<?xml version="1.0"?>
<feed xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom" xml:lang="th">
	<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?action=history&amp;feed=atom&amp;title=%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%A0%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87</id>
	<title>การลี้ภัยทางการเมือง - ประวัติรุ่นแก้ไข</title>
	<link rel="self" type="application/atom+xml" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?action=history&amp;feed=atom&amp;title=%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%A0%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87"/>
	<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%A0%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87&amp;action=history"/>
	<updated>2026-04-21T16:04:40Z</updated>
	<subtitle>ประวัติรุ่นแก้ไขของหน้านี้ในวิกิ</subtitle>
	<generator>MediaWiki 1.42.1</generator>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%A0%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87&amp;diff=15238&amp;oldid=prev</id>
		<title>Trikao เมื่อ 09:39, 15 กุมภาพันธ์ 2566</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%A0%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87&amp;diff=15238&amp;oldid=prev"/>
		<updated>2023-02-15T09:39:03Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;a href=&quot;https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%A0%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87&amp;amp;diff=15238&amp;amp;oldid=15237&quot;&gt;แสดงการเปลี่ยนแปลง&lt;/a&gt;</summary>
		<author><name>Trikao</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%A0%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87&amp;diff=15237&amp;oldid=prev</id>
		<title>Trikao: สร้างหน้าด้วย &quot; &#039;&#039;&#039;ผู้เรียบเรียง&#039;&#039;&#039; &#039;&#039;&#039;: &#039;&#039;&#039;ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พิชญ์อาภา พิ...&quot;</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%A0%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87&amp;diff=15237&amp;oldid=prev"/>
		<updated>2023-02-15T09:37:35Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;สร้างหน้าด้วย &amp;quot; &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;ผู้เรียบเรียง&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;: &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พิชญ์อาภา พิ...&amp;quot;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;b&gt;หน้าใหม่&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;
&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;ผู้เรียบเรียง&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;: &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พิชญ์อาภา พิศุทธ์เศรณี&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;ผู้ทรงคุณวุฒิประจำบทความ&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;:&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.ไชยวัฒน์ ค้ำชู&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;การลี้ภัยทางการเมือง&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; หมายถึง การที่บุคคลหรือกลุ่มบุคคลเดินทางออกจากประเทศของตนเพื่อหนีจากความรุนแรงหรือการประหัตประหารที่มีสาเหตุจากความคิดเห็นทางการเมือง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; นิยามนี้ถอดความจากอนุสัญญาแห่งองค์การสหประชาชาติที่เรียกว่า &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;“อนุสัญญาว่าด้วยสถานภาพผู้ลี้ภัยปี ค.ศ. 1951&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;” (Convention Relating to the Status of Refugees, 1951) ซึ่งเป็นกฎหมายระหว่างประเทศที่กำหนดการหลักปฏิบัติเกี่ยวกับผู้ลี้ภัยและมีการลงนามและให้สัตยาบันโดยรัฐภาคีของอนุสัญญาจำนวน 146 รัฐ&amp;amp;nbsp;อนุสัญญาว่าด้วยสถานภาพผู้ลี้ภัย ปี ค.ศ. 1951 กำหนดความหมายของคำว่า ‘ผู้ลี้ภัย’&amp;amp;nbsp;สิทธิของผู้ลี้ภัย ตลอดจนพันธกรณีของรัฐภาคีในการคุ้มครองผู้ลี้ภัยให้รัฐที่เป็นภาคีให้สัตยาบันใช้ในการปฏิบัติต่อผู้ลี้ภัย โดยมาตรา 1 แห่งอนุสัญญาว่าด้วยสถานภาพของผู้ลี้ภัย ประกอบกับข้อ 1 แห่งพิธีสารเลือกรับว่าด้วยสถานภาพของผู้ลี้ภัย (Optional Protocol Relating to the Status of Refugee) ซึ่งเป็นตราสารระหว่างประเทศหลักที่วางรากฐานด้านกฎหมายผู้ลี้ภัยในสังคมระหว่างประเทศ ได้ให้นิยามว่า &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;“ผู้ลี้ภัย&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;(refugee)”&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; หมายถึง บุคคลที่อยู่นอกอาณาเขตประเทศแห่งสัญชาติของตนซึ่งมีความหวาดกลัว อันมีมูลว่าจะต้องถูกประหัตประหารด้วยเหตุแห่งเชื้อชาติ ศาสนา สัญชาติ สมาชิกภาพในกลุ่มทางสังคม หรือความคิดเห็นทาง การเมืองและไม่สามารถหรือไม่ยินยอมจะรับการคุ้มครองจากประเทศแห่งสัญชาติของตนด้วยเหตุแห่งความหวาดกลัวนั้น และยังหมายความรวมถึงบุคคลไร้สัญชาติซึ่งอยู่นอกอาณาเขตประเทศแห่งถิ่นที่อยู่เดิมของตน และไม่สามารถหรือไม่ยินยอมจะรับการคุ้มครองจากประเทศดังกล่าวด้วยเหตุแห่งความหวาดกลัวในลักษณะเดียวกัน ทั้งนี้ คำว่า &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;“ประหัตประหาร&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;(persecution)”&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; แม้มิได้มีนิยามชัดเจนว่าหมายถึงอะไร แต่อาจสามารถตีความประกอบกับข้อ 33 ของอนุสัญญาฯ ซึ่งวางหลักเกี่ยวกับหลักการห้ามผลักดันกลับ (non-refoulement) ได้ว่าหมายถึง อันตรายต่อชีวิตและเสรีภาพ (threat to life or freedom) และยังหมายรวมถึงการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรงได้[[#_edn1|[1]]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; ทั้งนี้ รัฐที่เป็นภาคีของอนุสัญญาว่าด้วยสถานภาพผู้ลี้ภัยปี ค.ศ.1951 จะยึดมั่นใน &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;“หลักการห้ามผลักดันกลับ”&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; อันเป็นหลักการพื้นฐานที่ยืนยันสิทธิของผู้ลี้ภัยว่าจะต้องไม่ถูกผลักดันกลับไปยังประเทศที่พวกเขาต้องเผชิญภัยร้ายแรงต่อชีวิตหรือเสรีภาพ หลักการดังกล่าวนี้ได้รับการยอมรับและปฏิบัติเป็นหลักกฎหมายจารีตประเพณีระหว่างประเทศแล้วในปัจจุบัน[[#_edn2|[2]]] โดยอ้างถึงหลักฐานจากข้อมติของสมัชชาใหญ่แห่งองค์การสหประชาชาติ และข้อมติของสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ&amp;amp;nbsp;(United Nations High Commissioner for Refugees : UNHCR) และการยืนยันจากตราสารระหว่างประเทศอื่น ๆ ยิ่งไปกว่านั้นมีความเห็นว่าหลักการห้ามผลักดันกลับเป็นกฎหมายบังคับเด็ดขาด (peremptory norm หรือ jus cogens) โดยอ้างจากข้อสรุปของคณะกรรมการบริหารและทางปฏิบัติที่เกิดขึ้นในลาตินอเมริกาที่เป็นไปตามหลักการในปฏิญญาคาร์ทาฮีนาว่าด้วยผู้ลี้ภัย ค.ศ. 1984 ซึ่งกำหนดว่าหลักการห้ามผลักดันกลับมีลักษณะเป็นกฎหมายบังคับเด็ดขาด และการยืนยันจากข้อสรุปของคณะกรรมการบริหารของ UNHCR ที่มีมติยืนยันว่าหลักการห้ามผลักดันกลับมีสถานะเป็นกฎหมายบังคับเด็ดขาด[[#_edn3|[3]]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; ผู้ลี้ภัยส่วนใหญ่ไม่สามารถกลับไปยังบ้านเกิดได้เพราะหวาดหวั่นต่อภยันตรายเกินกว่าที่จะกลับไปได้ โดยในเบื้องแรกบุคคลนั้นจะถูกเรียกว่าผู้แสวงหาที่ลี้ภัย (asylum seekers) จนกว่าบุคคลนั้นจะได้รับสถานะเป็น “ผู้ลี้ภัย” (Refugee)&amp;amp;nbsp;จากสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (The United Nations High Commissioner for Refugees: UNHCR) อย่างไรก็ดีสถานะของบุคคลที่เป็นผู้ลี้ภัยไม่ได้ขึ้นอยู่กับการจดทะเบียนอย่างเป็นทางการกับ UNHCR หรือรัฐบาลของประเทศที่รองรับผู้แสวงหาที่ลี้ภัย ดังนั้น ผู้ลี้ภัยซึ่งไม่ยื่นคำร้องขอที่ลี้ภัยและบุคคลที่ยื่นเรื่องขอที่ลี้ภัยแต่ถูกปฏิเสธยังคงมีสถานะเป็นผู้ลี้ภัย[[#_edn4|[4]]] และ UNHCR&amp;amp;nbsp;ทำหน้าที่เสมือนผู้คุ้มครองของอนุสัญญา ปี ค.ศ. 1951 และ “พิธีสาร&amp;quot;&amp;amp;nbsp;ปี ค.ศ. 1967 ตามอนุสัญญาว่าด้วยสถานภาพผู้ลี้ภัยปี ค.ศ. 1951 นั้น รัฐภาคีมีพันธกรณีในการประสานงานกับ UNHCR เพื่อประกันว่าผู้ลี้ภัยได้รับความคุ้มครองและเข้าถึงสิทธิที่พึงได้รับ[[#_edn5|[5]]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; อย่างไรก็ดี สถานภาพผู้ลี้ภัยจะไม่สามารถให้แก่บุคคลที่กระทำอาชญากรรมต่อสันติภาพ อาชญากรรมสงคราม อาชญากรรมต่อมนุษยชาติตามกฎหมายระหว่างประเทศ รวมถึงไม่ให้แก่บุคคลที่กระทำความผิดร้ายแรงที่ไม่ใช่ความผิดทางการเมืองก่อนเข้าสู่ประเทศที่รับตนเป็นผู้ลี้ภัย หรือบุคคลที่กระทำการอันขัดต่อวัตถุประสงค์และหลักการของสหประชาชาติ[[#_edn6|[6]]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; รัฐที่เป็นภาคีของอนุสัญญาว่าด้วยสถานภาพผู้ลี้ภัยปี ค.ศ. 1951 มักจัดตั้งระบบและกระบวนการในการให้สถานภาพผู้ลี้ภัย (refugee) แก่ผู้แสวงที่ลี้ภัย (asylum seeker) เมื่อผู้แสวงที่ลี้ภัยรายหนึ่งรายใด&amp;amp;nbsp;มีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่กำหนดในกฎหมายภายในของแต่ละประเทศ แม้แต่ละประเทศจะมีกระบวนการที่แตกต่างกันไปในรายละเอียดแต่อาจสามารถสรุปได้ว่ากระบวนการให้สถานภาพผู้ลี้ภัยจะเริ่มขึ้น เมื่อผู้แสวงที่ลี้ภัยยื่นคำร้องเพื่อขอสถานภาพผู้ลี้ภัยต่อหน่วยงานด้านผู้ลี้ภัยของประเทศที่ตนมาถึงในกระบวนการนี้ ผู้แสวงที่ลี้ภัยมีหน้าที่ต้องแสดงหลักฐานเพื่อแสดงข้อเท็จจริงและสนับสนุนคำร้องขอสถานภาพความเป็นผู้ลี้ภัยหรือข้อกล่าวอ้างของตนแก่เจ้าหน้าที่ อย่างไรก็ดี โดยที่ผู้ลี้ภัยจำนวนมากหลบหนีมาเนื่องด้วยภัยต่าง ๆ ทำให้หลายกรณีไม่อาจมีเอกสารที่แสดงข้อเท็จจริงได้อย่างครบถ้วน ในกรณีเช่นนี้&amp;amp;nbsp;รัฐภาคีของอนุสัญญาฯ มักสร้างกระบวนการสืบหาข้อเท็จจริงจากผู้แสวงที่ลี้ภัยด้วยการสัมภาษณ์หรือการให้ทำแบบสอบถามเพื่อประเมินความน่าเชื่อถือของคำร้องหรือคำกล่าวอ้าง หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้รับจะต้องประเมินข้อเท็จจริงว่าบุคคลดังกล่าวมีสถานภาพเป็นผู้ลี้ภัยหรือไม่ ในการนี้ หากประเมินแล้วเห็นว่า&amp;lt;br/&amp;gt; มีข้อเท็จจริงบางประการที่ไม่สามารถพิสูจน์ได้ รัฐผู้รับอาจจะให้ประโยชน์แห่งความสงสัยแก่ผู้แสวงที่ลี้ภัย&amp;amp;nbsp;หากเห็นว่าบุคคลดังกล่าวมีความน่าเชื่อถือโดยทั่วไปในกรณีที่รัฐผู้รับประเมินว่า ผู้แสวงที่ลี้ภัยรายใดไม่มีสถานภาพเป็นผู้ลี้ภัย รัฐภาคีจำนวนหนึ่งได้จัดตั้งระบบการอุทธรณ์คำวินิจฉัยดังกล่าว เพื่อให้ผู้แสวงที่ลี้ภัยสามารถอุทธรณ์คำวินิจฉัยที่เป็นโทษนั้นต่อหน่วยงานในระดับที่สูงขึ้นไปได้ หากยังหน่วยงานผู้รับอุทธรณ์มีคำวินิจฉัยเช่นเดิม ก็สามารถดำเนินการต่อไปเพื่อส่งบุคคลดังกล่าวออกนอกประเทศได้ตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองของประเทศนั้น&amp;amp;nbsp;แต่ในกรณีที่รัฐผู้รับประเมินว่าผู้แสวงที่ลี้ภัยรายใดมีสถานภาพเป็นผู้ลี้ภัย&amp;amp;nbsp;บุคคลดังกล่าวย่อมได้รับประกันสิทธิต่าง ๆ ตามที่กำหนดไว้ในอนุสัญญาฯ และกฎหมายภายในของประเทศผู้รับนั้น[[#_edn7|[7]]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; ประเทศที่เป็นเป้าหมายสำคัญของผู้ที่ต้องการขอลี้ภัยทางการเมือง ได้แก่ ประเทศที่เป็นภาคีของอนุสัญญาว่าด้วยสถานภาพผู้ลี้ภัยปี ค.ศ. 1951 และมีนโยบายเปิดรับและช่วยเหลือผู้ลี้ภัยทางการเมือง โดยตั้งอยู่บนหลักอุดมการณ์ว่ารัฐผู้รับต้องการส่งเสริมการปกครองในระบอบประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชน และต้องการช่วยเหลือปกป้องผู้เผชิญอันตรายจากระบอบเผด็จการ ทั้งอันตรายต่อร่างกาย คือ ถูกตามสังหาร ถูกทำร้าย หรืออันตรายต่อเสรีภาพ คือ ถูกจองจำ คุมขัง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; ตัวอย่างของประเทศเป้าหมายที่สำคัญของผู้ที่ต้องการขอลี้ภัยทางการเมือง เช่น แคนาดา ออสเตรเลีย และ เยอรมนี&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; ประเทศแคนาดา มีคณะกรรมการการเข้าเมืองและผู้ลี้ภัย (Immigration and Refugee Board)&amp;amp;nbsp;เป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่รับคำร้องจากผู้ประสงค์จะขอสถานภาพเป็นผู้ลี้ภัยทางการเมืองเพื่อขอรับการตรวจลงตราได้ทั้งในและนอกประเทศแคนาดา โดยผู้ยื่นคำร้อง มีภาระทางการพิสูจน์ว่าตนเป็นผู้ลี้ภัยจริง&amp;amp;nbsp;เมื่อได้รับคำร้องของผู้ร้องแล้ว พนักงานเจ้าหน้าที่จะส่งคำร้องต่อไปยังหน่วยงานคุ้มครองผู้ลี้ภัย&amp;amp;nbsp;(Refugee Protection Division) เพื่อพิจารณาคำร้องขอสถานภาพเป็นผู้ลี้ภัยทางการเมือง เมื่อบุคคลได้รับการยอมรับสถานภาพเป็นผู้ลี้ภัยแล้ว บุคคลนั้นย่อมมีสิทธิในการยื่นเรื่องเพื่อเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ถาวร (permanent resident) ของประเทศแคนาดา และมีสิทธิเทียบเท่ากับบุคคลที่เป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ถาวรทั่วไป[[#_edn8|[8]]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; ส่วนประเทศออสเตรเลีย มีนโยบายว่า บุคคลที่มีลักษณะเป็นผู้ลี้ภัยภายใต้ความหมายของพันธกรณีระหว่างประเทศ หรือที่รัฐมนตรีพิจารณาแล้วเห็นว่าอาจมีอันตรายได้หากส่งกลับประเทศเดิมนั้น ย่อมมีสิทธิได้รับการตรวจลงตราประเภทคุ้มครอง (protection visa) และมีสิทธิพำนักอยู่และทำงานในประเทศออสเตรเลียได้อย่างถาวรไม่จำกัดระยะเวลารวมถึงได้รับสิทธิต่าง ๆ ตามกฎหมายในฐานะผู้มีถิ่นที่อยู่ถาวร (permanent resident)[[#_edn9|[9]]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; สำหรับ เยอรมนี มีนโยบายว่า บุคคลที่มีลักษณะเป็นผู้ลี้ภัยภายใต้ความหมายของพันธกรณีระหว่างประเทศ หรือที่พิจารณาแล้วเห็นว่าอาจมีอันตรายได้หากส่งกลับประเทศเดิมนั้น สามารถสมัครขอที่พำนักลี้ภัยกับสำนักงานผู้ลี้ภัยและย้ายถิ่นของเยอรมนี (Federal Office for Migration and Refugees) และมีสิทธิพำนักอยู่และทำงานในประเทศออสเตรเลียได้อย่างถาวรไม่จำกัดระยะเวลารวมถึงได้รับสิทธิต่าง ๆ&amp;amp;nbsp;ตามกฎหมายของสหภาพยุโรป[[#_edn10|[10]]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; นอกจากนี้ บรรดาประเทศสมาชิกของสหภาพยุโรปส่วนใหญ่ มีนโยบายและวิธีปฏิบัติในการรับผู้ลี้ภัยทางการเมืองในแนวทางเดียวกัน&lt;br /&gt;
&amp;lt;div&amp;gt;&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;span style=&amp;quot;font-size:x-large;&amp;quot;&amp;gt;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;อ้างอิง&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;lt;/span&amp;gt;&lt;br /&gt;
&amp;lt;div id=&amp;quot;edn1&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[#_ednref1|[1]]] ภควัต เหมรัชตานันต์, 2559, “กฎหมายเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้ลี้ภัย,” กฤษฎีกาสาร (มิถุนายน-กรกฎาคม 2559), หน้า 21.&amp;amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;edn2&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[#_ednref2|[2]]] สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติประจำประเทศไทย, “อนุสัญญาปี ค.ศ. 1951 ว่าด้วยสถานภาพผู้ลี้ภัย,” Retrieved May 10, 2022,from, https://www.unhcr.org/th/the-1951-refugee-convention&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;edn3&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[#_ednref3|[3]]] ธัญญกาญจน์ แดงสุภา, 2563, “ปัญหาสถานะของหลักการห้ามผลักดันกลับและการใช้นอกอาณาเขตแห่งรัฐตามกฎหมายระหว่างประเทศ.” วารสารบัณฑิตศึกษานิติศาสตร์ (มกราคม – มีนาคม 2563), หน้า 52&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;edn4&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[#_ednref4|[4]]] Amnesty International,2020, “Refugees, Asylum-seekers and Migrants.” Retrieved May 10, 2022,from, https://www.amnesty.org/en/what-we-do/refugees-asylum-seekers-and-migrants/&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;edn5&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[#_ednref5|[5]]] สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติประจำประเทศไทย, “อนุสัญญาปี ค.ศ. 1951 ว่าด้วยสถานภาพผู้ลี้ภัย,” Retrieved May 10, 2022,from, https://www.unhcr.org/th/the-1951-refugee-convention&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;edn6&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[#_ednref6|[6]]] ภควัต เหมรัชตานันต์, 2559, “กฎหมายเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้ลี้ภัย,” กฤษฎีกาสาร (มิถุนายน-กรกฎาคม 2559), หน้า 22.&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;edn7&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[#_ednref7|[7]]] ภควัต เหมรัชตานันต์, 2559, “กฎหมายเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้ลี้ภัย,” กฤษฎีกาสาร (มิถุนายน-กรกฎาคม 2559), หน้า 25.&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;edn8&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[#_ednref8|[8]]] Immigration and Refugee Board of Canada,”Policy,” Retrieved May 10, 2022,from,&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; [https://irb.gc.ca/en/legal-policy/policies/pages/index.aspx https://irb.gc.ca/en/legal-policy/policies/pages/index.aspx]&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;edn9&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[#_ednref9|[9]]] Department of Home Affair, Australia, “Refugee and humanitarian program,” Retrieved May 10, 2022,from,&amp;amp;nbsp; https://immi.homeaffairs.gov.au/what-we-do/refugee-and-humanitarian-program&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;edn10&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[#_ednref10|[10]]] Federal Office for Migration and Refugees, Germany, “Asylum and Refugee,” Retrieved May 10, 2022,from, [https://www.bamf.de/EN/Startseite/startseite_node.html;jsessionid=47A5005C92B9EF19D67E4FF2FE321EA2.internet271 https://www.bamf.de/EN/Startseite/startseite_node.html;jsessionid=47A5005C92B9EF19D67E4FF2FE321EA2.internet271]&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;/div&amp;gt; &lt;br /&gt;
[[Category:สารานุกรม คำศัพท์ต่าง ๆ]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Trikao</name></author>
	</entry>
</feed>