือกตั้งทั่วไปแล้วในส่วนของรัฐสภามีสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเป็นแม่งานร่วมกับสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีและสำนักราชเลขาธิการในการรับผิดชอบดำเนินการเกี่ยวกับรัฐพิธีร่วมกันโดยที่มีวุฒิสภาช่วยสนับสนุนและรับผิดชอบในส่วนของสมาชิกวุฒิสภา ในส่วนของการเตรียมงานรัฐพิธีในสถานการณ์ที่มีเพียงสภาเดียวกล่าวคือสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือสภาที่มีชื่อเรียกอย่างอื่น โดยทั่วไปแล้วหน่วยงานธุรการของสภานั้นจะเป็นผู้รับผิดชอบเป็นแม่งานร่วมกับสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีโดยประสานงานกับสำนักราชเลขาธิการในการเตรียมงาน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== หนังสือแนะนำให้อ่านต่อ ==&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
กรมการปกครอง. คู่มือการจัดงานพระราชพิธี รัฐพิธี และงานพิธีของข้าราชการฝ่ายปกครอง. กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย: กรุงเทพฯ, 2554.								&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5. พระราชพิธีสิบสองเดือน.      สำนักพิมพ์ศิลปาบรรณาคาร: กรุงเทพฯ, 2551.							&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== บรรณานุกรม ==&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
คณะกรรมการจัดงานสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี. ศิลปวัฒนธรรม เล่มที่ 3 “ขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมกรุงรัตนโกสินทร์”. กรมศิลปากร: กรุงเทพฯ, 2525. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2517. ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 91, ตอนที่ 169.    7 ตุลาคม 2517.											&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา. คู่มือเสริมสร้างความรู้และเตรียมความพร้อม เรื่อง “ควรปฏิบัติตนอย่างไร…ให้การเข้าเฝ้าฯ ถูกต้อง เรียบร้อยและงดงาม. สำนักการพิมพ์ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร: กรุงเทพฯ, 2555.												&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
กลุ่มงานพิพิธภัณฑ์และจดหมายเหตุ สำนักวิชาการ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร. เกร็ดความรู้. ออนไลน์  http://library2.parliament.go.th/museum/know.html				&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
รัฐสภาไทย. รัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภา. ออนไลน์. http://www.parliament.go.th/ratpiti/ rattapite.htm											&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
สำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม. คำแนะนำในการเข้าเฝ้าฯ ในงานพระราชพิธี รัฐพิธี. ออนไลน์ http://www.thailaws.com/aboutthailaw/knowing_law_014.htm&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Suksan</name></author>
	</entry>
</feed>