<?xml version="1.0"?>
<feed xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom" xml:lang="th">
	<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?action=history&amp;feed=atom&amp;title=%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%8A%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%8A%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88_7</id>
	<title>พัฒนาการของสถาปัตยกรรมไทยในช่วงสมัยรัชกาลที่ 7 - ประวัติรุ่นแก้ไข</title>
	<link rel="self" type="application/atom+xml" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?action=history&amp;feed=atom&amp;title=%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%8A%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%8A%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88_7"/>
	<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%8A%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%8A%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88_7&amp;action=history"/>
	<updated>2026-04-15T04:09:23Z</updated>
	<subtitle>ประวัติรุ่นแก้ไขของหน้านี้ในวิกิ</subtitle>
	<generator>MediaWiki 1.42.1</generator>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%8A%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%8A%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88_7&amp;diff=16310&amp;oldid=prev</id>
		<title>Adminkpi เมื่อ 07:44, 19 มิถุนายน 2568</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%8A%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%8A%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88_7&amp;diff=16310&amp;oldid=prev"/>
		<updated>2025-06-19T07:44:25Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;table style=&quot;background-color: #fff; color: #202122;&quot; data-mw=&quot;interface&quot;&gt;
				&lt;col class=&quot;diff-marker&quot; /&gt;
				&lt;col class=&quot;diff-content&quot; /&gt;
				&lt;col class=&quot;diff-marker&quot; /&gt;
				&lt;col class=&quot;diff-content&quot; /&gt;
				&lt;tr class=&quot;diff-title&quot; lang=&quot;th&quot;&gt;
				&lt;td colspan=&quot;2&quot; style=&quot;background-color: #fff; color: #202122; text-align: center;&quot;&gt;←รุ่นแก้ไขก่อนหน้า&lt;/td&gt;
				&lt;td colspan=&quot;2&quot; style=&quot;background-color: #fff; color: #202122; text-align: center;&quot;&gt;รุ่นแก้ไขเมื่อ 14:44, 19 มิถุนายน 2568&lt;/td&gt;
				&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td colspan=&quot;2&quot; class=&quot;diff-lineno&quot; id=&quot;mw-diff-left-l6&quot;&gt;บรรทัดที่ 6:&lt;/td&gt;
&lt;td colspan=&quot;2&quot; class=&quot;diff-lineno&quot;&gt;บรรทัดที่ 6:&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;
&lt;tr&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;background-color: #f8f9fa; color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #eaecf0; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;div&gt;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;lt;big&amp;gt;พัฒนาการของสถาปัตยกรรมไทยในช่วงสมัยรัชกาลที่ 7&amp;lt;/big&amp;gt;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;background-color: #f8f9fa; color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #eaecf0; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;div&gt;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;lt;big&amp;gt;พัฒนาการของสถาปัตยกรรมไทยในช่วงสมัยรัชกาลที่ 7&amp;lt;/big&amp;gt;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;
&lt;tr&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;background-color: #f8f9fa; color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #eaecf0; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;br&gt;&lt;/td&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;background-color: #f8f9fa; color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #eaecf0; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;br&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;
&lt;tr&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot; data-marker=&quot;−&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #ffe49c; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;div&gt;&#039;&#039;&#039;&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp;&#039;&#039;&#039; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp;ช่วงรัชสมัยของ[[พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว]] แม้จะสั้นเพียง 9 ปี เท่านั้น แต่เมื่อเทียบกับรัชกาลก่อน ๆ แล้วมีพัฒนาการในงานสถาปัตยกรรมที่เกิดขึ้นคู่ขนานไปกับความเปลี่ยนแปลงในบริบททางสังคม เศรษฐกิจ และการเมืองการปกครอง เพราะการขยายตัวของเมือง จำนวนพลเมืองที่ทวีสูงขึ้น ตลอดจนพัฒนาการในสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ การรับเอาระบบการผลิตวัสดุก่อสร้างตามแบบอุตสาหกรรมสมัยใหม่ ตลอดจนวิธีการก่อสร้างสมัยใหม่ ล้วนเป็นปัจจัยเบื้องหลังการก่อสร้างอาคารจำนวนมากที่มีรูปแบบสมัยใหม่ที่เรียบง่าย ลดทอนลงกว่าสถาปัตยกรรมในช่วงรัชกาลก่อนๆ อาทิ การสร้างอาคารอย่างโรงกรองน้ำประปาสถานสามเสน ที่ทำการพัสดุไปรษณีย์ กรมรถไฟหลวง ตึกจักรพงษ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โรงเบียร์บุญรอดบริวเวอรี่  หรือศาลาเฉลิมกรุง ล้วนแสดงให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงทางกายภาพเมืองกรุงเทพฯ ที่เกิดขึ้นพร้อม ๆ กันทั้งภายในเขตเมืองเก่าและพื้นที่เมืองใหม่ที่เปิดขึ้น โดยวิสัยทัศน์ของการขยายตัวของพระนครออกไปสู่จังหวัดข้างเคียง ได้แก่ นนทบุรี ธนบุรี และสมุทรปราการ  มีแนวความคิดในการควบคุมการขยายตัวทางกายภาพของเมือง ทั้งโดยพระราชบัญญัติควบคุมการก่อสร้างอาคาร พระราชบัญญัติการวางแผนผังเมือง (Town-planning) ตลอดจนการขยายโครงข่ายการคมนาคม &lt;del style=&quot;font-weight: bold; text-decoration: none;&quot;&gt;โดยการสร้างสะพานและถนนเพิ่มเติมในช่วงรัชสมัย  ชีวิตเมืองสมัยใหม่ที่มีโรงมหรสพปรับอากาศอย่างศาลาเฉลิมกรุง &lt;/del&gt;โรงแรมสมัยใหม่อย่างโรงแรมทรอคาเดโรและโรงแรมราชธานี ห้างสรรพสินค้าอย่างห้างบีกริม หรือพื้นที่สาธารณะอย่างสวนสนุกของพระยาคทาทรบดีที่สวนลุมพินี สะท้อนถึงวิถีชีวิตเมืองของคนกรุงเทพฯ ที่พัฒนาไปไกลกว่ารัชกาลก่อนหน้า ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความเปลี่ยนแปลงในวัฒนธรรม โลกทัศน์ของคนชั้นกลางในเมือง ที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงการปกครองใน พ.ศ. 2475&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot; data-marker=&quot;+&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #a3d3ff; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;div&gt;&#039;&#039;&#039;&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp;&#039;&#039;&#039; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp;ช่วงรัชสมัยของ[[พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว]] แม้จะสั้นเพียง 9 ปี เท่านั้น แต่เมื่อเทียบกับรัชกาลก่อน ๆ แล้วมีพัฒนาการในงานสถาปัตยกรรมที่เกิดขึ้นคู่ขนานไปกับความเปลี่ยนแปลงในบริบททางสังคม เศรษฐกิจ และการเมืองการปกครอง เพราะการขยายตัวของเมือง จำนวนพลเมืองที่ทวีสูงขึ้น ตลอดจนพัฒนาการในสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ การรับเอาระบบการผลิตวัสดุก่อสร้างตามแบบอุตสาหกรรมสมัยใหม่ ตลอดจนวิธีการก่อสร้างสมัยใหม่ ล้วนเป็นปัจจัยเบื้องหลังการก่อสร้างอาคารจำนวนมากที่มีรูปแบบสมัยใหม่ที่เรียบง่าย ลดทอนลงกว่าสถาปัตยกรรมในช่วงรัชกาลก่อนๆ อาทิ การสร้างอาคารอย่างโรงกรองน้ำประปาสถานสามเสน ที่ทำการพัสดุไปรษณีย์ กรมรถไฟหลวง ตึกจักรพงษ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โรงเบียร์บุญรอดบริวเวอรี่  หรือศาลาเฉลิมกรุง ล้วนแสดงให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงทางกายภาพเมืองกรุงเทพฯ ที่เกิดขึ้นพร้อม ๆ กันทั้งภายในเขตเมืองเก่าและพื้นที่เมืองใหม่ที่เปิดขึ้น โดยวิสัยทัศน์ของการขยายตัวของพระนครออกไปสู่จังหวัดข้างเคียง ได้แก่ นนทบุรี ธนบุรี และสมุทรปราการ  มีแนวความคิดในการควบคุมการขยายตัวทางกายภาพของเมือง ทั้งโดยพระราชบัญญัติควบคุมการก่อสร้างอาคาร พระราชบัญญัติการวางแผนผังเมือง (Town-planning) ตลอดจนการขยายโครงข่ายการคมนาคม &lt;ins style=&quot;font-weight: bold; text-decoration: none;&quot;&gt;โดยการสร้างสะพานและถนนเพิ่มเติมในช่วงรัชสมัย ชีวิตเมืองสมัยใหม่ที่มีโรงมหรสพปรับอากาศอย่างศาลาเฉลิมกรุง &lt;/ins&gt;โรงแรมสมัยใหม่อย่างโรงแรมทรอคาเดโรและโรงแรมราชธานี ห้างสรรพสินค้าอย่างห้างบีกริม หรือพื้นที่สาธารณะอย่างสวนสนุกของพระยาคทาทรบดีที่สวนลุมพินี สะท้อนถึงวิถีชีวิตเมืองของคนกรุงเทพฯ ที่พัฒนาไปไกลกว่ารัชกาลก่อนหน้า ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความเปลี่ยนแปลงในวัฒนธรรม โลกทัศน์ของคนชั้นกลางในเมือง ที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงการปกครองใน พ.ศ. 2475&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;
&lt;tr&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;background-color: #f8f9fa; color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #eaecf0; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;br&gt;&lt;/td&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;background-color: #f8f9fa; color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #eaecf0; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;br&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;
&lt;tr&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot; data-marker=&quot;−&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #ffe49c; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;div&gt;&#039;&#039;&#039;&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp;&#039;&#039;&#039; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp;ความเปลี่ยนแปลงทั้งหลายนี้ ส่วนหนึ่งเป็นผลลัพธ์โดยตรงของความเปลี่ยนแปลงในการประกอบวิชาชีพสถาปนิก เห็นได้ชัดว่าช่วงรัชกาลที่ 7 เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญที่ช่างฝรั่งค่อย ๆ ลดบทบาทลงภายหลังการเริ่มเข้ารับราชการของ “&#039;&#039;&#039;สถาปนิกสยาม&#039;&#039;&#039;” รุ่นแรก การเลิกจ้างช่างฝรั่งที่เหลือในช่วงภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ และช่วงการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. &lt;del style=&quot;font-weight: bold; text-decoration: none;&quot;&gt;2475  ขณะเดียวกันก็มีสถาปนิกชาวตะวันตกอีกกลุ่มหนึ่งที่ยังคงมีบทบาทในวงการก่อสร้างอยู่ &lt;/del&gt;ได้แก่ นายชาลส์ เบเกอแลง และนายเอ็ดเวิร์ด ฮีลีย์ ที่ยังคงประกอบวิชาชีพสถาปนิกในสยามจนถึงช่วง[[สงครามโลกครั้งที่ 2]]&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot; data-marker=&quot;+&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #a3d3ff; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;div&gt;&#039;&#039;&#039;&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp;&#039;&#039;&#039; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp;ความเปลี่ยนแปลงทั้งหลายนี้ ส่วนหนึ่งเป็นผลลัพธ์โดยตรงของความเปลี่ยนแปลงในการประกอบวิชาชีพสถาปนิก เห็นได้ชัดว่าช่วงรัชกาลที่ 7 เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญที่ช่างฝรั่งค่อย ๆ ลดบทบาทลงภายหลังการเริ่มเข้ารับราชการของ “&#039;&#039;&#039;สถาปนิกสยาม&#039;&#039;&#039;” รุ่นแรก การเลิกจ้างช่างฝรั่งที่เหลือในช่วงภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ และช่วงการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. &lt;ins style=&quot;font-weight: bold; text-decoration: none;&quot;&gt;2475 ขณะเดียวกันก็มีสถาปนิกชาวตะวันตกอีกกลุ่มหนึ่งที่ยังคงมีบทบาทในวงการก่อสร้างอยู่ &lt;/ins&gt;ได้แก่ นายชาลส์ เบเกอแลง และนายเอ็ดเวิร์ด ฮีลีย์ ที่ยังคงประกอบวิชาชีพสถาปนิกในสยามจนถึงช่วง[[สงครามโลกครั้งที่ 2]]&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;
&lt;tr&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;background-color: #f8f9fa; color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #eaecf0; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;br&gt;&lt;/td&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;background-color: #f8f9fa; color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #eaecf0; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;br&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;
&lt;tr&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;background-color: #f8f9fa; color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #eaecf0; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;div&gt;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp;พัฒนาการที่สำคัญประการหนึ่งที่เกิดขึ้นในช่วงรัชกาลที่ 7 คือ การพัฒนาสถาบันการศึกษาด้านการช่าง ทั้งคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และโรงเรียนช่างก่อสร้างอุเทนถวาย ซึ่งต่างก็มีจุดกำเนิดที่โรงเรียนเพาะช่าง อันได้สถาปนาขึ้นไว้ตั้งแต่รัชกาลที่ 6 ตามนโยบายของรัฐในการพัฒนาวิชาชีพช่างแขนงต่าง ๆ ความเป็นวิชาชีพนั้นยังปรากฏชัดในการตั้งสมาคมวิชาชีพ คือ สมาคมสถาปนิกสยาม ที่มุ่งเผยแพร่บทบาทความรับผิดชอบของสถาปนิกสู่สังคม การผดุงมาตรฐานการประกอบวิชาชีพ ตลอดจนการประชาสัมพันธ์ผ่านวารสารของสมาคมวิชาชีพ อันเป็นผลจากการผลักดันของสมาชิกรุ่นแรก ๆ ความเปลี่ยนแปลงในทุก ๆ มิตินี้เป็นรากฐานของการประกอบวิชาชีพสถาปนิกสืบมาจนทุกวันนี้&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;background-color: #f8f9fa; color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #eaecf0; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;div&gt;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp;พัฒนาการที่สำคัญประการหนึ่งที่เกิดขึ้นในช่วงรัชกาลที่ 7 คือ การพัฒนาสถาบันการศึกษาด้านการช่าง ทั้งคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และโรงเรียนช่างก่อสร้างอุเทนถวาย ซึ่งต่างก็มีจุดกำเนิดที่โรงเรียนเพาะช่าง อันได้สถาปนาขึ้นไว้ตั้งแต่รัชกาลที่ 6 ตามนโยบายของรัฐในการพัฒนาวิชาชีพช่างแขนงต่าง ๆ ความเป็นวิชาชีพนั้นยังปรากฏชัดในการตั้งสมาคมวิชาชีพ คือ สมาคมสถาปนิกสยาม ที่มุ่งเผยแพร่บทบาทความรับผิดชอบของสถาปนิกสู่สังคม การผดุงมาตรฐานการประกอบวิชาชีพ ตลอดจนการประชาสัมพันธ์ผ่านวารสารของสมาคมวิชาชีพ อันเป็นผลจากการผลักดันของสมาชิกรุ่นแรก ๆ ความเปลี่ยนแปลงในทุก ๆ มิตินี้เป็นรากฐานของการประกอบวิชาชีพสถาปนิกสืบมาจนทุกวันนี้&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;
&lt;tr&gt;&lt;td colspan=&quot;2&quot; class=&quot;diff-lineno&quot; id=&quot;mw-diff-left-l25&quot;&gt;บรรทัดที่ 25:&lt;/td&gt;
&lt;td colspan=&quot;2&quot; class=&quot;diff-lineno&quot;&gt;บรรทัดที่ 25:&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;
&lt;tr&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;background-color: #f8f9fa; color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #eaecf0; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;div&gt;พีรศรี โพวาทอง. สถาปัตย์ใต้ร่มฉัตรพระปกเกล้า. กรุงเทพฯ : สถาบันพระปกเกล้าจัดพิมพ์, 2563.&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;background-color: #f8f9fa; color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #eaecf0; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;div&gt;พีรศรี โพวาทอง. สถาปัตย์ใต้ร่มฉัตรพระปกเกล้า. กรุงเทพฯ : สถาบันพระปกเกล้าจัดพิมพ์, 2563.&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;
&lt;tr&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;background-color: #f8f9fa; color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #eaecf0; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;br&gt;&lt;/td&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;background-color: #f8f9fa; color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #eaecf0; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;br&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;
&lt;tr&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot; data-marker=&quot;−&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #ffe49c; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;div&gt;[[หมวดหมู่:เหตุการณ์สำคัญทางการเมืองไทย สมัย พ.ศ. 2475-2500]]&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot; data-marker=&quot;+&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #a3d3ff; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;div&gt;[[&lt;ins style=&quot;font-weight: bold; text-decoration: none;&quot;&gt;index.php?title=&lt;/ins&gt;หมวดหมู่:เหตุการณ์สำคัญทางการเมืองไทย สมัย พ.ศ. 2475-2500]]&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;
&lt;tr&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot; data-marker=&quot;−&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #ffe49c; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;div&gt;[[หมวดหมู่:การบริหารราชการแผ่นดิน]]&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot; data-marker=&quot;+&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #a3d3ff; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;div&gt;[[&lt;ins style=&quot;font-weight: bold; text-decoration: none;&quot;&gt;index.php?title=&lt;/ins&gt;หมวดหมู่:การบริหารราชการแผ่นดิน]]&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;
&lt;tr&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot; data-marker=&quot;−&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #ffe49c; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;div&gt;[[หมวดหมู่:พระปกเกล้าศึกษา]]&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot; data-marker=&quot;+&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #a3d3ff; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;div&gt;[[&lt;ins style=&quot;font-weight: bold; text-decoration: none;&quot;&gt;index.php?title=&lt;/ins&gt;หมวดหมู่:พระปกเกล้าศึกษา]]&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;
&lt;tr&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot; data-marker=&quot;−&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #ffe49c; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;div&gt;[[หมวดหมู่:สารานุกรม คำศัพท์ต่าง ๆ]]&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot; data-marker=&quot;+&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #a3d3ff; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;div&gt;[[&lt;ins style=&quot;font-weight: bold; text-decoration: none;&quot;&gt;index.php?title=&lt;/ins&gt;หมวดหมู่:สารานุกรม คำศัพท์ต่าง ๆ]]&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;
&lt;/table&gt;</summary>
		<author><name>Adminkpi</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%8A%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%8A%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88_7&amp;diff=16309&amp;oldid=prev</id>
		<title>Adminkpi: สร้างหน้าด้วย &quot;&#039;&#039;&#039;ผู้เรียบเรียง :&#039;&#039;&#039; ฉัตรบงกช ศรีวัฒนสาร  &#039;&#039;&#039;ผู้ทรงคุณวุฒิประจำบทความ :&#039;&#039;&#039; ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ   &#039;&#039;&#039;&lt;big&gt;พัฒนาการของสถาปัตยกรรมไทยในช่วงสมัยรัชกาลที่ 7&lt;/big&gt;&#039;&#039;&#039;  &#039;&#039;&#039;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;n...&quot;</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%8A%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%8A%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88_7&amp;diff=16309&amp;oldid=prev"/>
		<updated>2025-06-19T07:43:14Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;สร้างหน้าด้วย &amp;quot;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;ผู้เรียบเรียง :&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; ฉัตรบงกช ศรีวัฒนสาร  &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;ผู้ทรงคุณวุฒิประจำบทความ :&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ   &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;lt;big&amp;gt;พัฒนาการของสถาปัตยกรรมไทยในช่วงสมัยรัชกาลที่ 7&amp;lt;/big&amp;gt;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;  &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;    &amp;amp;n...&amp;quot;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;b&gt;หน้าใหม่&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;&lt;div&gt;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;ผู้เรียบเรียง :&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; ฉัตรบงกช ศรีวัฒนสาร&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;ผู้ทรงคุณวุฒิประจำบทความ :&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;lt;big&amp;gt;พัฒนาการของสถาปัตยกรรมไทยในช่วงสมัยรัชกาลที่ 7&amp;lt;/big&amp;gt;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp;ช่วงรัชสมัยของ[[พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว]] แม้จะสั้นเพียง 9 ปี เท่านั้น แต่เมื่อเทียบกับรัชกาลก่อน ๆ แล้วมีพัฒนาการในงานสถาปัตยกรรมที่เกิดขึ้นคู่ขนานไปกับความเปลี่ยนแปลงในบริบททางสังคม เศรษฐกิจ และการเมืองการปกครอง เพราะการขยายตัวของเมือง จำนวนพลเมืองที่ทวีสูงขึ้น ตลอดจนพัฒนาการในสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ การรับเอาระบบการผลิตวัสดุก่อสร้างตามแบบอุตสาหกรรมสมัยใหม่ ตลอดจนวิธีการก่อสร้างสมัยใหม่ ล้วนเป็นปัจจัยเบื้องหลังการก่อสร้างอาคารจำนวนมากที่มีรูปแบบสมัยใหม่ที่เรียบง่าย ลดทอนลงกว่าสถาปัตยกรรมในช่วงรัชกาลก่อนๆ อาทิ การสร้างอาคารอย่างโรงกรองน้ำประปาสถานสามเสน ที่ทำการพัสดุไปรษณีย์ กรมรถไฟหลวง ตึกจักรพงษ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โรงเบียร์บุญรอดบริวเวอรี่  หรือศาลาเฉลิมกรุง ล้วนแสดงให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงทางกายภาพเมืองกรุงเทพฯ ที่เกิดขึ้นพร้อม ๆ กันทั้งภายในเขตเมืองเก่าและพื้นที่เมืองใหม่ที่เปิดขึ้น โดยวิสัยทัศน์ของการขยายตัวของพระนครออกไปสู่จังหวัดข้างเคียง ได้แก่ นนทบุรี ธนบุรี และสมุทรปราการ  มีแนวความคิดในการควบคุมการขยายตัวทางกายภาพของเมือง ทั้งโดยพระราชบัญญัติควบคุมการก่อสร้างอาคาร พระราชบัญญัติการวางแผนผังเมือง (Town-planning) ตลอดจนการขยายโครงข่ายการคมนาคม โดยการสร้างสะพานและถนนเพิ่มเติมในช่วงรัชสมัย  ชีวิตเมืองสมัยใหม่ที่มีโรงมหรสพปรับอากาศอย่างศาลาเฉลิมกรุง โรงแรมสมัยใหม่อย่างโรงแรมทรอคาเดโรและโรงแรมราชธานี ห้างสรรพสินค้าอย่างห้างบีกริม หรือพื้นที่สาธารณะอย่างสวนสนุกของพระยาคทาทรบดีที่สวนลุมพินี สะท้อนถึงวิถีชีวิตเมืองของคนกรุงเทพฯ ที่พัฒนาไปไกลกว่ารัชกาลก่อนหน้า ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความเปลี่ยนแปลงในวัฒนธรรม โลกทัศน์ของคนชั้นกลางในเมือง ที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงการปกครองใน พ.ศ. 2475&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp;ความเปลี่ยนแปลงทั้งหลายนี้ ส่วนหนึ่งเป็นผลลัพธ์โดยตรงของความเปลี่ยนแปลงในการประกอบวิชาชีพสถาปนิก เห็นได้ชัดว่าช่วงรัชกาลที่ 7 เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญที่ช่างฝรั่งค่อย ๆ ลดบทบาทลงภายหลังการเริ่มเข้ารับราชการของ “&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;สถาปนิกสยาม&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;” รุ่นแรก การเลิกจ้างช่างฝรั่งที่เหลือในช่วงภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ และช่วงการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475  ขณะเดียวกันก็มีสถาปนิกชาวตะวันตกอีกกลุ่มหนึ่งที่ยังคงมีบทบาทในวงการก่อสร้างอยู่ ได้แก่ นายชาลส์ เบเกอแลง และนายเอ็ดเวิร์ด ฮีลีย์ ที่ยังคงประกอบวิชาชีพสถาปนิกในสยามจนถึงช่วง[[สงครามโลกครั้งที่ 2]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp;พัฒนาการที่สำคัญประการหนึ่งที่เกิดขึ้นในช่วงรัชกาลที่ 7 คือ การพัฒนาสถาบันการศึกษาด้านการช่าง ทั้งคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และโรงเรียนช่างก่อสร้างอุเทนถวาย ซึ่งต่างก็มีจุดกำเนิดที่โรงเรียนเพาะช่าง อันได้สถาปนาขึ้นไว้ตั้งแต่รัชกาลที่ 6 ตามนโยบายของรัฐในการพัฒนาวิชาชีพช่างแขนงต่าง ๆ ความเป็นวิชาชีพนั้นยังปรากฏชัดในการตั้งสมาคมวิชาชีพ คือ สมาคมสถาปนิกสยาม ที่มุ่งเผยแพร่บทบาทความรับผิดชอบของสถาปนิกสู่สังคม การผดุงมาตรฐานการประกอบวิชาชีพ ตลอดจนการประชาสัมพันธ์ผ่านวารสารของสมาคมวิชาชีพ อันเป็นผลจากการผลักดันของสมาชิกรุ่นแรก ๆ ความเปลี่ยนแปลงในทุก ๆ มิตินี้เป็นรากฐานของการประกอบวิชาชีพสถาปนิกสืบมาจนทุกวันนี้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp;อย่างไรก็ดี ข้อควรพิจารณาประการหนึ่ง คือ ผลกระทบของพัฒนาการทางสถาปัตยกรรมมีการปรับเข้าสู่สภาวะ “&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;สมัยใหม่&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;” นั้นย่อมเป็นส่วนหนึ่งของพลวัตการเปลี่ยนแปลงในโลก ทว่าผลกระทบที่มีต่อสภาวการณ์ท้องถิ่น ในชีวิตประจำวันของผู้คนนั้น ย่อมมีสืบเนื่องต่อมาอย่างมาก ชนชั้นนำสยามตระหนักดีถึงความยากลำบากในการ “&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;พัฒนา&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;” ให้ทัดเทียมกับมาตรฐานตะวันตก โดยที่ยังคงธำรงรักษาอัตลักษณ์ความเป็นชาติไว้ ดังปรากฏมาแล้วในสถาปัตยกรรมพระที่นั่งจักรีมหาปราสาทในรัชกาลที่ 5 และการสถาปนาโรงเรียนเพาะช่าง เพื่อ “&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;เอาพรรณพืชของเราเองมาปลูกลงในพื้นแผ่นดินของเรา แล้วบำรุงให้เติบโตงอกงาม&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;” ตามความในพระราชดำรัสวันเปิดโรงเรียนนั้น เมื่อถึงรัชกาลที่ 7 ความกังวลของชนชั้นนำในการรักษาเสถียรภาพของสถาบัน อัตลักษณ์ของชาติ ควบคู่ไปกับการพัฒนาให้ทันสมัย ก็ปรากฏชัดในปฐมบรมราชานุสรณ์ ที่สร้างเป็นพระบรมรูปรัชกาลที่ 1 ทรงเครื่องราชภูษิตาภรณ์อย่างจารีตประเพณี ประทับนั่งในซุ้มจรนัมที่ผสมผสานรูปแบบอาร์ตเดโคกับสถาปัตยกรรมไทยประเพณีและสถาปัตยกรรมขอม เบื้องหลังเป็นสะพานโครงสร้างเหล็กอย่างทันสมัย หรืออาคารศาลาเฉลิมกรุง ที่เป็นอาคารสาธารณะขนาดใหญ่ ปรับอากาศทั้งหลัง ออกแบบโดยภายในเน้นประโยชน์ใช้สอย ภายนอกเน้นรูปแบบความหรูหราของอาร์ตเดโคแต่ก็ยังตกแต่งด้วยลวดลายโลหะฉลุที่สะท้อนถึงสถาบันพระมหากษัตริย์และนาฏศิลป์อย่างจารีต ทั้งหมดนี้ออกแบบและก่อสร้างโดยสถาปนิกและวิศวกรชาวไทยที่ได้รับการศึกษาวิชาสถาปัตยกรรมศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ในโลกตะวันตก มี “ความเจริญในวิชาช่าง” ที่ไม่น้อยหน้าชาติใดในทวีปเอเชีย ชี้ให้เห็นได้ว่าชนชั้นนำสยามในครั้งนั้นตระหนักถึงทั้งอำนาจและความเสี่ยงของความเป็น “สมัยใหม่”  อย่างไรก็ดี พึงเข้าใจว่า “สถาปัตยกรรมสมัยใหม่” ในนิยามของช่วงรัชกาลที่ 7 นั้นมิใช่สถาปัตยกรรมสมัยใหม่ (Modern Architecture) ที่เป็นที่เข้าใจกันทุกวันนี้ ทว่าเป็นความเข้าใจรวม ๆ ถึงสถาปัตยกรรมที่ลดทอนเครื่องตกแต่ง (Stripped Classicism) หรือมีรูปแบบอย่างอาร์ต เดโค ซึ่งมีลักษณะร่วมในความเรียบ ลดทอนเครื่องตกแต่งให้น้อยลง สำแดงสัจจะของวัสดุและโครงสร้างให้มากขึ้น มีการออกแบบที่เน้นหน้าที่ใช้สอยมากขึ้นกว่าแต่เดิม &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp;ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่รัดตัวอย่างยิ่งในสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์ยังทรงดำเนินการทำนุบำรุงประเทศอย่างไม่หยุดยั้ง การก่อสร้างในสมัยนี้ส่วนใหญ่แล้ว เป็นการสร้างเพื่อประโยชน์สุขของบ้านเมืองและประชาชนชาวสยาม เช่น การสร้างสะพานพระพุทธยอดฟ้าเชื่อมฝั่งพระนครและฝั่งธนบุรีเข้าด้วยกัน นับเป็นการขยายตัวของกรุงเทพมหานครอย่างกว้างขวางขึ้น ตลอดจนการสร้างสถานีรถไฟโรงเก็บรถไฟมักกะสัน สถานีวิทยุ โรงแรม โรงภาพยนตร์ และการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมของชาติในการบูรณะปฏิสังขรณ์สถาปัตยกรรมทั้งวัดและวัง รวมทั้งการสละพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ในการสร้างสิ่งต่าง ๆ ให้กับประเทศสยามในยามคับขันให้อยู่คู่กับประเทศในเวลาต่อมา&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;lt;big&amp;gt;บรรณานุกรม&amp;lt;/big&amp;gt;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
นารถ โพธิประสาท. สถาปัตยกรรมในประเทศไทย. พระนคร : โรงพิมพ์อุดม, 2499.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
แน่งน้อย ศักดิ์ศรี, ม.ร.ว. “สถาปัตยกรรมสมัยรัชกาลพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว” เอกสารประกอบการเสวนาเรื่อง พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวกับศิลปกรรม. จัดโดยสำนักบรรณสารสนเทศ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมธิราช, 2542.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
พีรศรี โพวาทอง. สถาปัตย์ใต้ร่มฉัตรพระปกเกล้า. กรุงเทพฯ : สถาบันพระปกเกล้าจัดพิมพ์, 2563.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[หมวดหมู่:เหตุการณ์สำคัญทางการเมืองไทย สมัย พ.ศ. 2475-2500]]&lt;br /&gt;
[[หมวดหมู่:การบริหารราชการแผ่นดิน]]&lt;br /&gt;
[[หมวดหมู่:พระปกเกล้าศึกษา]]&lt;br /&gt;
[[หมวดหมู่:สารานุกรม คำศัพท์ต่าง ๆ]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Adminkpi</name></author>
	</entry>
</feed>