<?xml version="1.0"?>
<feed xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom" xml:lang="th">
	<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?action=history&amp;feed=atom&amp;title=%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B9%E0%B8%8D%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%84%E0%B8%B3%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%87</id>
	<title>ประชามติร่างรัฐธรรมนูญและคำถามพ่วง - ประวัติรุ่นแก้ไข</title>
	<link rel="self" type="application/atom+xml" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?action=history&amp;feed=atom&amp;title=%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B9%E0%B8%8D%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%84%E0%B8%B3%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%87"/>
	<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B9%E0%B8%8D%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%84%E0%B8%B3%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%87&amp;action=history"/>
	<updated>2026-04-23T00:32:21Z</updated>
	<subtitle>ประวัติรุ่นแก้ไขของหน้านี้ในวิกิ</subtitle>
	<generator>MediaWiki 1.42.1</generator>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B9%E0%B8%8D%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%84%E0%B8%B3%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%87&amp;diff=13999&amp;oldid=prev</id>
		<title>Apirom: สร้างหน้าด้วย &quot; ผู้เรียบเรียง รองศาสตราจารย์ ดร.อรรถสิทธิ์ พานแก้ว  ผู...&quot;</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B9%E0%B8%8D%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%84%E0%B8%B3%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%87&amp;diff=13999&amp;oldid=prev"/>
		<updated>2020-10-19T10:59:52Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;สร้างหน้าด้วย &amp;quot; ผู้เรียบเรียง รองศาสตราจารย์ ดร.อรรถสิทธิ์ พานแก้ว  ผู...&amp;quot;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;b&gt;หน้าใหม่&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;
ผู้เรียบเรียง รองศาสตราจารย์ ดร.อรรถสิทธิ์ พานแก้ว&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ผู้ทรงคุณวุฒิประจำบทความ ดร. สติธร ธนานิธิโชติ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;ความนำ&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
การออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2559 ถือเป็นการจัดการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญเป็นครั้งที่ 2 นับจากครั้งแรกคือการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 ที่ต่อมาได้ประกาศใช้เป็นรัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ.2550 และสิ้นสุดลงด้วยเหตุการณ์รัฐประหารเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ.2557 ทำให้ภายหลังเสร็จสิ้นกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ก่อนที่จะประกาศใช้จึงได้มีขั้นตอนของการออกเสียงประชามติ เพื่อให้ประชาชนได้ร่วมตัดสินใจว่าเห็นชอบหรือไม่กับร่างรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าว การออกเสียงประชามตินั้นจัดขึ้นเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม พ.ศ.2559 ซึ่งอยู่ภายใต้บรรยากาศทางการเมืองที่ประชาชนแบ่งแยกเป็นขั้วฝ่ายที่ค่อนข้างชัดเจน ฝ่ายหนึ่งให้การสนับสนุนการดำเนินงานของรัฐบาลของคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (คสช.) และพร้อมสนับสนุนร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ขณะที่อีกฝ่ายหนึ่งไม่เห็นด้วยกับการบริหารงานของรัฐบาลและมองว่าเนื้อหาสาระต่างๆ ในร่างรัฐธรรมนูญที่ได้จัดให้มีการออกเสียงประชามติเป็นความพยายามสืบทอดอำนาจของคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ นอกจากนี้ ยังได้มีการสอดแทรกคำถามพ่วงที่เกี่ยวข้องกับการให้อำนาจแก่สมาชิกวุฒิสภาในการร่วมลงคะแนนเพื่อเลือกผู้ที่จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ยิ่งเป็นสิ่งตอกย้ำให้เห็นถึงความพยายามในการสืบทอดอำนาจของคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ จึงก่อให้เกิดเป็นกระแสต่อต้านการรับร่างรัฐธรรมนูญอย่างกว้างในหมู่ประชาชน ขนานไปกับอีกฝ่ายหนึ่งคือรัฐบาลและผู้สนับสนุนที่ได้พยายามเชิญชวน โน้มน้าวให้มีการรับร่างรัฐธรรมนูญ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;รัฐธรรมนูญ &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;2560 กับเงื่อนไขการผ่านประชามติ&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; ภายหลังจากร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) แล้วเสร็จ ได้กำหนดให้มีการจัดออกสียงประชามติ เพื่อให้ประชาชนได้ร่วมกันตัดสินใจว่าจะรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าว ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนดให้มีการจัดออกเสียงประชามติขึ้นในวันที่ 7 สิงหาคม พ.ศ.2559 สำหรับกาออกเสียงประชามติ (Referendum) ถือได้ว่าเป็นกระบวนการที่สำคัญอย่างหนึ่งในระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย เนื่องจากระบบประชาธิปไตยโดยผู้แทน (Representative Democracy) มีข้อจำกัดอยู่ในกรณีที่ผู้แทนของประชาชนอาจใช้อำนาจไม่ตรงกับเจตนารมณ์หรือความต้องการของประชาชน[[#_ftn1|[1]]] หรือในกรณีที่ต้องตัดสินใจในเรื่องที่มีความสำคัญและยากต่อการตัดสินใจ[[#_ftn2|[2]]] การออกเสียงประชามติจึงเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนได้กลับเข้ามามีส่วนร่วมในการใช้อำนาจอธิปไตยของตน แต่ด้วยเหตุที่การออกเสียงประชามติจำเป็นต้องได้อาศัยการมีส่วนร่วมของประชาชนเป็นจำนวนมาก การบริหารจัดการต้องใช้ทรัพยากรและงบประมาณที่สูง การออกเสียงประชามติจึงมักกระทำเฉพาะในเรื่องที่มีความสำคัญ เกี่ยวข้องหรือส่งผลกระทบต่อสาธารณะชนในวงกว้าง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; ในการจัดการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2559 เป็นการจัดให้ประชาชนได้ร่วมตัดสินใจว่าจะให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.... “ทั้งฉบับ” โดยที่ในบัตรออกเสียงประชามติที่ทางคณะกรรมการการเลือกตั้งได้จัดทำขึ้นมานั้น จะมีช่องให้ผู้ลงคะแนนได้ทำเครื่องหมายกากบาทในช่องเห็นชอบหรือช่องไม่เห็นชอบ และเป็นที่น่าสังเกตว่ามีเพียง 2 ช่องดังกล่าวคือช่องเห็นชอบและไม่เห็นชอบเท่านั้น แตกต่างจากบัตรเลือกตั้งทั่วไปที่จะมีช่อง “ไม่ประสงค์ลงคะแนน” ให้ผู้ลงคะแนนสามารถทำเครื่องหมายเลือก ด้วยการนี้คะแนนการออกเสียงประชามติจึงถูกนับเฉพาะคะแนนเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบเท่านั้น หากเป็นอย่างอื่นจะถือว่าเป็นบัตรเสีย และในการกำหนดวันออกเสียงประชามติในครั้งนี้ก็มิได้มีการเปิดให้ประชาชนได้ “ออกเสียงล่วงหน้า” หรือ “ออกเสียงนอกราชอาณาจักร”[[#_ftn3|[3]]] มีแต่เพียงการให้ประชาชนสามารถ “ออกเสียงนอกเขตจังหวัด” เท่านั้น ซึ่งถือว่าแตกต่างจากการเลือกตั้งหลายครั้งที่ผ่านมา&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;ประชามติสอดไส้คำถามพ่วง&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; ทว่าที่สำคัญ ในการออกเสียงประชามติขึ้นในวันที่ 7 สิงหาคม พ.ศ.2559 นอกจากประชาชนจะได้ลงคะแนนเพื่อ “รับ” หรือ “ไม่รับ” ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.... ทั้งฉบับแล้ว ยังได้มีการสอดแทรกประเด็นเพิ่มเติมหรือที่ถูกเรียกว่า “คำถามพ่วง” ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการให้อำนาจแก่สมาชิกวุฒิสภาในการร่วมพิจารณาให้ความเห็นชอบผู้ที่จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ดังข้อความในบัตรออกเสียงประชามติที่ว่า&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;#039;&amp;#039;ท่านเห็นชอบหรือไม่ว่า เพื่อให้การปฏิรูปประเทศเกิดความต่อเนื่องตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ สมควรกำหนด ไว้ในบทเฉพาะกาลว่า ในระหว่าง &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;5 ปีแรกนับแต่วันที่มีรัฐสภาชุดแรกตามรัฐธรรมนูญนี้ ให้ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาเป็นผู้พิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี&amp;#039;&amp;#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; สำหรับที่มาของประเด็นเพิ่มเติมหรือคำถามพ่วงนี้ ถูกริเริ่มขึ้นจากที่ประชุมร่วมกันระหว่างคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (คสช.) และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ.2557 โดยหนึ่งในประเด็นแก้ไขเพิ่มเติมคือมีการกำหนดให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) สามารถเสนอประเด็นเพิ่มเติมหรือคำถามพ่วงในการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ โดยทั้งนี้ต้องรับฟังความเห็นจากสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) เสียก่อน ต่อมาที่ประชุมของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ได้มีมติ 136&amp;lt;br/&amp;gt; ต่อ 3 เห็นชอบกับประเด็นคำถามพ่วงที่ว่า “ท่านเห็นด้วยหรือไม่ ที่ในระยะ 5 ปีแรก นับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยนี้ ให้นายกรัฐมนตรีต้องมาจากความเห็นชอบของรัฐสภา” ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) จึงได้มีมติต่อมาที่ 142 ต่อ 16 เห็นชอบกับประเด็นคำถามพ่วง และได้ปรับเปลี่ยนถ้อยคำจากประเด็นคำถามพ่วงที่สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) เสนอความเห็นมา เป็นข้อความว่า “เห็นด้วยหรือไม่ เพื่อให้การปฏิรูปประเทศเป็นไปตามยุทธศาสตร์ชาติ ควรกำหนดในบทเฉพาะกาลว่าระหว่าง 5 ปีแรก ตั้งแต่มีรัฐสภาชุดแรกตามรัฐธรรมนูญนี้ ให้ที่ประชุมรัฐสภาเป็นผู้พิจารณาเห็นชอบบุคคลที่สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี”[[#_ftn4|[4]]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
การเพิ่มอำนาจและบทบาทของวุฒิสภาในการพิจารณาให้ความเห็นชอบผู้ที่จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีนี้ได้กลายเป็นประเด็นที่ถกเถียงกันอย่างกว้างขวางในสังคม เนื่องจากที่ผ่านมาการพิจารณาให้ความเห็นชอบผู้ที่จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีถือเป็นอำนาจของสภาผู้แทนราษฎร จึงถือเป็นครั้งแรกที่ให้วุฒิสภาเข้ามามีบทบาทแม้จะอยู่ในบทเฉพาะกาลก็ตาม และยิ่งกว่านั้นประเด็นในเรื่องที่มาของวุฒิสภาซึ่งสมาชิกจำนวน 250 คน มีที่มาจากการแต่งตั้งโดยคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ จึงได้กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ถึงการใช้กลไกทางการเมืองโดยรัฐสภาเพื่อเอื้อประโยชน์ต่อการสืบทอดอำนาจของคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;กระแสต้านและผลการออกเสียงประชามติ&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; จากประเด็นคำถามพ่วงที่ถูกเพิ่มเข้ามาในการออกเสียงประชามติ ยิ่งก่อให้เกิดข้อถกเถียงและวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางทั้งต่อร่างรัฐธรรมนูญและรัฐบาล โดยแม้ว่าฝ่ายสนับสนุนจะได้พยายามชี้ชวนให้เห็นข้อดีของการให้อำนาจกับวุฒิสภาในการร่วมพิจารณาให้ความเห็นชอบผู้ที่จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี อาทิ นายเสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ที่ให้ความเห็นว่าหากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาได้ร่วมกันพิจารณาให้ความเห็นชอบผู้ที่จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแล้ว ย่อมนำมาสู่ความเป็นกลาง ความถูกต้องและเหมาะสม ขณะที่นายวันชัย สอนศิริ อีกหนึ่งสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ได้กล่าวถึงการเพิ่มอำนาจและบทบาทของวุฒิสภาที่จะสามารถเข้าไปช่วยกลั่นกรองนายกรัฐมนตรีที่อาจจะไม่ฉลาด หรือเป็นผู้ที่มีประวัติไม่ดี ถือเป็นการช่วยแก้วิกฤตของประเทศให้สามารถเปลี่ยนผ่านไปด้วยความเรียบร้อย[[#_ftn5|[5]]] เป็นต้น ทว่าเสียงคัดค้านก็ดังมาจากหลายทาง โดยเฉพาะฝ่ายการเมืองอย่างพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งถือเป็น 2 พรรคการเมืองใหญ่ของประเทศ ที่ต่างแสดงความไม่เห็นด้วยกับเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือในประเด็นคำถามพ่วงที่ทั้ง 2 พรรคต่างแสดงท่าทีชัดเจนที่ไม่ยอมรับ “คำถามพ่วง” ในการออกเสียงประชามติดังกล่าว[[#_ftn6|[6]]] นอกจากนี้ ในช่วงการรณรงค์ประชามติก็มีข้อวิพากษ์วิจารณ์ถึงความพยายามของฝ่ายรัฐในการปิดกั้นขัดขวาง ทำให้การรณรงค์ซึ่งควรเปิดโอกาสให้ทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยได้สามารถแสดงความคิดเห็นกันอย่างเสรี กลับต้องพบกับอุปสรรคนานัปการภายใต้การบังคับใช้พระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2559 ที่ทำให้การตีความและวิพากษ์รัฐธรรมนูญอันเป็นสิ่งที่ควรกระทำได้อย่างเสรีกลับต้องพบเจอกับความเสี่ยงต่างๆ จากการดำเนินการของฝ่ายรัฐ[[#_ftn7|[7]]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม ในที่สุดเมื่อได้มีการออกเสียงประชามติแล้ว ผลปรากฎออกมาว่าประชาชนให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญคิดเป็นร้อยละ 61.35 ขณะที่เห็นชอบกับคำถามพ่วงคิดเป็นร้อยละ 58.70 จากจำนวนผู้ออกมาใช้สิทธิ 29.7 ล้านคน[[#_ftn8|[8]]] จึงนำมาสู่การที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญได้มีการปรับแก้ไข&amp;lt;br/&amp;gt; ร่างรัฐธรรมนูญในส่วนที่เกี่ยวข้องให้สอดคล้องกับผลการออกเสียงประชามติในประเด็นเพิ่มเติม โดยเฉพาะในประเด็นการพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งได้มีการเพิ่มเติมข้อความในบทเฉพาะกาล ในมาตรา 272 ที่ระบุถึงการให้อำนาจกับที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาในช่วงเวลา 5 ปีแรกนับแต่วันที่มีรัฐสภาในการพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี[[#_ftn9|[9]]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;บรรณานุกรม&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
“3 ปี ประชามติ: ทำไมคนถึงไม่พอใจประชามติ ปี 2559.” &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;iLAW&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;. (6 สิงหาคม 2562) เข้าถึงจาก &amp;lt;https://www.ilaw.or.th/node/5355&amp;gt;. เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2563.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
“กกต.แถลงผลประชามติเป็นทางการคนเห็นชอบร่างรธน.61.35%,” &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;โพสต์ทูเดย์ออนไลน์&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;, (10 สิงหาคม 2559) เข้าถึงจาก &amp;lt;https://www.posttoday.com/politic/news/447841&amp;gt;. เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2563.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ. “คำชี้แจงของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญประกอบการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญในส่วนที่เกี่ยวข้องให้สอดคล้องกับผลการออกเสียงประชามติในประเด็นเพิ่มเติม.” 29 สิงหาคม 2559.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
นันทวัฒน์ บรมนันท์. (2555) “บทสัมภาษณ์ความเห็นทางวิชาการ เรื่อง “การออกเสียงประชามติ (referendum) : ประสบการณ์ของไทยกับต่างประเทศ”.” สัมภาษณ์โดย กองบรรณาธิการสำนักกฎหมาย สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา. &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;จุลนิติ&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;, ปีที่ 9, ฉบับที่ 4 (กรกฎาคม-สิงหาคม 2555): 12-22.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
“นับถอยหลังประชามติ รธน.: “คำถามพ่วง” ประชามติ กับบทบาท ส.ว.เฉพาะกาล.” &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;Thai Publica&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; (17 กรกฎาคม 2559) เข้าถึงจาก &amp;lt;https://thaipublica.org/2016/07/referendum-12/&amp;gt;. เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2563.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
“นับถอยหลังประชามติ รธน.: ใครมี “สิทธิ” ออกเสียงประชามติ และ “คะแนน” ของใครที่จะถูกนับ.”&amp;lt;br/&amp;gt; &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;Thai Publica&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; (3 กรกฎาคม 2559) เข้าถึงจาก &amp;lt;https://thaipublica.org/2016/07/referendum-9/&amp;gt;. เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2563.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
สิริพรรณ นกสวน สวัสดี. (2555) “บทสัมภาษณ์ความเห็นทางวิชาการ เรื่อง “การออกเสียงประชามติ (referendum) : ประสบการณ์ของไทยกับต่างประเทศ”.” สัมภาษณ์โดย กองบรรณาธิการสำนักกฎหมาย สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา. &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;จุลนิติ&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;, ปีที่ 9, ฉบับที่ 4 (กรกฎาคม-สิงหาคม 2555): 23-30.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&amp;lt;div&amp;gt;&lt;br /&gt;
อ้างอิง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
&amp;lt;div id=&amp;quot;ftn1&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[#_ftnref1|[1]]] นันทวัฒน์ บรมนันท์, (2555) “บทสัมภาษณ์ความเห็นทางวิชาการ เรื่อง “การออกเสียงประชามติ (referendum) : ประสบการณ์ของไทยกับต่างประเทศ”,” สัมภาษณ์โดย กองบรรณาธิการสำนักกฎหมาย สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา. &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;จุลนิติ&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;,&amp;lt;br/&amp;gt; ปีที่ 9, ฉบับที่ 4 (กรกฎาคม-สิงหาคม 2555): 12.&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn2&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[#_ftnref2|[2]]] สิริพรรณ นกสวน สวัสดี, (2555) “บทสัมภาษณ์ความเห็นทางวิชาการ เรื่อง “การออกเสียงประชามติ (referendum) : ประสบการณ์ของไทยกับต่างประเทศ”,” สัมภาษณ์โดย กองบรรณาธิการสำนักกฎหมาย สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา. &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;จุลนิติ&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;,&amp;lt;br/&amp;gt; ปีที่ 9, ฉบับที่ 4 (กรกฎาคม-สิงหาคม 2555): 23.&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn3&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[#_ftnref3|[3]]] “นับถอยหลังประชามติ รธน.: ใครมี “สิทธิ” ออกเสียงประชามติ และ “คะแนน” ของใครที่จะถูกนับ,” &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;Thai Publica&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;, (3 กรกฎาคม 2559) เข้าถึงจาก &amp;lt;https://thaipublica.org/2016/07/referendum-9/&amp;gt;. เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2563.&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn4&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[#_ftnref4|[4]]] “นับถอยหลังประชามติ รธน.: “คำถามพ่วง” ประชามติ กับบทบาท ส.ว.เฉพาะกาล,” &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;Thai Publica,&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; (17 กรกฎาคม 2559) เข้าถึงจาก &amp;lt;https://thaipublica.org/2016/07/referendum-12/&amp;gt;. เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2563.&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn5&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[#_ftnref5|[5]]] “นับถอยหลังประชามติ รธน.: “คำถามพ่วง” ประชามติ กับบทบาท ส.ว.เฉพาะกาล,” &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;Thai Publica,&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; (17 กรกฎาคม 2559) เข้าถึงจาก &amp;lt;https://thaipublica.org/2016/07/referendum-12/&amp;gt;. เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2563.&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn6&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[#_ftnref6|[6]]] “นับถอยหลังประชามติ รธน.: “คำถามพ่วง” ประชามติ กับบทบาท ส.ว.เฉพาะกาล,” &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;Thai Publica,&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; (17 กรกฎาคม 2559) เข้าถึงจาก &amp;lt;https://thaipublica.org/2016/07/referendum-12/&amp;gt;. เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2563.&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn7&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[#_ftnref7|&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;[7]&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;]] “3 ปี ประชามติ: ทำไมคนถึงไม่พอใจประชามติ ปี 2559,” iLAW, (6 สิงหาคม 2562) เข้าถึงจาก &amp;lt;https://www.ilaw.&amp;lt;br/&amp;gt; or.th/node/5355&amp;gt;. เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2563.&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn8&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[#_ftnref8|&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;[8]&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;]] “กกต.แถลงผลประชามติเป็นทางการคนเห็นชอบร่างรธน.61.35%,” โพสต์ทูเดย์ออนไลน์, (10 สิงหาคม 2559) เข้าถึงจาก &amp;lt;https://www.posttoday.com/politic/news/447841&amp;gt;. เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2563.&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn9&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[#_ftnref9|[9]]] คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ, “คำชี้แจงของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญประกอบการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญในส่วนที่เกี่ยวข้องให้สอดคล้องกับผลการออกเสียงประชามติในประเด็นเพิ่มเติม,” 29 สิงหาคม 2559.&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;/div&amp;gt; &lt;br /&gt;
[[Category:เหตุการณ์สำคัญทางการเมืองไทย สมัย พ.ศ. 2520-ปัจจุบัน]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Apirom</name></author>
	</entry>
</feed>