<?xml version="1.0"?>
<feed xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom" xml:lang="th">
	<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?action=history&amp;feed=atom&amp;title=%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B9%8C</id>
	<title>ระบอบประยุทธ์ - ประวัติรุ่นแก้ไข</title>
	<link rel="self" type="application/atom+xml" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?action=history&amp;feed=atom&amp;title=%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B9%8C"/>
	<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B9%8C&amp;action=history"/>
	<updated>2026-05-10T09:27:13Z</updated>
	<subtitle>ประวัติรุ่นแก้ไขของหน้านี้ในวิกิ</subtitle>
	<generator>MediaWiki 1.42.1</generator>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B9%8C&amp;diff=14199&amp;oldid=prev</id>
		<title>Apirom: สร้างหน้าด้วย &quot; &#039;&#039;&#039;ผู้เรียบเรียง&#039;&#039;&#039;&amp;nbsp;ศุทธิกานต์ มีจั่น  &#039;&#039;&#039;ผู้ทรงคุณวุฒิปร...&quot;</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B9%8C&amp;diff=14199&amp;oldid=prev"/>
		<updated>2021-08-11T09:44:42Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;สร้างหน้าด้วย &amp;quot; &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;ผู้เรียบเรียง&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; ศุทธิกานต์ มีจั่น  &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;ผู้ทรงคุณวุฒิปร...&amp;quot;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;b&gt;หน้าใหม่&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;
&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;ผู้เรียบเรียง&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;amp;nbsp;ศุทธิกานต์ มีจั่น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;ผู้ทรงคุณวุฒิประจำบทความ&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;amp;nbsp;รองศาสตราจารย์ ดร.นิยม รัฐอมฤต&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp;ระบอบประยุทธ์ หรือ การปกครองภายใต้การนำของพลเอกประยุทธ์ จันทรโอชาและคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (คสช.) รวมถึงองคาพยพในส่วนอื่นๆ ที่มีการร่วมมือกัน โดยคำนี้ได้รับการกล่าวถึงอย่างกว้างขวางจากบทความของประจักษ์ ก้องกีรติ และ วีระยุทธ์ กาญจน์ชูฉัตร ที่ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2561 ซึ่งชี้ให้เห็นถึงความพยายามของกองทัพในการครอบงำทุกหน่วยทางการเมืองท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งและการที่รัฐบาลพลเรือนถูกทำให้ไร้เสถียรภาพทางการเมือง รวมถึงการสร้างหุ้นส่วนกับบรรษัทธุรกิจผ่าน &amp;#039;โครงการประชารัฐ&amp;#039; แทนที่นโยบายประชานิยมที่ริเริ่มโดยรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร เป็นต้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp;การก่อตัวของระบอบประยุทธ์ เริ่มต้นขึ้นนับตั้งแต่การเกิดภาวะตีบตันทางการเมืองโดยการชุมนุมของคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ประกอบกับบทบาทขององค์กรอิสระต่างๆ อาทิ คณะกรรมการการเลือกตั้งและศาลรัฐธรรมนูญ ที่นำมาสู่การวินิจฉัยให้การเลือกตั้งในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2557 เป็นโมฆะ และนำมาสู่การแทรกแซงทางการเมืองของกองทัพโดยการรัฐประหารในเวลาต่อมา&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp;อย่างไรก็ดี ระบอบประยุทธ์ ดำเนินภายใต้ทั้งช่วงเวลาที่อยู่ภายในอำนาจเผด็จการทหาร ซึ่งได้รับความร่วมมือจากชนชั้นนำทางการเมือง และชนชั้นนำทางเศรษฐกิจที่ต้องการควบคุมผลของการเปลี่ยนแปลงทางสังคม เศรษฐกิจ และการเมืองให้เป็นไปในทิศทางที่ตนเองได้ประโยชน์มากขึ้น รวมทั้งในช่วงเวลานี้ยังมีการปรามปรามการต่อต้าน เช่น การปรับทัศนคติ การติดตาม การดำเนินคดีข้อหาชุมนุมทางการเมือง การตั้งข้อหายุยงปลุกปั่นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 และการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ เป็นต้น รวมถึงประกาศคำสั่งหัวหน้าคสช. ฉบับที่ 3/2558 ที่ให้อำนาจเจ้าหน้าที่ทหารค้น จับกุม กักตัวบุคคลได้ไม่เกิน 7 วัน และมีอำนาจในการร่วมสอบสวนพร้อมกับตำรวจ มาตรการเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความต้องการทำให้สังคมปลอดจากการเมืองที่ไม่ให้มีการเคลื่อนไหวของกลุ่มต่างๆ ทั้งกลุ่มทางการเมืองและกลุ่มด้านทรัพยากร&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp;นอกจากนี้แล้วยังมีการสร้างโครงสร้างต่างๆ เพื่อเป็นแนวร่วมในการดำเนินการเชิงนโยบายและนิติบัญญัติ ได้แก่ สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) สภาขับเคลื่อนการปฎิรูปประเทศ (สปท.) สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) จากการแต่งตั้ง โดยเฉพาะการกำหนดให้มียุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ที่มีสภาพบังคับให้รัฐบาลทุกรัฐบาลต้องปฏิบัติตาม เป็นต้น ทั้งนี้ แม้จะมีการออกแบบกฎกติกา การยกร่างรัฐธรรมนูญ และการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ แต่เนื้อหาของรัฐธรรมนูญและระบบการเลือกตั้งที่ล้วนถูกตั้งคำถามถึงความเป็นประชาธิปไตย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการออกแบบการเลือกตั้งแบบจัดสรรปันส่วนผสมเพื่อไม่ให้มีพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งได้เสียงข้างมากจนสามารถจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียวได้ เงื่อนไขเหล่านี้ทำให้บริบททางการเมืองไทยช่วงหลังการเลือกตั้งทั่วไป พ.ศ.2562 ได้รับการกล่าวถึงในฐานะระบอบเผด็จการ&amp;lt;br/&amp;gt; ครึ่งใบ หรือระบบเผด็จการจากการเลือกตั้ง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp;อย่างไรก็ดี ในฐานะระบอบใหม่ที่ก่อตัวขึ้นตั้งแต่หลังรัฐประหาร เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ.2557 และการประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 เป็นต้นมา คือ ความพยายามในการรื้อโครงสร้างอำนาจ ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับสังคม และการจัดระเบียบสถาบันของรัฐใหม่ จนก่อรูปเป็นรูปแบบความสัมพันธ์แบบใหม่ที่มีความมั่นคงต่อคณะรัฐประหารในระดับหนึ่ง ซึ่งการอยู่ในอำนาจยาวนานกว่า 5 ปี ทั้งยังเป็นคณะรัฐประหารที่อยู่ในอำนาจยาวนานที่สุดนับตั้งแต่เหตุการณ์ 14 ตุลาคม พ.ศ.2516 เป็นระยะเวลาที่นานพอจะเปลี่ยนโครงสร้างการเมืองไทยตลอดจนโครงสร้างทางเศรษฐกิจและกลุ่มทุนที่เกื้อหนุนการดำรงอยู่ของโครงสร้างอำนาจในระบอบใหม่ นอกจากนี้แล้ว การแทรกแซงและเข้ามามีบทบาทของกองทัพในทุกภาคส่วนยังส่งผลให้ไม่เพียงแต่เครือข่ายอำนาจของนักการเมืองจากการเลือกตั้งในทุกระดับลดบทบาทลงไป ยังส่งผลให้ระบบราชการที่นำโดยข้าราชการพลเรือนอ่อนแอลงเช่นเดียวกัน สถานการณ์เหล่านี้ได้นำไปสู่ข้อเสนอในการแก้ปัญหาโครงสร้างทางการเมืองต่างๆ ที่ค้ำยันและเอื้อประโยชน์ให้ระบอบประยุทธ์ดำเนินต่อไปได้ อาทิ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ และ การเรียกร้องให้กองทัพหยุดแทรกแซงทางการเมือง เป็นต้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;รายการอ้างอิง&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ทวีศักดิ์ เกิดโภคา.2562. “เราอยู่ในระบอบอะไร? กระดุม 6 เม็ดก่อรูป ‘ระบอบประยุทธ์’ และแนวทางปลด&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; กระดุม”. สืบค้นจาก https://prachatai.com/journal/2019/09/84170(24 สิงหาคม 2563).&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
“2019: สำรวจภูมิทัศน์การเมืองไทยช่วง ‘รอยต่อ’”.สืบค้นจาก https://prachatai.com/journal/2020/ 01/85826(24 สิงหาคม 2563).&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;“เปิดผังเครือข่ายค้ำยันฐานอำนาจระบอบประยุทธ์ ตอนที่ 1”. สืบค้นจาก [https://thestandard.co/ https://thestandard.co/] prayuth-government-network-01/ (24 สิงหาคม 2563).&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
“เปิดผังเครือข่ายค้ำยันฐานอำนาจระบอบประยุทธ์ ตอนที่ 2 (ตอนจบ)”. สืบค้นจาก [https://thestandard https://thestandard]. co/prayuth-government-network-02/(24 สิงหาคม 2563).&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
Jitsiree Thongnoi. (2019).“Thailand’s Prayuth Chan-ocha: the military man with staying &amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; power”. Retrieved from https://www.scmp.com/week-asia/politics/article/30134 &amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; 60/thailands-prayuth-chan-ocha-military-man-staying-power&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
Prajak Kongkirati and Veerayooth Kanchoochat. (2018). The Prayuth regime: Embedded &amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; military and hierarchical capitalism in Thailand. &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;TRaNS: Trans -Regional and –&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; National Studies of Southeast Asia&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;, 6(2), 279-305.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Apirom</name></author>
	</entry>
</feed>