<?xml version="1.0"?>
<feed xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom" xml:lang="th">
	<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?action=history&amp;feed=atom&amp;title=%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%81%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%8D%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%95%E0%B8%B4</id>
	<title>การแปรญัตติ - ประวัติรุ่นแก้ไข</title>
	<link rel="self" type="application/atom+xml" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?action=history&amp;feed=atom&amp;title=%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%81%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%8D%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%95%E0%B8%B4"/>
	<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%81%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%8D%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%95%E0%B8%B4&amp;action=history"/>
	<updated>2026-05-19T00:04:24Z</updated>
	<subtitle>ประวัติรุ่นแก้ไขของหน้านี้ในวิกิ</subtitle>
	<generator>MediaWiki 1.42.1</generator>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%81%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%8D%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%95%E0%B8%B4&amp;diff=9895&amp;oldid=prev</id>
		<title>Suksan: หน้าที่ถูกสร้างด้วย &#039;&#039;&#039;&#039;ผู้เรียบเรียง&#039;&#039;&#039; นารีลักษณ์  ศิริวรรณ  &#039;&#039;&#039;ผู้ทรงคุณว...&#039;</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%81%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%8D%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%95%E0%B8%B4&amp;diff=9895&amp;oldid=prev"/>
		<updated>2014-01-07T03:16:46Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;หน้าที่ถูกสร้างด้วย &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;ผู้เรียบเรียง&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; นารีลักษณ์  ศิริวรรณ  &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;ผู้ทรงคุณว...&amp;#039;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;b&gt;หน้าใหม่&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;&lt;div&gt;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;ผู้เรียบเรียง&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; นารีลักษณ์  ศิริวรรณ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;ผู้ทรงคุณวุฒิประจำบทความ&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร จเร พันธุ์เปรื่อง &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	ประเทศไทยมี[[การปกครองระบอบประชาธิปไตยในระบบรัฐสภาอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข]] โดยมี[[รัฐธรรมนูญ]]เป็น[[กฎหมาย]]สูงสุดของประเทศตลอดมา และกำหนดให้[[รัฐสภา]]เป็นองค์กรทางด้านนิติบัญญัติและทำหน้าที่ควบคุม[[การบริหารราชการแผ่นดิน]] รวมทั้งการพิจารณาให้ความเห็นชอบในเรื่องสำคัญที่รัฐธรรมนูญกำหนด ทั้งนี้ ใน[[การประชุมสภาผู้แทนราษฎร]] [[การประชุมวุฒิสภา]] และ[[การประชุมร่วมกันของรัฐ]]สภาตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณา “ญัตติ” ต่าง ๆ ตามจุดมุ่งหมายของญัตตินั้น ๆ เพื่อให้รัฐสภาทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ	&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==ความหมายของญัตติ==&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	[[ญัตติ]]&amp;lt;ref&amp;gt;สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, ระบบงานรัฐสภา ๒๕๕๒, กรุงเทพฯ : สำนักการพิมพ์ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, ๒๕๕๒, หน้า ๖๑–๖๓.&amp;lt;/ref&amp;gt; คือ ข้อเสนอใด ๆ ที่มีความมุ่งหมายเพื่อให้สภาลงมติหรือวินิจฉัยชี้ขาดว่าจะให้ปฏิบัติอย่างไร ซึ่งในการเสนอเรื่องต่าง ๆ เพื่อให้ที่ประชุมสภาพิจารณานั้น จะต้องเสนอเป็นญัตติ ญัตติเปรียบเสมือนกลไกอย่างหนึ่งในการดำเนินงานของรัฐสภา ทั้งนี้ ตามบทบัญญัติของ[[รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐]] [[ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๕๑]] [[ข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๕๑]] และ[[ข้อบังคับการประชุมรัฐสภา พ.ศ. ๒๕๕๓]] แบ่งประเภทของญัตติได้เป็น ๒ ประเภทคือ ๑) ญัตติที่ต้องเสนอเป็นหนังสือคือ ญัตติที่ต้องจัดทำเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อยื่นเสนอต่อประธานสภาและต้องเสนอล่วงหน้า ญัตติประเภทนี้มักเป็นญัตติสำคัญที่เสนอให้รัฐสภาพิจารณาดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง และ ๒) ญัตติที่ไม่ต้องเสนอเป็นหนังสือ คือ ญัตติที่ไม่จำเป็นต้องจัดทำเป็นลายลักษณ์อักษร โดยผู้เสนอสามารถเสนอต่อที่ประชุมสภาด้วยวาจา ญัตติประเภทนี้จะเป็นญัตติที่เกี่ยวกับวิธีการประชุม เพื่อให้การประชุมดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ญัตติต่าง ๆ เมื่อเสนอโดยถูกต้องตามหลักเกณฑ์ของผู้มีสิทธิเสนอญัตติ จำนวนผู้เสนอญัตติ ผู้รับรองญัตติแล้ว ประธานสภาก็จะนำเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมตามกระบวนการพิจารณาญัตติแต่ละชนิด โดย[[ประธานสภา]]จะเปิดโอกาสให้ที่ประชุมได้อภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็น สนับสนุนหรือคัดค้านในประเด็นของญัตติ เพื่อประโยชน์ในการตัดสินใจร่วมกัน ทั้งนี้ การอภิปรายจะต้องกระทำภายใต้ระเบียบข้อบังคับการประชุมของสภาที่ได้วางไว้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==ความหมายของการแปรญัตติ==&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ ให้ความหมายคำว่า“[[แปรญัตติ]]” &amp;lt;ref&amp;gt;ราชบัณฑิตยสถาน, พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒, กรุงเทพฯ : นานมีบุ๊คพับลิเคชั่นส์, ๒๕๔๖, หน้า ๗๑๗.&amp;lt;/ref&amp;gt; คือ แก้ถ้อยคำ หรือเนื้อความในร่างกฎหมายที่สภารับหลักการแล้ว&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ระบบงานรัฐสภา พ.ศ. ๒๕๕๒ ให้ความหมายของ “การแปรญัตติ” &amp;lt;ref&amp;gt;สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, ระบบงานรัฐสภา ๒๕๕๒, กรุงเทพฯ : สำนักการพิมพ์ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, ๒๕๕๒, หน้า ๖๗.&amp;lt;/ref&amp;gt; คือ การแก้ไขเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงคำหรือข้อความ หรือรายละเอียดในญัตติ โดยยังคงประเด็นของญัตติไว้ตามเดิม&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
การแปรญัตติเป็นขั้นตอนของกระบวนการ[[ร่างกฎหมาย]]ที่มีความสำคัญ เป็นการเปิดโอกาสให้สมาชิกได้มีส่วนช่วยกลั่นกรองบทบัญญัติแห่งกฎหมายให้มีความรัดกุม รอบคอบได้อย่างเต็มที่ ทั้งนี้ การแปรญัตติของทั้งสองสภาคือ [[สภาผู้แทนราษฎร]] และ[[วุฒิสภา]] โดยมีหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ดังนี้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;[[การขอแปรญัตติ]]&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;lt;ref&amp;gt;สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๕๑, กรุงเทพฯ : สำนักการพิมพ์ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, ๒๕๕๒, หน้า ๕๒.&amp;lt;/ref&amp;gt; ต้องทำการเสนอญัตติภายในเวลาที่กำหนดตามข้อบังคับการประชุมในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติขั้นคณะกรรมาธิการที่สภาตั้ง สมาชิกผู้ใดเห็นควรแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติก็ให้เสนอคำแปรญัตติล่วงหน้าเป็นหนังสือต่อประธาน[[คณะกรรมาธิการ]]ภายในกำหนดเจ็ดวัน นับแต่วันถัดจากวันที่สมาชิกรับหลักการแห่งร่าง[[พระราชบัญญัติ]] เว้นแต่สภาจะได้กำหนดเวลาแปรญัตติสำหรับร่างพระราชบัญญัตินั้นไว้เป็นอย่างอื่น ในส่วนของการกำหนดเวลาแปรญัตติหากสภาเห็นว่า ร่างพระราชบัญญัติใดมีความยากหรือมีปริมาณรายมาตราเป็นจำนวนมาก อาจกำหนดเวลาให้มากกว่าเจ็ดวันก็ได้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;[[คำแปรญัตติ]]&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;lt;ref&amp;gt;คณิน  บุญสุวรรณ, ปทานุกรมศัพท์รัฐสภาและการเมืองไทย, กรุงเทพฯ : บริษัท ตถาตา พับลิเคชั่น จำกัด, ๒๕๔๘, หนา ๒๐๕–๒๐๖.&amp;lt;/ref&amp;gt; หมายถึง คำขอแก้ไขเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงข้อความรายละเอียดหรือสาระสำคัญในมาตราต่าง ๆ ของร่างพระราชบัญญัติที่อยู่ในระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ ซึ่งเป็นขั้นตอนแรกของการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติในวาระที่สอง และการแปรญัตติต้องแปรเป็นรายมาตรา และการแปรญัตติเพิ่มมาตราขึ้นใหม่ ตัดทอนหรือแก้ไขมาตราเดิมต้องไม่ขัดกับหลักการของร่างพระราชบัญญัตินั้น ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๕๑ ข้อ ๑๒๓ วรรคสอง&amp;lt;ref&amp;gt;สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๕๑, กรุงเทพฯ : สำนักการพิมพ์ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, ๒๕๕๒, หน้า ๕๔.&amp;lt;/ref&amp;gt; กำหนดไว้ว่า “การแปรญัตติต้องแปรเป็นรายมาตรา การแปรญัตติเพิ่มมาตราขึ้นใหม่หรือตัดทอนหรือแก้ไขมาตราเดิมต้องไม่ขัดกับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัตินั้น”&lt;br /&gt;
	ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๕๑ ข้อ ๙๓&amp;lt;ref&amp;gt;เรื่องเดียวกัน หน้า ๙๓.&amp;lt;/ref&amp;gt; ได้กำหนดวันชี้แจงให้เลขาธิการประกาศกำหนดการประชุมคณะกรรมาธิการไว้ ณ บริเวณสภา และมีหนังสือนัดผู้เสนอญัตติหรือ&lt;br /&gt;
ผู้แปรญัตติมาชี้แจงประกอบญัตติหรือคำแปรญัตติ แล้วแต่กรณีล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสามวัน หากเรื่องใดจะก่อให้เกิดผลใช้บังคับเป็นกฎหมายหรือเกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดินให้แจ้ง[[คณะรัฐมนตรี]]ทราบด้วย&lt;br /&gt;
	สิทธิการชี้แจงประกอบคำแปรญัตติ สมาชิกมีสิทธิจะมาชี้แจงประกอบคำแปรญัตติของตนต่อที่ประชุมคณะกรรมาธิการหรืออาจมอบหมายให้[[ผู้รับรองญัตติ]]มาชี้แจงแทนได้ “การชี้แจงแสดงความคิดเห็นตามวรรคหนึ่งผู้เสนอญัตติหรือผู้แปรญัตติอาจมอบหมายเป็นหนังสือให้สมาชิกอื่นหรือกรรมาธิการคนใดคนหนึ่งกระทำการแทนได้&amp;lt;ref&amp;gt;เรื่องเดียวกัน หน้า ๙๓.&amp;lt;/ref&amp;gt; ทั้งนี้ การไม่มาชี้แจงคำแปรญัตติ “ถ้าผู้แปรญัตติหรือผู้รับมอบหมายไม่มาชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการตามนัดจนเวลาล่วงไปเกินกว่าสามสิบนาทีนับแต่เวลาที่ได้เริ่มพิจารณาคำแปรญัตติ ให้คำแปรญัตตินั้นเป็นอันตกไป เว้นแต่คณะกรรมาธิการพิจารณาเรื่องนั้นยังไม่เสร็จหรือที่ประชุมอนุญาตให้เลื่อนการชี้แจงไปวันอื่น” &lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;[[การถอนคำแปรญัตติ]]&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; หมายถึง การยกเลิกหรือทำคำแปรญัตติที่ยื่นไว้ต่อคณะกรรมาธิการของสภาสิ้นผลไป โดยผู้ยื่นคำแปรญัตติเองเป็นผู้แสดงความจำนงขอถอนคำแปรญัตตินั้นออกไปจากการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ การถอนคำแปรญัตตินั้นจะกระทำเมื่อใดก็ได้ ซึ่งต่างจากการขอแก้ไขเพิ่มเติมคำแปรญัตติที่จะกระทำได้เฉพาะภายในกำหนดเวลาแปรญัตติ&amp;lt;ref&amp;gt;คณิน  บุญสุวรรณ, ปทานุกรมศัพท์รัฐสภาและการเมืองไทย, กรุงเทพฯ : บริษัท ตถาตา พับลิเคชั่น จำกัด, ๒๕๔๘, หนา ๔๐๖–๔๐๗.&amp;lt;/ref&amp;gt;ตามที่สภากำหนด โดยข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๕๑ ข้อ ๕๔&amp;lt;ref&amp;gt;สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๕๑, กรุงเทพฯ : สำนักการพิมพ์ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, ๒๕๕๒, หน้า ๒๙.&amp;lt;/ref&amp;gt; ได้กำหนดไว้ว่า “การถอนคำแปรญัตติจะกระทำเมื่อใดก็ได้ แต่การขอแก้ไขเพิ่มเติมคำแปรญัตติ” เช่นเดียวกับข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๕๑ ข้อ ๔๘&amp;lt;ref&amp;gt;สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๕๑, กรุงเทพฯ : สำนักการพิมพ์ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, ๒๕๕๒, หน้า ๑๑๐.&amp;lt;/ref&amp;gt; กำหนดไว้ว่า “การถอนคำแปรญัตติจะกระทำเมื่อใดก็ได้ แต่การขอแก้ไขเพิ่มเติมคำแปรญัตติจะกระทำได้เฉพาะภายในกำหนดเวลาแปรญัตติตามข้อ ๑๔๒”&lt;br /&gt;
	ข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๕๑ ข้อ ๑๔๒&amp;lt;ref&amp;gt;สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๕๑, กรุงเทพฯ : สำนักการพิมพ์ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, ๒๕๕๒, หน้า ๑๕๘.&amp;lt;/ref&amp;gt; กำหนดว่า “ในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติขั้นคณะกรรมาธิการที่วุฒิสภาตั้ง สมาชิกผู้ใดเห็นควรแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติ ก็ให้เสนอคำแปรญัตติล่วงหน้าเป็นหนังสือต่อประธานคณะกรรมาธิการภายในเจ็ดวันนับจากวันที่วุฒิสภารับร่างพระราชบัญญัติไว้พิจารณา เว้นแต่วุฒิสภาจะได้กำหนดเป็นอย่างอื่น”&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==สรุป==&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
การแปรญัตติในร่างกฎหมาย เป็นขั้นตอนหนึ่งที่มีความสำคัญของกระบวนการพิจารณาร่างกฎหมายในขั้นของคณะกรรมาธิการ โดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มีสิทธิขอแก้ไขเพิ่มเติมได้ภายในกรอบของหลักการ และเสนอคำแปรญัตติล่วงหน้าเป็นหนังสือต่อประธานคณะกรรมาธิการภายใน ๗ วัน นับแต่วันถัดจากวันที่สภาผู้แทนราษฎรมีมติรับหลักการ ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้แสดงความคิดเห็นที่หลากหลาย ทำให้มองเห็นปัญหาได้ชัดเจนมากขึ้น แม้มติของที่ประชุมคณะกรรมาธิการหรือที่ประชุมสภาจะไม่เห็นด้วยกับผู้แปรญัตติ แต่ผลจากการชี้แจงในหลักการและเหตุผลในคำขอแก้ไขก็เป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงเจตนาและความต้องการของผู้ที่ต้องการแก้ไขเพื่อให้การออกกฎหมายของรัฐสภาเป็นประโยชน์ต่อประชาชนอย่างแท้จริง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==อ้างอิง==&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;references/&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[หมวดหมู่: กิจกรรมที่เกี่ยวกับกระบวนการทางนิติบัญญัติ]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Suksan</name></author>
	</entry>
</feed>