<?xml version="1.0"?>
<feed xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom" xml:lang="th">
	<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?action=history&amp;feed=atom&amp;title=%E0%B8%9F%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%9E%E0%B9%88%E0%B8%AD</id>
	<title>ฟ้ารักพ่อ - ประวัติรุ่นแก้ไข</title>
	<link rel="self" type="application/atom+xml" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?action=history&amp;feed=atom&amp;title=%E0%B8%9F%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%9E%E0%B9%88%E0%B8%AD"/>
	<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%9F%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%9E%E0%B9%88%E0%B8%AD&amp;action=history"/>
	<updated>2026-04-24T02:00:45Z</updated>
	<subtitle>ประวัติรุ่นแก้ไขของหน้านี้ในวิกิ</subtitle>
	<generator>MediaWiki 1.42.1</generator>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%9F%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%9E%E0%B9%88%E0%B8%AD&amp;diff=14078&amp;oldid=prev</id>
		<title>Apirom: สร้างหน้าด้วย &quot; &#039;&#039;&#039;ผู้เรียบเรียง&#039;&#039;&#039; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;br/&gt; 1.รองศาสตราจารย์ ดร.กตัญญู...&quot;</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%9F%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%9E%E0%B9%88%E0%B8%AD&amp;diff=14078&amp;oldid=prev"/>
		<updated>2021-01-11T07:32:20Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;สร้างหน้าด้วย &amp;quot; &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;ผู้เรียบเรียง&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;      &amp;lt;br/&amp;gt; 1.รองศาสตราจารย์ ดร.กตัญญู...&amp;quot;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;b&gt;หน้าใหม่&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;
&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;ผู้เรียบเรียง&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; &amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;lt;br/&amp;gt; 1.รองศาสตราจารย์ ดร.กตัญญู&amp;amp;nbsp; แก้วหานาม&amp;amp;nbsp;&amp;lt;br/&amp;gt; 2.ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พิมพ์ลิขิต&amp;amp;nbsp; แก้วหานาม&amp;lt;br/&amp;gt; 3.นายเด่นพงษ์ แสนคำ&amp;lt;br/&amp;gt; 4.นายเฉลิมพล แสงแก้ว&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;ผู้ทรงคุณวุฒิประจำบทความ&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;amp;nbsp;ดร.สติธร ธนานิธิโชติ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;1. ความนำ&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; “ฟ้ารักพ่อ” เป็นประโยคยอดฮิตที่เกิดขึ้นในโลกออนไลน์ ซึ่งเป็นปรากฎการณ์ของแฮชแทกยอดฮิตในทั้งทวิตเตอร์และเฟสบุ๊คของไทยในช่วงก่อนเลือกตั้งทั่วไปของไทยเมื่อปี 2562 โดยความหมาย ฟ้ารักพ่อประกอบด้วยประธานคือ “ฟ้า” เป็นตัวผู้กระทำ (Actor) “รัก” เป็นกริยาซึ่งแสดงออกถึงการกระทำ (Action) ของฟ้าซึ่งเป็นผู้กระทำต่อ “พ่อ” ซึ่งเป็นกรรมในประโยค ด้วยเหตุนี้ประโยคนี้จึงเป็นการแสดงความสัมพันธ์ของฟ้าและพ่อโดยแสดงออกผ่านความรัก ทว่าโดยความหมายแล้ว นี่ไม่ใช่การแสดงออกถึงความรักที่เกิดขึ้นของคนสองคนตามที่เข้าใจกันโดยทั่วไป แต่ประโยคที่แสดงความรักนี้ถูกสื่อถึงบุคคลหลาย ๆ คนที่มีต่อคน ๆ หนึ่ง นั่นคือคนที่ได้ชื่อว่า “พ่อ” และคนหลาย ๆ คนก็ถูกแสดงผ่านแฮชแทกในสื่อสังคมออนไลน์อย่างมากมาย ซึ่งพ่อในที่นี้ก็คือนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และฟ้าก็คือกลุ่มคนที่เรียกตนเองว่าคุนรุ่นใหม่นั่นเอง ดังนั้นจึงเห็นได้อย่างชัดเจนว่า การสร้างพลังหรือขบวนการเคลื่อนไหวทางการเมืองถูกใช้ผ่านสื่อสังคมออนไลน์กันอย่างแพร่หลายและเป็นที่น่าสนใจที่จะนำไปสู่การเปิดพื้นที่ความเป็นประชาธิปไตยให้เกิดขึ้นอย่างเสรีในพื้นที่ของโลกออนไลน์ที่เป็นโลกเสมือน ซึ่งสามารถผนึกสร้างและเชื่อมต่อกับโลกจริงได้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;2. ปรากฏการณ์ฟ้ารักพ่อกับสื่อสังคมออนไลน์&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; ปรากฏการณ์แฮชแทกฟ้ารักพ่อมาจากกรณีที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่&amp;lt;br/&amp;gt; เข้าร่วมงานฟุตบอลประเพณีธรรมศาสตร์-จุฬาฯ ครั้งที่ 73 จนมีกลุ่มแฟนคลับเข้ามาขอถ่ายรูปอย่างเป็นมิตร พร้อมกับมีการตะโกนคำว่า &amp;quot;ฟ้ารักพ่อ&amp;quot; อยู่หลายครั้งแม้แต่ตัวนายธนาธร เองยังหันมามองด้วยความสังสัย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ต่อมามีแฮชแทก &amp;quot;ฟ้ารักพ่อ&amp;quot; เกิดขึ้นและติดเทรนด์แฮชแทกอันดับหนึ่งในทวิตเตอร์ ทำให้ผู้ที่ใช้สื่อสังคมออนไลน์จำนวนมากต่างสงสัยว่ามีที่มาจากไหนและหมายถึงใคร ก่อนจะพบกับคำตอบว่า คำว่า &amp;quot;ฟ้ารักพ่อ&amp;quot; นั้น มาจากละครเรื่อง &amp;quot;ดอกส้มสีทอง&amp;quot; ละครสะท้อนสังคมที่ออกฉายทางสถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ออกอากาศตอนแรก วันที่ 30 มีนาคม 2554[[#_ftn1|&amp;lt;sup&amp;gt;&amp;lt;sup&amp;gt;[1]&amp;lt;/sup&amp;gt;&amp;lt;/sup&amp;gt;]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
โดยวลีที่กล่าวว่า &amp;quot;ฟ้ารักพ่อ&amp;quot; นั้นมาจากตัวละครหญิงที่ชื่อ &amp;quot;เรยา&amp;quot; แสดงโดย ชมพู่ อารยา เอ ฮาร์เก็ต ซึ่งมีความหมายถึง การเรียกสามีที่เป็นผู้ใหญ่กว่า เป็นนักธุรกิจใหญ่ หน้าตาดี ในกรณีนี้ชาวเน็ตหมายถึงหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ อย่าง นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ที่ดูมีอายุแต่ก็ยังแฝงไปด้วยเสน่ห์ดึงดูดสาวเล็ก สาวใหญ่ หรือแม้กระทั่งสาวประเภทสอง ที่ดูแล้วจะหลงเสน่ห์หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่[[#_ftn2|&amp;lt;sup&amp;gt;&amp;lt;sup&amp;gt;[2]&amp;lt;/sup&amp;gt;&amp;lt;/sup&amp;gt;]] และจากกรณีฟ้ารักพ่อนี่เองที่ทำให้กระแสของการหาเสียงของพรรคอนาคตใหม่ขึ้นมามีความนิยมเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่พร้อมสนับสนุนพรรคอนาคตใหม่เป็นอย่างยิ่ง นอกจากผู้ใช้ทวิตเตอร์หลายคนจะติดแฮชแทกคำว่า “ฟ้ารักพ่อแล้วนั้น” นายธนาธรก็ได้ตอบกลับไปว่า “พ่อก็รักฟ้าและประชาชนทุกคนครับ” จนทำให้แฮชแทกดังกล่าวขึ้นอันดับในทวิตเตอร์ตามมากับฟ้ารักพ่อในที่สุด&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;3. การเมืองกับสื่อสังคมออนไลน์&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; สื่อสังคมออนไลน์ตรงกับคำภาษาอังกฤษคือ Social Media คำนี้ใช้สำหรับอธิบายถึงแหล่งข้อมูลออนไลน์ที่ผู้คนใช้เพื่อแบ่งปันเนื้อหา เช่น วิดีโอ ภาพถ่าย ข้อความ ความคิด ความเข้าใจ อารมณ์ขัน ความคิดเห็น การซุบซิบนินทา ข่าวสารทั่วไป โดยแหล่งข้อมูลเหล่านี้อาจรวมถึง บล็อก (blogs)&amp;amp;nbsp; เครือข่ายสังคมออนไลน์ (social networks) กระดานข้อความสนทนา (message boards) บุ๊คมาร์คสาธารณะ (public bookmarking) และวิกิ (wikis) ตัวอย่างยอดนิยมของแอปพลิเคชันโซเชียลมีเดีย ได้แก่ เฟสบุ๊ค ยูทูป ทวิตเตอร์ ไลน์ วิกิพีเดีย เป็นต้น[[#_ftn3|&amp;lt;sup&amp;gt;&amp;lt;sup&amp;gt;[3]&amp;lt;/sup&amp;gt;&amp;lt;/sup&amp;gt;]] ซึ่งการใช้สื่อสังคมออนไลน์เหล่านี้มักถูกมองว่าเป็นตัวอย่างของการใช้สื่อสังคมออนไลน์ที่สนับสนุนต่ออุดมการณ์และความเป็นประชาธิปไตย เพราะเป็นการเปิดพื้นที่ให้ทุกคนเข้ามามีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็น นอกจากนี้สื่อสังคมออนไลน์ยังเป็นสิ่งที่มีศักยภาพที่จะสนับสนุนการเรียนรู้ในรูปแบบที่ไม่ จำกัด เวลาและสถานที่[[#_ftn4|&amp;lt;sup&amp;gt;&amp;lt;sup&amp;gt;[4]&amp;lt;/sup&amp;gt;&amp;lt;/sup&amp;gt;]] ซึ่งถือว่าเป็นสื่อสมัยใหม่ที่สามารถถ่ายทอดสารสนเทศและองค์ความรู้ต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
การเกิดขึ้นของชุมชนออนไลน์ขนาดใหญ่ทำให้เกิดโอกาสทางธุรกิจมากมาย รวมถึงธุรกิจโฆษณาออนไลน์ ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นถึงหลักพันล้านบาทจากปีก่อนๆ ที่มีมูลค่าเพียง 600-700 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ผู้ให้บริการสื่อโฆษณาออนไลน์จะต้องพยายามปรับรูปแบบให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าและผู้ใช้อินเทอร์เน็ต ซึ่งจากตัวเลขดังกล่าว อาจอนุมานได้ว่าสื่อออนไลน์เองมีส่วนสำคัญต่อการโฆษณาและประชาสัมพันธ์เป็นอย่างยิ่ง ในปัจจุบันการประชาสัมพันธ์ใช้ช่องทางสื่อออนไลน์เป็นจำนวนมาก องค์กรหลายแห่ง และผลิตภัณฑ์หลากหลาย ล้วนแล้วแต่มีช่องทางออนไลน์เป็นของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานเอกชนหรือภาครัฐก็ตามจากความเจริญเติบโตของสื่อออนไลน์ในสังคมดังที่ได้กล่าวมานั้นหน่วยงานทางการเมืองเองก็ไม่ได้ละเลยความสำคัญของการทำประชาสัมพันธ์โดยใช้สื่อออนไลน์เลยแม้แต่น้อย กลุ่มการเมืองต่าง ๆ ก็สร้างเครือข่ายส่วนตนขึ้นมาเพื่อเป็นสื่อกลางในการสื่อสารกันและกัน รวมไปถึงพรรคการเมืองต่างก็เร่งเปิดเว็บไซต์ทางการของพรรคเพื่อใช้ในการประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารสู่กลุ่มผู้รับสารเป้าหมายของตน[[#_ftn5|&amp;lt;sup&amp;gt;&amp;lt;sup&amp;gt;[5]&amp;lt;/sup&amp;gt;&amp;lt;/sup&amp;gt;]] นอกจากนี้ นักการเมืองอีกหลายคนต่างมีเฟสบุ๊ค และทวิตเตอร์เป็นของตนเอง ซึ่งมีผู้ติดตามและเป็นแฟนเพจของนักการเมืองดังกล่าวเป็นจำ นวนมาก ขณะที่พรรคการเมืองใหญ่ทั้งพรรคเพื่อไทย และพรรคประชาธิปัตย์ก็เปิดเฟสบุ๊คของตนเองเพื่อเป็นช่องทางหนึ่งในการสื่อสาร และประชาสัมพันธ์ข้อมูลสู่ผู้รับสารเป้าหมายของตนอย่างต่อเนื่องเช่นกัน จากปรากฏการณ์ดังกล่าวจึงพอจะกล่าวได้ว่า สื่อสังคมออนไลน์เป็นสื่อที่นักการเมืองให้ความสำ คัญอย่างยิ่งในการติดต่อสื่อสาร เพื่อประชาสัมพันธ์โน้มน้าวชักจูงใจผู้รับสารเป้าหมายของตน&amp;lt;br/&amp;gt; โดยเป้าหมายหลักคือคะแนนเสียงและความนิยมที่ตนและพรรคของตนจะได้รับ[[#_ftn6|&amp;lt;sup&amp;gt;&amp;lt;sup&amp;gt;[6]&amp;lt;/sup&amp;gt;&amp;lt;/sup&amp;gt;]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ด้วยเหตุนี้การใช้สื่อสังคมออนไลน์จึงไม่ได้ถูกใช้แต่ในทางของการสร้างความเพลิดเพลินสนุกสนานเท่านั้น แต่สื่อสังคมออนไลน์สามารถที่จะตอบสนองการใช้งานตามความต้องการของผู้ใช้ได้อย่างหลากหลาย ในทางการเมืองสื่อสังคมออนไลน์ถูกนำมาใช้เพื่อเสริมสร้างกลุ่มและกระบวนการทางการเมืองที่ทำให้เกิดการเคลื่อนไหวทั้งที่เป็นการสร้างอุดมการณ์ร่วม การสร้างการโต้ตอบระหว่างกลุ่มทางการเมืองอื่น ๆ เป็นต้น กระนั้นก็ตามการใช้สื่อสังคมออนไลน์ในทางการเมืองไม่เพียงแต่เป็นการใช้โดยผู้เป็นเจ้าของบัญชีสื่อสังคมออนไลน์นั้น ๆ เพียงคนเดียว แต่เป็นการสร้างร่วมกันที่เรียกว่าสังคมเสมือนในโลกออนไลน์ ที่แต่ละคนสามารถโต้ตอบและมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคมต่อกันในโลกออนไลน์ได้เป็นอย่างดี ในกรณีของสังคมไทย สื่อสังคมออนไลน์ในยุคปัจจุบันมีความสำคัญในฐานะการสร้างพื้นที่เสรีในการสร้างสังคมทางการเมืองสำหรับคนรุ่นใหม่และรุ่นอื่น ๆ ได้เป็นอย่างดี&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;4. ภาพสะท้อนปรากฏการณ์ฟ้ารักพ่อสู่กรณีพลเมืองสร้างสื่อ สื่อสร้างพลเมือง&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; จากปรากฏการณ์ฟ้ารักพ่อที่ขึ้นอันดับยอดนิยมในแฮชแทกทวิตเตอร์ ซึ่งแสดงถึงการใช้สื่อสังคมออนไลน์เผยแพร่อุดมการณ์ ความรัก และความนิยมในตัวตนของผู้ที่เป็นนักการเมืองแล้วนั้น ปรากฏการณ์นี้ยังแสดงให้เห็นถึงการตื่นตัวทางการเมืองผ่านสื่อสังคมออนไลน์ได้เป็นอย่างดี อย่างหนึ่งที่เห็นได้ชัดเจนมากที่สุดก็คือการแลกเปลี่ยนและโต้ตอบเชิงอุดมการณ์ กล่าวคือหลังจากที่กลุ่มผู้ที่สนับสนุนนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจโพสต์ติดแฮชแทกในทวิตเตอร์ว่าฟ้ารักพ่อแล้วนั้น ทำให้ฝ่ายที่สนับสนุนกลุ่มการเมืองอีกฝ่ายเห็นว่าเป็นการครอบงำอุดมการณ์และความคิดของคนรุ่นใหม่ จึงทำให้เขาเหล่านั้นออกมาตอบโต้ผู้สนับสนุนนายธนาธรว่า กลุ่มคนฟ้ารักอาจจะถูกชักจูงไปในทางที่หลงผิดก็เป็นได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นการโต้ตอบกันในเชิงอุดมการณ์ทั้งสิ้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; อย่างไรก็ตามข้อดีของการโต้ตอบกันจากกกรณีของฟ้ารักพ่อทำให้เห็นว่าสื่อสังคมออนไลน์ได้สร้างพลเมืองที่หลากหลายขึ้นมาในการสร้างข้อโต้แย้งกันไปมาระหว่างกลุ่มของตนกับกลุ่มของผู้ที่มีความเห็นต่างออกไป สิ่งนี้ยังแสดงให้เห็นการที่ทุกคนต่างเข้ามาประทะสังสรรค์กันในทางความคิด เป็นการแลกเปลี่ยนแนวความคิดของตนเอง โดยสร้างข้อถกเถียงสำคัญ ๆ เกี่ยวกับประเด็นฟ้ารักพ่อ เช่น อุดมการณ์ของนายธนาธร แนวนโยบาย และกลวิธีในการสร้างความไว้วางใจต่อตนเอง ซึ่งแน่นอนว่าในอดีตการนำเสนอสิ่งเหล่านี้มิได้นำเสนอผ่านสื่อสังคมออนไลน์เช่นนี้ แต่จะเป็นการนำเสนอผ่านหน้าหนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ หนังสือ วารสาร และนิตยสาร ฯลฯ แต่เมื่อมาถึงปัจจุบันเทคโนโลยีต่าง ๆ ทำให้เราสามารถส่งผ่านและเข้าถึงข้อมูลได้ด้วยตนเองอย่างตรงไปตรงมา ดังที่ Mary Bock ได้กล่าวเอาไว้ว่า&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
“&amp;#039;&amp;#039;มีข่าวในโทรศัพท์ของเรามากกว่าที่เราเคยอ่านมันในกระดาษ ความได้เปรียบของมันก็คือเราได้อ่านมันเป็นชิ้น ๆ เป็นเรื่อง ๆ แทนที่เราจะนั่งใจจดใจจ่อกับการอ่านหนังสือพิมพ์ แต่เรากำลังพิจารณาไตร่ตรองข่าวเหล่านั้นผ่านสื่อสังคมออนไลน์ด้วยตัวเราเอง ด้วยเหตุนี้เราจึงเป็นเสมือน “ผู้รักษาประตูข่าวสาร” (&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;gatekeeper) ซึ่งเมื่อใดก็ตามที่เรากำลังทำการตัดสินใจว่าจะแชร์ข่าวอะไรหรือไม่ เมื่อนั้นเรากำลังทำหน้าที่เป็นบรรณาธิการข่าว เมื่อใดก็ตามที่เราโพสต์ข่าวที่เราประสบพบเจอด้วยตัวเราเอง เรากำลังทำหน้าที่เป็นนักข่าวผู้รายงานข่าว&amp;#039;&amp;#039;”[[#_ftn7|&amp;lt;sup&amp;gt;&amp;lt;sup&amp;gt;[7]&amp;lt;/sup&amp;gt;&amp;lt;/sup&amp;gt;]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เมื่อผนวกเอาปรากฏการณ์ฟ้ารักพ่อในทวิตเตอร์ ให้เข้ากับคำอธิบายนี้ ย่อมชี้ให้เห็นว่าพลเมืองเป็นผู้สร้างสื่อในการสื่อสาร โต้ตอบ และปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันได้เป็นอย่างดี และทุกคนต่างก็พิจารณาไตร่ตรองก่อนที่จะนำเอาการอ้างเหตุผลมาโต้ตอบซึ่งกันและกัน ในทางกลับกันการมีสื่อเหล่านี้ปรากฎผ่านโลกออนไลน์นั้นมันเป็นการสร้างพลเมืองในวิถีประชาธิปไตยที่ต่างคนต่างนำข้อมูลที่ตนมีอยู่มาร่วมถกเถียงและแสดงต่อกันและกัน ทำให้เกิดวิถีประชาธิปไตยแบบร่วมไตร่ตรองบนพื้นที่สาธารณะของสังคมเสมือน นั่นก็คือสื่อสร้างพลเมืองนั่นเอง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;5. บทสรุป&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; ปรากฏการณ์ฟ้ารักพ่อได้สร้างความแปลกใหม่ให้การเมืองไทยที่ไม่เกิดขึ้นมากว่า 2-3 ทศวรรษแล้ว นั่นคือปรากฏการณ์ที่เหล่าเยาวชนคนรุ่นใหม่ออกมาเรียกร้องทางการเมือง โดยเฉพาะการยืนอยู่ข้างกลุ่มของพรรคการเมืองที่พวกเขาเห็นว่ามีความเป็นประชาธิปไตยมากกว่า และไม่สืบทอดอำนาจทางการเมือง จนกระทั่งนำมาสู่ปรากฏการณ์ฟ้ารักพ่อดังที่อธิบายไปในตอนต้น ปรากฏการณ์ฟ้ารักพ่อนี้เอง ทำให้เยาวชนคนรุ่นใหม่เป็นพลังสำคัญในการได้รับชัยชนะของพรรคอนาคตใหม่ (ในตอนนั้น) ตัวอย่างที่ชัดเจนมากที่สุดคือ การได้รับชัยชนะของผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งในนามพรรคอนาคตใหม่ของจังหวัดขอนแก่นเขต 1 ที่ผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งส่วนมากเป็นนักศึกษาในมหาวิทยาลัยขอแก่น และเกือบทุกหน่วยเลือกตั้งภายในมหาวิทยาลัยขอนแก่นที่มีรายชื่อนักศึกษาสังกัดเป็นลูกบ้านในทะเบียนบ้านของมหาวิทยาลัยลงคะแนนให้กับผู้สมัครรายนี้เป็นอันดับ 1 เกือบทุกหน่วยเลือกตั้ง ยกเว้นหน่วยเลือกตั้งของบุคลากรของมหาวิทยาลัยเท่านั้น และทำให้ฐานเสียงทางการเมืองเดิมของพรรคเพื่อไทยในเขตเลือกตั้งขอนแก่นที่ 1 ไม่ได้รับเลือกในครั้งนี้&amp;lt;br/&amp;gt; แม้จะเคยได้รับชัยชนะมาทุกสมัยตั้งแต่ไทยรักไทยเป็นต้นมา นี่จึงเป็นที่ชัดเจนว่า ปรากฏการณ์ฟ้ารักพ่อเป็นสัญญะภาพแทนแห่งความสำเร็จของพรรคอนาคตใหม่อย่างแท้จริง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;บรรณานุกรม&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ผู้จัดการออนไลน์, “ส่องแฮชแท็ก &amp;quot;ฟ้ารักพ่อ&amp;quot; มาจากไหน ทำไมต้องเป็น &amp;quot;ธนาธร&amp;quot; &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;MGRonline, &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;(10 กุมภาพันธ์ 2562), เข้าถึงจาก &amp;lt; https://mgronline.com/onlinesection/detail/9620000014262&amp;gt;, สืบค้นเมื่อ 25 พฤษภาคม 2563&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
นันทวิช เหล่าวิชยา, “สื่อสังคมออนไลน์กับการสื่อสารการเมืองไทย”, &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;วารสารนักบริหาร, 32&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;.1 (2555), หน้า 105 – 109.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
Drury, Glen. &amp;quot;Opinion piece: Social media: Should marketers engage and how can it be done effectively?.&amp;quot; &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;Journal of direct, data and digital marketing practice 9&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;.3 (2008), pp. 274-277.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
Hrastinski, Stefan. &amp;quot;The relationship between adopting a synchronous medium and participation in online group work: An explorative study.&amp;quot; &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;Interactive Learning Environments 14&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;.2 (2006), pp. 137-152.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
Mary Bock, “The Role of the “Citizen Journalist” in Today’s World is Changing”, &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;UT NEWS&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;, (October 19, 2016), from &amp;lt;https://news.utexas.edu/2016/10/19/role-of-the-citizen-journalist-is-changing/&amp;gt;, May 25, 2020&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&amp;lt;div&amp;gt;อ้างอิง &lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
&amp;lt;div id=&amp;quot;ftn1&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[#_ftnref1|[1]]] ผู้จัดการออนไลน์, “ส่องแฮชแท็ก &amp;quot;ฟ้ารักพ่อ&amp;quot; มาจากไหน ทำไมต้องเป็น &amp;quot;ธนาธร&amp;quot; &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;MGRonline &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;(10 กุมภาพันธ์ 2562), เข้าถึงจาก &amp;lt; https://mgronline.com/onlinesection/detail/9620000014262&amp;gt;, สืบค้นเมื่อ 25 พฤษภาคม 2563&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn2&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[#_ftnref2|[2]]] เรื่องเดียวกัน&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn3&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[#_ftnref3|[3]]] Drury, Glen. &amp;quot;Opinion piece: Social media: Should marketers engage and how can it be done effectively?.&amp;quot; &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;Journal of direct, data and digital marketing practice 9&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;.3 (2008), pp. 274-277.&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn4&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[#_ftnref4|[4]]] Hrastinski, Stefan. &amp;quot;The relationship between adopting a synchronous medium and participation in online group work: An explorative study.&amp;quot; &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;Interactive Learning Environments 14&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;.2 (2006), pp. 137-152.&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn5&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[#_ftnref5|[5]]] นันทวิช เหล่าวิชยา, “สื่อสังคมออนไลน์กับการสื่อสารการเมืองไทย”, &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;วารสารนักบริหาร, &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;32&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;.1 (2555), หน้า 105 – 109.&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn6&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[#_ftnref6|[6]]] เรื่องเดียวกัน, หน้า 108.&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn7&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[#_ftnref7|[7]]] Mary Bock, “The Role of the “Citizen Journalist” in Today’s World is Changing”, &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;UT NEWS&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;, (October 19, 2016), from &amp;lt;https://news.utexas.edu/2016/10/19/role-of-the-citizen-journalist-is-changing/&amp;gt;, May 25, 2020&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;/div&amp;gt; &lt;br /&gt;
[[Category:การเลือกตั้ง]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Apirom</name></author>
	</entry>
</feed>