<?xml version="1.0"?>
<feed xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom" xml:lang="th">
	<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?action=history&amp;feed=atom&amp;title=%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B8%B5%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88_%E0%B9%91_%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B9%8C_%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B8%9B%E0%B8%B2%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%A7</id>
	<title>กรณีที่ ๑ นายประสิทธิ์ จำปาขาว - ประวัติรุ่นแก้ไข</title>
	<link rel="self" type="application/atom+xml" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?action=history&amp;feed=atom&amp;title=%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B8%B5%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88_%E0%B9%91_%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B9%8C_%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B8%9B%E0%B8%B2%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%A7"/>
	<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B8%B5%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88_%E0%B9%91_%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B9%8C_%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B8%9B%E0%B8%B2%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%A7&amp;action=history"/>
	<updated>2026-04-10T22:41:14Z</updated>
	<subtitle>ประวัติรุ่นแก้ไขของหน้านี้ในวิกิ</subtitle>
	<generator>MediaWiki 1.42.1</generator>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B8%B5%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88_%E0%B9%91_%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B9%8C_%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B8%9B%E0%B8%B2%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%A7&amp;diff=5128&amp;oldid=prev</id>
		<title>Teeraphan เมื่อ 11:33, 20 สิงหาคม 2553</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B8%B5%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88_%E0%B9%91_%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B9%8C_%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B8%9B%E0%B8%B2%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%A7&amp;diff=5128&amp;oldid=prev"/>
		<updated>2010-08-20T11:33:10Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
&lt;table style=&quot;background-color: #fff; color: #202122;&quot; data-mw=&quot;interface&quot;&gt;
				&lt;col class=&quot;diff-marker&quot; /&gt;
				&lt;col class=&quot;diff-content&quot; /&gt;
				&lt;col class=&quot;diff-marker&quot; /&gt;
				&lt;col class=&quot;diff-content&quot; /&gt;
				&lt;tr class=&quot;diff-title&quot; lang=&quot;th&quot;&gt;
				&lt;td colspan=&quot;2&quot; style=&quot;background-color: #fff; color: #202122; text-align: center;&quot;&gt;←รุ่นแก้ไขก่อนหน้า&lt;/td&gt;
				&lt;td colspan=&quot;2&quot; style=&quot;background-color: #fff; color: #202122; text-align: center;&quot;&gt;รุ่นแก้ไขเมื่อ 18:33, 20 สิงหาคม 2553&lt;/td&gt;
				&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td colspan=&quot;2&quot; class=&quot;diff-lineno&quot; id=&quot;mw-diff-left-l4&quot;&gt;บรรทัดที่ 4:&lt;/td&gt;
&lt;td colspan=&quot;2&quot; class=&quot;diff-lineno&quot;&gt;บรรทัดที่ 4:&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;
&lt;tr&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;background-color: #f8f9fa; color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #eaecf0; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;div&gt;ช่วง ๒ เดือนมานี้ “น้อย”ได้แต่มุ่งหน้าเข้าทุ่งนาเกี่ยวข้าวตั้งแต่เช้ายันค่ำ ได้ค่าจ้างวันละ ๑๕๐ บาท เรียกได้ว่าเป็นการหาเช้ากินค่ำขนานแท้ เพราะเขาไม่มีที่นาเป็นของตัวเอง เงินที่ได้มาใช้เลี้ยง ๒ ปากท้องแทบไม่พอพอหมดหน้าเกี่ยวข้าว เขาก็จะไปรับจ้างเกี่ยวถอนมันสัมปะหลัง จากนั้นก็รับจ้างปลูกและดูแลไร่มันต่ออีกหลายเดือนซึ่งได้ค่าแรงในราคาใกล้เคียงกัน&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;background-color: #f8f9fa; color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #eaecf0; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;div&gt;ช่วง ๒ เดือนมานี้ “น้อย”ได้แต่มุ่งหน้าเข้าทุ่งนาเกี่ยวข้าวตั้งแต่เช้ายันค่ำ ได้ค่าจ้างวันละ ๑๕๐ บาท เรียกได้ว่าเป็นการหาเช้ากินค่ำขนานแท้ เพราะเขาไม่มีที่นาเป็นของตัวเอง เงินที่ได้มาใช้เลี้ยง ๒ ปากท้องแทบไม่พอพอหมดหน้าเกี่ยวข้าว เขาก็จะไปรับจ้างเกี่ยวถอนมันสัมปะหลัง จากนั้นก็รับจ้างปลูกและดูแลไร่มันต่ออีกหลายเดือนซึ่งได้ค่าแรงในราคาใกล้เคียงกัน&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;
&lt;tr&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;background-color: #f8f9fa; color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #eaecf0; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;br&gt;&lt;/td&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;background-color: #f8f9fa; color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #eaecf0; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;br&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;
&lt;tr&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot; data-marker=&quot;−&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #ffe49c; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;div&gt;ชีวิตของเด็กหนุ่มวัยต้น ๓๐ ปีมีแต่คำว่ารับจ้างและรับจ้างอยู่ตามท้องไร่ท้องนาเรื่อยมา ตั้งแต่ออกจากโรงเรียนเมื่อจบชั้นป.๖หากช่วงไหนไม่มีงานจริงๆก็ชักชวนเพื่อนวัยเดียวกัน ๓-๔ คนเข้าไปหาฟืนมาเผาถ่านขายได้กระสอบละร้อยกว่าบาท ขึ้นอยู่กับชนิดของไม้ แต่สมัยนี้ไม่ว่าไม้อะไรก็หาทำฟืนยากเต็มที วัฎจักรชีวิตตลอด ๓๖๕ วันของน้อยวนเวียนอยู่อย่างนี้ปีแล้วปีเล่า เพื่อความอยู่รอดของเขาและน้องชายน้อยไม่มีทางเลือกในชีวิตมากนัก &lt;del style=&quot;font-weight: bold; text-decoration: none;&quot;&gt;ทุกวันนี้เขายังเป็นคนเถื่อนของรัฐไทย &lt;/del&gt;เพราะไม่มีบัตรประชาชนเหมือนกันทั่วไป ทั้งๆที่เขาเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของคนไทยเต็มเปี่ยมความล้าหลังและ &lt;del style=&quot;font-weight: bold; text-decoration: none;&quot;&gt;“ไร้ใจ”ของราชการไทย &lt;/del&gt;ทำให้ชีวิตคนเล็กคนน้อยต่างเผชิญชะตากรรมต่างๆนาๆ น้อยมีชื่อเต็มว่านายประสิทธิ์ จำปาขาว เป็นชาวบ้านบะไห ต.ห้วยยาง อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี แต่เขาเกิดที่แขวงจำปาสัก อีกฟากหนึ่งของฝั่งโขง ในประเทศลาว&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot; data-marker=&quot;+&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #a3d3ff; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;div&gt;ชีวิตของเด็กหนุ่มวัยต้น ๓๐ ปีมีแต่คำว่ารับจ้างและรับจ้างอยู่ตามท้องไร่ท้องนาเรื่อยมา ตั้งแต่ออกจากโรงเรียนเมื่อจบชั้นป.๖หากช่วงไหนไม่มีงานจริงๆก็ชักชวนเพื่อนวัยเดียวกัน ๓-๔ คนเข้าไปหาฟืนมาเผาถ่านขายได้กระสอบละร้อยกว่าบาท ขึ้นอยู่กับชนิดของไม้ แต่สมัยนี้ไม่ว่าไม้อะไรก็หาทำฟืนยากเต็มที วัฎจักรชีวิตตลอด ๓๖๕ วันของน้อยวนเวียนอยู่อย่างนี้ปีแล้วปีเล่า เพื่อความอยู่รอดของเขาและน้องชายน้อยไม่มีทางเลือกในชีวิตมากนัก &lt;ins style=&quot;font-weight: bold; text-decoration: none;&quot;&gt;ทุกวันนี้เขายังเป็น[[คนเถื่อนของรัฐ]]ไทย &lt;/ins&gt;เพราะไม่มีบัตรประชาชนเหมือนกันทั่วไป ทั้งๆที่เขาเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของคนไทยเต็มเปี่ยมความล้าหลังและ &lt;ins style=&quot;font-weight: bold; text-decoration: none;&quot;&gt;“ไร้ใจ”ของ[[ราชการไทย]] &lt;/ins&gt;ทำให้ชีวิตคนเล็กคนน้อยต่างเผชิญชะตากรรมต่างๆนาๆ น้อยมีชื่อเต็มว่านายประสิทธิ์ จำปาขาว เป็นชาวบ้านบะไห ต.ห้วยยาง อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี แต่เขาเกิดที่แขวงจำปาสัก อีกฟากหนึ่งของฝั่งโขง ในประเทศลาว&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;
&lt;tr&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;background-color: #f8f9fa; color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #eaecf0; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;br&gt;&lt;/td&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;background-color: #f8f9fa; color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #eaecf0; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;br&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;
&lt;tr&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot; data-marker=&quot;−&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #ffe49c; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;div&gt;เมื่อกว่า ๔๐ ปีก่อน พ่อของน้อยและญาติพี่น้องชักชวนกันข้ามฝั่งโขงไปทำมาหากินที่จำปาสัก ซึ่งเป็นเรื่องปกติของคนย่านนี้ที่ต่างโยงใยกันมาแต่ดั้งเดิม หากช่วงใดที่เกิดความแห้งแล้งหรือมีภัยต่างๆก็อพยพไปยังพื้นที่สมบูรณ์และอยู่เย็นกว่า แม่น้ำโขงไม่ได้มีหน้าที่เป็นเส้นแบ่งแดนหรือแยกชาวบ้านออกจากกัน ไม่เช่นนั้นคนโบราณคงไม่มีใครเรียกสายน้ำว่า “แม่”พ่อของน้อยได้เมียที่จำปาสัก เมื่อให้กำเนิดน้อยทั้งคู่โยกย้ายกลับมาอยู่บ้านบะไหเพราะช่วงนั้นภายในประเทศลาวตกอยู่ในสภาวะการสู้รบ เช่นเดียวกับคนท้องถิ่นอีกจำนวนมากที่ต่างหนีภัยกลับมาอยู่อีกฟากหนึ่งของริมน้ำโขงบางส่วนอพยพเข้าไปอยู่ในศูนย์ผู้ลี้ภัยก็ได้บัตรสีและกลายเป็นบัตรประชาชนหมดแล้ว แต่คนอีกจำนวนมาก ย้ายกลับมาอยู่กับญาติพี่น้องเพราะไม่คิดว่าจำเป็นต้องเข้าไปอยู่ในศูนย์ ในที่สุดทั้งหมดจึงตกอยู่ในชะตากรรมเดียวกับน้อยปัจจุบันชาวบ้านบะไหแทบทั้งหมู่บ้านต้องตกเป็น“คนเถื่อน” และไร้สิทธิต่างๆโดยสิ้นเชิง แม้แต่บริการขั้นพื้นฐานที่รัฐต้องพึงจัดให้ เช่น น้ำปะปา ไฟฟ้า ก็ต้องจ่ายแพงกว่าคนทั่วไปเพราะต้องต่อพ่วงเอาจากที่อื่น เช่นเดียวกับเรื่องปัจจัยสี่ ไม่ว่าจะเป็นบ้าน สุขภาพ &lt;del style=&quot;font-weight: bold; text-decoration: none;&quot;&gt;ทุกคนที่บะไหต่างต้องเผชิญความยากลำบากกันถ้วนหน้าแม้มีพระราชบัญญัติสัญชาติฉบับใหม่ออกมาเปิดช่องให้แล้วก็ตาม &lt;/del&gt;แต่ใจคนของทางการยังคงเย็นชืดเหมือนเดิมหลังย้ายกลับมาปักหลักที่บ้านบะไห ครอบครัวของน้อยมีสมาชิกเพิ่มอีก ๑ คนคือน้องชายของน้อย &lt;del style=&quot;font-weight: bold; text-decoration: none;&quot;&gt;ซึ่งเขาได้รับการคุ้มครองให้มีสิทธิความเป็นพลเมืองไทยอย่างสมบูรณ์ &lt;/del&gt;แตกต่างจากน้อยที่แม้พยายามยื่นเรื่องไปแล้วหลายครั้ง แต่ไม่เคยมีความคืบหน้าใดๆ   จนกระทั่งเมื่อปีที่แล้วพ่อน้อยได้เสียชีวิต ส่วนแม่หนีไปอยู่กินกับผู้ชายคนใหม่ ปล่อยให้น้อยและน้องชายอยู่กันเพียงลำพัง   “ผมก็อยากให้เขาเรียนสูงๆ เขามีโอกาสดีกว่าผม เพราะถึงผมเรียนไปก็เอาไปทำงานไม่ได้” น้อยพูดถึงความหวังของเขา แต่เป็นความหวังที่มลายไปแล้ว เมื่อสิ้นปีเทอมก่อน“เด”น้องชายของน้อยก็ไม่ได้เรียนต่อหลังจากจบป.๖ ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดอะไรสำหรับแวดการศึกษาของชาวบ้านที่นี่ แม้นโยบายด้านนี้ของประเทศจะเขียนไว้สวยหรูให้ทุกคนได้เรียนฟรี แต่ความเป็นจริงในชีวิตยังคงมีช่องว่างอยู่เสมอ&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot; data-marker=&quot;+&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #a3d3ff; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;div&gt;เมื่อกว่า ๔๐ ปีก่อน พ่อของน้อยและญาติพี่น้องชักชวนกันข้ามฝั่งโขงไปทำมาหากินที่จำปาสัก ซึ่งเป็นเรื่องปกติของคนย่านนี้ที่ต่างโยงใยกันมาแต่ดั้งเดิม หากช่วงใดที่เกิดความแห้งแล้งหรือมีภัยต่างๆก็อพยพไปยังพื้นที่สมบูรณ์และอยู่เย็นกว่า แม่น้ำโขงไม่ได้มีหน้าที่เป็นเส้นแบ่งแดนหรือแยกชาวบ้านออกจากกัน ไม่เช่นนั้นคนโบราณคงไม่มีใครเรียกสายน้ำว่า “แม่”พ่อของน้อยได้เมียที่จำปาสัก เมื่อให้กำเนิดน้อยทั้งคู่โยกย้ายกลับมาอยู่บ้านบะไหเพราะช่วงนั้นภายในประเทศลาวตกอยู่ในสภาวะการสู้รบ เช่นเดียวกับคนท้องถิ่นอีกจำนวนมากที่ต่างหนีภัยกลับมาอยู่อีกฟากหนึ่งของริมน้ำโขงบางส่วนอพยพเข้าไปอยู่ในศูนย์ผู้ลี้ภัยก็ได้บัตรสีและกลายเป็นบัตรประชาชนหมดแล้ว แต่คนอีกจำนวนมาก ย้ายกลับมาอยู่กับญาติพี่น้องเพราะไม่คิดว่าจำเป็นต้องเข้าไปอยู่ในศูนย์ ในที่สุดทั้งหมดจึงตกอยู่ในชะตากรรมเดียวกับน้อยปัจจุบันชาวบ้านบะไหแทบทั้งหมู่บ้านต้องตกเป็น“คนเถื่อน” และไร้สิทธิต่างๆโดยสิ้นเชิง แม้แต่บริการขั้นพื้นฐานที่รัฐต้องพึงจัดให้ เช่น น้ำปะปา ไฟฟ้า ก็ต้องจ่ายแพงกว่าคนทั่วไปเพราะต้องต่อพ่วงเอาจากที่อื่น เช่นเดียวกับเรื่องปัจจัยสี่ ไม่ว่าจะเป็นบ้าน สุขภาพ &lt;ins style=&quot;font-weight: bold; text-decoration: none;&quot;&gt;ทุกคนที่บะไหต่างต้องเผชิญความยากลำบากกันถ้วนหน้าแม้มี[[พระราชบัญญัติสัญชาติ]]ฉบับใหม่ออกมาเปิดช่องให้แล้วก็ตาม &lt;/ins&gt;แต่ใจคนของทางการยังคงเย็นชืดเหมือนเดิมหลังย้ายกลับมาปักหลักที่บ้านบะไห ครอบครัวของน้อยมีสมาชิกเพิ่มอีก ๑ คนคือน้องชายของน้อย &lt;ins style=&quot;font-weight: bold; text-decoration: none;&quot;&gt;ซึ่งเขาได้รับการคุ้มครองให้มีสิทธิความเป็น[[พลเมือง]]ไทยอย่างสมบูรณ์ &lt;/ins&gt;แตกต่างจากน้อยที่แม้พยายามยื่นเรื่องไปแล้วหลายครั้ง แต่ไม่เคยมีความคืบหน้าใดๆ   จนกระทั่งเมื่อปีที่แล้วพ่อน้อยได้เสียชีวิต ส่วนแม่หนีไปอยู่กินกับผู้ชายคนใหม่ ปล่อยให้น้อยและน้องชายอยู่กันเพียงลำพัง   “ผมก็อยากให้เขาเรียนสูงๆ เขามีโอกาสดีกว่าผม เพราะถึงผมเรียนไปก็เอาไปทำงานไม่ได้” น้อยพูดถึงความหวังของเขา แต่เป็นความหวังที่มลายไปแล้ว เมื่อสิ้นปีเทอมก่อน“เด”น้องชายของน้อยก็ไม่ได้เรียนต่อหลังจากจบป.๖ ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดอะไรสำหรับแวดการศึกษาของชาวบ้านที่นี่ แม้นโยบายด้านนี้ของประเทศจะเขียนไว้สวยหรูให้ทุกคนได้เรียนฟรี แต่ความเป็นจริงในชีวิตยังคงมีช่องว่างอยู่เสมอ&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;
&lt;tr&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;background-color: #f8f9fa; color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #eaecf0; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;br&gt;&lt;/td&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;background-color: #f8f9fa; color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #eaecf0; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;br&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;
&lt;tr&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;background-color: #f8f9fa; color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #eaecf0; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;div&gt;“ผมเองก็ไม่มีปัญญาส่งเขาด้วยแหละ”น้อยยอมรับตรงๆ เพราะลำพังค่าจ้างวันละ ๑๕๐ บาท และก็ไม่ได้มีงานให้ทำทุกวัน แค่ค่ากิน ค่าน้ำค่าไฟก็แทบไม่พอแล้ว ดังนั้นเขาจึงไม่ได้ห้ามปรามอะไร เมื่อน้องชายบอกว่าจะไม่เรียนต่อ” “ถ้าเขาย้ายไปเรียนโรงเรียนมัธยม ต้องเสียค่ารถวันละ ๔๐ บาท ไหนจะค่ากินอีกล่ะ ตอนแม่ไปก็ไม่ได้ทิ้งเงินไว้ให้เลย” น้ำเสียงของน้อยไม่ได้ตั้งใจจะโทษแม่ เพียงแต่อยากอธิบายถึงความจำเป็นอันแสนเศร้าของหัวอกคนเป็นพี่ เพื่อนๆในหมู่บ้านของน้อยหลายคนยอมเสียเงินทำบัตรต่างด้าวเพื่อเข้าไปหางานทำในเมือง แต่น้อยทำเช่นนั้นไม่ได้เพราะเขามีภาระเรื่องน้องชาย บัตรประชาชนเพียงใบเดียวได้สร้างวงเวียนชีวิตอันยากลำเค็ญ และสร้างความแตกต่างได้แม้กระทั่งคนสายเลือดเดียวกัน แต่คนที่มีบัตรมักไม่เข้าใจและยอมไม่รับรู้ชะตากรรมของเพื่อนในสังคมเดียวกัน “พวกเราไม่ค่อยมีใครกล้าไปอำเภอหรอก แค่เจอเจ้าหน้าที่ก็สั่นแล้ว ยิ่งผมไม่มีหลักฐานอะไร มีแค่คำยืนยันจากอาว่าผมเป็นลูกพ่อที่เป็นคนไทยจริงๆ แต่คงไม่มีใครฟังหรอก” เขาไม่กล้าที่จะหวังอะไรอีกแล้ว เพราะประสบการณ์ในอดีตได้ดับความหวังเขาไปแล้วจนสิ้น ช่างเป็นเรื่องอันน่าหดหู่ที่ชีวิตในวัยหนุ่มและวัยเริ่มหนุ่มของน้อยกับเด แทนที่จะเป็นวัยที่เปี่ยมด้วยความหวังและแสงจรัส กลับต้องอยู่อย่างสิ้นหวังและมืดมน เช่นเดียวกับเยาวชนบ้านบะไหที่ตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน อนาคตของเดก็คงหนีไม่พ้นต้องทำงานหาเช้ากินค่ำเช่นเดียวกับพี่ชาย ไม่รู้ว่าเรามีผู้บริหารประเทศกันทำไม หรือแค่เอาไว้แย่งชิงอำนาจกันเท่านั้น???&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;&lt;td class=&quot;diff-marker&quot;&gt;&lt;/td&gt;&lt;td style=&quot;background-color: #f8f9fa; color: #202122; font-size: 88%; border-style: solid; border-width: 1px 1px 1px 4px; border-radius: 0.33em; border-color: #eaecf0; vertical-align: top; white-space: pre-wrap;&quot;&gt;&lt;div&gt;“ผมเองก็ไม่มีปัญญาส่งเขาด้วยแหละ”น้อยยอมรับตรงๆ เพราะลำพังค่าจ้างวันละ ๑๕๐ บาท และก็ไม่ได้มีงานให้ทำทุกวัน แค่ค่ากิน ค่าน้ำค่าไฟก็แทบไม่พอแล้ว ดังนั้นเขาจึงไม่ได้ห้ามปรามอะไร เมื่อน้องชายบอกว่าจะไม่เรียนต่อ” “ถ้าเขาย้ายไปเรียนโรงเรียนมัธยม ต้องเสียค่ารถวันละ ๔๐ บาท ไหนจะค่ากินอีกล่ะ ตอนแม่ไปก็ไม่ได้ทิ้งเงินไว้ให้เลย” น้ำเสียงของน้อยไม่ได้ตั้งใจจะโทษแม่ เพียงแต่อยากอธิบายถึงความจำเป็นอันแสนเศร้าของหัวอกคนเป็นพี่ เพื่อนๆในหมู่บ้านของน้อยหลายคนยอมเสียเงินทำบัตรต่างด้าวเพื่อเข้าไปหางานทำในเมือง แต่น้อยทำเช่นนั้นไม่ได้เพราะเขามีภาระเรื่องน้องชาย บัตรประชาชนเพียงใบเดียวได้สร้างวงเวียนชีวิตอันยากลำเค็ญ และสร้างความแตกต่างได้แม้กระทั่งคนสายเลือดเดียวกัน แต่คนที่มีบัตรมักไม่เข้าใจและยอมไม่รับรู้ชะตากรรมของเพื่อนในสังคมเดียวกัน “พวกเราไม่ค่อยมีใครกล้าไปอำเภอหรอก แค่เจอเจ้าหน้าที่ก็สั่นแล้ว ยิ่งผมไม่มีหลักฐานอะไร มีแค่คำยืนยันจากอาว่าผมเป็นลูกพ่อที่เป็นคนไทยจริงๆ แต่คงไม่มีใครฟังหรอก” เขาไม่กล้าที่จะหวังอะไรอีกแล้ว เพราะประสบการณ์ในอดีตได้ดับความหวังเขาไปแล้วจนสิ้น ช่างเป็นเรื่องอันน่าหดหู่ที่ชีวิตในวัยหนุ่มและวัยเริ่มหนุ่มของน้อยกับเด แทนที่จะเป็นวัยที่เปี่ยมด้วยความหวังและแสงจรัส กลับต้องอยู่อย่างสิ้นหวังและมืดมน เช่นเดียวกับเยาวชนบ้านบะไหที่ตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน อนาคตของเดก็คงหนีไม่พ้นต้องทำงานหาเช้ากินค่ำเช่นเดียวกับพี่ชาย ไม่รู้ว่าเรามีผู้บริหารประเทศกันทำไม หรือแค่เอาไว้แย่งชิงอำนาจกันเท่านั้น???&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;
&lt;/table&gt;</summary>
		<author><name>Teeraphan</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B8%B5%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88_%E0%B9%91_%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B9%8C_%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B8%9B%E0%B8%B2%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%A7&amp;diff=1488&amp;oldid=prev</id>
		<title>Ekkachais: สร้างหน้าใหม่: &#039;&#039;&#039;กรณีที่ ๑ นายประสิทธิ์ จำปาขาว : ตัวอย่างของคนเกิดในประ...</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B8%B5%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88_%E0%B9%91_%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B9%8C_%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B8%9B%E0%B8%B2%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%A7&amp;diff=1488&amp;oldid=prev"/>
		<updated>2009-03-11T04:06:50Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;สร้างหน้าใหม่: &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;กรณีที่ ๑ นายประสิทธิ์ จำปาขาว : ตัวอย่างของคนเกิดในประ...&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;b&gt;หน้าใหม่&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;&lt;div&gt;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;กรณีที่ ๑ นายประสิทธิ์ จำปาขาว : ตัวอย่างของคนเกิดในประเทศลาวจากบิดาสัญชาติไทยและมารดาสัญชาติลาว แต่เขาตกเป็นคนไร้รัฐเพราะไร้สถานะทางกฎหมายทะเบียนราษฎร&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&lt;br /&gt;
--------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ช่วง ๒ เดือนมานี้ “น้อย”ได้แต่มุ่งหน้าเข้าทุ่งนาเกี่ยวข้าวตั้งแต่เช้ายันค่ำ ได้ค่าจ้างวันละ ๑๕๐ บาท เรียกได้ว่าเป็นการหาเช้ากินค่ำขนานแท้ เพราะเขาไม่มีที่นาเป็นของตัวเอง เงินที่ได้มาใช้เลี้ยง ๒ ปากท้องแทบไม่พอพอหมดหน้าเกี่ยวข้าว เขาก็จะไปรับจ้างเกี่ยวถอนมันสัมปะหลัง จากนั้นก็รับจ้างปลูกและดูแลไร่มันต่ออีกหลายเดือนซึ่งได้ค่าแรงในราคาใกล้เคียงกัน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ชีวิตของเด็กหนุ่มวัยต้น ๓๐ ปีมีแต่คำว่ารับจ้างและรับจ้างอยู่ตามท้องไร่ท้องนาเรื่อยมา ตั้งแต่ออกจากโรงเรียนเมื่อจบชั้นป.๖หากช่วงไหนไม่มีงานจริงๆก็ชักชวนเพื่อนวัยเดียวกัน ๓-๔ คนเข้าไปหาฟืนมาเผาถ่านขายได้กระสอบละร้อยกว่าบาท ขึ้นอยู่กับชนิดของไม้ แต่สมัยนี้ไม่ว่าไม้อะไรก็หาทำฟืนยากเต็มที วัฎจักรชีวิตตลอด ๓๖๕ วันของน้อยวนเวียนอยู่อย่างนี้ปีแล้วปีเล่า เพื่อความอยู่รอดของเขาและน้องชายน้อยไม่มีทางเลือกในชีวิตมากนัก ทุกวันนี้เขายังเป็นคนเถื่อนของรัฐไทย เพราะไม่มีบัตรประชาชนเหมือนกันทั่วไป ทั้งๆที่เขาเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของคนไทยเต็มเปี่ยมความล้าหลังและ “ไร้ใจ”ของราชการไทย ทำให้ชีวิตคนเล็กคนน้อยต่างเผชิญชะตากรรมต่างๆนาๆ น้อยมีชื่อเต็มว่านายประสิทธิ์ จำปาขาว เป็นชาวบ้านบะไห ต.ห้วยยาง อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี แต่เขาเกิดที่แขวงจำปาสัก อีกฟากหนึ่งของฝั่งโขง ในประเทศลาว&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เมื่อกว่า ๔๐ ปีก่อน พ่อของน้อยและญาติพี่น้องชักชวนกันข้ามฝั่งโขงไปทำมาหากินที่จำปาสัก ซึ่งเป็นเรื่องปกติของคนย่านนี้ที่ต่างโยงใยกันมาแต่ดั้งเดิม หากช่วงใดที่เกิดความแห้งแล้งหรือมีภัยต่างๆก็อพยพไปยังพื้นที่สมบูรณ์และอยู่เย็นกว่า แม่น้ำโขงไม่ได้มีหน้าที่เป็นเส้นแบ่งแดนหรือแยกชาวบ้านออกจากกัน ไม่เช่นนั้นคนโบราณคงไม่มีใครเรียกสายน้ำว่า “แม่”พ่อของน้อยได้เมียที่จำปาสัก เมื่อให้กำเนิดน้อยทั้งคู่โยกย้ายกลับมาอยู่บ้านบะไหเพราะช่วงนั้นภายในประเทศลาวตกอยู่ในสภาวะการสู้รบ เช่นเดียวกับคนท้องถิ่นอีกจำนวนมากที่ต่างหนีภัยกลับมาอยู่อีกฟากหนึ่งของริมน้ำโขงบางส่วนอพยพเข้าไปอยู่ในศูนย์ผู้ลี้ภัยก็ได้บัตรสีและกลายเป็นบัตรประชาชนหมดแล้ว แต่คนอีกจำนวนมาก ย้ายกลับมาอยู่กับญาติพี่น้องเพราะไม่คิดว่าจำเป็นต้องเข้าไปอยู่ในศูนย์ ในที่สุดทั้งหมดจึงตกอยู่ในชะตากรรมเดียวกับน้อยปัจจุบันชาวบ้านบะไหแทบทั้งหมู่บ้านต้องตกเป็น“คนเถื่อน” และไร้สิทธิต่างๆโดยสิ้นเชิง แม้แต่บริการขั้นพื้นฐานที่รัฐต้องพึงจัดให้ เช่น น้ำปะปา ไฟฟ้า ก็ต้องจ่ายแพงกว่าคนทั่วไปเพราะต้องต่อพ่วงเอาจากที่อื่น เช่นเดียวกับเรื่องปัจจัยสี่ ไม่ว่าจะเป็นบ้าน สุขภาพ ทุกคนที่บะไหต่างต้องเผชิญความยากลำบากกันถ้วนหน้าแม้มีพระราชบัญญัติสัญชาติฉบับใหม่ออกมาเปิดช่องให้แล้วก็ตาม แต่ใจคนของทางการยังคงเย็นชืดเหมือนเดิมหลังย้ายกลับมาปักหลักที่บ้านบะไห ครอบครัวของน้อยมีสมาชิกเพิ่มอีก ๑ คนคือน้องชายของน้อย ซึ่งเขาได้รับการคุ้มครองให้มีสิทธิความเป็นพลเมืองไทยอย่างสมบูรณ์ แตกต่างจากน้อยที่แม้พยายามยื่นเรื่องไปแล้วหลายครั้ง แต่ไม่เคยมีความคืบหน้าใดๆ   จนกระทั่งเมื่อปีที่แล้วพ่อน้อยได้เสียชีวิต ส่วนแม่หนีไปอยู่กินกับผู้ชายคนใหม่ ปล่อยให้น้อยและน้องชายอยู่กันเพียงลำพัง   “ผมก็อยากให้เขาเรียนสูงๆ เขามีโอกาสดีกว่าผม เพราะถึงผมเรียนไปก็เอาไปทำงานไม่ได้” น้อยพูดถึงความหวังของเขา แต่เป็นความหวังที่มลายไปแล้ว เมื่อสิ้นปีเทอมก่อน“เด”น้องชายของน้อยก็ไม่ได้เรียนต่อหลังจากจบป.๖ ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดอะไรสำหรับแวดการศึกษาของชาวบ้านที่นี่ แม้นโยบายด้านนี้ของประเทศจะเขียนไว้สวยหรูให้ทุกคนได้เรียนฟรี แต่ความเป็นจริงในชีวิตยังคงมีช่องว่างอยู่เสมอ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
“ผมเองก็ไม่มีปัญญาส่งเขาด้วยแหละ”น้อยยอมรับตรงๆ เพราะลำพังค่าจ้างวันละ ๑๕๐ บาท และก็ไม่ได้มีงานให้ทำทุกวัน แค่ค่ากิน ค่าน้ำค่าไฟก็แทบไม่พอแล้ว ดังนั้นเขาจึงไม่ได้ห้ามปรามอะไร เมื่อน้องชายบอกว่าจะไม่เรียนต่อ” “ถ้าเขาย้ายไปเรียนโรงเรียนมัธยม ต้องเสียค่ารถวันละ ๔๐ บาท ไหนจะค่ากินอีกล่ะ ตอนแม่ไปก็ไม่ได้ทิ้งเงินไว้ให้เลย” น้ำเสียงของน้อยไม่ได้ตั้งใจจะโทษแม่ เพียงแต่อยากอธิบายถึงความจำเป็นอันแสนเศร้าของหัวอกคนเป็นพี่ เพื่อนๆในหมู่บ้านของน้อยหลายคนยอมเสียเงินทำบัตรต่างด้าวเพื่อเข้าไปหางานทำในเมือง แต่น้อยทำเช่นนั้นไม่ได้เพราะเขามีภาระเรื่องน้องชาย บัตรประชาชนเพียงใบเดียวได้สร้างวงเวียนชีวิตอันยากลำเค็ญ และสร้างความแตกต่างได้แม้กระทั่งคนสายเลือดเดียวกัน แต่คนที่มีบัตรมักไม่เข้าใจและยอมไม่รับรู้ชะตากรรมของเพื่อนในสังคมเดียวกัน “พวกเราไม่ค่อยมีใครกล้าไปอำเภอหรอก แค่เจอเจ้าหน้าที่ก็สั่นแล้ว ยิ่งผมไม่มีหลักฐานอะไร มีแค่คำยืนยันจากอาว่าผมเป็นลูกพ่อที่เป็นคนไทยจริงๆ แต่คงไม่มีใครฟังหรอก” เขาไม่กล้าที่จะหวังอะไรอีกแล้ว เพราะประสบการณ์ในอดีตได้ดับความหวังเขาไปแล้วจนสิ้น ช่างเป็นเรื่องอันน่าหดหู่ที่ชีวิตในวัยหนุ่มและวัยเริ่มหนุ่มของน้อยกับเด แทนที่จะเป็นวัยที่เปี่ยมด้วยความหวังและแสงจรัส กลับต้องอยู่อย่างสิ้นหวังและมืดมน เช่นเดียวกับเยาวชนบ้านบะไหที่ตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน อนาคตของเดก็คงหนีไม่พ้นต้องทำงานหาเช้ากินค่ำเช่นเดียวกับพี่ชาย ไม่รู้ว่าเรามีผู้บริหารประเทศกันทำไม หรือแค่เอาไว้แย่งชิงอำนาจกันเท่านั้น???&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Ekkachais</name></author>
	</entry>
</feed>