<?xml version="1.0"?>
<feed xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom" xml:lang="th">
	<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?action=history&amp;feed=atom&amp;title=%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B9%8C%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%98</id>
	<title>พระประศาสน์พิทยายุทธ - ประวัติรุ่นแก้ไข</title>
	<link rel="self" type="application/atom+xml" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?action=history&amp;feed=atom&amp;title=%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B9%8C%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%98"/>
	<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B9%8C%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%98&amp;action=history"/>
	<updated>2026-04-14T17:26:45Z</updated>
	<subtitle>ประวัติรุ่นแก้ไขของหน้านี้ในวิกิ</subtitle>
	<generator>MediaWiki 1.42.1</generator>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B9%8C%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%98&amp;diff=13934&amp;oldid=prev</id>
		<title>Apirom: Apirom ย้ายหน้า พระประศาสน์พิทยายุทธ (ศาสตราจารย์พิเศษ นรนิติ เศรษฐบุตร) ไปยัง [[พระประศาสน์พิ...</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B9%8C%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%98&amp;diff=13934&amp;oldid=prev"/>
		<updated>2020-05-06T14:11:04Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;Apirom ย้ายหน้า &lt;a href=&quot;/index.php?title=%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B9%8C%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%98_(%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A9_%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%B4_%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%A9%E0%B8%90%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B8%95%E0%B8%A3)&amp;amp;action=edit&amp;amp;redlink=1&quot; class=&quot;new&quot; title=&quot;พระประศาสน์พิทยายุทธ (ศาสตราจารย์พิเศษ นรนิติ เศรษฐบุตร) (ไม่มีหน้านี้)&quot;&gt;พระประศาสน์พิทยายุทธ (ศาสตราจารย์พิเศษ นรนิติ เศรษฐบุตร)&lt;/a&gt; ไปยัง [[พระประศาสน์พิ...&lt;/p&gt;
&lt;table style=&quot;background-color: #fff; color: #202122;&quot; data-mw=&quot;interface&quot;&gt;
				&lt;tr class=&quot;diff-title&quot; lang=&quot;th&quot;&gt;
				&lt;td colspan=&quot;1&quot; style=&quot;background-color: #fff; color: #202122; text-align: center;&quot;&gt;←รุ่นแก้ไขก่อนหน้า&lt;/td&gt;
				&lt;td colspan=&quot;1&quot; style=&quot;background-color: #fff; color: #202122; text-align: center;&quot;&gt;รุ่นแก้ไขเมื่อ 21:11, 6 พฤษภาคม 2563&lt;/td&gt;
				&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td colspan=&quot;2&quot; class=&quot;diff-notice&quot; lang=&quot;th&quot;&gt;&lt;div class=&quot;mw-diff-empty&quot;&gt;(ไม่แตกต่าง)&lt;/div&gt;
&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;/table&gt;</summary>
		<author><name>Apirom</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B9%8C%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%98&amp;diff=13436&amp;oldid=prev</id>
		<title>Apirom: สร้างหน้าด้วย &quot; ผู้เรียบเรียง : ศาสตราจารย์พิเศษ นรนิติ เศรษฐบุตร  ผู้ท...&quot;</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B9%8C%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%98&amp;diff=13436&amp;oldid=prev"/>
		<updated>2018-11-23T03:07:58Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;สร้างหน้าด้วย &amp;quot; ผู้เรียบเรียง : ศาสตราจารย์พิเศษ นรนิติ เศรษฐบุตร  ผู้ท...&amp;quot;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;b&gt;หน้าใหม่&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;
ผู้เรียบเรียง : ศาสตราจารย์พิเศษ นรนิติ เศรษฐบุตร&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ผู้ทรงคุณวุฒิประจำบทความ : รองศาสตราจารย์ ดร.นิยม รัฐอมฤต&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
&amp;lt;p style=&amp;quot;text-align: center;&amp;quot;&amp;gt;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;พระประศาสน์พิทยายุทธ : ผู้ก่อการฯคนสำคัญ&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;lt;/p&amp;gt; &lt;br /&gt;
&amp;lt;br/&amp;gt; &amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; นายทหารที่มีบทบาทสำคัญมากในวันยึดอำนาจเพื่อเปลี่ยนแปลงการปกครอง. พ.ศ.2475 และท้ายที่สุดท่านก็เป็นนักการทูตสำคัญของไทยที่สามารถรื้อฟื้นความสัมพันธ์ไทย-รัสเซีย ที่มีคนทราบน้อยมาก ท่านผู้นี้คือ พลตรี พระประศาสน์พิทยายุทธ นายทหารหัว “เสนาธิการ” ร่างเล็กใจใหญ่ ที่ร่วมเป็นผู้ก่อการเปลี่ยนแปลงการปกครองซึ่งปฏิบัติการอย่างกล้าหาญในวันยึดอำนาจ ดังจะยกเรื่องราวของท่านมาให้อ่าน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; พระประศาสน์ฯเป็นคนกรุงเทพฯตั้งแต่เกิด โดยเกิดเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ.2437 บ้านซึ่งเป็นสถานที่เกิดนั้นตามประวัติระบุว่า “บริเวณวัดรังสีสุทธาวาส” ปัจจุบันคือโรงเรียนวัดบวรนิเวศ ในเขตพระนครนั่นเอง ท่านเป็นบุตรของข้าราชการชั้นผู้น้อย ชื่อขุนสุภาไชย (เอื้อน ชูถิ่น ) กับนางวงษ์ ชื่อเดิมของพระประศาสน์ฯคือ วัน นามสกุล ชูถิ่น การศึกษาเบื้องต้นจึงน่าจะเรียนที่โรงเรียนที่ใกล้เคียงกับบ้านพักบริเวณบางลำพู ครั้นอายุได้. 14 ปี จึงได้เข้าเรียนในโรงเรียนนายร้อยทหารบก สมัยนั้นโรงเรียนนายร้อยได้รับเด็กเข้าเรียนตั้งแต่อายุยังน้อย ในปี 2554 สำเร็จการศึกษาออกมาเป็นนักเรียนทำการนายร้อย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; ในปีเดียวกันนั่นเองท่านสอบชิงทุนได้ กระทรวงกลาโหมส่งไปเรียนวิชาทหารที่ประเทศเยอรมนี ได้ไปเรียนภาษาและพักอยู่บ้านเดียวกับนักเรียนทหารไทยอีกสองคน คือ พจน์ พหลโยธิน (พระยาพหลฯ) กับ เทพ พันธุมเสน (พระยาทรงฯ) เรียนอยู่ที่เยอรมนีจนเกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 ทางเยอรมนีไม่ยอมให้คนต่างชาติเรียนวิชาทหาร ท่านจึงต้องย้ายมาเรียนวิชาทหารที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ที่วิทยาลัยโปลิเทคนิคุม (Politeknikum) เมืองซูริค เมืองนี้ใช้ภาษาเยอรมัน เมื่อไทยประกาศสงครามกับประเทศเยอรมนี ท่านก็ได้สมัครเป็นทหารอาสา จนสงครามโลกครั้งที่ 1 สิ้นสุดลง จึงได้เดินทางกลับไทยในปี. 2462 มารับราชการที่โรงเรียนนายร้อยชั้นมัธยม โดยสายงานของท่านนั้นเป็น &amp;quot;ครูทหาร&amp;quot; เปลี่ยนตำแหน่งไปมาอยู่จนถึงปี. 2474 ได้เป็นผู้อำนวยการโรงเรียนเสนาธิการทหารบก ได้ยศเป็นนายพันโท ดังจะเห็นได้ว่าบรรดาศักดิ์ของท่านนั้นมีความหมายว่าเป็นผู้ให้ความรู้ทางทหารนั่นเอง ชีวิตครอบครัวนั้นท่านได้สมรสกับนางสาวเนาว์ รณกิจ&amp;lt;br/&amp;gt; &amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; ชีวิตทหารของพระประศาสน์ฯมาดังและมีชื่อเสียงว่าเป็นทั้งทหารกล้านักปฏิบัติการยุทธวิธีที่สำคัญในวันเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ.2475 ท่านเป็นนายทหารที่ทำให้แผนและยุทธวิธีในการยึดอำนาจของพระยาทรงสุรเดช นายทหารรุ่นพี่ที่พระประศาสน์ฯรักและนับถือได้ลุล่วงสำเร็จเป็นอย่างดี ตั้งแต่เริ่มนำคณะผู้ก่อการฯสายทหารไปขนอาวุธยุทโธปกรณ์จากกรมทหารม้ารักษาพระองค์ได้สำเร็จ นำขึ้นรถขนมาที่ลานพระบรมรูปทรงม้าซึ่งเป็นที่นัดหมายให้ทหารกลุ่มอื่นๆมาในตอนเช้ามืดของวันที่ 24 มิถุนายน ปี 2475 นอกจากนี้ พระประศาสน์ฯยังเป็นผู้นำกำลังไปคุมตัวผู้รักษาพระนคร คือสมเด็จกรมพระนครสวรรค์วรพินิตจากวังบางขุนพรหมมาไว้ที่ศูนย์บัญชาการของผู้ก่อการฯที่พระที่นั่งอนันตสมาคมได้โดยไม่มีใครบาดเจ็บ ขอนำคำบอกเล่าบางตอนของพระประศาสน์ฯที่อยู่ในหนังสือเปิดบันทึกชีวิตพระประศาสน์พิทยายุทธที่พันเอก (พิเศษ) สมพงศ์ พิศาลสารกิจ รวบรวมและเรียบเรียง มาให้อ่านบ้างดังนี้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; “พอประตูกรมทหารม้าเปิดอ้าออกแล้ว เราทั้งสามคนก็พรวดเข้าไปทั้งหมด เราเข้าไปสั่งทหารรักษาการณ์ว่า&amp;amp;nbsp;‘เฮ้ย รู้ไหม เวลานี้เกิดกบฏกลางเมืองขึ้นแล้วนะ เอารถเกราะ รถรบ ทหารม้าทั้งหมดออกช่วยเดี๋ยวนี้’ “พระประศาสน์ฯได้สรุปปฏิบัติการตอนนั้นไว้ว่า “ภายในครึ่งชั่วโมง ขบวนรถยนต์หุ้มเกราะ รถเกราะ รถบรรทุกและรถนั่งอันยาวเหยียด พร้อมด้วยทหารและอาวุธยุทโธปกรณ์บรรจุกระสุนพร้อมเพรียง ก็แล่นออกจากกรมทหารม้ารักษาพระองค์ตามกันเป็นทิวแถวไปยังพระที่นั่งอนันตสมาคมเป็นส่วนใหญ่ มีเจ้าคุณทรงฯเป็นผู้อำนวยการ” ส่วนตอนที่ไปคุมตัวสมเด็จกรมพระนครสวรรค์นั้นพระประศาสน์ฯเล่าไว้หลายตอน ขอยกมาให้อ่านดังนี้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;#039;&amp;#039;“เอ๊ะ”&amp;#039;&amp;#039; ทรงมีรับสั่ง &amp;#039;&amp;#039;“อีตาวันก็เป็นกบฏกับเขาด้วยหรือ”&amp;#039;&amp;#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;#039;&amp;#039;“มิได้ ฝ่าบาท”&amp;#039;&amp;#039; ข้าพเจ้ากราบทูลตอบ&amp;amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;#039;&amp;#039;“เราต้องการเปลี่ยนแปลงการปกครอง เราไม่มีเจตนาสักนิดเดียวที่จะทำลายกษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ และมิเป็นการสมควรที่จะกราบทูลเรื่องอันเป็นความลับต่อฝ่าพระบาทด้วยเสียงดังต่อหน้าธารกำนัล ฉะนั้นเกล้ากระหม่อมขอเชิญไปเจรจาการเมืองเรื่องสำคัญอันลับอย่างยิ่งนี้ที่หน้าสนามหญ้าพระตำหนักพ่ะย่ะค่ะ”&amp;#039;&amp;#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ท้ายที่สุดสมเด็จกรมพระนครสวรรค์ก็ยอมให้พระประศาสน์ฯนำตัวไป &amp;#039;&amp;#039;“เอ้า กูจะไปกับมึง”&amp;#039;&amp;#039; ทรงดำรัสในที่สุด&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; การยึดอำนาจในวันที่ 24 มิถุนายน ปี 2475 สำเร็จลงได้ แต่การสถาปนาการปกครองใหม่ที่เรียกกันต่อมาว่าประชาธิปไตยนั้นก็มีปัญหาและอุปสรรค พระประศาสน์ฯเองได้เข้ามาสู่การเมืองแบบนี้ด้วย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; ในวันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ.2475 ได้มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติธรรมนูญการปกครองแผ่นดินสยามชั่วคราว พ.ศ.2475 เป็นกติกาการปกครองประเทศ หลังจากนั้นหนึ่งวันก็มีการแต่งตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชั่วคราวชุดแรกจำนวน. 70. คน พระประศาสน์ฯได้รับแต่งตั้งด้วย วันเดียวกันนี้ได้มีการตั้งพระยามโนปกรณ์นิติธาดา เป็นประธานคณะกรรมการราษฎร คือหัวหน้าอำนาจบริหาร เทียบได้กับนายกรัฐมนตรี และตั้งกรรมการราษฎรอีก 14 คน พระประศาสน์ฯ ได้รับแต่งตั้งด้วย แสดงว่าท่านเป็นผู้นำสำคัญมากในจำนวนไม่เกิน 10 คนที่มีชื่ออยู่ทั้งในอำนาจนิติบัญญัติและอำนาจบริหารประเทศในวันนั้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; ส่วนในกองทัพนั้นเชื่อกันว่าท่านเป็นเป็นผู้ที่มีอำนาจทางทหารในลำดับที่ 4 รองจากพระยาทรงสุรเดช พระยาพหลฯ และพระยาฤทธิ์อัคเนย์ เพราะหลังการยึดอำนาจแล้วท่านได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้ากรมยุทธศึกษาทหารบก และเมื่อมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ ฉบับ 10 ธันวาคม พ.ศ.2475 มีการตั้งรัฐบาลชุดใหม่ที่คณะผู้บริหารประเทศถูกเรียกว่า &amp;quot;คณะรัฐมนตรี&amp;quot; พระประศาสน์ฯก็ได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีไม่ประจำกระทรวงต่อมาด้วยจนถึงวันที่ 1 เมษายน ปี 2476 เมื่อนายกฯ พระยามโนปกรณ์ฯออกพระราชกฤษฎีกาปิดสภาฯและปรับคณะรัฐมนตรี พระประศาสน์ฯอยู่ฝ่ายเดียวกับนายกฯจึงยังดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีสืบมา แต่ความขัดแย้งในคณะผู้ก่อการฯเองทำให้ท่านลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีและตำแหน่งเจ้ากรมยุทธศึกษาทหารบกในวันที่ 18 มิถุนายน พ.ศ.2476 พร้อมกับพระยาทรงฯ พระยาพหลฯ และพระยาฤทธิ์ฯ อีกสองวันต่อมา พระยาพหลฯ หลวงพิบูลสงคราม และหลวงศุภชลาศัย ได้นำกำลังเข้ายึดอำนาจล้มรัฐบาลพระยามโนปกรณ์ฯ ตั้งแต่วันนั้นพระประศาสน์ฯก็หมดบทบาททางการเมืองและการทหาร&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; แม้ต่อมาในสมัยรัฐบาลของพระยาพหลฯจะได้รับแต่งตั้งกลับไปเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรประเภท ที่ 2 ก็ตาม ยิ่งต่อมาในปี 2481 พันเอกหลวงพิบูลสงคราม ได้ขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรีแทนพระยาพหลฯ ได้มีการเล่นงานฝ่ายตรงข้าม ทำให้ทั้งพระยาทรงฯและพระยาฤทธิ์ฯถูกบีบให้ออกไปลำบากอยู่ที่ต่างประเทศ พระประศาสน์ฯเองก็เป็นเป้าหมาย เคราะห์ดีที่ทางกระทรวงการต่างประเทศ ที่มีนายปรีดี พนมยงค์ เป็นรัฐมนตรีได้ดำเนินการส่งพระประศาสน์ฯออกไปเป็นอัครราชทูตไทยประจำนครเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี ในเดือนธันวาคม ปี 2481 เราคงไม่ลืมว่าพระประศาสน์ฯนั้นเคยเป็นนักเรียนเยอรมัน ยามนั้นมีสงครามแล้วในยุโรป การส่งทหารอย่างท่านไปเป็นทูตจึงมีความเหมาะสมอยู่ด้วย สมัยนั้นการเดินทางไปทางเรือของท่านและครอบครัวใช้เวลานาน บุตรสาวที่ชื่อนงลักษณ์ระบุว่า “การเดินทางของเรากินเวลาถึง 53&amp;lt;br/&amp;gt; วัน”&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; การเดินทางออกไปรับตำแหน่งทูตของพระประศาสน์ฯครั้งนั้น ท่านได้ตั้งใจทำงานให้ประเทศชาติด้วย มิใช่จะไปฆ่าเวลาเพื่อรอกลับบ้าน ขณะนั้นการเมืองระหว่างประเทศในยุโรปกำลังสับสน เยอรมนีซึ่งเป็นประเทศที่แพ้สงครามโลกครั้งที่ 1 ได้ฟื้นตัวขึ้นมาเข้มแข็ง ฮิตเลอร์ซึ่งเป็นผู้นำใหม่ของเยอรมนี ได้นำเยอรมนีทำสัญญาไม่รุกรานกับสหภาพโซเวียตซึ่งเป็นประเทศคอมมิวนิสต์ ในตอนกลางปี 2482 ทางรัฐบาลไทยของหลวงพิบูลสงคราม ที่มีความไม่พอใจกับอังกฤษและฝรั่งเศส จึงคิดที่จะติดต่อทางการทูตกับประเทศคอมมิวนิสต์อย่างสหภาพโซเวียต และนี่เองที่งานสำคัญนี้ได้ตกมาถึงมืออัครราชทูตไทยประจำนครเบอร์ลินที่ดำเนินการเจรจากับเจ้าหน้าที่ของกระทรวงการต่างประเทศของสหภาพโซเวียตที่มีนายโมโลตอฟเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ จนประสบความสำเร็จ ทั้งสองฝ่ายคือนายโมโลตอฟกับพ.อ.พระประศาสน์ฯซึ่งเป็นผู้แทนรัฐบาลไทยได้ลงนามสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสหภาพโซเวียตกับไทยในวันที่ 12 มีนาคม พ.ศ.2484 ก่อนที่สงครามโลกครั้งที่ 2 จะสิ้นสุดลงถึง 5 ปี&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; ในชีวิตนักการทูตของพระประศาสน์ฯที่เจรจากับสหภาพโซเวียตสำเร็จนั้นเป็นสิ่งที่น่ายินดีและคงเป็นความสุขของคนทำงาน แต่ชีวิตทูตของพระประศาสน์ฯที่ประเทศเยอรมนีต้องเดือดร้อนแสนสาหัสด้วย เพราะเมื่อเยอรมนีแพ้สงคราม กองทัพสหภาพโซเวียตได้เข้ายึดครองเยอรมนี นครเบอร์ลิน ที่สถานทูตไทยตั้งอยู่ ท่านถูกทหารรัสเซียจับและส่งตัวไปขังที่สหภาพโซเวียต ต้องลำบากกว่าทางทหารรัสเซียจะยอมปล่อยตัวให้กลับประเทศไทยได้ในปีถัดมา คือเมื่อต้นปี 2489 ท่านกลับมามีตำแหน่งเป็นอัครราชทูตประจำกระทรวงอยู่พักหนึ่ง ครั้นถึงกลางเดือนพฤษภาคม ปี 2490 ในสมัยรัฐบาลของหลวงธำรงนาวาสวัสดิ์ อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศตอนที่ส่งพระประศาสน์ฯออกไปเป็นทูต พระประศาสน์ฯก็ได้งานใหม่ ต้องย้ายกระทรวงมาเป็นอธิบดีกรมไปรษณีย์โทรเลข กระทรวงคมนาคม กลับมาอยู่เมืองไทยครั้งนี้ พระประศาสน์ฯได้ต้อนรับเพื่อนนายทหารเก่าที่เป็นผู้ก่อการฯสำคัญที่บ้าน 2 คน คือ พระยาพหลพลพยุหเสนากับหลวงพิบูลสงคราม&amp;lt;br/&amp;gt; &amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; พระประศาสน์พิทยายุทธได้มีชีวิตอยู่ดูการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้เห็นเพื่อนผู้ก่อการฯคือ หลวงโกวิทอภัยวงศ์ หลวงประดิษฐ์มนูธรรม หลวงธำรงนาวาสวัสดิ์ และหลวงพิบูลสงคราม ผลัดกันเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรี จนท่านเองถึงแก่อนิจกรรมในวันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ.2492&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[Category:บุคคลสำคัญทางการเมือง]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Apirom</name></author>
	</entry>
</feed>