<?xml version="1.0"?>
<feed xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom" xml:lang="th">
	<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?action=history&amp;feed=atom&amp;title=%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%89%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A9%E0%B8%B2_%E0%B9%93_%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%9A</id>
	<title>พระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา ๓ รอบ - ประวัติรุ่นแก้ไข</title>
	<link rel="self" type="application/atom+xml" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?action=history&amp;feed=atom&amp;title=%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%89%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A9%E0%B8%B2_%E0%B9%93_%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%9A"/>
	<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%89%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A9%E0%B8%B2_%E0%B9%93_%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%9A&amp;action=history"/>
	<updated>2026-05-10T13:15:01Z</updated>
	<subtitle>ประวัติรุ่นแก้ไขของหน้านี้ในวิกิ</subtitle>
	<generator>MediaWiki 1.42.1</generator>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%89%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A9%E0%B8%B2_%E0%B9%93_%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%9A&amp;diff=12615&amp;oldid=prev</id>
		<title>Apirom เมื่อ 06:04, 19 พฤษภาคม 2560</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%89%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A9%E0%B8%B2_%E0%B9%93_%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%9A&amp;diff=12615&amp;oldid=prev"/>
		<updated>2017-05-19T06:04:31Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;a href=&quot;https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%89%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A9%E0%B8%B2_%E0%B9%93_%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%9A&amp;amp;diff=12615&amp;amp;oldid=11950&quot;&gt;แสดงการเปลี่ยนแปลง&lt;/a&gt;</summary>
		<author><name>Apirom</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%89%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A9%E0%B8%B2_%E0%B9%93_%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%9A&amp;diff=11950&amp;oldid=prev</id>
		<title>Suksan: หน้าที่ถูกสร้างด้วย &#039;&#039;&#039;&#039;&#039;&#039;ผู้เรียบเรียง :&#039;&#039;&#039; รองศาสตราจารย์ ม.ร.ว. พฤทธิสาณ ชุ...&#039;</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%89%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A9%E0%B8%B2_%E0%B9%93_%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%9A&amp;diff=11950&amp;oldid=prev"/>
		<updated>2015-10-09T09:52:45Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;หน้าที่ถูกสร้างด้วย &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;ผู้เรียบเรียง :&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; รองศาสตราจารย์ ม.ร.ว. พฤทธิสาณ ชุ...&amp;#039;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;b&gt;หน้าใหม่&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;&lt;div&gt;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;ผู้เรียบเรียง :&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; รองศาสตราจารย์ ม.ร.ว. พฤทธิสาณ ชุมพล&amp;#039;&amp;#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;ผู้ทรงคุณวุฒิประจำบทความ :&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; รองศาสตราจารย์ ดร.สนธิ เตชานันท์&amp;#039;&amp;#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== ความนำ ==&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
ตามความเชื่อของไทยและหลายชาติในเอเชีย วาระครบรอบนักษัตร (รอบละ ๑๒ ปี) เป็นวาระสำคัญแห่งช่วงชีวิตของคนเรา จึงถือว่าเป็นวาระพิเศษ ดังนั้นเมื่อ[[พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว]]ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ ๓ รอบ (๓๖ พรรษา) ในวันที่ ๘ พฤศจิกายน ปีมะเส็ง พ.ศ. ๒๔๗๒ ซึ่งเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เสด็จขึ้นทรงครองราชย์เมื่อ ๔ ปีก่อนหน้านั้น (และในที่สุดเป็นการครบรอบนักษัตรครั้งเดียวในรัชกาล) จึงได้มีการจัดงานพระราชพิธีเป็นเวลาหลายวันกว่าทุกปี คือเพิ่มจาก ๔ วัน เป็น ๗ วัน อีกทั้งมีพิธีการอื่นๆ ที่จัดขึ้นเป็นพิเศษด้วย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== พระราชพิธี ==&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
พระราชพิธีฉลองพระชนมพรรษาและเฉลิมพระชนมพรรษาครบ ๓ รอบ จัดขึ้นระว่างวันที่ ๖-๑๒ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๗๒ รวมทั้งสิ้น ๗ วัน มีรายละเอียดมากมาย  ในที่นี้จะได้นำเสนอแต่โดยสังเขปให้ทราบว่าพิธีกรรมของแต่ละวันนั้นมีนัยสำคัญหลักๆ เช่นใด&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;วันที่ ๖ พฤศจิกายน&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; พิธีกรรมในวันนี้อาจกล่าวได้ว่าเป็นการ “เบิกโรง” การพระราชพิธี โดยเมื่อเวลา &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;๑๘.๓๐ น.&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; เสด็จฯ ไปยังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม [[พระที่นั่งอัมรินทรวินิจฉัย]] และ[[พระที่นั่งไพศาลทักษิณ]] ในพระบรมมหาราชวังตามลำดับ ทรงประกอบพระราชพิธีตั้ง&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;สมณศักดิ์&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; ประทับทรงสดับ&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;พระสงฆ์สวดมนต์&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; ทรงพระสุหร่าย (พรมน้ำมนต์) และ&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;ทรงเจิมพระพุทธรูปประจำพระชนมพรรษา&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;ปางขอฝน&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;ที่หล่อใหม่ในโอกาสพิเศษนี้&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; (ซึ่งทรงเททองหล่อเมื่อวันที่ ๑๙ ตุลาคม) &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;ทรงจุดเทียนเท่าพระองค์&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;ทรงบูชาเทวดาและพระสยามเทวาธิราช&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; และทรงบูชาพระแล้ว ทรงจุดเทียนพระราชทานชาวที่ (เจ้าพนักงาน) ไป&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;จุดดอกไม้เพลิงเป็นพุทธบูชา&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;ในการฉลองพระ&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;วันที่ ๗ พฤศจิกายน เวลา ๑๑.๐๐ น.&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; เสด็จประทับพระที่นั่งอมรินทร์ฯ เพื่อทรง&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;ทำบุญเลี้ยงพระ&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;และสังเวยเทวดา&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; อีกทั้งทรงหลั่งน้ำเต้าทักษิโนทกพระราชทานเจ้านายที่ทรงพระเยาว์ไปประพรม&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;ปล่อย สุกร เป็ด ไก่ และนก&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;เวลา ๑๖.๔๕&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; เสด็จประทับพระที่นั่งอัมรินทร์ฯ ใน&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;พิธีสงฆ์และพิธีบูชาเทวดา&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; ทั้งที่นั่นและที่พระที่นั่งไพศาลทักษิณ โดยพระที่นั่งสององค์นี้อยู่ติดกัน พระที่นั่งองค์แรกเป็นท้องพระโรงหน้าในเขตฝ่ายหน้า พระที่นั่งองค์หลังเป็นท้องพระโรงหลังในเขตฝ่ายในและประดิษฐานพระสยามเทวาธิราช ถัดเข้าไปเป็นพระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน ทั้งสามองค์รวมกันเรียกว่า[[หมู่พระราชมณเฑียร]]&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;วันที่ ๘ พฤศจิกายน&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; ซึ่งตรงกับวันเฉลิมพระชนมพรรษา จึงมีพิธีกรรมหลายอย่าง คือ โปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพนักงานนำ&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;ภัตตาหารเช้าไปถวายยังสำนักสงฆ์ ณ พระอาราม&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;เวลา ๑๒.๐๐ น. เสด็จออกมหาสมาคม&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; ณ [[พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท]]ให้เจ้านายและข้าราชการเฝ้าฯ ตามตำแหน่ง ทรง&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;สถาปนาตั้งกรม&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;ตั้งพระองค์เจ้า&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;และเจ้าพระยา&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;พระราชทานตราจุลจอมเกล้าพร้อมด้วยโต๊ะทอง กาทอง&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; เจ้านายที่ได้ทรงสถาปนาถวายต้นไม้ทองเงินและดอกไม้ธูปเทียน พระราชทานพระบรมราโชวาท ตั้งข้อสังเกตได้ว่า มาในรัชกาลปัจจุบันนี้ การเสด็จออกมหาสมาคมมักจะเป็นที่พระที่นั่งอัมรินทร์ โดยมีการอ่านคำถวายพระพร และการพระราชทานพระราชดำรัสตอบเท่านั้นในพิธีช่วงเช้าของวันเฉลิมพระชนมพรรษา ส่วนการพระราชทานตราจุลจอมเกล้าจัดเป็นอีกพิธีหนึ่งต่างหาก&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
เสด็จประทับพระที่นั่งพิมานรัตยา ซึ่งเป็นเขตฝ่ายในเบื้องหลังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ประทับคู่กับสมเด็จพระบรมราชินี (ในพระสถานะมหาสวามินี เครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;ฝ่ายใน&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;) &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;พระราชทานตราจุลจอมเกล้าฝ่ายใน&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
เสด็จออกที่เกยพระที่นั่งอาภรณพิโมกข์ปราสาท ประทับพระราชยานพุตตาลทอง (คานหาม) เสด็จเป็นกระบวน&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;ราบใหญ่&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; ไปเทียบที่เกยประตูหลังวัดพระแก้ว (นับเป็นการเสด็จพระราชดำเนินทางสถลมารคเพียงในบริเวณเขตพระราชฐานชั้นกลางและชั้นนอก แต่ทั้งนี้ ราษฎรย่อมได้เฝ้าฯ ชมพระบารมีเมื่อเสด็จฯ โดยรถยนต์พระที่นั่งจาก[[พระที่นั่งอัมพรสถาน]] [[พระราชวังดุสิต]]ไปยังพระบรมมหาราชวังทุกวันที่มีพระราชพิธี) เสด็จนำไปยัง&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;ประสาทพระเทพบิดรเพื่อถวายบังคมพระบรมรูปอดีตพระมหากษัตริย์  ๖ รัชกาล&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; แล้วเสด็จกลับไปที่เทียบเกยพระที่นั่งบรมพิมาน&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
อนึ่ง &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;ผู้ที่ทรงสถาปนาในวันนี้&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; มีดังต่อไปนี้ [[กรมพระดำรงราชานุภาพ]]ขึ้นเป็น[[สมเด็จกรมพระยา กรมหลวงกำแพงเพชรอัครโยธิน]]ขึ้นเป็นกรมพระ [[หม่อมเจ้าอาภาพรรณี สวัสดิวัตน์]] (พระมารดาสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี) ขึ้นเป็น พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้า พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าไตรทศประพันธ์ ขึ้นเป็นพระองค์เจ้าต่างกรมที่[[กรมหมื่นเทววงศ์วโรทัย]] [[หม่อมเจ้าบวรเดช กฤดากร]]ขึ้นเป็นพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้า หม่อมเจ้ามนัศสวาสดิ์ ศุขสวัสดิ์ (พระพี่เลี้ยงแต่ครั้งทรงพระเยาว์) ขึ้นเป็นพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้า พระยาเทพอรชุนขึ้นเป็นเจ้าพระยาพิชเยนทรโยธิน และพระยาราชนุกุลขึ้นเป็นเจ้าพระยามุขมนตรี&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;เวลา ๑๗.๔๕ น.&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; พระราชพิธีช่วงบ่ายที่พระที่นั่งไพศาลฯ และพระที่นั่งอมรินทร์ฯ นี้เป็นการสวดมนต์และการบูชานพเคราะห์ แต่มีความพิเศษตรงที่มีการถวาย&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;พระธรรมเทศนามหามงคลวิเศษ&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; ซึ่งเป็นธรรมเนียมต้องถวายในการเฉลิมพระชนมพรรษา เพื่อเป็นการสรรเสริญพระบารมีและการเจริญพระสติให้ทรงดำรงพระจริยวัตรอยู่ในทศพิธราชธรรม&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;วันที่ ๙ พฤศจิกายน เวลา ๑๘.๐๐ น.&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; เสด็จสู่พระที่นั่งอัมรินทร์ ทรงประเคนผ้าไตรแก่พระสงฆ์แล้วเสด็จไปทรงบูชาพระสยามเทวาธิราชบนพระที่นั่งไพศาลฯ แล้วเสด็จออกพระที่นั่งอมรินทร์อีกครั้ง ทรงศีลแล้ว พระสงฆ์ธรรมยุติ ๖๐ รูป มีสมเด็จพระสังฆราชเจ้า(กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์) เป็นประธานสวด&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;มหาสมยสุตตและจุลราชปริตต&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; มีต้นและท้ายซึ่งสอดควบกันโดยมหาสมัยสูตรเป็นบทสวดว่าด้วยการชุมนุมใหญ่ของเทพยดาในสมัยพุทธกาล และเป็นบทสวดมนต์หลวงที่ใช้ในงานมงคลสำคัญจริงๆ &lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;วันที่ ๑๐ พฤศจิกายน เวลา ๑๐.๓๕ น.&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; เป็นการทรงทำบุญเลี้ยงพระและสังเวยเทวดาที่พระที่นั่งอมรินทร์ฯ อีกคำรบหนึ่ง ความพิเศษของขั้นตอนนี้อยู่ที่การเสด็จประทับพระที่นั่งราชฤดีเพื่อทรงเครื่องเศวตพัสตร์ (นุ่งขาวห่มขาว) แล้วเสด็จออกทรงจุดเทียนที่โต๊ะสังเวยเทวดากลางหาว แล้วเสด็จขึ้นประทับพระแท่นสรงภายใต้นพปฎลมหาเศวตฉัตรเพื่อทรง&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;สรงพระมุรธาภิเษกสนาน&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; (สรงน้ำชำระพระวรกายให้ปราศจากมลทิน) เช่นเดียวกับในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกเมื่อต้นรัชกาล สมเด็จพระสังฆราชเจ้าถวายน้ำ พราหมณ์ถวายน้ำ แล้วทรงเปลี่ยนฉลองพระองค์ ทรงพระแสงดาบประจำรัชกาล เสด็จกลับสู่พระที่นั่งอมรินทร์ พระราชทานวัตถุปัจจัยแก่พระสงฆ์และพัดรัตนาภรณ์ (เครื่องราชอิสริยาภรณ์ส่วนพระองค์) แก่พระราชาคณะ ทรงหลั่งพระเต้าทักษิโณทกพระราชทานหม่อมเจ้าที่ยังเยาว์ไปประพรม&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;ปล่อยปลา&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; (โดยในวันที่ ๗ ไม่ได้มีการปล่อยปลา) จากนั้น&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;พระราชทานเงินตราและผ้านุ่งห่มแก่ข้าราชการสูงอายุตั้งแต่ ๗๐ ปีขึ้นไป&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; ทั้งฝ่ายหน้าฝ่ายในรวม ๓๗ (เท่าพระชนมายุ บวก ๑ ปี) แล้วเสด็จขึ้นประทับพระที่นั่งไพศาลฯ ทรงรับของเจ้านายแล้วเสด็จกลับ พราหมณ์เบิกแว่นเวียนเทียนสมโภชพระราชมณเฑียร&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
เวลา ๒๐.๓๐ น. เสด็จออกพระที่นั่งอัมพรสถาน &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;พระราชวังดุสิต&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; พระราชทาน&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;เลี้ยงพระกระยาหารแก่เจ้านายฝ่ายหน้าฝ่ายใน&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; ในขณะที่โปรดเกล้าฯ ให้กระทรวงการต่างประเทศเลี้ยงทูตานุทูต ณ &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;วังสราญรมย์&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; (ที่ทำการทระทรวงการต่างประเทศ) แล้วเวลา ๒๓.๐๐ น. เสด็จพร้อมด้วยสมเด็จฯ และเจ้านายฝ่ายหน้าฝ่ายใน ออกท้องพระโรง[[พระที่นั่งอนันตสมาคม]]ให้&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;คณะทูตานุทูต&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;เฝ้าฯ แล้ว เสด็จออกท้องพระโรงหน้าให้&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;ข้าราชการซึ่งโปรดเกล้าฯ ให้มาในงานสโมสรสันนิบาตเฝ้าฯ&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; และรับพระราชทานเลี้ยงอาหารว่าง และมีพระราชปฏิสันถารด้วย ทั้งสองประการนี้เป็นปกติในงานเฉลิมฯ ทุกปี&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
พระราชกรณียกิจต่อไปนี้ไปเห็นได้ชัดว่าเป็น&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;เนื่องในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษาครบ ๓&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; รอบ &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;โดยเฉพาะ&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; กล่าวคือ&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;วันที่ ๑๐ พฤศจิกายน เวลา ๑๑.๐๐ น.&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; เสด็จประทับพระที่นั่งอมรินทร์ฯ ทรงประเคนผ้าไตรย่ามแก่พระพิมลธรรมเจ้าอาวาสวัดมหาธาตุฯ ผู้นำกับ&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;พระสงฆ์สหชาติปีมะเส็ง พ.ศ. ๒๔๓๖&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; อีก ๓๒ รูป (สหชาติหมายถึงผู้ที่เกิดในปีนักษัตรและรอบเดียวกันกับพระองค์) ทรงศีลแล้วทรงประเคนภัตตาหารแก่พระสงฆ์ พระสงฆ์ฉันแล้ว ทรงประเคนไทยธรรมกับพัดและซองบุหรี่มีรูปงูลงยาสีเขียว (สัญลักษณ์ปีนักษัตรและวันพุธวันพระราชสมภพ) พระสงฆ์สวดคาถาถวายพระพรพิเศษ&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;เวลา ๑๗.๐๐ น. เสด็จออกสนามหญ้าหน้าพระที่นั่งอัมพรสถาน&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; ในการ&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;อุทยานสโมสร&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;เจ้านายและข้าทูลละอองธุลีพระบาท ราชสกุล ราชินิกุลฝ่ายหน้าฝ่ายใน &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;อุปชาติปีมะเส็ง&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; (อุปชาติหมายถึงผู้ที่เกิดในปีนักษัตรเดียวกันแต่ต่างรอบกับพระองค์) เฝ้าฯ มีพระราชปฏิสันถาร พระราชทานเลี้ยงน้ำชาเครื่องว่าง&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
นอกจากนั้น ทรง&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;อุทิศพระราชทานชิงเทียนทองเหลืองตรางูพันลูกศร&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; (สัญลักษณ์ปีมะเส็งนักษัตรและสร้อยพระนาม “ศักดิเดชน์”) ไปยังปูชนียสถาน &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;๓๗ แห่ง&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;ด้วย (ตัวเลข ๓๗ คือ ๓๖ พรรษา บวก ๑ เพื่อความเป็นมงคล)&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;วันที่ ๑๒ พฤศจิกายน เวลา ๒๐.๓๐ น.&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; เสด็จออกพระที่นั่งอนันต์ &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;ข้าทูลละอองธุลีพระบาทสหชาติปีมะเส็ง พ.ศ. ๒๔๓๖&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; ทั้งฝ่ายหน้าฝ่ายใน รวม ๔๙๖คนเฝ้าฯ มีพระราชปฏิสันถารแล้วประทับเสวยพระกระยาหารพระราชทาน&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;แหนบลูกศรกับซองบุหรี่มีรูปงูลงยาสีเขียว&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;ทั่วกัน&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
เห็นได้ว่า ในวโรกาสที่สำคัญเกี่ยวกับพระองค์เองนี้ ได้ทรงแผ่พระเมตตากรุณาคุณเชื่อมสัมพันธ์กับผู้ที่เกิดในปีมะเส็งเช่นเดียวกับพระองค์ทุกรุ่นอายุ และหมู่เหล่าต่างๆ ตั้งแต่พระสงฆ์ เจ้านายฝ่ายหน้าฝ่ายใน และข้าทูลละอองธุลีพระบาทระดับต่างๆ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== พระราชกรณียกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ==&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
นอกจากนั้น ยังมี&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;พระราชกรณียกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;แทรกในวันอื่นๆ ของการพระราชพิธี ดังนี้&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;วันที่ ๘ พฤศจิกายน เวลา ๒๒.๐๐ น.&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; ทรงรถยนต์พระที่นั่งจากพระที่นั่งอัมพรฯ ไปยัง[[ท่าวาสุกรี]]ประทับเรือยนต์พระที่นั่งเสด็จ&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;ทอดพระเนตรการแต่งโคมไฟทางน้ำ&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; ซึ่งราษฎรจัดแต่งสถานที่สำคัญและบ้านเรือนร่วมเฉลิมฉลอง&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;วันที่ ๙ พฤศจิกายน เวลา ๑๖.๑๐ น.&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; เสด็จยัง&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;พระราชอุทยานสราญรมย์ให้ลูกเสือและนักเรียนชายหญิงอุปชาติปีมะเส็ง พ.ศ. ๒๔๖๐&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; (คือที่มีอายุ ๑๒ ปีในปีนั้น) &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;รวมทั้งสิ้น ๓,๕๑๘ คน&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; พร้อมครูผู้ควบคุมเฝ้าฯ โดยมีเด็กชายหมึก บุนนาค อ่านคำถวายพระพรในนามนักเรียน พระราชทานพระบรมราโชวาท และเสมาแก่พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าธานีนิวัติ เสนาบดีกระทรวงธรรมการรับไปแจกนักเรียนอุปชาติทั้งหลายด้วย&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
พระบรมราโชวาท “ว่าด้วยลักษณะเอาอย่าง องค์นั้น” มีความบางตอนว่า&lt;br /&gt;
 	&lt;br /&gt;
“ในปีนี้ข้าจะทำบุญอายุครบ ๓ รอบ กระทำให้หวนระลึกถึงพวกเจ้าซึ่งอายุพึ่งครบหนึ่งรอบนี้ด้วย ตามธรรมดาคนเราจะมีชีวิตอยู่ได้ก็ราว ๖ รอบเศษเท่านั้น เพราะฉะนั้นเมื่ออายุครบ ๓ รอบ ก็นับว่าเข้าเขตต์ที่จะแก่ลงไป พวกเจ้านั้นพึ่งจะครบรอบเดียว ยังมีเวลาที่จะอยู่ทำประโยชน์ให้แก่ชาติอีกมากมาย...” และทรงแนะนำว่า&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
“เราจะเรียนแต่เอาอย่างนั้นไม่ได้ ต้องเรียนคิดเองด้วยจึงจะเจริญแท้...พวกเจ้านั้น การศึกษาเจริญขึ้นมากแล้ว ควรจะมุ่งมั่นใช้ความคิดให้เป็นผลดียิ่งขึ้นอีก ไม่ใช่เรียนจำตามที่สอนเท่านั้น ต้องฝึกใช้ความคิด ไม่ใช่เชื่ออย่างงมงาย...ต้องคิดอีกทีหนึ่งว่าจะทำอย่างไรจึงจะดีขึ้นได้อีก ต้องพยายามเรียนตลอดชีวิต...”       &amp;lt;ref&amp;gt;บรรเจิด อินทุจันทร์ยง (บรรณาธิการ). ๒๕๓๗. จดหมายเหตุพระราชกิจรายวันพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาประชาธิปก พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๗. ภาคปลาย. กรุงเทพฯ: วัชรินทร์การพิมพ์. หน้า ๖๑๙-๖๒๙.&amp;lt;/ref&amp;gt; 	การที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นักเรียนและลูกเสืออายุ ๑๒ ปีได้เฝ้าฯ ในครั้งนี้ แสดงถึงพระอุปนิสัยโปรดเด็กๆ ซึ่งเห็นได้จากที่ทรงพระราชอุปการะไว้ในวังหลายคน และทรงสั่งสอนในลักษณะเดียวกันนี้ ซึ่งเป็นคติเกี่ยวกับการเรียนรู้ที่เป็นอมตะ&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;ครั้นเวลา ๒๒.๐๐ น&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; วันเดียวกัน ทรงรถยนต์พระที่นั่งจากพระที่นั่งอัมพรสถาน เสด็จ&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;ทอดพระเนตรการแต่งโคมไฟทางบก&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
สรุปรวมได้ว่า ในการเฉลิมพระชนมพรรษาครบ ๓ รอบนี้ มีทั้งงานพระราชพิธีซึ่งอนุโลมปฏิบัติตามพระราชประเพณี และพิธีการอื่นๆ ซึ่งเป็นโอกาสให้บุคคลหมู่เหล่าต่างๆ ตั้งแต่เจ้านายฝ่ายหน้าฝ่ายใน พระสงฆ์ ข้าราชการ ข้าราชสำนัก ตลอดจนราษฎรวัยต่างๆ ได้เข้าเฝ้าฯ ชื่นชมพระบารมีและทรงแผ่พระบารมีโดยทั่วถึง&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
อนึ่ง ในช่วงของพระราชพิธีในพระบรมมหาราชวังนั้น พึงสังเกตว่าฉลองพระองค์ที่ทรงเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละวาระ ซึ่งเป็นฉลองพระองค์ทหารตามพระราชประวัติของพระองค์เองซึ่งทรงเป็นทหารอาชีพเรียงลำดับจากฉลองพระองค์ทหารปืนใหญ่ ทหารม้า ทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ และทหารอากาศ จอมพลผู้บังคับการพิเศษโรงเรียนนายร้อยทหารบก จอมพลทหารเรือ ถึงจอมพลทหารบก แสดงถึงความมีพระราชหฤทัยใส่ในการเพิ่มรายละเอียดเชิงสัญลักษณ์ซึ่งทรงใช้เป็นวิธีการผูกจิตผูกใจให้ผู้คนหมู่เหล่าต่างๆ มีความจงรักภักดีในพระองค์&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== บรรณานุกรม ==&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
บรรเจิด อินทุจันทร์ยง (บรรณาธิการ). ๒๕๓๖. ประมวลพระบรมราโชวาทและพระราชดำรัสพระบาทสมเด็จ	พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว. กรุงเทพฯ: วัชรินทร์การพิมพ์. พิมพ์ครั้งที่ ๑.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
บรรเจิด อินทุจันทร์ยง (บรรณาธิการ). ๒๕๓๗. จดหมายเหตุพระราชกิจรายวันพระบาทสมเด็จพระปรมินทร	มหาประชาธิปก พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๗. ภาคปลาย. กรุงเทพฯ: วัชรินทร์การพิมพ์.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
www. Dhammajak. Net/board/viewtype.php?t=15461. เข้าถึงเมื่อ ๒๔ เมษายน ๒๕๕๘&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
www.polyboon.com/kumpra/06-07.php. เข้าถึงเมื่อ ๒๔ เมษายน ๒๕๕๘&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
th. Wikipidia.org/wiki/มหาสมัยสูตร. เข้าถึงเมื่อ ๒๔ เมษายน ๒๕๕๘&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== อ้างอิง ==&lt;br /&gt;
&amp;lt;references/&amp;gt;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Suksan</name></author>
	</entry>
</feed>