<?xml version="1.0"?>
<feed xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom" xml:lang="th">
	<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?action=history&amp;feed=atom&amp;title=%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%A0%E0%B8%B4%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B9%84%E0%B8%9B</id>
	<title>การขอเปิดอภิปรายทั่วไป - ประวัติรุ่นแก้ไข</title>
	<link rel="self" type="application/atom+xml" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?action=history&amp;feed=atom&amp;title=%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%A0%E0%B8%B4%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B9%84%E0%B8%9B"/>
	<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%A0%E0%B8%B4%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B9%84%E0%B8%9B&amp;action=history"/>
	<updated>2026-05-19T11:58:21Z</updated>
	<subtitle>ประวัติรุ่นแก้ไขของหน้านี้ในวิกิ</subtitle>
	<generator>MediaWiki 1.42.1</generator>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%A0%E0%B8%B4%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B9%84%E0%B8%9B&amp;diff=9896&amp;oldid=prev</id>
		<title>Suksan: หน้าที่ถูกสร้างด้วย &#039;&#039;&#039;&#039;ผู้เรียบเรียง&#039;&#039;&#039; นารีลักษณ์  ศิริวรรณ  &#039;&#039;&#039;ผู้ทรงคุณว...&#039;</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%A0%E0%B8%B4%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B9%84%E0%B8%9B&amp;diff=9896&amp;oldid=prev"/>
		<updated>2014-01-07T06:27:30Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;หน้าที่ถูกสร้างด้วย &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;ผู้เรียบเรียง&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; นารีลักษณ์  ศิริวรรณ  &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;ผู้ทรงคุณว...&amp;#039;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;b&gt;หน้าใหม่&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;&lt;div&gt;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;ผู้เรียบเรียง&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; นารีลักษณ์  ศิริวรรณ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;ผู้ทรงคุณวุฒิประจำบทความ&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร จเร พันธุ์เปรื่อง &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	การปกครองระบอบประชาธิปไตยในระบบรัฐสภาของไทยได้แบ่ง[[อำนาจอธิปไตย]]ออกเป็น ๓ ฝ่ายคือ [[ฝ่ายนิติบัญญัติ]] [[ฝ่ายบริหาร]] และ[[ฝ่ายตุลาการ]] ทั้งนี้ การแบ่งแยกอำนาจนิติบัญญัติและอำนาจบริหารตามรัฐธรรมนูญของไทยนั้นมิได้แยกอำนาจกันอย่างเด็ดขาด แต่มี[[การถ่วงดุลอำนาจ]]ซึ่งกันและกัน โดย[[รัฐบาล]]ใช้อำนาจบริหารประเทศผ่านกลไก[[ระบบราชการ]]ให้เป็นไปตามแนวนโยบายของรัฐบาลที่ได้แถลงไว้ต่อ[[รัฐสภา]] ส่วนฝ่ายนิติบัญญัติจะทำหน้าที่[[ควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน]]ของรัฐบาล ได้แก่ การรับทราบคำแถลงนโยบายของ[[คณะรัฐมนตรี]] [[การตั้งกระทู้ถาม]] [[การเปิดอภิปรายทั่วไป]] และ[[การตั้งคณะกรรมาธิการ]] โดยฝ่ายตุลาการมีอำนาจหน้าที่ในการพิพากษาคดี&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	[[รัฐสภา]]เป็นองค์กรนิติบัญญัติตาม[[รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐]] ได้กำหนดอำนาจหน้าที่ของรัฐสภาไว้ สรุปได้ดังนี้&amp;lt;ref&amp;gt;สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, ระบบงานรัฐสภา ๒๕๕๒, กรุงเทพฯ : สำนักการพิมพ์ &lt;br /&gt;
สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, ๒๕๕๕, หน้า ๒๙–๓๑.&amp;lt;/ref&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	๑. อำนาจในการตรา[[กฎหมาย]] หมายถึง อำนาจในการพิจารณา[[พระราชบัญญัติ]] และ[[พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ]] การแก้ไขเพิ่มเติมหรือยกเลิกพระราชบัญญัติ และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ การแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายต่าง ๆ และการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเพื่อให้มีผลใช้บังคับเป็นกฎหมาย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	๒. อำนาจในการควบคุม[[การบริหารราชการแผ่นดิน]] หมายถึง การสอดส่องดูแลการปฏิบัติงานของ[[คณะรัฐมนตรี]] หรือฝ่ายบริหารด้วยวิธีการที่รัฐธรรมนูญได้กำหนดไว้ โดยการตั้งกระทู้ถาม การขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อให้คณะรัฐมนตรีแถลงข้อเท็จจริงหรือชี้แจงปัญหาสำคัญเกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดินโดยไม่มีการลงมติ และการขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อ[[ลงมติ]]ไม่ไว้วางใจ[[นายกรัฐมนตรี]]หรือ[[รัฐมนตรี]]เป็นรายบุคคล อันอาจส่งผลให้รัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีต้องพ้นจากตำแหน่งได้ ซึ่งนับเป็นหลักการสำคัญอีกประการหนึ่งของการปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่ให้มีการถ่วงดุลอำนาจระหว่างกัน เพื่อป้องกันไม่ให้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดใช้อำนาจเกินขอบเขตจนอาจทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
		นอกจากนี้ รัฐสภามีอำนาจหน้าที่ในการควบคุมการบริหารราชการแผ่นดินของคณะรัฐมนตรี ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญที่ได้กำหนดให้คณะรัฐมนตรีต้องแถลงนโยบายต่าง ๆ ที่จะใช้ในการบริหารประเทศต่อรัฐสภาภายใน ๑๕ วัน นับแต่วันเข้ารับหน้าที่ ซึ่งการแถลงนโยบายดังกล่าวคณะรัฐมนตรีต้องชี้แจงให้ชัดเจนว่า การดำเนินการตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐนี้จะดำเนินการอย่างไร ในระยะเวลาใด และต้องจัดทำรายงานแถลงผลการดำเนินงาน ปัญหาและอุปสรรคเสนอต่อรัฐสภาปีละครั้ง นอกจากนี้ ในแต่ละปีคณะรัฐมนตรีต้องจัดทำ[[แผนการบริหารราชการแผ่นดิน]] เพื่อแสดงมาตรการและวิธีการในการปฏิบัติตาม[[แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ]]ในแต่ละเรื่อง รวมทั้งต้องมีแผนการตรากฎหมายที่จำเป็นต่อการดำเนินการตามนโยบายและแผนการบริหารราชการแผ่นดิน ซึ่งการกำหนดให้ชัดเจนนี้ทำให้สามารถตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐของคณะรัฐมนตรีได้ง่ายขึ้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	๓. อำนาจหน้าที่ในการให้ความเห็นชอบ โดยรัฐธรรมนูญกำหนดให้สมาชิกรัฐสภาเป็นผู้มีอำนาจในการพิจารณาให้ความเห็นชอบในเรื่องสำคัญ ๆ ที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของแผ่นดินในกรณีต่าง ๆ ในที่ประชุมของรัฐสภา ได้แก่ การให้ความเห็นชอบในการแต่งตั้ง[[ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์]] การให้ความเห็นชอบใน[[การสืบราชสมบัติ]] การให้ความเห็นชอบใน[[การปิดสมัยประชุมสมัยสามัญของรัฐสภา]]ก่อนครบกำหนดเวลา ๑๒๐ วัน การให้ความเห็นชอบให้พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญหรือร่างพระราชบัญญัติที่รัฐสภายังมิได้ให้ความเห็นชอบต่อไปได้ กรณีอายุของสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลงหรือมี[[การยุบสภา]]ผู้แทนราษฎร การให้ความเห็นชอบในการประกาศสงคราม และการให้ความเห็นชอบในการทำหนังสือสัญญาที่มีบทเปลี่ยนแปลงอาณาเขตไทยหรือเขตพื้นที่นอกอาณาเขตซึ่งไทยมีสิทธิอธิปไตยหรือมีเขตอำนาจตามหนังสือสัญญาหรือตามกฎหมายระหว่างประเทศ หรือจะต้องออกพระราชบัญญัติเพื่อให้มีการเป็นไปตามหนังสือสัญญา หรือมีผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจหรือสังคมของประเทศอย่างกว้างขวาง หรือมีผลผูกพันด้านการค้า การลงทุน หรืองบประมาณของประเทศอย่างมีนัยสำคัญ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
		๔. อำนาจหน้าที่ในการสรรหา และถอดถอนบุคคลสำคัญในองค์กรต่าง ๆ ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด ซึ่งรัฐธรรมนูญกำหนดให้รัฐสภามีอำนาจหน้าที่ในการสรรหาบุคคลในองค์กรต่าง ๆ โดย[[พระมหากษัตริย์]]ทรงแต่งตั้งตามคำแนะนำของ[[วุฒิสภา]] และ[[ถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี]] รัฐมนตรี [[สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร]] [[สมาชิกวุฒิสภา]] [[ประธานศาลฎีกา]] [[ประธานศาลรัฐธรรมนูญ]] [[ประธานศาลปกครองสูงสุด]] [[อัยการสูงสุด]] [[ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ]] [[กรรมการการเลือกตั้ง]] [[ผู้ตรวจการแผ่นดิน]] [[กรรมการตรวจเงินแผ่นดิน]] [[ผู้พิพากษา]]หรือตุลาการ พนักงานอัยการ หรือผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูงออกจากตำแหน่งในกรณีมีพฤติกรรมร่ำรวยผิดปกติ ทุจริตต่อหน้าที่ กระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม จงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
==[[การเปิดอภิปรายทั่วไป]]==&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	อภิปราย หมายถึง การกล่าวถ้อยคำในเชิงแสดงความคิดเห็นและปรึกษาในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรหรือวุฒิสภา โดยมีข้อบังคับการประชุมสภาเป็นกรอบกติกาบังคับการอภิปรายและมีประธานในที่ประชุมสภาเป็นผู้ควบคุมดูแลให้การอภิปรายเป็นไปโดยเรียบร้อย ตามปกติเมื่อเสร็จสิ้นการอภิปรายหรือที่เรียกว่าการปิดอภิปรายแล้ว ก็จะมีการลงมติอย่างใดอย่างหนึ่งสุดแล้วแต่จะได้ระบุไว้ในญัตติที่เสนอต่อสภาเพื่อผลการอภิปรายเกิดขึ้น เช่น ลงมติส่งรายงานของ[[คณะกรรมาธิการ]]ไปให้รัฐบาลพิจารณาดำเนินการ หรือลงมติไว้วางใจหรือไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรี เป็นต้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	ในการอภิปรายทั่วไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ เป็นวิธีการหนึ่งในการควบคุมการบริหารราชการแผ่นดินตามระบบรัฐสภา ซึ่งดำเนินการ ๒ วิธีคือ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;๑. การอภิปรายทั่วไปแบบมีการลงมติ&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน ๒ วิธีคือ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
		๑.๑ การอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี&lt;br /&gt;
 &lt;br /&gt;
			[[ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี]] ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๑๕๘ วรรคแรก&amp;lt;ref&amp;gt;สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐, กรุงเทพฯ : สำนักการพิมพ์ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, ๒๕๕๕, หน้า ๑๕๒.&amp;lt;/ref&amp;gt; กำหนดให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร มีสิทธิเข้าชื่อเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี [[ญัตติ]]ดังกล่าวต้องเสนอชื่อผู้สมควรดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนต่อไป และเมื่อได้มีการเสนอญัตติแล้วจะมีการ[[ยุบสภา]]ผู้แทนราษฎรมิได้ เว้นแต่จะมีการถอนญัตติหรือการลงมตินั้นไม่ได้คะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
		๑.๒ การอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
		[[ญัตติอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล]] ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๑๕๙&amp;lt;ref&amp;gt;เรื่องเดียวกัน หน้า ๑๕๔.&amp;lt;/ref&amp;gt; กำหนดให้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในหกของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร มีสิทธิเข้าชื่อเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
		ทั้งนี้ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๑๖๐&amp;lt;ref&amp;gt;เรื่องเดียวกัน หน้า ๑๕๔.&amp;lt;/ref&amp;gt; กำหนดให้ในกรณีที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มิได้อยู่ใน[[พรรคการเมือง]]ที่สมาชิกในสังกัดพรรคนั้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมีจำนวนไม่ถึงเกณฑ์ที่จะเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปตามมาตรา ๑๕๘ หรือมาตรา ๑๕๙ ให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรดังกล่าวทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ มีสิทธิเข้าชื่อเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลตามมาตรา ๑๕๘ หรือ มาตรา ๑๕๙ ได้ เมื่อคณะรัฐมนตรีได้บริหารราชการแผ่นดินมาเกินกว่าสองปีแล้ว&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;๒. การอภิปรายทั่วไปโดยไม่มีการลงมติ&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	การเปิดอภิปรายทั่วไปโดยไม่มีการลงมติ มีได้ 2 กรณี คือ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	๒.๑ กรณีสมาชิกวุฒิสภาเข้าชื่อเสนอญัตติเพื่อขอเปิดอภิปรายทั่วไปในวุฒิสภา เพื่อให้คณะรัฐมนตรี	แถลงข้อเท็จจริง หรือ ชี้แจ้งปัญหาสำคัญเกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดินตามมาตรา ๑๖๑ ของรัฐธรรมนูญ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	๒.๒ การอภิปรายทั่วไปโดยไม่มีการลงมติ เป็นอีกกระบวนการหนึ่งที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้เพื่อให้สมาชิกรัฐสภาได้มีโอกาสแสดงความคิดเห็นในกรณีที่มีปัญหาสำคัญเกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดินที่คณะรัฐมนตรีสมควรจะฟังความคิดเห็นของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภา นายกรัฐมนตรีจะแจ้งไปยัง[[ประธานรัฐสภา]]ขอให้มีการเปิดอภิปรายทั่วไปในที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาก็ได้ ในกรณีเช่นว่านี้ รัฐสภาจะลงมติในปัญหาที่อภิปรายมิได้ ทั้งนี้ ใน[[ข้อบังคับการประชุมรัฐสภา พ.ศ. ๒๕๕๓]] ข้อ ๑๑๑&amp;lt;ref&amp;gt;สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, ข้อบังคับ, กรุงเทพฯ : สำนักการพิมพ์ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, ๒๕๕๕, หน้า ๒๑๗.&amp;lt;/ref&amp;gt; ได้กำหนดให้เมื่อนายกรัฐมนตรีขอให้มีการเปิดอภิปรายทั่วไปในที่ประชุมรัฐสภาตามมาตรา ๑๗๙&amp;lt;ref&amp;gt;สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐, กรุงเทพฯ : สำนักการพิมพ์ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, ๒๕๕๒, หน้า ๑๗๑.&amp;lt;/ref&amp;gt; ของรัฐธรรมนูญ ให้ประธานรัฐสภาบรรจุเข้า[[ระเบียบวาระการประชุมรัฐสภา]]เป็นเรื่องด่วน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
		ทั้งนี้ คณะรัฐมนตรีในสมัยรัฐบาลนาย[[อภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ]] เป็นนายกรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปในที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาตามมาตรา ๑๗๙ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ พิจารณาแนวทางในการสร้างความ[[สมานฉันท์]]ในบ้านเมือง [[การปฏิรูปการเมือง]] และการแก้ไขปัญหารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ และคณะรัฐมนตรีในสมัยรัฐบาลนางสาว[[ยิ่งลักษณ์  ชินวัตร]] เป็นนายกรัฐมนตรี ได้เสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปในที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา พิจารณากรณีประเทศสหรัฐอเมริกาขอใช้สนามบินอู่ตะเภา เป็นต้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==อ้างอิง==&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;references/&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[หมวดหมู่: กิจกรรมที่เกี่ยวกับกระบวนการทางนิติบัญญัติ]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Suksan</name></author>
	</entry>
</feed>