<?xml version="1.0"?>
<feed xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom" xml:lang="th">
	<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?action=history&amp;feed=atom&amp;title=%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5%E0%B8%89%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A5_%28%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%A2_%E0%B8%A1%E0%B8%B8%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B8%87_%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B2_%E0%B8%82%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%AD%E0%B8%87%29</id>
	<title>พระราชพิธีฉัตรมงคล (ชาติชาย มุกสง และปริญญา ขุนทอง) - ประวัติรุ่นแก้ไข</title>
	<link rel="self" type="application/atom+xml" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?action=history&amp;feed=atom&amp;title=%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5%E0%B8%89%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A5_%28%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%A2_%E0%B8%A1%E0%B8%B8%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B8%87_%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B2_%E0%B8%82%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%AD%E0%B8%87%29"/>
	<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5%E0%B8%89%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A5_(%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%A2_%E0%B8%A1%E0%B8%B8%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B8%87_%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B2_%E0%B8%82%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%AD%E0%B8%87)&amp;action=history"/>
	<updated>2026-04-16T04:43:09Z</updated>
	<subtitle>ประวัติรุ่นแก้ไขของหน้านี้ในวิกิ</subtitle>
	<generator>MediaWiki 1.42.1</generator>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5%E0%B8%89%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A5_(%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%A2_%E0%B8%A1%E0%B8%B8%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B8%87_%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B2_%E0%B8%82%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%AD%E0%B8%87)&amp;diff=13134&amp;oldid=prev</id>
		<title>Apirom: สร้างหน้าด้วย &quot; เรียบเรียงโดย : ดร.ชาติชาย มุกสง&amp;nbsp;และ นายปริญญา ขุนทอง&amp;nbs...&quot;</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5%E0%B8%89%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A5_(%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%A2_%E0%B8%A1%E0%B8%B8%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B8%87_%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B2_%E0%B8%82%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%AD%E0%B8%87)&amp;diff=13134&amp;oldid=prev"/>
		<updated>2017-12-15T06:39:55Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;สร้างหน้าด้วย &amp;quot; เรียบเรียงโดย : ดร.ชาติชาย มุกสง และ นายปริญญา ขุนทอง&amp;amp;nbs...&amp;quot;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;b&gt;หน้าใหม่&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;
เรียบเรียงโดย : ดร.ชาติชาย มุกสง&amp;amp;nbsp;และ นายปริญญา ขุนทอง&amp;amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ผู้ทรงคุณวุฒิประจำบทความ : รศ.ดร.นิยม รัฐอมฤต&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;พระราชพิธีฉัตรมงคล&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;lt;br/&amp;gt; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; พระราชพิธีฉัตรมงคลเป็นเครื่องหมายยืนยันว่าพระมหากษัตริย์ได้เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ เป็นกษัตริย์ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ ประกอบด้วย[[ทศพิธราชธรรม]]โดยพระปรีชาสามารถได้นำความร่มเย็นเป็นสุขมาสู่ประเทศและประชาชน ในสภาวการณ์เป็นกษัตริย์ผู้ปกครองประเทศโดยสมบูรณ์ พระราชพิธีบรมราชาภิเษกเป็นเครื่องหมายแสดงว่าการดำรงฐานะเป็นกษัตริย์เกิดขึ้นแล้วอย่างสมบูรณ์ซึ่งฉัตรเป็นราชูปโภคที่สำคัญที่แสดงความเป็นกษัตริย์ และพระราชพิธีฉัตรมงคลก็เป็นการรำลึกถึงการเสด็จขึ้นครองราชย์จอมกษัตริย์นั่นเอง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;br/&amp;gt; &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;“ ฉัตร ” เครื่องแสดงความเป็นกษัตริย์&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;lt;br/&amp;gt; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp;พระราชพิธีฉัตรมงคล เป็นพระราชพิธีที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีเนื่องในวันคล้ายวันบรมราชาภิเษกของพระมหากษัตริย์ &amp;amp;nbsp;แต่เดิมไม่มีพระราชพิธีเนื่องในโอกาสนี้ มีแต่เพียงพิธีสมโภชเครื่องราชูปโภคในเดือน ๖ พระราชพิธีฉัตรมงคลเป็นพระราชพิธีเฉลิมฉลองพระมหาเศวตฉัตร เครื่องราชกกุธภัณฑ์ &amp;amp;nbsp;และพระแสงสำคัญประจำรัชกาล ในวาระคล้ายวันบรมราชาภิเษกของพระมหากษัตริย์ เศวตฉัตรเป็นสิ่งสำคัญอันสูงสุด เป็นที่เคารพจึงต้องมีการฉลองสมโภชกันเป็นประเพณี ธรรมเนียมก่อนนั้น เมื่อเปลี่ยนปีใหม่ ถึงเดือน๖ พนักงานข้างหน้าข้างในที่รักษาเครื่องราชูปโภค ต้องทำการสมโภชเครื่องราชูปโภค ครั้นมาถึงแผ่นดิน[[พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว]]บรมราชาภิเษกในวันพฤหัสบดีเดือน ๖ ขึ้น ๑๕ ค่ำ ปีกุน ตรีศก จุลศักราช ๑๒๑๓ &amp;amp;nbsp;ทรงมีพระราชดำริว่า วันบรมราชาภิเษกนั้นเป็นมหามงคลสมัย ถือเป็นวันนักขัตฤกษ์มงคลกาล และตรงกับวันที่เจ้าพนักงานเคยสมโภชเครื่องราชูปโภคแต่เดิมมา ควรจะได้มีการสมโภชพระมหาเศวตฉัตรให้เป็นสวัสดิมงคลแก่ราชสมบัติ จึงได้ทรงพระราชดำริจัดการพระราชกุศลซึ่งพระราชทานชื่อว่า ฉัตรมงคล&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;br/&amp;gt; &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;ขนบประเพณี พระราชพิธีฉัตรมงคลในพระราชพิธีสิบสองเดือน&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;lt;br/&amp;gt; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp;เมื่อพระมหากษัตริย์ได้ทรงประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษกเสด็จประทับภายใต้นพปฎลมหาเศวตฉัตร ซึ่งเป็นเครื่องราชกกุธภัณฑ์ที่สำคัญ เป็นเครื่องหมายแสดงความเป็นพระมหากษัตริย์โดยสมบูรณ์ จึงมีพระราชพิธีฉัตรมงคลตามแบบโบราณราชประเพณี ในพระราชนิพนธ์เรื่องพระราชพิธีสิบสองเดือน[[พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว]] ทรงอธิบายความเป็นมาของพระราชพิธีฉัตรมงคลไว้ว่า แต่เดิมเมื่อถึงเดือนอันเป็นเวลาหลังจากเปลี่ยนขึ้นปีใหม่ตามคติกาลโบราณ พนักงานข้างหน้าข้างในบรรดาซึ่งรักษาเครื่องราชูปโภค รักษาตำแหน่งหน้าที่ พอถึงสมัย[[รัชกาลที่_๔]] ทรงประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษกในวันพฤหัสบดี เดือน ๖ ขึ้น ๑๕ ค่ำ ปีกุน จุลศักราช ๑๒๑๓ ตรงกับ พ.ศ. ๒๓๙๔ ทรงพระราชดำริว่า วันบรมราชาภิเษกเป็นมหามงคลสมัย ประเทศทั้งปวงซึ่งมีพระเจ้าแผ่นดินปกครองย่อมถือวันนั้นเป็นนักขัตฤกษ์มงคลกาล และโดยเป็นวันบรมราชาภิเษกของรัชกาลที่๔ เฉพาะตรงกับสมัยเจ้าพนักงานสมโภชเครื่องราชูปโภค จึงได้ทำการพระราชกุศล และสมโภชเป็นพิธีหลวง เรียกว่า ฉัตรมงคล พอมาถึงสมัย[[รัชกาลที่๕]] ทรงประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษกในเดือน ๑๒ ในระยะแรกยังคงทรงบำเพ็ญพระราชกุศลและสมโภชเครื่องราชูปโภชในเดือน ๖ ตามที่เคยมีมาในรัชกาลก่อน เพราะว่าบรรดาพระบรมวงศานุวงศ์ยังเข้าใจว่าการพระราชกุศลดังกล่าวเป็นการสมโภชพระที่นั่ง ต่อมาเมื่อรัชกาลที่๕ทรงสร้างตราจุลจอมเกล้าแล้ว จึงได้เปลี่ยนการประกอบพระราชพิธีฉัตรมงคลไปในเดือน๑๒ และทรงกระทำตามตามแบบอย่างในแผ่นดินรัชกาลที่๔ คือ มีพระราชพิธี๓วัน มีพิธีสงฆ์สมโภช เวียนเทียนเครื่องราชกกุธภัณฑ์และพระแสงประจำรัชกาล ทรงเพิ่มเติมให้อาลักษณ์อ่านคำประกาศ ทหารบกและเรือยิงสลุต และเสด็จพระราชดำเนินพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์แก่พระบรมวงศานุวงศ์และข้าราชการ พอถึงสมัยรัชกาลที่๖ พระราชพิธีเหมือนเมื่อครั้งสมัยรัชกาลที่๕ แต่เพิ่มการพระราชกุศลทักษิณานุปทานแด่พระบูรพมหากษัตริยาธิราชขึ้นทำให้ต่อมาพระราชพิธีฉัตรมงคลในสมัยรัชกาลต่อๆมา ก็ได้อาศัยแนวทางดังกล่าว และทำในวันคล้ายวันบรมราชาภิเษกตลอดจนมาถึงปัจจุบัน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;br/&amp;gt; &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;พระมหากษัตริย์ประมุขของสังคม&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;lt;br/&amp;gt; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp;พระราชพิธีฉัตรมงคลเป็นวันที่ระลึกถึงวันบรมราชาภิเษก เพราะเป็นวัฒนธรรมที่สำคัญของไทยเป็นพิธีการแสดงถึงการยอมรับนับถือต่อประมุขของสังคม ซึ่งเป็นหัวใจของการปกครองและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของชาติ ไทยเคยมีพิธีรับรองฐานะหรือต้อนรับ ความเป็นประมุขของสังคมอย่างเป็นกิจจะลักษณะมาแล้วตั้งแต่สมัยสุโขทัย สมัยพ่อขุนผาเมืองอภิเษกพ่อขุนบางกลางหาวให้เป็นผู้ปกครองเมืองสุโขทัยที่ปรากฏในหลักฐานศิลาจารึกสมัยสุโขทัย จนสมัยรัชกาลที่ ๑ ทรงสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์เป็นราชธานี ทรงฟื้นฟูวัฒนธรรมของชาติทุกสาขาโดยเฉพาะอย่างยิ่งฟื้นฟูพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ทรงตั้งกรรมการประกอบด้วยผู้รู้แบบราชประเพณีครั้งกรุงศรีอยุธยามีเจ้าพระยาเพชรพิชัยเป็นประธาน ฐานะกษัตริย์ซึ่งเดิมยึดถือเป็นพ่อเมืองผู้ปกครองประชาชนประดุจพ่อปกครองลูก ต่อมาได้รับอิทธิพลวัฒนธรรมมอญจากอาณาจักรทวารวดีพระราชพิธีที่[[พระมหากษัตริย์]]ทรงบำเพ็ญ[[ทศพิธราชธรรม]] เป็นธรรมิกราชเหมือนพระเจ้าสมมติราชแห่งคัมภีร์พระธรรมศาสตร์ เมื่อเอาลัทธิเทวราชของเขมรมาใช้ กษัตริย์นั้นเป็นอวตารของพระผู้เป็นเจ้า [[พระราชพิธีบรมราชาภิเษก]]จึงเริ่มด้วยการที่พราหมณ์จะสาธยายมนต์ เชิญพระผู้เป็นเจ้ามาสู่กษัตริย์ให้กษัตริย์แต่งตัวเหมือนกับชุดพระอิศวร ลัทธิเทวราชของเขมรนั้นติดอยู่เพียงแค่เปลือกนอกโดยจิตใจของคนไทยยอมรับแต่เรื่องเหล่านี้เป็นเครื่องประกอบพระราชอิสริยยศเท่านั้น คือกษัตริย์ที่ยังไม่ได้ทำพิธีบรมราชาภิเษกจะไม่ใช้คำว่า พระบาท นำหน้า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว คำสั่งของพระองค์ก็ไม่เรียกว่า พระบรมราชโองการ และที่สำคัญไม่มีการใช้นพปฎลเศวตฉัตรหรือฉัตรขาว ๙ ชั้น ต่อมารัชกาลที่๔ ทรงดำริว่า ในอารยประเทศย่อมนับถือว่า วันคล้ายบรมราชาภิเษกเป็นวันมงคลสมัยควรเฉลิมฉลองจึงทรงเริ่มวันฉัตรมงคลขึ้นเนื่องจากธรรมเนียมใหม่นี้อธิบายให้ใครฟังก็ไม่มีใครเข้าใจ เผอิญวันนั้นตรงกับวันบรมราชาภิเษกไปตรงกับวันสมโภชเครื่องราชูปโภค จึงทรงอธิบายว่า วันฉัตรมงคลเป็นวันสมโภชเครื่องราชูปโภคทำให้ไม่มีใครติดใจสงสัยอะไร&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;br/&amp;gt; &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;ฉัตรมงคล&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;lt;br/&amp;gt; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp;พระราชพิธีฉัตรมงคลในรัชการที่ 9 กำหนดเป็น๓วันคือวันที่๓พฤษภาคม มีงานบำเพ็ญพระราชกุศลแด่สมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชในราชวงศ์จักรีทุกพระองค์ซึ่งกระทำทุกครั้งก่อนเริ่มพระราชพิธี แสดงถึงความเคารพนับถือและรำลึกถึงบรรพบุรุษอันเป็นวัฒนธรรมอันดีงานของชาติไทย เชิญพระโกศพระบรมอัฐิสมเด็จพระบูรพกษัตริย์และสมเด็จพระอัครมเหสีทุกพระองค์ขึ้นประดิษฐานบนพระแท่นนพปฎลมหาเศวตฉัตรประดิษฐานพระพุทธรูปปางประจำพระชนมวารของทุกพระองค์ขึ้นในพระที่นั่งบุษบกมาลา ผู้เข้าร่วมในพระราชพิธีนี้แต่งเครื่องแบบครึ่งยศ รุ่งขึ้นวันที่๔ พฤษภาคมเริ่มพระราชพธีฉัตรมงคลเจ้าพนักงานอัญเชิญเครื่องราชกกุธัณฑ์ขึ้นพระแท่นใต้พระมหานพปฎลเศวตฉัตร พระราชครูหัวหน้าพราหมณ์อ่านประกาศพระราชพิธีฉัตรมงคล วันที่ ๕ พฤษภาคม เป็นพระราชพิธีคล้ายวันที่ทรงรับนพปฎลมหาเศวตฉัตร เครื่องราชกกุธภัณฑ์และพระมหามงกุฎในการบรมราชาภิเษก ตรงกับวันที่ ๕ พฤษภาคม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถเสด็จพระราชดำเนินไปพระราชทานภัตตาหารแด่พระสงฆ์ ทรงบูชาเครื่องราชกกุธภัณฑ์ พราหมณ์เบิกแว่นเวียนเทียนสมโภชพระมหาเศวตฉัตรและเครื่องราชกกุธภัณฑ์ ตอนเย็นมีการพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้าแล้วทรงเสด็จไปทรงนมัสการพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากรและถวายพระบรมรูปสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้าที่ปราสาทเทพบิดรเป็นการเสร็จพระราชพิธี&amp;lt;br/&amp;gt; พลังแห่งแผ่นดิน&amp;lt;br/&amp;gt; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp;พระราชพิธีฉัตรมงคลเป็นเครื่องหมายยืนยันว่าพระมหากษัตริย์ได้เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ เป็นกษัตริย์ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ ประกอบด้วยทศพิธราชธรรมโดยพระปรีชาสามารถได้นำความร่มเย็นเป็นสุขมาสู่ประเทศและประชาชน ขจัดปัดเป่าทุกข์ยากและความเดือดร้อน ทรงเป็นสัญลักษณ์แห่งสามัคคีความเป็นน้ำหนึ่งอันเดียวกันของคนในชาติ เมื่อประเทศเกิดภาวะคับขันเนื่องจากความผันผวนทางการเมืองพระมหากษัตริย์ทรงมีพระบารมีและพระบรมเดชานุภาพได้แผ่ปกคุ้มครองขจัดภัยให้ประเทศกลับคืนสู่สภาวะปกติ ในพระราชพิธีฉัตรมงคลนี้เป็นการสำคัญคล้ายวัน[[ถือน้ำพิพัฒน์สัจจา]]อีกด้วยแสดงถึงความเข้มแข็งของสถาบันกษัตริย์สร้างความยำเกรงให้เหล่าขุนนางและข้าราชการ&amp;lt;br/&amp;gt; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp;ดังนั้น เมื่อถึงพระราชพิธีฉัตรมงคล เฉลิมสิริราชสมบัติจึงเป็นศุภวารอันควรที่ประชาชนชาวไทยทั่วหน้าได้พร้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ประชาชนถวายพระพรชัยมงคลเพื่อให้พระมหากษัตริย์ทรงเป็นมิ่งขวัญร่มเกล้าของชาวไทย ให้ทรงพระเกษมสำราญ ยั่งยืนในราชสมบัติ พระบรมเดชานุภาพแผ่ไพศาล และเป็นฉัตรที่เป็นมงคลคุ้มครองประชาชนทั่วทุกแห่งเหมือนเป็นฉัตรเกล้าของประชาชนตลอดชั่วกาลนาน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;br/&amp;gt; &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;บรรณานุกรม&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;lt;br/&amp;gt; จุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว,พระบาทสมเด็จพระ. &amp;amp;nbsp;(๒๕๑๖). &amp;amp;nbsp;พระราชพิธีสิบสองเดือน. &amp;amp;nbsp;พิมพ์ครั้งที่๑๔. &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp;&amp;lt;br/&amp;gt; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp;กรุงเทพฯ:รุ่งวัฒนา&amp;lt;br/&amp;gt; วรพร ภู่พงศ์พันธ์. &amp;amp;nbsp;(๒๕๕๕). &amp;amp;nbsp;สถาบันกษัตริย์ในกฎมณเทียรบาล. &amp;amp;nbsp;พิมพ์ครั้งที่๑. &amp;amp;nbsp;นครปฐม:&amp;amp;nbsp;&amp;lt;br/&amp;gt; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp;มหาวิทยาลัยศิลปากร.&amp;lt;br/&amp;gt; นิพนธ์ &amp;amp;nbsp;สุขสวัสดิ์. &amp;amp;nbsp;(๒๕๒๙). &amp;amp;nbsp;วรรณคดีเกี่ยวกับขนบประเพณีไทย. &amp;amp;nbsp;พิมพ์ครั้งที่๒. &amp;amp;nbsp;กรุงเทพมหานคร:&amp;lt;br/&amp;gt; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp;เนติกุล.&amp;lt;br/&amp;gt; เบญจมาศ &amp;amp;nbsp;พลอินทร์. &amp;amp;nbsp;(๒๕๒๓). &amp;amp;nbsp;วรรณคดีขนบประเพณี พระราชพิธีสิบสองเดือน. &amp;amp;nbsp;พิมพ์ครั้งแรก. &amp;amp;nbsp;&amp;lt;br/&amp;gt; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp;กรุงเทพมหานคร:โอเดียนสโตร์.&amp;lt;br/&amp;gt; โดม ไกรปกรณ์. &amp;amp;nbsp;(๒๕๔๒). &amp;amp;nbsp;ตำราพระราชพิธีสมัยรัชกาลที่ ๔-๕ พ.ศ.๒๓๙๔-๒๔๕๓. &amp;amp;nbsp;วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตร์มหาบัณฑิต (ศศ.ม,) (ประวัติศาสตร์). &amp;amp;nbsp;คณะศิลปะศาสตร์, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[Category:การสืบราชสันตติวงศ์]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Apirom</name></author>
	</entry>
</feed>