<?xml version="1.0"?>
<feed xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom" xml:lang="th">
	<id>https://wiki.kpi.ac.th/api.php?action=feedcontributions&amp;feedformat=atom&amp;user=Tora</id>
	<title>ฐานข้อมูลการเมืองการปกครอง สถาบันพระปกเกล้า - การเข้ามีส่วนร่วมของผู้ใช้ [th]</title>
	<link rel="self" type="application/atom+xml" href="https://wiki.kpi.ac.th/api.php?action=feedcontributions&amp;feedformat=atom&amp;user=Tora"/>
	<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A9:%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99/Tora"/>
	<updated>2026-04-07T23:41:00Z</updated>
	<subtitle>การเข้ามีส่วนร่วมของผู้ใช้</subtitle>
	<generator>MediaWiki 1.42.1</generator>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%87%E0%B8%94%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%B1%E0%B8%9A&amp;diff=1812</id>
		<title>งดใช้ข้อบังคับ</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%87%E0%B8%94%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%B1%E0%B8%9A&amp;diff=1812"/>
		<updated>2009-06-17T06:07:41Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;Tora: /* ข้อบังคับการประชุมที่ว่าด้วยการงดใช้ข้อบังคับ */&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;;&#039;&#039;&#039;ผู้เขียน  - สิฐสร  กระแสร์สุนทร&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;ผู้ทรงคุณวุฒิประจำบทความ - รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร จเร พันธุ์เปรื่อง&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;p&amp;gt;มนุษย์จัดได้ว่าเป็นสัตว์สังคมจำเป็นต้องอาศัยอยู่ร่วมกันพึ่งพากันและกัน แต่มนุษย์นั้นเมื่ออยู่รวมกันมาก ๆ  สิ่งหนึ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือความแตกต่างกันในหลาย ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นความรู้ ความคิดเห็น ประสบการณ์ หรือสิ่งอื่น ความแตกต่างเหล่านี้อาจนำมาซึ่งความขัดแย้งได้ ฉะนั้นการที่มนุษย์จะอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสงบสุขนั้น จำเป็นต้องสร้างกฏ ระเบียบ แบบแผน ขนบธรรมเนียม ประเพณี หรือสิ่งอื่นใดขึ้นเพื่อเป็นเครื่องควบคุมให้การอยู่ร่วมกันเป็นไปด้วยความสงบสุข ปราศจากความขัดแย้ง &amp;lt;/P&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;p&amp;gt;สำหรับการประชุมก็เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการประชุมแบบเป็นทางการหรือไม่เป็นทางการ หากการประชุมนั้นๆ ไม่มีกฏ ระเบียบ หรือข้อบังคับมาเป็นเครื่องมือในการควบคุมความเรียบร้อยในการประชุมแล้ว การประชุมดังกล่าวคงดำเนินไปด้วยความยากลำบาก และอาจเกิดความขัดแย้งขึ้นได้ตลอดเวลา โดยเฉพาะการประชุมในระดับ[[สภาผู้แทนราษฎร]] และ[[วุฒิสภา]]ซึ่งถือว่าเป็นการประชุมที่มีความสำคัญ ยิ่งจำเป็นต้องมีการกำหนดข้อบังคับการประชุม &amp;lt;/P&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==ข้อบังคับการประชุม==&lt;br /&gt;
	ครั้งแรกที่มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎรของประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๘ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๗๕ ณ ห้องโถงชั้นบน [[พระที่นั่งอนันตสมาคม]] ในครั้งนั้นได้มีการใช้ข้อบังคับการประชุมสภาชั่วคราว โดยนำข้อบังคับการประชุมของสภา[[องคมนตรี|คณะองคมนตรี]]มาใช้ไปพลางก่อน&amp;lt;ref&amp;gt;ประเสริฐ  ปัทมะสุคนธ์, “รัฐสภาไทยในรอบสี่สิบสองปี (๒๔๗๕ - ๒๕๑๗)”. กรุงเทพ ฯ : ห้างหุ้นส่วนจำกัด ช. ชุมนุมช่าง, ๒๕๑๗, หน้า ๒๐.&amp;lt;/ref&amp;gt; จะเห็นได้ว่าข้อบังคับการประชุมมีความสำคัญ มีความจำเป็น และอยู่คู่กับ[[:category:สถาบันนิติบัญญัติ|สถาบันนิติบัญญัติ]]ไทยมาตั้งแต่ต้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	[[สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร]] ได้ให้คำจำกัดความของข้อบังคับการประชุม&amp;lt;ref&amp;gt;สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร,  “ข้อบังคับการประชุม”. กรุงเทพ ฯ : สำนักการพิมพ์ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, ๒๕๕๑, หน้า คำนำ.&amp;lt;/ref&amp;gt;  คือ กฏหรือระเบียบที่ได้ตราขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับบทบัญญัติของ[[รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550|รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐]] ใช้บังคับและควบคุมให้การประชุมดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย สำหรับสาระสำคัญของข้อบังคับการประชุมจะกำหนดเกี่ยวกับเรื่องการเลือกและการปฏิบัติหน้าที่ของประธาน รองประธาน ของแต่ละสภา เรื่องหรือกิจการอันเป็นอำนาจหน้าที่ของ[[คณะกรรมาธิการสามัญ]]แต่ละชุด การปฏิบัติหน้าที่และองค์ประชุมของคณะกรรมาธิการ วิธีการประชุม การเสนอและพิจารณาร่างพระราชบัญญัติและร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ การเสนอ[[ญัตติ]] [[การอภิปราย]] [[การลงมติ]] [[การบันทึก]] และการเปิดเผยการลงมติ การตั้ง[[กระทู้]]ถาม การเปิดอภิปรายทั่วไป การรักษาระเบียบและความเรียบร้อย รวมทั้งกิจการอื่น ๆ เพื่อดำเนินการตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	การใช้ข้อบังคับการประชุมดังกล่าว มีความจำเป็นต้องยึดถือ และปฏิบัติตามกฏ ระเบียบ ในข้อบังคับที่วางไว้อย่างเคร่งครัด เพื่อให้การประชุมนั้น ๆ ผ่านไปด้วยดี โดยไม่มีปัญหา หรือข้อขัดแย้งใด ๆ เกิดขึ้นระหว่างการประชุม แต่ในบางกรณีอาจมีเหตุสุดวิสัย หรือความจำเป็นบางประการที่จำเป็นต้องละเมิด กฏ กติกาที่วางไว้ ซึ่งนำมาสู่ &#039;&#039;&#039;“งดใช้ข้อบังคับ”&#039;&#039;&#039; &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==การงดใช้ข้อบังคับ==&lt;br /&gt;
	การงดใช้ข้อบังคับการประชุม หรืองดใช้ข้อบังคับชั่วคราว&amp;lt;ref&amp;gt;คณิน  บุญสุวรรณ, “ปทานุกรมศัพท์รัฐสภาและการเมืองไทย”. กรุงเทพ ฯ : สำนักพิมพ์สุขภาพใจ, ๒๕๔๘, หน้า ๒๒๕ – ๒๒๖.&amp;lt;/ref&amp;gt;  มีความหมายว่า การระงับการใช้ข้อบังคับการประชุมสภาบางข้อเป็นการชั่วคราว  เนื่องจากมีเหตุจำเป็นในระหว่างการประชุมสภา โดยปกติสมาชิกทุกคนต้องปฏิบัติตามข้อบังคับการประชุมอย่างเคร่งครัด การฝ่าฝืนข้อบังคับข้อใดข้อหนึ่งอาจถูกทักท้วง และประธานสภาจะเป็นผู้วินิจฉัยว่าได้มีการฝ่าฝืนข้อบังคับข้อดังกล่าวหรือไม่ แต่บางครั้งที่ประชุมสภาอาจพร้อมใจกันฝ่าฝืน ในกรณีที่ต้องการหาทางออกโดยเร่งด่วน มิฉะนั้นอาจเกิดความขัดแย้งหรือเสียหายอย่างรุนแรงได้ กรณีที่สมาชิกในที่ประชุมส่วนใหญ่เกือบทั้งหมดต่างยินยอมพร้อมใจให้มีการฝ่าฝืนข้อบังคับโดยชอบด้วยกฏหมายแล้ว ให้ถือว่ามีการงดใช้ข้อบังคับการประชุมเป็นการชั่วคราว ซึ่งจะงดใช้ได้ครั้งเดียวเท่านั้น  เพราะถ้าหากงดใช้เป็นการถาวร ก็ต้องนำเข้าสู่กระบวนการแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับการประชุม  ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่และมีขั้นตอนมาก&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==ข้อบังคับการประชุมที่ว่าด้วยการงดใช้ข้อบังคับ==&lt;br /&gt;
	ตัวอย่างข้อบังคับการประชุมของหน่วยงานนิติบัญญัติต่าง ๆ ในอดีตที่กล่าวถึง การงดใช้ข้อบังคับดังนี้ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
	ข้อบังคับการประชุมปรึกษาของสภาร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๐๔ ข้อ ๘๕&amp;lt;ref&amp;gt;สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, “รวมข้อบังคับการประชุมสภา ๒๔๗๖ – ๒๕๑๘”. กรุงเทพ ฯ : สำนักการพิมพ์ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร , ๒๕๑๙ , หน้า  ๑๖๗.&amp;lt;/ref&amp;gt; ซึ่งใช้เป็นข้อบังคับการประชุมชั่วคราวของสภาปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน กำหนดไว้ว่า &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;p&amp;gt;&#039;&#039;&#039;&amp;quot;ถ้าประธานขอปรึกษาหรือสมาชิกเสนอญัตติให้งดการใช้ข้อบังคับในข้อหนึ่งข้อใดแห่งข้อบังคับนี้ เป็นการชั่วคราวเฉพาะกรณีพิเศษ และที่ประชุมลงมติเห็นชอบด้วย โดยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกสภา ก็ให้งดใช้ข้อบังคับเช่นว่านั้นได้ แต่ญัตติดังกล่าวต้องมีสมาชิกรับรองไม่น้อยกว่าสิบคน&amp;quot;&#039;&#039;&#039;&amp;lt;/p&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	ข้อบังคับการประชุมปรึกษาของสภาผู้แทน พ.ศ. ๒๕๑๓ ข้อ ๑๓๗&amp;lt;ref&amp;gt;สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, “ข้อบังคับการประชุมสภาเปรียบเทียบ ๒๔๗๖ – ๒๕๑๗”. กรุงเทพ ฯ : สำนักการพิมพ์ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, ๒๕๔๖, หน้า  ๒๑๒.&amp;lt;/ref&amp;gt;กำหนดไว้ว่า &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;&amp;quot;ถ้าประธานขอปรึกษา หรือสมาชิกเสนอญัตติให้งดการใช้บทบังคับในข้อหนึ่งข้อใดแห่งข้อบังคับนี้เป็นการชั่วคราวเฉพาะกรณีพิเศษ ที่ประชุมอาจลงมติให้งดการใช้บทบังคับเช่นว่านั้นได้&amp;quot;&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	ข้อบังคับการประชุมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติทำหน้าที่รัฐสภา พ.ศ. ๒๕๑๗ ข้อ ๑๓๗&amp;lt;ref&amp;gt;คณิน  บุญสุวรรณ, “ภาษาการเมืองในระบอบรัฐสภา”. กรุงเทพ ฯ : สำนักพิมพ์โอเดียนสโตร์, ๒๕๓๓, หน้า ๙๐ – ๙๑.&amp;lt;/ref&amp;gt;   กำหนดไว้ว่า &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;&amp;quot;ถ้าประธานขอปรึกษา หรือสมาชิกเสนอญัตติโดยมีสมาชิกรับรองไม่น้อยกว่าสามสิบคน ให้งดใช้ข้อบังคับข้อหนึ่งข้อใดเป็นการชั่วคราวเฉพาะกรณี และที่ประชุมลงมติเห็นชอบด้วย โดยคะแนนเสียงไม่ต่ำกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมด ก็ให้งดใช้ข้อบังคับนั้นได้&amp;quot;&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	ข้อบังคับการประชุมของวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๒๗ ข้อ ๑๔๑&amp;lt;ref&amp;gt;คณิน  บุญสุวรรณ, “ภาษาการเมืองในระบอบรัฐสภา”. กรุงเทพ ฯ : สำนักพิมพ์โอเดียนสโตร์, ๒๕๓๓, หน้า ๙๑.&amp;lt;/ref&amp;gt; กำหนดไว้ว่า &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;&amp;quot;ถ้าประธานขอปรึกษา หรือสมาชิกเสนอญัตติ โดยมีสมาชิกรับรองไม่น้อยกว่าสามสิบคน ให้งดใช้ข้อบังคับหนึ่งข้อใดทั้งหมดหรือบางส่วนเป็นการชั่วคราวเฉพาะกรณี หากที่ประชุมลงมติเห็นชอบ ด้วยคะแนนเสียงไม่ต่ำกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกที่มาประชุม ก็ให้งดใช้ข้อบังคับนั้นได้&amp;quot;&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๒๘  ข้อ ๑๓๖&amp;lt;ref&amp;gt;คณิน  บุญสุวรรณ, “ภาษาการเมืองในระบอบรัฐสภา”. กรุงเทพ ฯ : สำนักพิมพ์โอเดียนสโตร์, ๒๕๓๓, หน้า ๙๑.&amp;lt;/ref&amp;gt; กำหนดไว้เกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;&amp;quot;ถ้าประธานขอปรึกษา หรือสมาชิกเสนอญัตติโดยมีสมาชิกรับรองไม่น้อยกว่ายี่สิบคน ให้งดใช้ข้อบังคับข้อหนึ่งข้อใดทั้งหมด หรือบางส่วนเป็นการชั่วคราวเฉพาะกรณี และที่ประชุมอนุมัติก็ให้งดใช้ได้&amp;quot;&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	ปัจจุบันการเมืองการปกครองของประเทศไทยเป็นการปกครองในระบอบประชาธิปไตยในระบบรัฐสภา ซึ่งประกอบไปด้วย ๒ สภา คือ [[สภาผู้แทนราษฎร]] และ[[วุฒิสภา]] ซึ่งในข้อบังคับการประชุมของทั้ง ๒ สภาได้กำหนดให้มีการงดใช้ข้อบังคับไว้คล้ายคลึงกัน แตกต่างกันที่จำนวนสมาชิกที่จะเสนอญัตติการงดใช้ข้อบังคับ  และคะแนนเสียงของที่ประชุมในการที่จะอนุมัติ/เห็นชอบเรื่องดังกล่าว โดยมีรายละเอียด ดังนี้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร  พ.ศ. ๒๕๕๑ หมวดที่ ๑๒ บทสุดท้าย ข้อ ๑๗๖  กล่าวถึงการงดใช้ข้อบังคับ&amp;lt;ref&amp;gt;สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, “ข้อบังคับการประชุม”. กรุงเทพ ฯ : สำนักการพิมพ์ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, ๒๕๕๑, หน้า ๗๐.&amp;lt;/ref&amp;gt; ไว้ว่า &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;“ถ้าประธานขอปรึกษา หรือสมาชิกเสนอญัตติโดยมีจำนวนสมาชิกรับรองไม่น้อยกว่ายี่สิบคน ให้งดใช้ข้อบังคับข้อหนึ่งข้อใดทั้งหมดหรือบางส่วนเป็นการชั่วคราวเฉพาะกรณี หากที่ประชุมอนุมัติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของสมาชิกในที่ประชุมก็ให้งดใช้ได้”&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	&amp;lt;p&amp;gt;ข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๕๑ หมวดที่ ๑๑ บทสุดท้าย ข้อ ๑๘๑ กล่าวถึงการงดใช้ข้อบังคับ&amp;lt;ref&amp;gt;สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, “ข้อบังคับการประชุม”. กรุงเทพ ฯ : สำนักการพิมพ์ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, ๒๕๕๑, หน้า ๑๕๒.&amp;lt;/ref&amp;gt; ไว้ว่า&amp;lt;/p&amp;gt; &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;“ถ้าประธานของที่ประชุมขอปรึกษา หรือสมาชิกเสนอญัตติโดยมีผู้รับรองไม่น้อยกว่าสิบคน ให้งดใช้ข้อบังคับข้อใดข้อหนึ่งทั้งหมดหรือบางส่วนเป็นการชั่วคราวเฉพาะกรณี หากที่ประชุมวุฒิสภาลงมติเห็นชอบด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกในที่ประชุมวุฒิสภา ก็ให้งดใช้ข้อบังคับนั้นได้”&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	จะเห็นได้ว่าข้อบังคับการประชุมตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน  ได้มีข้อกำหนดที่ว่าด้วยการงดใช้ข้อบังคับเรื่อยมา  โดยมีพัฒนาการ  มีการปรับเปลี่ยนเนื้อหาสาระ  และวิธีการให้เหมาะสมกับสภาวะการณ์ในช่วงนั้น ๆ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==กรณีตัวอย่างการงดใช้ข้อบังคับ==&lt;br /&gt;
	กรณีตัวอย่างการงดใช้ข้อบังคับการประชุม เลือกมานำเสนอ จำนวน ๒ กรณี โดยกรณีตัวอย่างแรกเป็นกรณีที่ประธานในที่ประชุมขอปรึกษาที่ประชุมเพื่อของดใช้ข้อบังคับการประชุม โดยเป็นกรณีตัวอย่างการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๒ ปีที่ ๑ ครั้งที่ ๑๑ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) วันพฤหัสบดีที่ ๒๒ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๘ ณ [[ตึกรัฐสภา]] โดยในการประชุมครั้งนั้น [[รองศาสตราจารย์ลลิตา ฤกษ์สำราญ]] รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่สองปฏิบัติหน้าที่แทนประธานสภาผู้แทนราษฎร (นาย[[โภคิน พลกุล]] ติดภาระกิจเดินทางไปราชการต่างประเทศ) ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรครั้งดังกล่าว  หลังจากที่ประชุมได้อภิปรายและรับทราบผลการดำเนินงานของ[[คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ]] (กทช.) ประจำปี พ.ศ. ๒๕๔๗ แล้ว รองศาสตราจารย์ลลิตา  ฤกษ์สำราญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่สองปฏิบัติหน้าที่แทน[[ประธานสภาผู้แทนราษฎร]]  ได้ปรึกษาที่ประชุมเพื่อของดใช้ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๔๔  ข้อ ๑๓๒ ในการพิจารณากระทู้ถามสดมากกว่า ๓ กระทู้ถาม ซึ่งที่ประชุมมีมติเห็นชอบผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนประธานสภาผู้แทนราษฎรจึงได้เสนอให้ที่ประชุมพิจารณาระเบียบวาระ[[กระทู้]]ถามสด จำนวน ๔ กระทู้ถาม&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	สำหรับกรณีตัวอย่างที่สอง เป็นกรณีตัวอย่างที่สมาชิกเสนอ[[ญัตติ]]เพื่อของดใช้ข้อบังคับการประชุม โดยเป็นกรณีตัวอย่างการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๓ ปีที่ ๒ ครั้งที่ ๓๐ (สมัยสามัญทั่วไป)  วันพุธที่ ๒๐ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๒ ณ ตึกรัฐสภา โดยในการประชุมครั้งนั้นมีนาย[[ชัย  ชิดชอบ]] เป็น[[ประธานสภาผู้แทนราษฎร]] ซึ่งในระหว่างที่การประชุมจะดำเนินการพิจารณาระเบียบวาระต่อไป มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรขอเสนอญัตติตามข้อบังคับการประชุม ข้อ ๑๗๖ เพื่อของดใช้ข้อบังคับการประชุมข้อ ๔๖ วรรคสอง ในการขอนำร่างพระราชบัญญัติอื่น จำนวน ๓ พระราชบัญญัติขึ้นมาพิจารณาต่อจากร่างพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....  ซึ่งที่ประชุมมีมติเห็นชอบตามที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเสนอโดยให้งดใช้ข้อบังคับการประชุมข้อ ๔๖ วรรคสอง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
  &lt;br /&gt;
	จะเห็นได้ว่าการงดใช้ข้อบังคับนั้น มีความจำเป็นมากหากในการประชุมสภาครั้งนั้น ๆ ประสบปัญหา ไม่สามารถหาทางออก และแก้ไขปัญหานั้นได้ จำเป็นต้องหาวิธีการแก้ไขอย่างเร่งด่วน  มิฉะนั้นอาจทำเกิดความขัดแย้ง หรือเสียหายอย่างรุนแรงได้ จึงต้องให้ความสำคัญ โดยการกำหนดการงดใช้ข้อบังคับการประชุมไว้ในข้อบังคับการประชุมเรื่อยมา เพื่อให้การประชุมดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย  และเกิดประโยชน์กับประเทศอย่างสูงที่สุด&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==อ้างอิง==&lt;br /&gt;
&amp;lt;references/&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==บรรณานุกรม==&lt;br /&gt;
	คณิน  บุญสุวรรณ, (๒๕๓๓) &#039;&#039;&#039;“ภาษาการเมืองในระบอบรัฐสภา”.&#039;&#039;&#039; กรุงเทพ ฯ : สำนักพิมพ์โอเดียนสโตร์.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	คณิน  บุญสุวรรณ, (๒๕๔๘) &#039;&#039;&#039;“ปทานุกรมศัพท์รัฐสภาและการเมืองไทย”.&#039;&#039;&#039;  กรุงเทพ ฯ : สำนักพิมพ์สุขภาพใจ.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	ประเสริฐ  ปัทมะสุคนธ์, (๒๕๑๗) &#039;&#039;&#039;“รัฐสภาไทยในรอบสี่สิบสองปี (๒๔๗๕ - ๒๕๑๗)”.&#039;&#039;&#039; กรุงเทพฯ : ห้างหุ้นส่วนจำกัด ช. ชุมนุมช่าง.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, (๒๕๑๙) &#039;&#039;&#039;“รวมข้อบังคับการประชุมสภา ๒๔๗๖ – ๒๕๑๘”.&#039;&#039;&#039; กรุงเทพ ฯ : สำนักการพิมพ์ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, (๒๕๔๖) &#039;&#039;&#039;“ข้อบังคับการประชุมสภาเปรียบเทียบ ๒๔๗๖ – ๒๕๑๗”.&#039;&#039;&#039;  กรุงเทพ ฯ : สำนักการพิมพ์ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, (๒๕๔๘) &#039;&#039;&#039;“บันทึกการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่  ๒๒ ปีที่ ๑  ครั้งที่ ๑๑ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) วันพฤหัสบดีที่  ๒๒ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๘  ณ ตึกรัฐสภา”.&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, (๒๕๕๑) &#039;&#039;&#039;“ข้อบังคับการประชุม”.&#039;&#039;&#039;  กรุงเทพ ฯ : สำนักการพิมพ์ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, (๒๕๕๒) &#039;&#039;&#039;“บันทึกการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๓ ปีที่ ๒  ครั้งที่  ๓๐ (สมัยสามัญทั่วไป) วันพุธที่ ๒๐ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๒  ณ ตึกรัฐสภา”.&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==หนังสือแนะนำให้อ่านต่อ==&lt;br /&gt;
	คณิน  บุญสุวรรณ, (๒๕๓๓) “ภาษาการเมืองในระบอบรัฐสภา”.  กรุงเทพ ฯ : สำนักพิมพ์โอเดียนสโตร์.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	คณิน  บุญสุวรรณ, (๒๕๔๘) “ปทานุกรมศัพท์รัฐสภาและการเมืองไทย”.  กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์สุขภาพใจ.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	ประเสริฐ  ปัทมะสุคนธ์, (๒๕๑๗) “รัฐสภาไทยในรอบสี่สิบสองปี (๒๔๗๕ - ๒๕๑๗)”. กรุงเทพฯ : ห้างหุ้นส่วนจำกัด ช. ชุมนุมช่าง.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, (๒๕๕๑) “ข้อบังคับการประชุม”.  กรุงเทพ ฯ : สำนักการพิมพ์ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==ดูเพิ่มเติม==&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
*[[รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[category:ความรู้เกี่ยวกับรัฐสภาไทย]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Tora</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%87%E0%B8%94%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%B1%E0%B8%9A&amp;diff=1811</id>
		<title>งดใช้ข้อบังคับ</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%87%E0%B8%94%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%B1%E0%B8%9A&amp;diff=1811"/>
		<updated>2009-06-17T06:04:54Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;Tora: /* ข้อบังคับการประชุมที่ว่าด้วยการงดใช้ข้อบังคับ */&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;;&#039;&#039;&#039;ผู้เขียน  - สิฐสร  กระแสร์สุนทร&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;ผู้ทรงคุณวุฒิประจำบทความ - รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร จเร พันธุ์เปรื่อง&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;p&amp;gt;มนุษย์จัดได้ว่าเป็นสัตว์สังคมจำเป็นต้องอาศัยอยู่ร่วมกันพึ่งพากันและกัน แต่มนุษย์นั้นเมื่ออยู่รวมกันมาก ๆ  สิ่งหนึ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือความแตกต่างกันในหลาย ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นความรู้ ความคิดเห็น ประสบการณ์ หรือสิ่งอื่น ความแตกต่างเหล่านี้อาจนำมาซึ่งความขัดแย้งได้ ฉะนั้นการที่มนุษย์จะอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสงบสุขนั้น จำเป็นต้องสร้างกฏ ระเบียบ แบบแผน ขนบธรรมเนียม ประเพณี หรือสิ่งอื่นใดขึ้นเพื่อเป็นเครื่องควบคุมให้การอยู่ร่วมกันเป็นไปด้วยความสงบสุข ปราศจากความขัดแย้ง &amp;lt;/P&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;p&amp;gt;สำหรับการประชุมก็เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการประชุมแบบเป็นทางการหรือไม่เป็นทางการ หากการประชุมนั้นๆ ไม่มีกฏ ระเบียบ หรือข้อบังคับมาเป็นเครื่องมือในการควบคุมความเรียบร้อยในการประชุมแล้ว การประชุมดังกล่าวคงดำเนินไปด้วยความยากลำบาก และอาจเกิดความขัดแย้งขึ้นได้ตลอดเวลา โดยเฉพาะการประชุมในระดับ[[สภาผู้แทนราษฎร]] และ[[วุฒิสภา]]ซึ่งถือว่าเป็นการประชุมที่มีความสำคัญ ยิ่งจำเป็นต้องมีการกำหนดข้อบังคับการประชุม &amp;lt;/P&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==ข้อบังคับการประชุม==&lt;br /&gt;
	ครั้งแรกที่มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎรของประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๘ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๗๕ ณ ห้องโถงชั้นบน [[พระที่นั่งอนันตสมาคม]] ในครั้งนั้นได้มีการใช้ข้อบังคับการประชุมสภาชั่วคราว โดยนำข้อบังคับการประชุมของสภา[[องคมนตรี|คณะองคมนตรี]]มาใช้ไปพลางก่อน&amp;lt;ref&amp;gt;ประเสริฐ  ปัทมะสุคนธ์, “รัฐสภาไทยในรอบสี่สิบสองปี (๒๔๗๕ - ๒๕๑๗)”. กรุงเทพ ฯ : ห้างหุ้นส่วนจำกัด ช. ชุมนุมช่าง, ๒๕๑๗, หน้า ๒๐.&amp;lt;/ref&amp;gt; จะเห็นได้ว่าข้อบังคับการประชุมมีความสำคัญ มีความจำเป็น และอยู่คู่กับ[[:category:สถาบันนิติบัญญัติ|สถาบันนิติบัญญัติ]]ไทยมาตั้งแต่ต้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	[[สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร]] ได้ให้คำจำกัดความของข้อบังคับการประชุม&amp;lt;ref&amp;gt;สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร,  “ข้อบังคับการประชุม”. กรุงเทพ ฯ : สำนักการพิมพ์ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, ๒๕๕๑, หน้า คำนำ.&amp;lt;/ref&amp;gt;  คือ กฏหรือระเบียบที่ได้ตราขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับบทบัญญัติของ[[รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550|รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐]] ใช้บังคับและควบคุมให้การประชุมดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย สำหรับสาระสำคัญของข้อบังคับการประชุมจะกำหนดเกี่ยวกับเรื่องการเลือกและการปฏิบัติหน้าที่ของประธาน รองประธาน ของแต่ละสภา เรื่องหรือกิจการอันเป็นอำนาจหน้าที่ของ[[คณะกรรมาธิการสามัญ]]แต่ละชุด การปฏิบัติหน้าที่และองค์ประชุมของคณะกรรมาธิการ วิธีการประชุม การเสนอและพิจารณาร่างพระราชบัญญัติและร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ การเสนอ[[ญัตติ]] [[การอภิปราย]] [[การลงมติ]] [[การบันทึก]] และการเปิดเผยการลงมติ การตั้ง[[กระทู้]]ถาม การเปิดอภิปรายทั่วไป การรักษาระเบียบและความเรียบร้อย รวมทั้งกิจการอื่น ๆ เพื่อดำเนินการตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	การใช้ข้อบังคับการประชุมดังกล่าว มีความจำเป็นต้องยึดถือ และปฏิบัติตามกฏ ระเบียบ ในข้อบังคับที่วางไว้อย่างเคร่งครัด เพื่อให้การประชุมนั้น ๆ ผ่านไปด้วยดี โดยไม่มีปัญหา หรือข้อขัดแย้งใด ๆ เกิดขึ้นระหว่างการประชุม แต่ในบางกรณีอาจมีเหตุสุดวิสัย หรือความจำเป็นบางประการที่จำเป็นต้องละเมิด กฏ กติกาที่วางไว้ ซึ่งนำมาสู่ &#039;&#039;&#039;“งดใช้ข้อบังคับ”&#039;&#039;&#039; &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==การงดใช้ข้อบังคับ==&lt;br /&gt;
	การงดใช้ข้อบังคับการประชุม หรืองดใช้ข้อบังคับชั่วคราว&amp;lt;ref&amp;gt;คณิน  บุญสุวรรณ, “ปทานุกรมศัพท์รัฐสภาและการเมืองไทย”. กรุงเทพ ฯ : สำนักพิมพ์สุขภาพใจ, ๒๕๔๘, หน้า ๒๒๕ – ๒๒๖.&amp;lt;/ref&amp;gt;  มีความหมายว่า การระงับการใช้ข้อบังคับการประชุมสภาบางข้อเป็นการชั่วคราว  เนื่องจากมีเหตุจำเป็นในระหว่างการประชุมสภา โดยปกติสมาชิกทุกคนต้องปฏิบัติตามข้อบังคับการประชุมอย่างเคร่งครัด การฝ่าฝืนข้อบังคับข้อใดข้อหนึ่งอาจถูกทักท้วง และประธานสภาจะเป็นผู้วินิจฉัยว่าได้มีการฝ่าฝืนข้อบังคับข้อดังกล่าวหรือไม่ แต่บางครั้งที่ประชุมสภาอาจพร้อมใจกันฝ่าฝืน ในกรณีที่ต้องการหาทางออกโดยเร่งด่วน มิฉะนั้นอาจเกิดความขัดแย้งหรือเสียหายอย่างรุนแรงได้ กรณีที่สมาชิกในที่ประชุมส่วนใหญ่เกือบทั้งหมดต่างยินยอมพร้อมใจให้มีการฝ่าฝืนข้อบังคับโดยชอบด้วยกฏหมายแล้ว ให้ถือว่ามีการงดใช้ข้อบังคับการประชุมเป็นการชั่วคราว ซึ่งจะงดใช้ได้ครั้งเดียวเท่านั้น  เพราะถ้าหากงดใช้เป็นการถาวร ก็ต้องนำเข้าสู่กระบวนการแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับการประชุม  ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่และมีขั้นตอนมาก&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==ข้อบังคับการประชุมที่ว่าด้วยการงดใช้ข้อบังคับ==&lt;br /&gt;
	ตัวอย่างข้อบังคับการประชุมของหน่วยงานนิติบัญญัติต่าง ๆ ในอดีตที่กล่าวถึง การงดใช้ข้อบังคับดังนี้ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
	ข้อบังคับการประชุมปรึกษาของสภาร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๐๔ ข้อ ๘๕&amp;lt;ref&amp;gt;สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, “รวมข้อบังคับการประชุมสภา ๒๔๗๖ – ๒๕๑๘”. กรุงเทพ ฯ : สำนักการพิมพ์ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร , ๒๕๑๙ , หน้า  ๑๖๗.&amp;lt;/ref&amp;gt; ซึ่งใช้เป็นข้อบังคับการประชุมชั่วคราวของสภาปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน กำหนดไว้ว่า &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;&amp;quot;ถ้าประธานขอปรึกษาหรือสมาชิกเสนอญัตติให้งดการใช้ข้อบังคับในข้อหนึ่งข้อใดแห่งข้อบังคับนี้ เป็นการชั่วคราวเฉพาะกรณีพิเศษ และที่ประชุมลงมติเห็นชอบด้วย โดยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกสภา ก็ให้งดใช้ข้อบังคับเช่นว่านั้นได้ แต่ญัตติดังกล่าวต้องมีสมาชิกรับรองไม่น้อยกว่าสิบคน&amp;quot;&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	ข้อบังคับการประชุมปรึกษาของสภาผู้แทน พ.ศ. ๒๕๑๓ ข้อ ๑๓๗&amp;lt;ref&amp;gt;สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, “ข้อบังคับการประชุมสภาเปรียบเทียบ ๒๔๗๖ – ๒๕๑๗”. กรุงเทพ ฯ : สำนักการพิมพ์ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, ๒๕๔๖, หน้า  ๒๑๒.&amp;lt;/ref&amp;gt;กำหนดไว้ว่า &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;&amp;quot;ถ้าประธานขอปรึกษา หรือสมาชิกเสนอญัตติให้งดการใช้บทบังคับในข้อหนึ่งข้อใดแห่งข้อบังคับนี้เป็นการชั่วคราวเฉพาะกรณีพิเศษ ที่ประชุมอาจลงมติให้งดการใช้บทบังคับเช่นว่านั้นได้&amp;quot;&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	ข้อบังคับการประชุมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติทำหน้าที่รัฐสภา พ.ศ. ๒๕๑๗ ข้อ ๑๓๗&amp;lt;ref&amp;gt;คณิน  บุญสุวรรณ, “ภาษาการเมืองในระบอบรัฐสภา”. กรุงเทพ ฯ : สำนักพิมพ์โอเดียนสโตร์, ๒๕๓๓, หน้า ๙๐ – ๙๑.&amp;lt;/ref&amp;gt;   กำหนดไว้ว่า &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;&amp;quot;ถ้าประธานขอปรึกษา หรือสมาชิกเสนอญัตติโดยมีสมาชิกรับรองไม่น้อยกว่าสามสิบคน ให้งดใช้ข้อบังคับข้อหนึ่งข้อใดเป็นการชั่วคราวเฉพาะกรณี และที่ประชุมลงมติเห็นชอบด้วย โดยคะแนนเสียงไม่ต่ำกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมด ก็ให้งดใช้ข้อบังคับนั้นได้&amp;quot;&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	ข้อบังคับการประชุมของวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๒๗ ข้อ ๑๔๑&amp;lt;ref&amp;gt;คณิน  บุญสุวรรณ, “ภาษาการเมืองในระบอบรัฐสภา”. กรุงเทพ ฯ : สำนักพิมพ์โอเดียนสโตร์, ๒๕๓๓, หน้า ๙๑.&amp;lt;/ref&amp;gt; กำหนดไว้ว่า &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;&amp;quot;ถ้าประธานขอปรึกษา หรือสมาชิกเสนอญัตติ โดยมีสมาชิกรับรองไม่น้อยกว่าสามสิบคน ให้งดใช้ข้อบังคับหนึ่งข้อใดทั้งหมดหรือบางส่วนเป็นการชั่วคราวเฉพาะกรณี หากที่ประชุมลงมติเห็นชอบ ด้วยคะแนนเสียงไม่ต่ำกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกที่มาประชุม ก็ให้งดใช้ข้อบังคับนั้นได้&amp;quot;&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๒๘  ข้อ ๑๓๖&amp;lt;ref&amp;gt;คณิน  บุญสุวรรณ, “ภาษาการเมืองในระบอบรัฐสภา”. กรุงเทพ ฯ : สำนักพิมพ์โอเดียนสโตร์, ๒๕๓๓, หน้า ๙๑.&amp;lt;/ref&amp;gt; กำหนดไว้เกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;&amp;quot;ถ้าประธานขอปรึกษา หรือสมาชิกเสนอญัตติโดยมีสมาชิกรับรองไม่น้อยกว่ายี่สิบคน ให้งดใช้ข้อบังคับข้อหนึ่งข้อใดทั้งหมด หรือบางส่วนเป็นการชั่วคราวเฉพาะกรณี และที่ประชุมอนุมัติก็ให้งดใช้ได้&amp;quot;&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	ปัจจุบันการเมืองการปกครองของประเทศไทยเป็นการปกครองในระบอบประชาธิปไตยในระบบรัฐสภา ซึ่งประกอบไปด้วย ๒ สภา คือ [[สภาผู้แทนราษฎร]] และ[[วุฒิสภา]] ซึ่งในข้อบังคับการประชุมของทั้ง ๒ สภาได้กำหนดให้มีการงดใช้ข้อบังคับไว้คล้ายคลึงกัน แตกต่างกันที่จำนวนสมาชิกที่จะเสนอญัตติการงดใช้ข้อบังคับ  และคะแนนเสียงของที่ประชุมในการที่จะอนุมัติ/เห็นชอบเรื่องดังกล่าว โดยมีรายละเอียด ดังนี้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร  พ.ศ. ๒๕๕๑ หมวดที่ ๑๒ บทสุดท้าย ข้อ ๑๗๖  กล่าวถึงการงดใช้ข้อบังคับ&amp;lt;ref&amp;gt;สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;“ข้อบังคับการประชุม”. กรุงเทพ ฯ : สำนักการพิมพ์ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, ๒๕๕๑, หน้า ๗๐.&amp;lt;/ref&amp;gt; ไว้ว่า “ถ้าประธานขอปรึกษา หรือสมาชิกเสนอญัตติโดยมีจำนวนสมาชิกรับรองไม่น้อยกว่ายี่สิบคน ให้งดใช้ข้อบังคับข้อหนึ่งข้อใดทั้งหมดหรือบางส่วนเป็นการชั่วคราวเฉพาะกรณี หากที่ประชุมอนุมัติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของสมาชิกในที่ประชุมก็ให้งดใช้ได้”&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	ข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๕๑ หมวดที่ ๑๑ บทสุดท้าย ข้อ ๑๘๑ กล่าวถึงการงดใช้ข้อบังคับ&amp;lt;ref&amp;gt;สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, “ข้อบังคับการประชุม”. กรุงเทพ ฯ : สำนักการพิมพ์ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, ๒๕๕๑, หน้า ๑๕๒.&amp;lt;/ref&amp;gt; ไว้ว่า &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;“ถ้าประธานของที่ประชุมขอปรึกษา หรือสมาชิกเสนอญัตติโดยมีผู้รับรองไม่น้อยกว่าสิบคน ให้งดใช้ข้อบังคับข้อใดข้อหนึ่งทั้งหมดหรือบางส่วนเป็นการชั่วคราวเฉพาะกรณี หากที่ประชุมวุฒิสภาลงมติเห็นชอบด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกในที่ประชุมวุฒิสภา ก็ให้งดใช้ข้อบังคับนั้นได้”&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	จะเห็นได้ว่าข้อบังคับการประชุมตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน  ได้มีข้อกำหนดที่ว่าด้วยการงดใช้ข้อบังคับเรื่อยมา  โดยมีพัฒนาการ  มีการปรับเปลี่ยนเนื้อหาสาระ  และวิธีการให้เหมาะสมกับสภาวะการณ์ในช่วงนั้น ๆ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==กรณีตัวอย่างการงดใช้ข้อบังคับ==&lt;br /&gt;
	กรณีตัวอย่างการงดใช้ข้อบังคับการประชุม เลือกมานำเสนอ จำนวน ๒ กรณี โดยกรณีตัวอย่างแรกเป็นกรณีที่ประธานในที่ประชุมขอปรึกษาที่ประชุมเพื่อของดใช้ข้อบังคับการประชุม โดยเป็นกรณีตัวอย่างการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๒ ปีที่ ๑ ครั้งที่ ๑๑ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) วันพฤหัสบดีที่ ๒๒ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๘ ณ [[ตึกรัฐสภา]] โดยในการประชุมครั้งนั้น [[รองศาสตราจารย์ลลิตา ฤกษ์สำราญ]] รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่สองปฏิบัติหน้าที่แทนประธานสภาผู้แทนราษฎร (นาย[[โภคิน พลกุล]] ติดภาระกิจเดินทางไปราชการต่างประเทศ) ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรครั้งดังกล่าว  หลังจากที่ประชุมได้อภิปรายและรับทราบผลการดำเนินงานของ[[คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ]] (กทช.) ประจำปี พ.ศ. ๒๕๔๗ แล้ว รองศาสตราจารย์ลลิตา  ฤกษ์สำราญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่สองปฏิบัติหน้าที่แทน[[ประธานสภาผู้แทนราษฎร]]  ได้ปรึกษาที่ประชุมเพื่อของดใช้ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๔๔  ข้อ ๑๓๒ ในการพิจารณากระทู้ถามสดมากกว่า ๓ กระทู้ถาม ซึ่งที่ประชุมมีมติเห็นชอบผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนประธานสภาผู้แทนราษฎรจึงได้เสนอให้ที่ประชุมพิจารณาระเบียบวาระ[[กระทู้]]ถามสด จำนวน ๔ กระทู้ถาม&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	สำหรับกรณีตัวอย่างที่สอง เป็นกรณีตัวอย่างที่สมาชิกเสนอ[[ญัตติ]]เพื่อของดใช้ข้อบังคับการประชุม โดยเป็นกรณีตัวอย่างการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๓ ปีที่ ๒ ครั้งที่ ๓๐ (สมัยสามัญทั่วไป)  วันพุธที่ ๒๐ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๒ ณ ตึกรัฐสภา โดยในการประชุมครั้งนั้นมีนาย[[ชัย  ชิดชอบ]] เป็น[[ประธานสภาผู้แทนราษฎร]] ซึ่งในระหว่างที่การประชุมจะดำเนินการพิจารณาระเบียบวาระต่อไป มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรขอเสนอญัตติตามข้อบังคับการประชุม ข้อ ๑๗๖ เพื่อของดใช้ข้อบังคับการประชุมข้อ ๔๖ วรรคสอง ในการขอนำร่างพระราชบัญญัติอื่น จำนวน ๓ พระราชบัญญัติขึ้นมาพิจารณาต่อจากร่างพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....  ซึ่งที่ประชุมมีมติเห็นชอบตามที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเสนอโดยให้งดใช้ข้อบังคับการประชุมข้อ ๔๖ วรรคสอง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
  &lt;br /&gt;
	จะเห็นได้ว่าการงดใช้ข้อบังคับนั้น มีความจำเป็นมากหากในการประชุมสภาครั้งนั้น ๆ ประสบปัญหา ไม่สามารถหาทางออก และแก้ไขปัญหานั้นได้ จำเป็นต้องหาวิธีการแก้ไขอย่างเร่งด่วน  มิฉะนั้นอาจทำเกิดความขัดแย้ง หรือเสียหายอย่างรุนแรงได้ จึงต้องให้ความสำคัญ โดยการกำหนดการงดใช้ข้อบังคับการประชุมไว้ในข้อบังคับการประชุมเรื่อยมา เพื่อให้การประชุมดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย  และเกิดประโยชน์กับประเทศอย่างสูงที่สุด&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==อ้างอิง==&lt;br /&gt;
&amp;lt;references/&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==บรรณานุกรม==&lt;br /&gt;
	คณิน  บุญสุวรรณ, (๒๕๓๓) &#039;&#039;&#039;“ภาษาการเมืองในระบอบรัฐสภา”.&#039;&#039;&#039; กรุงเทพ ฯ : สำนักพิมพ์โอเดียนสโตร์.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	คณิน  บุญสุวรรณ, (๒๕๔๘) &#039;&#039;&#039;“ปทานุกรมศัพท์รัฐสภาและการเมืองไทย”.&#039;&#039;&#039;  กรุงเทพ ฯ : สำนักพิมพ์สุขภาพใจ.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	ประเสริฐ  ปัทมะสุคนธ์, (๒๕๑๗) &#039;&#039;&#039;“รัฐสภาไทยในรอบสี่สิบสองปี (๒๔๗๕ - ๒๕๑๗)”.&#039;&#039;&#039; กรุงเทพฯ : ห้างหุ้นส่วนจำกัด ช. ชุมนุมช่าง.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, (๒๕๑๙) &#039;&#039;&#039;“รวมข้อบังคับการประชุมสภา ๒๔๗๖ – ๒๕๑๘”.&#039;&#039;&#039; กรุงเทพ ฯ : สำนักการพิมพ์ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, (๒๕๔๖) &#039;&#039;&#039;“ข้อบังคับการประชุมสภาเปรียบเทียบ ๒๔๗๖ – ๒๕๑๗”.&#039;&#039;&#039;  กรุงเทพ ฯ : สำนักการพิมพ์ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, (๒๕๔๘) &#039;&#039;&#039;“บันทึกการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่  ๒๒ ปีที่ ๑  ครั้งที่ ๑๑ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) วันพฤหัสบดีที่  ๒๒ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๘  ณ ตึกรัฐสภา”.&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, (๒๕๕๑) &#039;&#039;&#039;“ข้อบังคับการประชุม”.&#039;&#039;&#039;  กรุงเทพ ฯ : สำนักการพิมพ์ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, (๒๕๕๒) &#039;&#039;&#039;“บันทึกการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๓ ปีที่ ๒  ครั้งที่  ๓๐ (สมัยสามัญทั่วไป) วันพุธที่ ๒๐ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๒  ณ ตึกรัฐสภา”.&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==หนังสือแนะนำให้อ่านต่อ==&lt;br /&gt;
	คณิน  บุญสุวรรณ, (๒๕๓๓) “ภาษาการเมืองในระบอบรัฐสภา”.  กรุงเทพ ฯ : สำนักพิมพ์โอเดียนสโตร์.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	คณิน  บุญสุวรรณ, (๒๕๔๘) “ปทานุกรมศัพท์รัฐสภาและการเมืองไทย”.  กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์สุขภาพใจ.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	ประเสริฐ  ปัทมะสุคนธ์, (๒๕๑๗) “รัฐสภาไทยในรอบสี่สิบสองปี (๒๔๗๕ - ๒๕๑๗)”. กรุงเทพฯ : ห้างหุ้นส่วนจำกัด ช. ชุมนุมช่าง.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, (๒๕๕๑) “ข้อบังคับการประชุม”.  กรุงเทพ ฯ : สำนักการพิมพ์ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==ดูเพิ่มเติม==&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
*[[รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[category:ความรู้เกี่ยวกับรัฐสภาไทย]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Tora</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%87%E0%B8%94%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%B1%E0%B8%9A&amp;diff=1810</id>
		<title>งดใช้ข้อบังคับ</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%87%E0%B8%94%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%B1%E0%B8%9A&amp;diff=1810"/>
		<updated>2009-06-17T06:02:49Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;Tora: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;;&#039;&#039;&#039;ผู้เขียน  - สิฐสร  กระแสร์สุนทร&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;ผู้ทรงคุณวุฒิประจำบทความ - รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร จเร พันธุ์เปรื่อง&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;p&amp;gt;มนุษย์จัดได้ว่าเป็นสัตว์สังคมจำเป็นต้องอาศัยอยู่ร่วมกันพึ่งพากันและกัน แต่มนุษย์นั้นเมื่ออยู่รวมกันมาก ๆ  สิ่งหนึ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือความแตกต่างกันในหลาย ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นความรู้ ความคิดเห็น ประสบการณ์ หรือสิ่งอื่น ความแตกต่างเหล่านี้อาจนำมาซึ่งความขัดแย้งได้ ฉะนั้นการที่มนุษย์จะอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสงบสุขนั้น จำเป็นต้องสร้างกฏ ระเบียบ แบบแผน ขนบธรรมเนียม ประเพณี หรือสิ่งอื่นใดขึ้นเพื่อเป็นเครื่องควบคุมให้การอยู่ร่วมกันเป็นไปด้วยความสงบสุข ปราศจากความขัดแย้ง &amp;lt;/P&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;p&amp;gt;สำหรับการประชุมก็เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการประชุมแบบเป็นทางการหรือไม่เป็นทางการ หากการประชุมนั้นๆ ไม่มีกฏ ระเบียบ หรือข้อบังคับมาเป็นเครื่องมือในการควบคุมความเรียบร้อยในการประชุมแล้ว การประชุมดังกล่าวคงดำเนินไปด้วยความยากลำบาก และอาจเกิดความขัดแย้งขึ้นได้ตลอดเวลา โดยเฉพาะการประชุมในระดับ[[สภาผู้แทนราษฎร]] และ[[วุฒิสภา]]ซึ่งถือว่าเป็นการประชุมที่มีความสำคัญ ยิ่งจำเป็นต้องมีการกำหนดข้อบังคับการประชุม &amp;lt;/P&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==ข้อบังคับการประชุม==&lt;br /&gt;
	ครั้งแรกที่มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎรของประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๘ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๗๕ ณ ห้องโถงชั้นบน [[พระที่นั่งอนันตสมาคม]] ในครั้งนั้นได้มีการใช้ข้อบังคับการประชุมสภาชั่วคราว โดยนำข้อบังคับการประชุมของสภา[[องคมนตรี|คณะองคมนตรี]]มาใช้ไปพลางก่อน&amp;lt;ref&amp;gt;ประเสริฐ  ปัทมะสุคนธ์, “รัฐสภาไทยในรอบสี่สิบสองปี (๒๔๗๕ - ๒๕๑๗)”. กรุงเทพ ฯ : ห้างหุ้นส่วนจำกัด ช. ชุมนุมช่าง, ๒๕๑๗, หน้า ๒๐.&amp;lt;/ref&amp;gt; จะเห็นได้ว่าข้อบังคับการประชุมมีความสำคัญ มีความจำเป็น และอยู่คู่กับ[[:category:สถาบันนิติบัญญัติ|สถาบันนิติบัญญัติ]]ไทยมาตั้งแต่ต้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	[[สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร]] ได้ให้คำจำกัดความของข้อบังคับการประชุม&amp;lt;ref&amp;gt;สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร,  “ข้อบังคับการประชุม”. กรุงเทพ ฯ : สำนักการพิมพ์ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, ๒๕๕๑, หน้า คำนำ.&amp;lt;/ref&amp;gt;  คือ กฏหรือระเบียบที่ได้ตราขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับบทบัญญัติของ[[รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550|รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐]] ใช้บังคับและควบคุมให้การประชุมดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย สำหรับสาระสำคัญของข้อบังคับการประชุมจะกำหนดเกี่ยวกับเรื่องการเลือกและการปฏิบัติหน้าที่ของประธาน รองประธาน ของแต่ละสภา เรื่องหรือกิจการอันเป็นอำนาจหน้าที่ของ[[คณะกรรมาธิการสามัญ]]แต่ละชุด การปฏิบัติหน้าที่และองค์ประชุมของคณะกรรมาธิการ วิธีการประชุม การเสนอและพิจารณาร่างพระราชบัญญัติและร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ การเสนอ[[ญัตติ]] [[การอภิปราย]] [[การลงมติ]] [[การบันทึก]] และการเปิดเผยการลงมติ การตั้ง[[กระทู้]]ถาม การเปิดอภิปรายทั่วไป การรักษาระเบียบและความเรียบร้อย รวมทั้งกิจการอื่น ๆ เพื่อดำเนินการตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	การใช้ข้อบังคับการประชุมดังกล่าว มีความจำเป็นต้องยึดถือ และปฏิบัติตามกฏ ระเบียบ ในข้อบังคับที่วางไว้อย่างเคร่งครัด เพื่อให้การประชุมนั้น ๆ ผ่านไปด้วยดี โดยไม่มีปัญหา หรือข้อขัดแย้งใด ๆ เกิดขึ้นระหว่างการประชุม แต่ในบางกรณีอาจมีเหตุสุดวิสัย หรือความจำเป็นบางประการที่จำเป็นต้องละเมิด กฏ กติกาที่วางไว้ ซึ่งนำมาสู่ &#039;&#039;&#039;“งดใช้ข้อบังคับ”&#039;&#039;&#039; &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==การงดใช้ข้อบังคับ==&lt;br /&gt;
	การงดใช้ข้อบังคับการประชุม หรืองดใช้ข้อบังคับชั่วคราว&amp;lt;ref&amp;gt;คณิน  บุญสุวรรณ, “ปทานุกรมศัพท์รัฐสภาและการเมืองไทย”. กรุงเทพ ฯ : สำนักพิมพ์สุขภาพใจ, ๒๕๔๘, หน้า ๒๒๕ – ๒๒๖.&amp;lt;/ref&amp;gt;  มีความหมายว่า การระงับการใช้ข้อบังคับการประชุมสภาบางข้อเป็นการชั่วคราว  เนื่องจากมีเหตุจำเป็นในระหว่างการประชุมสภา โดยปกติสมาชิกทุกคนต้องปฏิบัติตามข้อบังคับการประชุมอย่างเคร่งครัด การฝ่าฝืนข้อบังคับข้อใดข้อหนึ่งอาจถูกทักท้วง และประธานสภาจะเป็นผู้วินิจฉัยว่าได้มีการฝ่าฝืนข้อบังคับข้อดังกล่าวหรือไม่ แต่บางครั้งที่ประชุมสภาอาจพร้อมใจกันฝ่าฝืน ในกรณีที่ต้องการหาทางออกโดยเร่งด่วน มิฉะนั้นอาจเกิดความขัดแย้งหรือเสียหายอย่างรุนแรงได้ กรณีที่สมาชิกในที่ประชุมส่วนใหญ่เกือบทั้งหมดต่างยินยอมพร้อมใจให้มีการฝ่าฝืนข้อบังคับโดยชอบด้วยกฏหมายแล้ว ให้ถือว่ามีการงดใช้ข้อบังคับการประชุมเป็นการชั่วคราว ซึ่งจะงดใช้ได้ครั้งเดียวเท่านั้น  เพราะถ้าหากงดใช้เป็นการถาวร ก็ต้องนำเข้าสู่กระบวนการแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับการประชุม  ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่และมีขั้นตอนมาก&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==ข้อบังคับการประชุมที่ว่าด้วยการงดใช้ข้อบังคับ==&lt;br /&gt;
	ตัวอย่างข้อบังคับการประชุมของหน่วยงานนิติบัญญัติต่าง ๆ ในอดีตที่กล่าวถึง การงดใช้ข้อบังคับดังนี้ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
	ข้อบังคับการประชุมปรึกษาของสภาร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๐๔ ข้อ ๘๕&amp;lt;ref&amp;gt;สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, “รวมข้อบังคับการประชุมสภา ๒๔๗๖ – ๒๕๑๘”. กรุงเทพ ฯ : สำนักการพิมพ์ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร , ๒๕๑๙ , หน้า  ๑๖๗.&amp;lt;/ref&amp;gt; ซึ่งใช้เป็นข้อบังคับการประชุมชั่วคราวของสภาปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน กำหนดไว้ว่า &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
{{Cquote| ถ้าประธานขอปรึกษาหรือสมาชิกเสนอญัตติให้งดการใช้ข้อบังคับในข้อหนึ่งข้อใดแห่งข้อบังคับนี้ เป็นการชั่วคราวเฉพาะกรณีพิเศษ และที่ประชุมลงมติเห็นชอบด้วย โดยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกสภา ก็ให้งดใช้ข้อบังคับเช่นว่านั้นได้ แต่ญัตติดังกล่าวต้องมีสมาชิกรับรองไม่น้อยกว่าสิบคน|}}	&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	ข้อบังคับการประชุมปรึกษาของสภาผู้แทน พ.ศ. ๒๕๑๓ ข้อ ๑๓๗&amp;lt;ref&amp;gt;สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, “ข้อบังคับการประชุมสภาเปรียบเทียบ ๒๔๗๖ – ๒๕๑๗”. กรุงเทพ ฯ : สำนักการพิมพ์ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, ๒๕๔๖, หน้า  ๒๑๒.&amp;lt;/ref&amp;gt;กำหนดไว้ว่า &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
{{Cquote|ถ้าประธานขอปรึกษา หรือสมาชิกเสนอญัตติให้งดการใช้บทบังคับในข้อหนึ่งข้อใดแห่งข้อบังคับนี้เป็นการชั่วคราวเฉพาะกรณีพิเศษ ที่ประชุมอาจลงมติให้งดการใช้บทบังคับเช่นว่านั้นได้|}}&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	ข้อบังคับการประชุมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติทำหน้าที่รัฐสภา พ.ศ. ๒๕๑๗ ข้อ ๑๓๗&amp;lt;ref&amp;gt;คณิน  บุญสุวรรณ, “ภาษาการเมืองในระบอบรัฐสภา”. กรุงเทพ ฯ : สำนักพิมพ์โอเดียนสโตร์, ๒๕๓๓, หน้า ๙๐ – ๙๑.&amp;lt;/ref&amp;gt;   กำหนดไว้ว่า &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
{{Cquote|ถ้าประธานขอปรึกษา หรือสมาชิกเสนอญัตติโดยมีสมาชิกรับรองไม่น้อยกว่าสามสิบคน ให้งดใช้ข้อบังคับข้อหนึ่งข้อใดเป็นการชั่วคราวเฉพาะกรณี และที่ประชุมลงมติเห็นชอบด้วย โดยคะแนนเสียงไม่ต่ำกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมด ก็ให้งดใช้ข้อบังคับนั้นได้|}}&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	ข้อบังคับการประชุมของวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๒๗ ข้อ ๑๔๑&amp;lt;ref&amp;gt;คณิน  บุญสุวรรณ, “ภาษาการเมืองในระบอบรัฐสภา”. กรุงเทพ ฯ : สำนักพิมพ์โอเดียนสโตร์, ๒๕๓๓, หน้า ๙๑.&amp;lt;/ref&amp;gt; กำหนดไว้ว่า &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
{{Cquote|ถ้าประธานขอปรึกษา หรือสมาชิกเสนอญัตติ โดยมีสมาชิกรับรองไม่น้อยกว่าสามสิบคน ให้งดใช้ข้อบังคับหนึ่งข้อใดทั้งหมดหรือบางส่วนเป็นการชั่วคราวเฉพาะกรณี หากที่ประชุมลงมติเห็นชอบ ด้วยคะแนนเสียงไม่ต่ำกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกที่มาประชุม ก็ให้งดใช้ข้อบังคับนั้นได้|}}&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๒๘  ข้อ ๑๓๖&amp;lt;ref&amp;gt;คณิน  บุญสุวรรณ, “ภาษาการเมืองในระบอบรัฐสภา”. กรุงเทพ ฯ : สำนักพิมพ์โอเดียนสโตร์, ๒๕๓๓, หน้า ๙๑.&amp;lt;/ref&amp;gt; กำหนดไว้เกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
{{Cquote|ถ้าประธานขอปรึกษา หรือสมาชิกเสนอญัตติโดยมีสมาชิกรับรองไม่น้อยกว่ายี่สิบคน ให้งดใช้ข้อบังคับข้อหนึ่งข้อใดทั้งหมด หรือบางส่วนเป็นการชั่วคราวเฉพาะกรณี และที่ประชุมอนุมัติก็ให้งดใช้ได้|}}&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	ปัจจุบันการเมืองการปกครองของประเทศไทยเป็นการปกครองในระบอบประชาธิปไตยในระบบรัฐสภา ซึ่งประกอบไปด้วย ๒ สภา คือ [[สภาผู้แทนราษฎร]] และ[[วุฒิสภา]] ซึ่งในข้อบังคับการประชุมของทั้ง ๒ สภาได้กำหนดให้มีการงดใช้ข้อบังคับไว้คล้ายคลึงกัน แตกต่างกันที่จำนวนสมาชิกที่จะเสนอญัตติการงดใช้ข้อบังคับ  และคะแนนเสียงของที่ประชุมในการที่จะอนุมัติ/เห็นชอบเรื่องดังกล่าว โดยมีรายละเอียด ดังนี้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร  พ.ศ. ๒๕๕๑ หมวดที่ ๑๒ บทสุดท้าย ข้อ ๑๗๖  กล่าวถึงการงดใช้ข้อบังคับ&amp;lt;ref&amp;gt;สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, “ข้อบังคับการประชุม”. กรุงเทพ ฯ : สำนักการพิมพ์ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, ๒๕๕๑, หน้า ๗๐.&amp;lt;/ref&amp;gt; ไว้ว่า “ถ้าประธานขอปรึกษา หรือสมาชิกเสนอญัตติโดยมีจำนวนสมาชิกรับรองไม่น้อยกว่ายี่สิบคน ให้งดใช้ข้อบังคับข้อหนึ่งข้อใดทั้งหมดหรือบางส่วนเป็นการชั่วคราวเฉพาะกรณี หากที่ประชุมอนุมัติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของสมาชิกในที่ประชุมก็ให้งดใช้ได้”&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	ข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๕๑ หมวดที่ ๑๑ บทสุดท้าย ข้อ ๑๘๑ กล่าวถึงการงดใช้ข้อบังคับ&amp;lt;ref&amp;gt;สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, “ข้อบังคับการประชุม”. กรุงเทพ ฯ : สำนักการพิมพ์ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, ๒๕๕๑, หน้า ๑๕๒.&amp;lt;/ref&amp;gt; ไว้ว่า “ถ้าประธานของที่ประชุมขอปรึกษา หรือสมาชิกเสนอญัตติโดยมีผู้รับรองไม่น้อยกว่าสิบคน ให้งดใช้ข้อบังคับข้อใดข้อหนึ่งทั้งหมดหรือบางส่วนเป็นการชั่วคราวเฉพาะกรณี หากที่ประชุมวุฒิสภาลงมติเห็นชอบด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกในที่ประชุมวุฒิสภา ก็ให้งดใช้ข้อบังคับนั้นได้”&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	จะเห็นได้ว่าข้อบังคับการประชุมตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน  ได้มีข้อกำหนดที่ว่าด้วยการงดใช้ข้อบังคับเรื่อยมา  โดยมีพัฒนาการ  มีการปรับเปลี่ยนเนื้อหาสาระ  และวิธีการให้เหมาะสมกับสภาวะการณ์ในช่วงนั้น ๆ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==กรณีตัวอย่างการงดใช้ข้อบังคับ==&lt;br /&gt;
	กรณีตัวอย่างการงดใช้ข้อบังคับการประชุม เลือกมานำเสนอ จำนวน ๒ กรณี โดยกรณีตัวอย่างแรกเป็นกรณีที่ประธานในที่ประชุมขอปรึกษาที่ประชุมเพื่อของดใช้ข้อบังคับการประชุม โดยเป็นกรณีตัวอย่างการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๒ ปีที่ ๑ ครั้งที่ ๑๑ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) วันพฤหัสบดีที่ ๒๒ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๘ ณ [[ตึกรัฐสภา]] โดยในการประชุมครั้งนั้น [[รองศาสตราจารย์ลลิตา ฤกษ์สำราญ]] รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่สองปฏิบัติหน้าที่แทนประธานสภาผู้แทนราษฎร (นาย[[โภคิน พลกุล]] ติดภาระกิจเดินทางไปราชการต่างประเทศ) ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรครั้งดังกล่าว  หลังจากที่ประชุมได้อภิปรายและรับทราบผลการดำเนินงานของ[[คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ]] (กทช.) ประจำปี พ.ศ. ๒๕๔๗ แล้ว รองศาสตราจารย์ลลิตา  ฤกษ์สำราญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่สองปฏิบัติหน้าที่แทน[[ประธานสภาผู้แทนราษฎร]]  ได้ปรึกษาที่ประชุมเพื่อของดใช้ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๔๔  ข้อ ๑๓๒ ในการพิจารณากระทู้ถามสดมากกว่า ๓ กระทู้ถาม ซึ่งที่ประชุมมีมติเห็นชอบผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนประธานสภาผู้แทนราษฎรจึงได้เสนอให้ที่ประชุมพิจารณาระเบียบวาระ[[กระทู้]]ถามสด จำนวน ๔ กระทู้ถาม&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	สำหรับกรณีตัวอย่างที่สอง เป็นกรณีตัวอย่างที่สมาชิกเสนอ[[ญัตติ]]เพื่อของดใช้ข้อบังคับการประชุม โดยเป็นกรณีตัวอย่างการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๓ ปีที่ ๒ ครั้งที่ ๓๐ (สมัยสามัญทั่วไป)  วันพุธที่ ๒๐ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๒ ณ ตึกรัฐสภา โดยในการประชุมครั้งนั้นมีนาย[[ชัย  ชิดชอบ]] เป็น[[ประธานสภาผู้แทนราษฎร]] ซึ่งในระหว่างที่การประชุมจะดำเนินการพิจารณาระเบียบวาระต่อไป มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรขอเสนอญัตติตามข้อบังคับการประชุม ข้อ ๑๗๖ เพื่อของดใช้ข้อบังคับการประชุมข้อ ๔๖ วรรคสอง ในการขอนำร่างพระราชบัญญัติอื่น จำนวน ๓ พระราชบัญญัติขึ้นมาพิจารณาต่อจากร่างพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....  ซึ่งที่ประชุมมีมติเห็นชอบตามที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเสนอโดยให้งดใช้ข้อบังคับการประชุมข้อ ๔๖ วรรคสอง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
  &lt;br /&gt;
	จะเห็นได้ว่าการงดใช้ข้อบังคับนั้น มีความจำเป็นมากหากในการประชุมสภาครั้งนั้น ๆ ประสบปัญหา ไม่สามารถหาทางออก และแก้ไขปัญหานั้นได้ จำเป็นต้องหาวิธีการแก้ไขอย่างเร่งด่วน  มิฉะนั้นอาจทำเกิดความขัดแย้ง หรือเสียหายอย่างรุนแรงได้ จึงต้องให้ความสำคัญ โดยการกำหนดการงดใช้ข้อบังคับการประชุมไว้ในข้อบังคับการประชุมเรื่อยมา เพื่อให้การประชุมดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย  และเกิดประโยชน์กับประเทศอย่างสูงที่สุด&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==อ้างอิง==&lt;br /&gt;
&amp;lt;references/&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==บรรณานุกรม==&lt;br /&gt;
	คณิน  บุญสุวรรณ, (๒๕๓๓) &#039;&#039;&#039;“ภาษาการเมืองในระบอบรัฐสภา”.&#039;&#039;&#039; กรุงเทพ ฯ : สำนักพิมพ์โอเดียนสโตร์.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	คณิน  บุญสุวรรณ, (๒๕๔๘) &#039;&#039;&#039;“ปทานุกรมศัพท์รัฐสภาและการเมืองไทย”.&#039;&#039;&#039;  กรุงเทพ ฯ : สำนักพิมพ์สุขภาพใจ.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	ประเสริฐ  ปัทมะสุคนธ์, (๒๕๑๗) &#039;&#039;&#039;“รัฐสภาไทยในรอบสี่สิบสองปี (๒๔๗๕ - ๒๕๑๗)”.&#039;&#039;&#039; กรุงเทพฯ : ห้างหุ้นส่วนจำกัด ช. ชุมนุมช่าง.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, (๒๕๑๙) &#039;&#039;&#039;“รวมข้อบังคับการประชุมสภา ๒๔๗๖ – ๒๕๑๘”.&#039;&#039;&#039; กรุงเทพ ฯ : สำนักการพิมพ์ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, (๒๕๔๖) &#039;&#039;&#039;“ข้อบังคับการประชุมสภาเปรียบเทียบ ๒๔๗๖ – ๒๕๑๗”.&#039;&#039;&#039;  กรุงเทพ ฯ : สำนักการพิมพ์ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, (๒๕๔๘) &#039;&#039;&#039;“บันทึกการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่  ๒๒ ปีที่ ๑  ครั้งที่ ๑๑ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) วันพฤหัสบดีที่  ๒๒ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๘  ณ ตึกรัฐสภา”.&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, (๒๕๕๑) &#039;&#039;&#039;“ข้อบังคับการประชุม”.&#039;&#039;&#039;  กรุงเทพ ฯ : สำนักการพิมพ์ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, (๒๕๕๒) &#039;&#039;&#039;“บันทึกการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๓ ปีที่ ๒  ครั้งที่  ๓๐ (สมัยสามัญทั่วไป) วันพุธที่ ๒๐ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๒  ณ ตึกรัฐสภา”.&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==หนังสือแนะนำให้อ่านต่อ==&lt;br /&gt;
	คณิน  บุญสุวรรณ, (๒๕๓๓) “ภาษาการเมืองในระบอบรัฐสภา”.  กรุงเทพ ฯ : สำนักพิมพ์โอเดียนสโตร์.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	คณิน  บุญสุวรรณ, (๒๕๔๘) “ปทานุกรมศัพท์รัฐสภาและการเมืองไทย”.  กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์สุขภาพใจ.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	ประเสริฐ  ปัทมะสุคนธ์, (๒๕๑๗) “รัฐสภาไทยในรอบสี่สิบสองปี (๒๔๗๕ - ๒๕๑๗)”. กรุงเทพฯ : ห้างหุ้นส่วนจำกัด ช. ชุมนุมช่าง.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, (๒๕๕๑) “ข้อบังคับการประชุม”.  กรุงเทพ ฯ : สำนักการพิมพ์ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==ดูเพิ่มเติม==&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
*[[รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[category:ความรู้เกี่ยวกับรัฐสภาไทย]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Tora</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%87%E0%B8%94%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%B1%E0%B8%9A&amp;diff=1809</id>
		<title>งดใช้ข้อบังคับ</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%87%E0%B8%94%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%B1%E0%B8%9A&amp;diff=1809"/>
		<updated>2009-06-17T04:52:55Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;Tora: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;;&#039;&#039;&#039;ผู้เขียน  สิฐสร  กระแสร์สุนทร&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;ผู้ทรงคุณวุฒิประจำบทความ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร จเร พันธุ์เปรื่อง&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;p&amp;gt;มนุษย์จัดได้ว่าเป็นสัตว์สังคมจำเป็นต้องอาศัยอยู่ร่วมกันพึ่งพากันและกัน แต่มนุษย์นั้นเมื่ออยู่รวมกันมาก ๆ  สิ่งหนึ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือความแตกต่างกันในหลาย ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นความรู้ ความคิดเห็น ประสบการณ์ หรือสิ่งอื่น ความแตกต่างเหล่านี้อาจนำมาซึ่งความขัดแย้งได้ ฉะนั้นการที่มนุษย์จะอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสงบสุขนั้น จำเป็นต้องสร้างกฏ ระเบียบ แบบแผน ขนบธรรมเนียม ประเพณี หรือสิ่งอื่นใดขึ้นเพื่อเป็นเครื่องควบคุมให้การอยู่ร่วมกันเป็นไปด้วยความสงบสุข ปราศจากความขัดแย้ง &amp;lt;/P&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;p&amp;gt;สำหรับการประชุมก็เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการประชุมแบบเป็นทางการหรือไม่เป็นทางการ หากการประชุมนั้นๆ ไม่มีกฏ ระเบียบ หรือข้อบังคับมาเป็นเครื่องมือในการควบคุมความเรียบร้อยในการประชุมแล้ว การประชุมดังกล่าวคงดำเนินไปด้วยความยากลำบาก และอาจเกิดความขัดแย้งขึ้นได้ตลอดเวลา โดยเฉพาะการประชุมในระดับ[[สภาผู้แทนราษฎร]] และ[[วุฒิสภา]]ซึ่งถือว่าเป็นการประชุมที่มีความสำคัญ ยิ่งจำเป็นต้องมีการกำหนดข้อบังคับการประชุม &amp;lt;/P&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==ข้อบังคับการประชุม==&lt;br /&gt;
	ครั้งแรกที่มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎรของประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๘ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๗๕ ณ ห้องโถงชั้นบน [[พระที่นั่งอนันตสมาคม]] ในครั้งนั้นได้มีการใช้ข้อบังคับการประชุมสภาชั่วคราว โดยนำข้อบังคับการประชุมของสภา[[องคมนตรี|คณะองคมนตรี]]มาใช้ไปพลางก่อน&amp;lt;ref&amp;gt;ประเสริฐ  ปัทมะสุคนธ์, “รัฐสภาไทยในรอบสี่สิบสองปี (๒๔๗๕ - ๒๕๑๗)”. กรุงเทพ ฯ : ห้างหุ้นส่วนจำกัด ช. ชุมนุมช่าง, ๒๕๑๗, หน้า ๒๐.&amp;lt;/ref&amp;gt; จะเห็นได้ว่าข้อบังคับการประชุมมีความสำคัญ มีความจำเป็น และอยู่คู่กับ[[:category:สถาบันนิติบัญญัติ|สถาบันนิติบัญญัติ]]ไทยมาตั้งแต่ต้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	[[สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร]] ได้ให้คำจำกัดความของข้อบังคับการประชุม&amp;lt;ref&amp;gt;สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร,  “ข้อบังคับการประชุม”. กรุงเทพ ฯ : สำนักการพิมพ์ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, ๒๕๕๑, หน้า คำนำ.&amp;lt;/ref&amp;gt;  คือ กฏหรือระเบียบที่ได้ตราขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับบทบัญญัติของ[[รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550|รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐]] ใช้บังคับและควบคุมให้การประชุมดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย สำหรับสาระสำคัญของข้อบังคับการประชุมจะกำหนดเกี่ยวกับเรื่องการเลือกและการปฏิบัติหน้าที่ของประธาน รองประธาน ของแต่ละสภา เรื่องหรือกิจการอันเป็นอำนาจหน้าที่ของ[[คณะกรรมาธิการสามัญ]]แต่ละชุด การปฏิบัติหน้าที่และองค์ประชุมของคณะกรรมาธิการ วิธีการประชุม การเสนอและพิจารณาร่างพระราชบัญญัติและร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ การเสนอ[[ญัตติ]] [[การอภิปราย]] [[การลงมติ]] [[การบันทึก]] และการเปิดเผยการลงมติ การตั้ง[[กระทู้]]ถาม การเปิดอภิปรายทั่วไป การรักษาระเบียบและความเรียบร้อย รวมทั้งกิจการอื่น ๆ เพื่อดำเนินการตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	การใช้ข้อบังคับการประชุมดังกล่าว มีความจำเป็นต้องยึดถือ และปฏิบัติตามกฏ ระเบียบ ในข้อบังคับที่วางไว้อย่างเคร่งครัด เพื่อให้การประชุมนั้น ๆ ผ่านไปด้วยดี โดยไม่มีปัญหา หรือข้อขัดแย้งใด ๆ เกิดขึ้นระหว่างการประชุม แต่ในบางกรณีอาจมีเหตุสุดวิสัย หรือความจำเป็นบางประการที่จำเป็นต้องละเมิด กฏ กติกาที่วางไว้ ซึ่งนำมาสู่ &#039;&#039;&#039;“งดใช้ข้อบังคับ”&#039;&#039;&#039; &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==การงดใช้ข้อบังคับ==&lt;br /&gt;
	การงดใช้ข้อบังคับการประชุม หรืองดใช้ข้อบังคับชั่วคราว&amp;lt;ref&amp;gt;คณิน  บุญสุวรรณ, “ปทานุกรมศัพท์รัฐสภาและการเมืองไทย”. กรุงเทพ ฯ : สำนักพิมพ์สุขภาพใจ, ๒๕๔๘, หน้า ๒๒๕ – ๒๒๖.&amp;lt;/ref&amp;gt;  มีความหมายว่า การระงับการใช้ข้อบังคับการประชุมสภาบางข้อเป็นการชั่วคราว  เนื่องจากมีเหตุจำเป็นในระหว่างการประชุมสภา โดยปกติสมาชิกทุกคนต้องปฏิบัติตามข้อบังคับการประชุมอย่างเคร่งครัด การฝ่าฝืนข้อบังคับข้อใดข้อหนึ่งอาจถูกทักท้วง และประธานสภาจะเป็นผู้วินิจฉัยว่าได้มีการฝ่าฝืนข้อบังคับข้อดังกล่าวหรือไม่ แต่บางครั้งที่ประชุมสภาอาจพร้อมใจกันฝ่าฝืน ในกรณีที่ต้องการหาทางออกโดยเร่งด่วน มิฉะนั้นอาจเกิดความขัดแย้งหรือเสียหายอย่างรุนแรงได้ กรณีที่สมาชิกในที่ประชุมส่วนใหญ่เกือบทั้งหมดต่างยินยอมพร้อมใจให้มีการฝ่าฝืนข้อบังคับโดยชอบด้วยกฏหมายแล้ว ให้ถือว่ามีการงดใช้ข้อบังคับการประชุมเป็นการชั่วคราว ซึ่งจะงดใช้ได้ครั้งเดียวเท่านั้น  เพราะถ้าหากงดใช้เป็นการถาวร ก็ต้องนำเข้าสู่กระบวนการแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับการประชุม  ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่และมีขั้นตอนมาก&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==ข้อบังคับการประชุมที่ว่าด้วยการงดใช้ข้อบังคับ==&lt;br /&gt;
	ตัวอย่างข้อบังคับการประชุมของหน่วยงานนิติบัญญัติต่าง ๆ ในอดีตที่กล่าวถึง การงดใช้ข้อบังคับดังนี้ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
	ข้อบังคับการประชุมปรึกษาของสภาร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๐๔ ข้อ ๘๕&amp;lt;ref&amp;gt;สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, “รวมข้อบังคับการประชุมสภา ๒๔๗๖ – ๒๕๑๘”. กรุงเทพ ฯ : สำนักการพิมพ์ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร , ๒๕๑๙ , หน้า  ๑๖๗.&amp;lt;/ref&amp;gt; ซึ่งใช้เป็นข้อบังคับการประชุมชั่วคราวของสภาปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน กำหนดไว้ว่า &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
{{Cquote| ถ้าประธานขอปรึกษาหรือสมาชิกเสนอญัตติให้งดการใช้ข้อบังคับในข้อหนึ่งข้อใดแห่งข้อบังคับนี้ เป็นการชั่วคราวเฉพาะกรณีพิเศษ และที่ประชุมลงมติเห็นชอบด้วย โดยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกสภา ก็ให้งดใช้ข้อบังคับเช่นว่านั้นได้ แต่ญัตติดังกล่าวต้องมีสมาชิกรับรองไม่น้อยกว่าสิบคน|}}	&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	ข้อบังคับการประชุมปรึกษาของสภาผู้แทน พ.ศ. ๒๕๑๓ ข้อ ๑๓๗&amp;lt;ref&amp;gt;สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, “ข้อบังคับการประชุมสภาเปรียบเทียบ ๒๔๗๖ – ๒๕๑๗”. กรุงเทพ ฯ : สำนักการพิมพ์ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, ๒๕๔๖, หน้า  ๒๑๒.&amp;lt;/ref&amp;gt;กำหนดไว้ว่า &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
{{Cquote|ถ้าประธานขอปรึกษา หรือสมาชิกเสนอญัตติให้งดการใช้บทบังคับในข้อหนึ่งข้อใดแห่งข้อบังคับนี้เป็นการชั่วคราวเฉพาะกรณีพิเศษ ที่ประชุมอาจลงมติให้งดการใช้บทบังคับเช่นว่านั้นได้|}}&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	ข้อบังคับการประชุมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติทำหน้าที่รัฐสภา พ.ศ. ๒๕๑๗ ข้อ ๑๓๗&amp;lt;ref&amp;gt;คณิน  บุญสุวรรณ, “ภาษาการเมืองในระบอบรัฐสภา”. กรุงเทพ ฯ : สำนักพิมพ์โอเดียนสโตร์, ๒๕๓๓, หน้า ๙๐ – ๙๑.&amp;lt;/ref&amp;gt;   กำหนดไว้ว่า &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
{{Cquote|ถ้าประธานขอปรึกษา หรือสมาชิกเสนอญัตติโดยมีสมาชิกรับรองไม่น้อยกว่าสามสิบคน ให้งดใช้ข้อบังคับข้อหนึ่งข้อใดเป็นการชั่วคราวเฉพาะกรณี และที่ประชุมลงมติเห็นชอบด้วย โดยคะแนนเสียงไม่ต่ำกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมด ก็ให้งดใช้ข้อบังคับนั้นได้|}}&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	ข้อบังคับการประชุมของวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๒๗ ข้อ ๑๔๑&amp;lt;ref&amp;gt;คณิน  บุญสุวรรณ, “ภาษาการเมืองในระบอบรัฐสภา”. กรุงเทพ ฯ : สำนักพิมพ์โอเดียนสโตร์, ๒๕๓๓, หน้า ๙๑.&amp;lt;/ref&amp;gt; กำหนดไว้ว่า &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
{{Cquote|ถ้าประธานขอปรึกษา หรือสมาชิกเสนอญัตติ โดยมีสมาชิกรับรองไม่น้อยกว่าสามสิบคน ให้งดใช้ข้อบังคับหนึ่งข้อใดทั้งหมดหรือบางส่วนเป็นการชั่วคราวเฉพาะกรณี หากที่ประชุมลงมติเห็นชอบ ด้วยคะแนนเสียงไม่ต่ำกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกที่มาประชุม ก็ให้งดใช้ข้อบังคับนั้นได้|}}&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๒๘  ข้อ ๑๓๖&amp;lt;ref&amp;gt;คณิน  บุญสุวรรณ, “ภาษาการเมืองในระบอบรัฐสภา”. กรุงเทพ ฯ : สำนักพิมพ์โอเดียนสโตร์, ๒๕๓๓, หน้า ๙๑.&amp;lt;/ref&amp;gt; กำหนดไว้เกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
{{Cquote|ถ้าประธานขอปรึกษา หรือสมาชิกเสนอญัตติโดยมีสมาชิกรับรองไม่น้อยกว่ายี่สิบคน ให้งดใช้ข้อบังคับข้อหนึ่งข้อใดทั้งหมด หรือบางส่วนเป็นการชั่วคราวเฉพาะกรณี และที่ประชุมอนุมัติก็ให้งดใช้ได้|}}&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	ปัจจุบันการเมืองการปกครองของประเทศไทยเป็นการปกครองในระบอบประชาธิปไตยในระบบรัฐสภา ซึ่งประกอบไปด้วย ๒ สภา คือ [[สภาผู้แทนราษฎร]] และ[[วุฒิสภา]] ซึ่งในข้อบังคับการประชุมของทั้ง ๒ สภาได้กำหนดให้มีการงดใช้ข้อบังคับไว้คล้ายคลึงกัน แตกต่างกันที่จำนวนสมาชิกที่จะเสนอญัตติการงดใช้ข้อบังคับ  และคะแนนเสียงของที่ประชุมในการที่จะอนุมัติ/เห็นชอบเรื่องดังกล่าว โดยมีรายละเอียด ดังนี้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร  พ.ศ. ๒๕๕๑ หมวดที่ ๑๒ บทสุดท้าย ข้อ ๑๗๖  กล่าวถึงการงดใช้ข้อบังคับ&amp;lt;ref&amp;gt;สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, “ข้อบังคับการประชุม”. กรุงเทพ ฯ : สำนักการพิมพ์ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, ๒๕๕๑, หน้า ๗๐.&amp;lt;/ref&amp;gt; ไว้ว่า “ถ้าประธานขอปรึกษา หรือสมาชิกเสนอญัตติโดยมีจำนวนสมาชิกรับรองไม่น้อยกว่ายี่สิบคน ให้งดใช้ข้อบังคับข้อหนึ่งข้อใดทั้งหมดหรือบางส่วนเป็นการชั่วคราวเฉพาะกรณี หากที่ประชุมอนุมัติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของสมาชิกในที่ประชุมก็ให้งดใช้ได้”&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	ข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๕๑ หมวดที่ ๑๑ บทสุดท้าย ข้อ ๑๘๑ กล่าวถึงการงดใช้ข้อบังคับ&amp;lt;ref&amp;gt;สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, “ข้อบังคับการประชุม”. กรุงเทพ ฯ : สำนักการพิมพ์ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, ๒๕๕๑, หน้า ๑๕๒.&amp;lt;/ref&amp;gt; ไว้ว่า “ถ้าประธานของที่ประชุมขอปรึกษา หรือสมาชิกเสนอญัตติโดยมีผู้รับรองไม่น้อยกว่าสิบคน ให้งดใช้ข้อบังคับข้อใดข้อหนึ่งทั้งหมดหรือบางส่วนเป็นการชั่วคราวเฉพาะกรณี หากที่ประชุมวุฒิสภาลงมติเห็นชอบด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกในที่ประชุมวุฒิสภา ก็ให้งดใช้ข้อบังคับนั้นได้”&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	จะเห็นได้ว่าข้อบังคับการประชุมตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน  ได้มีข้อกำหนดที่ว่าด้วยการงดใช้ข้อบังคับเรื่อยมา  โดยมีพัฒนาการ  มีการปรับเปลี่ยนเนื้อหาสาระ  และวิธีการให้เหมาะสมกับสภาวะการณ์ในช่วงนั้น ๆ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==กรณีตัวอย่างการงดใช้ข้อบังคับ==&lt;br /&gt;
	กรณีตัวอย่างการงดใช้ข้อบังคับการประชุม เลือกมานำเสนอ จำนวน ๒ กรณี โดยกรณีตัวอย่างแรกเป็นกรณีที่ประธานในที่ประชุมขอปรึกษาที่ประชุมเพื่อของดใช้ข้อบังคับการประชุม โดยเป็นกรณีตัวอย่างการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๒ ปีที่ ๑ ครั้งที่ ๑๑ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) วันพฤหัสบดีที่ ๒๒ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๘ ณ [[ตึกรัฐสภา]] โดยในการประชุมครั้งนั้น [[รองศาสตราจารย์ลลิตา ฤกษ์สำราญ]] รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่สองปฏิบัติหน้าที่แทนประธานสภาผู้แทนราษฎร (นาย[[โภคิน พลกุล]] ติดภาระกิจเดินทางไปราชการต่างประเทศ) ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรครั้งดังกล่าว  หลังจากที่ประชุมได้อภิปรายและรับทราบผลการดำเนินงานของ[[คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ]] (กทช.) ประจำปี พ.ศ. ๒๕๔๗ แล้ว รองศาสตราจารย์ลลิตา  ฤกษ์สำราญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่สองปฏิบัติหน้าที่แทน[[ประธานสภาผู้แทนราษฎร]]  ได้ปรึกษาที่ประชุมเพื่อของดใช้ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๔๔  ข้อ ๑๓๒ ในการพิจารณากระทู้ถามสดมากกว่า ๓ กระทู้ถาม ซึ่งที่ประชุมมีมติเห็นชอบผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนประธานสภาผู้แทนราษฎรจึงได้เสนอให้ที่ประชุมพิจารณาระเบียบวาระ[[กระทู้]]ถามสด จำนวน ๔ กระทู้ถาม&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	สำหรับกรณีตัวอย่างที่สอง เป็นกรณีตัวอย่างที่สมาชิกเสนอ[[ญัตติ]]เพื่อของดใช้ข้อบังคับการประชุม โดยเป็นกรณีตัวอย่างการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๓ ปีที่ ๒ ครั้งที่ ๓๐ (สมัยสามัญทั่วไป)  วันพุธที่ ๒๐ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๒ ณ ตึกรัฐสภา โดยในการประชุมครั้งนั้นมีนาย[[ชัย  ชิดชอบ]] เป็น[[ประธานสภาผู้แทนราษฎร]] ซึ่งในระหว่างที่การประชุมจะดำเนินการพิจารณาระเบียบวาระต่อไป มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรขอเสนอญัตติตามข้อบังคับการประชุม ข้อ ๑๗๖ เพื่อของดใช้ข้อบังคับการประชุมข้อ ๔๖ วรรคสอง ในการขอนำร่างพระราชบัญญัติอื่น จำนวน ๓ พระราชบัญญัติขึ้นมาพิจารณาต่อจากร่างพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....  ซึ่งที่ประชุมมีมติเห็นชอบตามที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเสนอโดยให้งดใช้ข้อบังคับการประชุมข้อ ๔๖ วรรคสอง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
  &lt;br /&gt;
	จะเห็นได้ว่าการงดใช้ข้อบังคับนั้น มีความจำเป็นมากหากในการประชุมสภาครั้งนั้น ๆ ประสบปัญหา ไม่สามารถหาทางออก และแก้ไขปัญหานั้นได้ จำเป็นต้องหาวิธีการแก้ไขอย่างเร่งด่วน  มิฉะนั้นอาจทำเกิดความขัดแย้ง หรือเสียหายอย่างรุนแรงได้ จึงต้องให้ความสำคัญ โดยการกำหนดการงดใช้ข้อบังคับการประชุมไว้ในข้อบังคับการประชุมเรื่อยมา เพื่อให้การประชุมดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย  และเกิดประโยชน์กับประเทศอย่างสูงที่สุด&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==อ้างอิง==&lt;br /&gt;
&amp;lt;references/&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==บรรณานุกรม==&lt;br /&gt;
	คณิน  บุญสุวรรณ, (๒๕๓๓) &#039;&#039;&#039;“ภาษาการเมืองในระบอบรัฐสภา”.&#039;&#039;&#039; กรุงเทพ ฯ : สำนักพิมพ์โอเดียนสโตร์.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	คณิน  บุญสุวรรณ, (๒๕๔๘) &#039;&#039;&#039;“ปทานุกรมศัพท์รัฐสภาและการเมืองไทย”.&#039;&#039;&#039;  กรุงเทพ ฯ : สำนักพิมพ์สุขภาพใจ.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	ประเสริฐ  ปัทมะสุคนธ์, (๒๕๑๗) &#039;&#039;&#039;“รัฐสภาไทยในรอบสี่สิบสองปี (๒๔๗๕ - ๒๕๑๗)”.&#039;&#039;&#039; กรุงเทพฯ : ห้างหุ้นส่วนจำกัด ช. ชุมนุมช่าง.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, (๒๕๑๙) &#039;&#039;&#039;“รวมข้อบังคับการประชุมสภา ๒๔๗๖ – ๒๕๑๘”.&#039;&#039;&#039; กรุงเทพ ฯ : สำนักการพิมพ์ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, (๒๕๔๖) &#039;&#039;&#039;“ข้อบังคับการประชุมสภาเปรียบเทียบ ๒๔๗๖ – ๒๕๑๗”.&#039;&#039;&#039;  กรุงเทพ ฯ : สำนักการพิมพ์ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, (๒๕๔๘) &#039;&#039;&#039;“บันทึกการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่  ๒๒ ปีที่ ๑  ครั้งที่ ๑๑ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) วันพฤหัสบดีที่  ๒๒ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๘  ณ ตึกรัฐสภา”.&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, (๒๕๕๑) &#039;&#039;&#039;“ข้อบังคับการประชุม”.&#039;&#039;&#039;  กรุงเทพ ฯ : สำนักการพิมพ์ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, (๒๕๕๒) &#039;&#039;&#039;“บันทึกการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๓ ปีที่ ๒  ครั้งที่  ๓๐ (สมัยสามัญทั่วไป) วันพุธที่ ๒๐ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๒  ณ ตึกรัฐสภา”.&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==หนังสือแนะนำให้อ่านต่อ==&lt;br /&gt;
	คณิน  บุญสุวรรณ, (๒๕๓๓) “ภาษาการเมืองในระบอบรัฐสภา”.  กรุงเทพ ฯ : สำนักพิมพ์โอเดียนสโตร์.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	คณิน  บุญสุวรรณ, (๒๕๔๘) “ปทานุกรมศัพท์รัฐสภาและการเมืองไทย”.  กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์สุขภาพใจ.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	ประเสริฐ  ปัทมะสุคนธ์, (๒๕๑๗) “รัฐสภาไทยในรอบสี่สิบสองปี (๒๔๗๕ - ๒๕๑๗)”. กรุงเทพฯ : ห้างหุ้นส่วนจำกัด ช. ชุมนุมช่าง.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, (๒๕๕๑) “ข้อบังคับการประชุม”.  กรุงเทพ ฯ : สำนักการพิมพ์ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==ดูเพิ่มเติม==&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
*[[รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[category:ความรู้เกี่ยวกับรัฐสภาไทย]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Tora</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%87%E0%B8%94%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%B1%E0%B8%9A&amp;diff=1808</id>
		<title>งดใช้ข้อบังคับ</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%87%E0%B8%94%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%B1%E0%B8%9A&amp;diff=1808"/>
		<updated>2009-06-17T04:46:12Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;Tora: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;;&#039;&#039;&#039;ผู้เขียน  สิฐสร  กระแสร์สุนทร&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;ผู้ทรงคุณวุฒิประจำบทความ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร จเร พันธุ์เปรื่อง&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;p&amp;gt;มนุษย์จัดได้ว่าเป็นสัตว์สังคมจำเป็นต้องอาศัยอยู่ร่วมกันพึ่งพากันและกัน แต่มนุษย์นั้นเมื่ออยู่รวมกันมาก ๆ  สิ่งหนึ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือความแตกต่างกันในหลาย ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นความรู้ ความคิดเห็น ประสบการณ์ หรือสิ่งอื่น ความแตกต่างเหล่านี้อาจนำมาซึ่งความขัดแย้งได้ ฉะนั้นการที่มนุษย์จะอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสงบสุขนั้น จำเป็นต้องสร้างกฏ ระเบียบ แบบแผน ขนบธรรมเนียม ประเพณี หรือสิ่งอื่นใดขึ้นเพื่อเป็นเครื่องควบคุมให้การอยู่ร่วมกันเป็นไปด้วยความสงบสุข ปราศจากความขัดแย้ง &amp;lt;/P&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;p&amp;gt;สำหรับการประชุมก็เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการประชุมแบบเป็นทางการหรือไม่เป็นทางการ หากการประชุมนั้นๆ ไม่มีกฏ ระเบียบ หรือข้อบังคับมาเป็นเครื่องมือในการควบคุมความเรียบร้อยในการประชุมแล้ว การประชุมดังกล่าวคงดำเนินไปด้วยความยากลำบาก และอาจเกิดความขัดแย้งขึ้นได้ตลอดเวลา โดยเฉพาะการประชุมในระดับ[[สภาผู้แทนราษฎร]] และ[[วุฒิสภา]]ซึ่งถือว่าเป็นการประชุมที่มีความสำคัญ ยิ่งจำเป็นต้องมีการกำหนดข้อบังคับการประชุม &amp;lt;/P&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==ข้อบังคับการประชุม==&lt;br /&gt;
	ครั้งแรกที่มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎรของประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๘ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๗๕ ณ ห้องโถงชั้นบน [[พระที่นั่งอนันตสมาคม]] ในครั้งนั้นได้มีการใช้ข้อบังคับการประชุมสภาชั่วคราว โดยนำข้อบังคับการประชุมของสภา[[องคมนตรี|คณะองคมนตรี]]มาใช้ไปพลางก่อน[๑] จะเห็นได้ว่าข้อบังคับการประชุมมีความสำคัญ มีความจำเป็น และอยู่คู่กับ[[:category:สถาบันนิติบัญญัติ|สถาบันนิติบัญญัติ]]ไทยมาตั้งแต่ต้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	[[สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร]] ได้ให้คำจำกัดความของข้อบังคับการประชุม[๒]  คือ กฏหรือระเบียบที่ได้ตราขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับบทบัญญัติของ[[รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550|รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐]] ใช้บังคับและควบคุมให้การประชุมดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย สำหรับสาระสำคัญของข้อบังคับการประชุมจะกำหนดเกี่ยวกับเรื่องการเลือกและการปฏิบัติหน้าที่ของประธาน รองประธาน ของแต่ละสภา เรื่องหรือกิจการอันเป็นอำนาจหน้าที่ของ[[คณะกรรมาธิการสามัญ]]แต่ละชุด การปฏิบัติหน้าที่และองค์ประชุมของคณะกรรมาธิการ วิธีการประชุม การเสนอและพิจารณาร่างพระราชบัญญัติและร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ การเสนอ[[ญัตติ]] [[การอภิปราย]] [[การลงมติ]] [[การบันทึก]] และการเปิดเผยการลงมติ การตั้ง[[กระทู้]]ถาม การเปิดอภิปรายทั่วไป การรักษาระเบียบและความเรียบร้อย รวมทั้งกิจการอื่น ๆ เพื่อดำเนินการตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	การใช้ข้อบังคับการประชุมดังกล่าว มีความจำเป็นต้องยึดถือ และปฏิบัติตามกฏ ระเบียบ ในข้อบังคับที่วางไว้อย่างเคร่งครัด เพื่อให้การประชุมนั้น ๆ ผ่านไปด้วยดี โดยไม่มีปัญหา หรือข้อขัดแย้งใด ๆ เกิดขึ้นระหว่างการประชุม แต่ในบางกรณีอาจมีเหตุสุดวิสัย หรือความจำเป็นบางประการที่จำเป็นต้องละเมิด กฏ กติกาที่วางไว้ ซึ่งนำมาสู่ &#039;&#039;&#039;“งดใช้ข้อบังคับ”&#039;&#039;&#039; &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==การงดใช้ข้อบังคับ==&lt;br /&gt;
	การงดใช้ข้อบังคับการประชุม หรืองดใช้ข้อบังคับชั่วคราว[๓]  มีความหมายว่า การระงับการใช้ข้อบังคับการประชุมสภาบางข้อเป็นการชั่วคราว  เนื่องจากมีเหตุจำเป็นในระหว่างการประชุมสภา โดยปกติสมาชิกทุกคนต้องปฏิบัติตามข้อบังคับการประชุมอย่างเคร่งครัด การฝ่าฝืนข้อบังคับข้อใดข้อหนึ่งอาจถูกทักท้วง และประธานสภาจะเป็นผู้วินิจฉัยว่าได้มีการฝ่าฝืนข้อบังคับข้อดังกล่าวหรือไม่ แต่บางครั้งที่ประชุมสภาอาจพร้อมใจกันฝ่าฝืน ในกรณีที่ต้องการหาทางออกโดยเร่งด่วน มิฉะนั้นอาจเกิดความขัดแย้งหรือเสียหายอย่างรุนแรงได้ กรณีที่สมาชิกในที่ประชุมส่วนใหญ่เกือบทั้งหมดต่างยินยอมพร้อมใจให้มีการฝ่าฝืนข้อบังคับโดยชอบด้วยกฏหมายแล้ว ให้ถือว่ามีการงดใช้ข้อบังคับการประชุมเป็นการชั่วคราว ซึ่งจะงดใช้ได้ครั้งเดียวเท่านั้น  เพราะถ้าหากงดใช้เป็นการถาวร ก็ต้องนำเข้าสู่กระบวนการแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับการประชุม  ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่และมีขั้นตอนมาก&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==ข้อบังคับการประชุมที่ว่าด้วยการงดใช้ข้อบังคับ==&lt;br /&gt;
	ตัวอย่างข้อบังคับการประชุมของหน่วยงานนิติบัญญัติต่าง ๆ ในอดีตที่กล่าวถึง การงดใช้ข้อบังคับดังนี้ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
	ข้อบังคับการประชุมปรึกษาของสภาร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๐๔ ข้อ ๘๕[๔] ซึ่งใช้เป็นข้อบังคับการประชุมชั่วคราวของสภาปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน กำหนดไว้ว่า &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
{{Cquote| ถ้าประธานขอปรึกษาหรือสมาชิกเสนอญัตติให้งดการใช้ข้อบังคับในข้อหนึ่งข้อใดแห่งข้อบังคับนี้ เป็นการชั่วคราวเฉพาะกรณีพิเศษ และที่ประชุมลงมติเห็นชอบด้วย โดยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกสภา ก็ให้งดใช้ข้อบังคับเช่นว่านั้นได้ แต่ญัตติดังกล่าวต้องมีสมาชิกรับรองไม่น้อยกว่าสิบคน|}}	&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	ข้อบังคับการประชุมปรึกษาของสภาผู้แทน พ.ศ. ๒๕๑๓ ข้อ ๑๓๗[๕] กำหนดไว้ว่า &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
{{Cquote|ถ้าประธานขอปรึกษา หรือสมาชิกเสนอญัตติให้งดการใช้บทบังคับในข้อหนึ่งข้อใดแห่งข้อบังคับนี้เป็นการชั่วคราวเฉพาะกรณีพิเศษ ที่ประชุมอาจลงมติให้งดการใช้บทบังคับเช่นว่านั้นได้|}}&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	ข้อบังคับการประชุมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติทำหน้าที่รัฐสภา พ.ศ. ๒๕๑๗ ข้อ ๑๓๗[๖]    กำหนดไว้ว่า &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
{{Cquote|ถ้าประธานขอปรึกษา หรือสมาชิกเสนอญัตติโดยมีสมาชิกรับรองไม่น้อยกว่าสามสิบคน ให้งดใช้ข้อบังคับข้อหนึ่งข้อใดเป็นการชั่วคราวเฉพาะกรณี และที่ประชุมลงมติเห็นชอบด้วย โดยคะแนนเสียงไม่ต่ำกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมด ก็ให้งดใช้ข้อบังคับนั้นได้|}}&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	ข้อบังคับการประชุมของวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๒๗ ข้อ ๑๔๑[๗] กำหนดไว้ว่า &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
{{Cquote|ถ้าประธานขอปรึกษา หรือสมาชิกเสนอญัตติ โดยมีสมาชิกรับรองไม่น้อยกว่าสามสิบคน ให้งดใช้ข้อบังคับหนึ่งข้อใดทั้งหมดหรือบางส่วนเป็นการชั่วคราวเฉพาะกรณี หากที่ประชุมลงมติเห็นชอบ ด้วยคะแนนเสียงไม่ต่ำกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกที่มาประชุม ก็ให้งดใช้ข้อบังคับนั้นได้|}}&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๒๘  ข้อ ๑๓๖[๘] กำหนดไว้เกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
{{Cquote|ถ้าประธานขอปรึกษา หรือสมาชิกเสนอญัตติโดยมีสมาชิกรับรองไม่น้อยกว่ายี่สิบคน ให้งดใช้ข้อบังคับข้อหนึ่งข้อใดทั้งหมด หรือบางส่วนเป็นการชั่วคราวเฉพาะกรณี และที่ประชุมอนุมัติก็ให้งดใช้ได้|}}&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	ปัจจุบันการเมืองการปกครองของประเทศไทยเป็นการปกครองในระบอบประชาธิปไตยในระบบรัฐสภา ซึ่งประกอบไปด้วย ๒ สภา คือ [[สภาผู้แทนราษฎร]] และ[[วุฒิสภา]] ซึ่งในข้อบังคับการประชุมของทั้ง ๒ สภาได้กำหนดให้มีการงดใช้ข้อบังคับไว้คล้ายคลึงกัน แตกต่างกันที่จำนวนสมาชิกที่จะเสนอญัตติการงดใช้ข้อบังคับ  และคะแนนเสียงของที่ประชุมในการที่จะอนุมัติ/เห็นชอบเรื่องดังกล่าว โดยมีรายละเอียด ดังนี้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร  พ.ศ. ๒๕๕๑ หมวดที่ ๑๒ บทสุดท้าย ข้อ ๑๗๖  กล่าวถึงการงดใช้ข้อบังคับ[๙] ไว้ว่า “ถ้าประธานขอปรึกษา หรือสมาชิกเสนอญัตติโดยมีจำนวนสมาชิกรับรองไม่น้อยกว่ายี่สิบคน ให้งดใช้ข้อบังคับข้อหนึ่งข้อใดทั้งหมดหรือบางส่วนเป็นการชั่วคราวเฉพาะกรณี หากที่ประชุมอนุมัติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของสมาชิกในที่ประชุมก็ให้งดใช้ได้”&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	ข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๕๑ หมวดที่ ๑๑ บทสุดท้าย ข้อ ๑๘๑ กล่าวถึงการงดใช้ข้อบังคับ[๑๐] ไว้ว่า “ถ้าประธานของที่ประชุมขอปรึกษา หรือสมาชิกเสนอญัตติโดยมีผู้รับรองไม่น้อยกว่าสิบคน ให้งดใช้ข้อบังคับข้อใดข้อหนึ่งทั้งหมดหรือบางส่วนเป็นการชั่วคราวเฉพาะกรณี หากที่ประชุมวุฒิสภาลงมติเห็นชอบด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกในที่ประชุมวุฒิสภา ก็ให้งดใช้ข้อบังคับนั้นได้”&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	จะเห็นได้ว่าข้อบังคับการประชุมตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน  ได้มีข้อกำหนดที่ว่าด้วยการงดใช้ข้อบังคับเรื่อยมา  โดยมีพัฒนาการ  มีการปรับเปลี่ยนเนื้อหาสาระ  และวิธีการให้เหมาะสมกับสภาวะการณ์ในช่วงนั้น ๆ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==กรณีตัวอย่างการงดใช้ข้อบังคับ==&lt;br /&gt;
	กรณีตัวอย่างการงดใช้ข้อบังคับการประชุม เลือกมานำเสนอ จำนวน ๒ กรณี โดยกรณีตัวอย่างแรกเป็นกรณีที่ประธานในที่ประชุมขอปรึกษาที่ประชุมเพื่อของดใช้ข้อบังคับการประชุม โดยเป็นกรณีตัวอย่างการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๒ ปีที่ ๑ ครั้งที่ ๑๑ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) วันพฤหัสบดีที่ ๒๒ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๘ ณ [[ตึกรัฐสภา]] โดยในการประชุมครั้งนั้น [[รองศาสตราจารย์ลลิตา ฤกษ์สำราญ]] รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่สองปฏิบัติหน้าที่แทนประธานสภาผู้แทนราษฎร (นาย[[โภคิน พลกุล]] ติดภาระกิจเดินทางไปราชการต่างประเทศ) ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรครั้งดังกล่าว  หลังจากที่ประชุมได้อภิปรายและรับทราบผลการดำเนินงานของ[[คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ]] (กทช.) ประจำปี พ.ศ. ๒๕๔๗ แล้ว รองศาสตราจารย์ลลิตา  ฤกษ์สำราญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่สองปฏิบัติหน้าที่แทน[[ประธานสภาผู้แทนราษฎร]]  ได้ปรึกษาที่ประชุมเพื่อของดใช้ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๔๔  ข้อ ๑๓๒ ในการพิจารณากระทู้ถามสดมากกว่า ๓ กระทู้ถาม ซึ่งที่ประชุมมีมติเห็นชอบผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนประธานสภาผู้แทนราษฎรจึงได้เสนอให้ที่ประชุมพิจารณาระเบียบวาระ[[กระทู้]]ถามสด จำนวน ๔ กระทู้ถาม&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	สำหรับกรณีตัวอย่างที่สอง เป็นกรณีตัวอย่างที่สมาชิกเสนอ[[ญัตติ]]เพื่อของดใช้ข้อบังคับการประชุม โดยเป็นกรณีตัวอย่างการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๓ ปีที่ ๒ ครั้งที่ ๓๐ (สมัยสามัญทั่วไป)  วันพุธที่ ๒๐ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๒ ณ ตึกรัฐสภา โดยในการประชุมครั้งนั้นมีนาย[[ชัย  ชิดชอบ]] เป็น[[ประธานสภาผู้แทนราษฎร]] ซึ่งในระหว่างที่การประชุมจะดำเนินการพิจารณาระเบียบวาระต่อไป มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรขอเสนอญัตติตามข้อบังคับการประชุม ข้อ ๑๗๖ เพื่อของดใช้ข้อบังคับการประชุมข้อ ๔๖ วรรคสอง ในการขอนำร่างพระราชบัญญัติอื่น จำนวน ๓ พระราชบัญญัติขึ้นมาพิจารณาต่อจากร่างพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....  ซึ่งที่ประชุมมีมติเห็นชอบตามที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเสนอโดยให้งดใช้ข้อบังคับการประชุมข้อ ๔๖ วรรคสอง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
  &lt;br /&gt;
	จะเห็นได้ว่าการงดใช้ข้อบังคับนั้น มีความจำเป็นมากหากในการประชุมสภาครั้งนั้น ๆ ประสบปัญหา ไม่สามารถหาทางออก และแก้ไขปัญหานั้นได้ จำเป็นต้องหาวิธีการแก้ไขอย่างเร่งด่วน  มิฉะนั้นอาจทำเกิดความขัดแย้ง หรือเสียหายอย่างรุนแรงได้ จึงต้องให้ความสำคัญ โดยการกำหนดการงดใช้ข้อบังคับการประชุมไว้ในข้อบังคับการประชุมเรื่อยมา เพื่อให้การประชุมดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย  และเกิดประโยชน์กับประเทศอย่างสูงที่สุด&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==อ้างอิง==&lt;br /&gt;
&amp;lt;references/&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==บรรณานุกรม==&lt;br /&gt;
	คณิน  บุญสุวรรณ, (๒๕๓๓) “ภาษาการเมืองในระบอบรัฐสภา”. กรุงเทพ ฯ : สำนักพิมพ์โอเดียนสโตร์.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	คณิน  บุญสุวรรณ, (๒๕๔๘) “ปทานุกรมศัพท์รัฐสภาและการเมืองไทย”.  กรุงเทพ ฯ : สำนักพิมพ์สุขภาพใจ.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	ประเสริฐ  ปัทมะสุคนธ์, (๒๕๑๗) “รัฐสภาไทยในรอบสี่สิบสองปี (๒๔๗๕ - ๒๕๑๗)”. กรุงเทพฯ : ห้างหุ้นส่วนจำกัด ช. ชุมนุมช่าง.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, (๒๕๑๙) “รวมข้อบังคับการประชุมสภา ๒๔๗๖ – ๒๕๑๘”. กรุงเทพ ฯ : สำนักการพิมพ์ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, (๒๕๔๖) “ข้อบังคับการประชุมสภาเปรียบเทียบ ๒๔๗๖ – ๒๕๑๗”.  กรุงเทพ ฯ : สำนักการพิมพ์ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, (๒๕๔๘) “บันทึกการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่  ๒๒ ปีที่ ๑  ครั้งที่ ๑๑ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) วันพฤหัสบดีที่  ๒๒ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๘  ณ ตึกรัฐสภา”.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, (๒๕๕๑) “ข้อบังคับการประชุม”.  กรุงเทพ ฯ : สำนักการพิมพ์ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, (๒๕๕๒) “บันทึกการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๓ ปีที่ ๒  ครั้งที่  ๓๐ (สมัยสามัญทั่วไป) วันพุธที่ ๒๐ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๒  ณ ตึกรัฐสภา”.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==หนังสือแนะนำให้อ่านต่อ==&lt;br /&gt;
	คณิน  บุญสุวรรณ, (๒๕๓๓) “ภาษาการเมืองในระบอบรัฐสภา”.  กรุงเทพ ฯ : สำนักพิมพ์โอเดียนสโตร์.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	คณิน  บุญสุวรรณ, (๒๕๔๘) “ปทานุกรมศัพท์รัฐสภาและการเมืองไทย”.  กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์สุขภาพใจ.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	ประเสริฐ  ปัทมะสุคนธ์, (๒๕๑๗) “รัฐสภาไทยในรอบสี่สิบสองปี (๒๔๗๕ - ๒๕๑๗)”. กรุงเทพฯ : ห้างหุ้นส่วนจำกัด ช. ชุมนุมช่าง.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, (๒๕๕๑) “ข้อบังคับการประชุม”.  กรุงเทพ ฯ : สำนักการพิมพ์ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==ดูเพิ่มเติม==&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[category:ความรู้เกี่ยวกับรัฐสภาไทย]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Tora</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%87%E0%B8%94%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%B1%E0%B8%9A&amp;diff=1807</id>
		<title>งดใช้ข้อบังคับ</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%87%E0%B8%94%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%B1%E0%B8%9A&amp;diff=1807"/>
		<updated>2009-06-17T04:19:38Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;Tora: สร้างหน้าใหม่: ;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;ผู้เขียน  สิฐสร  กระแสร์สุนทร&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;  	 &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;ผู้ทรงคุณวุฒิประจำบทค...&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;;&#039;&#039;&#039;ผู้เขียน  สิฐสร  กระแสร์สุนทร&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;ผู้ทรงคุณวุฒิประจำบทความ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร จเร พันธุ์เปรื่อง&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;p&amp;gt;มนุษย์จัดได้ว่าเป็นสัตว์สังคมจำเป็นต้องอาศัยอยู่ร่วมกันพึ่งพากันและกัน แต่มนุษย์นั้นเมื่ออยู่รวมกันมาก ๆ  สิ่งหนึ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือความแตกต่างกันในหลาย ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นความรู้ ความคิดเห็น ประสบการณ์ หรือสิ่งอื่น ความแตกต่างเหล่านี้อาจนำมาซึ่งความขัดแย้งได้ ฉะนั้นการที่มนุษย์จะอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสงบสุขนั้น จำเป็นต้องสร้างกฏ ระเบียบ แบบแผน ขนบธรรมเนียม ประเพณี หรือสิ่งอื่นใดขึ้นเพื่อเป็นเครื่องควบคุมให้การอยู่ร่วมกันเป็นไปด้วยความสงบสุข ปราศจากความขัดแย้ง &amp;lt;/P&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;p&amp;gt;สำหรับการประชุมก็เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการประชุมแบบเป็นทางการหรือไม่เป็นทางการ หากการประชุมนั้นๆ ไม่มีกฏ ระเบียบ หรือข้อบังคับมาเป็นเครื่องมือในการควบคุมความเรียบร้อยในการประชุมแล้ว การประชุมดังกล่าวคงดำเนินไปด้วยความยากลำบาก และอาจเกิดความขัดแย้งขึ้นได้ตลอดเวลา โดยเฉพาะการประชุมในระดับสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภาซึ่งถือว่าเป็นการประชุมที่มีความสำคัญ ยิ่งจำเป็นต้องมีการกำหนดข้อบังคับการประชุม &amp;lt;/P&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==ข้อบังคับการประชุม==&lt;br /&gt;
	ครั้งแรกที่มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎรของประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๘ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๗๕ ณ ห้องโถงชั้นบน พระที่นั่งอนันตสมาคม ในครั้งนั้นได้มีการใช้ข้อบังคับการประชุมสภาชั่วคราว โดยนำข้อบังคับการประชุมของสภาองคมนตรีมาใช้ไปพลางก่อน[๑] จะเห็นได้ว่าข้อบังคับการประชุม&lt;br /&gt;
มีความสำคัญ มีความจำเป็น และอยู่คู่กับสถาบันนิติบัญญัติไทยมาตั้งแต่ต้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้ให้คำจำกัดความของข้อบังคับการประชุม[๒]  คือ กฏหรือระเบียบที่ได้ตราขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ ใช้บังคับและควบคุมให้การประชุมดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย สำหรับสาระสำคัญของข้อบังคับการประชุมจะกำหนดเกี่ยวกับเรื่องการเลือกและการปฏิบัติหน้าที่ของประธาน รองประธาน ของแต่ละสภา เรื่องหรือกิจการอันเป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมาธิการสามัญแต่ละชุด การปฏิบัติหน้าที่และองค์ประชุมของคณะกรรมาธิการ วิธีการประชุม การเสนอและพิจารณาร่างพระราชบัญญัติและร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ การเสนอญัตติ การอภิปราย การลงมติ การบันทึก และการเปิดเผยการลงมติ การตั้งกระทู้ถาม การเปิดอภิปรายทั่วไป การรักษาระเบียบและความเรียบร้อย รวมทั้งกิจการอื่น ๆ เพื่อดำเนินการตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	การใช้ข้อบังคับการประชุมดังกล่าว มีความจำเป็นต้องยึดถือ และปฏิบัติตามกฏ ระเบียบ ในข้อบังคับที่วางไว้อย่างเคร่งครัด เพื่อให้การประชุมนั้น ๆ ผ่านไปด้วยดี โดยไม่มีปัญหา หรือข้อขัดแย้งใด ๆ เกิดขึ้นระหว่างการประชุม แต่ในบางกรณีอาจมีเหตุสุดวิสัย หรือความจำเป็นบางประการที่จำเป็นต้องละเมิด กฏ กติกาที่วางไว้ ซึ่งนำมาสู่ “งดใช้ข้อบังคับ” &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==การงดใช้ข้อบังคับ==&lt;br /&gt;
	การงดใช้ข้อบังคับการประชุม หรืองดใช้ข้อบังคับชั่วคราว[๓]  มีความหมายว่า การระงับการใช้ข้อบังคับการประชุมสภาบางข้อเป็นการชั่วคราว  เนื่องจากมีเหตุจำเป็นในระหว่างการประชุมสภา โดยปกติสมาชิกทุกคนต้องปฏิบัติตามข้อบังคับการประชุมอย่างเคร่งครัด การฝ่าฝืนข้อบังคับข้อใดข้อหนึ่งอาจถูกทักท้วง และประธานสภาจะเป็นผู้วินิจฉัยว่าได้มีการฝ่าฝืนข้อบังคับข้อดังกล่าวหรือไม่ แต่บางครั้งที่ประชุมสภาอาจพร้อมใจกันฝ่าฝืน ในกรณีที่ต้องการหาทางออกโดยเร่งด่วน มิฉะนั้นอาจเกิดความขัดแย้งหรือเสียหายอย่างรุนแรงได้ กรณีที่สมาชิกในที่ประชุมส่วนใหญ่เกือบทั้งหมดต่างยินยอมพร้อมใจให้มีการฝ่าฝืนข้อบังคับโดยชอบด้วยกฏหมายแล้ว ให้ถือว่ามีการงดใช้ข้อบังคับการประชุมเป็นการชั่วคราว ซึ่งจะงดใช้ได้ครั้งเดียวเท่านั้น  เพราะถ้าหากงดใช้เป็นการถาวร ก็ต้องนำเข้าสู่กระบวนการแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับการประชุม  ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่และมีขั้นตอนมาก&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==ข้อบังคับการประชุมที่ว่าด้วยการงดใช้ข้อบังคับ==&lt;br /&gt;
	ตัวอย่างข้อบังคับการประชุมของหน่วยงานนิติบัญญัติต่าง ๆ ในอดีตที่กล่าวถึง การงดใช้ข้อบังคับดังนี้ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
	ข้อบังคับการประชุมปรึกษาของสภาร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๐๔ ข้อ ๘๕[๔] ซึ่งใช้เป็นข้อบังคับการประชุมชั่วคราวของสภาปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน กำหนดไว้ว่า “ถ้าประธานขอปรึกษาหรือสมาชิกเสนอญัตติให้งดการใช้ข้อบังคับในข้อหนึ่งข้อใดแห่งข้อบังคับนี้ เป็นการชั่วคราวเฉพาะกรณีพิเศษ และที่ประชุมลงมติเห็นชอบด้วย โดยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกสภา ก็ให้งดใช้ข้อบังคับเช่นว่านั้นได้ แต่ญัตติดังกล่าวต้องมีสมาชิกรับรองไม่น้อยกว่าสิบคน	&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	ข้อบังคับการประชุมปรึกษาของสภาผู้แทน พ.ศ. ๒๕๑๓ ข้อ ๑๓๗[๕] กำหนดไว้ว่า “ถ้าประธานขอปรึกษา หรือสมาชิกเสนอญัตติให้งดการใช้บทบังคับในข้อหนึ่งข้อใดแห่งข้อบังคับนี้เป็นการชั่วคราวเฉพาะกรณีพิเศษ ที่ประชุมอาจลงมติให้งดการใช้บทบังคับเช่นว่านั้นได้”&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	ข้อบังคับการประชุมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติทำหน้าที่รัฐสภา พ.ศ. ๒๕๑๗ ข้อ ๑๓๗[๖]    กำหนดไว้ว่า “ถ้าประธานขอปรึกษา หรือสมาชิกเสนอญัตติโดยมีสมาชิกรับรองไม่น้อยกว่าสามสิบคน ให้งดใช้ข้อบังคับข้อหนึ่งข้อใดเป็นการชั่วคราวเฉพาะกรณี และที่ประชุมลงมติเห็นชอบด้วย โดยคะแนนเสียงไม่ต่ำกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมด ก็ให้งดใช้ข้อบังคับนั้นได้”&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	ข้อบังคับการประชุมของวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๒๗ ข้อ ๑๔๑[๗] กำหนดไว้ว่า “ถ้าประธานขอปรึกษา หรือสมาชิกเสนอญัตติ โดยมีสมาชิกรับรองไม่น้อยกว่าสามสิบคน ให้งดใช้ข้อบังคับหนึ่งข้อใดทั้งหมดหรือบางส่วนเป็นการชั่วคราวเฉพาะกรณี หากที่ประชุมลงมติเห็นชอบ ด้วยคะแนนเสียงไม่ต่ำกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกที่มาประชุม ก็ให้งดใช้ข้อบังคับนั้นได้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๒๘  ข้อ ๑๓๖[๘] กำหนดไว้เกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า “ถ้าประธานขอปรึกษา หรือสมาชิกเสนอญัตติโดยมีสมาชิกรับรองไม่น้อยกว่ายี่สิบคน ให้งดใช้ข้อบังคับข้อหนึ่งข้อใดทั้งหมด หรือบางส่วนเป็นการชั่วคราวเฉพาะกรณี และที่ประชุมอนุมัติก็ให้งดใช้ได้ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	ปัจจุบันการเมืองการปกครองของประเทศไทยเป็นการปกครองในระบอบประชาธิปไตยในระบบรัฐสภา ซึ่งประกอบไปด้วย ๒ สภา คือ สภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา ซึ่งในข้อบังคับการประชุมของทั้ง ๒ สภาได้กำหนดให้มีการงดใช้ข้อบังคับไว้คล้ายคลึงกัน แตกต่างกันที่จำนวนสมาชิกที่จะเสนอญัตติการงดใช้ข้อบังคับ  และคะแนนเสียงของที่ประชุมในการที่จะอนุมัติ/เห็นชอบเรื่องดังกล่าว โดยมีรายละเอียด ดังนี้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร  พ.ศ. ๒๕๕๑ หมวดที่ ๑๒ บทสุดท้าย ข้อ ๑๗๖  กล่าวถึงการงดใช้ข้อบังคับ[๙] ไว้ว่า “ถ้าประธานขอปรึกษา หรือสมาชิกเสนอญัตติโดยมีจำนวนสมาชิกรับรองไม่น้อยกว่ายี่สิบคน ให้งดใช้ข้อบังคับข้อหนึ่งข้อใดทั้งหมดหรือบางส่วนเป็นการชั่วคราวเฉพาะกรณี หากที่ประชุมอนุมัติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของสมาชิกในที่ประชุมก็ให้งดใช้ได้”&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	ข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๕๑ หมวดที่ ๑๑ บทสุดท้าย ข้อ ๑๘๑ กล่าวถึงการงดใช้ข้อบังคับ[๑๐] ไว้ว่า “ถ้าประธานของที่ประชุมขอปรึกษา หรือสมาชิกเสนอญัตติโดยมีผู้รับรองไม่น้อยกว่าสิบคน ให้งดใช้ข้อบังคับข้อใดข้อหนึ่งทั้งหมดหรือบางส่วนเป็นการชั่วคราวเฉพาะกรณี หากที่ประชุมวุฒิสภาลงมติเห็นชอบด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกในที่ประชุมวุฒิสภา ก็ให้งดใช้ข้อบังคับนั้นได้”&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	จะเห็นได้ว่าข้อบังคับการประชุมตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน  ได้มีข้อกำหนดที่ว่าด้วยการงดใช้ข้อบังคับเรื่อยมา  โดยมีพัฒนาการ  มีการปรับเปลี่ยนเนื้อหาสาระ  และวิธีการให้เหมาะสมกับสภาวะการณ์ในช่วงนั้น ๆ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==กรณีตัวอย่างการงดใช้ข้อบังคับ==&lt;br /&gt;
	กรณีตัวอย่างการงดใช้ข้อบังคับการประชุม เลือกมานำเสนอ จำนวน ๒ กรณี โดยกรณีตัวอย่างแรกเป็นกรณีที่ประธานในที่ประชุมขอปรึกษาที่ประชุมเพื่อของดใช้ข้อบังคับการประชุม โดยเป็นกรณีตัวอย่างการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๒ ปีที่ ๑ ครั้งที่ ๑๑ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) วันพฤหัสบดีที่ ๒๒ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๘ ณ ตึกรัฐสภา โดยในการประชุมครั้งนั้น รองศาสตราจารย์ลลิตา  ฤกษ์สำราญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่สองปฏิบัติหน้าที่แทนประธานสภาผู้แทนราษฎร (นายโภคิน พลกุล ติดภาระกิจเดินทางไปราชการต่างประเทศ) ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรครั้งดังกล่าว  หลังจากที่ประชุมได้อภิปรายและรับทราบผลการดำเนินงานของคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ประจำปี พ.ศ. ๒๕๔๗ แล้ว รองศาสตราจารย์ลลิตา  ฤกษ์สำราญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่สองปฏิบัติหน้าที่แทนประธานสภาผู้แทนราษฎร  ได้ปรึกษาที่ประชุมเพื่อของดใช้ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๔๔  ข้อ ๑๓๒ ในการพิจารณากระทู้ถามสดมากกว่า ๓ กระทู้ถาม ซึ่งที่ประชุมมีมติเห็นชอบผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนประธานสภาผู้แทนราษฎรจึงได้เสนอให้ที่ประชุมพิจารณาระเบียบวาระกระทู้ถามสด จำนวน ๔ กระทู้ถาม&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	สำหรับกรณีตัวอย่างที่สอง เป็นกรณีตัวอย่างที่สมาชิกเสนอญัตติเพื่อของดใช้ข้อบังคับการประชุม โดยเป็นกรณีตัวอย่างการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๓ ปีที่ ๒ ครั้งที่ ๓๐ (สมัยสามัญทั่วไป)  วันพุธที่ ๒๐ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๒ ณ ตึกรัฐสภา โดยในการประชุมครั้งนั้นมีนายชัย  ชิดชอบ เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งในระหว่างที่การประชุมจะดำเนินการพิจารณาระเบียบวาระต่อไป มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรขอเสนอญัตติตามข้อบังคับการประชุม ข้อ ๑๗๖ เพื่อของดใช้ข้อบังคับการประชุมข้อ ๔๖ วรรคสอง ในการขอนำร่างพระราชบัญญัติอื่น จำนวน ๓ พระราชบัญญัติขึ้นมาพิจารณาต่อจากร่างพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....  ซึ่งที่ประชุมมีมติเห็นชอบตามที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเสนอโดยให้งดใช้ข้อบังคับการประชุมข้อ ๔๖ วรรคสอง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
  &lt;br /&gt;
	จะเห็นได้ว่าการงดใช้ข้อบังคับนั้น มีความจำเป็นมากหากในการประชุมสภาครั้งนั้น ๆ ประสบปัญหา ไม่สามารถหาทางออก และแก้ไขปัญหานั้นได้ จำเป็นต้องหาวิธีการแก้ไขอย่างเร่งด่วน  มิฉะนั้นอาจทำเกิดความขัดแย้ง หรือเสียหายอย่างรุนแรงได้ จึงต้องให้ความสำคัญ โดยการกำหนดการงดใช้ข้อบังคับการประชุมไว้ในข้อบังคับการประชุมเรื่อยมา เพื่อให้การประชุมดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย  และเกิดประโยชน์กับประเทศอย่างสูงที่สุด&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==อ้างอิง==&lt;br /&gt;
&amp;lt;references/&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==บรรณานุกรม==&lt;br /&gt;
	คณิน  บุญสุวรรณ, (๒๕๓๓) “ภาษาการเมืองในระบอบรัฐสภา”. กรุงเทพ ฯ : สำนักพิมพ์โอเดียนสโตร์.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	คณิน  บุญสุวรรณ, (๒๕๔๘) “ปทานุกรมศัพท์รัฐสภาและการเมืองไทย”.  กรุงเทพ ฯ : สำนักพิมพ์สุขภาพใจ.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	ประเสริฐ  ปัทมะสุคนธ์, (๒๕๑๗) “รัฐสภาไทยในรอบสี่สิบสองปี (๒๔๗๕ - ๒๕๑๗)”. กรุงเทพฯ : ห้างหุ้นส่วนจำกัด ช. ชุมนุมช่าง.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, (๒๕๑๙) “รวมข้อบังคับการประชุมสภา ๒๔๗๖ – ๒๕๑๘”. กรุงเทพ ฯ : สำนักการพิมพ์ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, (๒๕๔๖) “ข้อบังคับการประชุมสภาเปรียบเทียบ ๒๔๗๖ – ๒๕๑๗”.  กรุงเทพ ฯ : สำนักการพิมพ์ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, (๒๕๔๘) “บันทึกการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่  ๒๒ ปีที่ ๑  ครั้งที่ ๑๑ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) วันพฤหัสบดีที่  ๒๒ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๘  ณ ตึกรัฐสภา”.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, (๒๕๕๑) “ข้อบังคับการประชุม”.  กรุงเทพ ฯ : สำนักการพิมพ์ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, (๒๕๕๒) “บันทึกการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๓ ปีที่ ๒  ครั้งที่  ๓๐ (สมัยสามัญทั่วไป) วันพุธที่ ๒๐ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๒  ณ ตึกรัฐสภา”.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==หนังสือแนะนำให้อ่านต่อ==&lt;br /&gt;
	คณิน  บุญสุวรรณ, (๒๕๓๓) “ภาษาการเมืองในระบอบรัฐสภา”.  กรุงเทพ ฯ : สำนักพิมพ์โอเดียนสโตร์.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	คณิน  บุญสุวรรณ, (๒๕๔๘) “ปทานุกรมศัพท์รัฐสภาและการเมืองไทย”.  กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์สุขภาพใจ.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	ประเสริฐ  ปัทมะสุคนธ์, (๒๕๑๗) “รัฐสภาไทยในรอบสี่สิบสองปี (๒๔๗๕ - ๒๕๑๗)”. กรุงเทพฯ : ห้างหุ้นส่วนจำกัด ช. ชุมนุมช่าง.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, (๒๕๕๑) “ข้อบังคับการประชุม”.  กรุงเทพ ฯ : สำนักการพิมพ์ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==ดูเพิ่มเติม==&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[category:ความรู้เกี่ยวกับรัฐสภาไทย]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Tora</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%95%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87_(%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%99%E0%B8%B2_%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%A1%E0%B8%84%E0%B8%87)&amp;diff=1806</id>
		<title>เขตเลือกตั้ง (จินตนา เอี่ยมคง)</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%95%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87_(%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%99%E0%B8%B2_%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%A1%E0%B8%84%E0%B8%87)&amp;diff=1806"/>
		<updated>2009-06-17T04:00:37Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;Tora: /* บรรณานุกรม */&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&#039;&#039;&#039;ผู้เขียน - จินตนา  เอี่ยมคง&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;p&amp;gt;&#039;&#039;&#039;ผู้ทรงคุณวุฒิประจำบทความ - รองเลขาธิการสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จเร พันธุ์เปรื่อง&#039;&#039;&#039;&amp;lt;/p&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;p&amp;gt;[[:category:การเลือกตั้ง|การเลือกตั้ง]]เป็นกระบวนการพื้นฐานที่สำคัญ ใน[[การปกครองระบอบประชาธิปไตย]] ที่เป็นการให้อำนาจแก่ประชาชนโดยอ้อม กล่าวคือไม่สามารถจัดให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการปกครองประเทศได้โดยตรง แต่การเลือกตั้งนั้นต้องมีประสิทธิภาพพอ และเป็นที่ยอมรับได้ว่าสอดคล้องกับเงื่อนไขของระบอบประชาธิปไตย ในปัจจุบัน ประชาชนสามารถเลือก[[สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร]]และ[[สมาชิกวุฒิสภา]] เข้าไปเป็น “ผู้แทน” ของตน โดยมีกระบวนการเลือกตั้งจากประชาชนให้เข้ามาทำหน้าที่ทางนิติบัญญัติใน[[รัฐสภา]] ซึ่งในกระบวนการเลือกตั้งดังกล่าว “เขตเลือกตั้ง” จึงเป็นส่วนสำคัญต่อการใช้สิทธิออกเสียงเลือกตั้งของประชาชน เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงอำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชน&amp;lt;/p&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==ความหมาย==&lt;br /&gt;
&amp;lt;p&amp;gt;&#039;&#039;&#039;เขตเลือกตั้ง&#039;&#039;&#039;๑ หมายถึง พื้นที่ที่กำหนดเป็นเขตเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งหรือแบบสัดส่วน หรือเขตเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา แล้วแต่กรณี โดย[[คณะกรรมการการเลือกตั้ง]]เป็นผู้กำหนดการแบ่งเขตเลือกตั้งเพื่อให้นำคะแนนเสียงของ[[ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง]]ในพื้นที่นั้นมารวมกันเพื่อตัดสินผลการเลือกตั้ง&amp;lt;/p&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==การแบ่งเขตเลือกตั้งในอดีต==&lt;br /&gt;
	การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาแต่ละครั้ง รูปแบบและวิธีการแบ่งเขตเลือกตั้งจะถูกกำหนดโดยรัฐธรรมนูญและกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา ในอดีตที่ผ่านมาแบ่งออกเป็น๒&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;p&amp;gt;&#039;&#039;&#039;๑. แบบแบ่งเขต&#039;&#039;&#039; เป็นการกำหนดให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกเสียงลงคะแนนเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งที่ตนมีสิทธิได้&#039;&#039;&#039;เขตละหนึ่งคน&#039;&#039;&#039;   โดยจังหวัดใดมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเกินกว่าหนึ่งคน  ให้แบ่งเขตจังหวัดออกเป็นเขตเลือกตั้งตามจำนวนเท่ากับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่จะพึงมีในจังหวัดนั้น  การแบ่งเขตเลือกตั้งแบบนี้ใช้ในคราว[[การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 1 วันที่ 15 พฤศจิกายน 2476|การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครั้งแรกที่มีขึ้นในประเทศไทยเมื่อวันที่ ๑๕ พฤศจิกายน ๒๔๗๖]] [[การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 2 วันที่ 7 พฤศจิกายน 2480|การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ ๗ พฤศจิกายน ๒๔๘๐]] [[การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 3 วันที่ 12 พฤศจิกายน 2481|การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ ๑๒  พฤศจิกายน   ๒๔๘๑]]  และ[[การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 4 วันที่ 6 มกราคม 2489|การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่  ๖ มกราคม  ๒๔๘๙]] ทั้งหมดนี้เป็น[[การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรประเภทที่ 1 และ สมาชิกประเภทที่ 2|การเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรสยาม พุทธศักราช ๒๔๗๕]]  เป็นต้น&amp;lt;/p&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;p&amp;gt;&#039;&#039;&#039;๒. แบบรวมเขต&#039;&#039;&#039;  เป็นการกำหนดให้เขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง จังหวัดใดมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนเท่าใด ให้ราษฎรผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ไม่เกินจำนวนที่พึงมี การแบ่งเขตเลือกตั้งแบบนี้ใช้ในคราว[[การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 6 วันที่ 29 มกราคม 2491|การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ ๒๙ มกราคม  ๒๔๙๑]]  [[การเลือกตั้ง สส. และการแต่งตั้ง สว. ตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2490|ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉะบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๔๙๐]] [[การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 8 วันที่ 26 กุมภาพันธุ์ 2495|การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๔๙๕]] และ[[การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 9 วันที่ 26 กุมภาพันธุ์ 2500|การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่  ๒๖  กุมภาพันธ์   ๒๕๐๐]] ทั้งสองครั้งนี้เป็นไป[[การเลือกตั้ง สส. ตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2475 แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2495|ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๔๗๕ แก้ไขเพิ่มเติม พุทธศักราช ๒๔๙๕]] และ[[การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 11 วันที่ 10 ก.พ. 2512|การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์  ๒๕๑๒]] ตาม[[การเลือกตั้ง สส. และการแต่งตั้ง สว. ตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2511|รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๑๑]]  เป็นต้น  นอกจากนี้ ในการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ เมื่อวันที่ ๔ มีนาคม ๒๕๔๓ และวันที่ ๑๙ เมษายน ๒๕๔๙ เป็นการจัดการเลือกตั้งแบบรวมเขต ด้วยเช่นกัน โดยเป็นการถือเขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง แต่ราษฎรผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้ง สามารถใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาได้เพียงจังหวัดละหนึ่งคน&amp;lt;/p&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;p&amp;gt;อนึ่ง [[รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2521|รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๒๑]] ได้กำหนดเรื่องเขตเลือกตั้งไว้อย่างน่าสนใจว่า ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้ถือเขตจังหวัดแต่ละจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง เว้นแต่กรุงเทพมหานครให้แบ่งเขตเลือกตั้งออกเป็นสามเขตและจัดให้แต่ละเขตเลือกตั้งมีจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขตละเท่า ๆ กัน หรือใกล้เคียงกันมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยต้องแบ่งพื้นที่เขตเลือกตั้งแต่ละเขตให้ติดต่อกัน ราษฎรผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งเป็นคณะตามบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองส่งเข้าสมัครรับเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งนั้น ๆ  แต่วิธีการดังกล่าวนี้ยังไม่ได้นำมาใช้ในการเลือกตั้ง เพราะมีความเห็นที่แตกต่างกันจนเป็นปัญหาทางการเมือง ในที่สุดรัฐสภาได้แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญในปี ๒๕๒๘ โดยยกเลิกบทบัญญัติดังกล่าว&amp;lt;/p&amp;gt;&lt;br /&gt;
		&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;p&amp;gt;&#039;&#039;&#039;๓. การเลือกตั้งแบบผสม&#039;&#039;&#039;  เป็นการแบ่งเขตเลือกตั้งที่รวมวิธีการหลาย ๆ อย่างเข้าด้วยกัน ดังนี้&amp;lt;/p&amp;gt;&lt;br /&gt;
		    &lt;br /&gt;
&amp;lt;p&amp;gt;&#039;&#039;&#039;๓.๑ แบบรวมเขตและแบ่งเขต&#039;&#039;&#039;  เป็นการกำหนดให้แต่ละเขตเลือกตั้งมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนตามหรือใกล้เคียงกัน โดยจังหวัดใดมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่เกินสามคนให้ถือเขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง และจังหวัดใดมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เกินกว่าสามคนให้แบ่งเขตจังหวัดออกเป็นเขตเลือกตั้ง ทั้งนี้ แต่ละเขตเลือกตั้งจะต้องมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่น้อยกว่าสองคนและไม่เกินสามคน  ให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกเสียงลงคะแนนเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้งได้จำนวนไม่เกินที่เขตเลือกตั้งนั้นจะพึงมี เช่น  การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่  ๒๖  มกราคม   ๒๕๑๘    และการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่  ๔  เมษายน   ๒๕๑๙   ทั้งสองครั้งนี้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๑๗ หรือการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ ๒๒ เมษายน ๒๕๒๒   และการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ ๑๘ เมษายน ๒๕๒๖ ทั้งสองครั้งนี้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๒๑ (ภายใต้บทเฉพาะกาล) เป็นต้น&amp;lt;/p&amp;gt;&lt;br /&gt;
		    &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;p&amp;gt;&#039;&#039;&#039;๓.๒ การเลือกตั้งแบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อ&#039;&#039;&#039;  เป็นการกำหนดให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกเสียงลงคะแนนเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้งได้เขตละหนึ่งคน โดยจังหวัดใดมีสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรเกินกว่าหนึ่งคน ให้แบ่งเขตจังหวัดออกเป็นเขตเลือกตั้งตามจำนวนเท่ากับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่จะพึงมีในจังหวัดนั้น และกำหนดให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกเสียงลงคะแนนเลือกบัญชีรายชื่อใดบัญชีรายชื่อหนึ่งที่พรรคการเมืองจัดทำขึ้นส่งสมัครรับเลือกตั้งเพียงบัญชีเดียว  โดยให้ถือเขตประเทศเป็นเขตเลือกตั้ง เช่น  การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่  ๖  มกราคม  ๒๕๔๔  และการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่  ๖  กุมภาพันธ์  ๒๕๔๘ ทั้งสองครั้งนี้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ เป็นต้น&amp;lt;/p&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==การคำนวณจำนวนราษฎรเพื่อแบ่งเขตเลือกตั้ง==&lt;br /&gt;
	รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ให้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนสี่ร้อยแปดสิบคน แบ่งออกเป็นมาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งจำนวนสี่ร้อยคน และมาจากการเลือกตั้งแบบสัดส่วน จำนวนแปดสิบคน &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
;การคำนวณจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่จะพึงมีได้ในแต่ละเขตเลือกตั้งและการกำหนดเขตเลือกตั้งให้ดำเนินการดังต่อไปนี้ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;p&amp;gt;๑. ให้คำนวณเกณฑ์จำนวนราษฎรต่อสมาชิกหนึ่งคน โดยคำนวณจากจำนวนราษฎรทั้งประเทศตามหลักฐานการทะเบียนราษฎรที่ประกาศในปีสุดท้ายก่อนปีที่มีการเลือกตั้ง เฉลี่ยด้วยจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสี่ร้อยคน&amp;lt;/p&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;p&amp;gt;๒. จังหวัดใดมีราษฎรไม่ถึงเกณฑ์จำนวนราษฎรต่อสมาชิกหนึ่งคน ให้จังหวัดนั้นมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้หนึ่งคน จังหวัดใดมีราษฎรเกินเกณฑ์ จำนวนราษฎรต่อสมาชิกหนึ่งคน ให้จังหวัดนั้นมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคน ทุกจำนวนราษฎรที่ถึงเกณฑ์การคำนวณ&amp;lt;/p&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;p&amp;gt;๓. เมื่อได้จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของแต่ละจังหวัดแล้ว ถ้าจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่คำนวณได้ ยังไม่ครบสี่ร้อยคนให้จังหวัดที่มีเศษเหลือจากการคำนวณมากที่สุดมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคน และให้เพิ่มจำนวนในจังหวัดลำดับรองลงมาตามลำดับจนครบสี่ร้อยคน&amp;lt;/p&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;p&amp;gt;๔. การแบ่งเขตเลือกตั้งให้ดำเนินการโดยจังหวัดใดมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ไม่เกินสามคนให้ถือเขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง แต่ถ้าจังหวัดใดมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เกินกว่าสามคน ให้แบ่งเขตจังหวัดออกเป็นเขตเลือกตั้ง โดยจัดให้แต่ละเขตเลือกตั้งมีจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสามคน ในกรณีที่ไม่อาจแบ่งเขตเลือกตั้งในจังหวัดให้มีจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสามคนครบทุกเขตไม่ได้ ให้แบ่งเขตเลือกตั้งออกเป็นเขตละสามคนเสียก่อนแต่เขตที่เหลือต้องมีไม่น้อยกว่าเขตละสองคน ถ้าจังหวัดใดมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้สี่คนให้แบ่งเขตเลือกตั้งออกเป็นสองเขตเขตละสองคน&amp;lt;/p&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;p&amp;gt;๕. จังหวัดใดมีการแบ่งเขตเลือกตั้งมากกว่าหนึ่งเขตต้องแบ่งพื้นที่ของเขตเลือกตั้งแต่ละเขตให้ติดต่อกันและต้องมีจำนวนราษฎรในแต่ละเขตใกล้เคียงกัน&amp;lt;/p&amp;gt;&lt;br /&gt;
		&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;p&amp;gt;ส่วนการกำหนดเขตเลือกตั้งสำหรับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วนมีวิธีการดำเนินการโดยให้จัดแบ่งพื้นที่ประเทศไทยออกเป็นแปดกลุ่มจังหวัด และให้แต่ละกลุ่มจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง โดยแต่ละเขตเลือกตั้งให้มีจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้สิบคน ในการจัดกลุ่มจังหวัดให้จังหวัดที่มีพื้นที่ติดต่อกันอยู่ในกลุ่มจังหวัดเดียวกัน และในกลุ่มจังหวัดทั้งแปดกลุ่มต้องมีจำนวนราษฎรรวมกันแล้วใกล้เคียงกัน ทั้งนี้ จะแบ่งพื้นที่ของจังหวัดแยกออกไปรวมกับเขตเลือกตั้งอื่นอีกไม่ได้&amp;lt;/p&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==วิธีการแบ่งเขตเลือกตั้งในปัจจุบัน==&lt;br /&gt;
&amp;lt;p&amp;gt;การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร๓ ในปัจจุบันตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ เป็นการแบ่งเขตเลือกตั้งแบบผสม กล่าวคือ เป็นการผสม&#039;&#039;&#039;แบบรวมเขตจังหวัด แบบแบ่งเขตและแบบสัดส่วน&#039;&#039;&#039; เป็นการกำหนดให้แต่ละเขตเลือกตั้งมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนตามหรือใกล้เคียงกัน โดยจังหวัดใดมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่เกินสามคนให้ถือเขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง และจังหวัดใดมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เกินกว่าสามคน ให้แบ่งเขตจังหวัดออกเป็นเขตเลือกตั้ง ทั้งนี้ แต่ละเขตเลือกตั้งจะต้องมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่น้อยกว่าสองคนและไม่เกินสามคน  ให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกเสียงลงคะแนนเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้งได้จำนวนไม่เกินสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เขตเลือกตั้งนั้นจะพึงมี ส่วนการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน กำหนดให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกเสียงลงคะแนนเลือกพรรคการเมืองที่จัดทำบัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งได้หนึ่งเสียง โดยกำหนดให้แบ่งพื้นที่ของประเทศไทยออกเป็นแปดกลุ่มจังหวัด แต่ละกลุ่มจังหวัดนี้ต้องมีพื้นที่ติดต่อกัน มีจำนวนราษฎรตามหลักฐานการทะเบียนราษฎรที่ประกาศในปีสุดท้ายก่อนปีที่มีการเลือกตั้งรวมกันแล้วใกล้เคียงกัน และให้ถือกลุ่มจังหวัดนั้นเป็นเขตเลือกตั้ง วิธีการนี้ใช้ในคราวเลือกตั้งเมื่อวันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๐ อันเป็นการเลือกตั้งที่มีขึ้นครั้งแรกตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ คณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้แบ่งเขตเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร   ทั้งสิ้น ๑๕๗ เขตเลือกตั้งและแบบสัดส่วน อีก ๘ เขตเลือกตั้ง&amp;lt;/p&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;p&amp;gt;สำหรับการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา๔ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มีการเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญเกี่ยวกับการเลือกตั้งไว้หลายประการ อาทิ เช่น ที่มาของสมาชิกวุฒิสภามี ๒ แบบด้วยกัน คือ มาจากการสรรหา และการเลือกตั้ง&amp;lt;/p&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;p&amp;gt;คณะกรรมการการเลือกตั้งได้ดำเนินการสรรหาสมาชิกวุฒิสภาแล้วเสร็จเมื่อวันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ มีการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาเมื่อวันที่ ๒ มีนาคม ๒๕๕๑ และเป็นการเลือกตั้งที่ใช้เขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง แต่ละจังหวัดให้มีสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดละหนึ่งคน โดยราษฎรผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้ง ลงคะแนนเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้งได้หนึ่งคน และมีเขตเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาทั้งสิ้น ๗๖ เขตเลือกตั้ง&amp;lt;/p&amp;gt;&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;p&amp;gt;การเลือกตั้งไม่ว่าจะเป็นระดับชาติและระดับท้องถิ่นมีปัจจัยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องคือ ประชาชนผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง ผู้สมัครรับเลือกตั้ง พรรคการเมือง เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานเลือกตั้ง และกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งหรือแม้จะมีเขตเลือกตั้ง ที่มีการแบ่งเขตเลือกตั้งอย่างดีที่แล้ว หากแต่การเลือกตั้งที่ยังมีการซื้อสิทธิขายเสียง ไม่มีความบริสุทธิ์ ยุติธรรมของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ประเทศชาติก็ไม่สามารถที่จะมีประชาธิปไตยที่เบ่งบานได้เลย&amp;lt;/p&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==อ้างอิง==&lt;br /&gt;
&amp;lt;references/&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==บรรณานุกรม==&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;“เขตเลือกตั้งเป็นอย่างไร”&#039;&#039;&#039;.    [ออนไลน์] สืบค้นจาก http://academic.obec.go.th/new2550/th/democracy/page9.doc เมื่อวันที่ ๑๘ พฤษภาคม     ๒๕๕๒.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;แม่แบบ : การเลือกตั้ง ส.ส. ในไทย&#039;&#039;&#039;.    [ออนไลน์] สืบค้นจาก   http://th.wikipedia.org/wiki/. เมื่อวันที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๕๒.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
วัชราพร  ยอดมิ่ง.    &#039;&#039;&#039;ระบบการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในประเทศไทยตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐&#039;&#039;&#039;.    กรุงเทพฯ  :  สำนักวิชาการ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร,  ๒๕๕๐.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
สมพร  ถาวร.    &#039;&#039;&#039;การนำระบบวิธีการเลือกตั้งหนึ่งคนหนึ่งเสียงมาใช้ในกฎหมายเลือกตั้งของไทย&#039;&#039;&#039;. กรุงเทพฯ  :  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,  ๒๕๓๓.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง.    &#039;&#039;&#039;ก่อนจะเป็น ส.ว.&#039;&#039;&#039;    พิมพ์ครั้งที่ ๓.    กรุงเทพฯ : สำนักประชาสัมพันธ์ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง,  ๒๕๔๙.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
_______.    &#039;&#039;&#039;ข้อมูล สถิติ การสรรหาและการเลือกตั้ง สมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๕๑&#039;&#039;&#039;.    กรุงเทพฯ  :  สำนักงาน,  ๒๕๕๑.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
_______.    &#039;&#039;&#039;ข้อมูล สถิติ และผลการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๕๐&#039;&#039;&#039;.    กรุงเทพฯ  :  สำนักงาน,  ๒๕๕๐.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
_______.    &#039;&#039;&#039;แผนกลยุทธ์สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (พ.ศ.๒๕๔๘-๒๕๕๒)&#039;&#039;&#039;.   กรุงเทพฯ  :  ม.ป.ป.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
สุเทพ  เอี่ยมคง.    &#039;&#039;&#039;สภาผู้แทนราษฎร&#039;&#039;&#039;.    [ออนไลน์] สืบค้นจาก  http://www.librarianmagazine.com/VOL1NO8/index.html  เมื่อวันที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๕๒.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==เอกสารแนะนำให้อ่านต่อ==&lt;br /&gt;
ปริญญา  นาคฉัตรีย์. &#039;&#039;&#039;การจัดการเลือกตั้ง ส.ส. และส.ว. ปัญหาและแนวทางแก้ไข&#039;&#039;&#039;.    นนทบุรี : สถาบันพระปกเกล้า,  ๒๕๔๗.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง. &#039;&#039;&#039;๙ ปี กกต มิติใหม่แห่งการเลือกตั้ง&#039;&#039;&#039;.    กรุงเทพฯ  : สำนักงาน,  ๒๕๕๐.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
_______.    ๑๐ ปี กกต. &#039;&#039;&#039;ก้าวต่อไปเพื่อประชาธิปไตยที่ยั่งยืน&#039;&#039;&#039;.      กรุงเทพฯ :  สำนักงาน,  ๒๕๕๑.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==ดูเพิ่มเติม==&lt;br /&gt;
*[[รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม พ.ศ. 2475]]&lt;br /&gt;
 &lt;br /&gt;
*[[รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2490]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
*[[รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2511]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
*[[รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2517]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
*[[รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2521]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
*[[รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
*[[รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[category:ความรู้เกี่ยวกับรัฐสภาไทย|ขเขตเลือกตั้ง]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Tora</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%95%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87_(%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%99%E0%B8%B2_%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%A1%E0%B8%84%E0%B8%87)&amp;diff=1795</id>
		<title>เขตเลือกตั้ง (จินตนา เอี่ยมคง)</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%95%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87_(%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%99%E0%B8%B2_%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%A1%E0%B8%84%E0%B8%87)&amp;diff=1795"/>
		<updated>2009-06-04T10:41:31Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;Tora: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&#039;&#039;&#039;ผู้เขียน - จินตนา  เอี่ยมคง&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;p&amp;gt;&#039;&#039;&#039;ผู้ทรงคุณวุฒิประจำบทความ - รองเลขาธิการสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จเร พันธุ์เปรื่อง&#039;&#039;&#039;&amp;lt;/p&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;p&amp;gt;[[:category:การเลือกตั้ง|การเลือกตั้ง]]เป็นกระบวนการพื้นฐานที่สำคัญ ใน[[การปกครองระบอบประชาธิปไตย]] ที่เป็นการให้อำนาจแก่ประชาชนโดยอ้อม กล่าวคือไม่สามารถจัดให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการปกครองประเทศได้โดยตรง แต่การเลือกตั้งนั้นต้องมีประสิทธิภาพพอ และเป็นที่ยอมรับได้ว่าสอดคล้องกับเงื่อนไขของระบอบประชาธิปไตย ในปัจจุบัน ประชาชนสามารถเลือก[[สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร]]และ[[สมาชิกวุฒิสภา]] เข้าไปเป็น “ผู้แทน” ของตน โดยมีกระบวนการเลือกตั้งจากประชาชนให้เข้ามาทำหน้าที่ทางนิติบัญญัติใน[[รัฐสภา]] ซึ่งในกระบวนการเลือกตั้งดังกล่าว “เขตเลือกตั้ง” จึงเป็นส่วนสำคัญต่อการใช้สิทธิออกเสียงเลือกตั้งของประชาชน เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงอำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชน&amp;lt;/p&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==ความหมาย==&lt;br /&gt;
&amp;lt;p&amp;gt;&#039;&#039;&#039;เขตเลือกตั้ง&#039;&#039;&#039;๑ หมายถึง พื้นที่ที่กำหนดเป็นเขตเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งหรือแบบสัดส่วน หรือเขตเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา แล้วแต่กรณี โดย[[คณะกรรมการการเลือกตั้ง]]เป็นผู้กำหนดการแบ่งเขตเลือกตั้งเพื่อให้นำคะแนนเสียงของ[[ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง]]ในพื้นที่นั้นมารวมกันเพื่อตัดสินผลการเลือกตั้ง&amp;lt;/p&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==การแบ่งเขตเลือกตั้งในอดีต==&lt;br /&gt;
	การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาแต่ละครั้ง รูปแบบและวิธีการแบ่งเขตเลือกตั้งจะถูกกำหนดโดยรัฐธรรมนูญและกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา ในอดีตที่ผ่านมาแบ่งออกเป็น๒&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;p&amp;gt;&#039;&#039;&#039;๑. แบบแบ่งเขต&#039;&#039;&#039; เป็นการกำหนดให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกเสียงลงคะแนนเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งที่ตนมีสิทธิได้&#039;&#039;&#039;เขตละหนึ่งคน&#039;&#039;&#039;   โดยจังหวัดใดมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเกินกว่าหนึ่งคน  ให้แบ่งเขตจังหวัดออกเป็นเขตเลือกตั้งตามจำนวนเท่ากับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่จะพึงมีในจังหวัดนั้น  การแบ่งเขตเลือกตั้งแบบนี้ใช้ในคราว[[การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 1 วันที่ 15 พฤศจิกายน 2476|การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครั้งแรกที่มีขึ้นในประเทศไทยเมื่อวันที่ ๑๕ พฤศจิกายน ๒๔๗๖]] [[การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 2 วันที่ 7 พฤศจิกายน 2480|การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ ๗ พฤศจิกายน ๒๔๘๐]] [[การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 3 วันที่ 12 พฤศจิกายน 2481|การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ ๑๒  พฤศจิกายน   ๒๔๘๑]]  และ[[การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 4 วันที่ 6 มกราคม 2489|การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่  ๖ มกราคม  ๒๔๘๙]] ทั้งหมดนี้เป็น[[การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรประเภทที่ 1 และ สมาชิกประเภทที่ 2|การเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรสยาม พุทธศักราช ๒๔๗๕]]  เป็นต้น&amp;lt;/p&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;p&amp;gt;&#039;&#039;&#039;๒. แบบรวมเขต&#039;&#039;&#039;  เป็นการกำหนดให้เขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง จังหวัดใดมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนเท่าใด ให้ราษฎรผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ไม่เกินจำนวนที่พึงมี การแบ่งเขตเลือกตั้งแบบนี้ใช้ในคราว[[การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 6 วันที่ 29 มกราคม 2491|การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ ๒๙ มกราคม  ๒๔๙๑]]  [[การเลือกตั้ง สส. และการแต่งตั้ง สว. ตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2490|ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉะบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๔๙๐]] [[การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 8 วันที่ 26 กุมภาพันธุ์ 2495|การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๔๙๕]] และ[[การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 9 วันที่ 26 กุมภาพันธุ์ 2500|การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่  ๒๖  กุมภาพันธ์   ๒๕๐๐]] ทั้งสองครั้งนี้เป็นไป[[การเลือกตั้ง สส. ตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2475 แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2495|ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๔๗๕ แก้ไขเพิ่มเติม พุทธศักราช ๒๔๙๕]] และ[[การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 11 วันที่ 10 ก.พ. 2512|การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์  ๒๕๑๒]] ตาม[[การเลือกตั้ง สส. และการแต่งตั้ง สว. ตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2511|รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๑๑]]  เป็นต้น  นอกจากนี้ ในการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ เมื่อวันที่ ๔ มีนาคม ๒๕๔๓ และวันที่ ๑๙ เมษายน ๒๕๔๙ เป็นการจัดการเลือกตั้งแบบรวมเขต ด้วยเช่นกัน โดยเป็นการถือเขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง แต่ราษฎรผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้ง สามารถใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาได้เพียงจังหวัดละหนึ่งคน&amp;lt;/p&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;p&amp;gt;อนึ่ง [[รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2521|รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๒๑]] ได้กำหนดเรื่องเขตเลือกตั้งไว้อย่างน่าสนใจว่า ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้ถือเขตจังหวัดแต่ละจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง เว้นแต่กรุงเทพมหานครให้แบ่งเขตเลือกตั้งออกเป็นสามเขตและจัดให้แต่ละเขตเลือกตั้งมีจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขตละเท่า ๆ กัน หรือใกล้เคียงกันมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยต้องแบ่งพื้นที่เขตเลือกตั้งแต่ละเขตให้ติดต่อกัน ราษฎรผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งเป็นคณะตามบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองส่งเข้าสมัครรับเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งนั้น ๆ  แต่วิธีการดังกล่าวนี้ยังไม่ได้นำมาใช้ในการเลือกตั้ง เพราะมีความเห็นที่แตกต่างกันจนเป็นปัญหาทางการเมือง ในที่สุดรัฐสภาได้แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญในปี ๒๕๒๘ โดยยกเลิกบทบัญญัติดังกล่าว&amp;lt;/p&amp;gt;&lt;br /&gt;
		&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;p&amp;gt;&#039;&#039;&#039;๓. การเลือกตั้งแบบผสม&#039;&#039;&#039;  เป็นการแบ่งเขตเลือกตั้งที่รวมวิธีการหลาย ๆ อย่างเข้าด้วยกัน ดังนี้&amp;lt;/p&amp;gt;&lt;br /&gt;
		    &lt;br /&gt;
&amp;lt;p&amp;gt;&#039;&#039;&#039;๓.๑ แบบรวมเขตและแบ่งเขต&#039;&#039;&#039;  เป็นการกำหนดให้แต่ละเขตเลือกตั้งมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนตามหรือใกล้เคียงกัน โดยจังหวัดใดมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่เกินสามคนให้ถือเขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง และจังหวัดใดมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เกินกว่าสามคนให้แบ่งเขตจังหวัดออกเป็นเขตเลือกตั้ง ทั้งนี้ แต่ละเขตเลือกตั้งจะต้องมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่น้อยกว่าสองคนและไม่เกินสามคน  ให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกเสียงลงคะแนนเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้งได้จำนวนไม่เกินที่เขตเลือกตั้งนั้นจะพึงมี เช่น  การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่  ๒๖  มกราคม   ๒๕๑๘    และการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่  ๔  เมษายน   ๒๕๑๙   ทั้งสองครั้งนี้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๑๗ หรือการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ ๒๒ เมษายน ๒๕๒๒   และการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ ๑๘ เมษายน ๒๕๒๖ ทั้งสองครั้งนี้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๒๑ (ภายใต้บทเฉพาะกาล) เป็นต้น&amp;lt;/p&amp;gt;&lt;br /&gt;
		    &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;p&amp;gt;&#039;&#039;&#039;๓.๒ การเลือกตั้งแบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อ&#039;&#039;&#039;  เป็นการกำหนดให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกเสียงลงคะแนนเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้งได้เขตละหนึ่งคน โดยจังหวัดใดมีสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรเกินกว่าหนึ่งคน ให้แบ่งเขตจังหวัดออกเป็นเขตเลือกตั้งตามจำนวนเท่ากับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่จะพึงมีในจังหวัดนั้น และกำหนดให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกเสียงลงคะแนนเลือกบัญชีรายชื่อใดบัญชีรายชื่อหนึ่งที่พรรคการเมืองจัดทำขึ้นส่งสมัครรับเลือกตั้งเพียงบัญชีเดียว  โดยให้ถือเขตประเทศเป็นเขตเลือกตั้ง เช่น  การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่  ๖  มกราคม  ๒๕๔๔  และการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่  ๖  กุมภาพันธ์  ๒๕๔๘ ทั้งสองครั้งนี้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ เป็นต้น&amp;lt;/p&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==การคำนวณจำนวนราษฎรเพื่อแบ่งเขตเลือกตั้ง==&lt;br /&gt;
	รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ให้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนสี่ร้อยแปดสิบคน แบ่งออกเป็นมาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งจำนวนสี่ร้อยคน และมาจากการเลือกตั้งแบบสัดส่วน จำนวนแปดสิบคน &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
;การคำนวณจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่จะพึงมีได้ในแต่ละเขตเลือกตั้งและการกำหนดเขตเลือกตั้งให้ดำเนินการดังต่อไปนี้ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;p&amp;gt;๑. ให้คำนวณเกณฑ์จำนวนราษฎรต่อสมาชิกหนึ่งคน โดยคำนวณจากจำนวนราษฎรทั้งประเทศตามหลักฐานการทะเบียนราษฎรที่ประกาศในปีสุดท้ายก่อนปีที่มีการเลือกตั้ง เฉลี่ยด้วยจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสี่ร้อยคน&amp;lt;/p&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;p&amp;gt;๒. จังหวัดใดมีราษฎรไม่ถึงเกณฑ์จำนวนราษฎรต่อสมาชิกหนึ่งคน ให้จังหวัดนั้นมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้หนึ่งคน จังหวัดใดมีราษฎรเกินเกณฑ์ จำนวนราษฎรต่อสมาชิกหนึ่งคน ให้จังหวัดนั้นมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคน ทุกจำนวนราษฎรที่ถึงเกณฑ์การคำนวณ&amp;lt;/p&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;p&amp;gt;๓. เมื่อได้จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของแต่ละจังหวัดแล้ว ถ้าจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่คำนวณได้ ยังไม่ครบสี่ร้อยคนให้จังหวัดที่มีเศษเหลือจากการคำนวณมากที่สุดมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคน และให้เพิ่มจำนวนในจังหวัดลำดับรองลงมาตามลำดับจนครบสี่ร้อยคน&amp;lt;/p&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;p&amp;gt;๔. การแบ่งเขตเลือกตั้งให้ดำเนินการโดยจังหวัดใดมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ไม่เกินสามคนให้ถือเขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง แต่ถ้าจังหวัดใดมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เกินกว่าสามคน ให้แบ่งเขตจังหวัดออกเป็นเขตเลือกตั้ง โดยจัดให้แต่ละเขตเลือกตั้งมีจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสามคน ในกรณีที่ไม่อาจแบ่งเขตเลือกตั้งในจังหวัดให้มีจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสามคนครบทุกเขตไม่ได้ ให้แบ่งเขตเลือกตั้งออกเป็นเขตละสามคนเสียก่อนแต่เขตที่เหลือต้องมีไม่น้อยกว่าเขตละสองคน ถ้าจังหวัดใดมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้สี่คนให้แบ่งเขตเลือกตั้งออกเป็นสองเขตเขตละสองคน&amp;lt;/p&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;p&amp;gt;๕. จังหวัดใดมีการแบ่งเขตเลือกตั้งมากกว่าหนึ่งเขตต้องแบ่งพื้นที่ของเขตเลือกตั้งแต่ละเขตให้ติดต่อกันและต้องมีจำนวนราษฎรในแต่ละเขตใกล้เคียงกัน&amp;lt;/p&amp;gt;&lt;br /&gt;
		&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;p&amp;gt;ส่วนการกำหนดเขตเลือกตั้งสำหรับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วนมีวิธีการดำเนินการโดยให้จัดแบ่งพื้นที่ประเทศไทยออกเป็นแปดกลุ่มจังหวัด และให้แต่ละกลุ่มจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง โดยแต่ละเขตเลือกตั้งให้มีจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้สิบคน ในการจัดกลุ่มจังหวัดให้จังหวัดที่มีพื้นที่ติดต่อกันอยู่ในกลุ่มจังหวัดเดียวกัน และในกลุ่มจังหวัดทั้งแปดกลุ่มต้องมีจำนวนราษฎรรวมกันแล้วใกล้เคียงกัน ทั้งนี้ จะแบ่งพื้นที่ของจังหวัดแยกออกไปรวมกับเขตเลือกตั้งอื่นอีกไม่ได้&amp;lt;/p&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==วิธีการแบ่งเขตเลือกตั้งในปัจจุบัน==&lt;br /&gt;
&amp;lt;p&amp;gt;การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร๓ ในปัจจุบันตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ เป็นการแบ่งเขตเลือกตั้งแบบผสม กล่าวคือ เป็นการผสม&#039;&#039;&#039;แบบรวมเขตจังหวัด แบบแบ่งเขตและแบบสัดส่วน&#039;&#039;&#039; เป็นการกำหนดให้แต่ละเขตเลือกตั้งมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนตามหรือใกล้เคียงกัน โดยจังหวัดใดมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่เกินสามคนให้ถือเขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง และจังหวัดใดมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เกินกว่าสามคน ให้แบ่งเขตจังหวัดออกเป็นเขตเลือกตั้ง ทั้งนี้ แต่ละเขตเลือกตั้งจะต้องมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่น้อยกว่าสองคนและไม่เกินสามคน  ให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกเสียงลงคะแนนเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้งได้จำนวนไม่เกินสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เขตเลือกตั้งนั้นจะพึงมี ส่วนการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน กำหนดให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกเสียงลงคะแนนเลือกพรรคการเมืองที่จัดทำบัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งได้หนึ่งเสียง โดยกำหนดให้แบ่งพื้นที่ของประเทศไทยออกเป็นแปดกลุ่มจังหวัด แต่ละกลุ่มจังหวัดนี้ต้องมีพื้นที่ติดต่อกัน มีจำนวนราษฎรตามหลักฐานการทะเบียนราษฎรที่ประกาศในปีสุดท้ายก่อนปีที่มีการเลือกตั้งรวมกันแล้วใกล้เคียงกัน และให้ถือกลุ่มจังหวัดนั้นเป็นเขตเลือกตั้ง วิธีการนี้ใช้ในคราวเลือกตั้งเมื่อวันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๐ อันเป็นการเลือกตั้งที่มีขึ้นครั้งแรกตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ คณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้แบ่งเขตเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร   ทั้งสิ้น ๑๕๗ เขตเลือกตั้งและแบบสัดส่วน อีก ๘ เขตเลือกตั้ง&amp;lt;/p&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;p&amp;gt;สำหรับการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา๔ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มีการเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญเกี่ยวกับการเลือกตั้งไว้หลายประการ อาทิ เช่น ที่มาของสมาชิกวุฒิสภามี ๒ แบบด้วยกัน คือ มาจากการสรรหา และการเลือกตั้ง&amp;lt;/p&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;p&amp;gt;คณะกรรมการการเลือกตั้งได้ดำเนินการสรรหาสมาชิกวุฒิสภาแล้วเสร็จเมื่อวันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ มีการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาเมื่อวันที่ ๒ มีนาคม ๒๕๕๑ และเป็นการเลือกตั้งที่ใช้เขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง แต่ละจังหวัดให้มีสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดละหนึ่งคน โดยราษฎรผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้ง ลงคะแนนเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้งได้หนึ่งคน และมีเขตเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาทั้งสิ้น ๗๖ เขตเลือกตั้ง&amp;lt;/p&amp;gt;&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;p&amp;gt;การเลือกตั้งไม่ว่าจะเป็นระดับชาติและระดับท้องถิ่นมีปัจจัยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องคือ ประชาชนผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง ผู้สมัครรับเลือกตั้ง พรรคการเมือง เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานเลือกตั้ง และกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งหรือแม้จะมีเขตเลือกตั้ง ที่มีการแบ่งเขตเลือกตั้งอย่างดีที่แล้ว หากแต่การเลือกตั้งที่ยังมีการซื้อสิทธิขายเสียง ไม่มีความบริสุทธิ์ ยุติธรรมของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ประเทศชาติก็ไม่สามารถที่จะมีประชาธิปไตยที่เบ่งบานได้เลย&amp;lt;/p&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==อ้างอิง==&lt;br /&gt;
&amp;lt;references/&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==บรรณานุกรม==&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;“เขตเลือกตั้งเป็นอย่างไร”&#039;&#039;&#039;.    [ออนไลน์] สืบค้นจาก http://academic.obec.go.th/new2550/th/democracy/page9.doc เมื่อวันที่ ๑๘ พฤษภาคม     ๒๕๕๐.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;แม่แบบ : การเลือกตั้ง ส.ส. ในไทย&#039;&#039;&#039;.    [ออนไลน์] สืบค้นจาก   http://th.wikipedia.org/wiki/. เมื่อวันที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๕๐.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
วัชราพร  ยอดมิ่ง.    &#039;&#039;&#039;ระบบการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในประเทศไทยตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐&#039;&#039;&#039;.    กรุงเทพฯ  :  สำนักวิชาการ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร,  ๒๕๕๐.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
สมพร  ถาวร.    &#039;&#039;&#039;การนำระบบวิธีการเลือกตั้งหนึ่งคนหนึ่งเสียงมาใช้ในกฎหมายเลือกตั้งของไทย&#039;&#039;&#039;. กรุงเทพฯ  :  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,  ๒๕๓๓.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง.    &#039;&#039;&#039;ก่อนจะเป็น ส.ว.&#039;&#039;&#039;    พิมพ์ครั้งที่ ๓.    กรุงเทพฯ : สำนักประชาสัมพันธ์ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง,  ๒๕๔๙.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
_______.    &#039;&#039;&#039;ข้อมูล สถิติ การสรรหาและการเลือกตั้ง สมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๕๑&#039;&#039;&#039;.    กรุงเทพฯ  :  สำนักงาน,  ๒๕๕๑.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
_______.    &#039;&#039;&#039;ข้อมูล สถิติ และผลการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๕๐&#039;&#039;&#039;.    กรุงเทพฯ  :  สำนักงาน,  ๒๕๕๐.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
_______.    &#039;&#039;&#039;แผนกลยุทธ์สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (พ.ศ.๒๕๔๘-๒๕๕๒)&#039;&#039;&#039;.   กรุงเทพฯ  :  ม.ป.ป.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
สุเทพ  เอี่ยมคง.    &#039;&#039;&#039;สภาผู้แทนราษฎร&#039;&#039;&#039;.    [ออนไลน์] สืบค้นจาก  http://www.librarianmagazine.com/VOL1NO8/index.html  เมื่อวันที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๕๒.    &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==เอกสารแนะนำให้อ่านต่อ==&lt;br /&gt;
ปริญญา  นาคฉัตรีย์. &#039;&#039;&#039;การจัดการเลือกตั้ง ส.ส. และส.ว. ปัญหาและแนวทางแก้ไข&#039;&#039;&#039;.    นนทบุรี : สถาบันพระปกเกล้า,  ๒๕๔๗.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง. &#039;&#039;&#039;๙ ปี กกต มิติใหม่แห่งการเลือกตั้ง&#039;&#039;&#039;.    กรุงเทพฯ  : สำนักงาน,  ๒๕๕๐.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
_______.    ๑๐ ปี กกต. &#039;&#039;&#039;ก้าวต่อไปเพื่อประชาธิปไตยที่ยั่งยืน&#039;&#039;&#039;.      กรุงเทพฯ :  สำนักงาน,  ๒๕๕๑.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==ดูเพิ่มเติม==&lt;br /&gt;
*[[รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม พ.ศ. 2475]]&lt;br /&gt;
 &lt;br /&gt;
*[[รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2490]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
*[[รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2511]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
*[[รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2517]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
*[[รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2521]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
*[[รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
*[[รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[category:ความรู้เกี่ยวกับรัฐสภาไทย|ขเขตเลือกตั้ง]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Tora</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B9%81%E0%B8%97%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%8E%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%A0%E0%B8%97%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88_1_%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0_%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%A0%E0%B8%97%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88_2&amp;diff=1794</id>
		<title>การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรประเภทที่ 1 และ สมาชิกประเภทที่ 2</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B9%81%E0%B8%97%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%8E%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%A0%E0%B8%97%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88_1_%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0_%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%A0%E0%B8%97%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88_2&amp;diff=1794"/>
		<updated>2009-06-04T10:24:18Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;Tora: /* ดูเพิ่มเติม */&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;{{รอผู้ทรง}}&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;ผู้เรียบเรียง&#039;&#039;&#039;	ชาย  ไชยชิต และ รองศาสตราจารย์ ดร. นครินทร์ เมฆไตรรัตน์&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;รายนามผู้ทรงคุณวุฒิ&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
:&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; รองศาสตราจารย์  นรนิติ เศรษฐบุตร&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
:&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; รองศาสตราจารย์ ดร. นิยม รัฐอมฤต&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
:&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; ศาสตราจารย์ ดร. วิษณุ เครืองาม&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==การเลือกตั้งสมาชิกประเภทที่ ๑ และสมาชิกประเภทที่ ๒ (สำหรับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครั้งที่ ๑ วันที่ ๑๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๗๖ ถึงครั้งที่ ๔ วันที่ ๖ มกราคม พ.ศ. ๒๔๘๙)==&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	หลังจาก[[คณะราษฎร]]ได้ทำ[[การเปลี่ยนแปลงการปกครอง เมื่อวันที่ ๒๔ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๗๕|การเปลี่ยนแปลงการปกครอง 24 มิถุนายน 2475]] ก็ได้มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติธรรมนูญการปกครองแผ่นดินสยามชั่วคราว พ.ศ. ๒๔๗๕ เมื่อวันที่ ๒๗ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๗๕ ซึ่งพระราชบัญญัติธรรมนูญการปกครองแผ่นดินสยามชั่วคราว พ.ศ. ๒๔๗๕ ได้บัญญัติเกี่ยวกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่า สมาชิกสภาในสภาผู้แทนราษฎรจะต้องเป็นไปตามกาลสมัยดังนี้ คือ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;p&amp;gt;&#039;&#039;&#039;สมัยที่ ๑&#039;&#039;&#039; นับตั้งแต่วันที่ธรรมนูญนี้บังคับใช้เป็นต้นไป จนกว่าจะถึงเวลาที่สมาชิกในสมัยที่สองจะเข้ารับตำแหน่ง ให้[[คณะราษฎร]]ซึ่งมีคณะผู้รักษาพระนครฝ่ายทหาร เป็นผู้ใช้อำนาจแทนจัดตั้งผู้แทนราษฎรและได้มีการแต่งตั้งผู้แทนราษฎรชั่วคราวขึ้น มีจำนวน ๗๐ นาย ทำหน้าที่เป็นสมาชิกสภา ดังนั้น ในวันที่ ๒๘ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๗๕ คณะผู้รักษาพระนครจึงได้มีการเลือกบุคคลจำนวน ๗๐ คน เพื่อทำหน้าที่ด้านนิติบัญญัติและควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน ในจำนวนผู้แทนที่ได้รับการแต่งตั้งนั้นมีสมาชิกคณะราษฎร ๓๑ นาย ที่เหลืออีก ๓๙ นาย เป็นบุคคลผู้มีฐานันดรศักดิ์และราชตระกูล เช่น ราชตระกูลสนิทวงศ์ ราชตระกูลเทพหัสดิน ราชชินิกุลบุนนาค เป็นต้น&amp;lt;/p&amp;gt;&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;p&amp;gt;&#039;&#039;&#039;สมัยที่ ๒&#039;&#039;&#039; ภายในเวลา ๖ เดือนหรือจนกว่าการจัดประเทศเป็นปกติเรียบร้อย สมาชิกในสภาจะต้องมีบุคคล ๒ ประเภท ดำเนินกิจกรรมในสภาร่วมกัน ประกอบด้วย &#039;&#039;ประเภทที่หนึ่ง&#039;&#039; ผู้แทนราษฎรที่จะได้เลือกตั้งขึ้นจังหวัดละ ๑ นาย ถ้าจังหวัดใดมีราษฎรเกินกว่าเสนคน ให้จังหวัดนั้นเลือกผู้แทนเพิ่มขึ้นอีก ๑ นาย ทุก ๆ แสนคน เศษของแสนคน ถ้าเกินกว่าครึ่งให้นับเพิ่มขึ้นอีก ๑ และ &#039;&#039;ประเภทที่สอง&#039;&#039; ผู้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอยู่แล้วในสมัยที่ ๑ มีจำนวนเท่ากับสมาชิกสภาผู้แทนประเภทที่หนึ่ง ถ้าจำนวนเกินให้เลือกกันเองว่า ผู้ใดจะเป็นสมาชิกต่อไป ถ้าจำนวนขาดให้ผู้ที่มีตัวอยู่เลือกบุคคลใด ๆ เข้าแทนจนครบ&amp;lt;/p&amp;gt;&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;p&amp;gt;&#039;&#039;&#039;สมัยที่ ๓&#039;&#039;&#039; เมื่อจำนวนราษฎรทั่วพระราชอาณาจักรได้สอบไล่วิชาประถมศึกษาได้เป็นจำนวนเกินกว่าครึ่ง และอย่างช้าต้องไม่เกิน ๑๐ ปี นับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะต้องเป็นผู้ที่ราษฎรได้เลือกตั้งขึ้นเองทั้งสิ้น สมาชิกประเภทที่สอง เป็นอันไม่มีต่อไป&amp;lt;/p&amp;gt;&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เมื่อมีการแต่งตั้งผู้แทนราษฎรชั่วคราวขึ้นเพื่อดำเนินการบริหารราชการแผ่นดินในช่วงหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองแล้ว ในเวลาต่อมาก็ได้มีการจัดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไปขึ้น ซึ่งเข้าไปทำหน้าที่ผู้แทนราษฎรประเภทที่หนึ่งในสภา ตามกรอบระยะเวลาและเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในธรรมนูญการปกครอง โดยการจัดการเลือกตั้งทั่วไปแต่ละครั้งมีรายละเอียดโดยสังเขปดังต่อไปนี้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==การเลือกตั้งครั้งที่ ๑ เมื่อวันที่ ๑๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๗๖==&lt;br /&gt;
&#039;&#039;คลิกเพื่อเลือกบทความหลัก:&#039;&#039; [[การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 1 วันที่ 15 พฤศจิกายน 2476|การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ ๑ วันที่ ๑๕ พฤศจิกายน ๒๔๗๖]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	[[การเลือกตั้ง]]ครั้งแรกนี้เป็น[[การเลือกตั้งแบบแบ่งเขตและรวมเขต|การเลือกตั้งแบบรวมเขต]] โดยมีวิธี[[การเลือกตั้งแบบทางอ้อม]] กล่าวคือ ประชาชนในพื้นที่ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งผู้แทนตำบลก่อน จากนั้นผู้แทนราษฎรที่ได้รับเลือกในระดับตำบลจึงจะเป็นผู้ลงคะแนนเลือกตั้งผู้แทนราษฎรอีกครั้งหนึ่ง โดยจำนวนผู้แทนราษฎรในการเลือกตั้งครั้งนี้ มีหลักเกณฑ์การคิดคำนวณคือ จำนวนราษฎรสองแสนคนต่อต่อผู้แทนราษฎรหนึ่งคน ดังนั้น จากจำนวนราษฎรทั้งประเทศที่มีอยู่ในขณะนั้น ทำให้การเลือกตั้งในครั้งแรกได้ผู้แทนราษฎรทั้งสิ้น ๗๘ คน ผลการเลือกตั้งพบว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ มีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งทั้งสิ้น ๑,๗๗๓,๕๓๒ คน จากจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมด ๔,๒๗๘,๒๓๑ คน หรือคิดเป็นร้อยละ ๔๑.๔๕ จังหวัดที่มีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งมากที่สุดคือ จังหวัดเพชรบุรี คิดเป็นร้อยละ ๗๘.๘๒ ของจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมดในเขตจังหวัด และจังหวัดที่มีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งน้อยที่สุดคือ จังหวัดแม่ฮ่องสอน คิดเป็นร้อยละ ๑๗.๑๗ การเลือกตั้งในครั้งนี้มี[[พรรคการเมือง]]เพียงพรรคเดียวที่มีบทบาททางการเมือง นั่นคือ [[พรรคคณะราษฎร]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==การเลือกตั้งครั้งที่ ๒ วันที่ ๗ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๘๐==&lt;br /&gt;
&#039;&#039;คลิกเพื่อเลือกบทความหลัก:&#039;&#039; [[การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 2 วันที่ 7 พฤศจิกายน 2480|การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ ๒ วันที่ ๗ พฤศจิกายน ๒๔๘๐]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	การเลือกตั้งครั้งที่สองนี้เป็นการเลือกตั้งแบบแบ่งเขต โดยประชาชนเป็นผู้ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งผู้แทนราษฎรในเขตของตนเองโดยตรง มีเกณฑ์การคำนวณสัดส่วนผู้แทนราษฎรในแต่ละเขตคือ ราษฎรจำนวนหนึ่งแสนคนต่อผู้แทนหนึ่งคน จากจำนวนประชากรทั้งประเทศในขณะนั้นทำให้ได้ผู้แทนราษฎรทั้งสิ้นจำนวน ๙๑ คน การเลือกตั้งครั้งนี้จัดให้มีขึ้นเนื่องจากผู้แทนราษฎรชุดแรกได้พ้นจากตำแหน่งไปตามวาระ ผลการเลือกตั้งพบว่า จากจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมด ๖,๑๒๓,๒๓๙ คน มีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งจำนวน ๒,๔๖๒,๕๓๕ คน คิดเป็นร้อยละ ๔๐.๒๒ จังหวัดที่มีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งมากที่สุดคือ จังหวัดนครนายก คิดเป็นร้อยละ ๘๐.๘๐ และจังหวัดที่มีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งน้อยที่สุดคือ จังหวัดแม่ฮ่องสอน คิดเป็นร้อยละ ๒๒.๒๔ การจัดการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม พ.ศ. ๒๔๗๕ ซึ่งกำหนดให้[[ฝ่ายนิติบัญญัติ]]มีระบบสภาเดียว และพรรคการเมืองที่มีบทบาทในการเลือกตั้งยังคงมีเพียงพรรคเดียวคือ [[พรรคคณะราษฎร]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==การเลือกตั้งครั้งที่ ๓ วันที่ ๑๒ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๘๑== &lt;br /&gt;
&#039;&#039;คลิกเพื่อเลือกบทความหลัก:&#039;&#039; [[การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 3 วันที่ 12 พฤศจิกายน 2481|การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ ๓ วันที่ ๑๒ พฤศจิกายน ๒๔๘๑]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	การเลือกตั้งครั้งที่สามนี้เป็นการเลือกตั้งแบบแบ่งเขต โดย[[การเลือกตั้งทางตรง|ประชาชนเป็นผู้ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งผู้แทนราษฎรในเขตของตนเองโดยตรง]] มีเกณฑ์การคำนวณสัดส่วนผู้แทนราษฎรในแต่ละเขตคือ ราษฎรจำนวนสองแสนคนต่อผู้แทนราษฎรหนึ่งคน ซึ่งทำให้มีจำนวนผู้แทนราษฎรทั้งหมด ๙๑ คน การเลือกตั้งในครั้งนี้จัดขึ้นเนื่องจากมีพระราชบัญญัติยุบสภาเพื่อให้มีการเลือกตั้งภายใน ๙๐ วัน โดยมีการประกาศยุบสภาเมื่อวันที่ ๑๑ กันยายน พ.ศ. ๒๔๘๑ ซึ่งเป็นการยุบสภาครั้งแรกนับแต่มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเข้าไปทำหน้าที่ในสภา ผลการเลือกตั้งพบว่า จากจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมด ๖,๓๑๐,๑๗๒ คน มีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งจำนวน ๒,๒๑๐,๓๓๒ คน คิดเป็นร้อยละ ๓๒.๕๒ ของจำนวนผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงเลือกตั้งทั้งหมด สาเหตุที่จำนวนผู้ใช้สิทธิลงคะแนนเสียงเลือกตั้งครั้งนี้มีสัดส่วนลดลงกว่าที่ผ่านมาส่วนหนึ่งเป็นเพราะช่วงเวลาดังกล่าวอยู่ในช่วงที่สงครามโลกครั้งที่ ๒ กำลังเริ่มต้นและเป็นเหตุให้เกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลก สำหรับจังหวัดที่มีผู้มาใช้สิทธิมากที่สุดคือ จังหวัดนครนายก คิดเป็นร้อยละ ๖๗.๖๗ และจังหวัดที่มีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งน้อยที่สุดคือ จังหวัดตรัง คิดเป็นร้อยละ ๑๖.๒๘ การจัดการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม พ.ศ. ๒๔๗๕ ซึ่งกำหนดให้ฝ่ายนิติบัญญัติมีระบบสภาเดียว และพรรคการเมืองที่มีบทบาทในการเลือกตั้งยังคงมีเพียงพรรคเดียวคือ [[พรรคคณะราษฎร]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==การเลือกตั้งครั้งที่ ๔ วันที่ ๖ มกราคม พ.ศ. ๒๔๘๙==&lt;br /&gt;
&#039;&#039;คลิกเพื่อเลือกบทความหลัก:&#039;&#039; [[การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 4 วันที่ 6 มกราคม 2489|การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ ๔ วันที่ ๖ มกราคม ๒๔๘๙]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	การเลือกตั้งครั้งที่สี่นี้เป็นการเลือกตั้งด้วยวิธีแบ่งเขต โดย[[การเลือกตั้งทางตรง|ประชาชนเป็นผู้ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งผู้แทนราษฎรในเขตของตนเองโดยตรง]] มีเกณฑ์การคำนวณสัดส่วนผู้แทนราษฎรในแต่ละเขตคือ ประชาชนสองแสนคนต่อผู้แทนราษฎรหนึ่งคน เหตุที่มีการจัดการเลือกตั้งครั้งนี้ขึ้นเนื่องจากมีพระราชบัญญัติยุบสภาเมื่อวันที่ ๑๕ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๘๘ ซึ่งเป็นการประกาศยุบสภาครั้งที่สอง การเลือกตั้งครั้งนี้มีจำนวนผู้แทนราษฎรได้ทั้งหมด ๙๖ คน ผลการเลือกตั้งพบว่า จากจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมด ๖,๔๓๑,๘๒๗ คน มีผู้มาใช้สิทธิลงคะแนนเสียงเลือกตั้งจำนวน ๒,๐๙๑,๗๘๘ คน คิดเป็นร้อยละ ๓๒.๕๒ ของจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมด จังหวัดที่มีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งมากที่สุดคือ จังหวัดบุรีรัมย์ คิดเป็นร้อยละ ๕๔.๖๕ และจังหวัดที่มีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งน้อยที่สุดคือ จังหวัดสุพรรณบุรี คิดเป็นร้อยละ ๑๓.๔๐ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
การจัดการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม พ.ศ. ๒๔๗๕ ซึ่งกำหนดให้ฝ่ายนิติบัญญัติมีระบบสภาเดียว แต่ในครั้งนี้มีพรรคการเมืองแข่งขันกันส่งสมาชิกพรรคลงสมัครรับเลือกตั้งทั้งหมด ๕ พรรค ได้แก่ [[พรรคสหชีพ]] [[พรรคแนวรัฐธรรมนูญ]] [[พรรคอิสระ]] [[พรรคประชาธิปัตย์]] และ[[พรรคประชาชน]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==อ้างอิง==&lt;br /&gt;
บุญทัน  ดอกไธสง, &#039;&#039;&#039;การเปลี่ยนแปลงทางการบริหารและการเมืองไทย&#039;&#039;&#039;, กรุงเทพฯ : โอเดียนสโตร์, 2520&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ฝ่ายพัฒนาการเมืองและการปกครอง สำนักนโยบายและแผนมหาดไทย, &#039;&#039;&#039;อนุสารการเมือง&#039;&#039;&#039;, มีนาคม 2522&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==ดูเพิ่มเติม==&lt;br /&gt;
*[[:category:การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร|การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
*[[:category:การเลือกตั้งสมาิชิกวุฒิสภา|การเลือกตั้งสมาิชิกวุฒิสภา]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
*[[การเลือกตั้งในประเทศไทย|การเลือกตั้งอื่น ๆ ในประเทศไทย]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
*[[การเปลี่ยนแปลงการปกครอง 24 มิถุนายน 2475]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[category:การเลือกตั้งและการแต่งตั้งตามรัฐธรรมนูญ|ก2475การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรประเภทที่ 1 และ สมาชิกประเภทที่ 2]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Tora</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B9%81%E0%B8%97%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%8E%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%A0%E0%B8%97%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88_1_%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0_%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%A0%E0%B8%97%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88_2&amp;diff=1793</id>
		<title>การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรประเภทที่ 1 และ สมาชิกประเภทที่ 2</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B9%81%E0%B8%97%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%8E%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%A0%E0%B8%97%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88_1_%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0_%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%A0%E0%B8%97%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88_2&amp;diff=1793"/>
		<updated>2009-06-04T10:23:44Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;Tora: /* ดูเพิ่มเติม */&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;{{รอผู้ทรง}}&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;ผู้เรียบเรียง&#039;&#039;&#039;	ชาย  ไชยชิต และ รองศาสตราจารย์ ดร. นครินทร์ เมฆไตรรัตน์&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;รายนามผู้ทรงคุณวุฒิ&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
:&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; รองศาสตราจารย์  นรนิติ เศรษฐบุตร&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
:&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; รองศาสตราจารย์ ดร. นิยม รัฐอมฤต&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
:&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; ศาสตราจารย์ ดร. วิษณุ เครืองาม&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==การเลือกตั้งสมาชิกประเภทที่ ๑ และสมาชิกประเภทที่ ๒ (สำหรับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครั้งที่ ๑ วันที่ ๑๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๗๖ ถึงครั้งที่ ๔ วันที่ ๖ มกราคม พ.ศ. ๒๔๘๙)==&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	หลังจาก[[คณะราษฎร]]ได้ทำ[[การเปลี่ยนแปลงการปกครอง เมื่อวันที่ ๒๔ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๗๕|การเปลี่ยนแปลงการปกครอง 24 มิถุนายน 2475]] ก็ได้มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติธรรมนูญการปกครองแผ่นดินสยามชั่วคราว พ.ศ. ๒๔๗๕ เมื่อวันที่ ๒๗ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๗๕ ซึ่งพระราชบัญญัติธรรมนูญการปกครองแผ่นดินสยามชั่วคราว พ.ศ. ๒๔๗๕ ได้บัญญัติเกี่ยวกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่า สมาชิกสภาในสภาผู้แทนราษฎรจะต้องเป็นไปตามกาลสมัยดังนี้ คือ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;p&amp;gt;&#039;&#039;&#039;สมัยที่ ๑&#039;&#039;&#039; นับตั้งแต่วันที่ธรรมนูญนี้บังคับใช้เป็นต้นไป จนกว่าจะถึงเวลาที่สมาชิกในสมัยที่สองจะเข้ารับตำแหน่ง ให้[[คณะราษฎร]]ซึ่งมีคณะผู้รักษาพระนครฝ่ายทหาร เป็นผู้ใช้อำนาจแทนจัดตั้งผู้แทนราษฎรและได้มีการแต่งตั้งผู้แทนราษฎรชั่วคราวขึ้น มีจำนวน ๗๐ นาย ทำหน้าที่เป็นสมาชิกสภา ดังนั้น ในวันที่ ๒๘ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๗๕ คณะผู้รักษาพระนครจึงได้มีการเลือกบุคคลจำนวน ๗๐ คน เพื่อทำหน้าที่ด้านนิติบัญญัติและควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน ในจำนวนผู้แทนที่ได้รับการแต่งตั้งนั้นมีสมาชิกคณะราษฎร ๓๑ นาย ที่เหลืออีก ๓๙ นาย เป็นบุคคลผู้มีฐานันดรศักดิ์และราชตระกูล เช่น ราชตระกูลสนิทวงศ์ ราชตระกูลเทพหัสดิน ราชชินิกุลบุนนาค เป็นต้น&amp;lt;/p&amp;gt;&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;p&amp;gt;&#039;&#039;&#039;สมัยที่ ๒&#039;&#039;&#039; ภายในเวลา ๖ เดือนหรือจนกว่าการจัดประเทศเป็นปกติเรียบร้อย สมาชิกในสภาจะต้องมีบุคคล ๒ ประเภท ดำเนินกิจกรรมในสภาร่วมกัน ประกอบด้วย &#039;&#039;ประเภทที่หนึ่ง&#039;&#039; ผู้แทนราษฎรที่จะได้เลือกตั้งขึ้นจังหวัดละ ๑ นาย ถ้าจังหวัดใดมีราษฎรเกินกว่าเสนคน ให้จังหวัดนั้นเลือกผู้แทนเพิ่มขึ้นอีก ๑ นาย ทุก ๆ แสนคน เศษของแสนคน ถ้าเกินกว่าครึ่งให้นับเพิ่มขึ้นอีก ๑ และ &#039;&#039;ประเภทที่สอง&#039;&#039; ผู้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอยู่แล้วในสมัยที่ ๑ มีจำนวนเท่ากับสมาชิกสภาผู้แทนประเภทที่หนึ่ง ถ้าจำนวนเกินให้เลือกกันเองว่า ผู้ใดจะเป็นสมาชิกต่อไป ถ้าจำนวนขาดให้ผู้ที่มีตัวอยู่เลือกบุคคลใด ๆ เข้าแทนจนครบ&amp;lt;/p&amp;gt;&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;p&amp;gt;&#039;&#039;&#039;สมัยที่ ๓&#039;&#039;&#039; เมื่อจำนวนราษฎรทั่วพระราชอาณาจักรได้สอบไล่วิชาประถมศึกษาได้เป็นจำนวนเกินกว่าครึ่ง และอย่างช้าต้องไม่เกิน ๑๐ ปี นับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะต้องเป็นผู้ที่ราษฎรได้เลือกตั้งขึ้นเองทั้งสิ้น สมาชิกประเภทที่สอง เป็นอันไม่มีต่อไป&amp;lt;/p&amp;gt;&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เมื่อมีการแต่งตั้งผู้แทนราษฎรชั่วคราวขึ้นเพื่อดำเนินการบริหารราชการแผ่นดินในช่วงหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองแล้ว ในเวลาต่อมาก็ได้มีการจัดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไปขึ้น ซึ่งเข้าไปทำหน้าที่ผู้แทนราษฎรประเภทที่หนึ่งในสภา ตามกรอบระยะเวลาและเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในธรรมนูญการปกครอง โดยการจัดการเลือกตั้งทั่วไปแต่ละครั้งมีรายละเอียดโดยสังเขปดังต่อไปนี้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==การเลือกตั้งครั้งที่ ๑ เมื่อวันที่ ๑๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๗๖==&lt;br /&gt;
&#039;&#039;คลิกเพื่อเลือกบทความหลัก:&#039;&#039; [[การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 1 วันที่ 15 พฤศจิกายน 2476|การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ ๑ วันที่ ๑๕ พฤศจิกายน ๒๔๗๖]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	[[การเลือกตั้ง]]ครั้งแรกนี้เป็น[[การเลือกตั้งแบบแบ่งเขตและรวมเขต|การเลือกตั้งแบบรวมเขต]] โดยมีวิธี[[การเลือกตั้งแบบทางอ้อม]] กล่าวคือ ประชาชนในพื้นที่ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งผู้แทนตำบลก่อน จากนั้นผู้แทนราษฎรที่ได้รับเลือกในระดับตำบลจึงจะเป็นผู้ลงคะแนนเลือกตั้งผู้แทนราษฎรอีกครั้งหนึ่ง โดยจำนวนผู้แทนราษฎรในการเลือกตั้งครั้งนี้ มีหลักเกณฑ์การคิดคำนวณคือ จำนวนราษฎรสองแสนคนต่อต่อผู้แทนราษฎรหนึ่งคน ดังนั้น จากจำนวนราษฎรทั้งประเทศที่มีอยู่ในขณะนั้น ทำให้การเลือกตั้งในครั้งแรกได้ผู้แทนราษฎรทั้งสิ้น ๗๘ คน ผลการเลือกตั้งพบว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ มีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งทั้งสิ้น ๑,๗๗๓,๕๓๒ คน จากจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมด ๔,๒๗๘,๒๓๑ คน หรือคิดเป็นร้อยละ ๔๑.๔๕ จังหวัดที่มีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งมากที่สุดคือ จังหวัดเพชรบุรี คิดเป็นร้อยละ ๗๘.๘๒ ของจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมดในเขตจังหวัด และจังหวัดที่มีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งน้อยที่สุดคือ จังหวัดแม่ฮ่องสอน คิดเป็นร้อยละ ๑๗.๑๗ การเลือกตั้งในครั้งนี้มี[[พรรคการเมือง]]เพียงพรรคเดียวที่มีบทบาททางการเมือง นั่นคือ [[พรรคคณะราษฎร]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==การเลือกตั้งครั้งที่ ๒ วันที่ ๗ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๘๐==&lt;br /&gt;
&#039;&#039;คลิกเพื่อเลือกบทความหลัก:&#039;&#039; [[การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 2 วันที่ 7 พฤศจิกายน 2480|การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ ๒ วันที่ ๗ พฤศจิกายน ๒๔๘๐]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	การเลือกตั้งครั้งที่สองนี้เป็นการเลือกตั้งแบบแบ่งเขต โดยประชาชนเป็นผู้ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งผู้แทนราษฎรในเขตของตนเองโดยตรง มีเกณฑ์การคำนวณสัดส่วนผู้แทนราษฎรในแต่ละเขตคือ ราษฎรจำนวนหนึ่งแสนคนต่อผู้แทนหนึ่งคน จากจำนวนประชากรทั้งประเทศในขณะนั้นทำให้ได้ผู้แทนราษฎรทั้งสิ้นจำนวน ๙๑ คน การเลือกตั้งครั้งนี้จัดให้มีขึ้นเนื่องจากผู้แทนราษฎรชุดแรกได้พ้นจากตำแหน่งไปตามวาระ ผลการเลือกตั้งพบว่า จากจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมด ๖,๑๒๓,๒๓๙ คน มีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งจำนวน ๒,๔๖๒,๕๓๕ คน คิดเป็นร้อยละ ๔๐.๒๒ จังหวัดที่มีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งมากที่สุดคือ จังหวัดนครนายก คิดเป็นร้อยละ ๘๐.๘๐ และจังหวัดที่มีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งน้อยที่สุดคือ จังหวัดแม่ฮ่องสอน คิดเป็นร้อยละ ๒๒.๒๔ การจัดการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม พ.ศ. ๒๔๗๕ ซึ่งกำหนดให้[[ฝ่ายนิติบัญญัติ]]มีระบบสภาเดียว และพรรคการเมืองที่มีบทบาทในการเลือกตั้งยังคงมีเพียงพรรคเดียวคือ [[พรรคคณะราษฎร]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==การเลือกตั้งครั้งที่ ๓ วันที่ ๑๒ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๘๑== &lt;br /&gt;
&#039;&#039;คลิกเพื่อเลือกบทความหลัก:&#039;&#039; [[การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 3 วันที่ 12 พฤศจิกายน 2481|การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ ๓ วันที่ ๑๒ พฤศจิกายน ๒๔๘๑]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	การเลือกตั้งครั้งที่สามนี้เป็นการเลือกตั้งแบบแบ่งเขต โดย[[การเลือกตั้งทางตรง|ประชาชนเป็นผู้ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งผู้แทนราษฎรในเขตของตนเองโดยตรง]] มีเกณฑ์การคำนวณสัดส่วนผู้แทนราษฎรในแต่ละเขตคือ ราษฎรจำนวนสองแสนคนต่อผู้แทนราษฎรหนึ่งคน ซึ่งทำให้มีจำนวนผู้แทนราษฎรทั้งหมด ๙๑ คน การเลือกตั้งในครั้งนี้จัดขึ้นเนื่องจากมีพระราชบัญญัติยุบสภาเพื่อให้มีการเลือกตั้งภายใน ๙๐ วัน โดยมีการประกาศยุบสภาเมื่อวันที่ ๑๑ กันยายน พ.ศ. ๒๔๘๑ ซึ่งเป็นการยุบสภาครั้งแรกนับแต่มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเข้าไปทำหน้าที่ในสภา ผลการเลือกตั้งพบว่า จากจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมด ๖,๓๑๐,๑๗๒ คน มีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งจำนวน ๒,๒๑๐,๓๓๒ คน คิดเป็นร้อยละ ๓๒.๕๒ ของจำนวนผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงเลือกตั้งทั้งหมด สาเหตุที่จำนวนผู้ใช้สิทธิลงคะแนนเสียงเลือกตั้งครั้งนี้มีสัดส่วนลดลงกว่าที่ผ่านมาส่วนหนึ่งเป็นเพราะช่วงเวลาดังกล่าวอยู่ในช่วงที่สงครามโลกครั้งที่ ๒ กำลังเริ่มต้นและเป็นเหตุให้เกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลก สำหรับจังหวัดที่มีผู้มาใช้สิทธิมากที่สุดคือ จังหวัดนครนายก คิดเป็นร้อยละ ๖๗.๖๗ และจังหวัดที่มีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งน้อยที่สุดคือ จังหวัดตรัง คิดเป็นร้อยละ ๑๖.๒๘ การจัดการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม พ.ศ. ๒๔๗๕ ซึ่งกำหนดให้ฝ่ายนิติบัญญัติมีระบบสภาเดียว และพรรคการเมืองที่มีบทบาทในการเลือกตั้งยังคงมีเพียงพรรคเดียวคือ [[พรรคคณะราษฎร]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==การเลือกตั้งครั้งที่ ๔ วันที่ ๖ มกราคม พ.ศ. ๒๔๘๙==&lt;br /&gt;
&#039;&#039;คลิกเพื่อเลือกบทความหลัก:&#039;&#039; [[การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 4 วันที่ 6 มกราคม 2489|การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ ๔ วันที่ ๖ มกราคม ๒๔๘๙]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	การเลือกตั้งครั้งที่สี่นี้เป็นการเลือกตั้งด้วยวิธีแบ่งเขต โดย[[การเลือกตั้งทางตรง|ประชาชนเป็นผู้ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งผู้แทนราษฎรในเขตของตนเองโดยตรง]] มีเกณฑ์การคำนวณสัดส่วนผู้แทนราษฎรในแต่ละเขตคือ ประชาชนสองแสนคนต่อผู้แทนราษฎรหนึ่งคน เหตุที่มีการจัดการเลือกตั้งครั้งนี้ขึ้นเนื่องจากมีพระราชบัญญัติยุบสภาเมื่อวันที่ ๑๕ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๘๘ ซึ่งเป็นการประกาศยุบสภาครั้งที่สอง การเลือกตั้งครั้งนี้มีจำนวนผู้แทนราษฎรได้ทั้งหมด ๙๖ คน ผลการเลือกตั้งพบว่า จากจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมด ๖,๔๓๑,๘๒๗ คน มีผู้มาใช้สิทธิลงคะแนนเสียงเลือกตั้งจำนวน ๒,๐๙๑,๗๘๘ คน คิดเป็นร้อยละ ๓๒.๕๒ ของจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมด จังหวัดที่มีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งมากที่สุดคือ จังหวัดบุรีรัมย์ คิดเป็นร้อยละ ๕๔.๖๕ และจังหวัดที่มีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งน้อยที่สุดคือ จังหวัดสุพรรณบุรี คิดเป็นร้อยละ ๑๓.๔๐ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
การจัดการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม พ.ศ. ๒๔๗๕ ซึ่งกำหนดให้ฝ่ายนิติบัญญัติมีระบบสภาเดียว แต่ในครั้งนี้มีพรรคการเมืองแข่งขันกันส่งสมาชิกพรรคลงสมัครรับเลือกตั้งทั้งหมด ๕ พรรค ได้แก่ [[พรรคสหชีพ]] [[พรรคแนวรัฐธรรมนูญ]] [[พรรคอิสระ]] [[พรรคประชาธิปัตย์]] และ[[พรรคประชาชน]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==อ้างอิง==&lt;br /&gt;
บุญทัน  ดอกไธสง, &#039;&#039;&#039;การเปลี่ยนแปลงทางการบริหารและการเมืองไทย&#039;&#039;&#039;, กรุงเทพฯ : โอเดียนสโตร์, 2520&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ฝ่ายพัฒนาการเมืองและการปกครอง สำนักนโยบายและแผนมหาดไทย, &#039;&#039;&#039;อนุสารการเมือง&#039;&#039;&#039;, มีนาคม 2522&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==ดูเพิ่มเติม==&lt;br /&gt;
*[[:category:การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร|การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
*[[:category:การเลือกตั้งสมาิชิกวุฒิสภา|การเลือกตั้งสมาิชิกวุฒิสภา]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
*[[การเลือกตั้งในประเทศไทย|การเลือกตั้งอื่น ๆ ในประเทศไทย]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
*[[การเปลี่ยนแปลงการปกครอง 24 มิถุนายน 2475]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[category:การเลือกตั้งและการแต่งตั้งตามรัฐธรรมนูญ|ก0การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรประเภทที่ 1 และ สมาชิกประเภทที่ 2]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Tora</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%95%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87_(%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%99%E0%B8%B2_%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%A1%E0%B8%84%E0%B8%87)&amp;diff=1792</id>
		<title>เขตเลือกตั้ง (จินตนา เอี่ยมคง)</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%95%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87_(%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%99%E0%B8%B2_%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%A1%E0%B8%84%E0%B8%87)&amp;diff=1792"/>
		<updated>2009-06-04T10:21:38Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;Tora: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&#039;&#039;&#039;ผู้เขียน - จินตนา  เอี่ยมคง&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;p&amp;gt;&#039;&#039;&#039;ผู้ทรงคุณวุฒิประจำบทความ - รองเลขาธิการสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จเร พันธุ์เปรื่อง&#039;&#039;&#039;&amp;lt;/p&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;p&amp;gt;[[:category:การเลือกตั้ง|การเลือกตั้ง]]เป็นกระบวนการพื้นฐานที่สำคัญ ใน[[การปกครองระบอบประชาธิปไตย]] ที่เป็นการให้อำนาจแก่ประชาชนโดยอ้อม กล่าวคือไม่สามารถจัดให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการปกครองประเทศได้โดยตรง แต่การเลือกตั้งนั้นต้องมีประสิทธิภาพพอ และเป็นที่ยอมรับได้ว่าสอดคล้องกับเงื่อนไขของระบอบประชาธิปไตย ในปัจจุบัน ประชาชนสามารถเลือก[[สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร]]และ[[สมาชิกวุฒิสภา]] เข้าไปเป็น “ผู้แทน” ของตน โดยมีกระบวนการเลือกตั้งจากประชาชนให้เข้ามาทำหน้าที่ทางนิติบัญญัติใน[[รัฐสภา]] ซึ่งในกระบวนการเลือกตั้งดังกล่าว “เขตเลือกตั้ง” จึงเป็นส่วนสำคัญต่อการใช้สิทธิออกเสียงเลือกตั้งของประชาชน เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงอำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชน&amp;lt;/p&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==ความหมาย==&lt;br /&gt;
&amp;lt;p&amp;gt;&#039;&#039;&#039;เขตเลือกตั้ง&#039;&#039;&#039;๑ หมายถึง พื้นที่ที่กำหนดเป็นเขตเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งหรือแบบสัดส่วน หรือเขตเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา แล้วแต่กรณี โดย[[คณะกรรมการการเลือกตั้ง]]เป็นผู้กำหนดการแบ่งเขตเลือกตั้งเพื่อให้นำคะแนนเสียงของ[[ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง]]ในพื้นที่นั้นมารวมกันเพื่อตัดสินผลการเลือกตั้ง&amp;lt;/p&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==การแบ่งเขตเลือกตั้งในอดีต==&lt;br /&gt;
	การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาแต่ละครั้ง รูปแบบและวิธีการแบ่งเขตเลือกตั้งจะถูกกำหนดโดยรัฐธรรมนูญและกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา ในอดีตที่ผ่านมาแบ่งออกเป็น๒&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;p&amp;gt;&#039;&#039;&#039;๑. แบบแบ่งเขต&#039;&#039;&#039; เป็นการกำหนดให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกเสียงลงคะแนนเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งที่ตนมีสิทธิได้&#039;&#039;&#039;เขตละหนึ่งคน&#039;&#039;&#039;   โดยจังหวัดใดมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเกินกว่าหนึ่งคน  ให้แบ่งเขตจังหวัดออกเป็นเขตเลือกตั้งตามจำนวนเท่ากับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่จะพึงมีในจังหวัดนั้น  การแบ่งเขตเลือกตั้งแบบนี้ใช้ในคราว[[การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 1 วันที่ 15 พฤศจิกายน 2476|การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครั้งแรกที่มีขึ้นในประเทศไทยเมื่อวันที่ ๑๕ พฤศจิกายน ๒๔๗๖]] [[การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 2 วันที่ 7 พฤศจิกายน 2480|การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ ๗ พฤศจิกายน ๒๔๘๐]] [[การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 3 วันที่ 12 พฤศจิกายน 2481|การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ ๑๒  พฤศจิกายน   ๒๔๘๑]]  และ[[การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 4 วันที่ 6 มกราคม 2489|การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่  ๖ มกราคม  ๒๔๘๙]] ทั้งหมดนี้เป็น[[การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ประเภทที่ 1 และสมาชิกประเภทที่ 2|การเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรสยาม พุทธศักราช ๒๔๗๕]]  เป็นต้น&amp;lt;/p&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;p&amp;gt;&#039;&#039;&#039;๒. แบบรวมเขต&#039;&#039;&#039;  เป็นการกำหนดให้เขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง จังหวัดใดมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนเท่าใด ให้ราษฎรผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ไม่เกินจำนวนที่พึงมี การแบ่งเขตเลือกตั้งแบบนี้ใช้ในคราวการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ ๒๙ มกราคม  ๒๔๙๑  ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉะบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๔๙๐ การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๔๙๕ และการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่  ๒๖  กุมภาพันธ์   ๒๕๐๐ ทั้งสองครั้งนี้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๔๗๕ แก้ไขเพิ่มเติม พุทธศักราช ๒๔๙๕ และการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์  ๒๕๑๒ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๑๑  เป็นต้น&lt;br /&gt;
นอกจากนี้ ในการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ เมื่อวันที่ ๔มีนาคม ๒๕๔๓ และวันที่ ๑๙ เมษายน ๒๕๔๙ เป็นการจัดการเลือกตั้งแบบรวมเขต ด้วยเช่นกัน โดยเป็นการถือเขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง แต่ราษฎรผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้ง สามารถใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาได้เพียงจังหวัดละหนึ่งคน&amp;lt;/p&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;p&amp;gt;อนึ่ง รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๒๑ ได้กำหนดเรื่องเขตเลือกตั้งไว้อย่างน่าสนใจว่า ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้ถือเขตจังหวัดแต่ละจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง เว้นแต่กรุงเทพมหานครให้แบ่งเขตเลือกตั้งออกเป็นสามเขตและจัดให้แต่ละเขตเลือกตั้งมีจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขตละเท่า ๆ กัน หรือใกล้เคียงกันมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยต้องแบ่งพื้นที่เขตเลือกตั้งแต่ละเขตให้ติดต่อกัน ราษฎรผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งเป็นคณะตามบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองส่งเข้าสมัครรับเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งนั้น ๆ  แต่วิธีการดังกล่าวนี้ยังไม่ได้นำมาใช้ในการเลือกตั้ง เพราะมีความเห็นที่แตกต่างกันจนเป็นปัญหาทางการเมือง ในที่สุดรัฐสภาได้แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญในปี ๒๕๒๘ โดยยกเลิกบทบัญญัติดังกล่าว&amp;lt;/p&amp;gt;&lt;br /&gt;
		&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;p&amp;gt;&#039;&#039;&#039;๓. การเลือกตั้งแบบผสม&#039;&#039;&#039;  เป็นการแบ่งเขตเลือกตั้งที่รวมวิธีการหลาย ๆ อย่างเข้าด้วยกัน ดังนี้&amp;lt;/p&amp;gt;&lt;br /&gt;
		    &lt;br /&gt;
&amp;lt;p&amp;gt;&#039;&#039;&#039;๓.๑ แบบรวมเขตและแบ่งเขต&#039;&#039;&#039;  เป็นการกำหนดให้แต่ละเขตเลือกตั้งมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนตามหรือใกล้เคียงกัน โดยจังหวัดใดมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่เกินสามคนให้ถือเขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง และจังหวัดใดมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เกินกว่าสามคนให้แบ่งเขตจังหวัดออกเป็นเขตเลือกตั้ง ทั้งนี้ แต่ละเขตเลือกตั้งจะต้องมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่น้อยกว่าสองคนและไม่เกินสามคน  ให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกเสียงลงคะแนนเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้งได้จำนวนไม่เกินที่เขตเลือกตั้งนั้นจะพึงมี เช่น  การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่  ๒๖  มกราคม   ๒๕๑๘    และการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่  ๔  เมษายน   ๒๕๑๙   ทั้งสองครั้งนี้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๑๗ หรือการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ ๒๒ เมษายน ๒๕๒๒   และการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ ๑๘ เมษายน ๒๕๒๖ ทั้งสองครั้งนี้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๒๑ (ภายใต้บทเฉพาะกาล) เป็นต้น&amp;lt;/p&amp;gt;&lt;br /&gt;
		    &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;p&amp;gt;&#039;&#039;&#039;๓.๒ การเลือกตั้งแบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อ&#039;&#039;&#039;  เป็นการกำหนดให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกเสียงลงคะแนนเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้งได้เขตละหนึ่งคน โดยจังหวัดใดมีสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรเกินกว่าหนึ่งคน ให้แบ่งเขตจังหวัดออกเป็นเขตเลือกตั้งตามจำนวนเท่ากับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่จะพึงมีในจังหวัดนั้น และกำหนดให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกเสียงลงคะแนนเลือกบัญชีรายชื่อใดบัญชีรายชื่อหนึ่งที่พรรคการเมืองจัดทำขึ้นส่งสมัครรับเลือกตั้งเพียงบัญชีเดียว  โดยให้ถือเขตประเทศเป็นเขตเลือกตั้ง เช่น  การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่  ๖  มกราคม  ๒๕๔๔  และการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่  ๖  กุมภาพันธ์  ๒๕๔๘ ทั้งสองครั้งนี้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ เป็นต้น&amp;lt;/p&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==การคำนวณจำนวนราษฎรเพื่อแบ่งเขตเลือกตั้ง==&lt;br /&gt;
	รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ให้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนสี่ร้อยแปดสิบคน แบ่งออกเป็นมาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งจำนวนสี่ร้อยคน และมาจากการเลือกตั้งแบบสัดส่วน จำนวนแปดสิบคน &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
;การคำนวณจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่จะพึงมีได้ในแต่ละเขตเลือกตั้งและการกำหนดเขตเลือกตั้งให้ดำเนินการดังต่อไปนี้ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;p&amp;gt;๑. ให้คำนวณเกณฑ์จำนวนราษฎรต่อสมาชิกหนึ่งคน โดยคำนวณจากจำนวนราษฎรทั้งประเทศตามหลักฐานการทะเบียนราษฎรที่ประกาศในปีสุดท้ายก่อนปีที่มีการเลือกตั้ง เฉลี่ยด้วยจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสี่ร้อยคน&amp;lt;/p&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;p&amp;gt;๒. จังหวัดใดมีราษฎรไม่ถึงเกณฑ์จำนวนราษฎรต่อสมาชิกหนึ่งคน ให้จังหวัดนั้นมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้หนึ่งคน จังหวัดใดมีราษฎรเกินเกณฑ์ จำนวนราษฎรต่อสมาชิกหนึ่งคน ให้จังหวัดนั้นมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคน ทุกจำนวนราษฎรที่ถึงเกณฑ์การคำนวณ&amp;lt;/p&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;p&amp;gt;๓. เมื่อได้จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของแต่ละจังหวัดแล้ว ถ้าจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่คำนวณได้ ยังไม่ครบสี่ร้อยคนให้จังหวัดที่มีเศษเหลือจากการคำนวณมากที่สุดมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคน และให้เพิ่มจำนวนในจังหวัดลำดับรองลงมาตามลำดับจนครบสี่ร้อยคน&amp;lt;/p&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;p&amp;gt;๔. การแบ่งเขตเลือกตั้งให้ดำเนินการโดยจังหวัดใดมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ไม่เกินสามคนให้ถือเขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง แต่ถ้าจังหวัดใดมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เกินกว่าสามคน ให้แบ่งเขตจังหวัดออกเป็นเขตเลือกตั้ง โดยจัดให้แต่ละเขตเลือกตั้งมีจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสามคน ในกรณีที่ไม่อาจแบ่งเขตเลือกตั้งในจังหวัดให้มีจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสามคนครบทุกเขตไม่ได้ ให้แบ่งเขตเลือกตั้งออกเป็นเขตละสามคนเสียก่อนแต่เขตที่เหลือต้องมีไม่น้อยกว่าเขตละสองคน ถ้าจังหวัดใดมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้สี่คนให้แบ่งเขตเลือกตั้งออกเป็นสองเขตเขตละสองคน&amp;lt;/p&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;p&amp;gt;๕. จังหวัดใดมีการแบ่งเขตเลือกตั้งมากกว่าหนึ่งเขตต้องแบ่งพื้นที่ของเขตเลือกตั้งแต่ละเขตให้ติดต่อกันและต้องมีจำนวนราษฎรในแต่ละเขตใกล้เคียงกัน&amp;lt;/p&amp;gt;&lt;br /&gt;
		&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;p&amp;gt;ส่วนการกำหนดเขตเลือกตั้งสำหรับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วนมีวิธีการดำเนินการโดยให้จัดแบ่งพื้นที่ประเทศไทยออกเป็นแปดกลุ่มจังหวัด และให้แต่ละกลุ่มจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง โดยแต่ละเขตเลือกตั้งให้มีจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้สิบคน ในการจัดกลุ่มจังหวัดให้จังหวัดที่มีพื้นที่ติดต่อกันอยู่ในกลุ่มจังหวัดเดียวกัน และในกลุ่มจังหวัดทั้งแปดกลุ่มต้องมีจำนวนราษฎรรวมกันแล้วใกล้เคียงกัน ทั้งนี้ จะแบ่งพื้นที่ของจังหวัดแยกออกไปรวมกับเขตเลือกตั้งอื่นอีกไม่ได้&amp;lt;/p&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==วิธีการแบ่งเขตเลือกตั้งในปัจจุบัน==&lt;br /&gt;
&amp;lt;p&amp;gt;การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร๓ ในปัจจุบันตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ เป็นการแบ่งเขตเลือกตั้งแบบผสม กล่าวคือ เป็นการผสม&#039;&#039;&#039;แบบรวมเขตจังหวัด แบบแบ่งเขตและแบบสัดส่วน&#039;&#039;&#039; เป็นการกำหนดให้แต่ละเขตเลือกตั้งมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนตามหรือใกล้เคียงกัน โดยจังหวัดใดมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่เกินสามคนให้ถือเขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง และจังหวัดใดมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เกินกว่าสามคน ให้แบ่งเขตจังหวัดออกเป็นเขตเลือกตั้ง ทั้งนี้ แต่ละเขตเลือกตั้งจะต้องมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่น้อยกว่าสองคนและไม่เกินสามคน  ให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกเสียงลงคะแนนเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้งได้จำนวนไม่เกินสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เขตเลือกตั้งนั้นจะพึงมี ส่วนการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน กำหนดให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกเสียงลงคะแนนเลือกพรรคการเมืองที่จัดทำบัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งได้หนึ่งเสียง โดยกำหนดให้แบ่งพื้นที่ของประเทศไทยออกเป็นแปดกลุ่มจังหวัด แต่ละกลุ่มจังหวัดนี้ต้องมีพื้นที่ติดต่อกัน มีจำนวนราษฎรตามหลักฐานการทะเบียนราษฎรที่ประกาศในปีสุดท้ายก่อนปีที่มีการเลือกตั้งรวมกันแล้วใกล้เคียงกัน และให้ถือกลุ่มจังหวัดนั้นเป็นเขตเลือกตั้ง วิธีการนี้ใช้ในคราวเลือกตั้งเมื่อวันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๐ อันเป็นการเลือกตั้งที่มีขึ้นครั้งแรกตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ คณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้แบ่งเขตเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร   ทั้งสิ้น ๑๕๗ เขตเลือกตั้งและแบบสัดส่วน อีก ๘ เขตเลือกตั้ง&amp;lt;/p&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;p&amp;gt;สำหรับการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา๔ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มีการเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญเกี่ยวกับการเลือกตั้งไว้หลายประการ อาทิ เช่น ที่มาของสมาชิกวุฒิสภามี ๒ แบบด้วยกัน คือ มาจากการสรรหา และการเลือกตั้ง&amp;lt;/p&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;p&amp;gt;คณะกรรมการการเลือกตั้งได้ดำเนินการสรรหาสมาชิกวุฒิสภาแล้วเสร็จเมื่อวันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ มีการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาเมื่อวันที่ ๒ มีนาคม ๒๕๕๑ และเป็นการเลือกตั้งที่ใช้เขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง แต่ละจังหวัดให้มีสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดละหนึ่งคน โดยราษฎรผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้ง ลงคะแนนเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้งได้หนึ่งคน และมีเขตเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาทั้งสิ้น ๗๖ เขตเลือกตั้ง&amp;lt;/p&amp;gt;&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;p&amp;gt;การเลือกตั้งไม่ว่าจะเป็นระดับชาติและระดับท้องถิ่นมีปัจจัยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องคือ ประชาชนผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง ผู้สมัครรับเลือกตั้ง พรรคการเมือง เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานเลือกตั้ง และกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งหรือแม้จะมีเขตเลือกตั้ง ที่มีการแบ่งเขตเลือกตั้งอย่างดีที่แล้ว หากแต่การเลือกตั้งที่ยังมีการซื้อสิทธิขายเสียง ไม่มีความบริสุทธิ์ ยุติธรรมของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ประเทศชาติก็ไม่สามารถที่จะมีประชาธิปไตยที่เบ่งบานได้เลย&amp;lt;/p&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==อ้างอิง==&lt;br /&gt;
&amp;lt;references/&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==บรรณานุกรม==&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;“เขตเลือกตั้งเป็นอย่างไร”&#039;&#039;&#039;.    [ออนไลน์] สืบค้นจาก http://academic.obec.go.th/new2550/th/democracy/page9.doc เมื่อวันที่ ๑๘ พฤษภาคม     ๒๕๕๐.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;แม่แบบ : การเลือกตั้ง ส.ส. ในไทย&#039;&#039;&#039;.    [ออนไลน์] สืบค้นจาก   http://th.wikipedia.org/wiki/. เมื่อวันที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๕๐.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
วัชราพร  ยอดมิ่ง.    &#039;&#039;&#039;ระบบการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในประเทศไทยตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐&#039;&#039;&#039;.    กรุงเทพฯ  :  สำนักวิชาการ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร,  ๒๕๕๐.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
สมพร  ถาวร.    &#039;&#039;&#039;การนำระบบวิธีการเลือกตั้งหนึ่งคนหนึ่งเสียงมาใช้ในกฎหมายเลือกตั้งของไทย&#039;&#039;&#039;. กรุงเทพฯ  :  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,  ๒๕๓๓.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง.    &#039;&#039;&#039;ก่อนจะเป็น ส.ว.&#039;&#039;&#039;    พิมพ์ครั้งที่ ๓.    กรุงเทพฯ : สำนักประชาสัมพันธ์ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง,  ๒๕๔๙.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
_______.    &#039;&#039;&#039;ข้อมูล สถิติ การสรรหาและการเลือกตั้ง สมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๕๑&#039;&#039;&#039;.    กรุงเทพฯ  :  สำนักงาน,  ๒๕๕๑.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
_______.    &#039;&#039;&#039;ข้อมูล สถิติ และผลการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๕๐&#039;&#039;&#039;.    กรุงเทพฯ  :  สำนักงาน,  ๒๕๕๐.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
_______.    &#039;&#039;&#039;แผนกลยุทธ์สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (พ.ศ.๒๕๔๘-๒๕๕๒)&#039;&#039;&#039;.   กรุงเทพฯ  :  ม.ป.ป.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
สุเทพ  เอี่ยมคง.    &#039;&#039;&#039;สภาผู้แทนราษฎร&#039;&#039;&#039;.    [ออนไลน์] สืบค้นจาก  http://www.librarianmagazine.com/VOL1NO8/index.html  เมื่อวันที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๕๒.    &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==เอกสารแนะนำให้อ่านต่อ==&lt;br /&gt;
ปริญญา  นาคฉัตรีย์. &#039;&#039;&#039;การจัดการเลือกตั้ง ส.ส. และส.ว. ปัญหาและแนวทางแก้ไข&#039;&#039;&#039;.    นนทบุรี : สถาบันพระปกเกล้า,  ๒๕๔๗.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง. &#039;&#039;&#039;๙ ปี กกต มิติใหม่แห่งการเลือกตั้ง&#039;&#039;&#039;.    กรุงเทพฯ  : สำนักงาน,  ๒๕๕๐.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
_______.    ๑๐ ปี กกต. &#039;&#039;&#039;ก้าวต่อไปเพื่อประชาธิปไตยที่ยั่งยืน&#039;&#039;&#039;.      กรุงเทพฯ :  สำนักงาน,  ๒๕๕๑.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==ดูเพิ่มเติม==&lt;br /&gt;
*[[รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม พ.ศ. 2475]]&lt;br /&gt;
 &lt;br /&gt;
*[[รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2490]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
*[[รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2511]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
*[[รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2517]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
*[[รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2521]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
*[[รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
*[[รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[category:ความรู้เกี่ยวกับรัฐสภาไทย|ขเขตเลือกตั้ง]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Tora</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%95%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87_(%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%99%E0%B8%B2_%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%A1%E0%B8%84%E0%B8%87)&amp;diff=1791</id>
		<title>เขตเลือกตั้ง (จินตนา เอี่ยมคง)</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%95%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87_(%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%99%E0%B8%B2_%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%A1%E0%B8%84%E0%B8%87)&amp;diff=1791"/>
		<updated>2009-06-04T10:13:44Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;Tora: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&#039;&#039;&#039;ผู้เขียน - จินตนา  เอี่ยมคง&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;p&amp;gt;&#039;&#039;&#039;ผู้ทรงคุณวุฒิประจำบทความ - รองเลขาธิการสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จเร พันธุ์เปรื่อง&#039;&#039;&#039;&amp;lt;/p&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	การเลือกตั้งเป็นกระบวนการพื้นฐานที่สำคัญ ในการปกครองระบอบประชาธิปไตย ที่เป็นการให้อำนาจแก่ประชาชนโดยอ้อม กล่าวคือไม่สามารถจัดให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการปกครองประเทศได้โดยตรง แต่การเลือกตั้งนั้นต้องมีประสิทธิภาพพอ และเป็นที่ยอมรับได้ว่าสอดคล้องกับเงื่อนไขของระบอบประชาธิปไตย ในปัจจุบัน ประชาชนสามารถเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา เข้าไปเป็น “ผู้แทน” ของตน โดยมีกระบวนการเลือกตั้งจากประชาชนให้เข้ามาทำหน้าที่ทางนิติบัญญัติในรัฐสภา ซึ่งในกระบวนการเลือกตั้งดังกล่าว “เขตเลือกตั้ง” จึงเป็นส่วนสำคัญต่อการใช้สิทธิออกเสียงเลือกตั้งของประชาชน เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงอำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==ความหมาย==&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;เขตเลือกตั้ง&#039;&#039;&#039;๑ หมายถึง พื้นที่ที่กำหนดเป็นเขตเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่ง&lt;br /&gt;
เขตเลือกตั้งหรือแบบสัดส่วน หรือเขตเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา แล้วแต่กรณี โดยคณะกรรมการการเลือกตั้งเป็นผู้กำหนดการแบ่งเขตเลือกตั้งเพื่อให้นำคะแนนเสียงของผู้มีสิทธิเลือกตั้งในพื้นที่นั้นมารวมกันเพื่อตัดสินผลการเลือกตั้ง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==การแบ่งเขตเลือกตั้งในอดีต==&lt;br /&gt;
	การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาแต่ละครั้ง รูปแบบและวิธีการแบ่งเขตเลือกตั้งจะถูกกำหนดโดยรัฐธรรมนูญและกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา ในอดีตที่ผ่านมาแบ่งออกเป็น๒&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;p&amp;gt;&#039;&#039;&#039;๑. แบบแบ่งเขต&#039;&#039;&#039; เป็นการกำหนดให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกเสียงลงคะแนนเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งที่ตนมีสิทธิได้&#039;&#039;&#039;เขตละหนึ่งคน&#039;&#039;&#039;   โดยจังหวัดใดมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเกินกว่าหนึ่งคน  ให้แบ่งเขตจังหวัดออกเป็นเขตเลือกตั้งตามจำนวนเท่ากับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่จะพึงมีในจังหวัดนั้น  การแบ่งเขตเลือกตั้งแบบนี้ใช้ในคราวการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครั้งแรกที่มีขึ้นในประเทศไทยเมื่อวันที่ ๑๕ พฤศจิกายน ๒๔๗๖ การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ ๗ พฤศจิกายน ๒๔๘๐ การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ ๑๒  พฤศจิกายน   ๒๔๘๑  และการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่  ๖ มกราคม  ๒๔๘๙ ทั้งหมดนี้เป็นการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรสยาม พุทธศักราช ๒๔๗๕  เป็นต้น&amp;lt;/p&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;p&amp;gt;&#039;&#039;&#039;๒. แบบรวมเขต&#039;&#039;&#039;  เป็นการกำหนดให้เขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง จังหวัดใดมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนเท่าใด ให้ราษฎรผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ไม่เกินจำนวนที่พึงมี การแบ่งเขตเลือกตั้งแบบนี้ใช้ในคราวการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ ๒๙ มกราคม  ๒๔๙๑  ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉะบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๔๙๐ การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๔๙๕ และการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่  ๒๖  กุมภาพันธ์   ๒๕๐๐ ทั้งสองครั้งนี้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๔๗๕ แก้ไขเพิ่มเติม พุทธศักราช ๒๔๙๕ และการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์  ๒๕๑๒ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๑๑  เป็นต้น&lt;br /&gt;
นอกจากนี้ ในการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ เมื่อวันที่ ๔มีนาคม ๒๕๔๓ และวันที่ ๑๙ เมษายน ๒๕๔๙ เป็นการจัดการเลือกตั้งแบบรวมเขต ด้วยเช่นกัน โดยเป็นการถือเขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง แต่ราษฎรผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้ง สามารถใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาได้เพียงจังหวัดละหนึ่งคน&amp;lt;/p&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;p&amp;gt;อนึ่ง รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๒๑ ได้กำหนดเรื่องเขตเลือกตั้งไว้อย่างน่าสนใจว่า ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้ถือเขตจังหวัดแต่ละจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง เว้นแต่กรุงเทพมหานครให้แบ่งเขตเลือกตั้งออกเป็นสามเขตและจัดให้แต่ละเขตเลือกตั้งมีจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขตละเท่า ๆ กัน หรือใกล้เคียงกันมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยต้องแบ่งพื้นที่เขตเลือกตั้งแต่ละเขตให้ติดต่อกัน ราษฎรผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งเป็นคณะตามบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองส่งเข้าสมัครรับเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งนั้น ๆ  แต่วิธีการดังกล่าวนี้ยังไม่ได้นำมาใช้ในการเลือกตั้ง เพราะมีความเห็นที่แตกต่างกันจนเป็นปัญหาทางการเมือง ในที่สุดรัฐสภาได้แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญในปี ๒๕๒๘ โดยยกเลิกบทบัญญัติดังกล่าว&amp;lt;/p&amp;gt;&lt;br /&gt;
		&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;p&amp;gt;&#039;&#039;&#039;๓. การเลือกตั้งแบบผสม&#039;&#039;&#039;  เป็นการแบ่งเขตเลือกตั้งที่รวมวิธีการหลาย ๆ อย่างเข้าด้วยกัน ดังนี้&amp;lt;/p&amp;gt;&lt;br /&gt;
		    &lt;br /&gt;
&amp;lt;p&amp;gt;&#039;&#039;&#039;๓.๑ แบบรวมเขตและแบ่งเขต&#039;&#039;&#039;  เป็นการกำหนดให้แต่ละเขตเลือกตั้งมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนตามหรือใกล้เคียงกัน โดยจังหวัดใดมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่เกินสามคนให้ถือเขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง และจังหวัดใดมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เกินกว่าสามคนให้แบ่งเขตจังหวัดออกเป็นเขตเลือกตั้ง ทั้งนี้ แต่ละเขตเลือกตั้งจะต้องมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่น้อยกว่าสองคนและไม่เกินสามคน  ให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกเสียงลงคะแนนเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้งได้จำนวนไม่เกินที่เขตเลือกตั้งนั้นจะพึงมี เช่น  การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่  ๒๖  มกราคม   ๒๕๑๘    และการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่  ๔  เมษายน   ๒๕๑๙   ทั้งสองครั้งนี้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๑๗ หรือการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ ๒๒ เมษายน ๒๕๒๒   และการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ ๑๘ เมษายน ๒๕๒๖ ทั้งสองครั้งนี้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๒๑ (ภายใต้บทเฉพาะกาล) เป็นต้น&amp;lt;/p&amp;gt;&lt;br /&gt;
		    &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;p&amp;gt;&#039;&#039;&#039;๓.๒ การเลือกตั้งแบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อ&#039;&#039;&#039;  เป็นการกำหนดให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกเสียงลงคะแนนเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้งได้เขตละหนึ่งคน โดยจังหวัดใดมีสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรเกินกว่าหนึ่งคน ให้แบ่งเขตจังหวัดออกเป็นเขตเลือกตั้งตามจำนวนเท่ากับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่จะพึงมีในจังหวัดนั้น และกำหนดให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกเสียงลงคะแนนเลือกบัญชีรายชื่อใดบัญชีรายชื่อหนึ่งที่พรรคการเมืองจัดทำขึ้นส่งสมัครรับเลือกตั้งเพียงบัญชีเดียว  โดยให้ถือเขตประเทศเป็นเขตเลือกตั้ง เช่น  การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่  ๖  มกราคม  ๒๕๔๔  และการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่  ๖  กุมภาพันธ์  ๒๕๔๘ ทั้งสองครั้งนี้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ เป็นต้น&amp;lt;/p&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==การคำนวณจำนวนราษฎรเพื่อแบ่งเขตเลือกตั้ง==&lt;br /&gt;
	รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ให้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนสี่ร้อยแปดสิบคน แบ่งออกเป็นมาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งจำนวนสี่ร้อยคน และมาจากการเลือกตั้งแบบสัดส่วน จำนวนแปดสิบคน &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
;การคำนวณจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่จะพึงมีได้ในแต่ละเขตเลือกตั้งและการกำหนดเขตเลือกตั้งให้ดำเนินการดังต่อไปนี้ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;p&amp;gt;๑. ให้คำนวณเกณฑ์จำนวนราษฎรต่อสมาชิกหนึ่งคน โดยคำนวณจากจำนวนราษฎรทั้งประเทศตามหลักฐานการทะเบียนราษฎรที่ประกาศในปีสุดท้ายก่อนปีที่มีการเลือกตั้ง เฉลี่ยด้วยจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสี่ร้อยคน&amp;lt;/p&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;p&amp;gt;๒. จังหวัดใดมีราษฎรไม่ถึงเกณฑ์จำนวนราษฎรต่อสมาชิกหนึ่งคน ให้จังหวัดนั้นมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้หนึ่งคน จังหวัดใดมีราษฎรเกินเกณฑ์ จำนวนราษฎรต่อสมาชิกหนึ่งคน ให้จังหวัดนั้นมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคน ทุกจำนวนราษฎรที่ถึงเกณฑ์การคำนวณ&amp;lt;/p&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;p&amp;gt;๓. เมื่อได้จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของแต่ละจังหวัดแล้ว ถ้าจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่คำนวณได้ ยังไม่ครบสี่ร้อยคนให้จังหวัดที่มีเศษเหลือจากการคำนวณมากที่สุดมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคน และให้เพิ่มจำนวนในจังหวัดลำดับรองลงมาตามลำดับจนครบสี่ร้อยคน&amp;lt;/p&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;p&amp;gt;๔. การแบ่งเขตเลือกตั้งให้ดำเนินการโดยจังหวัดใดมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ไม่เกินสามคนให้ถือเขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง แต่ถ้าจังหวัดใดมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เกินกว่าสามคน ให้แบ่งเขตจังหวัดออกเป็นเขตเลือกตั้ง โดยจัดให้แต่ละเขตเลือกตั้งมีจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสามคน ในกรณีที่ไม่อาจแบ่งเขตเลือกตั้งในจังหวัดให้มีจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสามคนครบทุกเขตไม่ได้ ให้แบ่งเขตเลือกตั้งออกเป็นเขตละสามคนเสียก่อนแต่เขตที่เหลือต้องมีไม่น้อยกว่าเขตละสองคน ถ้าจังหวัดใดมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้สี่คนให้แบ่งเขตเลือกตั้งออกเป็นสองเขตเขตละสองคน&amp;lt;/p&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;p&amp;gt;๕. จังหวัดใดมีการแบ่งเขตเลือกตั้งมากกว่าหนึ่งเขตต้องแบ่งพื้นที่ของเขตเลือกตั้งแต่ละเขตให้ติดต่อกันและต้องมีจำนวนราษฎรในแต่ละเขตใกล้เคียงกัน&amp;lt;/p&amp;gt;&lt;br /&gt;
		&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;p&amp;gt;ส่วนการกำหนดเขตเลือกตั้งสำหรับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วนมีวิธีการดำเนินการโดยให้จัดแบ่งพื้นที่ประเทศไทยออกเป็นแปดกลุ่มจังหวัด และให้แต่ละกลุ่มจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง โดยแต่ละเขตเลือกตั้งให้มีจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้สิบคน ในการจัดกลุ่มจังหวัดให้จังหวัดที่มีพื้นที่ติดต่อกันอยู่ในกลุ่มจังหวัดเดียวกัน และในกลุ่มจังหวัดทั้งแปดกลุ่มต้องมีจำนวนราษฎรรวมกันแล้วใกล้เคียงกัน ทั้งนี้ จะแบ่งพื้นที่ของจังหวัดแยกออกไปรวมกับเขตเลือกตั้งอื่นอีกไม่ได้&amp;lt;/p&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==วิธีการแบ่งเขตเลือกตั้งในปัจจุบัน==&lt;br /&gt;
&amp;lt;p&amp;gt;การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร๓ ในปัจจุบันตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ เป็นการแบ่งเขตเลือกตั้งแบบผสม กล่าวคือ เป็นการผสม&#039;&#039;&#039;แบบรวมเขตจังหวัด แบบแบ่งเขตและแบบสัดส่วน&#039;&#039;&#039; เป็นการกำหนดให้แต่ละเขตเลือกตั้งมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนตามหรือใกล้เคียงกัน โดยจังหวัดใดมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่เกินสามคนให้ถือเขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง และจังหวัดใดมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เกินกว่าสามคน ให้แบ่งเขตจังหวัดออกเป็นเขตเลือกตั้ง ทั้งนี้ แต่ละเขตเลือกตั้งจะต้องมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่น้อยกว่าสองคนและไม่เกินสามคน  ให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกเสียงลงคะแนนเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้งได้จำนวนไม่เกินสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เขตเลือกตั้งนั้นจะพึงมี ส่วนการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน กำหนดให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกเสียงลงคะแนนเลือกพรรคการเมืองที่จัดทำบัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งได้หนึ่งเสียง โดยกำหนดให้แบ่งพื้นที่ของประเทศไทยออกเป็นแปดกลุ่มจังหวัด แต่ละกลุ่มจังหวัดนี้ต้องมีพื้นที่ติดต่อกัน มีจำนวนราษฎรตามหลักฐานการทะเบียนราษฎรที่ประกาศในปีสุดท้ายก่อนปีที่มีการเลือกตั้งรวมกันแล้วใกล้เคียงกัน และให้ถือกลุ่มจังหวัดนั้นเป็นเขตเลือกตั้ง วิธีการนี้ใช้ในคราวเลือกตั้งเมื่อวันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๐ อันเป็นการเลือกตั้งที่มีขึ้นครั้งแรกตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ คณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้แบ่งเขตเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร   ทั้งสิ้น ๑๕๗ เขตเลือกตั้งและแบบสัดส่วน อีก ๘ เขตเลือกตั้ง&amp;lt;/p&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;p&amp;gt;สำหรับการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา๔ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มีการเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญเกี่ยวกับการเลือกตั้งไว้หลายประการ อาทิ เช่น ที่มาของสมาชิกวุฒิสภามี ๒ แบบด้วยกัน คือ มาจากการสรรหา และการเลือกตั้ง&amp;lt;/p&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;p&amp;gt;คณะกรรมการการเลือกตั้งได้ดำเนินการสรรหาสมาชิกวุฒิสภาแล้วเสร็จเมื่อวันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ มีการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาเมื่อวันที่ ๒ มีนาคม ๒๕๕๑ และเป็นการเลือกตั้งที่ใช้เขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง แต่ละจังหวัดให้มีสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดละหนึ่งคน โดยราษฎรผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้ง ลงคะแนนเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้งได้หนึ่งคน และมีเขตเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาทั้งสิ้น ๗๖ เขตเลือกตั้ง&amp;lt;/p&amp;gt;&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;p&amp;gt;การเลือกตั้งไม่ว่าจะเป็นระดับชาติและระดับท้องถิ่นมีปัจจัยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องคือ ประชาชนผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง ผู้สมัครรับเลือกตั้ง พรรคการเมือง เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานเลือกตั้ง และกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งหรือแม้จะมีเขตเลือกตั้ง ที่มีการแบ่งเขตเลือกตั้งอย่างดีที่แล้ว หากแต่การเลือกตั้งที่ยังมีการซื้อสิทธิขายเสียง ไม่มีความบริสุทธิ์ ยุติธรรมของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ประเทศชาติก็ไม่สามารถที่จะมีประชาธิปไตยที่เบ่งบานได้เลย&amp;lt;/p&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==อ้างอิง==&lt;br /&gt;
&amp;lt;references/&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==บรรณานุกรม==&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;“เขตเลือกตั้งเป็นอย่างไร”&#039;&#039;&#039;.    [ออนไลน์] สืบค้นจาก http://academic.obec.go.th/new2550/th/democracy/page9.doc เมื่อวันที่ ๑๘ พฤษภาคม     ๒๕๕๐.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;แม่แบบ : การเลือกตั้ง ส.ส. ในไทย&#039;&#039;&#039;.    [ออนไลน์] สืบค้นจาก   http://th.wikipedia.org/wiki/. เมื่อวันที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๕๐.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
วัชราพร  ยอดมิ่ง.    &#039;&#039;&#039;ระบบการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในประเทศไทยตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐&#039;&#039;&#039;.    กรุงเทพฯ  :  สำนักวิชาการ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร,  ๒๕๕๐.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
สมพร  ถาวร.    &#039;&#039;&#039;การนำระบบวิธีการเลือกตั้งหนึ่งคนหนึ่งเสียงมาใช้ในกฎหมายเลือกตั้งของไทย&#039;&#039;&#039;. กรุงเทพฯ  :  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,  ๒๕๓๓.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง.    &#039;&#039;&#039;ก่อนจะเป็น ส.ว.&#039;&#039;&#039;    พิมพ์ครั้งที่ ๓.    กรุงเทพฯ : สำนักประชาสัมพันธ์ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง,  ๒๕๔๙.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
_______.    &#039;&#039;&#039;ข้อมูล สถิติ การสรรหาและการเลือกตั้ง สมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๕๑&#039;&#039;&#039;.    กรุงเทพฯ  :  สำนักงาน,  ๒๕๕๑.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
_______.    &#039;&#039;&#039;ข้อมูล สถิติ และผลการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๕๐&#039;&#039;&#039;.    กรุงเทพฯ  :  สำนักงาน,  ๒๕๕๐.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
_______.    &#039;&#039;&#039;แผนกลยุทธ์สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (พ.ศ.๒๕๔๘-๒๕๕๒)&#039;&#039;&#039;.   กรุงเทพฯ  :  ม.ป.ป.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
สุเทพ  เอี่ยมคง.    &#039;&#039;&#039;สภาผู้แทนราษฎร&#039;&#039;&#039;.    [ออนไลน์] สืบค้นจาก  http://www.librarianmagazine.com/VOL1NO8/index.html  เมื่อวันที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๕๒.    &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==เอกสารแนะนำให้อ่านต่อ==&lt;br /&gt;
ปริญญา  นาคฉัตรีย์. &#039;&#039;&#039;การจัดการเลือกตั้ง ส.ส. และส.ว. ปัญหาและแนวทางแก้ไข&#039;&#039;&#039;.    นนทบุรี : สถาบันพระปกเกล้า,  ๒๕๔๗.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง. &#039;&#039;&#039;๙ ปี กกต มิติใหม่แห่งการเลือกตั้ง&#039;&#039;&#039;.    กรุงเทพฯ  : สำนักงาน,  ๒๕๕๐.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
_______.    ๑๐ ปี กกต. &#039;&#039;&#039;ก้าวต่อไปเพื่อประชาธิปไตยที่ยั่งยืน&#039;&#039;&#039;.      กรุงเทพฯ :  สำนักงาน,  ๒๕๕๑.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==ดูเพิ่มเติม==&lt;br /&gt;
*[[รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม พ.ศ. 2475]]&lt;br /&gt;
 &lt;br /&gt;
*[[รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2490]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
*[[รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2511]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
*[[รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2517]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
*[[รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2521]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
*[[รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
*[[รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[category:ความรู้เกี่ยวกับรัฐสภาไทย|ขเขตเลือกตั้ง]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Tora</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%95%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87_(%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%99%E0%B8%B2_%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%A1%E0%B8%84%E0%B8%87)&amp;diff=1790</id>
		<title>เขตเลือกตั้ง (จินตนา เอี่ยมคง)</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%95%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87_(%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%99%E0%B8%B2_%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%A1%E0%B8%84%E0%B8%87)&amp;diff=1790"/>
		<updated>2009-06-04T10:10:02Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;Tora: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;ผู้เขียน - จินตนา  เอี่ยมคง&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;ผู้ทรงคุณวุฒิประจำบทความ - รองเลขาธิการสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จเร พันธุ์เปรื่อง&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	การเลือกตั้งเป็นกระบวนการพื้นฐานที่สำคัญ ในการปกครองระบอบประชาธิปไตย ที่เป็นการให้อำนาจแก่ประชาชนโดยอ้อม กล่าวคือไม่สามารถจัดให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการปกครองประเทศได้โดยตรง แต่การเลือกตั้งนั้นต้องมีประสิทธิภาพพอ และเป็นที่ยอมรับได้ว่าสอดคล้องกับเงื่อนไขของระบอบประชาธิปไตย ในปัจจุบัน ประชาชนสามารถเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา เข้าไปเป็น “ผู้แทน” ของตน โดยมีกระบวนการเลือกตั้งจากประชาชนให้เข้ามาทำหน้าที่ทางนิติบัญญัติในรัฐสภา ซึ่งในกระบวนการเลือกตั้งดังกล่าว “เขตเลือกตั้ง” จึงเป็นส่วนสำคัญต่อการใช้สิทธิออกเสียงเลือกตั้งของประชาชน เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงอำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==ความหมาย==&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;เขตเลือกตั้ง&#039;&#039;&#039;๑ หมายถึง พื้นที่ที่กำหนดเป็นเขตเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่ง&lt;br /&gt;
เขตเลือกตั้งหรือแบบสัดส่วน หรือเขตเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา แล้วแต่กรณี โดยคณะกรรมการการเลือกตั้งเป็นผู้กำหนดการแบ่งเขตเลือกตั้งเพื่อให้นำคะแนนเสียงของผู้มีสิทธิเลือกตั้งในพื้นที่นั้นมารวมกันเพื่อตัดสินผลการเลือกตั้ง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==การแบ่งเขตเลือกตั้งในอดีต==&lt;br /&gt;
	การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาแต่ละครั้ง รูปแบบและวิธีการแบ่งเขตเลือกตั้งจะถูกกำหนดโดยรัฐธรรมนูญและกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา ในอดีตที่ผ่านมาแบ่งออกเป็น๒&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;p&amp;gt;&#039;&#039;&#039;๑. แบบแบ่งเขต&#039;&#039;&#039; เป็นการกำหนดให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกเสียงลงคะแนนเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งที่ตนมีสิทธิได้&#039;&#039;&#039;เขตละหนึ่งคน&#039;&#039;&#039;   โดยจังหวัดใดมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเกินกว่าหนึ่งคน  ให้แบ่งเขตจังหวัดออกเป็นเขตเลือกตั้งตามจำนวนเท่ากับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่จะพึงมีในจังหวัดนั้น  การแบ่งเขตเลือกตั้งแบบนี้ใช้ในคราวการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครั้งแรกที่มีขึ้นในประเทศไทยเมื่อวันที่ ๑๕ พฤศจิกายน ๒๔๗๖ การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ ๗ พฤศจิกายน ๒๔๘๐ การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ ๑๒  พฤศจิกายน   ๒๔๘๑  และการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่  ๖ มกราคม  ๒๔๘๙ ทั้งหมดนี้เป็นการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรสยาม พุทธศักราช ๒๔๗๕  เป็นต้น&amp;lt;/p&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;p&amp;gt;&#039;&#039;&#039;๒. แบบรวมเขต&#039;&#039;&#039;  เป็นการกำหนดให้เขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง จังหวัดใดมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนเท่าใด ให้ราษฎรผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ไม่เกินจำนวนที่พึงมี การแบ่งเขตเลือกตั้งแบบนี้ใช้ในคราวการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ ๒๙ มกราคม  ๒๔๙๑  ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉะบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๔๙๐ การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๔๙๕ และการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่  ๒๖  กุมภาพันธ์   ๒๕๐๐ ทั้งสองครั้งนี้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๔๗๕ แก้ไขเพิ่มเติม พุทธศักราช ๒๔๙๕ และการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์  ๒๕๑๒ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๑๑  เป็นต้น&lt;br /&gt;
นอกจากนี้ ในการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ เมื่อวันที่ ๔มีนาคม ๒๕๔๓ และวันที่ ๑๙ เมษายน ๒๕๔๙ เป็นการจัดการเลือกตั้งแบบรวมเขต ด้วยเช่นกัน โดยเป็นการถือเขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง แต่ราษฎรผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้ง สามารถใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาได้เพียงจังหวัดละหนึ่งคน&amp;lt;/p&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;p&amp;gt;อนึ่ง รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๒๑ ได้กำหนดเรื่องเขตเลือกตั้งไว้อย่างน่าสนใจว่า ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้ถือเขตจังหวัดแต่ละจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง เว้นแต่กรุงเทพมหานครให้แบ่งเขตเลือกตั้งออกเป็นสามเขตและจัดให้แต่ละเขตเลือกตั้งมีจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขตละเท่า ๆ กัน หรือใกล้เคียงกันมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยต้องแบ่งพื้นที่เขตเลือกตั้งแต่ละเขตให้ติดต่อกัน ราษฎรผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งเป็นคณะตามบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองส่งเข้าสมัครรับเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งนั้น ๆ  แต่วิธีการดังกล่าวนี้ยังไม่ได้นำมาใช้ในการเลือกตั้ง เพราะมีความเห็นที่แตกต่างกันจนเป็นปัญหาทางการเมือง ในที่สุดรัฐสภาได้แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญในปี ๒๕๒๘ โดยยกเลิกบทบัญญัติดังกล่าว&amp;lt;/p&amp;gt;&lt;br /&gt;
		&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;p&amp;gt;&#039;&#039;&#039;๓. การเลือกตั้งแบบผสม&#039;&#039;&#039;  เป็นการแบ่งเขตเลือกตั้งที่รวมวิธีการหลาย ๆ อย่างเข้าด้วยกัน ดังนี้&amp;lt;/p&amp;gt;&lt;br /&gt;
		    &lt;br /&gt;
&amp;lt;p&amp;gt;&#039;&#039;&#039;๓.๑ แบบรวมเขตและแบ่งเขต&#039;&#039;&#039;  เป็นการกำหนดให้แต่ละเขตเลือกตั้งมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนตามหรือใกล้เคียงกัน โดยจังหวัดใดมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่เกินสามคนให้ถือเขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง และจังหวัดใดมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เกินกว่าสามคนให้แบ่งเขตจังหวัดออกเป็นเขตเลือกตั้ง ทั้งนี้ แต่ละเขตเลือกตั้งจะต้องมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่น้อยกว่าสองคนและไม่เกินสามคน  ให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกเสียงลงคะแนนเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้งได้จำนวนไม่เกินที่เขตเลือกตั้งนั้นจะพึงมี เช่น  การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่  ๒๖  มกราคม   ๒๕๑๘    และการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่  ๔  เมษายน   ๒๕๑๙   ทั้งสองครั้งนี้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๑๗ หรือการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ ๒๒ เมษายน ๒๕๒๒   และการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ ๑๘ เมษายน ๒๕๒๖ ทั้งสองครั้งนี้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๒๑ (ภายใต้บทเฉพาะกาล) เป็นต้น&amp;lt;/p&amp;gt;&lt;br /&gt;
		    &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;p&amp;gt;&#039;&#039;&#039;๓.๒ การเลือกตั้งแบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อ&#039;&#039;&#039;  เป็นการกำหนดให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกเสียงลงคะแนนเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้งได้เขตละหนึ่งคน โดยจังหวัดใดมีสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรเกินกว่าหนึ่งคน ให้แบ่งเขตจังหวัดออกเป็นเขตเลือกตั้งตามจำนวนเท่ากับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่จะพึงมีในจังหวัดนั้น และกำหนดให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกเสียงลงคะแนนเลือกบัญชีรายชื่อใดบัญชีรายชื่อหนึ่งที่พรรคการเมืองจัดทำขึ้นส่งสมัครรับเลือกตั้งเพียงบัญชีเดียว  โดยให้ถือเขตประเทศเป็นเขตเลือกตั้ง เช่น  การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่  ๖  มกราคม  ๒๕๔๔  และการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่  ๖  กุมภาพันธ์  ๒๕๔๘ ทั้งสองครั้งนี้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ เป็นต้น&amp;lt;/p&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==การคำนวณจำนวนราษฎรเพื่อแบ่งเขตเลือกตั้ง==&lt;br /&gt;
	รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ให้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนสี่ร้อยแปดสิบคน แบ่งออกเป็นมาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งจำนวนสี่ร้อยคน และมาจากการเลือกตั้งแบบสัดส่วน จำนวนแปดสิบคน &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
;การคำนวณจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่จะพึงมีได้ในแต่ละเขตเลือกตั้งและการกำหนดเขตเลือกตั้งให้ดำเนินการดังต่อไปนี้ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;p&amp;gt;๑. ให้คำนวณเกณฑ์จำนวนราษฎรต่อสมาชิกหนึ่งคน โดยคำนวณจากจำนวนราษฎรทั้งประเทศตามหลักฐานการทะเบียนราษฎรที่ประกาศในปีสุดท้ายก่อนปีที่มีการเลือกตั้ง เฉลี่ยด้วยจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสี่ร้อยคน&amp;lt;/p&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;p&amp;gt;๒. จังหวัดใดมีราษฎรไม่ถึงเกณฑ์จำนวนราษฎรต่อสมาชิกหนึ่งคน ให้จังหวัดนั้นมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้หนึ่งคน จังหวัดใดมีราษฎรเกินเกณฑ์ จำนวนราษฎรต่อสมาชิกหนึ่งคน ให้จังหวัดนั้นมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคน ทุกจำนวนราษฎรที่ถึงเกณฑ์การคำนวณ&amp;lt;/p&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;p&amp;gt;๓. เมื่อได้จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของแต่ละจังหวัดแล้ว ถ้าจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่คำนวณได้ ยังไม่ครบสี่ร้อยคนให้จังหวัดที่มีเศษเหลือจากการคำนวณมากที่สุดมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคน และให้เพิ่มจำนวนในจังหวัดลำดับรองลงมาตามลำดับจนครบสี่ร้อยคน&amp;lt;/p&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;p&amp;gt;๔. การแบ่งเขตเลือกตั้งให้ดำเนินการโดยจังหวัดใดมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ไม่เกินสามคนให้ถือเขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง แต่ถ้าจังหวัดใดมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เกินกว่าสามคน ให้แบ่งเขตจังหวัดออกเป็นเขตเลือกตั้ง โดยจัดให้แต่ละเขตเลือกตั้งมีจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสามคน ในกรณีที่ไม่อาจแบ่งเขตเลือกตั้งในจังหวัดให้มีจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสามคนครบทุกเขตไม่ได้ ให้แบ่งเขตเลือกตั้งออกเป็นเขตละสามคนเสียก่อนแต่เขตที่เหลือต้องมีไม่น้อยกว่าเขตละสองคน ถ้าจังหวัดใดมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้สี่คนให้แบ่งเขตเลือกตั้งออกเป็นสองเขตเขตละสองคน&amp;lt;/p&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;p&amp;gt;๕. จังหวัดใดมีการแบ่งเขตเลือกตั้งมากกว่าหนึ่งเขตต้องแบ่งพื้นที่ของเขตเลือกตั้งแต่ละเขตให้ติดต่อกันและต้องมีจำนวนราษฎรในแต่ละเขตใกล้เคียงกัน&amp;lt;/p&amp;gt;&lt;br /&gt;
		&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;p&amp;gt;ส่วนการกำหนดเขตเลือกตั้งสำหรับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วนมีวิธีการดำเนินการโดยให้จัดแบ่งพื้นที่ประเทศไทยออกเป็นแปดกลุ่มจังหวัด และให้แต่ละกลุ่มจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง โดยแต่ละเขตเลือกตั้งให้มีจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้สิบคน ในการจัดกลุ่มจังหวัดให้จังหวัดที่มีพื้นที่ติดต่อกันอยู่ในกลุ่มจังหวัดเดียวกัน และในกลุ่มจังหวัดทั้งแปดกลุ่มต้องมีจำนวนราษฎรรวมกันแล้วใกล้เคียงกัน ทั้งนี้ จะแบ่งพื้นที่ของจังหวัดแยกออกไปรวมกับเขตเลือกตั้งอื่นอีกไม่ได้&amp;lt;/p&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==วิธีการแบ่งเขตเลือกตั้งในปัจจุบัน==&lt;br /&gt;
&amp;lt;p&amp;gt;การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร๓ ในปัจจุบันตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ เป็นการแบ่งเขตเลือกตั้งแบบผสม กล่าวคือ เป็นการผสม&#039;&#039;&#039;แบบรวมเขตจังหวัด แบบแบ่งเขตและแบบสัดส่วน&#039;&#039;&#039; เป็นการกำหนดให้แต่ละเขตเลือกตั้งมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนตามหรือใกล้เคียงกัน โดยจังหวัดใดมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่เกินสามคนให้ถือเขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง และจังหวัดใดมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เกินกว่าสามคน ให้แบ่งเขตจังหวัดออกเป็นเขตเลือกตั้ง ทั้งนี้ แต่ละเขตเลือกตั้งจะต้องมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่น้อยกว่าสองคนและไม่เกินสามคน  ให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกเสียงลงคะแนนเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้งได้จำนวนไม่เกินสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เขตเลือกตั้งนั้นจะพึงมี ส่วนการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน กำหนดให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกเสียงลงคะแนนเลือกพรรคการเมืองที่จัดทำบัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งได้หนึ่งเสียง โดยกำหนดให้แบ่งพื้นที่ของประเทศไทยออกเป็นแปดกลุ่มจังหวัด แต่ละกลุ่มจังหวัดนี้ต้องมีพื้นที่ติดต่อกัน มีจำนวนราษฎรตามหลักฐานการทะเบียนราษฎรที่ประกาศในปีสุดท้ายก่อนปีที่มีการเลือกตั้งรวมกันแล้วใกล้เคียงกัน และให้ถือกลุ่มจังหวัดนั้นเป็นเขตเลือกตั้ง วิธีการนี้ใช้ในคราวเลือกตั้งเมื่อวันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๐ อันเป็นการเลือกตั้งที่มีขึ้นครั้งแรกตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ คณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้แบ่งเขตเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร   ทั้งสิ้น ๑๕๗ เขตเลือกตั้งและแบบสัดส่วน อีก ๘ เขตเลือกตั้ง&amp;lt;/p&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;p&amp;gt;สำหรับการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา๔ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มีการเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญเกี่ยวกับการเลือกตั้งไว้หลายประการ อาทิ เช่น ที่มาของสมาชิกวุฒิสภามี ๒ แบบด้วยกัน คือ มาจากการสรรหา และการเลือกตั้ง&amp;lt;/p&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;p&amp;gt;คณะกรรมการการเลือกตั้งได้ดำเนินการสรรหาสมาชิกวุฒิสภาแล้วเสร็จเมื่อวันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ มีการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาเมื่อวันที่ ๒ มีนาคม ๒๕๕๑ และเป็นการเลือกตั้งที่ใช้เขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง แต่ละจังหวัดให้มีสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดละหนึ่งคน โดยราษฎรผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้ง ลงคะแนนเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้งได้หนึ่งคน และมีเขตเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาทั้งสิ้น ๗๖ เขตเลือกตั้ง&amp;lt;/p&amp;gt;&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;p&amp;gt;การเลือกตั้งไม่ว่าจะเป็นระดับชาติและระดับท้องถิ่นมีปัจจัยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องคือ ประชาชนผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง ผู้สมัครรับเลือกตั้ง พรรคการเมือง เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานเลือกตั้ง และกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งหรือแม้จะมีเขตเลือกตั้ง ที่มีการแบ่งเขตเลือกตั้งอย่างดีที่แล้ว หากแต่การเลือกตั้งที่ยังมีการซื้อสิทธิขายเสียง ไม่มีความบริสุทธิ์ ยุติธรรมของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ประเทศชาติก็ไม่สามารถที่จะมีประชาธิปไตยที่เบ่งบานได้เลย&amp;lt;/p&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==อ้างอิง==&lt;br /&gt;
&amp;lt;references/&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==บรรณานุกรม==&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;“เขตเลือกตั้งเป็นอย่างไร”&#039;&#039;&#039;.    [ออนไลน์] สืบค้นจาก http://academic.obec.go.th/new2550/th/democracy/page9.doc เมื่อวันที่ ๑๘ พฤษภาคม     ๒๕๕๐.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;แม่แบบ : การเลือกตั้ง ส.ส. ในไทย&#039;&#039;&#039;.    [ออนไลน์] สืบค้นจาก   http://th.wikipedia.org/wiki/. เมื่อวันที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๕๐.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
วัชราพร  ยอดมิ่ง.    &#039;&#039;&#039;ระบบการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในประเทศไทยตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐&#039;&#039;&#039;.    กรุงเทพฯ  :  สำนักวิชาการ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร,  ๒๕๕๐.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
สมพร  ถาวร.    &#039;&#039;&#039;การนำระบบวิธีการเลือกตั้งหนึ่งคนหนึ่งเสียงมาใช้ในกฎหมายเลือกตั้งของไทย&#039;&#039;&#039;. กรุงเทพฯ  :  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,  ๒๕๓๓.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง.    &#039;&#039;&#039;ก่อนจะเป็น ส.ว.&#039;&#039;&#039;    พิมพ์ครั้งที่ ๓.    กรุงเทพฯ : สำนักประชาสัมพันธ์ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง,  ๒๕๔๙.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
_______.    &#039;&#039;&#039;ข้อมูล สถิติ การสรรหาและการเลือกตั้ง สมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๕๑&#039;&#039;&#039;.    กรุงเทพฯ  :  สำนักงาน,  ๒๕๕๑.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
_______.    &#039;&#039;&#039;ข้อมูล สถิติ และผลการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๕๐&#039;&#039;&#039;.    กรุงเทพฯ  :  สำนักงาน,  ๒๕๕๐.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
_______.    &#039;&#039;&#039;แผนกลยุทธ์สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (พ.ศ.๒๕๔๘-๒๕๕๒)&#039;&#039;&#039;.   กรุงเทพฯ  :  ม.ป.ป.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
สุเทพ  เอี่ยมคง.    &#039;&#039;&#039;สภาผู้แทนราษฎร&#039;&#039;&#039;.    [ออนไลน์] สืบค้นจาก  http://www.librarianmagazine.com/VOL1NO8/index.html  เมื่อวันที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๕๒.    &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==เอกสารแนะนำให้อ่านต่อ==&lt;br /&gt;
ปริญญา  นาคฉัตรีย์. &#039;&#039;&#039;การจัดการเลือกตั้ง ส.ส. และส.ว. ปัญหาและแนวทางแก้ไข&#039;&#039;&#039;.    นนทบุรี : สถาบันพระปกเกล้า,  ๒๕๔๗.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง. &#039;&#039;&#039;๙ ปี กกต มิติใหม่แห่งการเลือกตั้ง&#039;&#039;&#039;.    กรุงเทพฯ  : สำนักงาน,  ๒๕๕๐.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
_______.    ๑๐ ปี กกต. &#039;&#039;&#039;ก้าวต่อไปเพื่อประชาธิปไตยที่ยั่งยืน&#039;&#039;&#039;.      กรุงเทพฯ :  สำนักงาน,  ๒๕๕๑.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==ดูเพิ่มเติม==&lt;br /&gt;
•  รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม พุทธศักราช ๒๔๗๕ &lt;br /&gt;
•  รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉะบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๔๙๐&lt;br /&gt;
•  รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๑๑  &lt;br /&gt;
•  รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๑๗&lt;br /&gt;
• รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๒๑&lt;br /&gt;
•  รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐&lt;br /&gt;
•  รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[category:ความรู้เกี่ยวกับรัฐสภาไทย|ขเขตเลือกตั้ง]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Tora</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%95%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87_(%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%99%E0%B8%B2_%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%A1%E0%B8%84%E0%B8%87)&amp;diff=1789</id>
		<title>เขตเลือกตั้ง (จินตนา เอี่ยมคง)</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%95%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87_(%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%99%E0%B8%B2_%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%A1%E0%B8%84%E0%B8%87)&amp;diff=1789"/>
		<updated>2009-06-04T10:06:26Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;Tora: สร้างหน้าใหม่: &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;ผู้เขียน - จินตนา  เอี่ยมคง&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;   &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;ผู้ทรงคุณวุฒิประจำบทความ -...&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&#039;&#039;&#039;ผู้เขียน - จินตนา  เอี่ยมคง&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;ผู้ทรงคุณวุฒิประจำบทความ - รองเลขาธิการสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จเร พันธุ์เปรื่อง&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	การเลือกตั้งเป็นกระบวนการพื้นฐานที่สำคัญ ในการปกครองระบอบประชาธิปไตย ที่เป็นการให้อำนาจแก่ประชาชนโดยอ้อม กล่าวคือไม่สามารถจัดให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการปกครองประเทศได้โดยตรง แต่การเลือกตั้งนั้นต้องมีประสิทธิภาพพอ และเป็นที่ยอมรับได้ว่าสอดคล้องกับเงื่อนไขของระบอบประชาธิปไตย ในปัจจุบัน ประชาชนสามารถเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา เข้าไปเป็น “ผู้แทน” ของตน โดยมีกระบวนการเลือกตั้งจากประชาชนให้เข้ามาทำหน้าที่ทางนิติบัญญัติในรัฐสภา ซึ่งในกระบวนการเลือกตั้งดังกล่าว “เขตเลือกตั้ง” จึงเป็นส่วนสำคัญต่อการใช้สิทธิออกเสียงเลือกตั้งของประชาชน เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงอำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==ความหมาย==&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;เขตเลือกตั้ง&#039;&#039;&#039;๑ หมายถึง พื้นที่ที่กำหนดเป็นเขตเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่ง&lt;br /&gt;
เขตเลือกตั้งหรือแบบสัดส่วน หรือเขตเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา แล้วแต่กรณี โดยคณะกรรมการการเลือกตั้งเป็นผู้กำหนดการแบ่งเขตเลือกตั้งเพื่อให้นำคะแนนเสียงของผู้มีสิทธิเลือกตั้งในพื้นที่นั้นมารวมกันเพื่อตัดสินผลการเลือกตั้ง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==การแบ่งเขตเลือกตั้งในอดีต==&lt;br /&gt;
	การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาแต่ละครั้ง รูปแบบและวิธีการแบ่งเขตเลือกตั้งจะถูกกำหนดโดยรัฐธรรมนูญและกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา ในอดีตที่ผ่านมาแบ่งออกเป็น๒&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;p&amp;gt;&#039;&#039;&#039;๑. แบบแบ่งเขต&#039;&#039;&#039; เป็นการกำหนดให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกเสียงลงคะแนนเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งที่ตนมีสิทธิได้&#039;&#039;&#039;เขตละหนึ่งคน&#039;&#039;&#039;   โดยจังหวัดใดมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเกินกว่าหนึ่งคน  ให้แบ่งเขตจังหวัดออกเป็นเขตเลือกตั้งตามจำนวนเท่ากับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่จะพึงมีในจังหวัดนั้น  การแบ่งเขตเลือกตั้งแบบนี้ใช้ในคราวการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครั้งแรกที่มีขึ้นในประเทศไทยเมื่อวันที่ ๑๕ พฤศจิกายน ๒๔๗๖ การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ ๗ พฤศจิกายน ๒๔๘๐ การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ ๑๒  พฤศจิกายน   ๒๔๘๑  และการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่  ๖ มกราคม  ๒๔๘๙ ทั้งหมดนี้เป็นการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรสยาม พุทธศักราช ๒๔๗๕  เป็นต้น&amp;lt;/p&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;p&amp;gt;&#039;&#039;&#039;๒. แบบรวมเขต&#039;&#039;&#039;  เป็นการกำหนดให้เขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง จังหวัดใดมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนเท่าใด ให้ราษฎรผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ไม่เกินจำนวนที่พึงมี การแบ่งเขตเลือกตั้งแบบนี้ใช้ในคราวการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ ๒๙ มกราคม  ๒๔๙๑  ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉะบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๔๙๐ การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๔๙๕ และการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่  ๒๖  กุมภาพันธ์   ๒๕๐๐ ทั้งสองครั้งนี้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๔๗๕ แก้ไขเพิ่มเติม พุทธศักราช ๒๔๙๕ และการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์  ๒๕๑๒ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๑๑  เป็นต้น&lt;br /&gt;
นอกจากนี้ ในการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ เมื่อวันที่ ๔มีนาคม ๒๕๔๓ และวันที่ ๑๙ เมษายน ๒๕๔๙ เป็นการจัดการเลือกตั้งแบบรวมเขต ด้วยเช่นกัน โดยเป็นการถือเขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง แต่ราษฎรผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้ง สามารถใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาได้เพียงจังหวัดละหนึ่งคน&amp;lt;/p&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;p&amp;gt;อนึ่ง รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๒๑ ได้กำหนดเรื่องเขตเลือกตั้งไว้อย่างน่าสนใจว่า ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้ถือเขตจังหวัดแต่ละจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง เว้นแต่กรุงเทพมหานครให้แบ่งเขตเลือกตั้งออกเป็นสามเขตและจัดให้แต่ละเขตเลือกตั้งมีจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขตละเท่า ๆ กัน หรือใกล้เคียงกันมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยต้องแบ่งพื้นที่เขตเลือกตั้งแต่ละเขตให้ติดต่อกัน ราษฎรผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งเป็นคณะตามบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองส่งเข้าสมัครรับเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งนั้น ๆ  แต่วิธีการดังกล่าวนี้ยังไม่ได้นำมาใช้ในการเลือกตั้ง เพราะมีความเห็นที่แตกต่างกันจนเป็นปัญหาทางการเมือง ในที่สุดรัฐสภาได้แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญในปี ๒๕๒๘ โดยยกเลิกบทบัญญัติดังกล่าว&amp;lt;/p&amp;gt;&lt;br /&gt;
		&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;p&amp;gt;&#039;&#039;&#039;๓. การเลือกตั้งแบบผสม&#039;&#039;&#039;  เป็นการแบ่งเขตเลือกตั้งที่รวมวิธีการหลาย ๆ อย่างเข้าด้วยกัน ดังนี้&amp;lt;/p&amp;gt;&lt;br /&gt;
		    &lt;br /&gt;
&amp;lt;p&amp;gt;&#039;&#039;&#039;๓.๑ แบบรวมเขตและแบ่งเขต&#039;&#039;&#039;  เป็นการกำหนดให้แต่ละเขตเลือกตั้งมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนตามหรือใกล้เคียงกัน โดยจังหวัดใดมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่เกินสามคนให้ถือเขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง และจังหวัดใดมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เกินกว่าสามคนให้แบ่งเขตจังหวัดออกเป็นเขตเลือกตั้ง ทั้งนี้ แต่ละเขตเลือกตั้งจะต้องมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่น้อยกว่าสองคนและไม่เกินสามคน  ให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกเสียงลงคะแนนเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้งได้จำนวนไม่เกินที่เขตเลือกตั้งนั้นจะพึงมี เช่น  การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่  ๒๖  มกราคม   ๒๕๑๘    และการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่  ๔  เมษายน   ๒๕๑๙   ทั้งสองครั้งนี้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๑๗ หรือการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ ๒๒ เมษายน ๒๕๒๒   และการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ ๑๘ เมษายน ๒๕๒๖ ทั้งสองครั้งนี้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๒๑ (ภายใต้บทเฉพาะกาล) เป็นต้น&amp;lt;/p&amp;gt;&lt;br /&gt;
		    &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;p&amp;gt;&#039;&#039;&#039;๓.๒ การเลือกตั้งแบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อ&#039;&#039;&#039;  เป็นการกำหนดให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกเสียงลงคะแนนเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้งได้เขตละหนึ่งคน โดยจังหวัดใดมีสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรเกินกว่าหนึ่งคน ให้แบ่งเขตจังหวัดออกเป็นเขตเลือกตั้งตามจำนวนเท่ากับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่จะพึงมีในจังหวัดนั้น และกำหนดให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกเสียงลงคะแนนเลือกบัญชีรายชื่อใดบัญชีรายชื่อหนึ่งที่พรรคการเมืองจัดทำขึ้นส่งสมัครรับเลือกตั้งเพียงบัญชีเดียว  โดยให้ถือเขตประเทศเป็นเขตเลือกตั้ง เช่น  การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่  ๖  มกราคม  ๒๕๔๔  และการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่  ๖  กุมภาพันธ์  ๒๕๔๘ ทั้งสองครั้งนี้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ เป็นต้น&amp;lt;/p&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==การคำนวณจำนวนราษฎรเพื่อแบ่งเขตเลือกตั้ง==&lt;br /&gt;
	รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ให้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนสี่ร้อยแปดสิบคน แบ่งออกเป็นมาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งจำนวนสี่ร้อยคน และมาจากการเลือกตั้งแบบสัดส่วน จำนวนแปดสิบคน &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
;การคำนวณจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่จะพึงมีได้ในแต่ละเขตเลือกตั้งและการกำหนดเขตเลือกตั้งให้ดำเนินการดังต่อไปนี้ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;p&amp;gt;๑. ให้คำนวณเกณฑ์จำนวนราษฎรต่อสมาชิกหนึ่งคน โดยคำนวณจากจำนวนราษฎรทั้งประเทศตามหลักฐานการทะเบียนราษฎรที่ประกาศในปีสุดท้ายก่อนปีที่มีการเลือกตั้ง เฉลี่ยด้วยจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสี่ร้อยคน&amp;lt;/p&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;p&amp;gt;๒. จังหวัดใดมีราษฎรไม่ถึงเกณฑ์จำนวนราษฎรต่อสมาชิกหนึ่งคน ให้จังหวัดนั้นมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้หนึ่งคน จังหวัดใดมีราษฎรเกินเกณฑ์ จำนวนราษฎรต่อสมาชิกหนึ่งคน ให้จังหวัดนั้นมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคน ทุกจำนวนราษฎรที่ถึงเกณฑ์การคำนวณ&amp;lt;/p&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;p&amp;gt;๓. เมื่อได้จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของแต่ละจังหวัดแล้ว ถ้าจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่คำนวณได้ ยังไม่ครบสี่ร้อยคนให้จังหวัดที่มีเศษเหลือจากการคำนวณมากที่สุดมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคน และให้เพิ่มจำนวนในจังหวัดลำดับรองลงมาตามลำดับจนครบสี่ร้อยคน&amp;lt;/p&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;p&amp;gt;๔. การแบ่งเขตเลือกตั้งให้ดำเนินการโดยจังหวัดใดมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ไม่เกินสามคนให้ถือเขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง แต่ถ้าจังหวัดใดมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เกินกว่าสามคน ให้แบ่งเขตจังหวัดออกเป็นเขตเลือกตั้ง โดยจัดให้แต่ละเขตเลือกตั้งมีจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสามคน ในกรณีที่ไม่อาจแบ่งเขตเลือกตั้งในจังหวัดให้มีจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสามคนครบทุกเขตไม่ได้ ให้แบ่งเขตเลือกตั้งออกเป็นเขตละสามคนเสียก่อนแต่เขตที่เหลือต้องมีไม่น้อยกว่าเขตละสองคน ถ้าจังหวัดใดมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้สี่คนให้แบ่งเขตเลือกตั้งออกเป็นสองเขตเขตละสองคน&amp;lt;/p&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;p&amp;gt;๕. จังหวัดใดมีการแบ่งเขตเลือกตั้งมากกว่าหนึ่งเขตต้องแบ่งพื้นที่ของเขตเลือกตั้งแต่ละเขตให้ติดต่อกันและต้องมีจำนวนราษฎรในแต่ละเขตใกล้เคียงกัน&amp;lt;/p&amp;gt;&lt;br /&gt;
		&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;p&amp;gt;ส่วนการกำหนดเขตเลือกตั้งสำหรับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วนมีวิธีการดำเนินการโดยให้จัดแบ่งพื้นที่ประเทศไทยออกเป็นแปดกลุ่มจังหวัด และให้แต่ละกลุ่มจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง โดยแต่ละเขตเลือกตั้งให้มีจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้สิบคน ในการจัดกลุ่มจังหวัดให้จังหวัดที่มีพื้นที่ติดต่อกันอยู่ในกลุ่มจังหวัดเดียวกัน และในกลุ่มจังหวัดทั้งแปดกลุ่มต้องมีจำนวนราษฎรรวมกันแล้วใกล้เคียงกัน ทั้งนี้ จะแบ่งพื้นที่ของจังหวัดแยกออกไปรวมกับเขตเลือกตั้งอื่นอีกไม่ได้&amp;lt;/p&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==วิธีการแบ่งเขตเลือกตั้งในปัจจุบัน==&lt;br /&gt;
&amp;lt;p&amp;gt;การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร๓ ในปัจจุบันตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ เป็นการแบ่งเขตเลือกตั้งแบบผสม กล่าวคือ เป็นการผสม&#039;&#039;&#039;แบบรวมเขตจังหวัด แบบแบ่งเขตและแบบสัดส่วน&#039;&#039;&#039; เป็นการกำหนดให้แต่ละเขตเลือกตั้งมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนตามหรือใกล้เคียงกัน โดยจังหวัดใดมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่เกินสามคนให้ถือเขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง และจังหวัดใดมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เกินกว่าสามคน ให้แบ่งเขตจังหวัดออกเป็นเขตเลือกตั้ง ทั้งนี้ แต่ละเขตเลือกตั้งจะต้องมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่น้อยกว่าสองคนและไม่เกินสามคน  ให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกเสียงลงคะแนนเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้งได้จำนวนไม่เกินสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เขตเลือกตั้งนั้นจะพึงมี ส่วนการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน กำหนดให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกเสียงลงคะแนนเลือกพรรคการเมืองที่จัดทำบัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งได้หนึ่งเสียง โดยกำหนดให้แบ่งพื้นที่ของประเทศไทยออกเป็นแปดกลุ่มจังหวัด แต่ละกลุ่มจังหวัดนี้ต้องมีพื้นที่ติดต่อกัน มีจำนวนราษฎรตามหลักฐานการทะเบียนราษฎรที่ประกาศในปีสุดท้ายก่อนปีที่มีการเลือกตั้งรวมกันแล้วใกล้เคียงกัน และให้ถือกลุ่มจังหวัดนั้นเป็นเขตเลือกตั้ง วิธีการนี้ใช้ในคราวเลือกตั้งเมื่อวันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๐ อันเป็นการเลือกตั้งที่มีขึ้นครั้งแรกตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ คณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้แบ่งเขตเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร   ทั้งสิ้น ๑๕๗ เขตเลือกตั้งและแบบสัดส่วน อีก ๘ เขตเลือกตั้ง&amp;lt;/p&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;p&amp;gt;สำหรับการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา๔ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มีการเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญเกี่ยวกับการเลือกตั้งไว้หลายประการ อาทิ เช่น ที่มาของสมาชิกวุฒิสภามี ๒ แบบด้วยกัน คือ มาจากการสรรหา และการเลือกตั้ง&amp;lt;/p&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;p&amp;gt;คณะกรรมการการเลือกตั้งได้ดำเนินการสรรหาสมาชิกวุฒิสภาแล้วเสร็จเมื่อวันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ มีการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาเมื่อวันที่ ๒ มีนาคม ๒๕๕๑ และเป็นการเลือกตั้งที่ใช้เขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง แต่ละจังหวัดให้มีสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดละหนึ่งคน โดยราษฎรผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้ง ลงคะแนนเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้งได้หนึ่งคน และมีเขตเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาทั้งสิ้น ๗๖ เขตเลือกตั้ง&amp;lt;/p&amp;gt;&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;p&amp;gt;การเลือกตั้งไม่ว่าจะเป็นระดับชาติและระดับท้องถิ่นมีปัจจัยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องคือ ประชาชนผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง ผู้สมัครรับเลือกตั้ง พรรคการเมือง เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานเลือกตั้ง และกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งหรือแม้จะมีเขตเลือกตั้ง ที่มีการแบ่งเขตเลือกตั้งอย่างดีที่แล้ว หากแต่การเลือกตั้งที่ยังมีการซื้อสิทธิขายเสียง ไม่มีความบริสุทธิ์ ยุติธรรมของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ประเทศชาติก็ไม่สามารถที่จะมีประชาธิปไตยที่เบ่งบานได้เลย&amp;lt;/p&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==อ้างอิง==&lt;br /&gt;
&amp;lt;references/&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==บรรณานุกรม==&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;“เขตเลือกตั้งเป็นอย่างไร”&#039;&#039;&#039;.    [ออนไลน์] สืบค้นจาก http://academic.obec.go.th/new2550/th/democracy/page9.doc เมื่อวันที่ ๑๘ พฤษภาคม     ๒๕๕๐.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;แม่แบบ : การเลือกตั้ง ส.ส. ในไทย&#039;&#039;&#039;.    [ออนไลน์] สืบค้นจาก   http://th.wikipedia.org/wiki/. เมื่อวันที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๕๐.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
วัชราพร  ยอดมิ่ง.    &#039;&#039;&#039;ระบบการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในประเทศไทยตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐&#039;&#039;&#039;.    กรุงเทพฯ  :  สำนักวิชาการ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร,  ๒๕๕๐.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
สมพร  ถาวร.    &#039;&#039;&#039;การนำระบบวิธีการเลือกตั้งหนึ่งคนหนึ่งเสียงมาใช้ในกฎหมายเลือกตั้งของไทย&#039;&#039;&#039;. กรุงเทพฯ  :  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,  ๒๕๓๓.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง.    &#039;&#039;&#039;ก่อนจะเป็น ส.ว.&#039;&#039;&#039;    พิมพ์ครั้งที่ ๓.    กรุงเทพฯ : สำนักประชาสัมพันธ์ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง,  ๒๕๔๙.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
_______.    &#039;&#039;&#039;ข้อมูล สถิติ การสรรหาและการเลือกตั้ง สมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๕๑&#039;&#039;&#039;.    กรุงเทพฯ  :  สำนักงาน,  ๒๕๕๑.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
_______.    &#039;&#039;&#039;ข้อมูล สถิติ และผลการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๕๐&#039;&#039;&#039;.    กรุงเทพฯ  :  สำนักงาน,  ๒๕๕๐.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
_______.    &#039;&#039;&#039;แผนกลยุทธ์สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (พ.ศ.๒๕๔๘-๒๕๕๒)&#039;&#039;&#039;.   กรุงเทพฯ  :  ม.ป.ป.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
สุเทพ  เอี่ยมคง.    &#039;&#039;&#039;สภาผู้แทนราษฎร&#039;&#039;&#039;.    [ออนไลน์] สืบค้นจาก  http://www.librarianmagazine.com/VOL1NO8/index.html  เมื่อวันที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๕๒.    &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==เอกสารแนะนำให้อ่านต่อ==&lt;br /&gt;
ปริญญา  นาคฉัตรีย์. &#039;&#039;&#039;การจัดการเลือกตั้ง ส.ส. และส.ว. ปัญหาและแนวทางแก้ไข&#039;&#039;&#039;.    นนทบุรี : สถาบันพระปกเกล้า,  ๒๕๔๗.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง. &#039;&#039;&#039;๙ ปี กกต มิติใหม่แห่งการเลือกตั้ง&#039;&#039;&#039;.    กรุงเทพฯ  : สำนักงาน,  ๒๕๕๐.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
_______.    ๑๐ ปี กกต. &#039;&#039;&#039;ก้าวต่อไปเพื่อประชาธิปไตยที่ยั่งยืน&#039;&#039;&#039;.      กรุงเทพฯ :  สำนักงาน,  ๒๕๕๑.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==ดูเพิ่มเติม==&lt;br /&gt;
•  รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม พุทธศักราช ๒๔๗๕ &lt;br /&gt;
•  รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉะบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๔๙๐&lt;br /&gt;
•  รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๑๑  &lt;br /&gt;
•  รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๑๗&lt;br /&gt;
• รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๒๑&lt;br /&gt;
•  รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐&lt;br /&gt;
•  รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[category:ความรู้เกี่ยวกับรัฐสภาไทย|ขเขตเลือกตั้ง]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Tora</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%9A:%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B9%8C%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B9%E0%B8%8D&amp;diff=1788</id>
		<title>แม่แบบ:สารบัญหมวดหมู่สถาบันการเมืองและองค์กรตามรัฐธรรมนูญ</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%9A:%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B9%8C%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B9%E0%B8%8D&amp;diff=1788"/>
		<updated>2009-06-04T09:23:28Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;Tora: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;# [[:category:สถาบันนิติบัญญัติ|สถาบันนิติบัญญัติ]]&lt;br /&gt;
# [[:category:สถาบันตุลาการ|สถาบันตุลาการ]]&lt;br /&gt;
# [[:category:สถาบันบริหาร|สถาบันบริหาร]]&lt;br /&gt;
# [[:category:องค์กรตามรัฐธรรมนูญ|องค์กรตามรัฐธรรมนูญ]]&lt;br /&gt;
# [[:category:องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ|องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ]]&lt;br /&gt;
# [[:category:องค์กรอื่นตามรัฐธรรมนูญ|องค์กรอื่นตามรัฐธรรมนูญ]]&lt;br /&gt;
# [[:category:ระบบราชการ|ระบบราชการ]]&lt;br /&gt;
# [[:category:สถาบันทางการเมืองที่ไม่ได้ก่อตั้งตามกฎหมาย|สถาบันทางการเมืองที่ไม่ได้ก่อตั้งตามกฎหมาย]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Tora</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%9A:%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B9%8C%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B9%E0%B8%8D&amp;diff=1787</id>
		<title>แม่แบบ:สารบัญหมวดหมู่สถาบันการเมืองและองค์กรตามรัฐธรรมนูญ</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%9A:%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B9%8C%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B9%E0%B8%8D&amp;diff=1787"/>
		<updated>2009-06-04T09:22:13Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;Tora: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;# [[:category:สถาบันนิติบัญญัติ|สถาบันนิติบัญญัติ]]&lt;br /&gt;
# [[:category:สถาบันตุลาการ|สถาบันตุลาการ]]&lt;br /&gt;
# [[:category:สถาบันบริหาร|สถาบันบริหาร]]&lt;br /&gt;
# [[:category:องค์กรตามรัฐธรรมนูญ|องค์กรตามรัฐธรรมนูญ]]&lt;br /&gt;
# [[องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ]]&lt;br /&gt;
# [[องค์กรอื่นตามรัฐธรรมนูญ]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Tora</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%84%E0%B8%93%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%82%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4_(%E0%B8%81%E0%B8%97%E0%B8%8A.)&amp;diff=1786</id>
		<title>คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.)</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%84%E0%B8%93%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%82%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4_(%E0%B8%81%E0%B8%97%E0%B8%8A.)&amp;diff=1786"/>
		<updated>2009-06-04T09:21:20Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;Tora: คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น [[คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;#REDIRECT [[คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Tora</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%84%E0%B8%93%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%82%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4&amp;diff=1785</id>
		<title>คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%84%E0%B8%93%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%82%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4&amp;diff=1785"/>
		<updated>2009-06-04T09:21:20Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;Tora: คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น [[คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;ผู้เขียน รศ.ชุลีพร  เกษโกวิท&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) เป็นองค์กรอิสระที่จัดตั้งตามพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นตามความถี่และกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2543 ซึ่งเป็นกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญมาตรา 40 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย เช่นเดียวกับ [[คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์แห่งชาติ (กสช.)|กสช.]] มีหน้าที่จัดสรรคลื่นความถี่และกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคม &lt;br /&gt;
&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;กทช.ประกอบด้วย&#039;&#039;&#039;&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
*ประธานกรรมการ 1 คน&lt;br /&gt;
*กรรมการอื่นอีก 6 คน &lt;br /&gt;
ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งตามคำแนะนำของวุฒิสภา  &lt;br /&gt;
&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;ผู้ที่ดำรงตำแหน่งคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมต้องมีคุณสมบัติโดยสังเขปคือ&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
*ต้องเป็นผู้ที่มีผลงาน&lt;br /&gt;
*เคยปฏิบัติงานที่แสดงให้เห็นถึงการเป็นผู้มีความรู้ ความเข้าใจ &lt;br /&gt;
*มีความเชี่ยวชาญหรือมีประสบการณ์ในกิจการโทรคมนาคมเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง การศึกษา ศาสนา วัฒนธรรม เศรษฐกิจ ความมั่นคง กฎหมายมหาชน หรือกิจการท้องถิ่น อันจะเป็นประโยชน์ต่อกิจการโทรคมนาคม &lt;br /&gt;
*มีอายุไม่ต่ำกว่า 35 ปีบริบูรณ์ และไม่มีลักษณะต้องห้าม ฯลฯ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
กทช. มีวาระการดำรงตำแหน่ง 6 ปี นับตั้งแต่วันที่พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งและดำรงตำแหน่งได้เพียงวาระเดียว&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
ทั้งนี้ ในวาระเริ่มแรกเมื่อครบกำหนด 3 ปีให้ กทช. ออกจากตำแหน่ง 3 คนโดยวิธีจับสลากและให้ถือว่าเป็นการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
พระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคมประกาศใช้เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2544 และคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมชุดแรกได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2547&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==ดูเพิ่มเติม==&lt;br /&gt;
*[[:category:องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ|องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
*[[:category:องค์กรอื่นตามรัฐธรรมนูญ|องค์กรอื่นตามรัฐธรรมนูญ]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
*[[:category:สถาบันทางการเมืองที่ไม่ได้ก่อตั้งตามกฎหมาย|สถาบันทางการเมืองที่ไม่ได้ก่อตั้งตามกฎหมาย]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[category:องค์กรตามรัฐธรรมนูญ]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Tora</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%84%E0%B8%93%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%82%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%A8%E0%B8%99%E0%B9%8C%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4_(%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B8%8A.)&amp;diff=1784</id>
		<title>คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์แห่งชาติ (กสช.)</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%84%E0%B8%93%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%82%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%A8%E0%B8%99%E0%B9%8C%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4_(%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B8%8A.)&amp;diff=1784"/>
		<updated>2009-06-04T09:20:37Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;Tora: คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์แห่งชาติ (กสช.) ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น [[คณะกรรมก&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;#REDIRECT [[คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์แห่งชาติ]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Tora</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%84%E0%B8%93%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%82%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%A8%E0%B8%99%E0%B9%8C%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4&amp;diff=1783</id>
		<title>คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์แห่งชาติ</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%84%E0%B8%93%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%82%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%A8%E0%B8%99%E0%B9%8C%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4&amp;diff=1783"/>
		<updated>2009-06-04T09:20:37Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;Tora: คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์แห่งชาติ (กสช.) ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น [[คณะกรรมก&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&#039;&#039;&#039;ผู้เขียน รศ.ชุลีพร  เกษโกวิท&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์แห่งชาติ (กสช.) เป็นองค์กรอิสระที่ถูกกำหนดให้จัดตั้งขึ้นตามมาตรา 40 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 &amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
ที่ต้องการให้คลื่นความถี่ที่ใช้ในการส่งวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ (และวิทยุคมนาคม) เป็นทรัพยากรสื่อสารของชาติเพื่อประโยชน์สาธารณะ &amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
โดยให้ กสช. มีหน้าที่จัดสรรคลื่นความถี่ที่ใช้ในการส่งวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ และกำกับดูแลการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญมาตรา 40 คือ พระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ (และกิจการโทรคมนาคม) พ.ศ. 2543 &amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
กำหนดให้ กสช. ประกอบด้วยประธานกรรมการ 1 คนและกรรมการอื่นอีก 6 คน ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งตามคำแนะนำของวุฒิสภา  &amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
จากผู้ซึ่งมีความรู้ ความเข้าใจ และมีความเชี่ยวชาญหรือประสบการณ์ในกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง การศึกษา ศาสนา วัฒนธรรม เศรษฐกิจ ความมั่นคง กฎหมาย หรือกิจการท้องถิ่น &amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
อายุไม่ต่ำกว่า 35 ปีบริบูรณ์ &amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
และไม่มีลักษณะต้องห้าม ฯลฯ&amp;lt;br/&amp;gt;&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
กสช. มีวาระการดำรงตำแหน่ง 6 ปี นับแต่วันที่พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งและดำรงตำแหน่งได้เพียงวาระเดียว&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
ทั้งนี้ ในวาระเริ่มแรกเมื่อครบกำหนดสามปีจะต้องจับสลากกรรมการออกสามคนและให้ถือว่าเป็นการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
นับตั้งแต่ พรบ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ประกาศใช้เป็นกำหมายตั้งแต่วันที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2543 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน (พ.ศ. 2549) &amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
การเลือกและแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหายังไม่เรียบร้อย กสช. ชุดแรกจึงยังไม่สามารถจัดตั้งขึ้นได้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==ดูเพิ่มเติม==&lt;br /&gt;
*[[:category:องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ|องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
*[[:category:องค์กรอื่นตามรัฐธรรมนูญ|องค์กรอื่นตามรัฐธรรมนูญ]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
*[[:category:สถาบันทางการเมืองที่ไม่ได้ก่อตั้งตามกฎหมาย|สถาบันทางการเมืองที่ไม่ได้ก่อตั้งตามกฎหมาย]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[category:องค์กรตามรัฐธรรมนูญ]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Tora</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%84%E0%B8%93%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%82%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4&amp;diff=1782</id>
		<title>คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%84%E0%B8%93%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%82%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4&amp;diff=1782"/>
		<updated>2009-06-04T09:19:55Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;Tora: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;ผู้เขียน รศ.ชุลีพร  เกษโกวิท&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) เป็นองค์กรอิสระที่จัดตั้งตามพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นตามความถี่และกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2543 ซึ่งเป็นกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญมาตรา 40 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย เช่นเดียวกับ [[คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์แห่งชาติ (กสช.)|กสช.]] มีหน้าที่จัดสรรคลื่นความถี่และกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคม &lt;br /&gt;
&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;กทช.ประกอบด้วย&#039;&#039;&#039;&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
*ประธานกรรมการ 1 คน&lt;br /&gt;
*กรรมการอื่นอีก 6 คน &lt;br /&gt;
ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งตามคำแนะนำของวุฒิสภา  &lt;br /&gt;
&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;ผู้ที่ดำรงตำแหน่งคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมต้องมีคุณสมบัติโดยสังเขปคือ&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
*ต้องเป็นผู้ที่มีผลงาน&lt;br /&gt;
*เคยปฏิบัติงานที่แสดงให้เห็นถึงการเป็นผู้มีความรู้ ความเข้าใจ &lt;br /&gt;
*มีความเชี่ยวชาญหรือมีประสบการณ์ในกิจการโทรคมนาคมเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง การศึกษา ศาสนา วัฒนธรรม เศรษฐกิจ ความมั่นคง กฎหมายมหาชน หรือกิจการท้องถิ่น อันจะเป็นประโยชน์ต่อกิจการโทรคมนาคม &lt;br /&gt;
*มีอายุไม่ต่ำกว่า 35 ปีบริบูรณ์ และไม่มีลักษณะต้องห้าม ฯลฯ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
กทช. มีวาระการดำรงตำแหน่ง 6 ปี นับตั้งแต่วันที่พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งและดำรงตำแหน่งได้เพียงวาระเดียว&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
ทั้งนี้ ในวาระเริ่มแรกเมื่อครบกำหนด 3 ปีให้ กทช. ออกจากตำแหน่ง 3 คนโดยวิธีจับสลากและให้ถือว่าเป็นการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
พระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคมประกาศใช้เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2544 และคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมชุดแรกได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2547&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==ดูเพิ่มเติม==&lt;br /&gt;
*[[:category:องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ|องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
*[[:category:องค์กรอื่นตามรัฐธรรมนูญ|องค์กรอื่นตามรัฐธรรมนูญ]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
*[[:category:สถาบันทางการเมืองที่ไม่ได้ก่อตั้งตามกฎหมาย|สถาบันทางการเมืองที่ไม่ได้ก่อตั้งตามกฎหมาย]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[category:องค์กรตามรัฐธรรมนูญ]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Tora</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%84%E0%B8%93%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%82%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%A8%E0%B8%99%E0%B9%8C%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4&amp;diff=1781</id>
		<title>คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์แห่งชาติ</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%84%E0%B8%93%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%82%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%A8%E0%B8%99%E0%B9%8C%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4&amp;diff=1781"/>
		<updated>2009-06-04T09:16:20Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;Tora: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&#039;&#039;&#039;ผู้เขียน รศ.ชุลีพร  เกษโกวิท&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์แห่งชาติ (กสช.) เป็นองค์กรอิสระที่ถูกกำหนดให้จัดตั้งขึ้นตามมาตรา 40 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 &amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
ที่ต้องการให้คลื่นความถี่ที่ใช้ในการส่งวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ (และวิทยุคมนาคม) เป็นทรัพยากรสื่อสารของชาติเพื่อประโยชน์สาธารณะ &amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
โดยให้ กสช. มีหน้าที่จัดสรรคลื่นความถี่ที่ใช้ในการส่งวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ และกำกับดูแลการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญมาตรา 40 คือ พระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ (และกิจการโทรคมนาคม) พ.ศ. 2543 &amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
กำหนดให้ กสช. ประกอบด้วยประธานกรรมการ 1 คนและกรรมการอื่นอีก 6 คน ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งตามคำแนะนำของวุฒิสภา  &amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
จากผู้ซึ่งมีความรู้ ความเข้าใจ และมีความเชี่ยวชาญหรือประสบการณ์ในกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง การศึกษา ศาสนา วัฒนธรรม เศรษฐกิจ ความมั่นคง กฎหมาย หรือกิจการท้องถิ่น &amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
อายุไม่ต่ำกว่า 35 ปีบริบูรณ์ &amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
และไม่มีลักษณะต้องห้าม ฯลฯ&amp;lt;br/&amp;gt;&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
กสช. มีวาระการดำรงตำแหน่ง 6 ปี นับแต่วันที่พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งและดำรงตำแหน่งได้เพียงวาระเดียว&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
ทั้งนี้ ในวาระเริ่มแรกเมื่อครบกำหนดสามปีจะต้องจับสลากกรรมการออกสามคนและให้ถือว่าเป็นการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
นับตั้งแต่ พรบ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ประกาศใช้เป็นกำหมายตั้งแต่วันที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2543 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน (พ.ศ. 2549) &amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
การเลือกและแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหายังไม่เรียบร้อย กสช. ชุดแรกจึงยังไม่สามารถจัดตั้งขึ้นได้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==ดูเพิ่มเติม==&lt;br /&gt;
*[[:category:องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ|องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
*[[:category:องค์กรอื่นตามรัฐธรรมนูญ|องค์กรอื่นตามรัฐธรรมนูญ]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
*[[:category:สถาบันทางการเมืองที่ไม่ได้ก่อตั้งตามกฎหมาย|สถาบันทางการเมืองที่ไม่ได้ก่อตั้งตามกฎหมาย]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[category:องค์กรตามรัฐธรรมนูญ]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Tora</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%88%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%81%E0%B8%9C%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%99&amp;diff=1780</id>
		<title>ผู้ตรวจการแผ่นดิน</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%88%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%81%E0%B8%9C%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%99&amp;diff=1780"/>
		<updated>2009-06-04T05:08:20Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;Tora: สร้างหน้าใหม่: &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;กำลังดำเนินการ&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;   category:องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&#039;&#039;&#039;กำลังดำเนินการ&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[category:องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Tora</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%84%E0%B8%93%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%A9%E0%B8%A2%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4&amp;diff=1779</id>
		<title>คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%84%E0%B8%93%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%A9%E0%B8%A2%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4&amp;diff=1779"/>
		<updated>2009-06-04T05:07:14Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;Tora: สร้างหน้าใหม่: &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;กำลังดำเนินการ&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;    category:องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&#039;&#039;&#039;กำลังดำเนินการ&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[category:องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Tora</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%84%E0%B8%93%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%88%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%9C%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%99&amp;diff=1778</id>
		<title>คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%84%E0%B8%93%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%88%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%9C%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%99&amp;diff=1778"/>
		<updated>2009-06-04T05:06:19Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;Tora: สร้างหน้าใหม่: &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;กำลังดำเนินการ&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;   category:องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&#039;&#039;&#039;กำลังดำเนินการ&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[category:องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Tora</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%84%E0%B8%93%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B8%B8%E0%B8%88%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4&amp;diff=1777</id>
		<title>คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%84%E0%B8%93%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B8%B8%E0%B8%88%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4&amp;diff=1777"/>
		<updated>2009-06-04T05:05:20Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;Tora: สร้างหน้าใหม่: &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;กำลังดำเนินการ&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;    category:องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&#039;&#039;&#039;กำลังดำเนินการ&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[category:องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Tora</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%84%E0%B8%93%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87&amp;diff=1776</id>
		<title>คณะกรรมการการเลือกตั้ง</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%84%E0%B8%93%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87&amp;diff=1776"/>
		<updated>2009-06-04T05:04:01Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;Tora: สร้างหน้าใหม่: &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;กำลังดำเนินการ&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;    category:องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&#039;&#039;&#039;กำลังดำเนินการ&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[category:องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Tora</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B9%88:%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B9%8C%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B9%E0%B8%8D&amp;diff=1775</id>
		<title>หมวดหมู่:องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B9%88:%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B9%8C%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B9%E0%B8%8D&amp;diff=1775"/>
		<updated>2009-06-04T05:02:36Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;Tora: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;{{introcat|ชื่อหมวดหมู่=องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ}}&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;ผู้เขียน รศ.ดร.กมลชัย รัตนสกาววงศ์&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==ความหมาย==&lt;br /&gt;
คำนี้ใช้เรียกรวม ๆ หมายถึงองค์กรที่จัดตั้งขึ้นใหม่ตาม[[รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540|รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540]] ทั้งที่ใน[[รัฐธรรมนูญ]]หรือในกฎหมายอื่นก็ไม่ได้บัญญัติคำว่า &#039;&#039;&#039;“องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ”&#039;&#039;&#039; ไว้ว่ามีความหมายรวมทุกองค์กรที่มีอำนาจหน้าที่อิสระตามที่รัฐธรรมนูญ บัญญัติไว้หรือไม่อย่างไร&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
แต่โดยทั่วไปแล้ว ไม่ได้หมายถึงองค์กร[[รัฐสภา]] [[คณะรัฐมนตรี]] และ[[ศาลยุติธรรม]] รวมทั้ง[[ศาลทหาร]] คงเพราะเป็นองค์กรที่ใช้อำนาจรัฐทั้งสาม คือ [[:category:สถาบันนิติบัญญัติ|นิติบัญญัติ]] [[:category:สถาบันบริหาร|บริหาร]] และ[[:category:สถาบันตุลาการ|ตุลาการ]] เป็นองค์กรที่มีอยู่ก่อนแล้วตามรัฐธรรมนูญฉบับก่อน ๆ “องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ” คงหมายถึง [[ศาลรัฐธรรมนูญ]] [[คณะกรรมการการเลือกตั้ง]] (กกต.) [[คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ]] (ป.ป.ช.) [[คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน]] [[คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ]] [[ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา]] [[ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง]] และ[[ศาลปกครอง]] เพราะเป็นองค์กรที่จัดตั้งขึ้นใหม่ตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
แต่ถ้าจะใช้เกณฑ์การจัดตั้งและกระบวนการสรรหาผู้มาดำรงตำแหน่งว่า ต้องมีการบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแล้ว ศาลปกครองอาจไม่ถือว่าเป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ เพราะศาลปกครองจัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณา คดีปกครอง พ.ศ.2542เช่นเดียวกับศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ก็เป็นแผนกหนึ่งของศาลฎีกาที่ประกอบไปด้วยผู้พิพากษาศาลฎีกา 9 คนตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรง ตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ.2542 โดยมิได้บัญญัติกระบวนการสรรหาผู้พิพากษาศาลฎีกามาปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว ไว้ในรัฐธรรมนูญโดยตรงเช่นเดียวกัน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญที่ยอมรับกันโดยไม่มีข้อโต้แย้ง ได้แก่ ศาลรัฐธรรมนูญ คณะกรรมการการเลือกตั้ง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==ดูเพิ่มเติม==&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
*[[:category:องค์กรอื่นตามรัฐธรรมนูญ|องค์กรอื่นตามรัฐธรรมนูญ]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
*[[:category:สถาบันทางการเมืองที่ไม่ได้จัดตั้งตามกฎหมาย|สถาบันทางการเมืองที่ไม่ได้จัดตั้งตามกฎหมาย]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[category:องค์กรตามรัฐธรรมนูญ]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Tora</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B9%88:%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B9%8C%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B9%E0%B8%8D&amp;diff=1774</id>
		<title>หมวดหมู่:องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B9%88:%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B9%8C%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B9%E0%B8%8D&amp;diff=1774"/>
		<updated>2009-06-04T04:58:17Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;Tora: /* ดูเพิ่มเติม */&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;ผู้เขียน รศ.ดร.กมลชัย รัตนสกาววงศ์&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==ความหมาย==&lt;br /&gt;
คำนี้ใช้เรียกรวม ๆ หมายถึงองค์กรที่จัดตั้งขึ้นใหม่ตาม[[รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540|รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540]] ทั้งที่ใน[[รัฐธรรมนูญ]]หรือในกฎหมายอื่นก็ไม่ได้บัญญัติคำว่า &#039;&#039;&#039;“องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ”&#039;&#039;&#039; ไว้ว่ามีความหมายรวมทุกองค์กรที่มีอำนาจหน้าที่อิสระตามที่รัฐธรรมนูญ บัญญัติไว้หรือไม่อย่างไร&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
แต่โดยทั่วไปแล้ว ไม่ได้หมายถึงองค์กร[[รัฐสภา]] [[คณะรัฐมนตรี]] และ[[ศาลยุติธรรม]] รวมทั้ง[[ศาลทหาร]] คงเพราะเป็นองค์กรที่ใช้อำนาจรัฐทั้งสาม คือ [[:category:สถาบันนิติบัญญัติ|นิติบัญญัติ]] [[:category:สถาบันบริหาร|บริหาร]] และ[[:category:สถาบันตุลาการ|ตุลาการ]] เป็นองค์กรที่มีอยู่ก่อนแล้วตามรัฐธรรมนูญฉบับก่อน ๆ “องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ” คงหมายถึง [[ศาลรัฐธรรมนูญ]] [[คณะกรรมการการเลือกตั้ง]] (กกต.) [[คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ]] (ป.ป.ช.) [[คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน]] [[คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ]] [[ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา]] [[ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง]] และ[[ศาลปกครอง]] เพราะเป็นองค์กรที่จัดตั้งขึ้นใหม่ตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
แต่ถ้าจะใช้เกณฑ์การจัดตั้งและกระบวนการสรรหาผู้มาดำรงตำแหน่งว่า ต้องมีการบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแล้ว ศาลปกครองอาจไม่ถือว่าเป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ เพราะศาลปกครองจัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณา คดีปกครอง พ.ศ.2542เช่นเดียวกับศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ก็เป็นแผนกหนึ่งของศาลฎีกาที่ประกอบไปด้วยผู้พิพากษาศาลฎีกา 9 คนตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรง ตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ.2542 โดยมิได้บัญญัติกระบวนการสรรหาผู้พิพากษาศาลฎีกามาปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว ไว้ในรัฐธรรมนูญโดยตรงเช่นเดียวกัน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญที่ยอมรับกันโดยไม่มีข้อโต้แย้ง ได้แก่ ศาลรัฐธรรมนูญ คณะกรรมการการเลือกตั้ง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==ดูเพิ่มเติม==&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
*[[:category:องค์กรอื่นตามรัฐธรรมนูญ|องค์กรอื่นตามรัฐธรรมนูญ]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
*[[:category:สถาบันทางการเมืองที่ไม่ได้จัดตั้งตามกฎหมาย|สถาบันทางการเมืองที่ไม่ได้จัดตั้งตามกฎหมาย]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[category:องค์กรตามรัฐธรรมนูญ]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Tora</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B9%88:%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B9%8C%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B9%E0%B8%8D&amp;diff=1773</id>
		<title>หมวดหมู่:องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B9%88:%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B9%8C%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B9%E0%B8%8D&amp;diff=1773"/>
		<updated>2009-06-04T04:57:40Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;Tora: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;ผู้เขียน รศ.ดร.กมลชัย รัตนสกาววงศ์&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==ความหมาย==&lt;br /&gt;
คำนี้ใช้เรียกรวม ๆ หมายถึงองค์กรที่จัดตั้งขึ้นใหม่ตาม[[รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540|รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540]] ทั้งที่ใน[[รัฐธรรมนูญ]]หรือในกฎหมายอื่นก็ไม่ได้บัญญัติคำว่า &#039;&#039;&#039;“องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ”&#039;&#039;&#039; ไว้ว่ามีความหมายรวมทุกองค์กรที่มีอำนาจหน้าที่อิสระตามที่รัฐธรรมนูญ บัญญัติไว้หรือไม่อย่างไร&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
แต่โดยทั่วไปแล้ว ไม่ได้หมายถึงองค์กร[[รัฐสภา]] [[คณะรัฐมนตรี]] และ[[ศาลยุติธรรม]] รวมทั้ง[[ศาลทหาร]] คงเพราะเป็นองค์กรที่ใช้อำนาจรัฐทั้งสาม คือ [[:category:สถาบันนิติบัญญัติ|นิติบัญญัติ]] [[:category:สถาบันบริหาร|บริหาร]] และ[[:category:สถาบันตุลาการ|ตุลาการ]] เป็นองค์กรที่มีอยู่ก่อนแล้วตามรัฐธรรมนูญฉบับก่อน ๆ “องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ” คงหมายถึง [[ศาลรัฐธรรมนูญ]] [[คณะกรรมการการเลือกตั้ง]] (กกต.) [[คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ]] (ป.ป.ช.) [[คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน]] [[คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ]] [[ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา]] [[ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง]] และ[[ศาลปกครอง]] เพราะเป็นองค์กรที่จัดตั้งขึ้นใหม่ตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
แต่ถ้าจะใช้เกณฑ์การจัดตั้งและกระบวนการสรรหาผู้มาดำรงตำแหน่งว่า ต้องมีการบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแล้ว ศาลปกครองอาจไม่ถือว่าเป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ เพราะศาลปกครองจัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณา คดีปกครอง พ.ศ.2542เช่นเดียวกับศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ก็เป็นแผนกหนึ่งของศาลฎีกาที่ประกอบไปด้วยผู้พิพากษาศาลฎีกา 9 คนตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรง ตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ.2542 โดยมิได้บัญญัติกระบวนการสรรหาผู้พิพากษาศาลฎีกามาปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว ไว้ในรัฐธรรมนูญโดยตรงเช่นเดียวกัน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญที่ยอมรับกันโดยไม่มีข้อโต้แย้ง ได้แก่ ศาลรัฐธรรมนูญ คณะกรรมการการเลือกตั้ง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==ดูเพิ่มเติม==&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
*[[คณะกรรมการการเลือกตั้ง]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
*[[คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามทุจริตแห่งชาติ]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
*[[คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
*[[คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
*[[ผู้่ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
*[[:category:องค์กรอื่นตามรัฐธรรมนูญ|องค์กรอื่นตามรัฐธรรมนูญ]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
*[[:category:สถาบันทางการเมืองที่ไม่ได้จัดตั้งตามกฎหมาย|สถาบันทางการเมืองที่ไม่ได้จัดตั้งตามกฎหมาย]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[category:องค์กรตามรัฐธรรมนูญ]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Tora</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B9%88:%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%81%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%8E%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A2&amp;diff=1772</id>
		<title>หมวดหมู่:สถาบันทางการเมืองที่ไม่ได้ก่อตั้งตามกฎหมาย</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B9%88:%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%81%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%8E%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A2&amp;diff=1772"/>
		<updated>2009-06-04T03:57:39Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;Tora: สร้างหน้าใหม่: {{introcat|ชื่อหมวดหมู่=สถาบันทางการเมืองที่ไม่ได้ก่อตั้งตาม...&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;{{introcat|ชื่อหมวดหมู่=สถาบันทางการเมืองที่ไม่ได้ก่อตั้งตามกฎหมาย}}&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[category:สถาบันทางการเมืองไทย]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Tora</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B9%88:%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3&amp;diff=1771</id>
		<title>หมวดหมู่:ระบบราชการ</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B9%88:%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3&amp;diff=1771"/>
		<updated>2009-06-04T03:56:55Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;Tora: สร้างหน้าใหม่: {{introcat|ชื่อหมวดหมู่=ระบบราชการ}}    category:สถาบันทางการเมืองไทย&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;{{introcat|ชื่อหมวดหมู่=ระบบราชการ}}&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[category:สถาบันทางการเมืองไทย]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Tora</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B9%88:%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B9%8C%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B9%E0%B8%8D&amp;diff=1770</id>
		<title>หมวดหมู่:องค์กรอื่นตามรัฐธรรมนูญ</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B9%88:%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B9%8C%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B9%E0%B8%8D&amp;diff=1770"/>
		<updated>2009-06-04T03:56:16Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;Tora: สร้างหน้าใหม่: {{introcat|ชื่อหมวดหมู่=องค์กรอื่นตามรัฐธรรมนูญ}}    [[category:องค์กรต...&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;{{introcat|ชื่อหมวดหมู่=องค์กรอื่นตามรัฐธรรมนูญ}}&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[category:องค์กรตามรัฐธรรมนูญ]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Tora</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B9%88:%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B9%8C%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B9%E0%B8%8D&amp;diff=1769</id>
		<title>หมวดหมู่:องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B9%88:%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B9%8C%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B9%E0%B8%8D&amp;diff=1769"/>
		<updated>2009-06-04T03:55:16Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;Tora: สร้างหน้าใหม่: {{introcat|ชื่อหมวดหมู่=องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ}}    [[category:องค์กร...&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;{{introcat|ชื่อหมวดหมู่=องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ}}&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[category:องค์กรตามรัฐธรรมนูญ]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Tora</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B9%88:%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B9%8C%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B9%E0%B8%8D&amp;diff=1768</id>
		<title>หมวดหมู่:องค์กรตามรัฐธรรมนูญ</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B9%88:%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B9%8C%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B9%E0%B8%8D&amp;diff=1768"/>
		<updated>2009-06-04T03:54:19Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;Tora: สร้างหน้าใหม่: {{introcat|ชื่อหมวดหมู่=องค์กรตามรัฐธรรมนูญ}}    [[category:สถาบันทางกา...&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;{{introcat|ชื่อหมวดหมู่=องค์กรตามรัฐธรรมนูญ}}&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[category:สถาบันทางการเมืองไทย]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Tora</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%9A:%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81-%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A1&amp;diff=1767</id>
		<title>แม่แบบ:หน้าหลัก-สารานุกรม</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%9A:%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81-%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A1&amp;diff=1767"/>
		<updated>2009-06-04T03:53:33Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;Tora: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;{| width=&amp;quot;100%&amp;quot; cellpadding=&amp;quot;10&amp;quot; style=&amp;quot;background-color: #faf5ff;&amp;quot;&lt;br /&gt;
|- valign=&amp;quot;top&amp;quot;&lt;br /&gt;
|width=&amp;quot;50%&amp;quot; style=&amp;quot;padding: 0em 1em 1em 1em;&amp;quot; valign=&amp;quot;top&amp;quot;|&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
{|style=&amp;quot;background-color: #faf5ff;&amp;quot;&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|&#039;&#039;&#039;[[:หมวดหมู่:พระมหากษัตริย์|กลุ่มที่ 1 พระมหากษัตริย์]]&#039;&#039;&#039;&amp;lt;br /&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[ลำดับพระมหากษัตริย์ไทย]] -&lt;br /&gt;
[[พระมหากษัตริย์ในราชวงค์จักรี]] -&lt;br /&gt;
[[การสืบสันตติวงศ์]] -&lt;br /&gt;
[[องคมนตรี]] -&lt;br /&gt;
[[พระราชอำนาจในบทบัญญัติตามรัฐธรรมนูญ]] -&lt;br /&gt;
|}&lt;br /&gt;
&amp;lt;br clear=&amp;quot;all&amp;quot; /&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
{|style=&amp;quot;background-color: #faf5ff;&amp;quot;&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|&#039;&#039;&#039;[[:หมวดหมู่:รัฐธรรมนูญ|กลุ่มที่ 3 รัฐธรรมนูญ]]&#039;&#039;&#039;&amp;lt;br /&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[คุณค่าและความสำคัญของรัฐธรรมนูญ]] -&lt;br /&gt;
[[เหตุการณ์สำคัญที่นำไปสู่การร่างรัฐธรรมนูญ]] -&lt;br /&gt;
[[กระบวนการร่างรัฐธรรมนูญ]] -&lt;br /&gt;
[[สาระสำคัญโดยสรุปของรัฐธรรมนูญ]] -&lt;br /&gt;
[[เนื้อหารายมาตรารัฐธรรมนูญ]] -&lt;br /&gt;
[[คำอธิบายรายมาตรารัฐธรรมนูญ]] -&lt;br /&gt;
[[ระยะเวลาในการบังคับใช้รัฐธรรมนูญ]] -&lt;br /&gt;
[[ตารางเปรียบเทียบรายมาตรารัฐธรรมนูญ]] -&lt;br /&gt;
[[รัฐธรรมนูญเปรียบเทียบ]] -&lt;br /&gt;
[[รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2475]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
|}&lt;br /&gt;
&amp;lt;br clear=&amp;quot;all&amp;quot; /&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
{|style=&amp;quot;background-color: #faf5ff;&amp;quot;&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|&#039;&#039;&#039;[[:หมวดหมู่:พรรคการเมืองและการเลือกตั้ง|กลุ่มที่ 5 พรรคการเมืองและการเลือกตั้ง]]&#039;&#039;&#039;&amp;lt;br /&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[พรรคการเมือง]] -&lt;br /&gt;
[[:category:แนวความคิดทางการเมืองเรื่องพรรคและระบบพรรคการเมือง|แนวความคิดทางการเมืองเรื่องพรรคและระบบพรรคการเมือง]] -&lt;br /&gt;
[[การเลือกตั้ง]] -&lt;br /&gt;
[[:category:กิจกรรมทางการเมืองที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง|กิจกรรมทางการเมืองที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง]] -&lt;br /&gt;
[[:category:กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับพรรคการเมือง|กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับพรรคการเมือง]] -&lt;br /&gt;
[[:category:กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง|กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง]] -&lt;br /&gt;
&amp;lt;br clear=&amp;quot;all&amp;quot; /&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
{|style=&amp;quot;background-color: #faf5ff;&amp;quot;&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|&#039;&#039;&#039;[[:หมวดหมู่:เหตุการณ์สำคัญทางการเมือง|กลุ่มที่ 7  เหตุการณ์สำคัญทางการเมือง]]&#039;&#039;&#039;&amp;lt;br /&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[การเปลี่ยนแปลงการปกครอง 24 มิถุนายน 2475|การเปลี่ยนแปลงการปกครอง]] -&lt;br /&gt;
[[กบฏ]] -&lt;br /&gt;
[[รัฐประหาร]] -&lt;br /&gt;
[[:category:เหตุการณ์สำคัญทางการเมืองไทย สมัย พ.ศ. 2475-2500|เหตุการณ์สำคัญทางการเมืองไทย สมัย พ.ศ. 2475-2500]] -&lt;br /&gt;
[[:category:เหตุการณ์สำคัญทางการเมืองไทย สมัย พ.ศ. 2501-2519|เหตุการณ์สำคัญทางการเมืองไทย สมัย พ.ศ. 2501-2519]] -&lt;br /&gt;
[[:category:เหตุการณ์สำคัญทางการเมืองไทย สมัย พ.ศ. 2520-ปัจจุบัน|เหตุการณ์สำคัญทางการเมืองไทย สมัย พ.ศ. 2520-ปัจจุบัน]] -&lt;br /&gt;
|}&lt;br /&gt;
&amp;lt;br clear=&amp;quot;all&amp;quot; /&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
{|style=&amp;quot;background-color: #faf5ff;&amp;quot;&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|&#039;&#039;&#039;[[:หมวดหมู่:การเมืองภาคพลเมือง|กลุ่มที่ 9 การเมืองภาคพลเมือง]]&#039;&#039;&#039;&amp;lt;br /&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[ความหมายของพลเมือง]] -&lt;br /&gt;
[[การสร้างความเป็นพลเมือง]] -&lt;br /&gt;
[[การมีส่วนร่วมทางการเมือง]] -&lt;br /&gt;
|}&lt;br /&gt;
&amp;lt;br clear=&amp;quot;all&amp;quot; /&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
{|style=&amp;quot;background-color: #faf5ff;&amp;quot;&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|&#039;&#039;&#039;[[:หมวดหมู่:สันติวิธี/การสร้างสังคมสันติสุข|กลุ่มที่ 11 สันติวิธี/การสร้างสังคมสันติสุข]]&#039;&#039;&#039;&amp;lt;br /&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[แนวคิดสันติวิธี]] -&lt;br /&gt;
[[คุณค่าและความสำคัญ]] -&lt;br /&gt;
[[ความหมาย]] -&lt;br /&gt;
[[การป้องกันความขัดแย้ง]] -&lt;br /&gt;
[[การยุติความขัดแย้ง]] -&lt;br /&gt;
[[การฟื้นฟู ปรองดอง]] -&lt;br /&gt;
[[กรณีศึกษาการเสริมสร้างสังคมสันติสุข]] -&lt;br /&gt;
|}&lt;br /&gt;
&amp;lt;br clear=&amp;quot;all&amp;quot; /&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
{|style=&amp;quot;background-color: #faf5ff;&amp;quot;&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|&#039;&#039;&#039;[[:หมวดหมู่:สารานุกรม คำศัพท์ต่าง ๆ|กลุ่มที่ 13 สารานุกรม คำศัพท์ต่าง ๆ]]&#039;&#039;&#039;&amp;lt;br /&amp;gt;&lt;br /&gt;
|}&lt;br /&gt;
&amp;lt;br clear=&amp;quot;all&amp;quot; /&amp;gt;&lt;br /&gt;
|}&lt;br /&gt;
|width=&amp;quot;50%&amp;quot; style=&amp;quot;padding: 0em 1em 1em 1em;&amp;quot;  valign=&amp;quot;top&amp;quot;|&lt;br /&gt;
{|style=&amp;quot;background-color: #faf5ff;&amp;quot;&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|&#039;&#039;&#039;[[:หมวดหมู่:พระปกเกล้าศึกษา|กลุ่มที่ 2 พระปกเกล้าศึกษา]]&#039;&#039;&#039;&amp;lt;br /&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[เนื้อหาสรุป]] -&lt;br /&gt;
|}&lt;br /&gt;
&amp;lt;br clear=&amp;quot;all&amp;quot; /&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
{|style=&amp;quot;background-color: #faf5ff;&amp;quot;&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|&#039;&#039;&#039;[[:หมวดหมู่:สถาบันการเมือง|กลุ่มที่ 4 สถาบันการเมือง]]&#039;&#039;&#039;&amp;lt;br /&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[:category:สถาบันนิติบัญญัติ|สถาบันนิติบัญญัติ]] -&lt;br /&gt;
[[:category:สถาบันตุลาการ|สถาบันตุลาการ]] -&lt;br /&gt;
[[:category:สถาบันบริหาร|สถาบันบริหาร]] -&lt;br /&gt;
[[:category:องค์กรตามรัฐธรรมนูญ|องค์กรตามรัฐธรรมนูญ]] -&lt;br /&gt;
[[:category:องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ|องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ]] -&lt;br /&gt;
[[:category:องค์กรอื่นตามรัฐธรรมนูญ|องค์กรอื่นตามรัฐธรรมนูญ]] -&lt;br /&gt;
[[:category:ระบบราชการ|ระบบราชการ]] - &lt;br /&gt;
[[:category:สถาบันทางการเมืองที่ไม่ได้ก่อตั้งตามกฎหมาย|สถาบันทางการเมืองที่ไม่ได้ก่อตั้งตามกฎหมาย]] - &lt;br /&gt;
|}&lt;br /&gt;
&amp;lt;br clear=&amp;quot;all&amp;quot; /&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
{|style=&amp;quot;background-color: #faf5ff;&amp;quot;&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|&#039;&#039;&#039;[[:หมวดหมู่:การปกครองท้องถิ่น|กลุ่มที่ 6 การปกครองท้องถิ่น]]&#039;&#039;&#039;&amp;lt;br /&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[ประวัติการปกครองท้องถิ่น]] -&lt;br /&gt;
[[ความสัมพันธ์ระหว่างราชการบริหารส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น]] -&lt;br /&gt;
[[องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น]] -&lt;br /&gt;
[[องค์การบริหารส่วนจังหวัด]] -&lt;br /&gt;
[[เทศบาล]] -&lt;br /&gt;
[[องค์การบริหารส่วนตำบล]] -&lt;br /&gt;
[[กรุงเทพมหานคร]] -&lt;br /&gt;
[[เมืองพัทยา]] -&lt;br /&gt;
[[องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบอื่น ๆ]] -&lt;br /&gt;
[[กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปกครองท้องถิ่น]] -&lt;br /&gt;
[[กฎหมายจัดตั้ง]] -&lt;br /&gt;
[[กฎหมายเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่]] -&lt;br /&gt;
[[กฎหมายเกี่ยวกับการเงิน การคลัง การงบประมาณ และรายได้ท้องถิ่น]] -&lt;br /&gt;
[[กฎหมายเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคล]] -&lt;br /&gt;
[[กฎหมายเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมของประชาชน]] -&lt;br /&gt;
|}&lt;br /&gt;
&amp;lt;br clear=&amp;quot;all&amp;quot; /&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
{|style=&amp;quot;background-color: #faf5ff;&amp;quot;&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|&#039;&#039;&#039;[[:หมวดหมู่:นักการเมือง|กลุ่มที่ 8 นักการเมือง]]&#039;&#039;&#039;&amp;lt;br /&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[รัฐบุรุษ]] -&lt;br /&gt;
[[นายกรัฐมนตรี]] -&lt;br /&gt;
[[หัวหน้าพรรคการเมือง]] -&lt;br /&gt;
[[ผู้นำฝ่ายค้าน]] -&lt;br /&gt;
[[นักการเมืองระดับท้องถิ่น]] -&lt;br /&gt;
|}&lt;br /&gt;
&amp;lt;br clear=&amp;quot;all&amp;quot; /&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
{|style=&amp;quot;background-color: #faf5ff;&amp;quot;&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|&#039;&#039;&#039;[[:หมวดหมู่:ธรรมาภิบาล|กลุ่มที่ 10 ธรรมาภิบาล]]&#039;&#039;&#039;&amp;lt;br /&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[แนวคิดธรรมาภิบาล]] -&lt;br /&gt;
[[คุณค่าและความสำคัญ]] -&lt;br /&gt;
[[ความหมายธรรมาภิบาล]] -&lt;br /&gt;
[[องค์ประกอบ]] -&lt;br /&gt;
[[แนวคิดธรรมาภิบาลในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย]] -&lt;br /&gt;
[[แนวทางเสริมสร้างธรรมาภิบาลในองค์กร]] -&lt;br /&gt;
[[กรณีศึกษาเรื่องธรรมาภิบาล]] -&lt;br /&gt;
|}&lt;br /&gt;
&amp;lt;br clear=&amp;quot;all&amp;quot; /&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
{|style=&amp;quot;background-color: #faf5ff;&amp;quot;&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|&#039;&#039;&#039;[[:หมวดหมู่:วิทยานิพนธ์ / งานวิจัย / หนังสือต่าง ๆ|กลุ่มที่ 12 วิทยานิพนธ์ / งานวิจัย / หนังสือต่าง ๆ]]&#039;&#039;&#039;&amp;lt;br /&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[:หมวดหมู่:วิทยานิพนธ์|วิทยานิพนธ์]] -&lt;br /&gt;
[[:หมวดหมู่:งานวิจัย|งานวิจัย]] -&lt;br /&gt;
[[:หมวดหมู่:หนังสือ|หนังสือ]] -&lt;br /&gt;
[[:หมวดหมู่:เอกสารวิชาการ|เอกสารวิชาการ]] - &lt;br /&gt;
|}&lt;br /&gt;
&amp;lt;br clear=&amp;quot;all&amp;quot; /&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
{|style=&amp;quot;background-color: #faf5ff;&amp;quot;&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|&#039;&#039;&#039;[[:หมวดหมู่:กรณีศึกษาประกอบการศึกษา|กลุ่มที่ 14 กรณีศึกษาประกอบการศึกษา]]&#039;&#039;&#039;&amp;lt;br /&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[การเมืองการปกครอง]] -&lt;br /&gt;
[[การปกครองท้องถิ่น]] -&lt;br /&gt;
[[สันติวิธี/ความขัดแย้ง]] -&lt;br /&gt;
[[ธรรมาภิบาล]] -&lt;br /&gt;
[[การมีส่วนร่วม]] -&lt;br /&gt;
|}&lt;br /&gt;
&amp;lt;br clear=&amp;quot;all&amp;quot; /&amp;gt;&lt;br /&gt;
|}&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Tora</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%9A:%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81-%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A1&amp;diff=1766</id>
		<title>แม่แบบ:หน้าหลัก-สารานุกรม</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%9A:%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81-%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A1&amp;diff=1766"/>
		<updated>2009-06-04T03:25:50Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;Tora: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;{| width=&amp;quot;100%&amp;quot; cellpadding=&amp;quot;10&amp;quot; style=&amp;quot;background-color: #faf5ff;&amp;quot;&lt;br /&gt;
|- valign=&amp;quot;top&amp;quot;&lt;br /&gt;
|width=&amp;quot;50%&amp;quot; style=&amp;quot;padding: 0em 1em 1em 1em;&amp;quot; valign=&amp;quot;top&amp;quot;|&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
{|style=&amp;quot;background-color: #faf5ff;&amp;quot;&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|&#039;&#039;&#039;[[:หมวดหมู่:พระมหากษัตริย์|กลุ่มที่ 1 พระมหากษัตริย์]]&#039;&#039;&#039;&amp;lt;br /&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[ลำดับพระมหากษัตริย์ไทย]] -&lt;br /&gt;
[[พระมหากษัตริย์ในราชวงค์จักรี]] -&lt;br /&gt;
[[การสืบสันตติวงศ์]] -&lt;br /&gt;
[[องคมนตรี]] -&lt;br /&gt;
[[พระราชอำนาจในบทบัญญัติตามรัฐธรรมนูญ]] -&lt;br /&gt;
|}&lt;br /&gt;
&amp;lt;br clear=&amp;quot;all&amp;quot; /&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
{|style=&amp;quot;background-color: #faf5ff;&amp;quot;&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|&#039;&#039;&#039;[[:หมวดหมู่:รัฐธรรมนูญ|กลุ่มที่ 3 รัฐธรรมนูญ]]&#039;&#039;&#039;&amp;lt;br /&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[คุณค่าและความสำคัญของรัฐธรรมนูญ]] -&lt;br /&gt;
[[เหตุการณ์สำคัญที่นำไปสู่การร่างรัฐธรรมนูญ]] -&lt;br /&gt;
[[กระบวนการร่างรัฐธรรมนูญ]] -&lt;br /&gt;
[[สาระสำคัญโดยสรุปของรัฐธรรมนูญ]] -&lt;br /&gt;
[[เนื้อหารายมาตรารัฐธรรมนูญ]] -&lt;br /&gt;
[[คำอธิบายรายมาตรารัฐธรรมนูญ]] -&lt;br /&gt;
[[ระยะเวลาในการบังคับใช้รัฐธรรมนูญ]] -&lt;br /&gt;
[[ตารางเปรียบเทียบรายมาตรารัฐธรรมนูญ]] -&lt;br /&gt;
[[รัฐธรรมนูญเปรียบเทียบ]] -&lt;br /&gt;
[[รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2475]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
|}&lt;br /&gt;
&amp;lt;br clear=&amp;quot;all&amp;quot; /&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
{|style=&amp;quot;background-color: #faf5ff;&amp;quot;&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|&#039;&#039;&#039;[[:หมวดหมู่:พรรคการเมืองและการเลือกตั้ง|กลุ่มที่ 5 พรรคการเมืองและการเลือกตั้ง]]&#039;&#039;&#039;&amp;lt;br /&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[พรรคการเมือง]] -&lt;br /&gt;
[[:category:แนวความคิดทางการเมืองเรื่องพรรคและระบบพรรคการเมือง|แนวความคิดทางการเมืองเรื่องพรรคและระบบพรรคการเมือง]] -&lt;br /&gt;
[[การเลือกตั้ง]] -&lt;br /&gt;
[[:category:กิจกรรมทางการเมืองที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง|กิจกรรมทางการเมืองที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง]] -&lt;br /&gt;
[[:category:กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับพรรคการเมือง|กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับพรรคการเมือง]] -&lt;br /&gt;
[[:category:กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง|กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง]] -&lt;br /&gt;
&amp;lt;br clear=&amp;quot;all&amp;quot; /&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
{|style=&amp;quot;background-color: #faf5ff;&amp;quot;&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|&#039;&#039;&#039;[[:หมวดหมู่:เหตุการณ์สำคัญทางการเมือง|กลุ่มที่ 7  เหตุการณ์สำคัญทางการเมือง]]&#039;&#039;&#039;&amp;lt;br /&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[การเปลี่ยนแปลงการปกครอง 24 มิถุนายน 2475|การเปลี่ยนแปลงการปกครอง]] -&lt;br /&gt;
[[กบฏ]] -&lt;br /&gt;
[[รัฐประหาร]] -&lt;br /&gt;
[[:category:เหตุการณ์สำคัญทางการเมืองไทย สมัย พ.ศ. 2475-2500|เหตุการณ์สำคัญทางการเมืองไทย สมัย พ.ศ. 2475-2500]] -&lt;br /&gt;
[[:category:เหตุการณ์สำคัญทางการเมืองไทย สมัย พ.ศ. 2501-2519|เหตุการณ์สำคัญทางการเมืองไทย สมัย พ.ศ. 2501-2519]] -&lt;br /&gt;
[[:category:เหตุการณ์สำคัญทางการเมืองไทย สมัย พ.ศ. 2520-ปัจจุบัน|เหตุการณ์สำคัญทางการเมืองไทย สมัย พ.ศ. 2520-ปัจจุบัน]] -&lt;br /&gt;
|}&lt;br /&gt;
&amp;lt;br clear=&amp;quot;all&amp;quot; /&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
{|style=&amp;quot;background-color: #faf5ff;&amp;quot;&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|&#039;&#039;&#039;[[:หมวดหมู่:การเมืองภาคพลเมือง|กลุ่มที่ 9 การเมืองภาคพลเมือง]]&#039;&#039;&#039;&amp;lt;br /&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[ความหมายของพลเมือง]] -&lt;br /&gt;
[[การสร้างความเป็นพลเมือง]] -&lt;br /&gt;
[[การมีส่วนร่วมทางการเมือง]] -&lt;br /&gt;
|}&lt;br /&gt;
&amp;lt;br clear=&amp;quot;all&amp;quot; /&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
{|style=&amp;quot;background-color: #faf5ff;&amp;quot;&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|&#039;&#039;&#039;[[:หมวดหมู่:สันติวิธี/การสร้างสังคมสันติสุข|กลุ่มที่ 11 สันติวิธี/การสร้างสังคมสันติสุข]]&#039;&#039;&#039;&amp;lt;br /&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[แนวคิดสันติวิธี]] -&lt;br /&gt;
[[คุณค่าและความสำคัญ]] -&lt;br /&gt;
[[ความหมาย]] -&lt;br /&gt;
[[การป้องกันความขัดแย้ง]] -&lt;br /&gt;
[[การยุติความขัดแย้ง]] -&lt;br /&gt;
[[การฟื้นฟู ปรองดอง]] -&lt;br /&gt;
[[กรณีศึกษาการเสริมสร้างสังคมสันติสุข]] -&lt;br /&gt;
|}&lt;br /&gt;
&amp;lt;br clear=&amp;quot;all&amp;quot; /&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
{|style=&amp;quot;background-color: #faf5ff;&amp;quot;&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|&#039;&#039;&#039;[[:หมวดหมู่:สารานุกรม คำศัพท์ต่าง ๆ|กลุ่มที่ 13 สารานุกรม คำศัพท์ต่าง ๆ]]&#039;&#039;&#039;&amp;lt;br /&amp;gt;&lt;br /&gt;
|}&lt;br /&gt;
&amp;lt;br clear=&amp;quot;all&amp;quot; /&amp;gt;&lt;br /&gt;
|}&lt;br /&gt;
|width=&amp;quot;50%&amp;quot; style=&amp;quot;padding: 0em 1em 1em 1em;&amp;quot;  valign=&amp;quot;top&amp;quot;|&lt;br /&gt;
{|style=&amp;quot;background-color: #faf5ff;&amp;quot;&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|&#039;&#039;&#039;[[:หมวดหมู่:พระปกเกล้าศึกษา|กลุ่มที่ 2 พระปกเกล้าศึกษา]]&#039;&#039;&#039;&amp;lt;br /&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[เนื้อหาสรุป]] -&lt;br /&gt;
|}&lt;br /&gt;
&amp;lt;br clear=&amp;quot;all&amp;quot; /&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
{|style=&amp;quot;background-color: #faf5ff;&amp;quot;&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|&#039;&#039;&#039;[[:หมวดหมู่:สถาบันการเมือง|กลุ่มที่ 4 สถาบันการเมือง]]&#039;&#039;&#039;&amp;lt;br /&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[:category:สถาบันนิติบัญญัติ|สถาบันนิติบัญญัติ]] -&lt;br /&gt;
[[:category:สถาบันตุลาการ|สถาบันตุลาการ]] -&lt;br /&gt;
[[:category:สถาบันบริหาร|สถาบันบริหาร]] -&lt;br /&gt;
[[:category:องค์กรตามรัฐธรรมนูญ|องค์กรตามรัฐธรรมนูญ]] -&lt;br /&gt;
[[:category:องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ|องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ]] -&lt;br /&gt;
[[:category:องค์กรอื่นตามรัฐธรรมนูญ|องค์กรอื่นตามรัฐธรรมนูญ]] -&lt;br /&gt;
|}&lt;br /&gt;
&amp;lt;br clear=&amp;quot;all&amp;quot; /&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
{|style=&amp;quot;background-color: #faf5ff;&amp;quot;&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|&#039;&#039;&#039;[[:หมวดหมู่:การปกครองท้องถิ่น|กลุ่มที่ 6 การปกครองท้องถิ่น]]&#039;&#039;&#039;&amp;lt;br /&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[ประวัติการปกครองท้องถิ่น]] -&lt;br /&gt;
[[ความสัมพันธ์ระหว่างราชการบริหารส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น]] -&lt;br /&gt;
[[องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น]] -&lt;br /&gt;
[[องค์การบริหารส่วนจังหวัด]] -&lt;br /&gt;
[[เทศบาล]] -&lt;br /&gt;
[[องค์การบริหารส่วนตำบล]] -&lt;br /&gt;
[[กรุงเทพมหานคร]] -&lt;br /&gt;
[[เมืองพัทยา]] -&lt;br /&gt;
[[องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบอื่น ๆ]] -&lt;br /&gt;
[[กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปกครองท้องถิ่น]] -&lt;br /&gt;
[[กฎหมายจัดตั้ง]] -&lt;br /&gt;
[[กฎหมายเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่]] -&lt;br /&gt;
[[กฎหมายเกี่ยวกับการเงิน การคลัง การงบประมาณ และรายได้ท้องถิ่น]] -&lt;br /&gt;
[[กฎหมายเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคล]] -&lt;br /&gt;
[[กฎหมายเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมของประชาชน]] -&lt;br /&gt;
|}&lt;br /&gt;
&amp;lt;br clear=&amp;quot;all&amp;quot; /&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
{|style=&amp;quot;background-color: #faf5ff;&amp;quot;&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|&#039;&#039;&#039;[[:หมวดหมู่:นักการเมือง|กลุ่มที่ 8 นักการเมือง]]&#039;&#039;&#039;&amp;lt;br /&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[รัฐบุรุษ]] -&lt;br /&gt;
[[นายกรัฐมนตรี]] -&lt;br /&gt;
[[หัวหน้าพรรคการเมือง]] -&lt;br /&gt;
[[ผู้นำฝ่ายค้าน]] -&lt;br /&gt;
[[นักการเมืองระดับท้องถิ่น]] -&lt;br /&gt;
|}&lt;br /&gt;
&amp;lt;br clear=&amp;quot;all&amp;quot; /&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
{|style=&amp;quot;background-color: #faf5ff;&amp;quot;&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|&#039;&#039;&#039;[[:หมวดหมู่:ธรรมาภิบาล|กลุ่มที่ 10 ธรรมาภิบาล]]&#039;&#039;&#039;&amp;lt;br /&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[แนวคิดธรรมาภิบาล]] -&lt;br /&gt;
[[คุณค่าและความสำคัญ]] -&lt;br /&gt;
[[ความหมายธรรมาภิบาล]] -&lt;br /&gt;
[[องค์ประกอบ]] -&lt;br /&gt;
[[แนวคิดธรรมาภิบาลในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย]] -&lt;br /&gt;
[[แนวทางเสริมสร้างธรรมาภิบาลในองค์กร]] -&lt;br /&gt;
[[กรณีศึกษาเรื่องธรรมาภิบาล]] -&lt;br /&gt;
|}&lt;br /&gt;
&amp;lt;br clear=&amp;quot;all&amp;quot; /&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
{|style=&amp;quot;background-color: #faf5ff;&amp;quot;&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|&#039;&#039;&#039;[[:หมวดหมู่:วิทยานิพนธ์ / งานวิจัย / หนังสือต่าง ๆ|กลุ่มที่ 12 วิทยานิพนธ์ / งานวิจัย / หนังสือต่าง ๆ]]&#039;&#039;&#039;&amp;lt;br /&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[:หมวดหมู่:วิทยานิพนธ์|วิทยานิพนธ์]] -&lt;br /&gt;
[[:หมวดหมู่:งานวิจัย|งานวิจัย]] -&lt;br /&gt;
[[:หมวดหมู่:หนังสือ|หนังสือ]] -&lt;br /&gt;
[[:หมวดหมู่:เอกสารวิชาการ|เอกสารวิชาการ]] - &lt;br /&gt;
|}&lt;br /&gt;
&amp;lt;br clear=&amp;quot;all&amp;quot; /&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
{|style=&amp;quot;background-color: #faf5ff;&amp;quot;&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|&#039;&#039;&#039;[[:หมวดหมู่:กรณีศึกษาประกอบการศึกษา|กลุ่มที่ 14 กรณีศึกษาประกอบการศึกษา]]&#039;&#039;&#039;&amp;lt;br /&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[การเมืองการปกครอง]] -&lt;br /&gt;
[[การปกครองท้องถิ่น]] -&lt;br /&gt;
[[สันติวิธี/ความขัดแย้ง]] -&lt;br /&gt;
[[ธรรมาภิบาล]] -&lt;br /&gt;
[[การมีส่วนร่วม]] -&lt;br /&gt;
|}&lt;br /&gt;
&amp;lt;br clear=&amp;quot;all&amp;quot; /&amp;gt;&lt;br /&gt;
|}&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Tora</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B9%88:%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3&amp;diff=1765</id>
		<title>หมวดหมู่:สถาบันบริหาร</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B9%88:%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3&amp;diff=1765"/>
		<updated>2009-06-04T03:24:15Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;Tora: สร้างหน้าใหม่: {{introcat|ชื่อหมวดหมู่=สถาบันบริหาร}}   [[category:สถาบันทางการเมืองไท...&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;{{introcat|ชื่อหมวดหมู่=สถาบันบริหาร}}&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[category:สถาบันทางการเมืองไทย]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Tora</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B9%88:%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3&amp;diff=1764</id>
		<title>หมวดหมู่:สถาบันตุลาการ</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B9%88:%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3&amp;diff=1764"/>
		<updated>2009-06-04T03:23:36Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;Tora: สร้างหน้าใหม่: {{introcat|ชื่อหมวดหมู่=สถาบันตุลาการ}}   [[category:สถาบันทางการเมืองไ...&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;{{introcat|ชื่อหมวดหมู่=สถาบันตุลาการ}}&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[category:สถาบันทางการเมืองไทย]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Tora</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%9A:%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B9%8C%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B9%E0%B8%8D&amp;diff=1763</id>
		<title>แม่แบบ:สารบัญหมวดหมู่สถาบันการเมืองและองค์กรตามรัฐธรรมนูญ</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%9A:%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B9%8C%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B9%E0%B8%8D&amp;diff=1763"/>
		<updated>2009-06-04T03:22:56Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;Tora: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;# [[:category:สถาบันนิติบัญญัติ|สถาบันนิติบัญญัติ]]&lt;br /&gt;
# [[:category:สถาบันตุลาการ|สถาบันตุลาการ]]&lt;br /&gt;
# [[:category:สถาบันบริหาร|สถาบันบริหาร]]&lt;br /&gt;
# [[องค์กรตามรัฐธรรมนูญ]]&lt;br /&gt;
# [[องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ]]&lt;br /&gt;
# [[องค์กรอื่นตามรัฐธรรมนูญ]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Tora</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B9%88:%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4&amp;diff=1762</id>
		<title>หมวดหมู่:สถาบันนิติบัญญัติ</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B9%88:%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4&amp;diff=1762"/>
		<updated>2009-06-04T03:21:48Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;Tora: สร้างหน้าใหม่: {{introcat|ชื่อหมวดหมู่=สถาบันนิติบัญญัติ}}     [[category:สถาบันทางการเ...&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;{{introcat|ชื่อหมวดหมู่=สถาบันนิติบัญญัติ}}&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[category:สถาบันทางการเมืองไทย]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Tora</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%9A:%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B9%8C%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B9%E0%B8%8D&amp;diff=1761</id>
		<title>แม่แบบ:สารบัญหมวดหมู่สถาบันการเมืองและองค์กรตามรัฐธรรมนูญ</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%9A:%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B9%8C%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B9%E0%B8%8D&amp;diff=1761"/>
		<updated>2009-06-04T03:20:55Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;Tora: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;# [[:category:สถาบันนิติบัญญัติ|สถาบันนิติบัญญัติ]]&lt;br /&gt;
# [[สถาบันตุลาการ]]&lt;br /&gt;
# [[สถาบันบริหาร]]&lt;br /&gt;
# [[องค์กรตามรัฐธรรมนูญ]]&lt;br /&gt;
# [[องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ]]&lt;br /&gt;
# [[องค์กรอื่นตามรัฐธรรมนูญ]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Tora</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B9%88:%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%AA%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2&amp;diff=1760</id>
		<title>หมวดหมู่:ความรู้เกี่ยวกับรัฐสภาไทย</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B9%88:%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%AA%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2&amp;diff=1760"/>
		<updated>2009-06-04T03:20:17Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;Tora: สร้างหน้าใหม่: {{introcat|ชื่อหมวดหมู่=ความรู้เกี่ยวกับรัฐสภาไทย}}                   [[category:...&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;{{introcat|ชื่อหมวดหมู่=ความรู้เกี่ยวกับรัฐสภาไทย}}&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[category:สถาบันนิติบัญญัติ]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Tora</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4&amp;diff=1759</id>
		<title>สถาบันนิติบัญญัติ</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4&amp;diff=1759"/>
		<updated>2009-06-04T03:16:58Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;Tora: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;*[[รัฐสภา]]&lt;br /&gt;
*[[:category:ความรู้เกี่ยวกับรัฐสภาไทย|ความรู้เกี่ยวกับรัฐสภาไทย]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[category:สถาบันทางการเมืองไทย]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Tora</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4&amp;diff=1758</id>
		<title>สถาบันนิติบัญญัติ</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4&amp;diff=1758"/>
		<updated>2009-06-04T03:16:43Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;Tora: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;*[[รัฐสภา]]&lt;br /&gt;
*[[:category:ความรู้เกี่ยวกับรัฐสภาไทย]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[category:สถาบันทางการเมืองไทย]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Tora</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4&amp;diff=1757</id>
		<title>สถาบันนิติบัญญัติ</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4&amp;diff=1757"/>
		<updated>2009-06-04T03:16:03Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;Tora: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;*[[รัฐสภา]]&lt;br /&gt;
*[[category:ความรู้เกี่ยวกับรัฐสภาไทย]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[category:สถาบันทางการเมืองไทย]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Tora</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%9A:%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B9%8C%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B9%E0%B8%8D&amp;diff=1756</id>
		<title>แม่แบบ:สารบัญหมวดหมู่สถาบันการเมืองและองค์กรตามรัฐธรรมนูญ</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%9A:%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B9%8C%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B9%E0%B8%8D&amp;diff=1756"/>
		<updated>2009-06-04T03:09:29Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;Tora: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;# [[สถาบันนิติบัญญัติ]]&lt;br /&gt;
# [[สถาบันตุลาการ]]&lt;br /&gt;
# [[สถาบันบริหาร]]&lt;br /&gt;
# [[องค์กรตามรัฐธรรมนูญ]]&lt;br /&gt;
# [[องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ]]&lt;br /&gt;
# [[องค์กรอื่นตามรัฐธรรมนูญ]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Tora</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%9A:%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81-%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A1&amp;diff=1755</id>
		<title>แม่แบบ:หน้าหลัก-สารานุกรม</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%9A:%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81-%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A1&amp;diff=1755"/>
		<updated>2009-06-04T03:04:49Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;Tora: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;{| width=&amp;quot;100%&amp;quot; cellpadding=&amp;quot;10&amp;quot; style=&amp;quot;background-color: #faf5ff;&amp;quot;&lt;br /&gt;
|- valign=&amp;quot;top&amp;quot;&lt;br /&gt;
|width=&amp;quot;50%&amp;quot; style=&amp;quot;padding: 0em 1em 1em 1em;&amp;quot; valign=&amp;quot;top&amp;quot;|&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
{|style=&amp;quot;background-color: #faf5ff;&amp;quot;&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|&#039;&#039;&#039;[[:หมวดหมู่:พระมหากษัตริย์|กลุ่มที่ 1 พระมหากษัตริย์]]&#039;&#039;&#039;&amp;lt;br /&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[ลำดับพระมหากษัตริย์ไทย]] -&lt;br /&gt;
[[พระมหากษัตริย์ในราชวงค์จักรี]] -&lt;br /&gt;
[[การสืบสันตติวงศ์]] -&lt;br /&gt;
[[องคมนตรี]] -&lt;br /&gt;
[[พระราชอำนาจในบทบัญญัติตามรัฐธรรมนูญ]] -&lt;br /&gt;
|}&lt;br /&gt;
&amp;lt;br clear=&amp;quot;all&amp;quot; /&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
{|style=&amp;quot;background-color: #faf5ff;&amp;quot;&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|&#039;&#039;&#039;[[:หมวดหมู่:รัฐธรรมนูญ|กลุ่มที่ 3 รัฐธรรมนูญ]]&#039;&#039;&#039;&amp;lt;br /&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[คุณค่าและความสำคัญของรัฐธรรมนูญ]] -&lt;br /&gt;
[[เหตุการณ์สำคัญที่นำไปสู่การร่างรัฐธรรมนูญ]] -&lt;br /&gt;
[[กระบวนการร่างรัฐธรรมนูญ]] -&lt;br /&gt;
[[สาระสำคัญโดยสรุปของรัฐธรรมนูญ]] -&lt;br /&gt;
[[เนื้อหารายมาตรารัฐธรรมนูญ]] -&lt;br /&gt;
[[คำอธิบายรายมาตรารัฐธรรมนูญ]] -&lt;br /&gt;
[[ระยะเวลาในการบังคับใช้รัฐธรรมนูญ]] -&lt;br /&gt;
[[ตารางเปรียบเทียบรายมาตรารัฐธรรมนูญ]] -&lt;br /&gt;
[[รัฐธรรมนูญเปรียบเทียบ]] -&lt;br /&gt;
[[รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2475]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
|}&lt;br /&gt;
&amp;lt;br clear=&amp;quot;all&amp;quot; /&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
{|style=&amp;quot;background-color: #faf5ff;&amp;quot;&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|&#039;&#039;&#039;[[:หมวดหมู่:พรรคการเมืองและการเลือกตั้ง|กลุ่มที่ 5 พรรคการเมืองและการเลือกตั้ง]]&#039;&#039;&#039;&amp;lt;br /&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[พรรคการเมือง]] -&lt;br /&gt;
[[:category:แนวความคิดทางการเมืองเรื่องพรรคและระบบพรรคการเมือง|แนวความคิดทางการเมืองเรื่องพรรคและระบบพรรคการเมือง]] -&lt;br /&gt;
[[การเลือกตั้ง]] -&lt;br /&gt;
[[:category:กิจกรรมทางการเมืองที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง|กิจกรรมทางการเมืองที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง]] -&lt;br /&gt;
[[:category:กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับพรรคการเมือง|กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับพรรคการเมือง]] -&lt;br /&gt;
[[:category:กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง|กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง]] -&lt;br /&gt;
&amp;lt;br clear=&amp;quot;all&amp;quot; /&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
{|style=&amp;quot;background-color: #faf5ff;&amp;quot;&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|&#039;&#039;&#039;[[:หมวดหมู่:เหตุการณ์สำคัญทางการเมือง|กลุ่มที่ 7  เหตุการณ์สำคัญทางการเมือง]]&#039;&#039;&#039;&amp;lt;br /&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[การเปลี่ยนแปลงการปกครอง 24 มิถุนายน 2475|การเปลี่ยนแปลงการปกครอง]] -&lt;br /&gt;
[[กบฏ]] -&lt;br /&gt;
[[รัฐประหาร]] -&lt;br /&gt;
[[:category:เหตุการณ์สำคัญทางการเมืองไทย สมัย พ.ศ. 2475-2500|เหตุการณ์สำคัญทางการเมืองไทย สมัย พ.ศ. 2475-2500]] -&lt;br /&gt;
[[:category:เหตุการณ์สำคัญทางการเมืองไทย สมัย พ.ศ. 2501-2519|เหตุการณ์สำคัญทางการเมืองไทย สมัย พ.ศ. 2501-2519]] -&lt;br /&gt;
[[:category:เหตุการณ์สำคัญทางการเมืองไทย สมัย พ.ศ. 2520-ปัจจุบัน|เหตุการณ์สำคัญทางการเมืองไทย สมัย พ.ศ. 2520-ปัจจุบัน]] -&lt;br /&gt;
|}&lt;br /&gt;
&amp;lt;br clear=&amp;quot;all&amp;quot; /&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
{|style=&amp;quot;background-color: #faf5ff;&amp;quot;&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|&#039;&#039;&#039;[[:หมวดหมู่:การเมืองภาคพลเมือง|กลุ่มที่ 9 การเมืองภาคพลเมือง]]&#039;&#039;&#039;&amp;lt;br /&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[ความหมายของพลเมือง]] -&lt;br /&gt;
[[การสร้างความเป็นพลเมือง]] -&lt;br /&gt;
[[การมีส่วนร่วมทางการเมือง]] -&lt;br /&gt;
|}&lt;br /&gt;
&amp;lt;br clear=&amp;quot;all&amp;quot; /&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
{|style=&amp;quot;background-color: #faf5ff;&amp;quot;&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|&#039;&#039;&#039;[[:หมวดหมู่:สันติวิธี/การสร้างสังคมสันติสุข|กลุ่มที่ 11 สันติวิธี/การสร้างสังคมสันติสุข]]&#039;&#039;&#039;&amp;lt;br /&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[แนวคิดสันติวิธี]] -&lt;br /&gt;
[[คุณค่าและความสำคัญ]] -&lt;br /&gt;
[[ความหมาย]] -&lt;br /&gt;
[[การป้องกันความขัดแย้ง]] -&lt;br /&gt;
[[การยุติความขัดแย้ง]] -&lt;br /&gt;
[[การฟื้นฟู ปรองดอง]] -&lt;br /&gt;
[[กรณีศึกษาการเสริมสร้างสังคมสันติสุข]] -&lt;br /&gt;
|}&lt;br /&gt;
&amp;lt;br clear=&amp;quot;all&amp;quot; /&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
{|style=&amp;quot;background-color: #faf5ff;&amp;quot;&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|&#039;&#039;&#039;[[:หมวดหมู่:สารานุกรม คำศัพท์ต่าง ๆ|กลุ่มที่ 13 สารานุกรม คำศัพท์ต่าง ๆ]]&#039;&#039;&#039;&amp;lt;br /&amp;gt;&lt;br /&gt;
|}&lt;br /&gt;
&amp;lt;br clear=&amp;quot;all&amp;quot; /&amp;gt;&lt;br /&gt;
|}&lt;br /&gt;
|width=&amp;quot;50%&amp;quot; style=&amp;quot;padding: 0em 1em 1em 1em;&amp;quot;  valign=&amp;quot;top&amp;quot;|&lt;br /&gt;
{|style=&amp;quot;background-color: #faf5ff;&amp;quot;&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|&#039;&#039;&#039;[[:หมวดหมู่:พระปกเกล้าศึกษา|กลุ่มที่ 2 พระปกเกล้าศึกษา]]&#039;&#039;&#039;&amp;lt;br /&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[เนื้อหาสรุป]] -&lt;br /&gt;
|}&lt;br /&gt;
&amp;lt;br clear=&amp;quot;all&amp;quot; /&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
{|style=&amp;quot;background-color: #faf5ff;&amp;quot;&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|&#039;&#039;&#039;[[:หมวดหมู่:สถาบันการเมือง|กลุ่มที่ 4 สถาบันการเมือง]]&#039;&#039;&#039;&amp;lt;br /&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[สถาบันนิติบัญญัติ]] -&lt;br /&gt;
[[สถาบันตุลาการ]] -&lt;br /&gt;
[[สถาบันบริหาร]] -&lt;br /&gt;
[[องค์กรตามรัฐธรรมนูญ]] -&lt;br /&gt;
[[องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ]] -&lt;br /&gt;
[[องค์กรอื่นตามรัฐธรรมนูญ]] -&lt;br /&gt;
|}&lt;br /&gt;
&amp;lt;br clear=&amp;quot;all&amp;quot; /&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
{|style=&amp;quot;background-color: #faf5ff;&amp;quot;&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|&#039;&#039;&#039;[[:หมวดหมู่:การปกครองท้องถิ่น|กลุ่มที่ 6 การปกครองท้องถิ่น]]&#039;&#039;&#039;&amp;lt;br /&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[ประวัติการปกครองท้องถิ่น]] -&lt;br /&gt;
[[ความสัมพันธ์ระหว่างราชการบริหารส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น]] -&lt;br /&gt;
[[องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น]] -&lt;br /&gt;
[[องค์การบริหารส่วนจังหวัด]] -&lt;br /&gt;
[[เทศบาล]] -&lt;br /&gt;
[[องค์การบริหารส่วนตำบล]] -&lt;br /&gt;
[[กรุงเทพมหานคร]] -&lt;br /&gt;
[[เมืองพัทยา]] -&lt;br /&gt;
[[องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบอื่น ๆ]] -&lt;br /&gt;
[[กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปกครองท้องถิ่น]] -&lt;br /&gt;
[[กฎหมายจัดตั้ง]] -&lt;br /&gt;
[[กฎหมายเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่]] -&lt;br /&gt;
[[กฎหมายเกี่ยวกับการเงิน การคลัง การงบประมาณ และรายได้ท้องถิ่น]] -&lt;br /&gt;
[[กฎหมายเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคล]] -&lt;br /&gt;
[[กฎหมายเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมของประชาชน]] -&lt;br /&gt;
|}&lt;br /&gt;
&amp;lt;br clear=&amp;quot;all&amp;quot; /&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
{|style=&amp;quot;background-color: #faf5ff;&amp;quot;&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|&#039;&#039;&#039;[[:หมวดหมู่:นักการเมือง|กลุ่มที่ 8 นักการเมือง]]&#039;&#039;&#039;&amp;lt;br /&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[รัฐบุรุษ]] -&lt;br /&gt;
[[นายกรัฐมนตรี]] -&lt;br /&gt;
[[หัวหน้าพรรคการเมือง]] -&lt;br /&gt;
[[ผู้นำฝ่ายค้าน]] -&lt;br /&gt;
[[นักการเมืองระดับท้องถิ่น]] -&lt;br /&gt;
|}&lt;br /&gt;
&amp;lt;br clear=&amp;quot;all&amp;quot; /&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
{|style=&amp;quot;background-color: #faf5ff;&amp;quot;&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|&#039;&#039;&#039;[[:หมวดหมู่:ธรรมาภิบาล|กลุ่มที่ 10 ธรรมาภิบาล]]&#039;&#039;&#039;&amp;lt;br /&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[แนวคิดธรรมาภิบาล]] -&lt;br /&gt;
[[คุณค่าและความสำคัญ]] -&lt;br /&gt;
[[ความหมายธรรมาภิบาล]] -&lt;br /&gt;
[[องค์ประกอบ]] -&lt;br /&gt;
[[แนวคิดธรรมาภิบาลในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย]] -&lt;br /&gt;
[[แนวทางเสริมสร้างธรรมาภิบาลในองค์กร]] -&lt;br /&gt;
[[กรณีศึกษาเรื่องธรรมาภิบาล]] -&lt;br /&gt;
|}&lt;br /&gt;
&amp;lt;br clear=&amp;quot;all&amp;quot; /&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
{|style=&amp;quot;background-color: #faf5ff;&amp;quot;&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|&#039;&#039;&#039;[[:หมวดหมู่:วิทยานิพนธ์ / งานวิจัย / หนังสือต่าง ๆ|กลุ่มที่ 12 วิทยานิพนธ์ / งานวิจัย / หนังสือต่าง ๆ]]&#039;&#039;&#039;&amp;lt;br /&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[:หมวดหมู่:วิทยานิพนธ์|วิทยานิพนธ์]] -&lt;br /&gt;
[[:หมวดหมู่:งานวิจัย|งานวิจัย]] -&lt;br /&gt;
[[:หมวดหมู่:หนังสือ|หนังสือ]] -&lt;br /&gt;
[[:หมวดหมู่:เอกสารวิชาการ|เอกสารวิชาการ]] - &lt;br /&gt;
|}&lt;br /&gt;
&amp;lt;br clear=&amp;quot;all&amp;quot; /&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
{|style=&amp;quot;background-color: #faf5ff;&amp;quot;&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|&#039;&#039;&#039;[[:หมวดหมู่:กรณีศึกษาประกอบการศึกษา|กลุ่มที่ 14 กรณีศึกษาประกอบการศึกษา]]&#039;&#039;&#039;&amp;lt;br /&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[การเมืองการปกครอง]] -&lt;br /&gt;
[[การปกครองท้องถิ่น]] -&lt;br /&gt;
[[สันติวิธี/ความขัดแย้ง]] -&lt;br /&gt;
[[ธรรมาภิบาล]] -&lt;br /&gt;
[[การมีส่วนร่วม]] -&lt;br /&gt;
|}&lt;br /&gt;
&amp;lt;br clear=&amp;quot;all&amp;quot; /&amp;gt;&lt;br /&gt;
|}&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Tora</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B9%88:%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2&amp;diff=1753</id>
		<title>หมวดหมู่:สถาบันทางการเมืองไทย</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B9%88:%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2&amp;diff=1753"/>
		<updated>2009-05-29T10:10:21Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;Tora: สร้างหน้าใหม่: {{introcat|ชื่อหมวดหมู่=สถาบันทางการเมืองไทย}}&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;{{introcat|ชื่อหมวดหมู่=สถาบันทางการเมืองไทย}}&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Tora</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4&amp;diff=1752</id>
		<title>สถาบันนิติบัญญัติ</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4&amp;diff=1752"/>
		<updated>2009-05-29T10:09:14Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;Tora: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;*[[รัฐสภา]]&lt;br /&gt;
*[[ความรู้เกี่ยวกับรัฐสภาไทย]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[category:สถาบันทางการเมืองไทย]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Tora</name></author>
	</entry>
</feed>