<?xml version="1.0"?>
<feed xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom" xml:lang="th">
	<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?action=history&amp;feed=atom&amp;title=%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%82%E0%B8%A2%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B9%8C%E0%B8%AD%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%94</id>
	<title>ประโยชน์อื่นใด - ประวัติรุ่นแก้ไข</title>
	<link rel="self" type="application/atom+xml" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?action=history&amp;feed=atom&amp;title=%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%82%E0%B8%A2%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B9%8C%E0%B8%AD%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%94"/>
	<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%82%E0%B8%A2%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B9%8C%E0%B8%AD%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%94&amp;action=history"/>
	<updated>2026-05-08T01:19:48Z</updated>
	<subtitle>ประวัติรุ่นแก้ไขของหน้านี้ในวิกิ</subtitle>
	<generator>MediaWiki 1.42.1</generator>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%82%E0%B8%A2%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B9%8C%E0%B8%AD%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%94&amp;diff=14120&amp;oldid=prev</id>
		<title>Apirom: สร้างหน้าด้วย &quot; ผู้เรียบเรียง&amp;nbsp; ผศ.ดร. พนารัตน์ มาศฉมาดล&amp;nbsp;  ผู้ทรงคุณวุ...&quot;</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%82%E0%B8%A2%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B9%8C%E0%B8%AD%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%94&amp;diff=14120&amp;oldid=prev"/>
		<updated>2021-02-01T10:11:30Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;สร้างหน้าด้วย &amp;quot; ผู้เรียบเรียง  ผศ.ดร. พนารัตน์ มาศฉมาดล   ผู้ทรงคุณวุ...&amp;quot;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;b&gt;หน้าใหม่&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;
ผู้เรียบเรียง&amp;amp;nbsp; ผศ.ดร. พนารัตน์ มาศฉมาดล&amp;amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ผู้ทรงคุณวุฒิประจำบทความ รศ. ดร. นิยม รัฐอมฤต&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;ประโยชน์อื่นใด&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;1&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;. ความหมาย หรือ หลักการสำคัญ&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; คำว่า “ประโยชน์อื่นใด” เป็นคำที่มีความหมายกว้าง โดยกฎหมายแต่ละฉบับพยายามให้คำนิยามหรือคำจำกัดความไว้ดังต่อไปนี้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 4 “ประโยชน์อื่นใด” หมายความรวมถึง การให้ใช้ทรัพย์สิน การให้บริการ หรือการให้ส่วนลด โดยไม่มีค่าตอบแทนหรือมีค่าตอบแทนที่ไม่เป็นไปตามปกติทางการค้า และการทำให้หนี้ที่พรรคการเมืองเป็นลูกหนี้ลดลงหรือระงับสิ้นไปด้วย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์การรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดโดยธรรมจรรยาของเจ้าหน้าที่ของรัฐ พ.ศ. 2543[[#_ftn1|[1]]] ข้อ 3 “ประโยชน์อื่นใด” หมายความว่า สิ่งที่มีมูลค่า ได้แก่ การลดราคา การรับความบันเทิง การรับบริการ การรับการฝึกอบรม หรือสิ่งอื่นใดในลักษณะเดียวกัน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์การรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดโดยธรรมจรรยาของเจ้าพนักงานของรัฐ พ.ศ. 2563[[#_ftn2|[2]]] ข้อ 4 “ประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้” หมายความว่า สิ่งที่มีมูลค่า ได้แก่ การลดราคา การรับความบันเทิง การรับบริการ การรับการฝึกอบรม หรือสิ่งอื่นใดในลักษณะเดียวกัน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; จากการให้คำนิยามของประโยชน์อื่นใดในข้างต้น จึงพอสรุปได้ว่า “ประโยชน์อื่นใด” คือ การได้รับผลประโยชน์ต่อตนเองหรือบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นด้านใด ๆ ทั้งในส่วนของการได้รับสิ่งที่มีมูลค่าไม่ว่าจะเป็นทรัพย์สิน หรือ การบริการด้านต่าง ๆ ทั้งด้านความบันเทิง การฝึกอบรม หรือ การที่ทำให้มูลหนี้ลดน้อยลงหรือระงับสิ้นไป นั่นเอง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; องค์ประกอบของประโยชน์อื่นใด จึงประกอบด้วย 1) การรับผลประโยชน์ 2) เพื่อตนเอง หรือ ผู้อื่น&amp;lt;br/&amp;gt; 3) เป็นการกระทำโดยมีเจตนาที่จะรับผลประโยชน์&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; หลักการสำคัญของ “ประโยชน์อื่นใด” ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 จึงมีข้อห้ามและหน้าที่ให้แก่พรรคการเมืองดำเนินการ ดังต่อไป&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; 1) ห้ามมิให้ “พรรคการเมือง” หรือ “ผู้ใด” เสนอให้เงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม เพื่อจูงใจให้บุคคลหนึ่งบุคคลใดสมัครเข้าเป็นสมาชิก[[#_ftn3|[3]]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; 2) ห้ามมิให้ “ผู้ใด” เรียกรับ หรือยอมจะรับเงิน ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจาก “พรรคการเมือง” หรือ จาก “ผู้ใด” เพื่อสมัครเข้าเป็นสมาชิก[[#_ftn4|[4]]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; 3) ห้ามมิให้ “พรรคการเมือง สมาชิก หรือผู้ใด” เรียก รับ หรือยอมจะรับเงิน ทรัพย์สิน หรือ ประธโยชน์อื่นใดจากผู้ใด เพื่อให้ผู้นั้นหรือบุคคลอื่นได้รับแต่งตั้ง หรือ สัญญาว่าจะให้ได้รับแต่งตั้ง หรือ เพราะเหตุที่ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือตำแหน่งใดในการบริหารราชการแผ่นดินหรือในหน่วยงานของรัฐ[[#_ftn5|[5]]] &amp;amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
4) ห้ามมิให้ “พรรคการเมือง หรือ ผู้ใด” เรียก รับ หรือยอมจะรับ หรือให้ หรือสัญญาว่าจะให้เงินทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด หรือ กระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อจูงใดให้สมาชิกลงคะแนนให้แก่ตนเองหรือผู้อื่น หรือให้งดเว้นการลงคะแนนให้แก่ผู้ใดในการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง (ตามมาตรา 50) หรือ ในการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ (ตามมาตรา 51)[[#_ftn6|[6]]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
5) คณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองมีหน้าที่ต้องบริหารการเงิน ทรัพย์สิน และประโยชน์อื่นใดของพรรคการเมืองและสาขาพรรคการเมืองตลอดจนจัดให้มีการทำบัญชีตามมาตรา 59 ให้ถูกต้องตามความเป็นจริง[[#_ftn7|[7]]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
6) รายได้ของพรรคการเมือง รวมถึงเงิน ทรัพย์สิน และประโยชน์อื่นใดที่ได้จากการจัดกิจกรรมระดมทุนของพรรคการเมือง หรือ ที่ได้จากการรับบริจาค รวมถึงดอกผลและรายได้ที่เกิดจากเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดของพรรคการเมือง[[#_ftn8|[8]]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
พรรคการเมืองจะรับบริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดจากบุคคลทั่วไปซึ่งมีมูลค่าเกินปีละสิบล้านบาทมิได้ หรือ ในกรณีนิติบุคคลจะบริจาคเกินปีละห้าล้านบาทไม่ได้[[#_ftn9|[9]]] อันเป็นมาตรการป้องกันมิให้พรรคการเมืองถูกบุคคลใด หรือกลุ่มบุคคลใดอาศัยความได้เปรียบทางการเงินมาเป็นนายทุนพรรคการเมืองเพื่อบงการหรือมีอิทธิพล ครอบงำและชี้นำการดำเนินกิจกรรมของพรรคการเมืองให้เป็นไปตามความประสงค์ของตนแต่เพียงผู้เดียว หรือกลุ่มเดียวได้ ทำให้การบริหารกิจการของพรรคการเมืองไม่เป็นไปโดยอิสระและทำให้การตรวจสอบถ่วงดุลกันภายในพรรคการเมืองไม่มีประสิทธิภาพอย่างแท้จริง[[#_ftn10|[10]]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ในกรณีที่สมาชิกของพรรคการเมืองต้องการบริจาคเพื่อประโยชน์ในการดำเนินกิจกรรมของพรรคการเมือง ต้องแจ้งให้พรรคการเมืองทราบภายในระยะเวลาที่กำหนดในข้อบังคับ และให้พรรคการเมืองออกใบเสร็จรับเงิน หรือหลักฐานการรับเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดเป็นหนังสือให้แก่ผู้บริจาคเป็นหลักฐาน[[#_ftn11|[11]]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ทั้งนี้ ห้ามมิให้พรรคการเมืองและผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมืองรับบริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด โดยรู้หรือควรจะรู้ว่าได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่า&amp;lt;br/&amp;gt; มีแหล่งที่มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย[[#_ftn12|[12]]] การกำหนดข้อห้ามดังกล่าวไว้เพื่อป้องกันมิให้พรรคการเมืองไปเกี่ยวข้องกับเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดเหล่านั้นอันจะทำให้พรรคการเมือง กลายเป็นผู้มีส่วนร่วมหรือสนับสนุนหรือช่วยเหลือในการกระทำความผิดไปด้วยและมีผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อระบบพรรคการเมืองของประเทศไทย อันเป็นมาตรการที่สำคัญเพื่อเสริมสร้างระบบพรรคการเมืองของประเทศไทยให้เป็นสถาบันที่มีความโปร่งใสและเป็นที่น่าเชื่อถือของประชาชน[[#_ftn13|[13]]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;2&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;. ปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้น&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; ข้อเท็จจริงจากกรณีคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 5/2563 เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563 ในกรณีที่หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ให้หรือบริจาคเงิน หรือประโยชน์อื่นใดแก่พรรคอนาคตใหม่ในฐานะผู้ถูกร้องมีมูลค่าเกินกว่าสิบล้านบาท อันเป็นการขัดต่อพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 66 วรรคหนึ่ง ด้วยเหตุนี้ การที่พรรคอนาคตใหม่กู้ยืมเงินและรับเงินดังกล่าวจากนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ จึงเป็นการขัดต่อพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 66 วรรคสอง อีกทั้งการที่พรรคอนาคตใหม่ในฐานะของผู้ถูกร้องรับเงินกู้ยืม ในส่วนที่มีมูลค่าเกินกว่าสิบล้านบาท จึงเป็นการรับบริจาคเงินหรือประโยชน์อื่นใดโดยรู้หรือควรจะรู้ว่า ได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีแหล่งที่มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย อันเป็นการกระทำการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 72 และเป็นเหตุให้ยุบพรรคผู้ถูกร้องได้ตามมาตรา 92 วรรคหนึ่ง (3) ประกอบมาตรา 93&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยถึงมูลเหตุการให้กู้ยืมเงินโดยมีเหตุอันน่าสงสัยว่าเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 72 ที่ห้ามพรรคการเมืองและผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมืองรับบริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด โดยพรรคอนาคตใหม่ผู้ถูกร้องรู้หรือควรจะรู้ว่าได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีแหล่งที่มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ใช้วิธีการกู้ยืมเงินจาก นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคผู้ถูกร้องเป็นเงินจำนวน 191,200,000 บาท ซึ่งปรากฏพฤติการณ์และพยานหลักฐานแสดงให้เห็นว่า พรรคอนาคตใหม่ผู้ถูกร้องมีเจตนาที่จะหลีกเลี่ยง บทบัญญัติแห่งกฎหมายตามมาตรา 66 ที่ห้ามบุคคลใดบริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด ให้แก่พรรคการเมืองมีมูลค่าเกินสิบล้านบาทต่อพรรคการเมืองต่อปี และห้ามพรรคการเมืองรับบริจาคเงิน ทรัพย์สิน&amp;lt;br/&amp;gt; หรือประโยชน์อื่นใดซึ่งมีมูลค่าเกินสิบล้านบาทต่อพรรคการเมืองต่อปี[[#_ftn14|[14]]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;3&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;. ความเห็นของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญในกรณี “ประโยชน์อื่นใด”&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; เมื่อพิจารณาบทนิยามตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 4 บัญญัติคำว่า “บริจาค” หมายความว่า การให้เงินหรือทรัพย์สินแก่พรรคการเมืองนอกจาก ค่าธรรมเนียมและค่าบำรุงพรรคการเมือง และ&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;ให้หมายความรวมถึง&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;การให้&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;ประโยชน์อื่นใด&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;แก่พรรคการเมือง บรรดาที่สามารถคำนวณเป็นเงินได้ตามที่คณะกรรมการกำหนดด้วย&amp;amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
การที่กฎหมายใช้คำว่า “ให้หมายความรวมถึง” ในการนิยามความหมายของคำในกฎหมาย ย่อมมีความหมายรวมถึงสิ่งอื่นนอกเหนือจากสิ่งที่จำกัดความหรือให้ความหมายไว้อีกด้วย เพราะฉะนั้น การให้ประโยชน์อื่นใดแก่พรรคการเมืองย่อมมีความหมายรวมถึงการกระทำที่มีลักษณะทำนองเดียวกับการให้ใช้ทรัพย์สิน การให้บริการ หรือการให้ส่วนลดโดยไม่มีค่าตอบแทนหรือมีค่าตอบแทนที่ไม่เป็นไปตามปกติทางการค้า และการทำให้หนี้ที่พรรคการเมืองเป็นลูกหนี้ลดลงหรือระงับสิ้นไป หรือการให้ประโยชน์อื่นใด แก่พรรคการเมืองบรรดาที่สามารถคำนวณเป็นเงินได้ที่ไม่ต้องออกค่าใช้จ่ายซึ่งโดยปกติต้องจ่ายอันมีลักษณะที่เป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ด้วย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
คำว่าประโยชน์อื่นใดจึงเป็นส่วนหนึ่งของคำว่า “บริจาค” ตามคำนิยามในกฎหมาย ด้วยเหตุนี้ ศาลรัฐธรรมนูญจึงได้นำความหมายของคำทั้งสองมาใช้เป็นเกณฑ์ในการตีความของกฎหมายตามวัตถุประสงค์ของรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่ต้องการ ควบคุมการสนับสนุนในทางการเงินให้แก่พรรคการเมืองอันเป็นผลให้มีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ 5/2563 นั่นเอง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;4&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;. บรรณานุกรม&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 137/ตอนที่ 21 ก/18 มีนาคม 2563&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;. คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;5&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;/&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;2563&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 117/ตอนที่ 118 ก/19 ธันวาคม 2543. &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์การรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดโดยธรรมจรรยาของเจ้าพนักงานของรัฐ พ.ศ. &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;25&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;43&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 137/ตอนที่ 20 ก/13 มีนาคม 2563. &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์การรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดโดยธรรมจรรยาของเจ้าพนักงานของรัฐ พ.ศ. 2563&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 134/ตอนที่ 105 ก/7 ตุลาคม 2560. &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&amp;lt;div&amp;gt;อ้างอิง &lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
&amp;lt;div id=&amp;quot;ftn1&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[#_ftnref1|[1]]] อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 103 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn2&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[#_ftnref2|[2]]] อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 128 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn3&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[#_ftnref3|[3]]] พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 30&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn4&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[#_ftnref4|[4]]] พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 31&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn5&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[#_ftnref5|[5]]] พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 46&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn6&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[#_ftnref6|[6]]] พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 53 และ 54&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn7&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[#_ftnref7|[7]]] พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 58&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn8&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[#_ftnref8|[8]]] พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 62&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn9&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[#_ftnref9|[9]]] พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 66 วรรคสอง&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn10&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[#_ftnref10|[10]]] [[ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ]]137 ตอนที่ 21 ลงวันที่ 18 มีนาคม 2563 หน้า 39&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn11&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[#_ftnref11|[11]]] พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 67&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn12&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[#_ftnref12|[12]]] พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา 72&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn13&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[#_ftnref13|[13]]] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 137 ตอนที่ 21 ลงวันที่ 18 มีนาคม 2563 หน้า 40&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn14&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[#_ftnref14|[14]]] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 137 ตอนที่ 21 ลงวันที่ 18 มีนาคม 2563 หน้า 44&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;/div&amp;gt;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Apirom</name></author>
	</entry>
</feed>