<?xml version="1.0"?>
<feed xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom" xml:lang="th">
	<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?action=history&amp;feed=atom&amp;title=%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5%E0%B9%82%E0%B8%AA%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B9%8C%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%88%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%98%E0%B8%AD_%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%9F%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%9B%E0%B8%81%E0%B8%A8%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B9%8C%E0%B8%AF</id>
	<title>พระราชพิธีโสกันต์สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าประชาธิปกศักดิเดชน์ฯ - ประวัติรุ่นแก้ไข</title>
	<link rel="self" type="application/atom+xml" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?action=history&amp;feed=atom&amp;title=%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5%E0%B9%82%E0%B8%AA%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B9%8C%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%88%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%98%E0%B8%AD_%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%9F%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%9B%E0%B8%81%E0%B8%A8%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B9%8C%E0%B8%AF"/>
	<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5%E0%B9%82%E0%B8%AA%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B9%8C%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%88%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%98%E0%B8%AD_%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%9F%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%9B%E0%B8%81%E0%B8%A8%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B9%8C%E0%B8%AF&amp;action=history"/>
	<updated>2026-04-19T03:18:22Z</updated>
	<subtitle>ประวัติรุ่นแก้ไขของหน้านี้ในวิกิ</subtitle>
	<generator>MediaWiki 1.42.1</generator>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5%E0%B9%82%E0%B8%AA%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B9%8C%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%88%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%98%E0%B8%AD_%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%9F%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%9B%E0%B8%81%E0%B8%A8%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B9%8C%E0%B8%AF&amp;diff=11948&amp;oldid=prev</id>
		<title>Suksan: หน้าที่ถูกสร้างด้วย &#039;&#039;&#039;&#039;&#039;&#039;ผู้เรียบเรียง :&#039;&#039;&#039;&#039;&#039; &#039;&#039;ฉัตรบงกช ศรีวัฒนสาร&#039;&#039;  &#039;&#039;&#039;&#039;&#039;ผู้ทรง...&#039;</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5%E0%B9%82%E0%B8%AA%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B9%8C%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%88%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%98%E0%B8%AD_%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%9F%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%9B%E0%B8%81%E0%B8%A8%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B9%8C%E0%B8%AF&amp;diff=11948&amp;oldid=prev"/>
		<updated>2015-10-09T02:37:42Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;หน้าที่ถูกสร้างด้วย &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;ผู้เรียบเรียง :&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; &amp;#039;&amp;#039;ฉัตรบงกช ศรีวัฒนสาร&amp;#039;&amp;#039;  &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;ผู้ทรง...&amp;#039;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;b&gt;หน้าใหม่&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;&lt;div&gt;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;ผู้เรียบเรียง :&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; &amp;#039;&amp;#039;ฉัตรบงกช ศรีวัฒนสาร&amp;#039;&amp;#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;ผู้ทรงคุณวุฒิประจำบทความ :&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; &amp;#039;&amp;#039;รองศาสตราจารย์ ดร.สนธิ เตชานันท์&amp;#039;&amp;#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== ความหมายของโสกันต์ เกศากันต์ และการโกนจุก ==&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ตามราชประเพณีโบราณ พระราชโอรสหรือพระราชธิดาของ[[พระมหากษัตริย์]] และเจ้านายทั้งหลายมักไว้พระเมาฬีเมื่อยังเยาว์พระชันษาเช่นเดียวกันกับที่บุตรธิดาของสามัญชนไว้จุก หากเป็นเจ้านายระดับพระองค์เจ้าขึ้นไปจนถึงเจ้าฟ้าเรียกว่า “พระราชพิธีโสกันต์”  เจ้านายระดับหม่อมเจ้า เรียกว่า “พิธีเกศากันต์” และเด็กชายหญิงสามัญชน เรียกว่า “การโกนจุก” โดยที่พระราชโอรสจะโสกันต์เมื่อพระชนมายุ ๑๑-๑๓ พรรษา  และพระราชธิดาตั้งแต่ ๑๑ พรรษาขึ้นไป ดังนั้นความหมายของ โสกันต์ เกศากันต์ และการโกนจุกจึงมีความหมายเป็นการก้าวผ่านจากวัยเด็กไปสู่ความเป็นผู้ใหญ่ประการหนึ่ง  &amp;lt;ref&amp;gt;พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.๒๕๒๕,   หน้า ๘๕๘ กล่าวว่า  “โสกันต์”  เป็นคำกริยา แปลว่า “โกนจุก ใช้แก่พระองค์เจ้าขึ้นไป” และ หนังสืออักขราภิธานศรับท์หมอบรัดเลย์(Dr. Danbeach Bradley) ฉบับพิมพ์ ค.ศ.๑๘๗๓ ( พ.ศ.๒๔๑๖ ) หน้า ๖๙๓ อธิบายว่า “ โสกันต์   คือ โกนผม ตัดผม, เขาพูดเปนคำสูงสำหรับเจ้าเปนต้น,  ตัดผมจุก ว่า โสกันต์” &amp;lt;/ref&amp;gt;  &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
 &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== พระราชพิธีโสกันต์ : ความเป็นมาในสยาม ==&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ในประเทศสยามนั้นพระราชพิธีโสกันต์ พิธีเกศากันต์และประเพณีการโกนจุกเป็นธรรมเนียมประเพณีที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ แต่ไม่ปรากฏหลักฐานเรื่องราวชัดเจน  พระราชหัตถเลขาชุมนุมพระราชาธิบายใน[[พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว]] หมวดโบราณคดี ว่าด้วยราชประเพณีโบราณเรื่องประเพณีลงสรงโสกันต์ ระบุว่า “ธรรมเนียมลงสรงโสกันต์เป็นพิธีสำหรับราชตระกูลในแผ่นดินสยามสืบมาในต้นแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก และจัดในเดือนสี่ร่วมกับพระราชพิธีสัมพัจฉรฉินท์ หรือพิธีตรุษไทย (คือ พิธีสิ้นปี หรือพิธีตรุษสุดปี)  &amp;lt;ref&amp;gt;จุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว,พระบาทสมเด็จพระ. พระราชพิธีสิบสองเดือน (ปกแข็ง)  ,กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์ศิลปาบรรณาคาร , ๒๕๕๒.&amp;lt;/ref&amp;gt;  ต่อมาได้เลื่อนเข้ามาประกอบร่วมกับพระราชพิธีเดือนยี่ ได้แก่ พระราชพิธีตรียัมปวาย หรือ พระราชพิธีโล้ชิงช้า&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ในบริบททางสังคม พิธีโกนจุกมีความสืบเนื่องมาจากประเพณีการโกนผมไฟ [[พระยาอนุมานราชธน]] (ยง เสฐียรโกเศศ) อธิบายเพิ่มเติมในหนังสือ &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;“ประเพณีการเกี่ยวกับการเกิดของคนไทย”&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; ว่า “...เมื่อเด็กมีอายุครบได้เดือนกับวัน (เห็นจะให้แน่ว่าครบเดือนโดยบริบูรณ์จึงเติมเข้าอีกวันหนึ่ง) เป็นอันว่าล่วงพ้นอันตรายจากภัยไข้เจ็บซึ่งเข้าใจว่าผีเป็นผู้กระทำ ก็จัดการโกนผมไฟและทำขวัญเป็นพิธีใหญ่ออกหน้าออกตา บางทีก็มีตั้งชื่อเด็กในตอนนี้ เป็นเรื่องรับรองเด็กที่เกิดใหม่ขึ้นทะเบียนเป็นสมาชิกของสกุล การโกนผมไฟนั้น ต้องทำบัตรพลีสังเวยพระภูมิเจ้าที่ตามธรรมเนียม ผมที่โกนให้เหลือไว้ที่ขม่อมหย่อมหนึ่ง ว่ากันว่าขม่อมยังบางอยู่...”  ผมที่เหลือไว้หย่อมหนึ่งที่กลางขม่อมนั้น เมื่อเด็กเติบโตขึ้นพร้อมกับผมที่ยาวขึ้นตามวัย ผู้ใหญ่จึงจัดการรวบผมที่กลางขม่อมนั้นให้เป็นจุก และคงให้เด็กนั้นไว้จุกต่อมาจนเด็กผู้ชายมีอายุได้ ๑๓ ปี และเด็กหญิงมีอายุครบ ๑๑ ปี จึงจะจัดให้มีการโกนจุกหรือโสกันต์ในกรณีที่เป็นเจ้านาย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[หม่อมเจ้าหญิง พูนพิศมัย ดิศกุล]] ทรงบรรยายในหนังสือประเพณีพิธีไทยว่า “เมื่อเด็กมีอายุย่างเข้าเขตวัยหนุ่มสาวจึงมีการพิธีจึงมีการพิธีเพื่อบอกแก่ญาติและเพื่อนฝูงอีกครั้งหนึ่ง คือ การโกนจุก การโกนจุกนี้ มักจะหาโอกาสทำรวมกับพิธีมงคลอื่นๆ เพราะนับเป็นงานมงคลเช่นเดียวกัน มีสวดมนต์เย็นวัน ๑ รุ่งขึ้นเลี้ยงพระแล้วก็ตัดจุกเด็กตามเวลาฤกษ์ ตอนบ่ายมีเวียนเทียนสมโภชทำขวัญเด็กตามพิธีพราหมณ์ ถ้าเจ้าของงานเป็นผู้มั่งคั่ง ก็มีการเลี้ยงดูเพื่อนฝูงต่อไปตามต้องการ  เช่น เลี้ยงน้ำชา หรือ ข้าวเย็น ข้าวกลางวันและมีโขน ละคร การเล่นต่างๆ ตามเวลาและความพอใจ ส่วนของขวัญนั้น ผู้ใดจะให้เด็กอย่างไร ก็นำมามอบให้เด็กหน้าผู้ใหญ่ หรือ จะส่งมาให้ภายหลังงานก็ได้”  &amp;lt;ref&amp;gt;หม่อมเจ้าหญิงพูนพิศมัย ดิศกุล, ประเพณีพิธีไทย. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์และทำปกเจริญผล, ๒๕๑๗, หน้า ๑๔-๑๘.&amp;lt;/ref&amp;gt; &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
พระราชพิธีโสกันต์ในสมัยรัตนโกสินทร์เริ่มมาแต่รัชสมัย[[พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช]] จนถึงรัชสมัย[[พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว]]โดยมีทั้งพิธีสงฆ์และพิธีพราหมณ์  พิธีสงฆ์นั้นจัดที่[[พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท]] พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ช่วงบ่ายก่อนวันพระราชพิธีเป็นเวลา ๓  วัน  รวมทั้งตอนเช้าของวันพระราชพิธี  ในระหว่างนี้เจ้านายที่จะโสกันต์จะเสด็จไปฟังสวดโดยกระบวนแห่  ส่วนพิธีพราหมณ์จะจัดขึ้นตามวิธีไสยศาสตร์ รวม ๔ วัน ณ หอเวทวิทยาคม  สถานที่ประกอบพระราชพิธีโสกันต์มีลักษณะดังนี้  เจ้านายที่เป็นพระเจ้าลูกยาเธอชั้นเจ้าฟ้า พระเจ้าลูกเธอชั้นเจ้าฟ้าหรือเทียบเท่าจะทำพิธีสรงน้ำบนเขาไกรลาสจำลอง สำหรับเจ้านายที่เป็นพระเจ้าลูกยาเธอ พระเจ้าลูกเธอที่ไม่ได้ดำรงพระยศเจ้าฟ้า  รวมถึงพระเจ้าหลานเธอและบุตรธิดาของพระอนุวงศ์ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ร่วมโสกันต์  จะสร้างพระแท่นสรงน้ำบนลานมุมพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท  เมื่อถึงวันโสกันต์เจ้านายที่เข้าพิธีโสกันต์จะแต่งพระองค์เต็มยศ โกนพระเกศารอบจุก เกล้าจุกปักปิ่น สวมมาลัยหรือสวมพระเกี้ยวตามแต่ชั้นยศ  เสด็จประทับพระราชยานหรือพระเสลี่ยงเข้ากระบวนแห่ไปประกอบพระราชพิธี  โดยโหรจะเป็นผู้ถวายพระฤกษ์ จรดพระกรร บิดพระกรรไกร  เมื่อได้ฤกษ์ชาวภูษามาลาจะถอดพระเกี้ยว  แล้วแบ่งพระเกศาออกเป็น ๓ ปอยโดยใช้พานเงิน พานทอง และพายนาค แล้วเอาลวดทอง ลวดเงิน ลวดนาค และสายสิญจน์ผูกปลายพระเกศาแต่ละปอยกับแหวนนพรัตน์ และใบมะตูม ปอยแรกให้ประธานในพระราชพิธีตัด  ปอยที่สองให้ผู้เป็นใหญ่ในตระกูลตัด และปอยที่สามให้บิดาตัดแล้วจึงโกนพระเกศาให้เรียบร้อย ขณะประกอบพิธีตัดปอยพระเกศาโหรจะลั่นฆ้องไชย เป่าสังข์ แตร ประโคมปี่พาทย์&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
หลังจากการโสกันต์แล้วพระเจ้าอยู่หัวไปถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์  ถวายเครื่องไทยทานแล้วเสด็จไปสรงน้ำที่เขาไกรลาส  โดยมีเสนาบดีคอยรับเสด็จสี่คน  สมมุติเป็นท้าวจตุโลกบาลเดินเคียงเสลี่ยงไปสรงน้ำ ณ พระแท่นเชิงเขาไกรลาส พราหมณ์ถวายน้ำกลศ (น้ำเทพมนต์) น้ำสังข์ แล้วเสด็จเข้าไปในพลับพลาเปลื้องเครื่องเพื่อผลัดพระภูษา  จากนั้นเสด็จขึ้นบนยอดเขาไกรลาสเพื่อเฝ้าพระอิศวรขอประทานพร  โดยสมมุติพระบรมวงศ์ใหญ่เป็นพระอิศวรประทับบนพระแท่นบุษบก  เสร็จแล้วเสด็จโดยพระราชยานหรือพระเสลี่ยงเข้ากระบวนแห่เวียนรอบเขาไกรลาสจากซ้ายไปขวา ๓ รอบ แล้วจึงเสด็จกลับ  ในช่วงบ่ายจะประกอบพิธีเวียนเทียนสมโภช  วันรุ่งขึ้นพนักงานจะเชิญพระเกศาไปลอยแม่น้ำ  เป็นอันเสร็จสิ้นพระราชพิธีโสกันต์&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
พระราชพิธีโสกันต์ครั้งสำคัญที่จัดเต็มตามตำราโบราณ คือ  พระราชพิธีโสกันต์[[สมเด็จฯ เจ้าฟ้าจุฬาลงกรณ์ฯ]] (สมัยรัชกาลที่ ๔) และต่อมา ด้วยในแผ่นดินของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ทรงมีพระราชโอรส พระราชธิดาทั้งที่ดำรงพระอิสริยยศชั้นเจ้าฟ้า และพระองค์เจ้าหลายพระองค์  รวมทั้งพระราชพิธีโสกันต์[[สมเด็จเจ้าฟ้าประชาธิปกศักดิเดชน์]] (สมัยรัชกาลที่ ๕) จึงมีแบบแผนที่ชัดเจนและจึงมีลักษณะที่ไม่แตกต่างกันมากนัก&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== พระราชพิธีโสกันต์สมเด็จฯ เจ้าฟ้าประชาธิปกศักดิเดชน์ กรมขุนศุโขไทยธรรมราชา ==&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงจัดงานพระราชพิธีโสกันต์เมื่อสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าประชาธิปกศักดิเดชน์ฯทรงมีพระชนมายุ ๑๒ พรรษา ปรากฏหลักฐานในหนังสือราชกิจจานุเบกษาฉบับวันที่ ๑๑ มีนาคม รัตนโกสินทรศก ๑๒๔ (พ.ศ. ๒๔๔๘)  &amp;lt;ref&amp;gt;หนังสือราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๒๒ , หน้า ๑๑๔๐-๑๑๔๘.&amp;lt;/ref&amp;gt;  ระบุถึงรายละเอียดและลำดับการพระราชพิธีโสกันต์สมเด็จฯเจ้าฟ้าประชาธิปกศักดิเดชน์ฯ ดังนี้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
สมเด็จฯเจ้าฟ้าประชาธิปกศักดิเดชน์ฯทรงฉลองพระองค์ ฟังสวดในพระราชพิธีโสกันต์ เกล้าพระเมาฬีประดับพระเกี้ยวยอด ฉลองพระองค์ผ้าตาดแขนยาว  ทรงกรองพระศอ ฉลองพระองค์ผ้าตาดขาว ทรงกรองพระศอประดับนพพระอังสารูปหงส์คาบหยาดเพชร  ทรงพระสังวาล ทรงพาหุรัด ข้อพระกรสวมปะวะหล่ำ กำไล แหวนรอบและลูกไม้ปลายมือ  ทรงพระภูษาโจงหางหงส์ทับสนับเพลาเชิงงอนปักประดับอัญมณี ทรงสายคาดรัดพระองค์ พระปั้นเหน่งเพชร สวมพระธำมรงค์ ๙ นิ้วพระหัตถ์ ทรงชายไหวชายแครง ปักและประดับด้วยชายครุย   รอบข้อพระบาทสวมทองพระบาทหัวนาคปะวะหล่ำ  แหวนรอบและลูกไม้ข้อพระบาท ทรงถุงพระบาทยาว ฉลองพระบาทปักหุ้มส้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
พระราชพิธีโสกันต์สมเด็จฯเจ้าฟ้าประชาธิปกศักดิเดชน์ฯ จัดขึ้นระหว่างวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ – ๗ มีนาคม รศ. ๑๒๔  นับเป็นคราวที่ ๕๒ ในรัชกาลที่ ๕  และเป็นลำดับที่  ๓๑๒ คราวเดียวกันกับพระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้าอุรุพงศ์รัชสมโภช  เป็นลำดับที่ ๓๑๓  จัดเป็นพิธีโสกันต์ใหญ่มีการจัดเตรียมพระแท่นมณฑลที่[[พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท]]ในวันที่ ๔ มีนาคม รศ. ๑๒๔   &amp;lt;ref&amp;gt;พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว,  คณะอนุกรรมการจัดทำเอกสารและบทความสดุดีบุคคลสำคัญในคณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติ สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี  จัดพิมพ์เรื่อง โคลงดั้นเรื่องโสกันต์ พระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ ๕ และบาญชีตัดจุก รายพระนามแลนามผู้ซึ่งพระบาทสมเด็จฯพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงตัดจุก. กรุงเทพฯ : รุ่งศิลป์การพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๘, หน้า ๘๒.&amp;lt;/ref&amp;gt;   &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
การเฉลิมพระนามสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าประชาธิปกศักดิเดชน์ เป็นเจ้าฟ้าต่างกรมมีพระนามจารึกในพระสุพรรณบัฎว่า [[สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ ฯลฯ เจ้าฟ้ากรมขุนศุโขไทยธรรมราชาฯ]] แล้ว  พระสงฆ์สวดชยันโต  พราหมณ์เป่าสังข์ และประโคมขับอย่างเวลาโสกันต์  พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงหลั่งน้ำพระมหาสังข์และทรงเจิมพระราชทาน โปรดเกล้าฯพระราชทานพระสุพรรณบัฏ และทรงสวมสังวาลย์จักรีบรมวงศ์พระราชทานพร้อมด้วยใบประกาศเฉลิมพระนามและเครื่องยศ คือ  พระมาลาหุ้มตาดเครื่องลงยาราชาวดี ๑ ฉลองพระองค์ทรงประพาศ ๑ เจียรบาด ๑ ประคำทองคำ ๑๐๘ เม็ด สายทองคำ ๑ สาย พระดิ่ง ๕ มีสายทองคำ ๑ สาย พระตะกรุดลงยาประดับเพชรสายทองคำ ๑ สาย พานหมากเสวยทองคำลงยามีเครื่องพร้อม ๑ หีบหมากเสวยทองคำลงยาพระเกี้ยว๑ พระเต้าน้ำพานรองทองคำลงยา ๑ บ้วนพระโอษฐ์ทองคำลงยา ๑ กากระบอกถาดรองทองคำ ๑ ถาดชาป้านจานรองและจุ๊นรองถ้วย ศิลาทองคำ๑ พระแสงนาค ๓ เศียรฝักทองคำลงยา ๑ พระแสงญี่ปุ่นฝักทองคำลงยา ๑ เสร็จแล้ว สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ากรมขุนศุโขไทยธรรมราชาได้ทูลเกล้าถวายต้นไม้ทองเงิน และดอกไม้ธูปเทียนแด่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== พระราชพิธีโสกันต์ในสมัยรัชกาลที่ ๗ ==&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ต่อมาเมื่อสมเด็จฯเจ้าฟ้าประชาธิปกฯ กรมหลวงสุโขทัยธรรมราชาขึ้นครองราชสมบัติเป็นพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๗ เจ้านายที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานโสกันต์คือ [[พระองค์เจ้าจิรศักดิ์สุประภาต]] เมื่อปี พ.ศ.๒๔๗๑  [[พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอินทุรัตนา]] เมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๔  และครั้งสุดท้ายในพ.ศ. ๒๔๗๕  พระราชทานแก่[[พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าหญิงสุทธสิริโสภา]] พระธิดาใน[[สมเด็จเจ้าฟ้าจุฑาธุชธราดิลก กรมหลวงเพ็ชรบูรณ์อินทราชัย]] ก่อน[[การเปลี่ยนแปลงการปกครอง]]เพียงเล็กน้อย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ภายหลังจากการเปลี่ยนแปลงการปกครองจาก[[ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์]]มาเป็นระบอบรัฐธรรมนูญใน พ.ศ. ๒๔๗๕    ราชประเพณีโบราณนี้เป็นอันสุดสิ้นลง พระราชพิธีโสกันต์ไม่มีการจัดอีก   เพราะเจ้านายไว้ผมจุกเริ่มมีน้อย เปลี่ยนเป็นไว้ผมยาวเป็นปกติ    แต่สมัยนี้พบว่ามีประชาชนบางกลุ่มยังคงสืบทอดประเพณีโกนจุกกุลบุตรกุลธิดาที่โบสถ์พราหมณ์ (เสาชิงช้า)  ในทุกปีช่วงเดือนมกราคม&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== บรรณานุกรม ==&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
จอมเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระบาทสมเด็จพระ. ๒๕๔๗. ชุมนุมพระราชาธิบายและประชุมพระราชนิพนธ์&lt;br /&gt;
ภาคปกิณกะพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว. กรุงเทพฯ:&lt;br /&gt;
โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
จุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระบาทสมเด็จพระ.๒๕๓๘. โคลงดั้นเรื่องโสกันต์ : บาญชีตัดจุก รายพระ&lt;br /&gt;
นามแลนาม ผู้ซึ่งพระบาทสมเด็จฯพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงตัดจุก.กรุงเทพฯ :สำนักงานเสริมสร้างเอกลักษณ์ของชาติ.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
จุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระบาทสมเด็จพระ.๒๕๓๘.พระราชพิธีสิบสองเดือน(ปกแข็ง)๒๕๕๒.  	กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์ศิลปาบรรณาคาร.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ชาญวิทย์ เกษตรศิริ (บรรณาธิการ). ๒๕๔๘. “ประกาศการพระราชพิธีลงสรงโสกันต์พระเจ้าลูกเธอ&lt;br /&gt;
ณ วันพุธเดือนยี่ ขึ้น ๔ ค่ำ ปีจอ จัตวาศก”, ประชุมประกาศรัชกาลที่ ๔, กรุงเทพฯ : มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
นิพัทธพงศ์ พุมมา (เรียบเรียง). ๒๕๕๔. พัฒนาการของการโกนจุกในสัคมไทย พิษณุโลก: ดาวเงิน&lt;br /&gt;
การพิมพ์.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
พูนพิศมัย  ดิศกุล, หม่อมเจ้าหญิง. ๒๕๑๗. ประเพณีพิธีไทย. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์และทำปกเจริญ&lt;br /&gt;
ผล.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
หนังสือราชกิจจานุเบกษา เล่ม๒๒ วันที่ ๑๑ มีนาคม รัตนโกสินทรศก ๑๒๔ เรี่อง “พระ&lt;br /&gt;
ราชพิธีมหามงคลการโสกันต์และพระราชทานพระสุพรรณบัฏเฉลิมพระนามสมเด็จ&lt;br /&gt;
พระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าประชาธิปกศักดิเดชน์ และโสกันต์พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้าอุรุพงษ์รัชสมโภช.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ราชบัณฑิตยสถาน  พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.๒๕๒๕&lt;br /&gt;
Bradley Dan Beach, Dr. อักขราภิธานศรับท์ ค.ศ. ๑๘๗๓.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== อ้างอิง ==&lt;br /&gt;
&amp;lt;references/&amp;gt;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Suksan</name></author>
	</entry>
</feed>