<?xml version="1.0"?>
<feed xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom" xml:lang="th">
	<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?action=history&amp;feed=atom&amp;title=%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B9%E0%B8%8D</id>
	<title>การตราพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ - ประวัติรุ่นแก้ไข</title>
	<link rel="self" type="application/atom+xml" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?action=history&amp;feed=atom&amp;title=%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B9%E0%B8%8D"/>
	<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B9%E0%B8%8D&amp;action=history"/>
	<updated>2026-04-19T03:14:20Z</updated>
	<subtitle>ประวัติรุ่นแก้ไขของหน้านี้ในวิกิ</subtitle>
	<generator>MediaWiki 1.42.1</generator>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B9%E0%B8%8D&amp;diff=11804&amp;oldid=prev</id>
		<title>Suksan: หน้าที่ถูกสร้างด้วย &#039;การตราพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ----   ----    &#039;&#039;&#039;ผู้เ...&#039;</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B9%E0%B8%8D&amp;diff=11804&amp;oldid=prev"/>
		<updated>2015-08-18T08:54:43Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;หน้าที่ถูกสร้างด้วย &amp;#039;การตราพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ----   ----    &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;ผู้เ...&amp;#039;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;b&gt;หน้าใหม่&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;&lt;div&gt;การตราพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;ผู้เรียบเรียง&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; : นฐมลย์ พงษ์รอจน์&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;ผู้ทรงคุณวุฒิประจำบทความ&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; : นายจเร พันธุ์เปรื่อง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== บทนำ ==&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	[[พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ]] เป็น[[กฎหมาย]]ที่ตราขึ้นในรูปแบบของ[[พระราชบัญญัติ]]   แต่มีความพิเศษตามที่บัญญัติไว้ใน[[รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐]] คือ การบัญญัติไว้เป็นการเฉพาะในหมวด ๖ ([[รัฐสภา]]) ส่วนที่ ๖ (การตราพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ) แยกต่างหากจากบทบัญญัติในส่วนที่ว่าด้วยการตราพระราชบัญญัติ (หมวด ๖ ส่วนที่ ๗) ซึ่งเป็นข้อแตกต่างอย่างชัดเจนจาก[[รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐]] ซึ่งวงการกฎหมายไทยในปัจจุบัน กำหนด[[ศักดิ์ของกฎหมาย]]ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญไว้เป็นลำดับที่สองรองจากรัฐธรรมนูญ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== ความหมายและความสำคัญ ==&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ เป็นกฎหมายที่กำหนดรายละเอียดสำคัญในเรื่องต่าง ๆ      ที่เกี่ยวกับบางองค์กร หรือวิธีการดำเนินการบางอย่างตามที่กำหนดเรื่องไว้เป็นการเฉพาะในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ซึ่งมีผลดี คือ ทำให้ไม่ต้องบัญญัติรายละเอียดทุก ๆ เรื่องลงไว้ในรัฐธรรมนูญฯ ทำให้รัฐธรรมนูญไม่ยาวจนเกินไป จึงสามารถกำหนดเฉพาะหลักการสำคัญ ๆ ในเรื่องนั้นไว้ในรัฐธรรมนูญฯ นอกจากนั้น การมีพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ยังทำให้สะดวกและง่ายต่อการแก้ไขเพิ่มเติมในภายหลัง หากมีความจำเป็นต้องมีการแก้ไข&lt;br /&gt;
	รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ส่วนที่ ๖ มาตรา ๑๓๘ บัญญัติว่า “ให้มีพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ดังต่อไปนี้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
(๑) [[พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและ การได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
(๒) [[พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
(๓) [[พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
(๔) [[พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการออกเสียงประชามติ]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
(๕) [[พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
(๖) [[พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
(๗) [[พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
(๘) [[พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
(๙) [[พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน]]” &amp;lt;ref&amp;gt;รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๑๓๘&amp;lt;/ref&amp;gt;   &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== การตราพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ==&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ตามที่ได้กล่าวไว้ข้างต้นว่า รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ บัญญัติเรื่องการตราพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญไว้เป็นการเฉพาะในหมวด ๖ ส่วนที่ ๖ แยกต่างหากจากบทบัญญัติในส่วนที่ว่าด้วยการตราพระราชบัญญัติ (หมวด ๖ ส่วนที่ ๗) นั้น ข้อแตกต่างในส่วนที่เป็นสาระสำคัญระหว่างการตราพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญและการตราพระราชบัญญัติ ตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ กล่าวโดยสรุปได้ ดังต่อไปนี้&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
๑.	ผู้มีสิทธิเสนอร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ&lt;br /&gt;
		รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๑๓๙ บัญญัติว่า           “ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญจะเสนอได้ก็แต่โดย&lt;br /&gt;
		&lt;br /&gt;
(๑) [[คณะรัฐมนตรี]]&lt;br /&gt;
		&lt;br /&gt;
(๒) [[สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร]]จำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของ[[สภาผู้แทนราษฎร]] หรือ[[สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร]]และ[[สมาชิกวุฒิสภา]] มีจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา หรือ&lt;br /&gt;
		&lt;br /&gt;
(๓) [[ศาลรัฐธรรมนูญ]] [[ศาลฎีกา]] หรือ[[องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ]] ซึ่งประธานศาลและประธานองค์กรนั้นเป็นผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนั้น”&amp;lt;ref&amp;gt;รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๑๓๙ &amp;lt;/ref&amp;gt;&lt;br /&gt;
		&lt;br /&gt;
ข้อแตกต่างสำคัญในกรณีนี้อยู่ใน (๒) กรณีจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้มีสิทธิเสนอร่างพระราชบัญญัติ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๑๔๒ (๒) กำหนดให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่น้อยกว่ายี่สิบคนเป็นผู้มีสิทธิเสนอ และมิได้ให้สมาชิกวุฒิสภามีส่วนในการเสนอร่างพระราชบัญญัติ&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
&amp;#039;&amp;#039;	“มาตรา ๑๔๒ ภายใต้บังคับมาตรา ๑๓๙ ร่างพระราชบัญญัติจะเสนอได้ก็แต่โดย&lt;br /&gt;
		(๑) คณะรัฐมนตรี&lt;br /&gt;
		&lt;br /&gt;
(๒) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่น้อยกว่ายี่สิบคน&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
	(๓) ศาลหรือองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ เฉพาะกฎหมายที่เกี่ยวกับการจัดองค์กรและกฎหมายที่ประธานศาลและประธานองค์กรนั้นเป็นผู้รักษาการ หรือ&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
(๔) ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งหมื่นคนเข้าชื่อเสนอกฎหมายตามมาตรา ๑๖๓&lt;br /&gt;
		..............................”&amp;#039;&amp;#039;    &amp;lt;ref&amp;gt;รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๑๔๒&amp;lt;/ref&amp;gt;&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
๒.	กระบวนการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ&lt;br /&gt;
		รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๑๔๐ บัญญัติว่า                 “การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาให้กระทำเป็น สามวาระ ดังต่อไปนี้&lt;br /&gt;
		&lt;br /&gt;
(๑) การออกเสียงลงคะแนนในวาระที่หนึ่งขั้นรับหลักการ และในวาระที่สองขั้นพิจารณาเรียงลำดับมาตรา ให้ถือเสียงข้างมากของแต่ละสภา&lt;br /&gt;
		&lt;br /&gt;
(๒) การออกเสียงลงคะแนนในวาระที่สาม ต้องมีคะแนนเสียงเห็นชอบด้วยในการที่จะให้ออกใช้เป็นพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของ   แต่ละสภา&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
ให้นำบทบัญญัติในหมวด ๖ ส่วนที่ ๗ การตราพระราชบัญญัติ มาใช้บังคับกับการพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญด้วยโดยอนุโลม”      &amp;lt;ref&amp;gt;รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๑๔๐&amp;lt;/ref&amp;gt; &lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
ข้อแตกต่างและการกำหนดเงื่อนไขพิเศษสำหรับกระบวนการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาในประเด็นนี้ คือ การกำหนดจำนวนคะแนนเสียงเห็นชอบในการออกเสียงลงคะแนนในวาระที่สาม ซึ่งจะต้องมีคะแนนเสียงเห็นชอบมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของแต่ละสภา ตามที่กำหนดไว้ในมาตรา ๑๔๐ (๒) ดังกล่าวข้างต้น ในขณะที่การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติจะถือเพียงเสียงข้างมากของแต่ละสภาเท่านั้น&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
๓.	กระบวนการภายหลังร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภา&lt;br /&gt;
		&lt;br /&gt;
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๑๔๑ บัญญัติว่า        “เมื่อรัฐสภาให้ความเห็นชอบกับร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญแล้ว ก่อนนำขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย ให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ    ซึ่งต้องกระทำให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับเรื่อง&lt;br /&gt;
		&lt;br /&gt;
คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่วินิจฉัยว่าร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญใดมีข้อความขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ ให้ข้อความที่ขัดหรือแย้งนั้นเป็นอันตกไป ในกรณีที่วินิจฉัยว่าข้อความดังกล่าวเป็นสาระสำคัญหรือร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญตราขึ้นโดยไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ ให้ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนั้นเป็นอันตกไป&lt;br /&gt;
		&lt;br /&gt;
ในกรณีที่คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญมีผลทำให้ข้อความที่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญเป็นอันตกไปตามวรรคสอง ให้ส่งร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนั้นกลับคืนสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาเพื่อพิจารณาตามลำดับ ในกรณีเช่นว่านี้ ให้สภาผู้แทนราษฎรหรือวุฒิสภาพิจารณาแก้ไขเพิ่มเติมเพื่อมิให้ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญได้ โดยมติในการแก้ไขเพิ่มเติมให้ใช้คะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของแต่ละสภา แล้วให้นายกรัฐมนตรีดำเนินการตามมาตรา ๙๐ และมาตรา ๑๕๐ หรือมาตรา ๑๕๑ แล้วแต่กรณี ต่อไป” &amp;lt;ref&amp;gt;รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๑๔๑&amp;lt;/ref&amp;gt;&lt;br /&gt;
		&lt;br /&gt;
ลักษณะพิเศษของกระบวนการตราพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญในกรณีนี้ คือ กระบวนการภายหลังจากรัฐสภาให้ความเห็นชอบกับร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญแล้วรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ กำหนดกระบวนการพิเศษยิ่งไปกว่าการตราพระราชบัญญัติ คือ การกำหนดให้ส่งร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญที่ผ่านความเห็นชอบของรัฐสภาแล้ว ให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญก่อนนำขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย โดยศาลรัฐธรรมนูญต้องกระทำให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับเรื่อง ซึ่งอาจทำให้ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนั้นเป็นอันตกไป หรือส่งกลับคืนให้สภาผู้แทนราษฎรหรือวุฒิสภาตามลำดับ พิจารณาแก้ไขเพิ่มเติมเพื่อมิให้ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญได้ โดยมติในการแก้ไขเพิ่มเติมให้ใช้คะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของแต่ละสภา&lt;br /&gt;
		&lt;br /&gt;
ความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญซึ่งศาลรัฐธรรมนูญจะต้องพิจารณา ประกอบด้วย &lt;br /&gt;
		&lt;br /&gt;
(๑) ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนั้น ๆ มีข้อความขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ หรือไม่&lt;br /&gt;
		&lt;br /&gt;
(๒) ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนั้น ๆ ตราขึ้นโดยถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ หรือไม่&lt;br /&gt;
		&lt;br /&gt;
ที่กล่าวไว้ข้างต้นว่ารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ กำหนดกระบวนการพิเศษยิ่งไปกว่าการตราพระราชบัญญัติ นั้น เนื่องจากในการตราพระราชบัญญัติ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๑๕๐ กำหนดให้นายกรัฐมนตรีนำร่างพระราชบัญญัติ       ที่ได้รับความเห็นชอบของ[[รัฐสภา]]แล้วขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายภายในยี่สิบวันนับแต่วันที่ได้รับ       [[ร่างพระราชบัญญัตินั้นจากรัฐสภาเพื่อพระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธย]] และเมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้ใช้บังคับเป็นกฎหมายได้ ซึ่งวิธีการดังกล่าวต้องนำมาบังคับกับพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญที่ได้รับความเห็นชอบของรัฐสภาด้วย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;#039;&amp;#039;		“มาตรา ๑๕๐ ร่างพระราชบัญญัติที่ได้รับความเห็นชอบของรัฐสภาแล้ว ให้นายกรัฐมนตรีนำขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายภายในยี่สิบวันนับแต่วันที่ได้รับร่างพระราชบัญญัตินั้นจากรัฐสภา       เพื่อพระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธย และเมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้ใช้บังคับเป็นกฎหมายได้”&amp;#039;&amp;#039; &amp;lt;ref&amp;gt;รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๑๕๐&amp;lt;/ref&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== สรุป ==&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ที่กล่าวมาตั้งแต่ต้น  ได้บรรยายถึงลักษณะของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ และความแตกต่างระหว่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญกับพระราชบัญญัติ โดยอ้างอิงตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ซึ่งในขณะนี้ รัฐธรรมนูญฯ ดังกล่าวถูกยกเลิกไปแล้ว ยังคงมีผลบังคับใช้บังคับอยู่เฉพาะในหมวด ๒ อย่างไรก็ตาม รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ ซึ่งได้ประกาศใช้เมื่อวันที่ ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๕๗ ได้บัญญัติเกี่ยวกับการตราพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญไว้ตามมาตรา ๑๔ วรรคหก และมาตรา ๑๕&lt;br /&gt;
&amp;#039;&amp;#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	&amp;#039;&amp;#039;	“มาตรา ๑๔  พระมหากษัตริย์ทรงตราพระราชบัญญัติโดยคำแนะนำและยินยอมของ  สภานิติบัญญัติแห่งชาติ...&lt;br /&gt;
		&lt;br /&gt;
&amp;#039;&amp;#039;...การตราพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญให้กระทำได้โดยวิธีการที่บัญญัติไว้ในมาตรานี้ แต่การเสนอร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ให้กระทำโดยคณะรัฐมนตรีหรือผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนั้น”&amp;#039;&amp;#039;&amp;lt;ref&amp;gt;รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ มาตรา ๑๔ วรรคหก&amp;lt;/ref&amp;gt; &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;#039;&amp;#039;	“มาตรา ๑๕  ร่างพระราชบัญญัติหรือร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญที่ได้รับความเห็นชอบของ[[สภานิติบัญญัติแห่งชาติ]]แล้ว ให้นายกรัฐมนตรีนำขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายภายในยี่สิบวันนับแต่วันที่ได้รับร่างพระราชบัญญัติหรือร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนั้นจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เพื่อพระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธย และเมื่อประกาศใน[[ราชกิจจานุเบกษา]]แล้ว ให้ใช้บังคับเป็นกฎหมายได้&amp;#039;&amp;#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;#039;&amp;#039;ร่างพระราชบัญญัติหรือร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญใด พระมหากษัตริย์ไม่ทรงเห็นชอบด้วยและพระราชทานคืนมายังสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือเมื่อพ้นเก้าสิบวันแล้วมิได้ทรงพระราชทานคืนมา สภานิติบัญญัติแห่งชาติจะต้องปรึกษาร่างพระราชบัญญัติหรือร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนั้นใหม่ ถ้าสภานิติบัญญัติแห่งชาติมีมติยืนยันตามเดิมด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่แล้ว ให้นายกรัฐมนตรีนำร่างพระราชบัญญัติหรือร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนั้นขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายอีกครั้งหนึ่ง เมื่อพระมหากษัตริย์มิได้ทรงลงพระปรมาภิไธยพระราชทานคืนมาภายในสามสิบวัน ให้นายกรัฐมนตรีนำพระราชบัญญัติหรือพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนั้นประกาศในราชกิจจานุเบกษาใช้บังคับเป็นกฎหมายได้เสมือนหนึ่งว่าพระมหากษัตริย์ได้ทรงลงพระปรมาภิไธยแล้ว”&amp;#039;&amp;#039;&amp;lt;ref&amp;gt;รัฐธรรมนญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ มาตรา ๑๕&amp;lt;/ref&amp;gt;&lt;br /&gt;
		&lt;br /&gt;
ทั้งนี้ในอนาคต รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับที่จะตราขึ้นใหม่จะกำหนดให้มีพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ หรือไม่ ถ้ามี พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญจะมีลักษณะเป็นอย่างไร กระบวนการตราจะเป็นอย่างไร และจะมีความแตกต่างระหว่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญกับพระราชบัญญัติ หรือไม่ อย่างไร เป็นเรื่องที่จะต้องตามศึกษาเรียนรู้กันต่อไป ทั้งนี้ เนื่องจากกฎหมายย่อมมีพลวัต มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอตามสภาวะสังคม การเมือง ความมั่นคง และเศรษฐกิจ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== บรรณานุกรม ==&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร.&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
(กรุงเทพฯ : สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, ๒๕๕๐)&lt;br /&gt;
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗. &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๑ :&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; &lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;ตอนที่ ๕๕ ก,&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๕๗.&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Suksan</name></author>
	</entry>
</feed>