<?xml version="1.0"?>
<feed xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom" xml:lang="th">
	<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?action=history&amp;feed=atom&amp;title=%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%94%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%A4%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B9%8C</id>
	<title>พระยาปรีดานฤเบศร์ - ประวัติรุ่นแก้ไข</title>
	<link rel="self" type="application/atom+xml" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?action=history&amp;feed=atom&amp;title=%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%94%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%A4%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B9%8C"/>
	<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%94%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%A4%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B9%8C&amp;action=history"/>
	<updated>2026-04-30T20:05:29Z</updated>
	<subtitle>ประวัติรุ่นแก้ไขของหน้านี้ในวิกิ</subtitle>
	<generator>MediaWiki 1.42.1</generator>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%94%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%A4%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B9%8C&amp;diff=13464&amp;oldid=prev</id>
		<title>Apirom: สร้างหน้าด้วย &quot; ผู้เรียบเรียง : ศาสตราจารย์พิเศษ นรนิติ เศรษฐบุตร  ผู้ท...&quot;</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%94%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%A4%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B9%8C&amp;diff=13464&amp;oldid=prev"/>
		<updated>2018-11-26T04:19:34Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;สร้างหน้าด้วย &amp;quot; ผู้เรียบเรียง : ศาสตราจารย์พิเศษ นรนิติ เศรษฐบุตร  ผู้ท...&amp;quot;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;b&gt;หน้าใหม่&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;
ผู้เรียบเรียง : ศาสตราจารย์พิเศษ นรนิติ เศรษฐบุตร&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ผู้ทรงคุณวุฒิประจำบทความ : รองศาสตราจารย์ ดร.นิยม รัฐอมฤต&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
&amp;lt;p style=&amp;quot;text-align: center;&amp;quot;&amp;gt;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;พระยาปรีดานฤเบศร์ : ทนายผู้เป็นหนึ่งในผู้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับแรก&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;lt;/p&amp;gt; &lt;br /&gt;
&amp;lt;br/&amp;gt; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; ในบรรดาผู้ที่ได้รับแต่งตั้งเป็นอนุกรรมการของสภาผู้แทนราษฎรสภาแรกของไทย ให้ไปยกร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับถาวรฉบับแรกนั้นมีนักกฎหมายสำคัญที่มีบรรดาศักดิ์เป็นพระยาท่านหนึ่งซึ่งในตอนที่ท่านได้รับแต่งตั้งนั้น ผู้คนรู้จักท่านในฐานะทนายความที่มีชื่อเสียงโด่งดังในวงการกฎหมายและศาล ก่อนหน้านั้นเล็กน้อย แต่ก็เป็นวันเดียวกัน คือวันที่ 28 มิถุนายน พ.ศ.2475 ท่านได้รับแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชั่วคราว ในจำนวน 70 คนด้วย ทั้งๆที่ท่านเองไม่ได้ร่วมอยู่ในคณะผู้ก่อการเปลี่ยนแปลงการปกครองปี 2475 ด้วยแต่อย่างใด ทั้งนี้คณะผู้เปลี่ยนแปลงการปกครองฯ คงต้องการให้ในสภาผู้แทนฯมีบุคคลอื่นที่มีชื่อเสียงโด่งดังในด้านต่างๆมาร่วมงานด้วยนั่นเอง ทนายความผู้มีชื่อเสียงโด่งดังท่านนี้คือ พระยาปรีดานฤเบศร์&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; พระยาปรีดานฤเบศร์เป็นคนกรุงเทพฯนี่เอง ท่านเกิดที่บ้านตำบลบางรัก อำเภอบางรัก จังหวัดพระนคร ท่านมีบิดาเป็นฝรั่งชาวเยอรมัน ชื่อนายกัสตัฟ เฟอร์ดิแนนต์ ฟัล์ค (Gustav Ferdinand Falk ) ซึ่งเข้ามาทำมาค้าขายในเมืองไทย ส่วนมารดาของพระยาปรีดานฤเบศร์ ชื่อเปลี่ยน พระยาปรีดานฤเบศร์ยังมีน้องชายร่วมบิดามารดาเดียวกันอยู่หนึ่งคนคือนายแม๊ก หรือพระยานนธิเสนฯ ชื่อเดิมของพระยาปรีดานฤเบศร์นั้น คือ ฟัก น่าจะเอามาจากการออกเสียงนามสกุลของบิดา โดยนามสกุลเดิมที่ท่านใช้ คือ เศียนเสวี ต่อมาท่านได้เปลี่ยนเป็น “พันธ์ฟัก” บิดาของท่านได้ถึงแก่กรรมเมื่อตัวท่านมีอายุได้เพียง 10 ปี&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; การศึกษาเล่าเรียนนั้นท่านเคยเรียนที่โรงเรียนวัดมหรรณพาราม แล้วจึงไปเรียนที่โรงเรียนอัสสัมชัญ จนจบภาษาอังกฤษชั้นที่ 6 จากนั้นได้เริ่มทำงานเป็นล่ามภาษาอังกฤษที่กระทรวงยุติธรรม และการที่ได้ไปทำงานที่กระทรวงยุติธรรมนี่เองทำให้ท่านสนใจที่จะเรียนกฎหมาย จึงได้เข้าเรียนกฎหมายที่โรงเรียนกฎหมายของกระทรวงยุติธรรม ในปี 2445 ความที่เป็นคนหัวดีและขยันเรียน ท่านจึงเรียนจบได้เป็นเนติบัณฑิต ตั้งแต่อายุ 23 ปีใน พ.ศ.2448 และเข้ารับราชการ ได้รับแต่งตั้งไปเป็นผู้พิพากษาฝึกหัดอยู่ศาลแพ่งระยะเวลาหนึ่ง ก่อนที่จะถูกส่งไปเป็นผู้พิพากษาศาลมณฑลพายัพ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; ในการทำงานของท่านนั้น ท่านได้รับความก้าวหน้าในงานตุลาการเป็นอย่างดี ดังปรากฏว่าในปี 2449 ขณะที่เป็นผู้พิพากษาที่ศาลจังหวัดลำปาง ท่านได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสัณหกิจวิจารณ์ อีก 6 ปีต่อมาเมื่อได้ย้ายไปจังหวัดอื่นแล้วจึงได้กลับเข้ามาเป็นผู้พิพากษาในพระนคร และท่านได้รับการเลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นพระสุขุมวินิจฉัย จากนั้นอีก 5 ปี ท่านก็ได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นพระยาปรีดานฤเบศร์ เป็นตุลาการชั้นผู้ใหญ่จนถึงปี &amp;amp;nbsp;2467 ท่านจึงย้ายไปรับราชการที่กระทรวงวัง ได้เป็นปลัดพระราชมณเฑียร แต่ในปีถัดมาท่านก็ได้ขอลาออกจากราชการเพื่อไปประกอบอาชีพอิสระ ขณะนั้นท่านมีอายุได้ 43 ปี และอาชีพอิสระที่ท่านออกมาทำก็คืออาชีพทนายความ ที่เจ้าพระยาศรีธรรมาธเบศร์กล่าวถึงในภายหลังว่าเป็น “ทุกขลาภ เพราะได้รับผลประโยชน์มากกว่าเงินเดือนที่ได้รับอยู่ในเวลาราชการหลายเท่า” สำหรับชีวิตสมรสนั้นท่านมีภรรยาคนแรกคือคุณนายน้อม&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; หลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ.2475 พระยาปรีดานฤเบศร์ ได้รับแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชั่วคราวตามพระราชบัญญัติธรรมนูญการปกครองแผ่นดินสยามชั่วคราว ปี 2475 นี่ย่อมแสดงว่าท่านต้องเป็นบุคคลที่คณะผู้ก่อการฯ ยอมรับว่าเป็นผู้มีความรู้เหมาะที่จะเอามาร่วมด้วยช่วยกันออกความคิดเห็นในการปกครองบ้านเมือง ในจำนวนสมาชิกสภาฯ 70 คนนี้มีผู้ก่อการฯอยู่ 33 นาย และมีคนอื่นซึ่งรวมทั้งพระยาปรีดานฤเบศร์ด้วย จำนวน 37 คน และยิ่งท่านเป็นผู้ที่ได้รับแต่งตั้งเป็นหนึ่งในจำนวนเจ็ดคนที่เป็นอนุกรรมการฯ ไปยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับถาวรฉบับแรกหลังเปลี่ยนแปลงการปกครองฯด้วย ย่อมแสดงว่าท่านต้องเป็นดาวเด่นทางกฎหมาย เพราะการยกร่างกติกาการปกครองรูปแบบใหม่ของประเทศที่ถือว่า “อำนาจสูงสุดเป็นของราษฎรทั้งหลาย” ที่รัฐธรรมนูญฉบับถาวรที่ท่านต้องมีส่วนยกร่างครั้งนั้นเป็นกติกาที่วางรากฐานการปกครองใหม่ของไทยเป็นระบอบที่เรียกกันในวันนั้นว่าการปกครองระบอบราชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขของประเทศ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; ต่อมาเมื่อมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ ฉบับ 10 ธันวาคม พ.ศ.2475 &amp;amp;nbsp;ซึ่งเป็นฉบับแรกแล้ว จึงได้มีการเลือกตั้งทั่วไปครั้งที่ 1 ในปี 2476 ที่เป็นการเลือกตั้งทางอ้อม และการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน พระยาปรีดานฤเบศร์ก็ยังไม่ได้สนใจที่จะลงเลือกตั้ง จนกระทั่งมีการยุบสภาในปี 2481 โดยพระยาพหลพลพยุหเสนา นายกรัฐมนตรี ทำให้มีการเลือกตั้งใหม่ ตามรัฐธรรมนูญ ปี 2475 &amp;amp;nbsp;พระยาปรีดานฤเบศร์ได้มีความสนใจลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้แทนราษฎรด้วยเหมือนกัน โดยลงสมัครที่จังหวัดพระนครแต่ท่านไม่ได้รับเลือก&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; พระยาปรีดานฤเบศร์ได้กลับเข้ารัฐสภาอีกครั้งในปี &amp;amp;nbsp;2490 เพราะในวันที่ 8 พฤศจิกายน ปีนี้ได้มีการรัฐประหารยกเลิกรัฐธรรมนูญปี 2489 และในวันที่ 18 พฤศจิกายน ปี 2490 ท่านได้รับแต่งตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภาชุดแรกของประเทศ วุฒิสภาชุดนี้ได้อยู่ต่อมาจนมีการยึดอำนาจวันที่ 29 พฤศจิกายน ปี 2494 ตั้งแต่นั้นมาพระยาปรีดานฤเบศร์ก็ไม่ได้เข้าสู่วงการเมืองอีก แต่ท่านได้เป็นบุคคลสำคัญของวงการทนายความ เพราะหลังจากได้มีการตั้งสมาคมทนายความในปี 2500 แล้วอีกสองปีท่านก็ได้สมัครเข้าเป็นสมาชิกสมาคม และท่านก็ได้รับเลือกให้เป็นนายกสมาคม ทั้งยังได้ดำรงตำแหน่งสืบต่อมารวม 6 ปี จนกระทั่งถึงวันที่ 29 ธันวาคม พ.ศ.2507 พระยาปรีดานฤเบศร์ จึงได้ถึงแก่กรรม&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[Category:บุคคลสำคัญทางการเมือง]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Apirom</name></author>
	</entry>
</feed>