<?xml version="1.0"?>
<feed xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom" xml:lang="th">
	<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?action=history&amp;feed=atom&amp;title=%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B8%A8%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87</id>
	<title>นิเวศวิทยาการเมือง - ประวัติรุ่นแก้ไข</title>
	<link rel="self" type="application/atom+xml" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?action=history&amp;feed=atom&amp;title=%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B8%A8%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87"/>
	<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B8%A8%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87&amp;action=history"/>
	<updated>2026-04-07T16:00:00Z</updated>
	<subtitle>ประวัติรุ่นแก้ไขของหน้านี้ในวิกิ</subtitle>
	<generator>MediaWiki 1.42.1</generator>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B8%A8%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87&amp;diff=16165&amp;oldid=prev</id>
		<title>Annmayavadee: สร้างหน้าด้วย &quot; &#039;&#039;&#039;ผู้เรียบเรียง&#039;&#039;&#039; &#039;&#039;&#039;:&#039;&#039;&#039; ดร.นิตยา โพธิ์นอก  &#039;&#039;&#039;ผู้ทรงคุณวุฒิประจำบทความ&#039;&#039;&#039; &#039;&#039;&#039;:&#039;&#039;&#039; ศาสตราจารย์ ดร.จำลอง โพธิ์บุญ  &amp;nbsp;  &lt;span style=&quot;font-size:x-large;&quot;&gt;&#039;&#039;&#039;ความหมายและความสำคัญ&#039;&#039;&#039;&lt;/span&gt;  &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &#039;&#039;&#039;นิเวศวิท...&quot;</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B8%A8%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87&amp;diff=16165&amp;oldid=prev"/>
		<updated>2024-08-19T04:37:50Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;สร้างหน้าด้วย &amp;quot; &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;ผู้เรียบเรียง&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;:&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; ดร.นิตยา โพธิ์นอก  &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;ผู้ทรงคุณวุฒิประจำบทความ&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;:&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; ศาสตราจารย์ ดร.จำลอง โพธิ์บุญ     &amp;lt;span style=&amp;quot;font-size:x-large;&amp;quot;&amp;gt;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;ความหมายและความสำคัญ&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;lt;/span&amp;gt;            &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;นิเวศวิท...&amp;quot;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;b&gt;หน้าใหม่&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;
&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;ผู้เรียบเรียง&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;:&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; ดร.นิตยา โพธิ์นอก&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;ผู้ทรงคุณวุฒิประจำบทความ&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;:&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; ศาสตราจารย์ ดร.จำลอง โพธิ์บุญ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;span style=&amp;quot;font-size:x-large;&amp;quot;&amp;gt;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;ความหมายและความสำคัญ&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;lt;/span&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;นิเวศวิทยาการเมือง&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;(political ecology)&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; เป็นแนวคิดทางการเมืองที่เกี่ยวกับความเชื่อ อุดมการณ์ องค์ความรู้ในการจัดสรรทรัพยากรในสังคม โดยมีพื้นฐานแนวคิดทางวิทยาศาสตร์ เศรษฐกิจ เทคโนโลยี ในการศึกษาความสัมพันธ์ทางสังคมเพื่อสิ่งแวดล้อมใหม่ ความสัมพันธ์ที่ว่านี้กล่าวถึงความสัมพันธ์ทางการเมืองระหว่างมนุษย์ รวมไปถึงความสัมพันธ์ของมนุษย์และสิ่งที่อยู่รอบตัวมนุษย์ซึ่งอาจไม่ใช่มนุษย์ก็ได้ เพราะนิเวศวิทยา (Ecology) นั้นหมายถึงระบบความสัมพันธ์ทางธรรมชาติระหว่างดิน พืช และสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ[[#_ftn1|&amp;lt;sup&amp;gt;&amp;lt;sup&amp;gt;[1]&amp;lt;/sup&amp;gt;&amp;lt;/sup&amp;gt;]] เมื่อใดที่ระบบทางธรรมชาติอยู่อย่างโดด ๆ ไม่มีมนุษย์เข้ามาเกี่ยวข้องจะยังคงเป็นนิเวศวิทยาอยู่ หากเมื่อมีมนุษย์เข้ามากระทำ เช่น ออกกฎหมาย จัดการ ซึ่งทำให้ระบบนิเวศวิทยานั้นเปลี่ยนไป จึงทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่านิเวศวิทยาการเมือง ซึ่งเป็นแนวคิดที่วิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างการเมืองและสิ่งแวดล้อม[[#_ftn2|&amp;lt;sup&amp;gt;&amp;lt;sup&amp;gt;[2]&amp;lt;/sup&amp;gt;&amp;lt;/sup&amp;gt;]] อย่างไรก็ดี นิเวศวิทยาการเมืองถือเป็นแนวคิดที่ค่อนข้างใหม่หากเทียบกับแนวคิดทางการเมืองแบบดั้งเดิมอื่น อีกทั้งยังมีที่มาของการเคลื่อนไหวแนวคิดนี้จากหลายสำนัก ทำให้เป็นแนวคิดที่ถูกกล่าวถึงในหลายรูปแบบเพราะมีตัวแปรที่ผกผันตลอดเวลา[[#_ftn3|&amp;lt;sup&amp;gt;&amp;lt;sup&amp;gt;[3]&amp;lt;/sup&amp;gt;&amp;lt;/sup&amp;gt;]] ดังนั้น ความหมายของนิเวศวิทยาการเมืองยังคงถูกนิยามหรือตีความได้อย่างหลากหลายตามมุมมองของนักวิชาการแต่ละช่วงสมัย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; นิเวศวิทยาการเมืองเป็นแนวคิดที่สำคัญในแง่การอธิบายปรากฎการณ์ต่าง ๆ เพื่อทำความเข้าใจการเมืองและสิ่งแวดล้อม ทำให้เข้าใจอำนาจทางการเมืองที่เป็นเงื่อนไข นำไปสู่ผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อม เมื่อเข้าใจเช่นนี้แล้วจะนำไปสู่การหาแนวทางเพื่อจัดการสิ่งเหล่านั้นอย่างยั่งยืน[[#_ftn4|&amp;lt;sup&amp;gt;&amp;lt;sup&amp;gt;[4]&amp;lt;/sup&amp;gt;&amp;lt;/sup&amp;gt;]] ยกตัวอย่างในมิติการเมือง นิเวศวิทยาการเมืองสามารถใช้อธิบายการเข้าถึงทรัพยากรที่แตกต่างกันของแต่ละกลุ่มคนในสังคม อย่างสิทธิในที่ดินทำกินที่นับวันยิ่งกีดกันคนยากจนมากขึ้น[[#_ftn5|&amp;lt;sup&amp;gt;&amp;lt;sup&amp;gt;[5]&amp;lt;/sup&amp;gt;&amp;lt;/sup&amp;gt;]] การให้ชุมชนท้องถิ่นที่เป็นภาคส่วนที่อยู่ใกล้ชิดฐานทรัพยากรได้เข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของตน[[#_ftn6|&amp;lt;sup&amp;gt;&amp;lt;sup&amp;gt;[6]&amp;lt;/sup&amp;gt;&amp;lt;/sup&amp;gt;]] หรือตัวอย่างการใช้นิเวศวิทยาการเมืองไปอธิบายในมิติทางประวัติศาสตร์วัฒนธรรม เช่น การอธิบายความสัมพันธ์ของสังคมและธรรมชาติในบริบทของทุนนิยมใหม่[[#_ftn7|&amp;lt;sup&amp;gt;&amp;lt;sup&amp;gt;[7]&amp;lt;/sup&amp;gt;&amp;lt;/sup&amp;gt;]] หรือตัวอย่างการศึกษาในมิติเศรษฐกิจสังคมที่อธิบายการเข้าถึงทรัพยากรของกลุ่มที่แตกต่างทางเพศและชนชั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อสิ่งแวดล้อมมีความเสื่อมโทรมมากขึ้น คนเหล่านั้นได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างไร[[#_ftn8|&amp;lt;sup&amp;gt;&amp;lt;sup&amp;gt;[8]&amp;lt;/sup&amp;gt;&amp;lt;/sup&amp;gt;]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; ด้วยลักษณะของแนวคิดที่มีความสำคัญในการอรรถาธิบายปรากฏการณ์ทางสังคมที่ประกอบด้วยกลุ่มต่าง ๆ และสิ่งแวดล้อม ทำให้วิธีการที่ใช้ในการค้นคว้า อธิบายและวิเคราะห์ตามแนวคิดนี้เป็นแบบเชิงลึกและเน้นไปในทางวิพากษ์ โดยอาจมีการศึกษาเป็นรายกรณี เช่น เข้าไปสัมภาษณ์หรือฝังตัวสังเกตการณ์แบบมีส่วนร่วมในชุมชนหรือท้องถิ่นใดท้องถิ่นหนึ่ง[[#_ftn9|&amp;lt;sup&amp;gt;&amp;lt;sup&amp;gt;[9]&amp;lt;/sup&amp;gt;&amp;lt;/sup&amp;gt;]] ในส่วนต่อไปเป็นตัวอย่างของการอธิบายวิเคราะห์ภายใต้กรอบแนวคิดนิเวศวิทยาการเมืองเพื่อให้เห็นความชัดเจนของการประยุกต์ใช้แนวคิดนี้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;span style=&amp;quot;font-size:x-large;&amp;quot;&amp;gt;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;ตัวอย่างการประยุกต์ใช้นิเวศวิทยาการเมือง&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;lt;/span&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; ตัวอย่างการประยุกต์ใช้แนวคิดต่อไปนี้ เป็นการรวบรวมมานำเสนอเพียงบางส่วนเพื่อผู้อ่านพอเข้าใจว่านิเวศวิทยาการเมืองมีลักษณะเป็นเช่นไร ผ่านตัวอย่างการเคลื่อนไหวชุมชนกรณีกว๊านพะเยา การศึกษานิเวศวิทยาการเมืองของเกษตรกรรมชานเมืองกรุงเทพมหานคร การต่อต้านการทำเหมืองแร่ของประชาชนจังหวัดเพชรบูรณ์ และการจัดการทรัพยากรชายฝั่งทะเลอ่าวบ้านดอน จังหวัดสุราษฎร์ธานี&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; พัฒนาการเมืองเรื่องสิ่งแวดล้อมในพื้นที่กว๊านพะเยา ที่มุ่งเน้นไปที่การเคลื่อนไหวของชุมชนและการจัดการทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ เพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิตของประชาชนในท้องถิ่น ด้วยกว๊านพะเยาเป็นแหล่งน้ำสำคัญในจังหวัดพะเยา มีความสำคัญต่อการเกษตรและประมงในพื้นที่ แต่การพัฒนาที่ไม่ยั่งยืนและการใช้งานทรัพยากรเกินขีดความสามารถของธรรมชาติทำให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อม เช่น มลพิษและการลดลงของทรัพยากรทางน้ำ ทั้งยังมีความขัดแย้งระหว่างกลุ่มชุมชนท้องถิ่นกับภาครัฐและนักลงทุนที่มุ่งหวังการพัฒนาที่เน้นการใช้ทรัพยากรเพื่อประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ชุมชนท้องถิ่นจึงได้รวมตัวกันเพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ โดยใช้กลยุทธ์ เช่น การประท้วง การประชาสัมพันธ์ และการฟ้องร้องทางกฎหมาย โดยสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับองค์กรพัฒนาเอกชน (NGOs) และนักวิชาการเพื่อเพิ่มพลังในการต่อสู้ การเคลื่อนไหวของชุมชนส่งผลให้ภาครัฐต้องพิจารณาและปรับเปลี่ยนนโยบายการพัฒนาในพื้นที่กว๊านพะเยา มีการจัดตั้งคณะกรรมการร่วมระหว่างภาครัฐและชุมชนเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นและวางแผนการพัฒนาอย่างยั่งยืน[[#_ftn10|&amp;lt;sup&amp;gt;&amp;lt;sup&amp;gt;[10]&amp;lt;/sup&amp;gt;&amp;lt;/sup&amp;gt;]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; การศึกษาการดำรงอยู่ของสวนเกษตรกรรมในเขตพื้นที่ชานเมืองกรุงเทพมหานคร ด้วยการกระจายตัวของเมืองอย่างรวดเร็วทำให้กรุงเทพมหานครต้องสูญเสียพื้นที่เกษตรกรรม ทำให้วิถีชีวิตของชุมชนชาวสวนเปลี่ยนแปลงไปเพราะสภาพแวดล้อมเสื่อมโทรมลงและพื้นที่ถูกนายทุนกว้านซื้อเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ทางการค้าและที่อยู่อาศัย ยกตัวอย่างเช่น สวนกล้วยไม้สกุลม็อคคาราของตาเสงี่ยมย่านภาษีเจริญที่ได้รับผลกระทบจากน้ำเสียชุมชนบ้านจัดสรรที่ขยายตัว สวนฝรั่งแห่งแรกในถนนบางแวกในเขตบางแค หรือนาข้าวของอาจารย์วรินทร์ เขียวสะอาดย่านทวีวัฒนา ที่ได้รับผลกระทบคือการเกษตรไม่อาจใช้น้ำจากแหล่งสาธารณะได้เช่นเดิมเนื่องมาจากการขยายตัวของเมือง กรณีนี้ภาคส่วนผู้เป็นนายทุนและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของรัฐมีส่วนต่อการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ชานเมืองทำให้เกษตรกรต้องปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตตนเอง ไปสู่การเรียนรู้วิถีการเกษตรแบบใหม่ หรือเตรียมพร้อมเพื่อหาพื้นที่แห่งใหม่ในการทำเกษตรหากเจ้าของที่ดินไม่ให้เช่าพื้นที่ต่อ การจัดการกับเรื่องนี้จำเป็นต้องอาศัยการออกแบบพื้นที่เมืองเพื่อรักษาพื้นที่เกษตรกรรมกลางเมืองและชานเมืองไว้ เนื่องจากหลีกเลี่ยงการพัฒนาโครงสร้างของเมืองได้ยาก[[#_ftn11|&amp;lt;sup&amp;gt;&amp;lt;sup&amp;gt;[11]&amp;lt;/sup&amp;gt;&amp;lt;/sup&amp;gt;]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; การศึกษาความขัดแย้งและการต่อต้านการทำเหมืองแร่ของขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคมจังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อศึกษาเป้าหมาย ยุทธศาสตร์ กลวิธี กระบวนการของขบวนการเคลื่อนไหว ซึ่งเป็นการต่อสู้คัดค้านใช้ยุทธศาสตร์แบบค่อยเป็นค่อยไป โดยมีการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับประชาชนผ่านการให้ข้อมูลข่าวสารในพื้นที่ กรอบการเคลื่อนไหวในการต่อสู้คัดค้านมีชื่อว่า &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;quot;คนหนองไผ่ไม่เอาเหมืองแร่&amp;quot;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; และ &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;quot;สำนึกรักบ้านเกิด&amp;quot;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; เพื่อปกป้องพื้นที่ของประชาชน สำหรับกระบวนการและปัญหาจัดระดมทรัพยากรเป็นการสร้างเครือข่ายอาศัยความสัมพันธ์แบบเครือญาติ สมาชิกในชุมชนเป็นหลัก โดยมีลักษณะไม่เป็นทางการ มีกิจกรรมต่าง ๆ ในพื้นที่ และมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย ปัญหาของการจัดการทรัพยากรคือไม่มีการระดมทรัพยากรอย่างเป็นทางการ แต่เน้นการสร้างความรู้และความตระหนักให้แก่ประชาชน ซึ่งการต่อสู้ของภาคประชาชนเช่นนี้ สะท้อนให้เห็นว่ารัฐต้องให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของประชาชนที่ได้รับผลกระทบทั้งเชิงบวกและเชิงลบจากโครงการของรัฐในการพัฒนาเศรษฐกิจ[[#_ftn12|&amp;lt;sup&amp;gt;&amp;lt;sup&amp;gt;[12]&amp;lt;/sup&amp;gt;&amp;lt;/sup&amp;gt;]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; การศึกษาการจัดการทรัพยากรชายฝั่งทะเลอ่าวบ้านดอน จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อศึกษาการเปลี่ยนแปลงทางนิเวศ ความขัดแย้งทางนิเวศ และปัจจัยที่ส่งผลให้เกิดความขัดแย้ง รวมถึงเสนอแนวทางการจัดการทรัพยากรชายฝั่งที่เป็นธรรมและยั่งยืน โดยการสัมภาษณ์เชิงลึกกับตัวแทนที่เกี่ยวข้องกับประมงชายฝั่งอ่าวบ้านดอน 4 กลุ่ม ได้แก่ ภาครัฐ ผู้นำท้องถิ่น ประมงพื้นบ้าน และภาคประชาสังคม อ่าวบ้านดอนมีการเปลี่ยนแปลงทางนิเวศ 3 ยุค ได้แก่ ยุคเศรษฐกิจชุมชนพึ่งตนเองก่อน พ.ศ. 2504 ช่วงการใช้ทรัพยากรเพื่อการดำรงชีพ พ.ศ. 2504-2545 ช่วงให้สัมปทานป่าชายเลนและจัดสรรพื้นที่ทะเลให้เกษตรกรเลี้ยงหอยตะโกรมเพื่อแก้ปัญหาความยากจน และ พ.ศ. 2545-2549 ช่วงที่รัฐส่งเสริมการส่งออกอาหารทะเล นำไปสู่การบุกรุกพื้นที่ทะเลนอกเขตอนุญาตเพื่อเลี้ยงหอยแครงกว่า 200,000 ไร่ การบุกรุกและการจัดสรรพื้นที่ทะเลส่งผลให้ทะเลกลายเป็นพื้นที่ส่วนบุคคลและเกิดวิกฤตความขัดแย้งระหว่างกลุ่มชาวประมงพื้นบ้านและผู้มีอิทธิพล นำไปสู่การเสนอนโยบายให้ชุมชนประมงจัดการทรัพยากรด้วยตนเอง โดยมีกฎกติกาที่เป็นธรรม ซึ่งการจัดการจำเป็นต้องให้มีการบริหารจัดการโดยชุมชน (Self-governance) เพื่อให้มีความสมดุลในการใช้ประโยชน์ทรัพยากรร่วมกัน[[#_ftn13|&amp;lt;sup&amp;gt;&amp;lt;sup&amp;gt;[13]&amp;lt;/sup&amp;gt;&amp;lt;/sup&amp;gt;]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; หากผู้อ่านได้มีโอกาสอ่านงานวิจัยและงานวิชาการตามตัวอย่างที่นำมาเสนอนี้ จะเห็นได้ว่ากรณีเหล่านี้วางพื้นฐานให้เห็นถึงประวัติศาสตร์ความเป็นมาของระบบนิเวศของแต่ละพื้นที่ให้เห็นว่าเป็นนิเวศวิทยาในแบบที่ &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;quot;ปกติ&amp;quot;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;amp;nbsp;จนกระทั่งเกิดการขยายตัวของเศรษฐกิจและสังคม จึงนำไปสู่ผลกระทบระบบนิเวศที่มีอยู่เดิมรวมถึงมนุษย์ที่อยู่ในนั้นด้วย นำไปสู่ความขัดแย้ง ผลประโยชน์ หรือการจัดการที่มนุษย์ด้วยกันเองกระทำตลอดจนแสวงหาทางออกร่วมกัน ซึ่งแต่ละกรณีให้ผลของการหาทางออกแตกต่างกันแล้วแต่บริบท แต่สิ่งหนึ่งที่เห็นร่วมกันในทางออกคือมนุษย์ทุกกลุ่มที่อยู่ในระบบนิเวศเดียวกันต้องถูกนำเข้าไปอยู่ในกระบวนการหาทางออกนั้น จึงจะนำไปสู่การประยุกต์ใช้นิเวศวิทยาการเมืองได้สำเร็จ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;span style=&amp;quot;font-size:x-large;&amp;quot;&amp;gt;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;อ้างอิง&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;lt;/span&amp;gt;&lt;br /&gt;
&amp;lt;div&amp;gt;&amp;lt;div id=&amp;quot;ftn1&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[#_ftnref1|&amp;lt;sup&amp;gt;&amp;lt;sup&amp;gt;[1]&amp;lt;/sup&amp;gt;&amp;lt;/sup&amp;gt;]] Porto-goncalves, Carlos Walter, and Enrique Leff, 2015. “Political Ecology in Latin America: the Social Re-Appropriation of Nature, the Reinvention of Territories and the Construction of an Environmental Rationality” Desenvolv Meio Ambiente. 35. p.67; Paul Robbins, 2015. “The Trickster Science” in Tom Perreault &amp;amp; other (Eds). The Routledge Handbook of Political Ecology. New York. Routledge. p.90; Peter J. Jacques, 2009. Environmental Skepticism: Ecology, Power, and Public Life. Burlington. Ashgate Publishing Company Jacques. pp. 48-49.&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn2&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[#_ftnref2|&amp;lt;sup&amp;gt;&amp;lt;sup&amp;gt;[2]&amp;lt;/sup&amp;gt;&amp;lt;/sup&amp;gt;]] Peter J. Jacques. Op. Cit. ปรีชา เปี่ยมพงศ์สานต์, 2546. นิเวศเศรษฐศาสตร์ และนิเวศวิทยาการเมือง. กรุงเทพฯ. โรงพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. หน้า 160.&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn3&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[#_ftnref3|&amp;lt;sup&amp;gt;&amp;lt;sup&amp;gt;[3]&amp;lt;/sup&amp;gt;&amp;lt;/sup&amp;gt;]] Paul Robbins, 2012. Political Ecology: A Critical Introduction. 2nd ed. Oxford. Willey-Blackwell. 2012.&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn4&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[#_ftnref4|&amp;lt;sup&amp;gt;&amp;lt;sup&amp;gt;[4]&amp;lt;/sup&amp;gt;&amp;lt;/sup&amp;gt;]] Ibid. p.95; Raymond L. Bryant, 2015. The International Handbook of Political Ecology. Massachusetts. Edward Elgar Publishing. p.13.&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn5&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[#_ftnref5|&amp;lt;sup&amp;gt;&amp;lt;sup&amp;gt;[5]&amp;lt;/sup&amp;gt;&amp;lt;/sup&amp;gt;]] Simon Batterbury, 2015. “Doing Political Ecology Inside and Outside the Academy”. In Bryant, Raymond L. The International Handbook of Political Ecology. Massachusett. Edward Elgar Publishing, p.28.&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn6&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[#_ftnref6|&amp;lt;sup&amp;gt;&amp;lt;sup&amp;gt;[6]&amp;lt;/sup&amp;gt;&amp;lt;/sup&amp;gt;]] Robert Fletcher, 2010. “Neoliberal Environmentaity: Towards a Poststructuralist Political Ecology of the Conservation Debate”. Conservation and Society. 3 (2010).&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn7&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[#_ftnref7|&amp;lt;sup&amp;gt;&amp;lt;sup&amp;gt;[7]&amp;lt;/sup&amp;gt;&amp;lt;/sup&amp;gt;]] Tom Perreault and other, 2015. The Routledge Handbook of Political Ecology. New York. Routledge. pp.621-623.&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn8&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[#_ftnref8|&amp;lt;sup&amp;gt;&amp;lt;sup&amp;gt;[8]&amp;lt;/sup&amp;gt;&amp;lt;/sup&amp;gt;]] Simon Batterbury. Op.Cit. p.28&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn9&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[#_ftnref9|&amp;lt;sup&amp;gt;&amp;lt;sup&amp;gt;[9]&amp;lt;/sup&amp;gt;&amp;lt;/sup&amp;gt;]] Paul Robbins. Op.Cit. p.24.&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn10&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[#_ftnref10|&amp;lt;sup&amp;gt;&amp;lt;sup&amp;gt;[10]&amp;lt;/sup&amp;gt;&amp;lt;/sup&amp;gt;]] มนตรา พงษ์นิล, 2561. “การพัฒนากว๊านพะเยากับการเมืองเรื่องสิ่งแวดล้อม” เอกสารประกอบการเสวนากลุ่มย่อยที่ 5 การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า ครั้งที่ 10 การเมืองและวิกฤตการณ์สิ่งแวดล้อม ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ กรุงเทพมหานคร. กรุงเทพฯ. สถาบันพระปกเกล้า. หน้า 301-322.&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn11&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[#_ftnref11|&amp;lt;sup&amp;gt;&amp;lt;sup&amp;gt;[11]&amp;lt;/sup&amp;gt;&amp;lt;/sup&amp;gt;]] วราภรณ์ มนต์ไตรเวศย์, 2561. สวนชานเมืองสู่สวนกลางเมือง: การดำรงอยู่ของการทำสวนในพื้นที่ธนบุรี. กรุงเทพฯ. ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร.&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn12&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[#_ftnref12|&amp;lt;sup&amp;gt;&amp;lt;sup&amp;gt;[12]&amp;lt;/sup&amp;gt;&amp;lt;/sup&amp;gt;]] วริยา ด้วงน้อย, 2020. “นิเวศวิทยาการเมืองว่าด้วยความขัดแย้งและการต่อต้านการทำเหมืองแร่ของขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคม.” วารสารเศรษฐศาสตร์การเมืองบูรพา. 7(2). หน้า 132-152.&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn13&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[#_ftnref13|&amp;lt;sup&amp;gt;&amp;lt;sup&amp;gt;[13]&amp;lt;/sup&amp;gt;&amp;lt;/sup&amp;gt;]] เพ็ญนภา สวนทอง และโอฬาร ถิ่นบางเตียว, 2563. “นิเวศวิทยาการเมืองของการจัดการทรัพยากรชายฝั่งทะเลอ่าวบ้านดอน จังหวัดสุราษฎร์ธานี.”&amp;amp;nbsp;วารสารเศรษฐศาสตร์การเมืองบูรพา.&amp;amp;nbsp;7(2). หน้า 101-131.&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;/div&amp;gt; &lt;br /&gt;
[[Category:สารานุกรม คำศัพท์ต่าง ๆ]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Annmayavadee</name></author>
	</entry>
</feed>