<?xml version="1.0"?>
<feed xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom" xml:lang="th">
	<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?action=history&amp;feed=atom&amp;title=%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%90</id>
	<title>พระสารประเสริฐ - ประวัติรุ่นแก้ไข</title>
	<link rel="self" type="application/atom+xml" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?action=history&amp;feed=atom&amp;title=%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%90"/>
	<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%90&amp;action=history"/>
	<updated>2026-05-19T02:20:07Z</updated>
	<subtitle>ประวัติรุ่นแก้ไขของหน้านี้ในวิกิ</subtitle>
	<generator>MediaWiki 1.42.1</generator>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%90&amp;diff=13396&amp;oldid=prev</id>
		<title>Apirom: สร้างหน้าด้วย &quot; ผู้เรียบเรียง : ศาสตราจารย์พิเศษ นรนิติ เศรษฐบุตร  ผู้ท...&quot;</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%90&amp;diff=13396&amp;oldid=prev"/>
		<updated>2018-11-21T04:48:03Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;สร้างหน้าด้วย &amp;quot; ผู้เรียบเรียง : ศาสตราจารย์พิเศษ นรนิติ เศรษฐบุตร  ผู้ท...&amp;quot;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;b&gt;หน้าใหม่&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;
ผู้เรียบเรียง : ศาสตราจารย์พิเศษ นรนิติ เศรษฐบุตร&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ผู้ทรงคุณวุฒิประจำบทความ : รองศาสตราจารย์ ดร.นิยม รัฐอมฤต&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;พระสารประเสริฐ : ผู้ร่างคำปรารภฯคนแรก&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; รัฐธรรมนูญที่ประกาศใช้ในบ้านเมืองเรานั้น เวลาที่นึกถึงคณะบุคคลที่มีส่วนในการ่างและพิจารณาก่อนที่จะได้ข้อยุติ นำออกมาประกาศใช้ได้ ผู้คนมักจะนึกถึงบุคคลที่เป็นนักกฎหมาย เพราะรัฐธรรมนูญเป็นตัวกฎหมายสำคัญที่เรียกกันว่า &amp;quot;แม่บทกฎหมาย&amp;quot; จึงต้องพึ่งนักกฎหมายในการร่าง หรือนึกถึงนักรัฐศาสตร์ เพราะรัฐธรรมนูญเป็นเอกสารสำคัญที่ระบุถึงอำนาจการปกครองประเทศ แต่แท้จริงแล้วยังมีบุคคลอีกอาชีพหนึ่งที่สำคัญในการร่างรัฐธรรมนูญ ต้องอาศัยบุคคลในอาชีพนี้ทำให้ร่างรัฐธรรมนูญบริบูรณ์ นั่นคืออาชีพนักอักษรศาสตร์ ที่รู้ภาษาไทยดี และรู้ไปถึงภาษาบาลี สันสกฤต ที่ภาษาไทยได้เอามาใช้ด้วย โดยเฉพาะคำศัพท์เก่าที่เขียนอยู่ในคำปรารภของรัฐธรรมนูญ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; นักอักษรศาสตร์ ผู้นี้คนไทยที่สนใจด้านวรรณกรรมและภาษาไทยรู้จักชื่อเสียงและฝีมือทางด้านอักษรศาสตร์ของท่านเป็นอย่างดี แต่มีน้อยคนนักจะทราบว่าท่านเป็นคนเขียนร่างคำปรารภของรัฐธรรมนูญ ฉบับ 10 ธันวาคม พ.ศ.2475 ด้วย ท่านผู้นี้คือ พระสารประเสริฐ ผู้มีชื่อเดิมว่า ตรี นาคะประทีป&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; นายตรี นาคะประทีป เป็นคนกรุงเทพฯนี่เอง ท่านเกิดเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ.2432 ที่ตำบลตรีเพชร อำเภอพาหุรัด (การแบ่งเขตปกครองเดิม) โดยเป็นบุตรหลวงพิพิธวิรัชการ (เทียน นาคะประทีป) และนางสวน นาคะประทีป ดังนั้นท่านจึงได้รับการศึกษาที่โรงเรียนดังที่อยู่ใกล้บ้าน นั่นคือโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย และด้วยความที่สนใจภาษาบาลีมาก เขาจึงเล่ากันว่าเด็กชายตรีได้ขอบวชเณรแล้วก็ได้เรียนรู้ด้านพุทธศาสนาอย่างดีมาก อายุประมาณ 18 ปี ก็สอบได้เป็นเปรียญ 7 ประโยค เป็น&amp;quot;มหา&amp;quot; ได้เป็นผู้สอนภาษาบาลี ที่วัดที่ท่านบวชอยู่คือวัดเทพศิรินทราวาส ท่านบวชอยู่จนอายุได้ 30 ปีจึงลาบวชออกมาทำงานที่กระทรวงกลาโหม ได้เป็นอนุศาสนาจารย์ ทำงานมาได้ 3 ปี ชื่อเสียงทางวิชาอักษรศาสตร์เป็นที่ทราบกันดี เสนาบดีกระทรวงธรรมการ คือเจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี ได้ขอโอนมหาตรีให้มาทำงานที่กรมวิชาการ อีกปีถัดมาท่านก็ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหลวงธุรกิจภิธาน และได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวให้มาทำงานถวายความเห็นทางด้านภาษาขณะที่พระองค์ทรงพระราชนิพนธ์เรื่อง “มัทนะพาธา”&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; ในปี 2469 กรมราชเลขาธิการได้ขอย้ายหลวงธุรกิจภิธาน มารับราชการเป็นปลัดกรมพระอาลักษณ์ และอีก 2 ปี ต่อมาหลวงธุรกิจภิธานก็ได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นพระสารประเสริฐ จนถึงปี 2475 ท่านจึงได้ย้ายกลับไปอยู่กระทรวงธรรมการตามเดิม สำหรับชีวิตสมรส ท่านมีภรรยาชื่อ สิริพันธ์&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; ตอนที่อยู่กรมอาลักษณ์นี่เองก็เป็นช่วงเวลาในการจัดทำรัฐธรรมนูญถาวรฉบับแรก ถ้าเคยพลิกอ่านรัฐธรรมนูญฉบับถาวรฉบับต่างๆที่มีมาในไทยก็จะพบว่าทุกฉบับจะมีคำปรารภอยู่ในส่วนนำก่อนจะเข้าสู่บทนำและมาตราแรกของตัวรัฐธรรมนูญ และเมื่อรัฐธรรมนูญ 10 ธันวาคม พ.ศ.2475 เป็นกติกาการปกครองฉบับแรก จึงเป็นรูปแบบของการเขียนรัฐธรรมนูญที่มีสืบต่อมา ในส่วนที่คุณพระสารประเสริฐร่างนั้นก็คือคำปรารภ เพราะคำปรารภนี้จะใช้ภาษามคธแลภาษาสันสกฤตมาเขียนปนอยู่มาก ตามคำให้การของพระยามโนปกรณ์นิติธาดา อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นประธานอนุกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ระบุว่า&lt;br /&gt;
&amp;lt;p style=&amp;quot;text-align: center;&amp;quot;&amp;gt;&amp;#039;&amp;#039;“...โปรดเกล้าฯให้พระสารประเสริฐไปร่างประกาศนี้ ซึ่งแต่แรกทรงหวังที่จะให้อาลักษณ์อ่านในเวลาที่พระราชทาน เมื่อพระสารประเสริฐได้ร่างแล้วก็นำขึ้นทูลเกล้าถวาย ทอดพระเนตรแล้วก็พระราชทานมาให้คณะกรรมการราษฎรดู คณะกรรมการราษฎรพิจารณาดู เห็นว่าถ้อยคำที่เขียนมานั้นถ้าจะใช้เป็นพระราชปรารภในรัฐธรรมนูญ ก็จะเหมาะและงดงามดี จึ่งได้นำความกราบบังคมทูล ก็โปรดเกล้าฯว่าจะให้เป็น...”&amp;#039;&amp;#039;&amp;lt;/p&amp;gt; &lt;br /&gt;
คำปรารภของรัฐธรรมนูญ 10 ธันวาคม พ.ศ.2475 ส่วนหนึ่งที่ขึ้นต้นว่า &amp;quot;ศุภมัสดุ&amp;quot;นั้น ได้เขียนไว้ดังนี้&lt;br /&gt;
&amp;lt;p style=&amp;quot;text-align: center;&amp;quot;&amp;gt;&amp;#039;&amp;#039;“ศุภมัสดุ พระพุทธศาสนกาลเป็นอดีตภาค 2475 พรรษาปัจจุบันนสมัย จันทรคตินิยม ปละวังคสมพัตสร มฤคศิรมาส ศุกลปักษ์ เตรสีรดิถี สุริยคติกาล ธันวาคมมาส ทศมสุรทิน สนิวาร โดยกาลบริจเฉท”&amp;#039;&amp;#039;&amp;lt;/p&amp;gt; &lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; ตอนที่นำเสนอสภาผู้แทนฯสมัยนั้นแม้จะมีผู้ทรงคุณวุฒิมาก ยังเห็นว่า “มีภาษามคธและสันสกฤตที่จะแปลให้ฟังไม่ได้” พระยาพหลพลพยุหเสนาจึงขอให้เชิญผู้เชี่ยวชาญภาษาบาลีและสันสกฤตมาแปล ผู้เชี่ยวชาญที่เชิญมาก็คืออาจารย์และนายเก่าของมหาตรี ได้แก่พระธรรมนิเทศทวยหาญ เมื่ออ่านแล้ว ในคำแปลคำว่าเดือนอ้ายที่เขียนว่า “อัครหายนมาส” นั้น ที่ประชุมฟังออกเสียงแล้วไม่สนิทหู จึงขอให้พระธรรมนิเทศฯช่วยหาคำอื่นที่มีความหมายเดียวกัน ที่ออกเสียงแล้วฟังดูดีกว่า พระธรรมนิเทศฯจึงเสนอคำ “มิคสิรมาส” ซึ่งเป็นภาษามคธให้ใช้แทน ที่ประชุมสภาฯก็คล้อยตาม&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; แต่ท้ายที่สุดผู้ร่างตั้งแต่ต้นคือ พระสารประเสริฐได้ทราบถึงคำที่แก้ไข ท่านก็เห็นด้วยกับคำที่เอามาใช้แทน ความหมายตรงกัน แต่เมื่อคำอื่นๆที่ใช้เป็นภาษาสันสกฤต จะมาใช้คำ “มิคสิรมาส” อันเป็นคำมคธอยู่ได้อย่างไร ท่านจึงเปลี่ยนคำให้เป็นคำสันสกฤตว่า “มฤคศิรมาส” ปรากฏว่าที่ประชุมสภาฯในการพิจารณาครั้งสุดท้ายเห็นตามพระสารประเสริฐแก้ไข จึงเห็นได้ว่าการแก้ไขถ้อยคำในส่วนนี้ไม่ใช่เรื่องกฎหมายหรือการปกครองแต่อย่างใดเลย เป็นเรื่องของภาษา การออกเสียงที่ต้องการให้อ่านแล้วฟังแล้วไม่ตะขิดตะขวงใจด้วย และต้องอาศัยนักอักษรศาสตร์ชั้นเอกเลยทีเดียว&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; ต่อมาพระสารประเสริฐก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการทำรัฐธรรมนูญอีก ท่านย้ายกลับไปทำงานที่กระทรวงธรรมการและไปสอนหนังสือที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จนถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน ปี 2488 ฝากไว้แต่ชื่อเสียงด้านวรรณกรรม&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[Category:บุคคลสำคัญทางการเมือง]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Apirom</name></author>
	</entry>
</feed>