<?xml version="1.0"?>
<feed xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom" xml:lang="th">
	<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?action=history&amp;feed=atom&amp;title=%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B0%E0%B8%9E%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B9%82%E0%B8%82%E0%B8%87</id>
	<title>การก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขง - ประวัติรุ่นแก้ไข</title>
	<link rel="self" type="application/atom+xml" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?action=history&amp;feed=atom&amp;title=%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B0%E0%B8%9E%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B9%82%E0%B8%82%E0%B8%87"/>
	<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B0%E0%B8%9E%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B9%82%E0%B8%82%E0%B8%87&amp;action=history"/>
	<updated>2026-05-19T01:13:47Z</updated>
	<subtitle>ประวัติรุ่นแก้ไขของหน้านี้ในวิกิ</subtitle>
	<generator>MediaWiki 1.42.1</generator>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B0%E0%B8%9E%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B9%82%E0%B8%82%E0%B8%87&amp;diff=6849&amp;oldid=prev</id>
		<title>Apirom เมื่อ 03:59, 3 มิถุนายน 2554</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B0%E0%B8%9E%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B9%82%E0%B8%82%E0%B8%87&amp;diff=6849&amp;oldid=prev"/>
		<updated>2011-06-03T03:59:34Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;table style=&quot;background-color: #fff; color: #202122;&quot; data-mw=&quot;interface&quot;&gt;
				&lt;col class=&quot;diff-marker&quot; /&gt;
				&lt;col class=&quot;diff-content&quot; /&gt;
				&lt;col class=&quot;diff-marker&quot; /&gt;
				&lt;col class=&quot;diff-content&quot; /&gt;
				&lt;tr class=&quot;diff-title&quot; lang=&quot;th&quot;&gt;
				&lt;td colspan=&quot;2&quot; style=&quot;background-color: #fff; color: #202122; text-align: center;&quot;&gt;←รุ่นแก้ไขก่อนหน้า&lt;/td&gt;
				&lt;td colspan=&quot;2&quot; style=&quot;background-color: #fff; color: #202122; text-align: center;&quot;&gt;รุ่นแก้ไขเมื่อ 10:59, 3 มิถุนายน 2554&lt;/td&gt;
				&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td colspan=&quot;2&quot; class=&quot;diff-lineno&quot; id=&quot;mw-diff-left-l13&quot;&gt;บรรทัดที่ 13:&lt;/td&gt;
&lt;td colspan=&quot;2&quot; class=&quot;diff-lineno&quot;&gt;บรรทัดที่ 13:&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;
&lt;tr&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;background-color: #f8f9fa; color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #eaecf0; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;div&gt;ใน พ.ศ. 2499 องค์การยูซอม (USOM) และการรถไฟแห่งประเทศไทย ได้เริ่มทำการสำรวจความเป็นไปได้และความเหมาะสมของการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขง  ผลการสำรวจได้เสนอการวางแนวสะพานไว้ 3 แห่ง  แนวที่ 1 คือ บริเวณท่าข้ามแพขนานยนต์หนองคาย – ท่านาแล้ง  แนวที่ 2 บริเวณอำเภอศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย  - เวียงจันทน์  และแนวที่ 3 บริเวณบ้านโคกซวก ใต้เขื่อนผามอง  &lt;/div&gt;&lt;/td&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;background-color: #f8f9fa; color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #eaecf0; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;div&gt;ใน พ.ศ. 2499 องค์การยูซอม (USOM) และการรถไฟแห่งประเทศไทย ได้เริ่มทำการสำรวจความเป็นไปได้และความเหมาะสมของการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขง  ผลการสำรวจได้เสนอการวางแนวสะพานไว้ 3 แห่ง  แนวที่ 1 คือ บริเวณท่าข้ามแพขนานยนต์หนองคาย – ท่านาแล้ง  แนวที่ 2 บริเวณอำเภอศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย  - เวียงจันทน์  และแนวที่ 3 บริเวณบ้านโคกซวก ใต้เขื่อนผามอง  &lt;/div&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;
&lt;tr&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;background-color: #f8f9fa; color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #eaecf0; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;br&gt;&lt;/td&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;background-color: #f8f9fa; color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #eaecf0; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;br&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;
&lt;tr&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot; data-marker=&quot;−&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #ffe49c; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;div&gt;ต่อมาใน พ.ศ. 2508  ในการประชุมของคณะกรรมการประสานงานสำรวจลุ่มแม่น้ำโขงตอนล่าง ซึ่งประกอบด้วย ประเทศไทย  ลาว เวียดนาม และกัมพูชา ได้บรรจุโครงการนี้ไว้ในแผนพัฒนา 10 ปี  ใน พ.ศ. 2510 รัฐบาลญี่ปุ่นได้ให้ความช่วยเหลือในการศึกษาความเป็นไปได้และความเหมาะสมในการออกแบบก่อสร้าง  ผลการศึกษาได้ข้อสรุปว่า เส้นทางระหว่างหนองคาย – ท่านาแล้ง เหมาะสมที่สุดและควรสร้างสะพานที่ให้ทั้งรถยนต์และรถไฟแล่นผ่าน  ภายหลังจากนั้นได้มีการประชุมพิจารณาเรื่องการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงอีกหลายครั้ง  แต่ยังหาข้อยุติไม่ได้เนื่องจากสาเหตุทางการเมืองและสาเหตุอื่น ๆ หลายประการ  จนกระทั่งความสัมพันธ์ระหว่างไทยและลาวได้ผันแปรไปสู่ความไม่เป็นมิตร &lt;del style=&quot;font-weight: bold; text-decoration: none;&quot;&gt;ภายหลังจากที่ลาวได้เปลี่ยนแปลงการปกครองไปสู่ระบอบสังคมนิยมคอมมิวนิสต์ใน &lt;/del&gt;พ.ศ. 2518  ขณะที่รัฐบาลไทยมีนโยบายต่อต้านลัทธิคอมมิวนิสต์อย่างรุนแรง  โครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงระหว่างไทย – ลาว จึงหยุดชะงักลงไปด้วย&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot; data-marker=&quot;+&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #a3d3ff; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;div&gt;ต่อมาใน พ.ศ. 2508  ในการประชุมของคณะกรรมการประสานงานสำรวจลุ่มแม่น้ำโขงตอนล่าง ซึ่งประกอบด้วย ประเทศไทย  ลาว เวียดนาม และกัมพูชา ได้บรรจุโครงการนี้ไว้ในแผนพัฒนา 10 ปี  ใน พ.ศ. 2510 รัฐบาลญี่ปุ่นได้ให้ความช่วยเหลือในการศึกษาความเป็นไปได้และความเหมาะสมในการออกแบบก่อสร้าง  ผลการศึกษาได้ข้อสรุปว่า เส้นทางระหว่างหนองคาย – ท่านาแล้ง เหมาะสมที่สุดและควรสร้างสะพานที่ให้ทั้งรถยนต์และรถไฟแล่นผ่าน  ภายหลังจากนั้นได้มีการประชุมพิจารณาเรื่องการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงอีกหลายครั้ง  แต่ยังหาข้อยุติไม่ได้เนื่องจากสาเหตุทางการเมืองและสาเหตุอื่น ๆ หลายประการ  จนกระทั่งความสัมพันธ์ระหว่างไทยและลาวได้ผันแปรไปสู่ความไม่เป็นมิตร &lt;ins style=&quot;font-weight: bold; text-decoration: none;&quot;&gt;ภายหลังจากที่ลาวได้เปลี่ยนแปลงการปกครองไปสู่ระบอบ[[สังคมนิยมคอมมิวนิสต์]]ใน &lt;/ins&gt;พ.ศ. 2518  ขณะที่รัฐบาลไทยมีนโยบายต่อต้านลัทธิคอมมิวนิสต์อย่างรุนแรง  โครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงระหว่างไทย – ลาว จึงหยุดชะงักลงไปด้วย&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;
&lt;tr&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;background-color: #f8f9fa; color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #eaecf0; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;br&gt;&lt;/td&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;background-color: #f8f9fa; color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #eaecf0; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;br&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;
&lt;tr&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;background-color: #f8f9fa; color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #eaecf0; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;div&gt;อย่างไรก็ตาม เมื่อบริบททางด้านเศรษฐกิจการเมืองโลกได้แปรเปลี่ยนไปหลังจากที่[[สงครามเย็น]]หรือ[[ความขัดแย้ง]]ระหว่างค่ายเสรี[[ประชาธิปไตย]]และค่ายสังคมนิยมคอมมิวนิสต์ได้คลี่คลายลงนับตั้งแต่ช่วงปลายทศวรรษ พ.ศ. 2523 ความสัมพันธ์ระหว่างไทย – ลาว ก็ได้รับการฟื้นฟูอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่ประเทศไทยภายใต้การนำของพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ มีนโยบายกระชับความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านอินโดจีน ภายใต้แนวคิด  “[[นโยบายเปลี่ยนสนามรบให้เป็นสนามการค้า|การเปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้า]]”  เช่นเดียวกับที่ลาวได้ปรับนโยบายในการพัฒนาประเทศใหม่ โดยการเปิดประเทศสู่ประชาคมโลกและเปลี่ยนแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจจากระบบสังคมนิยมสู่ระบบตลาด ภายใต้บริบทดังกล่าว โครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงเพื่ออำนวยความสะดวกในการขนส่งสินค้าและเสริมสร้างสัมพันธไมตรีระหว่างไทย – ลาว ได้ถูกรื้อฟื้นอีกครั้ง   &lt;/div&gt;&lt;/td&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;background-color: #f8f9fa; color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #eaecf0; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;div&gt;อย่างไรก็ตาม เมื่อบริบททางด้านเศรษฐกิจการเมืองโลกได้แปรเปลี่ยนไปหลังจากที่[[สงครามเย็น]]หรือ[[ความขัดแย้ง]]ระหว่างค่ายเสรี[[ประชาธิปไตย]]และค่ายสังคมนิยมคอมมิวนิสต์ได้คลี่คลายลงนับตั้งแต่ช่วงปลายทศวรรษ พ.ศ. 2523 ความสัมพันธ์ระหว่างไทย – ลาว ก็ได้รับการฟื้นฟูอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่ประเทศไทยภายใต้การนำของพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ มีนโยบายกระชับความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านอินโดจีน ภายใต้แนวคิด  “[[นโยบายเปลี่ยนสนามรบให้เป็นสนามการค้า|การเปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้า]]”  เช่นเดียวกับที่ลาวได้ปรับนโยบายในการพัฒนาประเทศใหม่ โดยการเปิดประเทศสู่ประชาคมโลกและเปลี่ยนแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจจากระบบสังคมนิยมสู่ระบบตลาด ภายใต้บริบทดังกล่าว โครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงเพื่ออำนวยความสะดวกในการขนส่งสินค้าและเสริมสร้างสัมพันธไมตรีระหว่างไทย – ลาว ได้ถูกรื้อฟื้นอีกครั้ง   &lt;/div&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;
&lt;tr&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;background-color: #f8f9fa; color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #eaecf0; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;br&gt;&lt;/td&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;background-color: #f8f9fa; color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #eaecf0; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;br&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;
&lt;tr&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot; data-marker=&quot;−&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #ffe49c; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;div&gt;ในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2531 ในโอกาสที่ [[ชาติชาย ชุณหะวัณ|พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ]] ได้เดินทางไปเยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว  ผู้นำ[[รัฐบาล]]ของทั้งสองประเทศได้หยิบยกโครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงขึ้นมาพิจารณาและนำมาสู่การออกแถลงการณ์ร่วมระหว่างผู้นำทั้งสองประเทศ ตกลงในหลักการที่จะให้มีการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขง  ต่อมาในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2532 &lt;del style=&quot;font-weight: bold; text-decoration: none;&quot;&gt;นายกรัฐมนตรีของประเทศออสเตรเลีย &lt;/del&gt;(นาย R.J.HAWKE) ได้เดินทางมาเยือนประเทศไทยและมีแถลงการณ์ว่ารัฐบาลออสเตรเลียจะสนับสนุนเงินค่าก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงในวงเงิน 30 ล้านเหรียญสหรัฐ  ในเดือนมกราคม พ.ศ.2533 มีการลงนามในบันทึกความเข้าใจร่วมกันระหว่างออสเตรเลีย ไทย ลาว ในประเทศไทย เพื่อกำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบ รวมทั้งหน่วยงานที่รับผิดชอบโครงการของแต่ละฝ่าย โดยผู้รับผิดชอบโครงการฝ่ายออสเตรเลียได้แก่ AIDAB (The Australian International Development Assistance Bureau) ในสังกัด[[กระทรวงการต่างประเทศ]]และการค้า  ส่วนผู้รับผิดชอบโครงการฝ่ายไทย คือ สำนักงานพลังงานแห่งชาติ (กรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงาน ในปัจจุบัน)กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม  และผู้รับผิดชอบโครงการฝ่ายลาว คือ กระทรวงคมนาคมขนส่ง ไปรษณีย์และก่อสร้าง  ในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2534 มีการประชุมคณะกรรมการโครงการพัฒนาลุ่มแม่น้ำโขง   ซึ่งที่ประชุมมีมติให้สะพานข้ามแม่น้ำโขงระหว่างไทย – ลาว แห่งนี้มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า “สะพานมิตรภาพ” (Friendship Bridge)  &lt;/div&gt;&lt;/td&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot; data-marker=&quot;+&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #a3d3ff; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;div&gt;ในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2531 ในโอกาสที่ [[ชาติชาย ชุณหะวัณ|พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ]] ได้เดินทางไปเยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว  ผู้นำ[[รัฐบาล]]ของทั้งสองประเทศได้หยิบยกโครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงขึ้นมาพิจารณาและนำมาสู่การออกแถลงการณ์ร่วมระหว่างผู้นำทั้งสองประเทศ ตกลงในหลักการที่จะให้มีการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขง  ต่อมาในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2532 &lt;ins style=&quot;font-weight: bold; text-decoration: none;&quot;&gt;[[นายกรัฐมนตรี]]ของประเทศออสเตรเลีย &lt;/ins&gt;(นาย R.J.HAWKE) ได้เดินทางมาเยือนประเทศไทยและมีแถลงการณ์ว่ารัฐบาลออสเตรเลียจะสนับสนุนเงินค่าก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงในวงเงิน 30 ล้านเหรียญสหรัฐ  ในเดือนมกราคม พ.ศ.2533 มีการลงนามในบันทึกความเข้าใจร่วมกันระหว่างออสเตรเลีย ไทย ลาว ในประเทศไทย เพื่อกำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบ รวมทั้งหน่วยงานที่รับผิดชอบโครงการของแต่ละฝ่าย โดยผู้รับผิดชอบโครงการฝ่ายออสเตรเลียได้แก่ AIDAB (The Australian International Development Assistance Bureau) ในสังกัด[[กระทรวงการต่างประเทศ]]และการค้า  ส่วนผู้รับผิดชอบโครงการฝ่ายไทย คือ สำนักงานพลังงานแห่งชาติ (กรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงาน ในปัจจุบัน)&lt;ins style=&quot;font-weight: bold; text-decoration: none;&quot;&gt;[[&lt;/ins&gt;กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม&lt;ins style=&quot;font-weight: bold; text-decoration: none;&quot;&gt;]] &lt;/ins&gt; และผู้รับผิดชอบโครงการฝ่ายลาว คือ กระทรวงคมนาคมขนส่ง ไปรษณีย์และก่อสร้าง  ในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2534 มีการประชุมคณะกรรมการโครงการพัฒนาลุ่มแม่น้ำโขง   ซึ่งที่ประชุมมีมติให้สะพานข้ามแม่น้ำโขงระหว่างไทย – ลาว แห่งนี้มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า “สะพานมิตรภาพ” (Friendship Bridge)  &lt;/div&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;
&lt;tr&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;background-color: #f8f9fa; color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #eaecf0; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;br&gt;&lt;/td&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;background-color: #f8f9fa; color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #eaecf0; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;br&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;
&lt;tr&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;background-color: #f8f9fa; color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #eaecf0; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;div&gt;ด้วยความร่วมมือของ 3 ประเทศคือ ออสเตรเลีย ไทย และลาว โครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งแรกระหว่างไทย – ลาว หรือสะพานมิตรภาพ จึงประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว ในการดำเนินการก่อสร้าง รัฐบาลออสเตรเลียได้คัดลือกบริษัทจอห์น ฮอลแลนด์ คอนสตรัคชั่น (John Holland Construction Pty.Ltd.,) บริษัทรับเหมาก่อสร้างของออสเตรเลีย ให้เป็นผู้รับเหมาก่อสร้างสะพานร่วมกับ บริษัท Kinsun จากประเทศไทย โดยสถานที่ก่อสร้างสะพานฝั่งไทย อยู่ที่บริเวณหาดจอมมณี อ.เมือง จังหวัดหนองคาย ส่วนฝั่งลาวอยู่ที่บริเวณท่านาแล้ง แขวงเวียงจันทน์ (อยู่ห่างจากเมืองเวียงจันทน์ ประมาณ 20 กิโลเมตร)  ลักษณะของสะพานเป็นสะพานเดี่ยว การจราจรบนสะพานมีช่องทางสำหรับเดินรถ 2 ช่องทาง ส่วนแนวกลางของสะพานออกแบบเผื่อไว้สำหรับสร้างทางรถไฟ  สะพานมีความยาวประมาณ 1.2 กิโลเมตร ความกว้าง 12.7 เมตร  &lt;/div&gt;&lt;/td&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;background-color: #f8f9fa; color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #eaecf0; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;div&gt;ด้วยความร่วมมือของ 3 ประเทศคือ ออสเตรเลีย ไทย และลาว โครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งแรกระหว่างไทย – ลาว หรือสะพานมิตรภาพ จึงประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว ในการดำเนินการก่อสร้าง รัฐบาลออสเตรเลียได้คัดลือกบริษัทจอห์น ฮอลแลนด์ คอนสตรัคชั่น (John Holland Construction Pty.Ltd.,) บริษัทรับเหมาก่อสร้างของออสเตรเลีย ให้เป็นผู้รับเหมาก่อสร้างสะพานร่วมกับ บริษัท Kinsun จากประเทศไทย โดยสถานที่ก่อสร้างสะพานฝั่งไทย อยู่ที่บริเวณหาดจอมมณี อ.เมือง จังหวัดหนองคาย ส่วนฝั่งลาวอยู่ที่บริเวณท่านาแล้ง แขวงเวียงจันทน์ (อยู่ห่างจากเมืองเวียงจันทน์ ประมาณ 20 กิโลเมตร)  ลักษณะของสะพานเป็นสะพานเดี่ยว การจราจรบนสะพานมีช่องทางสำหรับเดินรถ 2 ช่องทาง ส่วนแนวกลางของสะพานออกแบบเผื่อไว้สำหรับสร้างทางรถไฟ  สะพานมีความยาวประมาณ 1.2 กิโลเมตร ความกว้าง 12.7 เมตร  &lt;/div&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;
&lt;/table&gt;</summary>
		<author><name>Apirom</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B0%E0%B8%9E%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B9%82%E0%B8%82%E0%B8%87&amp;diff=6749&amp;oldid=prev</id>
		<title>Apirom เมื่อ 09:10, 22 เมษายน 2554</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B0%E0%B8%9E%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B9%82%E0%B8%82%E0%B8%87&amp;diff=6749&amp;oldid=prev"/>
		<updated>2011-04-22T09:10:24Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;a href=&quot;https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B0%E0%B8%9E%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B9%82%E0%B8%82%E0%B8%87&amp;amp;diff=6749&amp;amp;oldid=6748&quot;&gt;แสดงการเปลี่ยนแปลง&lt;/a&gt;</summary>
		<author><name>Apirom</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B0%E0%B8%9E%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B9%82%E0%B8%82%E0%B8%87&amp;diff=6748&amp;oldid=prev</id>
		<title>Apirom เมื่อ 05:12, 22 เมษายน 2554</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B0%E0%B8%9E%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B9%82%E0%B8%82%E0%B8%87&amp;diff=6748&amp;oldid=prev"/>
		<updated>2011-04-22T05:12:21Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;a href=&quot;https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B0%E0%B8%9E%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B9%82%E0%B8%82%E0%B8%87&amp;amp;diff=6748&amp;amp;oldid=6502&quot;&gt;แสดงการเปลี่ยนแปลง&lt;/a&gt;</summary>
		<author><name>Apirom</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B0%E0%B8%9E%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B9%82%E0%B8%82%E0%B8%87&amp;diff=6502&amp;oldid=prev</id>
		<title>Apirom: หน้าที่ถูกสร้างด้วย &#039;&#039;&#039;&#039;ผู้เรียบเรียง&#039;&#039;&#039; อนินทร์ พุฒิโชติ  ----  &#039;&#039;&#039;ผู้ทรงคุณวุ...&#039;</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B0%E0%B8%9E%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B9%82%E0%B8%82%E0%B8%87&amp;diff=6502&amp;oldid=prev"/>
		<updated>2011-03-15T09:07:00Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;หน้าที่ถูกสร้างด้วย &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;ผู้เรียบเรียง&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; อนินทร์ พุฒิโชติ  ----  &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;ผู้ทรงคุณวุ...&amp;#039;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;b&gt;หน้าใหม่&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;&lt;div&gt;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;ผู้เรียบเรียง&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; อนินทร์ พุฒิโชติ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;ผู้ทรงคุณวุฒิประจำบทความ&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; รองศาสตราจารย์นรนิติ เศรษฐบุตร และ รองศาสตราจารย์ ดร.นิยม รัฐอมฤต&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== การก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขง ==&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
แนวความคิดในการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงเพื่อเชื่อมระหว่างประเทศไทยและประเทศลาวเริ่มขึ้นอย่างเด่นชัดในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2  โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่ออำนวยความสะดวกด้านการคมนาคมขนส่งแก่ทั้งสองประเทศ โดยเฉพาะประเทศลาว เนื่องจากลาวเป็นประเทศที่ไม่มีเขตแดนติดทะเล ทำให้ประสบปัญหาด้านการคมนามคมขนส่ง   แม้ลำแม่น้ำโขงซึ่งเป็นพรมแดนระหว่างไทย – ลาว จะไหลออกสู่ทะเลในเขตประเทศเวียดนาม แต่ก็ไม่สามารถใช้เป็นเส้นทางสำหรับประเทศลาวในการเดินเรือขนส่งสินค้าออกสู่ทะเลได้ เนื่องจากเส้นทางน้ำมีความยาวถึง 1,600 กิโลเมตร ทั้งยังไม่สามารถเดินเรือได้ตลอดแนว เพราะมีแก่งขวางกั้นลำน้ำโขงอยู่หลายแห่ง ดังนั้น ลาวจึงจำเป็นต้องอาศัยประเทศเพื่อนบ้านเป็นทางออกสู่ทะเลมานับแต่อดีต โดยในช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 ภายใต้การปกครองของเจ้าอาณานิคมฝรั่งเศส  การขนส่งสินค้าระหว่างประเทศของลาวจะส่งผ่านประเทศกัมพูชาและเวียดนามโดยผ่านทางท่าเรือที่ฮานอย ไซ่ง่อน หรือพนมเปญ  แต่ภายหลังจากได้รับเอกราชในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2  ลาวได้เปลี่ยนเส้นทางขนส่งสินค้ามาผ่านประเทศไทยที่ท่าเรือในกรุงเทพฯมากขึ้น  เนื่องจากสถานการณ์ความไม่สงบภายในประเทศเวียดนามและที่สำคัญคือระยะทางขนส่งสินค้าผ่านประเทศไทยมีความยาวสั้นกว่าจึงประหยัดทั้งค่าใช้จ่ายและระยะเวลา  กล่าวคือจากเวียงจันทน์ มาถึงท่าเรือที่กรุงเทพฯ มีความยาวประมาณ 690 กิโลเมตร เมื่อเปรียบเทียบกับระยะทางจากเวียงจันทน์ไปฮานอย 800 กิโลเมตร และไป พนมเปญ1,200 กิโลเมตร  อย่างไรก็ตาม การขนส่งสินค้าระหว่างฝั่งไทยและฝั่งลาว จำเป็นต้องใช้เรือหรือแพขนานยนต์ขนสินค้าข้ามแม่น้ำโขงไปมา ซึ่งก่อให้เกิดความไม่คล่องตัวและสิ้นเปลืองเวลา   ดังนั้นความคิดในการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงเพื่อเป็นเส้นทางในการขนส่งสินค้าระหว่างไทย – ลาว จึงถือกำเนิดขึ้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ใน ค.ศ. 1956 องค์การยูซอม (USOM) และการรถไฟแห่งประเทศไทย ได้เริ่มทำการสำรวจความเป็นไปได้และความเหมาะสมของการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขง  ผลการสำรวจได้เสนอการวางแนวสะพานไว้ 3 แห่ง  แนวที่ 1 คิอ บริเวณท่าข้ามแพขนานยนต์หนองคาย – ท่านาแล้ง  แนวที่ 2 บริเวณอำเภอศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย  - เวียงจันทน์  และแนวที่ 3 บริเวณบ้านโคกซวก ใต้เขื่อนผามอง &lt;br /&gt;
ต่อมาใน ค.ศ. 1965  ในการประชุมของคณะกรรมการประสานงานสำรวจลุ่มแม่น้ำโขงตอนล่าง ซึ่งประกอบด้วย ประเทศไทย  ลาว เวียดนาม และกัมพูชา ได้บรรจุโครงการนี้ไว้ในแผนพัฒนา 10 ปี  ใน ค.ศ. 1967 รัฐบาลญี่ปุ่นได้ให้ความช่วยเหลือในการศึกษาความเป็นไปได้และความเหมาะสมในการออกแบบก่อสร้าง  ผลการศึกษาได้ข้อสรุปว่า เส้นทางระหว่างหนองคาย – ท่านาแล้ง เหมาะสมที่สุดและควรสร้างสะพานที่ให้ทั้งรถยนต์และรถไฟแล่นผ่าน  ภายหลังจากนั้นได้มีการประชุมพิจารณาเรื่องการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงอีกหลายครั้ง  แต่ยังหาข้อยุติไม่ได้เนื่องจากสาเหตุทางการเมืองและสาเหตุอื่น ๆ หลายประการ  จนกระทั่งความสัมพันธ์ระหว่างไทยและลาวได้ผันแปรไปสู่ความไม่เป็นมิตร ภายหลังจากที่ลาวได้เปลี่ยนแปลงการปกครองไปสู่ระบอบสังคมนิยมคอมมิวนิสต์ใน ค.ศ. 1975  ขณะที่รัฐบาลไทยมีนโยบายต่อต้านลัทธิคอมมิวนิสต์อย่างรุนแรง  โครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงระหว่างไทย – ลาว จึงหยุดชะงักลงไปด้วย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
อย่างไรก็ตาม เมื่อบริบททางด้านเศรษฐกิจการเมืองโลกได้แปรเปลี่ยนไปหลังจากที่สงครามเย็นหรือความขัดแย้งระหว่างค่ายเสรีประชาธิปไตยและค่ายสังคมนิยมคอมมิวนิสต์ได้คลี่คลายลงนับตั้งแต่ช่วงปลายทศวรรษ 1980 ความสัมพันธ์ระหว่างไทย – ลาว ก็ได้รับการฟื้นฟูอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่ประเทศไทยภายใต้การนำของพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ มีนโยบายกระชับความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านอินโดจีน ภายใต้แนวคิด  “การเปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้า”  เช่นเดียวกับที่ลาวได้ปรับนโยบายในการพัฒนาประเทศใหม่ โดยการเปิดประเทศสู่ประชาคมโลกและเปลี่ยนแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจจากระบบสังคมนิยมสู่ระบบตลาด    ภายใต้บริบทดังกล่าว โครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงเพื่ออำนวยความสะดวกในการขนส่งสินค้าและเสริมสร้างสัมพันธไมตรีระหว่างไทย – ลาว ได้ถูกรื้อฟื้นอีกครั้ง  &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 1988 ในโอกาสที่ พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ ได้เดินทางไปเยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว  ผู้นำรัฐบาลของทั้งสองประเทศได้หยิบยกโครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงขึ้นมาพิจารณาและนำมาสู่การออกแถลงการณ์ร่วมระหว่างผู้นำทั้งสองประเทศ ตกลงในหลักการที่จะให้มีการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขง  ต่อมาในเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 1989 นายกรัฐมนตรีของประเทศออสเตรเลีย (นาย R.J.HAWKE) ได้เดินทางมาเยือนประเทศไทยและมีแถลงการณ์ว่ารัฐบาลออสเตรเลียจะสนับสนุนเงินค่าก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงในวงเงิน 30 ล้านเหรียญสหรัฐ  ในเดือนมกราคม 1990 มีการลงนามในบันทึกความเข้าใจร่วมกันระหว่างออสเตรเลีย ไทย ลาว ในประเทศไทย เพื่อกำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบ รวมทั้งหน่วยงานที่รับผิดชอบโครงการของแต่ละฝ่าย โดยผู้รับผิดชอบโครงการฝ่ายออสเตรเลียได้แก่ AIDAB (The Australian International Development Assistance Bureau) ในสังกัดกระทรวงการต่างประเทศและการค้า  ส่วนผู้รับผิดชอบโครงการฝ่ายไทย คือ สำนักงานพลังงานแห่งชาติ (กรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงาน ในปัจจุบัน)กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม  และผู้รับผิดชอบโครงการฝ่ายลาว คือ กระทรวงคมนาคมขนส่ง ไปรษณีย์และก่อสร้าง  ในเดือนสิงหาคม 1991 มีการประชุมคณะกรรมการโครงการพัฒนาลุ่มแม่น้ำโขง   ซึ่งที่ประชุมมีมติให้สะพานข้ามแม่น้ำโขงระหว่างไทย – ลาว แห่งนี้มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า “สะพานมิตรภาพ” (Friendship Bridge) &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ด้วยความร่วมมือของ 3 ประเทศคือ ออสเตรเลีย ไทย และลาว โครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งแรกระหว่างไทย – ลาว หรือสะพานมิตรภาพ จึงประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว ในการดำเนินการก่อสร้าง รัฐบาลออสเตรเลียได้คัดลือกบริษัทจอห์น ฮอลแลนด์ คอนสตรัคชั่น (John Holland Construction Pty.Ltd.,) บริษัทรับเหมาก่อสร้างของออสเตรเลีย ให้เป็นผู้รับเหมาก่อสร้างสะพานร่วมกับ บริษัท Kinsun จากประเทศไทย โดยสถานที่ก่อสร้างสะพานฝั่งไทย อยู่ที่บริเวณหาดจอมมณี อ.เมือง จังหวัดหนองคาย ส่วนฝั่งลาวอยู่ที่บริเวณท่านาแล้ง แขวงเวียงจันทน์ (อยู่ห่างจากเมืองเวียงจันทน์ ประมาณ 20 กิโลเมตร)  ลักษณะของสะพานเป็นสะพานเดี่ยว การจราจรบนสะพานมีช่องทางสำหรับเดินรถ 2 ช่องทาง ส่วนแนวกลางของสะพานออกแบบเผื่อไว้สำหรับสร้างทางรถไฟ  สะพานมีความยาวประมาณ 1.2 กิโลเมตร ความกว้าง 12.7 เมตร &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
พิธีเปิดโครงการก่อสร้างสะพาน มีขึ้นในวันที่ 24 พฤศจิกายน ค.ศ.1991 โดยมี นายอานันท์ ปันยารชุน นายกรัฐมนตรีไทย นายคำไต สีพันดอน นายกรัฐมนตรีลาว และนายนีล บลูเอ็ท รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าและพัฒนาโพ้นทะเลของออสเตรเลีย ร่วมเป็นประธานในพิธี  &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เมื่อการก่อสร้างแล้วเสร็จในเดือน มีนาคม ค.ศ. 1994  พิธีเปิดสะพานข้ามแม่น้ำโขง หนองคาย – เวียงจันทน์ หรือสะพานมิตรภาพไทย – ลาว ได้จัดขึ้นในวันที่ 8 เมษายน ค.ศ. 1994  โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช  และ หนูฮัก พูมสะหวัน ประธานประเทศลาวร่วมเป็นประธานในพิธีเปิด  โดยมี พอล คีตติง นายกรัฐมนตรีแห่งออสเตรเลีย เป็นผู้ส่งมอบ “สะพานมิตรภาพ” แก่ประเทศไทยและลาว สะพานข้ามแม่น้ำโขงระหว่างไทย - ลาว ไม่เพียงแต่จะเป็น “สะพานมิตรภาพ” เป็น สัญลักษณ์ในการฟื้นฟูสานความสัมพันธ์ของพี่น้องสองฝั่งโขงให้กลับมามีความผูกพันใกล้ชิดกัน  แต่ยังมีบทบาทสำคัญในการอำนวยความสะดวกด้านการคมนาคมขนส่ง ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงวิธีการขนส่งสินค้าระหว่างไทย –ลาว จากเดิมที่ใช้การขนส่งทางน้ำโดยข้ามแพขนานยนต์เป็นหลักมาเป็นการขนส่งทางบกโดยใช้รถข้ามสะพาน  ที่สำคัญกระตุ้นให้เกิดการขยายตัวทางด้านเศรษฐกิจการค้าการลงทุนและการท่องเที่ยวระหว่างไทย – ลาวอย่างรวดเร็ว ดังจะเห็นได้จากการขยายตัวของการลงทุนธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจภาคการบริการ อาทิ การโรงแรม การท่องเที่ยว ธนาคาร ศูนย์การค้า และการก่อสร้างระบบสาธารณูปโภคต่าง ๆที่เกิดขึ้นมากมาย ทั้งในฝั่งไทยและฝั่งลาว ความสำเร็จในการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งแรก จึงนำมาสู่แนวคิดในการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขง แห่งที่สอง ในระยะเวลาไม่นานนัก  &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== การก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 2 ==&lt;br /&gt;
 &lt;br /&gt;
แนวความคิดในการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่สอง มาจากการที่รัฐบาลของประเทศต่าง ๆ ในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง 6 ประเทศ อันได้แก่  ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนจีน(มณฑลยูนนาน)ประเทศสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม  ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว  ประเทศสาธารณรัฐกัมพูชา ประเทศไทย และสหภาพพม่า ภายใต้การสนับสนุนของธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย  ได้ริเริ่มส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (Greater Mekong Sub – Region หรือ GMS) ขึ้นใน ค.ศ. 1992 เพื่อวางแผนและพัฒนาพื้นที่อนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงร่วมกัน  ส่งเสริมการขยายตัวทางเศรษฐกิจ  การใช้ทรัพยากรธรรมชาติร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ และเพิ่มขีดความสามารถและศักยภาพทางเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศลุ่มแม่น้ำโขงในเวทีโลก &lt;br /&gt;
ในการจัดทำแผนแม่บทของการพัฒนาพื้นที่อนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงตามแนวคิดการพัฒนา “พื้นที่เศรษฐกิจ” (Economic Corridor) นั้น  ได้มีการบรรจุแผนการพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจตะวันออก – ตะวันตก(East – West Economic Corridor)  โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาเส้นทางคมนาคมขนส่ง เพื่อเชื่อมโยงพื้นที่ 4 ประเทศลุ่มน้ำโขง อันได้แก่ พม่า ไทย ลาว เวียดนาม และเพื่อย่นระยะทางการขนส่งสินค้าระหว่างชายฝั่งทะเลจีนใต้กับฝั่งมหาสมุทรอินเดีย และจากผลการศึกษาของธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชียใน ค.ศ. 1995 พบว่าเส้นทางเชื่อมระหว่างมะละแหม่ง – เมียวดี – แม่สอด – มุกดาหาร – สะหวันนะเขต – ลาวบาว – ดองฮา – ดานัง เป็นแนวเส้นทางที่เหมาะสมที่สุด  ในการประชุมระดับรัฐมนตรีของโครงการความร่วมมือทางเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง 6 ประเทศจึงมีมติให้ดำเนินการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่สองขึ้นที่จังหวัดมุกดาหาร – สะหวันนะเขต ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาเส้นทางคมนาคมขนส่งทางบกตามแนวตะวันออก – ตะวันตก ของกลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
นับจาก ค.ศ. 1996 ได้มีการจัดประชุมหลายครั้งเพื่อร่วมกันกำหนดตำแหน่งก่อสร้างสะพาน จนได้ข้อยุติใน ค.ศ.1998 ให้ตำแหน่งสะพานฝั่งไทยอยู่ที่บ้านสงเปือย ตำบลบางทรายใหญ่  อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร  ส่วนจุดก่อสร้างฝั่งลาวอยู่ที่บ้านนาแก เมืองคันทะบูลี แขวงสะหวันนะเขต&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ระหว่าง ค.ศ. 1999 - 2000 รัฐบาลญี่ปุ่นโดยผ่านทาง JAPAN INTERNATIONAL COOPERATION AGENCY (JICA) ได้ให้ความช่วยเหลือในการสำรวจ ออกแบบโครงการ หลังจากนั้นได้มีการจัดพิธีลงนามข้อตกลงระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลลาวขึ้นที่โรงแรมมุกดาหารแกรนด์โฮเทล เมื่อวันที่ 18 มีนาคม ค.ศ. 2001 โดยมีนายวันมูหะหมัดนอร์ มะทา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมของไทยในขณะนั้น และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ขนส่งไปรษณีย์และก่อสร้างเป็นผู้แทนฝ่ายลาว ตกลงสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 2 &lt;br /&gt;
(มุกดาหาร–สะหวันนะเขต) โดยใช้เงินกู้จาก Japan Bank of International Cooperation (JBIC) ในวงเงินค่าก่อสร้างประมาณ 2,550 ล้านบาท โดยฝ่ายไทยและลาวออกฝ่ายละครึ่ง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== รูปแบบของสะพาน ==&lt;br /&gt;
 &lt;br /&gt;
รูปแบบของสะพาน เป็นสะพานคอนกรีตอัดแรง 2 ช่องทางจราจร ไม่มีทางรถไฟ  ผิวจราจรกว้าง 8 เมตร ไหล่ทางข้างละ 1.50 เมตร ยาว 1,600 เมตร จุดกลับรถอยู่ฝั่งไทย รายละเอียดของโครงการแบ่งออกเป็น 3 ส่วน  คือ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
:ส่วนที่ 1 เป็นงานก่อสร้างตัวสะพานด้านฝั่งไทย และฝั่งลาว ค่าก่อสร้าง ประมาณ 2,000 ล้านบาท&lt;br /&gt;
:ส่วนที่ 2 เป็นงานก่อสร้างอาคารด่านควบคุมและถนนเชื่อม ตลอดจนสิ่งปลูกสร้างด้านฝั่งลาว มีความยาว 2,514 เมตร ค่าก่อสร้าง 300 ล้านบาท &lt;br /&gt;
:ส่วนที่ 3 เป็นงานก่อสร้างอาคารด่านควบคุมและถนนเชื่อม ตลอดจนสิ่งปลูกสร้างด้านฝั่งไทย มีความยาว 951 เมตร ค่าก่อสร้าง 250 ล้านบาท&lt;br /&gt;
พิธีวางศิลาฤกษ์สะพานข้ามแม่น้ำโขงระหว่างชาติแห่งที่ 2 มุกดาหาร – สะหวันนะเขต  จัดขึ้นในวันที่ วันที่ 21 มีนาคม ค.ศ. 1994 โดยมีพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีของไทย พ.อ.บุนยัง วรจิด นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เป็นประธานในพิธี&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==หนังสือแนะนำให้อ่านต่อ==&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
กรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงาน. &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;สะพานมิตรภาพ.&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; กรุงเทพฯ : กรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงาน, 2537.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
พีรสิทธิ์ คำนวณศิลป์.&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;การศึกษาผลกระทบด้านเศรษฐกิจและสังคมจากการเปิดสะพานมิตรภาพไทย-ลาว.&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; ขอนแก่น : มหาวิทยาลัยขอนแก่น,2540.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
สุภางค์ จันทวนิช และคณะ. &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;โครงการวิจัยผลกระทบทางสังคมของระเบียงตะวันออก-ตะวันตก : ผลกระทบทางสังคมของสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 2.&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; กรุงเทพ ฯ : สำนักงานกองทุสนับสนุนการวิจัย,2548.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
สำเนียง ปาลสมบูรณ์.&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; บันทึกประวัติศาสตร์สะพานมิตรภาพไทย-ลาว.&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; กรุงเทพ ฯ : ยูโรปาเพรส, 2537.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
โสภารัตน์ จารุสมบัติ. &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;การพัฒนาระบียงตะวันออกและตะวันตก (E-WEC) และการเปิดสะพานข้ามแม่น้ำโขงระหว่างสะหวันนะเขต-มุกดาหาร,&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; กรุงเทพฯ : สำนักงานกองทุสนับสนุนการวิจัย,2549.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==อ้างอิง==&lt;br /&gt;
&amp;lt;references/&amp;gt;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Apirom</name></author>
	</entry>
</feed>