<?xml version="1.0"?>
<feed xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom" xml:lang="th">
	<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?action=history&amp;feed=atom&amp;title=%E0%B8%A1.%E0%B8%88.%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%9E%E0%B8%A3_%E0%B8%81%E0%B8%A4%E0%B8%94%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A3</id>
	<title>ม.จ.สิทธิพร กฤดากร - ประวัติรุ่นแก้ไข</title>
	<link rel="self" type="application/atom+xml" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?action=history&amp;feed=atom&amp;title=%E0%B8%A1.%E0%B8%88.%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%9E%E0%B8%A3_%E0%B8%81%E0%B8%A4%E0%B8%94%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A3"/>
	<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%A1.%E0%B8%88.%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%9E%E0%B8%A3_%E0%B8%81%E0%B8%A4%E0%B8%94%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A3&amp;action=history"/>
	<updated>2026-05-11T12:18:01Z</updated>
	<subtitle>ประวัติรุ่นแก้ไขของหน้านี้ในวิกิ</subtitle>
	<generator>MediaWiki 1.42.1</generator>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%A1.%E0%B8%88.%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%9E%E0%B8%A3_%E0%B8%81%E0%B8%A4%E0%B8%94%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A3&amp;diff=13467&amp;oldid=prev</id>
		<title>Apirom: สร้างหน้าด้วย &quot; ผู้เรียบเรียง : ศาสตราจารย์พิเศษ นรนิติ เศรษฐบุตร  ผู้ท...&quot;</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%A1.%E0%B8%88.%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%9E%E0%B8%A3_%E0%B8%81%E0%B8%A4%E0%B8%94%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A3&amp;diff=13467&amp;oldid=prev"/>
		<updated>2018-11-26T04:52:17Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;สร้างหน้าด้วย &amp;quot; ผู้เรียบเรียง : ศาสตราจารย์พิเศษ นรนิติ เศรษฐบุตร  ผู้ท...&amp;quot;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;b&gt;หน้าใหม่&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;
ผู้เรียบเรียง : ศาสตราจารย์พิเศษ นรนิติ เศรษฐบุตร&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ผู้ทรงคุณวุฒิประจำบทความ : รองศาสตราจารย์ ดร.นิยม รัฐอมฤต&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
&amp;lt;p style=&amp;quot;text-align: center;&amp;quot;&amp;gt;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;ม.จ.สิทธิพร กฤดากร : ผู้เจอคดีกบฎบวรเดช&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;lt;/p&amp;gt; &lt;br /&gt;
&amp;lt;br/&amp;gt; &amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; การขัดแย้งทางการเมืองในช่วงแรกของการเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อปี 2475 นั้นได้ปะทุรุนแรงจนเกิดการสู้รบช่วงชิงอำนาจที่เรียกกันว่า “กบฏบวรเดช” นั้นได้ทำให้มีคนเจอข้อหากบฎและต้องเข้าคุกเพราะคดีการเมืองอยู่หลายคน มีทั้งผู้ที่มีผู้คนรู้จักชื่อดีและมีทั้งคนที่ถูกลืม ท่านที่โดนข้อหาเหล่านี้ ว่าที่จริงก็ล้วนเป็นคนดีมีฝีมือมากของไทย หากแต่มีความคิดทางการเมืองต่างกัน และเกิดมีการยกทัพมาต่อสู้ชิงอำนาจกัน ทำให้ผู้เกี่ยวข้องต้องได้รับโทษ คนเก่งคนหนึ่งซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีท่านหนึ่งก็คือ หม่อมเจ้า สิทธิพร กฤดากร ผู้มีชื่อเสียงโด่งดังด้านการเกษตรของไทย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; ม.จ.สิทธิพร กฤดากร ประสูติเมื่อวันที่ 11 เมษายน พ.ศ.2426 โดยเป็นพระโอรสในพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้ากฤษดาภินิหาร กรมพระนเรศวรฤทธิ์ และหม่อมสุภาพ กฤดากร ในด้านการศึกษา ท่านทรงศึกษาวิชาด้านวิศวกรรมศาสตร์ ที่ประเทศอังกฤษ เรียนจบแล้วเดินทางกลับประเทศ ท่านได้เข้าทำงานรับราชการที่กระทรวงการคลัง ในปี 2444 ตอนนั้นอายุของท่านยังไม่ครบ 20 ปีบริบูรณ์ดี เจริญก้าวหน้ามาด้วยดีในอาชีพการงานจนได้เป็นอธิบดีกรมฝิ่น ชีวิตครอบครัวของท่านนั้นได้สมรสกับหม่อมทิพ ต่อมาหม่อมทิพถึงแก่กรรม ท่านได้สมรสกับเจ้าศรีพรหมา ธิดาเจ้านครน่าน หลังรับราชการอยู่ประมาณ 20 ปี ในปี 2464 ม.จ.สิทธิพร ได้ลาออกจากราชการทั้งๆ ที่อายุเพียง 40 ปีเท่านั้น เพื่อจะออกไปทำเกษตรกรรมที่บางสะพานน้อย จังหวัดประจวบคิรีขันธ์ แต่ประมาณ 10 ปีต่อมาเศรษฐกิจได้ตกต่ำแทบจะทั่วโลก ประเทศไทยเองก็กระทบกระเทือนไปด้วย ในครั้งนี้นั้นเองที่ ม.จ.สิทธิพร นักเกษตรกรรมที่มีความสามารถได้ถูกเรียกตัวกลับเข้ารับราชการอีกครั้ง มาเป็นอธิบดีกรมตรวจกสิกรรม เพื่อดูแลงานด้านเกษตรช่วยราษฎรไทยให้มีผลผลิตที่ดีขึ้น ปีนั้นคือปี 2475 แต่เป็นเวลาก่อนการเปลี่ยนแปลงการปกครองแผ่นดิน กลับเข้ารับราชการยังไม่ทันถึงปีก็มีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ดังนั้นจึงเป็นการกลับเข้ามาทำงานที่ยังไม่ทันเห็นผล&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; หลังเปลี่ยนแปลงการปกครองไปได้เพียงปีกว่าๆ ก็มีกองทัพหัวเมืองบุกเข้ามาที่พระนคร ยื่นคำขาดให้รัฐบาลยอมแพ้ เหตุการณ์สำคัญครั้งนี้ คือ กบฎบวรเดช มีหัวหน้าผู้ก่อการ คือ อดีตเสนาบดีกระทรวงกลาโหม พลเอก พระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าบวรเดช กฤดากร ผู้เป็นพี่ชายของ ม.จ.สิทธิพร เมื่อการยกทัพเข้ามายึดอำนาจจากรัฐบาลของพระยาพหลพลพยุหเสนาไม่ประสบความสำเร็จ ผู้ที่ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนร่วมปฏิบัติการหรือรู้เห็นเป็นใจด้วย จึงต้องเดือดร้อนเจอข้อหากบฎ ม.จ.สิทธิพร กฤดากรเองก็ตกเป็นผู้ต้องหาและถูกตัดสินให้ติดคุก ต้องถูกส่งไปจองจำที่เกาะตะรุเตา ลำบากยากแค้น มาได้รับการปล่อยตัวในปี 2487 เพราะมีการอภัยโทษนักโทษการเมือง ในสมัยรัฐบาลของนายควง อภัยวงค์ และผู้สำเร็จราชการนาย ปรีดี พนมยงค์ ทั้งสองท่านนี้คือผู้นำคณะราษฎรที่เป็นผู้เปลี่ยนแปลงการปกครอง ปี 2475&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สงบลง การเมืองไทยก็กลับมาคึกคักและมีความแตกแยกในบรรดาผู้นำคณะราษฎรปรากฏให้เห็นในการเลือกตั้งต้นปี 2498 ผู้นำที่เคยเป็นมิตรกันก็ลงเลือกตั้งแข่งขันกันแม้แต่ในเขตเลือกตั้งเดียวกัน หลังเลือกตั้งนายควง อภัยวงศ์ ได้กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง ดูเหมือนจะเป็นสัญญาณที่ดีว่ามีการตกลงประสานกันได้ แต่แล้วรัฐบาลของนายควงแพ้เสียงในสภาจึงต้องลาออก จนนายปรีดี พนมยงค์ ได้เข้ามาเป็นนายกฯตั้งรัฐบาลแทน ทางนายควงกับผู้แทนราษฎรที่สนับสนุนได้จัดตั้งพรรคการเมืองคือพรรคประชาธิปัตย์ ขึ้นเพื่อจะได้สู้กับพรรคแนวรัฐธรรมนูญ และพรรคสหชีพที่สนับสนุนนายปรีดี นับว่าเป็นการเปิดหน้าดำเนินการต่อสู้กันทางการเมืองที่เห็นได้ชัด&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; เหตุการณ์ผันผวนทางการเมืองที่ตามมาทำให้มีการเปลี่ยนตัวนายกฯมาเป็นหลวงธำรงนาวาสวัสดิ์ ผู้เป็นหัวหน้าพรรคแนวรัฐธรรมนูญ แต่การเมืองก็ไม่ค่อยจะมีความมั่นคง คณะรัฐประหารถือโอกาสที่การเมืองขัดแย้งกันสูง นำทหารเข้ายึดอำนาจในวันที่ 8 พฤศจิกายน ปี 2490 ล้มรัฐบาล ยกเลิกรัฐธรรมนูญและพยายามล้มอำนาจของคณะราษฎรที่ยังเหลืออยู่ นายควง อภัยวงศ์ ได้เข้ามารับหน้าที่เป็นนายกรัฐมนตรี ตั้งรัฐบาลเพื่อจัดการเลือกตั้ง ในรัฐบาลของนายควง ชุดหลังการรัฐประหารนี่เอง ม.จ.สิทธิพรได้เข้าร่วมรัฐบาลเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และในการเลือกตั้งที่ตามมาในเดือนมกราคม ปี 2491 ม.จ.สิทธิพรก็ได้ลงเล่นการเมือง ในการลงสมัครเข้ารับเลือกตั้งที่จังหวัดประจวบคิรีขันธ์ที่มีผู้แทนราษฎรได้ 1 คน ชื่อเสียงของท่านที่เป็นเจ้าของสวนเกษตรบางเบิด ที่เปิดทำการเกษตรที่ทันสมัย และเป็นที่รู้จักและรักของประชาชนในพื้นที่ ท่านจึงชนะเลือกตั้งได้เป็นผู้แทนฯเข้าสภา ครั้นนายควง ได้เป็นนายกฯต่อมา ท่านจึงได้ร่วมรัฐบาลเป็นรัฐมนตรีในกระทรวงเดิมสืบมา แต่อายุรัฐบาลของนายควงหลังการเลือกตั้งแทนที่จะยาวกลับสั้น เพราะอยู่ได้ถึงวันที่ 8 เมษายน ปีเดียวกันเท่านั้น นายควงยอมลาออกจากนายกรัฐมนตรีตามคำเรียกร้องของคณะรัฐประหาร&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; นายกรัฐมนตรีคนต่อมา คือ จอมพล ป.พิบูลสงคราม ส่วน ม.จ.สิทธิพรเองออกจากการเป็นรัฐมนตรีแล้วท่านก็ยังเป็นผู้แทนสืบมา ในเรื่องการเมืองนี้ ม.จ.สิทธิพรครั้งหนึ่งท่านเคย “รับเป็นประธานพรรคการเมือง ‘ช่วยชาวนา’” แต่การเข้าไปดำรงตำแหน่งทางการเมืองนั้นไม่มีต่อมาอีก ท่านได้มุ่งทำงานทางด้านเกษตรกรรม และได้เป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวาง ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ดังปรากฏว่าในปี 2510 ในสมัยที่จอมพล&amp;amp;nbsp; ถนอม กิตติขจร เป็นนายกฯ ผู้คนจึงได้รับข่าวที่น่ายินดีของ ม.จ.สิทธิพร นั่นคือท่านได้รับรางวัลแมกไซไซของประเทศฟิลิปปินส์ อันเนื่องจากผลงานที่ท่านทำทางด้านการเกษตร ขณะนั้นท่านอายุได้ 76 ปี&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; ม.จ.สิทธิพร กฤดากร ได้มีชีวิตอยู่ต่อมาอีก 4 ปีจึงได้สิ้นชีพตักษัย ในวันที่ 22 มิถุนายน พ.ศ.2514&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[Category:บุคคลสำคัญทางการเมือง]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Apirom</name></author>
	</entry>
</feed>