<?xml version="1.0"?>
<feed xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom" xml:lang="th">
	<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?action=history&amp;feed=atom&amp;title=%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87</id>
	<title>ระบบการเลือกตั้ง - ประวัติรุ่นแก้ไข</title>
	<link rel="self" type="application/atom+xml" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?action=history&amp;feed=atom&amp;title=%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87"/>
	<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87&amp;action=history"/>
	<updated>2026-05-18T22:51:56Z</updated>
	<subtitle>ประวัติรุ่นแก้ไขของหน้านี้ในวิกิ</subtitle>
	<generator>MediaWiki 1.42.1</generator>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87&amp;diff=3710&amp;oldid=prev</id>
		<title>Ekkachais เมื่อ 23:11, 11 ธันวาคม 2552</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87&amp;diff=3710&amp;oldid=prev"/>
		<updated>2009-12-11T23:11:45Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;table style=&quot;background-color: #fff; color: #202122;&quot; data-mw=&quot;interface&quot;&gt;
				&lt;col class=&quot;diff-marker&quot; /&gt;
				&lt;col class=&quot;diff-content&quot; /&gt;
				&lt;col class=&quot;diff-marker&quot; /&gt;
				&lt;col class=&quot;diff-content&quot; /&gt;
				&lt;tr class=&quot;diff-title&quot; lang=&quot;th&quot;&gt;
				&lt;td colspan=&quot;2&quot; style=&quot;background-color: #fff; color: #202122; text-align: center;&quot;&gt;←รุ่นแก้ไขก่อนหน้า&lt;/td&gt;
				&lt;td colspan=&quot;2&quot; style=&quot;background-color: #fff; color: #202122; text-align: center;&quot;&gt;รุ่นแก้ไขเมื่อ 06:11, 12 ธันวาคม 2552&lt;/td&gt;
				&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td colspan=&quot;2&quot; class=&quot;diff-lineno&quot; id=&quot;mw-diff-left-l25&quot;&gt;บรรทัดที่ 25:&lt;/td&gt;
&lt;td colspan=&quot;2&quot; class=&quot;diff-lineno&quot;&gt;บรรทัดที่ 25:&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;
&lt;tr&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;background-color: #f8f9fa; color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #eaecf0; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;div&gt;3. ระบบการเลือกตั้งนี้ได้รับรองสิทธิของประชาชนในการเลือกตั้ง เพราะทำให้คะแนนเสียงมีความหมายทุกคะแนน เพราะถ้ามีแต่ ส.ส. ระบบเขต ผู้ชนะการเลือกตั้งเท่านั้นที่ได้เป็นผู้แทนราษฎร คะแนนของผู้ที่ได้ ที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 ไม่มีความหมายถูกทิ้งไปทั้งหมด  แต่ในระบบนี้ เปิดโอกาสให้ประชาชนเลือกได้ทั้ง ส.ส. เขตและ ส.ส. บัญชีรายชื่อของพรรค คะแนนของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งจึงไม่สูญเปล่ามีความหมายทุกคะแนน เพราะเอาไปคำนวณรวมกันในระดับประเท&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;background-color: #f8f9fa; color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #eaecf0; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;div&gt;3. ระบบการเลือกตั้งนี้ได้รับรองสิทธิของประชาชนในการเลือกตั้ง เพราะทำให้คะแนนเสียงมีความหมายทุกคะแนน เพราะถ้ามีแต่ ส.ส. ระบบเขต ผู้ชนะการเลือกตั้งเท่านั้นที่ได้เป็นผู้แทนราษฎร คะแนนของผู้ที่ได้ ที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 ไม่มีความหมายถูกทิ้งไปทั้งหมด  แต่ในระบบนี้ เปิดโอกาสให้ประชาชนเลือกได้ทั้ง ส.ส. เขตและ ส.ส. บัญชีรายชื่อของพรรค คะแนนของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งจึงไม่สูญเปล่ามีความหมายทุกคะแนน เพราะเอาไปคำนวณรวมกันในระดับประเท&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;
&lt;tr&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;background-color: #f8f9fa; color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #eaecf0; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;br&gt;&lt;/td&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;background-color: #f8f9fa; color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #eaecf0; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;br&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;
&lt;tr&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot; data-marker=&quot;−&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #ffe49c; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;div&gt;4. ระบบเลือกตั้งแบบนี้ สามารถผลักคนดีเข้าสู่วงการเมืองได้ง่ายขึ้น ต้องยอมรับว่าการเลือกตั้งในอดีตของไทย ค่อนข้างสกปรกใช้อิทธิพลทุกรูปแบบเพื่อให้ได้ชัยชนะโดยไม่คำนึงว่าจะผิดกฎหมายหรือไม่ &lt;del style=&quot;font-weight: bold; text-decoration: none;&quot;&gt;เราจึงได้ผู้แทนราษฎรที่แสวงหาประโยชน์ส่วนตนไม่คำนึงถึงหน้าที่และความรับผิดชอบที่ประชาชนมอบความไว้วางใจมา&lt;/del&gt;&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot; data-marker=&quot;+&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #a3d3ff; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;div&gt;4. ระบบเลือกตั้งแบบนี้ สามารถผลักคนดีเข้าสู่วงการเมืองได้ง่ายขึ้น ต้องยอมรับว่าการเลือกตั้งในอดีตของไทย ค่อนข้างสกปรกใช้อิทธิพลทุกรูปแบบเพื่อให้ได้ชัยชนะโดยไม่คำนึงว่าจะผิดกฎหมายหรือไม่ &lt;ins style=&quot;font-weight: bold; text-decoration: none;&quot;&gt;เราจึงได้ผู้แทนราษฎรที่แสวงหาประโยชน์ส่วนตนไม่คำนึงถึงหน้าที่และความรับผิดชอบที่ประชาชนมอบความไว้วางใจมาก  &lt;/ins&gt;การเปิดโอกาสให้มีการเลือกตั้งจากบัญชีรายชื่อจึงน่าเชื่อว่าจะได้คนดี มีความสามารถ เสียสละ และซื่อสัตย์ เข้าสู่วงจรการเมืองได้จำนวนหนึ่ง ขึ้นอยู่กับพรรคการเมืองจะมีแนวคิดและวิจารณาญาณอย่างไรในการคัดสรรคนที่มีความสามารถคนที่มีความสามารถมาช่วยสร้างประเทศ&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;
&lt;tr&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot; data-marker=&quot;−&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #ffe49c; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;div&gt;&lt;del style=&quot;font-weight: bold; text-decoration: none;&quot;&gt;             &lt;/del&gt;การเปิดโอกาสให้มีการเลือกตั้งจากบัญชีรายชื่อจึงน่าเชื่อว่าจะได้คนดี มีความสามารถ เสียสละ และซื่อสัตย์ เข้าสู่วงจรการเมืองได้จำนวนหนึ่ง ขึ้นอยู่กับพรรคการเมืองจะมีแนวคิดและวิจารณาญาณอย่างไรในการคัดสรรคนที่มีความสามารถคนที่มีความสามารถมาช่วยสร้างประเทศ&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;&lt;td colspan=&quot;2&quot; class=&quot;diff-side-added&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;
&lt;tr&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;background-color: #f8f9fa; color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #eaecf0; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;br&gt;&lt;/td&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;background-color: #f8f9fa; color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #eaecf0; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;br&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;
&lt;tr&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;background-color: #f8f9fa; color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #eaecf0; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;div&gt;5. เป็นการช่วยสนับสนุนการทำงานของฝ่ายนิติบัญญัติให้เข้มแข็ง และเป็นประโยชน์ต่อประชาชนมากขึ้น    การที่ได้ ส.ส.จำนวนหนึ่งจากระบบบัญชีรายชื่อซึ่งมีความรู้ความสามารถในวิชาชีพสาขาต่างๆมาทำงานในสภา จำทำให้การพิจารณากฎหมายต่างๆ มีความรอบคอบมากขึ้น โดยเฉพาะกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพต่างๆ แต่เดิมสภาฯ ก็ฟังข้อมูลจากข้าราชการ ซึ่งเป็นการฟังความข้างเดียวเมื่อมีผู้เชี่ยวชาญอยู่ในฝ่ายนิติบัญญัติ ก็จะทำให้สมาชิกสภาได้ฟังข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจได้มากขึ้น  ยังมีเหตุผลที่มีความสำคัญในการใช้ระบบเลือกตั้งนี้อีกหลายประการ แต่ขอเสนอเหตุผลหลักไว้เพียงเท่านี้ และขอเรียนเพิ่มเติมจากการนำไปใช้โดยเข้าใจผิด และศึกษาอย่างละเอียดทำให้เกิดผลเสียต่อระบบนี้คื&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;background-color: #f8f9fa; color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #eaecf0; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;div&gt;5. เป็นการช่วยสนับสนุนการทำงานของฝ่ายนิติบัญญัติให้เข้มแข็ง และเป็นประโยชน์ต่อประชาชนมากขึ้น    การที่ได้ ส.ส.จำนวนหนึ่งจากระบบบัญชีรายชื่อซึ่งมีความรู้ความสามารถในวิชาชีพสาขาต่างๆมาทำงานในสภา จำทำให้การพิจารณากฎหมายต่างๆ มีความรอบคอบมากขึ้น โดยเฉพาะกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพต่างๆ แต่เดิมสภาฯ ก็ฟังข้อมูลจากข้าราชการ ซึ่งเป็นการฟังความข้างเดียวเมื่อมีผู้เชี่ยวชาญอยู่ในฝ่ายนิติบัญญัติ ก็จะทำให้สมาชิกสภาได้ฟังข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจได้มากขึ้น  ยังมีเหตุผลที่มีความสำคัญในการใช้ระบบเลือกตั้งนี้อีกหลายประการ แต่ขอเสนอเหตุผลหลักไว้เพียงเท่านี้ และขอเรียนเพิ่มเติมจากการนำไปใช้โดยเข้าใจผิด และศึกษาอย่างละเอียดทำให้เกิดผลเสียต่อระบบนี้คื&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;
&lt;/table&gt;</summary>
		<author><name>Ekkachais</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87&amp;diff=3709&amp;oldid=prev</id>
		<title>Ekkachais เมื่อ 23:10, 11 ธันวาคม 2552</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87&amp;diff=3709&amp;oldid=prev"/>
		<updated>2009-12-11T23:10:45Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;a href=&quot;https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87&amp;amp;diff=3709&amp;amp;oldid=3708&quot;&gt;แสดงการเปลี่ยนแปลง&lt;/a&gt;</summary>
		<author><name>Ekkachais</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87&amp;diff=3708&amp;oldid=prev</id>
		<title>Ekkachais: สร้างหน้าใหม่: ระบบการเลือกตั้ง  โดย ร.ศ. อัษฎางค์  ปาณิกบุตร            ประเทศท...</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87&amp;diff=3708&amp;oldid=prev"/>
		<updated>2009-12-11T23:03:16Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;สร้างหน้าใหม่: ระบบการเลือกตั้ง  โดย ร.ศ. อัษฎางค์  ปาณิกบุตร            ประเทศท...&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;b&gt;หน้าใหม่&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;&lt;div&gt;ระบบการเลือกตั้ง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
โดย ร.ศ. อัษฎางค์  ปาณิกบุตร&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
          ประเทศที่เป็นประชาธิปไตยต้องมีการเลือกตั้ง ในประเทศเผด็จการคอมมิวนิสต์ก็ยังมีการเลือกตั้งแต่รูปแบบและวิธีการย่อมแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมของแต่ละประเทศ &lt;br /&gt;
          ประเทศที่ด้อยพัฒนาหรือกำลังพัฒนาก็จะเอาตัวอย่างหรือวิธีการเลือกตั้ง มาจากประเทศที่พัฒนา แล้วแทบทั้งสิ้น ขึ้นอยู่กับว่าวิธีการใดจะเหมาะสมกับประเทศของตน &lt;br /&gt;
          สำหรับประเทศไทยมีการเลือกตั้งมา 20 กว่าครั้ง ลองผิดลองถูกมาหลายแบบ ตั้งแต่การเลือกตั้งครั้งแรกเมื่อ 15 พ.ย. 2476 ซึ่งเป็นการเลือกตั้งครั้งแรกของประเทศไทย ภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองสมบูรณาญาสิทธิราชมาเป็นประชาธิปไตย &lt;br /&gt;
          เป็นการเลือกตั้งที่เรียกว่า เลือกตั้งโดยวิธีอ้อม ซึ่งเป็นครั้งเดียวของประเทศไทย นอกนั้นเป็นการเลือกตั้งโดยตรงทั้งหมด มีทั้งแบ่งเขต รวมเขต แบบผสมรวมเขตกับแบ่งเขต &lt;br /&gt;
          การกำหนดจำนวน สส. หรือผู้แทนราษฎรใช้จำนวนประชากรเป็นตัวคำนวณ ซึ่งบางประเทศใช้หลักของเขตแดนเป็นตัวคำนวณ &lt;br /&gt;
        ในทางทฤษฎีนั้นผู้แทนควรมาจากเขตที่แน่นอนจะมีความเหมาะสมกว่าเช่นเขตของอำเภอเป็นต้นถ้าใช้จำนวนประชากรทำให้เป็นปัญหาในการแบ่งเขต เพราะต้องไปตัดเอาพื้นที่ของอีกอำเภอหนึ่งมาปะกับอำเภอที่มีประชากรไม่ครบจำนวนที่กำหนดไว้ ทำให้ประชาชนมีความรู้สึกสับสน &lt;br /&gt;
          แต่ผู้มีอำนาจในการแบ่งเขตของประเทศไทยก็ไม่ให้ความใส่ใจในประเด็นนี้ เช่นอำเภอ ท่าศาลา ของนครศรีธรรมราชถูกตัดออกเป็น 3 ส่วน ทำให้ประชาชนไม่มีโอกาสเลือกผู้แทนที่ตนต้องการ เพราะต้องไปรวมกับเขตอื่น ทำให้ต้องไปเลือกคนท้องถิ่นอื่นเป็นผู้แทนของตน &lt;br /&gt;
          ยังไม่มีการศึกษาวิจัยที่ชัดเจนว่าวิธีการเลือกตั้งที่ไทยนำมาใช้นั้น แบบไหนดีที่สุดและเหมาะสมกับประเทศของเรา แต่นักวิชาการก็ได้มีการศึกษาแบบใหม่มากพอสมควรและนำมาบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ 2540 เรียกว่าการเลือกตั้งระบบสัดส่วนและเขตละ 1 คน(Proportional Representation and Single Member Constituency หรือ The first past the post)&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
             คณะกรรมการวิสามัญศึกษาแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นผู้ทำการศึกษารัฐธรรมนูญไทยว่ามีจุดอ่อนและข้อบกพร่องอะไรบ้าง ก่อนที่จะขอแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2534 ทั้งหมด 25 ประเด็นแต่ก็ยังไม่เป็นที่พอใจของสมาชิกรัฐสภา จึงได้เกิดคณะกรรมการปฏิรูปการเมืองขึ้นในปี 2538 เพื่อศึกษาหาวิธีการในการร่างรัฐธรรมนูญใหม่&lt;br /&gt;
             มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองเกิดขึ้น ทำให้เกิดสภาร่างรัฐธรรมนูญในปี 2539  และได้ดำเนินการร่างรัฐธรรมนูญในปี 2540 เสร็จและประกาศใช้เมื่อตุลาคม 2540&lt;br /&gt;
             ระบบการเลือกตั้งที่ได้ศึกษาไว้ตั้งแต่ปี 2536 ได้ถูกนำมาบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ 2540 แต่ขาดการประชาสัมพันธ์ในหลักการและรายละเอียดของระบบนี้ให้นักการเมืองและประชาชนเข้าใจให้ลึกซึ้งพอ จึงถูกนำไปใช้ในทางที่เห็นแก่ตัว ทำให้สังคมเข้าใจผิดในหลักการและสาระสำคัญ และคิดไปในทำนองที่ว่าระบบการเลือกตั้งนี้ไม่ดี แม้แต่สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญปัจจุบันก็มีความคิดเห็นแตกต่างกันออกไป ยังไม่ทราบว่าจะลงเอยในรูปแบบใด&lt;br /&gt;
             ระบบเลือกตั้งนี้เชื่อว่าเยอรมันเป็นผู้คิดขึ้น และประเทศประชาธิปไตยทั่วโลกได้นำไปดัดแปลงใช้เพื่อให้เหมาะสมกับประเทศของตน ในทวีปเอเชียนั้นญี่ปุ่นได้นำมาใช้ก่อน สัดส่วนระหว่างผู้แทนฯ จากกระบบบัญชีรายชื่อกับผู้แทนเขตเลือกตั้งเป็น 2:3&lt;br /&gt;
             ประเทศไทยเป็นประเทศเดียวที่ใช้อัตราส่วน 1:4 โดยไม่มีเหตุผลทางวิชาการรองรับ แต่ต้นตำหรับเขาใช้ครึ่งต่อครึ่งของจำนวน ส.ส. ทั้งหมด (มีข้อปลีกย่อยหลายอย่างของเยอรมันที่อาจทำให้จำนวน ส.ส.จากบัญชีรายชื่อไม่เท่ากับ ส.ส.ที่มาจากการเลือกตั้งแต่จำนวนที่แตกต่างไม่มากนัก)&lt;br /&gt;
             ทำไม? ประเทศต่างๆ ทั่วโลกได้นำระบบเลือกตั้งนี้ไปใช้ โดยเฉพาะในยุโรปและเอเชีย ทุกระบบมีทั้งข้อดีและข้อเสีย แต่โดยส่วนตัวเห็นว่ามีข้อดีมากกว่า จึงเสนอให้ท่านผู้อ่านได้พิจารณา&lt;br /&gt;
             1. ประเทศประชาธิปไตยส่วนใหญ่ จะใช้วิธีการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชนด้วยการแบ่งเป็นเขตละ 1 คน ซึ่งแต่ละเขตจะมีสภาพแวดล้อมไม่เหมือนกันโดยเฉพาะสภาพทางภูมิศาสตร์ ทรัพยากร เศรษฐกิจ วัฒนธรรม ประเพณี ฯลฯ ทำให้ผู้แทนราษฎรแต่ละเขตพยายามปกป้องและดูแลผลประโยชน์ของประชาชนในเขตตน ในสภาผู้แทนราษฎรจึงเกิดบรรยากาศของการปกป้องผลประโยชน์ของท้องถิ่น จนในบางครั้งลืมหรือละเลยผลประโยชน์ของชาติไป&lt;br /&gt;
             จึงเกิด ส.ส. หรือผู้แทนในระบบบัญชีรายชื่อขึ้นเพื่อให้เป็นผู้แทนของชาติ เข้าไปทำหน้าที่ในฝ่ายนิติบัญญัติหรือฝ่ายบริหาร จะได้ไปละลายความคิดของผู้แทนเขตให้ลดดีกรีลงไป เพราะผลประโยชน์ของชาติต้องมาก่อนสิ่งอื่นใด&lt;br /&gt;
             2. ระบบนี้มุ่งสนับสนุนความเข้มแข็งของพรรคการเมือง โดยพรรคการเมืองต้องคัดสรรบุคคลที่มีความรู้ความสามารถในวิชาชีพต่างๆมาเสนอให้ประชาชนพิจารณา เรียกว่าพรรคเลือกคน ประชาชนเลือกพรรค จึงมีความจำเป็นที่นักการเมืองต้องไปเสาะหาคนที่มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับของสังคม มาประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบก่อนการเลือกตั้ง ประกอบกับนโยบายของพรรคที่มีต่อประชาชน เพื่อแสดงให้ประชาชนเห็นถึงความเป็นไปได้ของนโยบาย เพราะมีการเตรียมการในด้านบุคลากรไว้อย่างพร้อมเพรียง&lt;br /&gt;
             3. ระบบการเลือกตั้งนี้ได้รับรองสิทธิของประชาชนในการเลือกตั้ง เพราะทำให้คะแนนเสียงมีความหมายทุกคะแนน เพราะถ้ามีแต่ ส.ส. ระบบเขต ผู้ชนะการเลือกตั้งเท่านั้นที่ได้เป็นผู้แทนราษฎร คะแนนของผู้ที่ได้ ที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 ไม่มีความหมายถูกทิ้งไปทั้งหมด&lt;br /&gt;
             แต่ในระบบนี้ เปิดโอกาสให้ประชาชนเลือกได้ทั้ง ส.ส. เขตและ ส.ส. บัญชีรายชื่อของพรรค คะแนนของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งจึงไม่สูญเปล่ามีความหมายทุกคะแนน เพราะเอาไปคำนวณรวมกันในระดับประเทศ&lt;br /&gt;
             4. ระบบเลือกตั้งแบบนี้ สามารถผลักคนดีเข้าสู่วงการเมืองได้ง่ายขึ้น ต้องยอมรับว่าการเลือกตั้งในอดีตของไทย ค่อนข้างสกปรกใช้อิทธิพลทุกรูปแบบเพื่อให้ได้ชัยชนะโดยไม่คำนึงว่าจะผิดกฎหมายหรือไม่ เราจึงได้ผู้แทนราษฎรที่แสวงหาประโยชน์ส่วนตนไม่คำนึงถึงหน้าที่และความรับผิดชอบที่ประชาชนมอบความไว้วางใจมา&lt;br /&gt;
             การเปิดโอกาสให้มีการเลือกตั้งจากบัญชีรายชื่อจึงน่าเชื่อว่าจะได้คนดี มีความสามารถ เสียสละ และซื่อสัตย์ เข้าสู่วงจรการเมืองได้จำนวนหนึ่ง ขึ้นอยู่กับพรรคการเมืองจะมีแนวคิดและวิจารณาญาณอย่างไรในการคัดสรรคนที่มีความสามารถคนที่มีความสามารถมาช่วยสร้างประเทศ&lt;br /&gt;
             5. เป็นการช่วยสนับสนุนการทำงานของฝ่ายนิติบัญญัติให้เข้มแข็ง และเป็นประโยชน์ต่อประชาชนมากขึ้น    การที่ได้ ส.ส.จำนวนหนึ่งจากระบบบัญชีรายชื่อซึ่งมีความรู้ความสามารถในวิชาชีพสาขาต่างๆมาทำงานในสภา จำทำให้การพิจารณากฎหมายต่างๆ มีความรอบคอบมากขึ้น โดยเฉพาะกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพต่างๆ แต่เดิมสภาฯ ก็ฟังข้อมูลจากข้าราชการ ซึ่งเป็นการฟังความข้างเดียวเมื่อมีผู้เชี่ยวชาญอยู่ในฝ่ายนิติบัญญัติ ก็จะทำให้สมาชิกสภาได้ฟังข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจได้มากขึ้น&lt;br /&gt;
             ยังมีเหตุผลที่มีความสำคัญในการใช้ระบบเลือกตั้งนี้อีกหลายประการ แต่ขอเสนอเหตุผลหลักไว้เพียงเท่านี้ และขอเรียนเพิ่มเติมจากการนำไปใช้โดยเข้าใจผิด และศึกษาอย่างละเอียดทำให้เกิดผลเสียต่อระบบนี้คือ&lt;br /&gt;
             ประเด็นแรก  พรรคการเมืองได้นำบุคคลซึ่งจะเป็นรัฐมนตรีไปใส่ไว้ในบัญชีรายชื่อ ทั้งๆที่รัฐธรรมนูญ 40 ได้กำหนดไว้ชัดเจนว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นรัฐมนตรีต้องลาออก เป็นระบบการแบ่งแยกอำนาจเด็ดขาดระหว่างฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติ เพียงแต่ยังอนุญาตให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไปเป็นที่ปรึกษาและเลขานุการรัฐมนตรีได้เท่านั้น&lt;br /&gt;
             ประเด็นที่สอง  รัฐธรรมนูญกำหนดให้นายกรัฐมนตรีมาจากการเลือกตั้งเพราะกลัวทหาร แต่ให้นายกรัฐมนตรีเตรียมทีมคณะรัฐมนตรีไว้ให้พร้อม เพื่อโฆษณาหาเสียงไปพร้อมกับการเสนอนโยบายที่เรียกว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระบบบัญชีรายชื่อนั้น ต้องการให้ไปสร้างความเข้มแข็งให้แก่ฝ่ายนิติบัญญัติ พรรคการเมืองต้องไปคัดสรรบุคคลให้สาขาวิชาชีพต่างๆ ซึ่งมีชื่อเสียงและประชาชนยอมรับ โดยหวังผลให้พรรคของตนได้รับคะแนนเสียงมากที่สุด&lt;br /&gt;
             ประเด็นที่สาม พรรคการเมืองทั้งหมดที่เรามียังติดต่ออยู่กับระบบอุปถัมภ์ เอาคนที่เล่นการพนัน ผู้มีอิทธิพล คนที่มีประวัติไม่ดีมาใส่ไว้ในบัญชีรายชื่อ ทำให้หลักการที่สำคัญของระบบนี้เสียหายเพราะเจตนารมณ์ต้องการให้คนดี มีความสามารถ (ซึ่งไปไม่ได้กับวิธีการเลือกตั้งของไทย) มีโอกาสมารับใช้ประเทศชาติ&lt;br /&gt;
             ประเด็นที่สี่ ผู้อาวุโสและมีอิทธิพลในพรรคการเมืองต่างๆ เริ่มใช้อิทธิพลผลักดันลูกหลาน ญาติของตนเองขึ้นมาแทนตน โดยผันตนเองขึ้นไปอยู่ในบัญชีรายชื่อ ที่กล้าทำในลักษณะนี้เพราะเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผูกขาดในเขตตน เป็นการเบียดบังที่นั่งของคนที่มีความรู้ความสามารถ เพราะโอกาสที่พรรคจะเลือกคนอื่นมากกว่าพรรคพวกเกิดได้ยาก&lt;br /&gt;
             ประเด็นที่ห้า พรรคการเมืองที่มีอยู่ในสังคมไทยขาดการพัฒนาตนเองไปสู่ความเป็นมาตรฐาน ทั้งๆที่ได้รับเงินอุดหนุนจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง โดยที่คณะกรรมการการเลือกตั้งเองก็ขาดการติดตามประเมินผล การใช้เงินของพรรคว่าเหมาะสมและเป็นประโยชน์ต่อประชาชนอย่างไร ต้องไม่ลืมว่า เงินอุดหนุนของคณะกรรมการการเลือกตั้งเป็นภาษีของประชาชน&lt;br /&gt;
             อยากให้ผู้ร่างรัฐธรรมนูญเปิดใจให้กว้าง พิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบ นึกถึงผลประโยชน์ที่ประชาชนควรได้รับมากที่สุด เขียนรัฐธรรมให้ดีอย่างไรก็แก้กิเลสคนไม่ได้ ทำได้ดีที่สุดคือ สร้างกลไกที่เหมาะสมขึ้นมา&lt;br /&gt;
             ขอเรียนว่ารูปแบบใดก็ไม่สามารถแก้ปัญหาการใช้เงินซื้อเสียงของผู้สมัครรับเลือกตั้งได้ ผู้เขียนคิดว่าขึ้อยู่กับวิธีการจัดการการเลือกตั้งที่มีประสิทธิภาพจะช่วยได้มากที่สุด&lt;br /&gt;
             ต้องสร้างระบบอื่นๆไม่ให้คนเลวได้มีอำนาจ ขณะนี้วิธีการจัดการการเลือกตั้งที่มีอยู่ยังมีจุดอ่อนและข้อบกพร่อง&lt;br /&gt;
             ผู้ที่มีหน้าที่และความรับผิดชอบต้องอุดช่องโหว่นี้ เพื่อให้การเลือกตั้งบริสุทธิ์ยุติธรรมที่สุดหรือเลวน้อยที่สุด&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Ekkachais</name></author>
	</entry>
</feed>