<?xml version="1.0"?>
<feed xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom" xml:lang="th">
	<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?action=history&amp;feed=atom&amp;title=%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9E%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A5</id>
	<title>การพยาบาล - ประวัติรุ่นแก้ไข</title>
	<link rel="self" type="application/atom+xml" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?action=history&amp;feed=atom&amp;title=%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9E%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A5"/>
	<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9E%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A5&amp;action=history"/>
	<updated>2026-04-14T22:17:49Z</updated>
	<subtitle>ประวัติรุ่นแก้ไขของหน้านี้ในวิกิ</subtitle>
	<generator>MediaWiki 1.42.1</generator>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9E%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A5&amp;diff=12611&amp;oldid=prev</id>
		<title>Apirom เมื่อ 05:53, 19 พฤษภาคม 2560</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9E%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A5&amp;diff=12611&amp;oldid=prev"/>
		<updated>2017-05-19T05:53:23Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;a href=&quot;https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9E%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A5&amp;amp;diff=12611&amp;amp;oldid=11959&quot;&gt;แสดงการเปลี่ยนแปลง&lt;/a&gt;</summary>
		<author><name>Apirom</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9E%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A5&amp;diff=11959&amp;oldid=prev</id>
		<title>Suksan: หน้าที่ถูกสร้างด้วย &#039;&#039;&#039;&#039;&#039;&#039;ผู้เรียบเรียง :&#039;&#039;&#039; วิกัลย์  พงศ์พนิตานนท์&#039;&#039;  &#039;&#039;&#039;&#039;&#039;ผู้ทร...&#039;</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9E%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A5&amp;diff=11959&amp;oldid=prev"/>
		<updated>2015-10-14T08:19:13Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;หน้าที่ถูกสร้างด้วย &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;ผู้เรียบเรียง :&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; วิกัลย์  พงศ์พนิตานนท์&amp;#039;&amp;#039;  &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;ผู้ทร...&amp;#039;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;b&gt;หน้าใหม่&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;&lt;div&gt;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;ผู้เรียบเรียง :&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; วิกัลย์  พงศ์พนิตานนท์&amp;#039;&amp;#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;ผู้ทรงคุณวุฒิประจำบทความ :&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; รองศาสตราจารย์ ดร.สนธิ เตชานันท์&amp;#039;&amp;#039;&lt;br /&gt;
                                &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
การพยาบาล หมายถึง การกระทำเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยให้บรรเทาอาการของโรค  การศึกษาวิชาพยาบาลของไทยเริ่มต้นจากหลักสูตรแพทย์ผดุงครรภ์และพัฒนาต่อเนื่อง &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ในรัชกาล[[พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว]]  การพยาบาลก้าวหน้าเป็นลำดับทั้งการศึกษาและการประกอบวิชาชีพ  [[สมเด็จพระเจ้าพี่ยาเธอ เจ้าฟ้ามหิดลอดุลเดช กรมขุนสงขลานครินทร์]] (สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก)  ทรงมีส่วนร่วมปรับปรุงการศึกษาวิชาพยาบาล  นำไปสู่วิชาชีพระดับมาตรฐาน &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== ประวัติวิชาชีพการพยาบาล ==&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
วิชาชีพพยาบาลของไทยเกิดขึ้นเมื่อจัดตั้งโรงพยาบาลในรัชกาลที่ ๕   โรงพยาบาลต่าง ๆ มีคนพยาบาลทั้งหญิงชายทำหน้าที่ช่วยเหลือแพทย์ดูแลผู้ป่วย   แม้ว่าคนพยาบาลเหล่านี้ไม่ได้รับการศึกษาวิชาพยาบาลโดยตรง   แต่ก็ฝึกหัดเรียนรู้การปฏิบัติงานจากแพทย์  &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
การเปลี่ยนวิธีพยาบาลหลังคลอด ตามที่[[สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ]]ทรงนิพนธ์ไว้ใน &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;นิทานโบราณคดี&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; ว่า  เมื่อหม่อมเปี่ยมในพระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นปราบปรปักษ์มีบุตรคนแรก ผู้ใหญ่ที่พยาบาลบังคับให้อยู่ไฟจนเป็นไข้ จนเสียชีวิตเนื่องจากทนความร้อนไม่ได้   ต่อมากรมหมื่นปราบปรปักษ์จึงโปรดให้นายแพทย์ปีเตอร์ กาแวน (Peter Gowan) แพทย์หลวงเป็นผู้ผดุงครรภ์พยาบาลหม่อมและบุตรธิดา ทำให้ทุกคนสุขสบายดี   เมื่อพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี พระวรราชเทวี (สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ) มีพระประสูติกาลสมเด็จเจ้าฟ้าอัษฎางค์เดชาวุธ ใน พ.ศ. ๒๔๓๒  ระหว่างผทมเพลิง (อยู่ไฟ)   ทรงประชวรไข้  กรมหมื่นปราบปรปักษ์กราบทูลชี้แจงแสดงคุณของวิธีพยาบาลอย่างฝรั่ง จนทรงเลื่อมใส จึงขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตเลิกผทมเพลิง และโปรดเกล้าฯ ให้นายแพทย์ปีเตอร์ กาแวน ถวายการรักษาพยาบาล แต่นั้นมาการอยู่ไฟในพระบรมมหาราชวังเริ่มลดลง  &amp;lt;ref&amp;gt;ดำรงราชานุภาพ, สมเด็จกรมพระยา. ๒๕๔๓. นิทานโบราณคดี. พิมพ์ครั้งที่ ๑๕. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์บรรณาคาร, หน้า ๑๘๐.&amp;lt;/ref&amp;gt; &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
วันที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๔๓๙ (พ.ศ. ๒๔๔๐ ตามปีปฏิทินปัจจุบัน) [[สมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี]] พระอรรคราชเทวี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลพิเศษในวันประสูติ พระราชทานเงิน ๓,๓๗๕ บาท แก่กรมพยาบาล จัดตั้งโรงเรียนหญิงแพทย์ผดุงครรภ์แลการพยาบาลไข้ จัดการเรียนการสอนสำหรับรักษาพยาบาลสตรีที่คลอดบุตรทั่วไป โรงเรียนนี้เปิดเมื่อวันที่ ๑๒ มกราคม พ.ศ. ๒๔๓๙ ตั้งอยู่ที่โรงพยาบาลศิริราช รับสตรีอายุตั้งแต่ ๑๕-๔๐ ปี ทั้งที่เป็นโสดและที่มีสามีแล้ว กำหนดเวลาเรียน ๓ ปี เมื่อสอบไล่ได้รับประกาศนียบัตรแล้ว ต้องรับราชการอยู่ตามโรงพยาบาลอีก ๓ ปี เพื่อเพิ่มพูนความชำนาญ แล้วจึงออกทำการรักษาพยาบาลเป็นอิสระ&amp;lt;ref&amp;gt;ราชกิจจานุเบกษา. ๒๔๔๐. เล่ม ๑๓ ,หน้า ๕๒๓-๕๒๔.&amp;lt;/ref&amp;gt;  &lt;br /&gt;
  &lt;br /&gt;
นายแพทย์แฮนส์ อดัมสัน (พระบำบัดสรรพโรค) เป็นผู้จัดการเรียนการสอน  อุปสรรคสำคัญเมื่อเปิดรับนักเรียน  คือ  นักเรียนไม่สามารถเขียนอ่านภาษาไทย    จึงต้องสอนวิชาภาษาไทยก่อน   แล้วจึงฝึกหัดการผดุงครรภ์และพยาบาล จนถึง พ.ศ. ๒๔๔๓  มีนักเรียนสำเร็จการศึกษารวม ๑๐ คน  ผู้สำเร็จการศึกษาส่วนใหญ่ไม่ได้ประกอบวิชาชีพพยาบาล   มีเพียง ๒-๓ คนที่ทำงานเป็นแพทย์ผดุงครรภ์ และเป็นครูพยาบาลในเวลาต่อมา&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
การดำเนินงานของโรงเรียนขาดช่วงไประยะหนึ่ง จนถึง พ.ศ. ๒๔๕๑ เจ้าพระยาพระเสด็จสุเรนทราธิบดี (หม่อมราชวงศ์เปีย มาลากุล) มีหนังสือกราบบังคมทูลสมเด็จพระบรมราชินีนาถขอพระราชทานพระราชานุญาตเปิดการเรียนการสอนขึ้นอีกครั้งหนึ่ง &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
โรงเรียนที่ตั้งขึ้นใหม่นี้ มีชื่อว่า โรงเรียนแพทย์ผดุงครรภ์และหญิงพยาบาล ของสมเด็จพระนางเจ้า พระบรมราชินีนาถ เป็นแผนกหนึ่งของโรงเรียนราชแพทยาลัย  ตามระเบียบการโรงเรียนราชแพทยาลัย พ.ศ. ๒๔๕๓  มีแผนกการสอนวิชา ได้แก่  สอนวิชาแพทย์ให้แก่นักเรียนผู้ชาย สอนวิชาแพทย์ผดุงครรภ์ให้แก่นักเรียนผู้หญิง และรับฝึกหัดพยาบาลให้แก่นักเรียนผู้หญิง มีระเบียบการระบุไว้ว่า&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;#039;&amp;#039;มีแผนกการพยาบาล  ทั้งการพยาบาลในสถานที่ ได้แก่ การพยาบาลคนไข้ทั้งปวงที่อนาถาเพื่อเป็นทาน  การรับหญิงมาคลอดบุตร์เพื่อเป็นทาน การปลูกฝีให้แก่ราษฎรเป็นทาน การพยาบาลคนไข้บรรดาศักดิ์ทั้งชายและหญิงเป็นพิเศษ  ...  มีแพทย์และคนพยาบาลทั้งชายหรือหญิง ประจำรักษาพยาบาลตลอดกาล   สำหรับการพยาบาลนอกสถานที่ ได้แก่ การส่งคนพยาบาลผู้หญิงและผู้ชายไปพยาบาลไข้ในที่ต่างๆ ได้ทั่วไป&amp;#039;&amp;#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
หลักสูตรการพยาบาลและการผดุงครรภ์ปรับปรุงใหม่ มีระยะเวลาเรียน ๒ ปี เมื่อสอบไล่ได้แล้ว  ต้องฝึกหัดอีก ๑ ปี นักเรียนที่ได้คะแนนตามเกณฑ์ได้รับประกาศนียบัตรแพทย์ผดุงครรภ์ หากไม่ถึงเกณฑ์ ได้รับประกาศนียบัตรคนพยาบาล &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
พ.ศ. ๒๔๕๗ สภากาชาดสยามจัดตั้งโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์   เปิดโรงเรียนนางพยาบาล สภากาชาดสยาม หลักสูตรการพยาบาล ๑ ปี จนถึง พ.ศ. ๒๔๕๙ ขยายเวลาเป็น ๒ ปี และเป็น ๓ ปี ใน พ.ศ. ๒๔๖๗  &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
พ.ศ. ๒๔๖๖ นายแพทย์เอ็ดวิน ซี คอร์ท (Dr. Edwin  C. Cort) ผู้อำนวยการคนแรกของโรงพยาบาลแมคคอร์มิค  เชียงใหม่  ก่อตั้งโรงเรียนฝึกหัดนางพยาบาล โรงพยาบาลแมคคอร์มิค หลักสูตร ๓ ปี  ใช้หลักสูตรและข้อสอบร่วมกับโรงเรียนนางพยาบาลสภากาชาดสยาม   ปีแรกมีนักเรียน ๖ คน เรียนจบหลักสูตร ๒ คน   &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
นอกจากการเรียนการสอนเพื่อผลิตพยาบาลสตรีในโรงเรียนพยาบาลต่าง ๆ   ใน พ.ศ. ๒๔๔๙  กรมศึกษาธิการ เปิดโรงเรียนฝึกหัดคนพยาบาลที่โรงเรียนราชแพทยาลัย  รับนักเรียนชาย อายุไม่ต่ำกว่า ๒๐ ปี เวลาเรียน ๑ ปี  สำเร็จการศึกษาแล้ว เรียกว่า คนพยาบาลประกาศนียบัตร   ทำงานในโรงพยาบาลศิริราช  เงินเดือน ๆ ละ ๕๐ บาทขึ้นไป  หรือสมัครใจไปรับราชการที่โรงพยาบาลอื่นๆ แต่เปิดสอนเฉพาะปีที่ต้องการคนพยาบาลปฏิบัติงานเท่านั้น   จนถึง พ.ศ. ๒๔๖๙ จึงปิดตัวลง  ผลิตคนพยาบาล ๙ รุ่น รวม ๔๑ คน &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ในพระราชบัญญัติการแพทย์  พ.ศ. ๒๔๖๖  กำหนดให้ การพยาบาลเป็นการประกอบโรคศิลปะ  ตามมาตรา ๓ วรรค ๒ ระบุถึง  “โรคศิลปะ” หมายความว่า การบำบัดโรคทางยา และทางผ่าตัด รวมทั้งการผดุงครรภ์ การช่างฟัน การสัตวแพทย์ การปรุงยา การพยาบาล การนวด หรือการรักษาคนบาดเจ็บป่วยไข้โดยประการใดๆ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== การพยาบาลในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ==&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;โรงเรียนนางพยาบาลและผดุงครรภ์  คณะแพทยศาสตร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;   &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
จากสัญญาความร่วมมือในส่วนการปรับปรุงการพยาบาล ระหว่าง[[รัฐบาล]]สยาม (สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมขุนสงขลานครินทร์ ทรงเป็นผู้แทน) กับมูลนิธิร็อกกิเฟลเลอร์   ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๖๘-๒๔๗๘  มูลนิธิฯ จัดส่งพยาบาลอเมริกันเข้ามาเป็นหัวหน้าแผนกพยาบาล  จัดทำหลักสูตรใหม่  และเป็นผู้สอน  สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมขุนสงขลานครินทร์ พระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์เป็นเงินเดือนในส่วนของรัฐบาลสยามแก่พยาบาลอเมริกัน   เมื่อสิ้นพระชนม์แล้ว  หม่อมสังวาลย์ มหิดล ณ อยุธยา (สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี)   ยังคงให้เงินเดือนแก่หัวหน้าแผนกวิชาพยาบาล  เป็นเวลา ๑ ปี&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
การปรับปรุงหลักสูตรใหม่   รับนักเรียนชั้นมัธยมปีที่ ๖  เป็นโสด ระยะเวลาเรียน ๓ ปี ๖ เดือน เรียนการพยาบาลทั่วไป ๓ ปี และการผดุงครรภ์ ๖ เดือน มีครูสอนและควบคุมใกล้ชิด  มีห้องสอนแสดงให้นักเรียนฝึกหัด  ต่างจากเดิมที่นักเรียนปฏิบัติกับคนไข้ในหอผู้ป่วยเท่านั้น  ครูพยาบาลอเมริกันวางระเบียบการปฏิบัติงานต่าง ๆ ทั้งในโรงเรียนและหอผู้ป่วย   การปฏิบัติหน้าที่พยาบาลมีความเข้มงวดและเป็นระบบมากขึ้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
มูลนิธิร็อกกิเฟลเลอร์ให้เงินจำนวน ๑๖๙,๔๙๔.๐๘ บาท  สร้างตึกหอพักพยาบาล   บนพื้นที่โรงเรียนกุลสตรีวังหลัง ซึ่งสมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมขุนสงขลานครินทร์ทรงซื้อไว้  และพระราชทานให้โรงพยาบาลศิริราชปลูกสร้างหอพักพยาบาล   (ปัจจุบัน คือ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล)   พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดตึกนี้ เมื่อวันที่ ๗ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๗๕&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
นอกจากนี้ มูลนิธิฯ  ให้ทุนส่งนักเรียนไปศึกษาวิชาโภชนาการ  พยาบาล  และดูงานในต่างประเทศ  ระยะสั้นที่ประเทศฟิลิปปินส์  ระยะยาวที่สหรัฐอเมริกา  &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี]] เสด็จพระราชดำเนินไปพระราชทานประกาศนียบัตรแก่พยาบาลผู้สำเร็จการศึกษาประจำปี  ๒๔๗๒   ณ  ตึกตรีเพชร์  โรงพยาบาลศิริราช&amp;lt;ref&amp;gt;อนุสรณ์ ๖๐ ปี โรงเรียนพยาบาลผดุงครรภ์และอนามัย. ๒๕๐๐. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ไทยเขษม.&amp;lt;/ref&amp;gt;  การเสด็จพระราชดำเนินไปพระราชทานประกาศนียบัตรนี้ทรงสืบทอดพระราชกรณียกิจจากสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินินาถ และสมเด็จพระศรีสวรินทิรา บรมราชเทวี พระพันวัสสามาตุจฉาเจ้า&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
พ.ศ. ๒๔๗๓ คุณหญิงพิณพากย์พิทยเภท (จำนง เมืองแมน) สำเร็จการศึกษาพยาบาลจากสหรัฐอเมริกา  ทำงานเป็นครูพยาบาลที่ศิริราช  เขียนตำรา “วิชาพยาบาล” เป็นตำราทางการพยาบาลภาษาไทยเล่มแรก    เมื่อสิ้นสุดสัญญา ครูพยาบาลอเมริกันเดินทางกลับไปแล้ว  คุณหญิงพิณพากย์พิทยาเภท ทำหน้าที่หัวหน้าแผนกพยาบาล  มีครูพยาบาลที่ผ่านการดูงานต่างประเทศกลับมาเป็นกำลังสำคัญ  ทำให้วิชาการพยาบาลเป็นที่ยอมรับ  จำนวนนักเรียนจึงเพิ่มขึ้นทุกปี   &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;นางอนามัย&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
พ.ศ. ๒๔๖๘ [[สมเด็จพระเจ้าพี่ยาเธอ เจ้าฟ้าฯกรมพระนครสวรรค์วรพินิต]] เสนาบดีกระทรวงกลาโหม และอุปนายกผู้อำนวยการสภากาชาดสยาม ทรงพระตำริว่าในต่างจังหวัดยังขาดแคลนแพทย์   จึงทรงตั้งโครงการอบรม  “นางอนามัย”  หลักสูตร ๘ เดือน  ด้วยทรัพย์ส่วนพระองค์   คัดเลือกพยาบาลจากโรงเรียนพยาบาลทั้งของคณะแพทยศาสตร์ และสภากาชาดสยาม  ศึกษาเพิ่มเติมความรู้การพยาบาล การผดุงครรภ์ การป้องกันโรค และโภชนาการ   แล้วไปปฏิบัติงานเป็นนางอนามัย ในพื้นที่ขาดแคลนแพทย์  เช่น จังหวัดอุบลราชธานี  ต่อมากรมสาธารณสุขให้ทุนส่งพยาบาลในจังหวัดต่าง ๆ เข้าศึกษาด้วย  เมื่อ[[เปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. ๒๔๗๕]] โครงการอบรมนางอนามัยสิ้นสุดลง&amp;lt;ref&amp;gt;สรรใจ แสงวิเชียร. ๒๕๒๒. นางอนามัยและพยาบาลเวชปฏิบัติ.  สารศิริราช  ๓๑(๘), หน้า ๑๖๗๓-๑๖๗๔.&amp;lt;/ref&amp;gt;  &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;โรงเรียนนางพยาบาล สภากาชาดสยาม&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
พ.ศ. ๒๔๗๐ หม่อมเจ้าหญิงมัณฑารพ กมลาศน์ ทรงเป็นหัวหน้าพยาบาลรับผิดชอบทั้งงานบริการพยาบาล และโรงเรียนนางพยาบาล  สภากาชาดสยามจัดส่งพยาบาลไปศึกษาดูงานต่างประเทศ  เป็นการเพิ่มพูนครูพยาบาลและพยาบาลปฏิบัติการที่มีความรู้ประสบการณ์&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;โรงเรียนฝึกหัดนางพยาบาล  โรงพยาบาลแมคคอร์มิค จังหวัดเชียงใหม่&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;  &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
จัดหลักสูตรการพยาบาลตามหลักสูตรโรงเรียนการพยาบาล สภากาชาดสยาม  ผู้สำเร็จการศึกษาพยาบาลเรียนต่อการผดุงครรภ์ที่โรงเรียนการพยาบาล สภากาชาด เป็นเวลา ๖ เดือน ได้รับประกาศนียบัตรผดุงครรภ์&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
นางสาวศรีวิไล สิงหเนตร ได้รับทุนไปศึกษาวิชาพยาบาลที่ศูนย์การแพทย์ปักกิ่ง (Peking Medical Union Center)  แล้วกลับมาทำหน้าที่ครูพยาบาลที่โรงเรียนฝึกหัดนางพยาบาล  โรงพยาบาลแมคคอร์มิค ต่อเนื่องจนตั้งขึ้นเป็น คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยพายัพ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;สมาคมนางพยาบาลแห่งกรุงสยาม&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
พระยาดำรงแพทยาคุณ (ชื่น พุทธิแพทย์) ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์  ริเริ่มให้มีการจัดตั้งสมาคมนางพยาบาลแห่งกรุงสยาม  จดทะเบียนเป็นสมาคมเมื่อวันที่ ๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๗๐ มีหม่อมเจ้าหญิงมัณฑารพ กมลาศน์ เป็นนายกสมาคม   ใน พ.ศ. ๒๔๗๒  หม่อมสังวาลย์ มหิดล ณ อยุธยา รับเชิญเป็นกรรมการสมาคม (สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทรงสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนผดุงครรภ์และพยาบาล เมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๙) &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
พ.ศ. ๒๔๗๖ สภาการพยาบาลระหว่างประเทศ เชิญสมาคมนางพยาบาลแห่งกรุงสยามเป็นสมาชิกสมทบ  หม่อมเจ้าหญิงมัณฑารพ กมลาศน์ นายกสมาคมฯ เป็นผู้แทนประเทศสยามประเภทสมาชิกสมทบโดยตำแหน่ง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
พระราชบัญญัติการแพทย์ พ.ศ. ๒๔๗๒ กำหนดว่า&amp;#039;&amp;#039; ... การผดุงครรภ์ ...และการพยาบาลนั้น ห้ามมิให้ขึ้นทะเบียนในประเภทแผนโบราณ&amp;#039;&amp;#039;  &amp;lt;ref&amp;gt;ราชกิจจานุเบกษา. ๒๔๗๒. เล่ม ๔๖, หน้า ๕๘.&amp;lt;/ref&amp;gt;	 &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว  การพยาบาลไทยก้าวหน้าตามลำดับ ทั้งด้านการศึกษาและวิชาชีพ  เนื่องจากยังไม่มีเครื่องมืออุปกรณ์ที่ใช้เทคโนโลยีทันสมัย   งานพยาบาล จึงเข้มงวดด้วยระเบียบกฎเกณฑ์ต่างๆ เพื่อรองรับการช่วยเหลือดูแลบรรเทาโรค   การใช้อุปกรณ์ปลอดเชื้อทั้งในห้องผ่าตัด  และการทำหัตถการ พยาบาลวิชาชีพทำหน้าที่ในโรงพยาบาลต่าง ๆ ทั้งส่วนกลางและภูมิภาค พยาบาลผดุงครรภ์ทำคลอด ดูแลมารดา และทารก  นางอนามัยทำหน้าที่ป้องกันโรค  และสามารถทำหัตถการทดแทนแพทย์เมื่อจำเป็น  &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== บรรณานุกรม ==&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
กรมศึกษาธิการ. ๒๔๕๓. ระเบียบการโรงเรียนราชแพทยาลัย.  กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์บำรุงนุกูลกิจ.&lt;br /&gt;
ดำรงราชานุภาพ, สมเด็จกรมพระยา. ๒๕๔๓. นิทานโบราณคดี. พิมพ์ครั้งที่ ๑๕. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์บรรณาคาร.&lt;br /&gt;
ราชกิจจานุเบกษา. ๒๔๔๐. เล่ม ๑๓.	&lt;br /&gt;
ราชกิจจานุเบกษา. ๒๔๗๒. เล่ม ๔๖.	&lt;br /&gt;
สภากาชาดไทย. ๒๕๓๖. ๑๐๐ ปี สภากาชาดไทย ๒๔๓๖-๒๕๓๖. กรุงเทพฯ: จิรเมธาโฆษณาและการพิมพ์.&lt;br /&gt;
สรรใจ แสงวิเชียร. ๒๕๒๒. นางอนามัยและพยาบาลเวชปฏิบัติ.  สารศิริราช  ๓๑(๘): ๑๖๗๒-๗. &lt;br /&gt;
อนุสรณ์ ๖๐ ปี โรงเรียนพยาบาลผดุงครรภ์และอนามัย. ๒๕๐๐. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ไทยเขษม.&lt;br /&gt;
www.thainurse.org  accessed  ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘ &lt;br /&gt;
www.payap.ac.th   accessed  ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== อ้างอิง ==&lt;br /&gt;
&amp;lt;references/&amp;gt;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Suksan</name></author>
	</entry>
</feed>