<?xml version="1.0"?>
<feed xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom" xml:lang="th">
	<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?action=history&amp;feed=atom&amp;title=%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87</id>
	<title>กรมคลัง - ประวัติรุ่นแก้ไข</title>
	<link rel="self" type="application/atom+xml" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?action=history&amp;feed=atom&amp;title=%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87"/>
	<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87&amp;action=history"/>
	<updated>2026-04-19T08:20:40Z</updated>
	<subtitle>ประวัติรุ่นแก้ไขของหน้านี้ในวิกิ</subtitle>
	<generator>MediaWiki 1.42.1</generator>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87&amp;diff=13201&amp;oldid=prev</id>
		<title>Apirom เมื่อ 07:29, 19 ธันวาคม 2560</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87&amp;diff=13201&amp;oldid=prev"/>
		<updated>2017-12-19T07:29:42Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;a href=&quot;https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87&amp;amp;diff=13201&amp;amp;oldid=13151&quot;&gt;แสดงการเปลี่ยนแปลง&lt;/a&gt;</summary>
		<author><name>Apirom</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87&amp;diff=13151&amp;oldid=prev</id>
		<title>Apirom: สร้างหน้าด้วย &quot; ผู้เรียบเรียง : ดร.โดม ไกรปกรณ์  ผู้ทรงคุณวุฒิประจำบทคว...&quot;</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87&amp;diff=13151&amp;oldid=prev"/>
		<updated>2017-12-15T09:38:26Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;สร้างหน้าด้วย &amp;quot; ผู้เรียบเรียง : ดร.โดม ไกรปกรณ์  ผู้ทรงคุณวุฒิประจำบทคว...&amp;quot;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;b&gt;หน้าใหม่&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;
ผู้เรียบเรียง : ดร.โดม ไกรปกรณ์&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ผู้ทรงคุณวุฒิประจำบทความ &amp;lt;span dir=&amp;quot;RTL&amp;quot;&amp;gt;:&amp;amp;nbsp; &amp;lt;/span&amp;gt;รศ.ดร.นิยม รัฐอมฤต&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;กรมคลัง&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; ในสมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 (พ.ศ. 1893-1912) ปฐมกษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยา ได้ตั้งตำแหน่งข้าราชการ โดยตำแหน่งสำคัญในสมัยนั้น ได้แก่ ตำแหน่ง “จตุสดมภ์” อันได้แก่ เวียง วัง คลัง นา สำหรับตำแหน่งเสนาบดีกรมคลัง มียศเป็นเจ้าพระยาหรือพระยา โดยมีบรรดาศักดิ์หรือราชทินนาม “โกษาธิบดี” ตามระบบศักดินาที่ใช้ในสมัยอยุธยานั้น เจ้าพระยาพระคลังมีศักดินา 10,000[[#_ftn1|[1]]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; สำหรับอำนาจหน้าที่ของเสนาบดีกรมคลังในสมัยอยุธยานั้น ในระยะแรกเสนาบดีกรมคลัง ทำหน้าที่ควบคุมดูแลการเก็บรายได้และรายจ่ายของกรมทุกกรม รวมทั้งตัดสินคดีความที่เกี่ยวกับพระราชทรัพย์หลวง โดยงานของเสนาบดีกรมคลังน่าจะเป็นงานเบา เนื่องจากภาษีอากรที่รัฐเรียกเก็บเป็นตัวเงินมีน้อย ส่วนใหญ่เป็นการเรียกเก็บสิ่งของและเรียกเกณฑ์แรงงานจากราษฎร ซึ่งอย่างหลังเป็นหน้าที่ของฝ่ายมหาดไทยและกลาโหม[[#_ftn2|[2]]] เมื่อพระมหากษัตริย์ทรงเริ่มติดต่อค้าขายกับจีนและส่งสำเภาหลวงนำสินค้าพื้นเมืองออกไปขาย เสนาบดีกรมคลังจึงมีหน้าที่ดูแลเรื่องการติดต่อค้าขายกับจีน รวมทั้งเรื่องความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกรุงศรีอยุธยากับอาณาจักรจีนด้วย โดยหน่วยงานในสังกัดเสนาบดีกรมคลังที่ทำหน้าที่ดูแลเรื่องความสัมพันธ์ทางการทูตและการค้าระหว่างกรุงศรีอยุธยากับจีน ได้แก่ “กรมท่าซ้าย” ต่อมาเมื่อกรุงศรีอยุธยามีการติดต่อค้าขายกับชาวยุโรป และพ่อค้ามุสลิมจากอาหรับ จึงมีการตั้ง “กรมท่าขวา” เพื่อทำหน้าที่ดูแลความสัมพันธ์ทางการทูตและการค้ากับพ่อค้ามุสลิมและพ่อค้าชาวฮอลันดา (ส่วนการติดต่อสัมพันธ์ทางการทูตและการค้ากับพ่อค้าจากประเทศอื่นๆ ในยุโรปนั้น ขึ้นอยู่กับล่ามที่ชาตินั้นๆ ใช้ในการติดต่อกับสยามว่าชาติตะวันตกชาตินั้นๆ จะต้องไปติดต่อกับกรมท่าซ้ายหรือกรมท่าขวา หากใช้ล่ามที่มาจากประเทศทางฝั่งตะวันออกของสยามให้ติดต่อกับกรมท่าซ้าย หากใช้ล่ามที่มาจากประเทศทางฝั่งตะวันตกของสยามให้ติดต่อกับกรมท่าขวา)[[#_ftn3|[3]]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; ในช่วงปลายสมัยอยุธยา อำนาจหน้าที่ของเสนาบดีกรมคลังได้เปลี่ยนแปลงไปจากที่เคยเป็นมาในช่วงต้น-กลางสมัยอยุธยา โดยพระมหากษัตริย์ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ยกหัวเมืองภายใต้ปกครองของสมุหพระกลาโหมมาขึ้นกับเสนาบดีกรมคลังแทน เนื่องจากเสนาบดีกลาโหมได้กระทำความผิดที่พระมหากษัตริย์ไม่ทรงพอพระทัย นอกจากนี้ ในช่วงปลายสมัยอยุธยา เสนาบดีกรมคลังยังมีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบด้านการศาล การสงคราม ภาษีอากร และการปกครองโดยทั่วๆ ไปในบริเวณหัวเมืองภาคใต้ด้วย[[#_ftn4|[4]]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; ด้วยเหตุที่กรมคลังทำหน้าที่ดูแลงานด้านการค้าและการทูตกับชาวต่างประเทศ จึงเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “กรมท่า” ตามบทบาทหน้าที่ที่บังคับการท่าเรือที่เรือต่างประเทศเข้ามาค้าขาย[[#_ftn5|[5]]] โดยนับตั้งแต่สมัยกลางอยุธยา จนถึงปลายสมัยอยุธยา เสนาบดีที่คุมกรมคลังทั้งหมดให้ความสำคัญแก่กิจกรรมของกรมท่ามากกว่ากิจกรรมของกรมคลังของกรมพระคลัง ทำให้คนภายนอกมองว่า การค้าต่างประเทศของกรมท่า เป็นหน้าที่หลักของกรมคลังหรือมองว่า “กรมท่า” คือสิ่งเดียวกับ “กรมพระคลัง” มีการเรียกชื่อ เสนาบดีพระคลังว่า เสนาบดีในกรมท่า[[#_ftn6|[6]]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;lt;u&amp;gt;กรมพระคลังในสมัยธนบุรี&amp;lt;/u&amp;gt;&amp;lt;u&amp;gt;-สมัยต้นรัตนโกสินทร์&amp;lt;/u&amp;gt;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; แม้ว่ากรุงศรีอยุธยาจะล่มสลายไปเมื่อพ่ายแพ้ต่อกองทัพพม่าในสงครามคราว “เสียกรุงศรีอยุธยา ครั้งที่ 2 พ.ศ. 2310” แต่พระเจ้าตากสินหรือพระเจ้ากรุงธนบุรี ผู้รื้อฟื้นอาณาจักรสยามขึ้นมาใหม่ ได้ใช้ระบบการบริหารราชการตามแบบสมัยอยุธยา ดังนั้น กรมคลังจึงถูกรื้อฟื้นขึ้นมาใหม่ และมีอำนาจหน้าที่เช่นเดียวกับ กรมคลังในสมัยปลายอยุธยา ต่อมาเมื่อเปลี่ยนราชวงศ์ปกครองมาเป็นราชวงศ์จักรี และมีการย้ายราชธานีของอาณาจักรจากกรุงธนบุรีมาเป็นกรุงรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ทรงมีพระบรมราชโองการปรับปรุงการปกครองดูแลบ้านเมืองใหม่ทั้งหมด เสนาบดีกรมคลังหรือกรมท่า ถูกลดอำนาจในการคุมหัวเมืองจากเคยคุมหัวเมืองชายทะเลภาคใต้และหัวเมืองชายทะเลภาคตะวันออก เหลือเพียงมีอำนาจคุมหัวเมืองชายทะเลภาคตะวันออก ส่วนหัวเมืองภาคใต้นั้นให้เสนาบดีกลาโหม (สมุหพระกลาโหม) เป็นผู้ดูแล[[#_ftn7|[7]]] ในรัชสมัยของพระองค์มีการแต่งตั้งขุนนางผู้ดำรงตำแหน่งเสนาบดีกรมพระคลัง 3 ท่าน ได้แก่ เจ้าพระยาพระคลัง (สน), เจ้าพระยาพระคลัง (หน), เจ้าพระยาคลัง (กุน)[[#_ftn8|[8]]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย มีการแต่งตั้งขุนนางตำแหน่งเสนาบดีกรมพระคลัง (หรือกรมท่า) รวม 2 ท่าน ได้แก่ เจ้าพระยาพระคลัง (กร) และเจ้าพระยาพระคลัง (สังข์) มาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงแต่งตั้ง เจ้าพระยาพระคลัง 1 ท่าน ได้แก่ เจ้าพระยาพระคลัง (ดิส บุนนาค) โดยเจ้าพระยาพระคลังท่านนี้ ทำหน้าที่สมุหพระกลาโหมควบคู่กันไปด้วย จึงเรียกกันว่า เจ้าพระยาพระคลัง ว่าที่สมุหพระกลาโหม[[#_ftn9|[9]]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีการแต่งตั้งเสนาบดีกรมพระคลัง ได้แก่ เจ้าพระยาทิพากรวงศ์ (ขำ บุนนาค)[[#_ftn10|[10]]] โดยในช่วงปลายรัชสมัยได้เกิดการเปลี่ยนแปลงบทบาทหน้าที่ของเสนาบดีกรมพระคลัง คือ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงให้แยกงานด้านการต่างประเทศกับด้านพระคลัง ซึ่งรวมอยู่ในเสนาบดีคนเดียวกันออกจากกันเป็นคนละแผนก[[#_ftn11|[11]]] คือ ให้กรมพระคลังดูแลรับผิดชอบงานการเก็บภาษีอากร และให้กรมท่าดูแลราชการทางการทูตอย่างเดียว[[#_ftn12|[12]]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;lt;u&amp;gt;กรมพระคลังในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว&amp;lt;/u&amp;gt;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; ก่อนหน้าที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าอยู่หัว จะทรงปฏิรูปการปกครอง เมื่อ พ.ศ. 2435 อันส่งผลให้มีการยกเลิกระบบการบริหารราชการแผ่นดินที่ใช้กันมาตั้งแต่สมัยอยุธยา ในช่วงแรกของรัชสมัยยังคงใช้ระบบการบริหารราชการที่ใช้กันมาแต่เดิม โดยมีเชื้อพระวงศ์ที่ปฏิบัติหน้าที่ว่าการกรมท่าหรือกรมพระคลัง คือ กรมขุนวรจักรธรานุภาพ ต่อมาเมื่อกรมขุนวรจักรธรานุภาพ สิ้นพระชนม์ในช่วงกลางๆ ปี 2415 ได้ทรงแต่งตั้งขุนนางตำแหน่งเสนาบดีกรมพระคลัง คือ เจ้าพระยาภาณุวงศ์มหาโกศาธิบดี (ท้วม บุนนาค) จนกระทั่ง ท่านเจ้าพระยากราบถวายบังคมลาออกจากตำแหน่ง เนื่องจากปัญหาสุขภาพ ในปี 2428 ก็ไม่มีการตั้งเสนาบดีตำแหน่งเจ้าพระยาพระคลังอีก[[#_ftn13|[13]]] เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงปฏิรูปการปกครองประเทศ ใน พ.ศ. 2435 ได้มีการตั้งกระทรวงต่างๆ ขึ้น ในการนี้กรมพระคลังได้ถูกยกเลิกและตั้งกระทรวงใหม่ขึ้นมาดูแลงานด้านการเก็บภาษีอากร และงานด้านการต่างประเทศแทน ดังที่สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงกล่าวว่า ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีการกำหนดเป็นกระทรวงเสนาบดีต่างกัน กระทรวงหนึ่งเรียกว่า กระทรวงต่างประเทศ อีกกระทรวงหนึ่งเรียกว่า กระทรวงพระคลัง[[#_ftn14|[14]]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;บรรณานุกรม&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
จุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว,พระบาทสมเด็จ&amp;lt;u&amp;gt;พระ&amp;lt;/u&amp;gt;&amp;lt;u&amp;gt;.&amp;amp;nbsp; พระราชดำรัสในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงแถลงพระบรมราชาธิบายแก้ไขการปกครองแผ่นดิน&amp;lt;/u&amp;gt;. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2557&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
จุฬิศพงศ์ จุฬารัตน์. &amp;lt;u&amp;gt;ขุนนางกรมท่าขวา การศึกษาบทบาทและหน้าที่ในสมัยอยุธยาถึงสมัยรัตนโกสินทร์ พ.ศ. &amp;lt;/u&amp;gt;&amp;lt;u&amp;gt;2153-2435&amp;lt;/u&amp;gt;. กรุงเทพฯ : โครงการเผยแพร่ผลงานวิชาการ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2546.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ดำรงราชานุภาพ, สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยา &amp;lt;u&amp;gt;ประชุมพระนิพนธ์สรรพความรู้&amp;lt;/u&amp;gt;. กรุงเทพฯ : สยามปริทัศน์, 2555.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี, สมเด็จพระ. &amp;lt;u&amp;gt;บันทึกเรื่องการปกครองของไทยสมัยอยุธยาและต้นรัตนโกสินทร์&amp;lt;/u&amp;gt;. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2549.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เวลส์, ควอริช. &amp;lt;u&amp;gt;การปกครองและการบริหารของไทยสมัยโบราณ.&amp;lt;/u&amp;gt; กาญจนี ละอองศรี และยุพา ชุมจันทร์ (แปล).กรุงเทพฯ: มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์และมนุษยศาสตร์, 2527.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ส. พลายน้อย. &amp;lt;u&amp;gt;ขุนนางสยาม ประวัติศาสตร์ “ข้าราชการ” ทหารและพลเรือน&amp;lt;/u&amp;gt;. พิมพ์ครั้งที่ 3, กรุงเทพฯ : มติชน, 2550.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
อดิศร หมวกพิมาย. “กรมท่ากับระบบเศรษฐกิจไทย : วิเคราะห์โครงสร้างและการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่สมัยธนบุรีถึงการทำสนธิสัญญาเบาว์ริ่ง พ.ศ. 2310-2398”. วิทยานิพนธ์ ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาประวัติศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 2531.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;อ้างอิง&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&lt;br /&gt;
&amp;lt;div&amp;gt;&amp;lt;div id=&amp;quot;ftn1&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[#_ftnref1|[1]]] เรียบเรียงจาก สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี, &amp;lt;u&amp;gt;บันทึกเรื่องการปกครองของไทยสมัยอยุธยาและต้นรัตนโกสินทร์&amp;lt;/u&amp;gt;, พิมพ์ครั้งที่ 2, กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2549, หน้า 13; ควอริช เวลส์, &amp;lt;u&amp;gt;การปกครองและการบริหารของไทยสมัยโบราณ&amp;lt;/u&amp;gt;, กาญจนี ละอองศรี และยุพา ชุมจันทร์ (แปล).กรุงเทพฯ: มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์และมนุษยศาสตร์, 2527, หน้า 73.&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn2&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[#_ftnref2|[2]]] เรียบเรียงจาก พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว, &amp;lt;u&amp;gt;พระราชดำรัสในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงแถลงพระบรมราชาธิราชแก้ไขการปกครองแผ่นดิน&amp;lt;/u&amp;gt;, หน้า 17-18; สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี, &amp;lt;u&amp;gt;บันทึกเรื่องการปกครองของไทยสมัยอยุธยาและต้นรัตนโกสินทร์&amp;lt;/u&amp;gt;, หน้า 14; ควอริช เวลส์, &amp;lt;u&amp;gt;การปกครองและการบริหารของไทยสมัยโบราณ&amp;lt;/u&amp;gt;, หน้า 73.&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn3&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[#_ftnref3|[3]]] เรียบเรียงจาก ควอริช เวลส์, &amp;lt;u&amp;gt;การปกครองและการบริหารของไทยสมัยโบราณ&amp;lt;/u&amp;gt;, หน้า 73-74; อดิศร หมวกพิมาย, “กรมท่ากับระบบเศรษฐกิจไทย : วิเคราะห์โครงสร้างและการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่สมัยธนบุรีถึงการทำสนธิสัญญาเบาว์ริ่ง พ.ศ. 2310-2398,” วิทยานิพนธ์ ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาประวัติศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 2531, หน้า 22-29; จุฬิศพงศ์ จุฬารัตน์, &amp;lt;u&amp;gt;ขุนนางกรมท่าขวา การศึกษาบทบาทและหน้าที่ในสมัยอยุธยาถึงสมัยรัตนโกสินทร์ พ.ศ. &amp;lt;/u&amp;gt;&amp;lt;u&amp;gt;2153-2435&amp;lt;/u&amp;gt;, กรุงเทพฯ : โครงการเผยแพร่ผลงานวิชาการ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2546, หน้า 71-82.&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn4&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[#_ftnref4|[4]]] ควอริช เวลส์, &amp;lt;u&amp;gt;การปกครองและการบริหารของไทยสมัยโบราณ&amp;lt;/u&amp;gt;, หน้า 74-75.&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn5&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[#_ftnref5|[5]]] สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ, &amp;lt;u&amp;gt;ประชุมพระนิพนธ์สรรพความรู้&amp;lt;/u&amp;gt;, กรุงเทพฯ : สยามปริทัศน์, 2555, หน้า 74.&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn6&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[#_ftnref6|[6]]] อดิศร หมวกพิมาย, “กรมท่ากับระบบเศรษฐกิจไทย : วิเคราะห์โครงสร้างและการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่สมัยธนบุรีถึงการทำสนธิสัญญาเบาว์ริ่ง พ.ศ. 2310-2398,” หน้า 30.&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn7&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[#_ftnref7|[7]]] เรียบเรียงจาก อดิศร หมวกพิมาย, “กรมท่ากับระบบเศรษฐกิจไทย : วิเคราะห์โครงสร้างและการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่สมัยธนบุรีถึงการทำสนธิสัญญาเบาว์ริ่ง พ.ศ. 2310-2398,” หน้า 57-58; ควอริช เวลส์, &amp;lt;u&amp;gt;การปกครองและการบริหารของไทยสมัยโบราณ&amp;lt;/u&amp;gt;, หน้า 75.&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn8&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[#_ftnref8|[8]]] ส. พลายน้อย, &amp;lt;u&amp;gt;ขุนนางสยาม ประวัติศาสตร์ “ข้าราชการ” ทหารและพลเรือน&amp;lt;/u&amp;gt;, พิมพ์ครั้งที่ 3, กรุงเทพฯ : มติชน, 2550, หน้า 52-53, 120-121.&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn9&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[#_ftnref9|[9]]] เรื่องเดียวกัน, หน้า 121-122.&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn10&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[#_ftnref10|[10]]] เรื่องเดียวกัน, หน้า 122-123.&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn11&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[#_ftnref11|[11]]] สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ, &amp;lt;u&amp;gt;ประชุมพระนิพนธ์สรรพความรู้&amp;lt;/u&amp;gt;, หน้า 74.&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn12&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[#_ftnref12|[12]]] อดิศร หมวกพิมาย, “กรมท่ากับระบบเศรษฐกิจไทย : วิเคราะห์โครงสร้างและการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่สมัยธนบุรีถึงการทำสนธิสัญญาเบาว์ริ่ง พ.ศ. 2310-2398,” หน้า 235.&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn13&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[#_ftnref13|[13]]] ส. พลายน้อย, &amp;lt;u&amp;gt;ขุนนางสยาม ประวัติศาสตร์ “ข้าราชการ” ทหารและพลเรือน&amp;lt;/u&amp;gt;, หน้า 123-126.&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn14&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[#_ftnref14|[14]]] สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ, &amp;lt;u&amp;gt;ประชุมพระนิพนธ์สรรพความรู้&amp;lt;/u&amp;gt;, หน้า 74.&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;/div&amp;gt; &lt;br /&gt;
[[Category:การบริหารราชการแผ่นดิน]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Apirom</name></author>
	</entry>
</feed>