<?xml version="1.0"?>
<feed xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom" xml:lang="th">
	<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?action=history&amp;feed=atom&amp;title=%E0%B8%9E%E0%B8%B6%E0%B9%88%E0%B8%87_%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B9%8C</id>
	<title>พึ่ง ศรีจันทร์ - ประวัติรุ่นแก้ไข</title>
	<link rel="self" type="application/atom+xml" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?action=history&amp;feed=atom&amp;title=%E0%B8%9E%E0%B8%B6%E0%B9%88%E0%B8%87_%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B9%8C"/>
	<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%9E%E0%B8%B6%E0%B9%88%E0%B8%87_%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B9%8C&amp;action=history"/>
	<updated>2026-05-19T09:24:16Z</updated>
	<subtitle>ประวัติรุ่นแก้ไขของหน้านี้ในวิกิ</subtitle>
	<generator>MediaWiki 1.42.1</generator>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%9E%E0%B8%B6%E0%B9%88%E0%B8%87_%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B9%8C&amp;diff=12738&amp;oldid=prev</id>
		<title>Apirom: สร้างหน้าด้วย &quot; ผู้แต่ง : ศาสตราจารย์พิเศษ นรนิติ เศรษฐบุตร  ผู้ทรงคุณว...&quot;</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%9E%E0%B8%B6%E0%B9%88%E0%B8%87_%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B9%8C&amp;diff=12738&amp;oldid=prev"/>
		<updated>2017-05-30T07:55:05Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;สร้างหน้าด้วย &amp;quot; ผู้แต่ง : ศาสตราจารย์พิเศษ นรนิติ เศรษฐบุตร  ผู้ทรงคุณว...&amp;quot;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;b&gt;หน้าใหม่&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;
ผู้แต่ง : ศาสตราจารย์พิเศษ นรนิติ เศรษฐบุตร&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ผู้ทรงคุณวุฒิประจำบทความ : รองศาสตราจารย์ ดร.นิยม รัฐอมฤต&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;พึ่ง ศรีจันทร์ : ประธานสภาสามัญชน&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp;ภายหลังการเปิดประชุมรัฐสภาทีประชุมร่วมระหว่างพฤฒสภาและสภาผู้แทนราษฎรได้ 2 วัน ในวันที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ.2490 สภาผู้แทนราษฎรจึงได้ประชุมเลือกนายพึ่ง ศรีจันทร์ ผู้แทนราษฎรจังหวัดอุตรดิตถ์ สมาชิกพรรคสหชีพ เป็นประธานสภาฯ นายพึ่งจึงเป็นประธานสภาฯ คนที่ 7 ของประเทศ และเป็นผู้แทนฯ ที่เป็นบุคคลธรรมดาซึ่งมาจากการเลือกตั้ง ก่อนหน้านี้ประธานสภาฯ ล้วนแต่เป็นข้าราชการเก่าที่มียศหรือบรรดาศักดิ์มาก่อน แม้แต่ประธานสภาฯ คนก่อน คือ นายเกษม บุญศรี ก็เคยเป็นพระมีตำแหน่งระดับ “เจ้าคุณ” &amp;amp;nbsp;มาก่อน ดังนั้นมาดูชีวิตการเมืองของท่านดูบ้าง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; พึ่ง ศรีจันทร์ เป็นผู้แทนราษฎรจังหวัดอุตรดิตถ์ก็ตาม แต่บ้านเกิดของท่านนั้นอยู่ที่จังหวัดสุโขทัย ท่านเกิดที่เรือนแพหลังหนึ่งในแม่น้ำยม ที่บ้านท่าทราย ตำบลกง อำเภอกงไกรลาศ เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ.2450 ตามประวัติไม่ระบุชื่อบิดามารดาเอาไว้ แต่กลับทราบว่าปู่ชื่อ “ศรี” และย่าชื่อ “จันทร์” เพราะครูเอาชื่อทั้งสองท่านมาตั้งเป็นนามสกุลให้เด็กชายพึ่ง ชีวิตวัยเด็กของท่านนั้นลำบาก เนื่องจากมารดาเสียชีวิตไปเมื่อท่านอายุเพียง 5 ขวบ และอีกสองปีต่อมาท่านก็กำพร้าพ่อ จึงมีตากับยายเป็นผู้ดูแลเลี้ยงดูต่อมา ด้านการศึกษานั้นท่านได้เรียนระดับประถมที่โรงเรียนประชาบาลที่บ้านท่าทรายจนจบชั้นเรียนเท่าที่มีในพื้นที่แล้วจึงได้ย้ายมาเรียนต่อที่โรงเรียนมัธยมในจังหวัดพิษณุโลก ด้วยท่านเป็นคนเรียนเก่งและมีมานะในการเรียน จึงเคยสอบได้ที่ 1 ของโรงเรียน ท่านได้เรียนจนจบชั้นมัธยมปีที่ 6 ซึ่งในเวลานั้นผู้ที่ศึกษาจบชั้นมัธยมปีที่ 6 จะเข้าเรียนต่อวิชากฎหมายที่โรงเรียนกฎหมายของกระทรวงยุติธรรมได้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; นายพึ่งศึกษากฎหายจบเป็นเนติบัณฑิตไทยในปี 2469 ออกไปประกอบอาชีพเป็นทนายความอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ระยะหนึ่งแล้วจึงได้ย้ายมาอยู่ที่จังหวัดอุตรดิตถ์&amp;amp;nbsp; ทำอาชีพทนายกับ “ทำไร่อ้อยและค้าไม้สักแปรรูป” และได้พบคู่ชีวิต แต่งงานอยู่กินกับภรรยาชื่อคุ้ม ทำให้ท่านพักอาศัยถาวรต่อมาที่จังหวัดอุตรดิตถ์&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองปี 2475 พึ่ง ศรีจันทร์ได้สนใจติดตามข่าวเป็นอย่างมาก ตอนที่เรียนกฎหมายก็เคยเรียนกับ “อาจารย์” ปรีดี พนมยงค์ ด้วย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; ครั้นมีการเลือกตั้งครั้งแรกที่เป็นการเลือกตั้งทางอ้อม นายพึ่งจึงลงสมัครเป็นผู้แทนราษฎรด้วยแต่แพ้ได้คะแนนจากผู้แทนตำบล 16 คะแนน ผู้ชนะที่ 1 นายฟัก ณ สงขลา ได้ 18 คะแนน แต่นายพึ่งก็ไม่ท้อ พอมีการเลือกตั้งครั้งที่ 2 ในปี 2480 ที่เป็นการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน ท่านจึงลงแข่งขันอีก คราวนี้ชนะได้เป็นผู้แทนฯสมใจ แต่เป็นผู้แทนฯ ได้ไม่ถึงปี นายกฯพระยาพหลพลพยุหเสนาก็ยุบสภา นายพึ่งก็ลงเลือกตั้งและชนะเข้าสภาอีกเป็นครั้งที่สอง แต่คราวนี้ได้เป็นสมาชิกสภาฯ อยู่นาน เพราะมีการต่ออายุสภาฯ ตลอดเวลาสงครามโลกครั้งที่ 2 และท่านเองก็ได้ร่วมงานสำคัญของแผ่นดิน คือ งานเสรีไทย รับผิดชอบ “หน่วยสุโขทัย-อุตรดิตถ์” เขตงาน 4 จังหวัด คือ พิษณุโลก อุตรดิตถ์ สุโขทัย และตาก ท่านมีฉายาที่เรียกขานว่า “นายพลผึ้ง” ช่วยทำงานต่อต้านญี่ปุ่นและร่วมมือกับสัมพันธมิตรจนกระทั่งสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลง ทั้งท่านยังเป็นสมาชิกสภาฯ ฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลที่ลงมติไม่ผ่านร่างกฎหมายเกี่ยวกับพระราชกำหนดสองฉบับ ทำให้หลวงพิบูลสงครามต้องลาออกจากนายกรัฐมนตรีในปี 2487&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; ต่อมาประเทศไทยได้ประกาศสันติภาพในวันที่ 16 สิงหาคม พ.ศ.2488 นายทวี บุณยเกตุ ได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี นายพึ่งได้เข้าร่วมรัฐบาลเป็นครั้งแรกได้เป็นรัฐมนตรีลอย ในคณะรัฐมนตรีชุดนี้มีผู้นำเสรีไทยหลายคนเข้าร่วมเป็นรัฐมนตรี ต่อมาเป็นรัฐบาลที่ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช เข้ามาเป็นนายกฯ นายพึ่งก็ยังได้ร่วมรัฐบาลเป็นรัฐมนตรีลอย ที่ท่านระบุว่า “รับมอบหมายให้เป็นผู้กำกับดูแลกระทรวงอุตสาหกรรม” แต่ม.ร.ว.เสนีย์เป็นนายกฯยังไม่ทันครบเดือนก็ประกาศยุบสภาฯ จัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ในวันที่ 6 มกราคม พ.ศ.2489 ซึ่งนายพึ่งได้ลงเลือกตั้งด้วยแต่แพ้เลือกตั้ง ผู้ชนะคือ นาย สุ่น ตันติผลาผล กระนั้นนายพึ่งก็สามารถกลับเข้าสภาฯ ได้อีกเมื่อมีการเลือกตั้งเพิ่มเติมในวันที่ 5 สิงหาคม ปี 2489 ตอนนั้นนายปรีดี พนมยงค์ เป็นนายกรัฐมนตรี และนายเกษม บุญศรี เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; ครั้นถึงวาระที่มีการเลือกประธานสภาฯ ในวันที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ.2490 สภาผู้แทนฯ ก็มีมติเลือกนายพึ่ง ศรีจันทร์ สมาชิกพรรคสหชีพ เป็นประมุขของสภาผู้แทนฯ ขณะที่ท่านมีอายุประมาณ 40 ปีเท่านั้นเอง โดยมีหลวงธำรงค์นาวาสวัสดิ์ หัวหน้าพรรคแนวรัฐธรรมนูญเป็นหัวหน้ารัฐบาล แต่นายพึ่งก็เป็นประธานสภาฯอยู่เพียง 7 เดือนเท่านั้น ท่านต้องพ้นจากตำแหน่งเพราะคณะรัฐประหารของพลโท ผิน ชุณหะวัน ยึดอำนาจ กระนั้นท่านก็ได้รับคำชมว่าเป็นประธานสภาฯ ที่ดีมากคนหนึ่ง นายใหญ่ ศวิตชาติ อดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายตรงกันข้ามได้เคยเล่าว่า&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;#039;&amp;#039;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;“เขาเป็นคนซื่อตรงต่ออุดมคติของเขา เขาเข้มแข็งเด็ดขาดและไม่เกรงใจใคร สิ่งที่สำคัญนั้นตลอดเวลาที่เขา-พวกเขามีอำนาจนั้น เขาไม่เคยใช้ตำแหน่งหน้าที่แสวงหาประโยชน์ใส่ตนเลย เขาทำงานเพื่อชาติบ้านเมืองจริงๆ”&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; ที่เล่าขานกันมากนั้นก็คือการทำหน้าที่ประธานสภาฯของนายพึ่ง ในวันที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ.2490 หลังวันยึดอำนาจของคณะรัฐประหาร &amp;amp;nbsp;เนื่องจากท่านได้นัดประชุมสภาฯ ไว้ก่อนวันรัฐประหาร ท่านจึงมาที่สภาฯ เข้าห้องประชุมแต่ก็เปิดประชุมไม่ได้เพราะมีสมาชิกมาไม่ครบองค์ และทหารนำโดยพันโท หลวงกาจสงครามต้องมาเชิญตัวท่านไป&amp;amp;nbsp; หลังจากนั้นนายพึ่งก็เดินทางกลับไปอุตรดิตถ์และห่างการเมืองไปนาน เพราะพวกนายปรีดีถูกรังแกกันมาก จนกระทั่งถึงวันเลือกตั้งเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ปี 2500 ท่านจึงกลับมาลงเลือกตั้งและชนะได้เป็นผู้แทนอีกครั้ง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; พึ่ง ศรีจันทร์ ได้มีชีวิตดูการเมืองไทยที่ท่านรัก จนถึงแก่กรรมในวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ.2535&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Apirom</name></author>
	</entry>
</feed>