<?xml version="1.0"?>
<feed xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom" xml:lang="th">
	<id>https://wiki.kpi.ac.th/api.php?action=feedcontributions&amp;feedformat=atom&amp;user=Apirom</id>
	<title>ฐานข้อมูลการเมืองการปกครอง สถาบันพระปกเกล้า - การเข้ามีส่วนร่วมของผู้ใช้ [th]</title>
	<link rel="self" type="application/atom+xml" href="https://wiki.kpi.ac.th/api.php?action=feedcontributions&amp;feedformat=atom&amp;user=Apirom"/>
	<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A9:%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99/Apirom"/>
	<updated>2026-05-22T22:26:35Z</updated>
	<subtitle>การเข้ามีส่วนร่วมของผู้ใช้</subtitle>
	<generator>MediaWiki 1.42.1</generator>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%A0%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B5&amp;diff=15977</id>
		<title>หน้าที่ของอภิรัฐมนตรี</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%A0%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B5&amp;diff=15977"/>
		<updated>2024-06-19T09:05:23Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;Apirom: Apirom ย้ายหน้า อภิรัฐมนตรีสภา (&amp;#039;&amp;#039;รองศาสตราจารย์ ม.ร.ว. พฤทธิสาณ ชุมพล&amp;#039;&amp;#039;) ไปยัง [[หน้าที่ของอภิรัฐม...&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;ผู้เรียบเรียง&amp;amp;nbsp;:&#039;&#039;&#039; รองศาสตราจารย์ ม.ร.ว. พฤทธิสาณ ชุมพล&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;ผู้ทรงคุณวุฒิประจำบทความ&amp;amp;nbsp;:&#039;&#039;&#039; รองศาสตราจารย์ ดร.สนธิ เตชานันท์&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;องค์ประกอบ&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เมื่อวันที่ ๒๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๖๘ เพียง ๒ วันหลังจากที่เสด็จขึ้นครองราชสมบัติพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงตั้งอภิรัฐมนตรีสภาขึ้น เพื่อถวายคำปรึกษาในราชการทั้งปวง ด้วยเหตุผลซึ่งทรงแสดงไว้ในพระราชหัตถเลขาพระราชทานพระยากัลยาณไมตรี (Francis B. Sayre) เมื่อประมาณ ๘ เดือนต่อมาว่า &#039;&#039;&#039;“เพื่อที่จะได้รับความไว้วางใจจากราษฎร”&#039;&#039;&#039;และเพื่อที่จะลดโอกาสที่ &#039;&#039;&#039;“พระเจ้าแผ่นดินจะทรงใช้อำนาจกระทำการตามอำเภอพระราชหฤทัย”[[#_ftn1|&#039;&#039;&#039;[&#039;&#039;&#039;๑]]]&#039;&#039;&#039; อภิรัฐมนตรีที่ทรงแต่งตั้งประกอบด้วยเจ้านายชั้นบรมวงศ์ ๕ พระองค์[[#_ftn2|[๒]]]เรียงตามลำดับวัยวุฒิ และระบุพระยศขณะนั้น ได้ดังนี้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
#สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าภาณุรังสีสว่างวงศ์ กรมพระยาภานุพันธุวงศ์วรเดช (๒๔๐๒ – ๒๔๗๑) พระราชปิตุลา (อา) ของพระองค์ผู้ทรงเป็นพระราชโอรสในรัชกาลที่ ๔ และผู้ทรงเป็นพระราชอนุชา (น้อง) ร่วมพระราชชนนี (แม่) ในรัชกาลที่ ๕ &lt;br /&gt;
#สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระนริศรานุวัดติวงศ์ (๒๔๐๖ – ๒๔๙๐) พระราชโอรสในรัชกาลที่ ๔ อีกพระองค์หนึ่ง &lt;br /&gt;
#พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระดำรงราชานุภาพ (๒๔๐๕ - ๒๔๘๖)พระราชโอรสในรัชกาลที่ ๔เช่นกัน &lt;br /&gt;
#พระเจ้าพี่ยาเธอ พระองค์เจ้ากิติยากรวรลักษณ์ กรมพระจันทบุรีนฤนาถ (๒๔๑๗ - ๒๔๗๔) &lt;br /&gt;
#สมเด็จพระเจ้าพี่ยาเธอเจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์กรมหลวงนครสวรรค์วรพินิต (๒๔๒๔ - ๒๔๘๗) &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ทุกพระองค์ตั้งแต่ ๑๒ – ๒๒ ปีต่อมา หลังจากที่อภิรัฐมนตรีสภาพระองค์แรกข้างต้นทิวงคตแล้ว&amp;amp;nbsp; ได้ทรงแต่งตั้งสมเด็จพระเจ้าพี่ยาเธอเจ้าฟ้ายุคลทิฆัมพร กรมหลวงลพบุรีราเมศวร์ (๒๔๒๕ - ๒๔๗๕) ขึ้นแทน เมื่อวันที่ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๔๗๓ และต่อมา ในวันที่ ๒๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๗๔&amp;amp;nbsp; ทรงแต่งตั้งเพิ่มเติมอีก ๒ พระองค์ คือ พระเจ้าพี่ยาเธอ พระองค์เจ้าบุรฉัตรไชยากร กรมพระกำแพงเพ็ชรอัครโยธิน (๒๔๒๔ - ๒๔๗๙) และพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าไตรทศประพันธ์ กรมหมื่นเทววงศ์วโรทัย (๒๔๒๖ - ๒๔๘๖) ซึ่งทั้งสามพระองค์นี้ ก็ทรงเคยเป็นเสนาบดีมาแล้วเช่นกัน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;เหตุผลของการสถาปนา&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
วิเคราะห์ได้ว่า ที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงไว้ว่า “&#039;&#039;&#039;เพื่อที่จะได้รับความไว้วางใจจากราษฎร&#039;&#039;&#039;” นั้น เป็นเพราะพระองค์ทรงเห็นว่าพระองค์เองไม่ทรงมีประสบการณ์ในการบริหารราชการแผ่นดินเพียงพอ แต่การทรงทำหน้าที่พระมหากษัตริย์ด้วยพระองค์เองแต่พระองค์เดียว จึงต้องพระราชประสงค์ที่จะทรงมีที่ปรึกษาผู้ซึ่งมีประสบการณ์สูง ประกอบกับในรัชกาลที่ ๖ มีเหตุการณ์ เช่น มีผู้จะก่อการกบฏขึ้นใน พ.ศ. ๒๕๕๓ (รศ. ๑๓๐) และสถานการณ์ที่แสดงให้เห็นว่าราษฎรโดยเฉพาะอย่างยิ่งในหมู่คนชั้นกลาง มีความไว้วางใจลดลงต่อการปกครองภายใต้การนำของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวและเสนาบดี ซึ่งโดยมากเป็นขุนนางผู้ใกล้ชิดพระองค์ โดยเจ้านายผู้เคยแก่ราชการแผ่นดินทรงมีโอกาสและบทบาทไม่มาก พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงต้องพระราชประสงค์จะกู้ความไว้วางใจของราษฎรกลับคืนมาบ้างด้วยการแสดงให้เห็นว่าเจ้านายเหล่านั้นได้ทรงกลับมามีบทบาทและความสามัคคีทำงานเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนในรัชกาลของพระองค์ในฐานะที่ปรึกษาของพระมหากษัตริย์พระองค์ใหม่ ซึ่งจะยังผลให้สถาบันพระมหากษัตริย์มีความมั่นคงยิ่งขึ้น[[#_ftn3|[๓]]]แต่ในขณะเดียวกัน พระองค์ก็ทรงตระหนักดียิ่งว่าการปกครองในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์นั้นนับวันจะล้าสมัย[[#_ftn4|[๔]]] และจึงมีพระราชดำริจะปรับเปลี่ยนระบอบนั้นสู่ระบบพระมหากษัตริย์ในระบอบรัฐธรรมนูญ (Constitutional Monarchy) อย่างค่อยเป็นค่อยไป เป็นขั้นเป็นตอน เหตุดังนั้น จึงทรงเริ่มด้วยการทรงตั้งอภิรัฐมนตรีสภาขึ้นเพื่อที่จะทัดทานการทรงใช้พระราชอำนาจตามอำเภอพระราชหฤทัยของพระมหากษัตริย์ อันเป็นขั้นตอนแรกของการเข้าสู่การมีพระมหากษัตริย์ที่ทรงมีอำนาจจำกัด (limited monarchy) &amp;amp;nbsp;ซึ่งเป็นหนทางให้สถาบันพระมหากษัตริย์ (ไม่ใช่ในรูปแบบของสมบูรณาญาสิทธิราชย์) มีความมั่นคนยั่งยืน พระราชประสงค์ประการนี้ หากคิดให้ดี นับว่าไม่แปลก ในเมื่อทรงเป็นพระมหากษัตริย์ผู้สืบราชสันตติวงศ์ จึงทรงมีหน้าที่ต้องรักษาไว้ซึ่งสถาบันนั้น แต่พระราชดำรินี้อาจไม่เป็นที่ตระหนักหรือเข้าใจกันในวงกว้างนักในขณะนั้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; ผลปรากฏว่าในระยะแรกๆ ความไว้วางใจของราษฎรมีเพิ่มขึ้น หากแต่ไม่นานก็มีข้อวิพากษ์วิจารณ์ในหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ ที่สำคัญในเรื่องขอบเขตหน้าที่ของอภิรัฐมนตรีสภา&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;หน้าที่ของอภิรัฐมนตรี&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; จากร่างพระราชบัญญัติซึ่งในที่สุดไม่มีการประกาศใช้ เนื่องด้วยความเห็นแตกต่างหลากหลาย อภิรัฐมนตรีสภามีหน้าที่ถวายคำปรึกษาเกี่ยวกับปัญหาราชการทั้งปวง เพื่อประกอบพระราชวินิจฉัยสั่งการ ไม่มีหน้าที่บังคับบัญชาราชการ เว้นแต่จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เป็นการเฉพาะพระองค์หรือเป็นการชั่วคราว การถวายคำปรึกษาโดยส่วนใหญ่จะทำในรูปแบบการประชุม ซึ่งประทับเป็นองค์ประธานด้วยพระองค์เอง แต่อภิรัฐมนตรีสามารถกราบบังคมทูลถวายความเห็นเป็นการส่วนพระองค์ได้ทุกเมื่อทั้งในเรื่องที่ทรงขอคำปรึกษา และเรื่องอื่นๆ ตามแต่จะเห็นสมควร ที่สำคัญอภิรัฐมนตรียังมีสิทธิ์เข้าประชุมและร่วมลงมติในการประชุมเสนาบดีสภา การที่เป็นเช่นนี้บ่อยครั้ง ทำให้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าอภิรัฐมนตรีมีอิทธิพลหรืออำนาจมากกว่าเป็นที่ปรึกษา[[#_ftn5|[๕]]] ต่อประเด็นนี้ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงอธิบายว่า เป็นจริงในบางครั้งและเป็นไปเพื่อความสะดวก แต่ &#039;&#039;“ความเห็นของอภิรัฐมนตรีสภาจะเกิดผลในทางการบริหารได้ก็โดยผ่านพระมหากษัตริย์เท่านั้น”[[#_ftn6|&#039;&#039;&#039;[&#039;&#039;&#039;๖]]]&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;บทบาทของอภิรัฐมนตรีสภา&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม เรื่องที่นำเข้าที่ประชุมอภิรัฐมนตรีสภานั้นมีความสำคัญต่อประเทศอย่างยิ่ง และบางเรื่องเป็นเรื่องลับมาก ซึ่งชาญชัย รัตนวิบูลย์ได้วิเคราะห์ไว้โดยละเอียดและสรุปโดยรวมว่า อภิรัฐมนตรีทั้งในฐานะสภาที่ปรึกษา และในการปฏิบัติงานร่วมกับองค์กรอื่น อีกทั้งในการปฏิบัติงานเป็นการเฉพาะแต่ละพระองค์ มี ๒ ด้านที่สำคัญ คือ ด้านการคลัง และด้านการปกครอง[[#_ftn7|[๗]]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; ในด้านการคลัง &amp;amp;nbsp;ชาญชัยสรุปว่าในการแก้ปัญหางบประมาณขาดดุล ได้มีการดำเนินการตามมติอภิรัฐมนตรีสภา ซึ่งมีการตัดทอนรายจ่าย ยุบเลิกและรวมหน่วยงาน งดบางโครงการและดุลข้าราชการออก[[#_ftn8|[๘]]] ซึ่งแม้จะเป็นเหตุให้มีผู้วิพากษ์วิจารณ์ในทางลบ แต่ได้ส่งผลให้งบประมาณทุกปีเว้นปี พ.ศ. ๒๔๗๔ – ๒๔๗๕ ไม่ขาดดุลและเมื่อการคลังของประเทศถูกกระทบอีกเป็นอันมากจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลกตั้งแต่กลางปี พ.ศ. ๒๔๗๓ สภานี้ก็มีบทบาทมากในการให้มีความเข้มงวดในการตัดทอนรายจ่าย รวมทั้งให้จัดเก็บภาษีอากรแบบใหม่ๆ ซึ่งการตัดทอนงบประมาณของกระทรวงกลาโหมได้เป็นเหตุสำคัญให้พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าบวรเดช เสนาบดีกระทรวงกลาโหมทรงลาออก อีกทั้งการตัดสินใจออกจากมาตรฐานทองคำตามอังกฤษและลดค่าเงินบาท ซึ่งมีความเห็นต่างกันมากระหว่างอภิรัฐมนตรีด้วยกันและระหว่างอภิรัฐมนตรีกับเสนาบดี ทำให้ใช้เวลาถึง ๗ เดือน จึงจะมีการตัดสินใจ และได้ทำให้ความเชื่อมั่นในรัฐบาลลดลง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; ในส่วนของบทบาทด้านภาษีอากร ชาญชัยพบว่าอภิรัฐมนตรีสภาไม่สนับสนุนให้เก็บภาษีคนรวย แม้ว่าพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวจะทรงเห็นว่าควรนำระบบภาษีที่เป็นธรรมมาใช้ แต่สภานี้ได้สนับสนุนและรัฐบาลได้เริ่มเก็บภาษีเงินเดือนและภาษีโรงเรือนและที่ดินแทน โครงสร้างภาษีจึงยังคงเป็นภาษีทางอ้อมเป็นส่วนใหญ่ สำหรับบทบาทในการบริหารหนี้สาธารณะนั้น สภานี้มีน้อย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; ในด้านบทบาทด้านการปกครองนั้น อภิรัฐมนตรีสภามีในเรื่อง ๓ เรื่องที่สำคัญ คือ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
#รับแนวพระราชดำริมาพิจารณาการจัดตั้งสภากรรมการองคมนตรี ฝึกหัดชนชั้นนำในการประชุมแบบรัฐสภา &lt;br /&gt;
#รับพระราชดำริในการพิจารณาหารูปแบบการปกครองท้องถิ่นในรูปแบบเทศบาล &lt;br /&gt;
#ในการถวายความเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญ (อาจไม่ใช่ในที่ประชุม) ทั้งที่เสนอโดยพระยากัลยาณไมตรีเมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๙ และที่ร่างโดยนายเรมอนด์ บี. สตีเวนส์ (Raymond B. Stevens) และพระยาศรีวิสารวาจา (เทียนเลี้ยง ฮุนตระกูล) ใน พ.ศ. ๒๔๗๔ นอกจากนั้น สภานี้ยังมีบทบาทในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติต่างๆ และในการถวายคำปรึกษาในเรื่องการแต่งตั้งและการพ้นตำแหน่งของข้าราชการระดับสูง ชาญชัยจึงสรุปว่า &#039;&#039;&#039;“อภิรัฐมนตรีสภามีบทบาทอย่างกว้างขวางทั้งในด้านการคลัง การปกครอง และเป็นสภาที่มีอำนาจมากที่สุดในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว”[[#_ftn9|&#039;&#039;&#039;[&#039;&#039;&#039;๙]]]&#039;&#039;&#039; &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; เรื่องขอบเขตหน้าที่และบทบาทของอภิรัฐมนตรีสภานี้ ยังมีความเห็นของพระยากัลยาณไมตรีและของนายสตีเวนส์และพระยาศรีวิสารให้ศึกษาด้วย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;บรรณานุกรม&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ชาญชัย รัตนวิบูลย์. ๒๕๔๘. &#039;&#039;บทบาทของอภิรัฐมนตรีสภาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว&amp;lt;u&amp;gt;.&amp;lt;/u&amp;gt;&#039;&#039;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;กรุงเทพฯ: พิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว สถาบันพระปกเกล้า.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ปกเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระบาทสมเด็จพระ. ๒๔๖๙. Problems of Siam ในวัลย์วิภา จรูญโรจน์, ม.ล. (๒๕๔๘).&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;หน้า ๑๓๕ – ๑๔๓.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
วัลย์วิภา จรูญโรจน์, ม.ล. ๒๕๔๘. &#039;&#039;แนวพระราชดำริทางการเมือง&#039;&#039;ของ&#039;&#039;พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว การวิเคราะห์เชิงประวัติศาสต&amp;lt;u&amp;gt;ร์&amp;lt;/u&amp;gt;&#039;&#039;&amp;lt;u&amp;gt;.&amp;lt;/u&amp;gt; กรุงเทพฯ: พิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว สถาบันพระปกเกล้า.&lt;br /&gt;
&amp;lt;div&amp;gt;&#039;&#039;&#039;อ้างอิง&#039;&#039;&#039; &lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
&amp;lt;div id=&amp;quot;ftn1&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[#_ftnref1|[๑]]]วัลย์วิภา จรูญโรจน์, ม.ล. ๒๕๔๘. &#039;&#039;แนวพระราชดำริทางการเมือง&#039;&#039;ของ&#039;&#039;พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวการวิเคราะห์เชิงประวัติศาสตร์&#039;&#039;. กรุงเทพฯ: พิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว สถาบันพระปกเกล้า. หน้า ๑๓๙.&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn2&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[#_ftnref2|[๒]]]ชาญชัยรัตนวิบูลย์. ๒๕๔๘. &#039;&#039;บทบาทของอภิรัฐมนตรีสภาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว.&#039;&#039;กรุงเทพฯ: พิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว สถาบันพระปกเกล้า.(หน้า ๑๖๑).&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn3&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[#_ftnref3|[๓]]] ชาญชัย&amp;amp;nbsp; รัตนวิบูลย์. ๒๕๔๘. &#039;&#039;บทบาทของอภิรัฐมนตรีสภาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว.&#039;&#039;หน้า ๑๖๑ – ๑๖๒.&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn4&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;[๔] ปกเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระบาทสมเด็จพระ. ๒๔๖๙. Problems of Siam ในวัลย์วิภา จรูญโรจน์, ม.ล. (๒๕๔๘). และศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมจากเรื่องแนวทางการปรับเปลี่ยนระบอบการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn5&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[#_ftnref5|[๕]]]ชาญชัย&amp;amp;nbsp; รัตนวิบูลย์. ๒๕๔๘. &#039;&#039;บทบาทของอภิรัฐมนตรีสภาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว.&#039;&#039;หน้า ๑๖๒ – ๑๖๓.&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn6&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[#_ftnref6|[๖]]]วัลย์วิภา จรูญโรจน์, ม.ล. ๒๕๔๘. &#039;&#039;แนวพระราชดำริทางการเมือง&#039;&#039;ของ&#039;&#039;พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวการวิเคราะห์เชิงประวัติศาสตร์&#039;&#039;. หน้า ๑๓๙&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn7&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[#_ftnref7|[๗]]]ชาญชัย รัตนวิบูลย์. ๒๕๔๘. &#039;&#039;บทบาทของอภิรัฐมนตรีสภาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว.&#039;&#039;หน้า ๑๖๓ – ๑๖๘.&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn8&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[#_ftnref8|[๘]]]ชาญชัย&amp;amp;nbsp; รัตนวิบูลย์. ๒๕๔๘. &#039;&#039;บทบาทของอภิรัฐมนตรีสภาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว.&#039;&#039;หน้า ๑๖๓ – ๑๖๘.&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn9&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[#_ftnref9|[๙]]]ชาญชัย&amp;amp;nbsp; รัตนวิบูลย์. ๒๕๔๘. &#039;&#039;บทบาทของอภิรัฐมนตรีสภาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว.&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;/div&amp;gt; &lt;br /&gt;
[[Category:พระปกเกล้าศึกษา]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Apirom</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%AD%E0%B8%A0%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%AA%E0%B8%A0%E0%B8%B2&amp;diff=15976</id>
		<title>อภิรัฐมนตรีสภา</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%AD%E0%B8%A0%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%AA%E0%B8%A0%E0%B8%B2&amp;diff=15976"/>
		<updated>2024-06-19T09:04:15Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;Apirom: Apirom ย้ายหน้า อภิรัฐมนตรีสภา (ศิวพล ชมภูพันธุ์) ไปยัง อภิรัฐมนตรีสภา โดยไม่สร้างหน้าเปลี่...&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;ผู้เรียบเรียง&#039;&#039;&#039;&amp;amp;nbsp;&#039;&#039;&#039;:&#039;&#039;&#039;&amp;amp;nbsp;ศิวพล ชมภูพันธุ์&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;ผู้ทรงคุณวุฒิประจำบทความ&#039;&#039;&#039;&amp;amp;nbsp;&#039;&#039;&#039;:&#039;&#039;&#039;&amp;amp;nbsp;ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
= &amp;lt;span style=&amp;quot;font-size:x-large;&amp;quot;&amp;gt;&#039;&#039;&#039;อภิรัฐมนตรีสภา&#039;&#039;&#039;&amp;lt;/span&amp;gt; =&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; อภิรัฐมนตรีก่อตั้งขึ้นในรัชสมัย [[พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว|พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว]] เมื่อ พ.ศ. 2469 โดยทำหน้าที่เป็นคณะที่ปรึกษาการบริหารราชการแผ่นดินส่วนพระองค์อภิรัฐมนตรีจึงมีลักษณะคล้ายคณะองคมนตรีในปัจจุบัน อภิรัฐมนตรีมีบทบาทและอำนาจอย่างกว้างขวางในสมัยรัชกาลที่ 7 จนมีฐานะเสมือน&amp;amp;nbsp;เป็น&amp;amp;nbsp;&#039;&#039;&#039;“คณะเสนาบดีพิเศษ”&#039;&#039;&#039;[[#_ftn1|&amp;lt;sup&amp;gt;&amp;lt;sup&amp;gt;[1]&amp;lt;/sup&amp;gt;&amp;lt;/sup&amp;gt;]] ในช่วงปลายสมัยระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ต่อมาอภิรัฐมนตรียุติบทบาทลงภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองไปสู่ระบอบประชาธิปไตยที่มีรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุด&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; หลังพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จขึ้นครองราชย์ได้เพียงไม่กี่วัน ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้ง[[อภิรัฐมนตรีสภา|อภิรัฐมนตรีสภา]]ขึ้นเพื่อเป็นคณะที่ปรึกษาราชการแผ่นดินส่วนพระองค์ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำริเรื่องนี้มาตั้งแต่ก่อนขึ้นครองราชย์ ในพระราชทัศนะส่วนพระองค์ทรงเห็นการตั้งอภิรัฐมนตรีสภาจะเป็นการฟื้นฟูเกียรติยศราชสำนักและเรียกความเชื่อมั่นของประชาชนชาวสยามกลับมาอีกครั้ง[[#_ftn2|&amp;lt;sup&amp;gt;&amp;lt;sup&amp;gt;[2]&amp;lt;/sup&amp;gt;&amp;lt;/sup&amp;gt;]] โดยพยายามดึงกลุ่มเจ้านายกลับเข้ามาร่วมบริหารประเทศเพิ่มมากขึ้นเพื่อสร้างความยอมรับเชื่อถือจากประชาชน เฉกเช่น&amp;amp;nbsp;รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว[[#_ftn3|&amp;lt;sup&amp;gt;&amp;lt;sup&amp;gt;[3]&amp;lt;/sup&amp;gt;&amp;lt;/sup&amp;gt;]] ในการนี้ พระองค์ได้ทรงเลือกและแต่งตั้งพระบรมวงศ์ชั้นผู้ใหญ่ที่ทรงเคารพนับถือ และมีประสบการณ์การบริหารราชการแผ่นดินให้เป็นสมาชิกอภิรัฐมนตรีสภา ดังความตอนหนึ่งในพระราชดำรัสทรงตั้งอภิรัฐมนตรีสภา เมื่อวันเสาร์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2468 ว่า&amp;amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; &#039;&#039;&#039;&#039;&#039;“...เราจึงคิดจะตั้งมนตรีขึ้นใหม่อีกคณะหนึ่ง เรียกว่า “อภิรัฐมนตรีสภา” ให้มีจำนวนสมาชิกแต่น้อย&amp;amp;nbsp;สำหรับพระเจ้าแผ่นดินทรงปรึกษาราชการทั้งปวงเปนนิจ เพื่อจะได้เปนกำลังแก่การที่ทรงพระราชวินิจฉัยราชการทั้งปวงในการตั้งอภิรัฐมนตรีนี้ ผู้ซึ่งสมควรจะเปนสมาชิกจำต้องเปนผู้ซึ่งมีความคุ้นเคย และชำนิชำนาญราชการมากมาแต่ก่อน และประกอบด้วยความปรีชาสามารถ สมควรเป็นที่ทรงไว้วางพระราชหฤทัยของพระเจ้าแผ่นดิน...”&#039;&#039;&#039;[[#_ftn4|&amp;lt;sup&amp;gt;&amp;lt;sup&amp;gt;[4]&amp;lt;/sup&amp;gt;&amp;lt;/sup&amp;gt;]]&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; เมื่อแรกก่อตั้งอภิรัฐมนตรีสภา ประกอบด้วยพระบรมวงศ์ชั้นผู้ใหญ่ จำนวน 5 พระองค์ ดังมีรายพระนามดังต่อไปนี้[[#_ftn5|&amp;lt;sup&amp;gt;&amp;lt;sup&amp;gt;[5]&amp;lt;/sup&amp;gt;&amp;lt;/sup&amp;gt;]]&amp;amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &#039;&#039;1) สมเด็จพระราชปิตุลาบรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้าฯ กรมพระยาภาณุพันธุ์วงศ์วรเดช&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; 2) สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; 3) สมเด็จฯ เจ้าฟ้าฯ กรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; 4) พระเจ้าพี่ยาเธอฯ กรมพระจันทบุรีนฤนาถ และ&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; 5) สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; พระบรมวงศ์ทั้ง 5 พระองค์ ล้วนทรงมีประสบการณ์การบริหารราชการแผ่นดินมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 และเป็นที่น่าสังเกตว่า เจ้านายทั้ง 5 พระองค์นี้มิได้เป็นที่โปรดปรานในช่วงสมัยรัชกาลที่ 6 ด้วย[[#_ftn6|&amp;lt;sup&amp;gt;&amp;lt;sup&amp;gt;[6]&amp;lt;/sup&amp;gt;&amp;lt;/sup&amp;gt;]] อย่างไรก็ตาม หากเจ้านายพระองค์ใดสิ้นพระชนม์จะมีการแต่งตั้งเจ้านายพระองค์อื่นเข้ามาดำรงตำแหน่งแทนดังเช่น เมื่อสมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระยาภาณุพันธ์วงศ์วรเดช เสด็จทิวงคตหลังจากนั้นอีกสองปี จึงมีการแต่งตั้ง สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมหลวงลพบุรีราเมศวร์&amp;amp;nbsp;เป็นอภิรัฐมนตรีแทนเมื่อ พ.ศ. 2473[[#_ftn7|&amp;lt;sup&amp;gt;&amp;lt;sup&amp;gt;[7]&amp;lt;/sup&amp;gt;&amp;lt;/sup&amp;gt;]] ต่อมาเมื่อ สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมหลวงลพบุรีราเมศวร์ และกรมพระจันทบุรีนฤนาถ สิ้นพระชนในเวลาไล่เลี่ยกัน จึงมีพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง พระเจ้าพี่ยาเธอ กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน และ พระวรวงศ์เธอ กรมหมื่นเทววงศ์วโรทัย เป็นอภิรัฐมนตรีแทนเมื่อ พ.ศ. 2474[[#_ftn8|&amp;lt;sup&amp;gt;&amp;lt;sup&amp;gt;[8]&amp;lt;/sup&amp;gt;&amp;lt;/sup&amp;gt;]]&amp;amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
= &amp;lt;span style=&amp;quot;font-size:x-large;&amp;quot;&amp;gt;&#039;&#039;&#039;อำนาหน้าที่และบทบาทของอภิรัฐมนตรีสภา&#039;&#039;&#039;&amp;lt;/span&amp;gt; =&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; อำนาจหน้าที่โดยทั่วไปของอภิรัฐมนตรีสภาคือการเป็นที่ปรึกษาส่วนพระองค์ทั้งในเรื่อง การปกครอง การเงินการคลัง เรื่องพระราชประเพณีในราชสำนักตลอดจนเรื่องทุกข์สุขของอาณาราษฎร พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดฯ ให้มีการจัดแบ่งหน้าที่ของอภิรัฐมนตรีแต่ละพระองค์ตามความถนัดและความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ยกตัวอย่างเช่น สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพซึ่งมิได้ดำรงตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงใด ก็ทรงมีหน้าที่ถวายคำปรึกษาเกี่ยวกับการปกครองของกระทรวงมหาดไทย และกระทรวงการต่างประเทศ&amp;amp;nbsp;สมเด็จฯ [[สมเด็จเจ้าฟ้า_กรมพระนครสวรรค์วรพินิต|เจ้าฟ้า กรมพระนครสวรรค์วรพินิต]] ซึ่งคุ้นเคยกับการบริหารราชการด้านกองทัพก็ทรงทำหน้าที่ถวายคำปรึกษาเกี่ยวกับกระทรวงกลาโหม กระทรวงทหารเรือ และกระทรวงยุติธรรม สมเด็จฯ เจ้าฟ้า&amp;amp;nbsp;กรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ทรงรับหน้าที่เกี่ยวกับกระทรวงวัง กิจการภายในราชสำนักตลอดจนเรื่องเกี่ยวกับศิลปกรรม เป็นต้น การประชุมภายในอภิรัฐมนตรีสภาจัดขึ้นสัปดาห์ละครั้งโดยมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประธานในที่ประชุม อีกทั้งยังมีการประชุมร่วมกับเสนาบดีสภาโดยอภิรัฐมนตรีมีสิทธิแสดงความเห็นและลงมติในการประชุมด้วย[[#_ftn9|&amp;lt;sup&amp;gt;&amp;lt;sup&amp;gt;[9]&amp;lt;/sup&amp;gt;&amp;lt;/sup&amp;gt;]] โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือด้านการคลังและด้านการปกครอง[[#_ftn10|&amp;lt;sup&amp;gt;&amp;lt;sup&amp;gt;[10]&amp;lt;/sup&amp;gt;&amp;lt;/sup&amp;gt;]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; แม้พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวจะมีพระราชประสงค์ให้อภิรัฐมนตรีสภากับเสนาบดีสภาร่วมกันบริหารราชการแผ่นดิน แต่ก็มีอุปสรรคในการทำงานอันเนื่องมาจากความขัดแย้งทางความคิดระหว่างองค์กรทั้งสองอยู่เป็นระยะจนก่อให้เกิดปัญหาเสถียรภาพทางการเมืองภายใน จนทำให้หลายฝ่ายเริ่มวิจารณ์ว่าอภิรัฐมนตรีสภามีอำนาจมากกว่าการเป็นเพียงที่ปรึกษาส่วนพระองค์[[#_ftn11|&amp;lt;sup&amp;gt;&amp;lt;sup&amp;gt;[11]&amp;lt;/sup&amp;gt;&amp;lt;/sup&amp;gt;]] ดังจะเห็นได้จากความขัดแย้งระหว่างอภิรัฐมนตรีบางพระองค์ กับ พระองค์เจ้าบวรเดช เสนาบดีกระทรวงกลาโหม จากประเด็นปัญหาเรื่องการเลื่อนขั้นเงินเดือนของข้าราชการส่วนกองทัพจนเป็นเหตุให้พระองค์บวรเดชลาออกจากตำแหน่งดังกล่าวเมื่อ พ.ศ. 2474 หรืออีกกรณีหนึ่ง คือ ความคิดเห็นที่ต่างกันในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ การถอนตัวออกจากมาตรฐานทองคำตามอังกฤษและการลดค่าเงินบาท ระหว่างกระทรวงพาณิชย์ที่อยู่ในกำกับของ กรมพระกำแพงเพ็ชรอัครโยธิน ซึ่งทรงเป็นอภิรัฐมนตรีด้วยกับกระทรวงพระคลังมหาสมบัติซึ่งมี พระยาโกมารกุลมนตรี (ชื่น โกมารกุล ณ นคร) เป็นเสนาบดี ความไม่ลงรอยระหว่างกันเช่นนี้เป็นผลให้พระยาโกมารกุลจำต้องลาออกจากเสนาบดี เมื่อเดือนเมษายน&amp;amp;nbsp;พ.ศ. 2475[[#_ftn12|&amp;lt;sup&amp;gt;&amp;lt;sup&amp;gt;[12]&amp;lt;/sup&amp;gt;&amp;lt;/sup&amp;gt;]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; นอกจากเรื่องข้างต้นแล้ว อภิรัฐมนตรีสภายังมีบทบาทสูงยิ่งในด้านการเมืองการปกครอง ทั้งในแง่การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติและการถวายคำปรึกษาในเรื่องการแต่งตั้ง และการพ้นจากตำแหน่งของข้าราชการระดับสูง บทบาทสำคัญอีกด้านหนึ่งของอภิรัฐมนตรีสภาในช่วงการแสวงหาตัวแบบการปกครองที่เหมาะสมกับสยาม คือการถวายความเห็นต่อพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เรื่องร่างรัฐธรรมนูญในเบื้องต้น ราวเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2469 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระราชบันทึกที่ชื่อว่า &#039;&#039;&#039;“Problem of Siam”&#039;&#039;&#039; ไปยัง &#039;&#039;&#039;พระยากัลยาณไมตรี&#039;&#039;&#039; หรือ &#039;&#039;&#039;ดร.ฟรานซิส บี แซร์ (Francis B. Sayre)&#039;&#039;&#039; อดีตที่ปรึกษาทางการต่างประเทศชาวอเมริกัน เอกสารดังกล่าวมีเนื้อหาเกี่ยวกับสภาพปัญหาของสยามที่ทรงอธิบายและทรงตั้งพระราชปุจฉาบางประการเกี่ยวกับการเมืองการปกครอง การเงินการคลังตลอดจนกิจการภายในประเทศ ในการนี้ ทรงย้ำให้เห็นความสำคัญของการตั้งอภิรัฐมนตรีสภาโดยทรงยกเหตุผลประกอบ 3 ประการ คือ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; 1) เพื่อให้เจ้านายมีความสมานฉันท์และผูกสัมพันธ์กันผ่านการบริหารราชการแผ่นดิน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; 2) เพื่อให้เป็นสภาที่ปรึกษา และ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; 3) เพื่อเป็นที่ทัดทานอำนาจซึ่งไม่มีอำนาจใดมาแบ่งแยกออกไปได้ของสถาบันพระมหากษัตริย์&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; กล่าวอีกนัยหนึ่งอภิรัฐมนตรีสภาเป็นที่ซึ่ง &#039;&#039;&#039;“มิได้มีพวกข้าราชการที่น่าชิงชังรวมอยู่”&#039;&#039;&#039;[[#_ftn13|&amp;lt;sup&amp;gt;&amp;lt;sup&amp;gt;[13]&amp;lt;/sup&amp;gt;&amp;lt;/sup&amp;gt;]] นอกจากนั้นยังทรงมีพระราชปุจฉาเพื่อขอความเห็นจากพระยากัลยาณไมตรีในประเด็นอื่น เช่น การมี &#039;&#039;&#039;“อัครมหาเสนาบดี”&#039;&#039;&#039; หรือ &#039;&#039;&#039;[[นายกรัฐมนตรี|นายกรัฐมนตรี]] (Prime Minister)&#039;&#039;&#039; การมี&amp;amp;nbsp;&#039;&#039;&#039;สภานิติบัญญัติ (legislative Council)&#039;&#039;&#039; นั้นว่าสมควรที่จะมีในสยามหรือไม่ ต่อมาพระยากัลยาณไมตรีได้กราบบังคมทูลถวายความเห็นหลายประการพร้อมทูลเกล้าฯ ถวายเอกสารที่ ชื่อ &#039;&#039;&#039;Outline of Preliminary Draft&#039;&#039;&#039;&amp;amp;nbsp;ซึ่งเปรียบเสมือนร่างรัฐธรรมนูญขนาดสั้นที่ จำนวน 12 มาตรา โดยอิงหลักการที่ว่าพระมหากษัตริย์เป็นเจ้าของอำนาจสูงสุดในการปกครองประเทศและทรงแต่งตั้ง &#039;&#039;&#039;“อัครมหาเสนาบดี”&#039;&#039;&#039; ขึ้นเพื่อทำหน้าที่ฝ่ายบริหารพร้อมกับการแต่งตั้งอภิรัฐมนตรีสภาเพื่อถวายคำปรึกษาและพิจารณาปัญหาสำคัญของประเทศโดยไม่มีอำนาจสั่งการ&amp;amp;nbsp;กระนั้นก็ดี ข้อเสนอของพระยากัลยาณไมตรีก็มิได้รับความเห็นชอบจากสมาชิกรัฐมนตรีสภาบางพระองค์โดยเฉพาะ &#039;&#039;&#039;สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ&#039;&#039;&#039; ที่ทรงไม่เห็นด้วยกับเรื่องการแต่งตั้งอัครมหาเสนาบดีด้วยตำแหน่งนี้เหมาะสมกับประเทศที่มีสภาผู้แทนเท่านั้นและไม่เคยมีในสยามมาก่อน อีกทั้งการตั้งตำแหน่งดังกล่าวอาจทำให้ประชาชนมองว่าพระมหากษัตริย์ทรงอ่อนแอจนไม่สามารถบริหารราชการบ้านเมืองได้ด้วยพระองค์เอง นอกจากนั้นยังทรงเห็นว่าสยามยังไม่พร้อมกับการมีระบบตัวแทนในทางการเมือง ด้วยเหตุนี้ ข้อเสนอของพระยากัลยาณไมตรีก็มิได้ถูกนำมาพิจารณาอย่างจริงจังหรือก่อให้เกิดผลในทางปฏิบัติแต่ประการใด&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; ในอีกคราวหนึ่ง &#039;&#039;&#039;พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว&#039;&#039;&#039; ทรงโปรดเกล้าฯ ให้&amp;amp;nbsp;&#039;&#039;&#039;พระยาศรีวิศาลวาจา (เทียนเลี้ยง ฮุนตระกูล)&#039;&#039;&#039; ปลัดทูลฉลองกระทรวงการต่างประเทศ กับ &#039;&#039;&#039;นายเรย์มอน บี สตีเวน (Raymond B. Steven)&#039;&#039;&#039; ที่ปรึกษากระทรวงการต่างประเทศชาวอเมริกันเป็นผู้จัดทำความคิดเห็นเรื่องการปกครอง บุคคลทั้งสองได้ทูลเกล้าฯ&amp;amp;nbsp;ถวายเอกสาร จำนวน 3 ฉบับ ฉบับแรกคือ &#039;&#039;&#039;“An outline of Changes in the Form of Government”&#039;&#039;&#039; ลงวันที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2475 (ตามปีปฏิทินเดิมคือ 2474) ซึ่งถือเป็นเค้าโครงร่างรัฐธรรมนูญที่กำหนดกลไกและกติกาของการปกครองประเทศไว้ด้วย ส่วนอีก 2 ฉบับเป็นบันทึกความเห็นประกอบของคณะผู้ร่างซึ่งแสดงความไม่เห็นด้วยที่จะมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการปกครองในเวลานั้น อย่างไรก็ดี เอกสารชุดนี้ได้ถูกนำเข้าสู่การประชุมของอภิรัฐมนตรีสภาและได้รับการคัดค้านจากสมาชิกโดยเฉพาะอย่างยิ่ง [[สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ_กรมพระยาดำรงราชานุภาพ|สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ]] และ [[สมเด็จเจ้าฟ้า_กรมพระนครสวรรค์วรพินิต|สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต]] ด้วยทรงอ้างเรื่องความไม่พร้อมของสยามในเวลานั้นประกอบกับความเชื่อที่ว่าระบอบประชาธิปไตยยังไม่เหมาะสมกับสังคมสยาม ความเห็นเช่นนี้ยังสอดคล้องต้องกันกับคณะผู้ร่างที่คัดค้านเสียเอง ด้วยเหตุนี้ ร่างดังกล่าวที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระราชประสงค์จะพระราชทานในคราวสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ครบ 150 ปี ก็เป็นอันระงับไป[[#_ftn14|&amp;lt;sup&amp;gt;&amp;lt;sup&amp;gt;[14]&amp;lt;/sup&amp;gt;&amp;lt;/sup&amp;gt;]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; กล่าวได้ว่า แม้อภิรัฐมนตรีสภาจะเป็นคณะที่ปรึกษาส่วนพระองค์ที่มิได้มีกฎหมายรองรับอย่างเป็นทางการ แต่ในทางปฏิบัติอภิรัฐมนตรีสภา มีอำนาจเหนือเสนาบดีสภาที่เป็นกลไกหลักในการบริหารราชการแผ่นดิน อีกทั้งยังมีอำนาจอย่างมากในการกลั่นกรองและเป็นกำลังในการวินิจัยฉัยประเด็นปัญหาต่าง ๆ ของประเทศอย่างกว้างขวางเนื่องจากเป็นผู้รับเรื่องจากเสนาบดีก่อนที่กราบบังคมทูลให้พระมหากษัตริย์ทรงพิจารณา&amp;amp;nbsp;ทั้งนี้อภิรัฐมนตรีมิต้องแสดงความรับผิดชอบใด ๆ ต่อพระบรมราชวินิจฉัยของพระมหากษัตริย์[[#_ftn15|&amp;lt;sup&amp;gt;&amp;lt;sup&amp;gt;[15]&amp;lt;/sup&amp;gt;&amp;lt;/sup&amp;gt;]] ด้วยเหตุที่กล่าวมาทั้งหมดนั้นทำให้หลายฝ่ายพุ่งวิพากษ์วิจารณ์อภิรัฐมนตรีสภาว่าเป็นสถาบันที่มีบทบาทอย่างกว้างขวางและมีอำนาจมากที่สุดในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว หรือเป็น&#039;&#039;&#039;“คณะที่ปรึกษาชั้นสูงขึ้นเหนือคณะเสนาบดี”&#039;&#039;&#039;[[#_ftn16|&amp;lt;sup&amp;gt;&amp;lt;sup&amp;gt;[16]&amp;lt;/sup&amp;gt;&amp;lt;/sup&amp;gt;]] นั่นเอง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
= &#039;&#039;&#039;&amp;lt;span style=&amp;quot;font-size:x-large;&amp;quot;&amp;gt;การเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 กับการยุติบทบาทของอภิรัฐมนตรีสภา&amp;amp;nbsp;&amp;lt;/span&amp;gt;&#039;&#039;&#039; =&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; เมื่อคณะราษฎรเข้ายึดอำนาจเพื่อเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อ วันที่ [[24_มิถุนายน_พ.ศ._2475|24_มิถุนายน_พ.ศ._2475]] สมาชิกในอภิรัฐมนตรีสภาเป็นบุคคลหลักอีกหนึ่ง ที่คณะราษฎรหวังจับกุมเพื่อใช้เป็นเครื่องประกันและสร้างข้อต่อรองกับพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งในเวลานั้นเสด็จแปรพระราชฐานไปยัง[[วังไกลกังวล|วังไกลกังวล]] อ.หัวหิน&amp;amp;nbsp;จ.ประจวบคีรีขันธ์ ดังนั้นในเวลาย่ำรุ่ง คณะราษฎรส่วนหนึ่งได้ทำหน้าที่เชิญ (จับ) อภิรัฐมนตรีมาเป็นประกัน&amp;amp;nbsp;3 พระองค์ คือ &#039;&#039;&#039;สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต&#039;&#039;&#039; ซึ่งในเวลานั้นทรงเป็นผู้สำเร็จราชการรักษาพระนครและประธานอภิรัฐมนตรีสภา &#039;&#039;&#039;สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ&#039;&#039;&#039; และ&#039;&#039;&#039;สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์&#039;&#039;&#039; มายังพระที่นั่งอนันตสมาคมพร้อมด้วยการจับกุมข้าราชการชั้นผู้ใหญ่บางคน ส่วน&#039;&#039;&#039;กรมพระกำแพงเพ็ชรอัครโยธิน&amp;amp;nbsp;&#039;&#039;&#039;เสด็จหลบหนีไปหัวหินได้ทัน ส่วน&#039;&#039;&#039;กรมหมื่นเทววงศ์วโรทัย&amp;amp;nbsp;&#039;&#039;&#039;นั้นมิได้ทรงควบคุมไว้ซึ่งน่าจะเป็นผลมาจากการที่พระองค์ทรงเป็นเสนาบดีกระทรวงการต่างประเทศ การควบคุมพระองค์ไว้อาจก่อให้เกิดความตื่นตระหนกในหมู่ทูตานุทูต[[#_ftn17|&amp;lt;sup&amp;gt;&amp;lt;sup&amp;gt;[17]&amp;lt;/sup&amp;gt;&amp;lt;/sup&amp;gt;]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; ภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองสำเร็จ และมีการประกาศใช้พระราชบัญญัติธรรมนูญการปกครองแผ่นดินสยามเมื่อ วันที่ [[27_มิถุนายน_พ.ศ._2475|27_มิถุนายน_พ.ศ._2475]] ได้มีพระบรมราชโองการยกเลิกอภิรัฐมนตรีสภาเมื่อ วันที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2475[[#_ftn18|&amp;lt;sup&amp;gt;&amp;lt;sup&amp;gt;[18]&amp;lt;/sup&amp;gt;&amp;lt;/sup&amp;gt;]] นับเป็นการสิ้นสุดบทบาทของอภิรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
= &amp;lt;span style=&amp;quot;font-size:x-large;&amp;quot;&amp;gt;&#039;&#039;&#039;บรรณานุกรม&#039;&#039;&#039;&amp;lt;/span&amp;gt; =&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
“ประกาศตั้งอภิรัฐมนตรี” ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 47 (6 เมษายน พ.ศ. 2473): 4&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
“ประกาศตั้งอภิรัฐมนตรี” ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 48 (25 ตุลาคม พ.ศ. 2474): 366&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
“ประกาศเลิกอภิรัฐมนตรีสภา” ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 49 (17 กรกฎาคม พ.ศ. 2475): 202-203.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
“พระราชดำรัสทรงตั้งอภิรัฐมนตรีสภา” ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 42 (28 พฤษศจิกายน พ.ศ. 2468): 2619-2620&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ชาญชัย รัตนวิบูลย์. บทบาทของอภิรัฐมนตรีสภาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว. กรุงเทพฯ: สถาบันพระปกเกล้า, 2548.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ชาญวิทย์ เกษตรศิริ. ประวัติการเมืองไทยสยาม พ.ศ. 2475-2500, พิมพ์ครั้งที่ 6. กรุงเทพฯ: มูลนิธิโครงการตำรา&amp;amp;nbsp;สังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์, 2559.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
นครินทร์ เมฆไตรรัตน์. การปฏิวัติสยาม พ.ศ. 2475, พิมพ์ครั้งที่ 4. กรุงเทพฯ: อมรินทร์, 2546.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
บัทสัน, เบนจามิน เอ. อวสานสมบูรณาญาสิทธิราชย์ในสยาม, กาญจนี ละอองศรี และ ยุพา ชุมจันทร์ (บรรณาธิการแปล),&amp;amp;nbsp;พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์, 2547.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
พฤทธิสาณ ชุมพล, ม.ร.ว. ประชาธิปก ประชาธิปไตย. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2560.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
พิทยลาภพฤฒิยากร, กรมหมื่น. อัตตชีวประวัติ. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ตีรณสาร, 2517. (พิมพ์ในงานพระราชทานเพลิงพระศพ พระวรวงศ์เธอ กรมหมื่นพิทยลาภพฤฒิยากร ณ พระเมรุหน้าพลับพลาอิสริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส วันที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2517).&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
วัลย์วิภา จรูญโรจน์. แนวพระราชดำริทางการเมืองของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว: การวิเคราะห์เชิงประวัติศาสตร์. วิทยานิพนธ์อักษรศาสตรมหาบัณฑิต ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปีการศึกษา 2520.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
= &amp;lt;span style=&amp;quot;font-size:x-large;&amp;quot;&amp;gt;&#039;&#039;&#039;อ้างอิง&#039;&#039;&#039;&amp;lt;/span&amp;gt; =&lt;br /&gt;
&amp;lt;div&amp;gt;&amp;lt;div id=&amp;quot;ftn1&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[#_ftnref1|&amp;lt;sup&amp;gt;&amp;lt;sup&amp;gt;[1]&amp;lt;/sup&amp;gt;&amp;lt;/sup&amp;gt;]] เบนจามิน เอ บัทสัน,บัทสัน, อวสานสมบูรณาญาสิทธิราชย์ในสยาม, กาญจนี ละอองศรี และ ยุพา ชุมจันทร์ (บรรณาธิการแปล), พิมพ์ครั้งที่ 2. (กรุงเทพฯ: มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์, 2547), หน้า 45.&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn2&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[#_ftnref2|&amp;lt;sup&amp;gt;&amp;lt;sup&amp;gt;[2]&amp;lt;/sup&amp;gt;&amp;lt;/sup&amp;gt;]] เรื่องเดียวกัน, หน้า 42&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn3&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[#_ftnref3|&amp;lt;sup&amp;gt;&amp;lt;sup&amp;gt;[3]&amp;lt;/sup&amp;gt;&amp;lt;/sup&amp;gt;]] นครินทร์ เมฆไตรรัตน์, การปฏิวัติสยาม พ.ศ. 2475, พิมพ์ครั้งที่ 4. (กรุงเทพฯ: อมรินทร์, 2546), หน้า 38.&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn4&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[#_ftnref4|&amp;lt;sup&amp;gt;&amp;lt;sup&amp;gt;[4]&amp;lt;/sup&amp;gt;&amp;lt;/sup&amp;gt;]] “พระราชดำรัสทรงตั้งอภิรัฐมนตรีสภา” ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 42 (28 พฤษศจิกายน พ.ศ. 2468): 2619-2620.&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn5&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[#_ftnref5|&amp;lt;sup&amp;gt;&amp;lt;sup&amp;gt;[5]&amp;lt;/sup&amp;gt;&amp;lt;/sup&amp;gt;]] ชาญวิทย์ เกษตรศิริ, ประวัติการเมืองไทยสยาม พ.ศ. 2475-2500, พิมพ์ครั้งที่ 6 (กรุงเทพฯ: มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์, 2559), หน้า 43&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn6&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[#_ftnref6|&amp;lt;sup&amp;gt;&amp;lt;sup&amp;gt;[6]&amp;lt;/sup&amp;gt;&amp;lt;/sup&amp;gt;]] เบนจามิน เอ บัทสัน, อวสานสมบูรณาญาสิทธิราชย์ในสยาม,หน้า 42.&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn7&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[#_ftnref7|&amp;lt;sup&amp;gt;&amp;lt;sup&amp;gt;[7]&amp;lt;/sup&amp;gt;&amp;lt;/sup&amp;gt;]] “ประกาศตั้งอภิรัฐมนตรี” ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 47 (6 เมษายน พ.ศ. 2473): 4.&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn8&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[#_ftnref8|&amp;lt;sup&amp;gt;&amp;lt;sup&amp;gt;[8]&amp;lt;/sup&amp;gt;&amp;lt;/sup&amp;gt;]] “ประกาศตั้งอภิรัฐมนตรี” ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 48 (25 ตุลาคม พ.ศ. 2474): 366.&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn9&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[#_ftnref9|&amp;lt;sup&amp;gt;&amp;lt;sup&amp;gt;[9]&amp;lt;/sup&amp;gt;&amp;lt;/sup&amp;gt;]] วัลย์วิภา จรูญโรจน์, แนวพระราชดำริทางการเมืองของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว: การวิเคราะห์เชิงประวัติศาสตร์. (วิทยานิพนธ์อักษรศาสตรมหาบัณฑิต ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปีการศึกษา 2520), หน้า 48 .&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn10&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[#_ftnref10|&amp;lt;sup&amp;gt;&amp;lt;sup&amp;gt;[10]&amp;lt;/sup&amp;gt;&amp;lt;/sup&amp;gt;]] ชาญชัย รัตนวิบูลย์, บทบาทของอภิรัฐมนตรีสภาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว (กรุงเทพฯ: สถาบันพระปกเกล้า, 2548), หน้า 163-168.&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn11&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[#_ftnref11|&amp;lt;sup&amp;gt;&amp;lt;sup&amp;gt;[11]&amp;lt;/sup&amp;gt;&amp;lt;/sup&amp;gt;]] ม.ร.ว.พฤทธิสาณ ชุมพล, ประชาธิปก ประชาธิปไตย (กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2560), หน้า 33.&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn12&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[#_ftnref12|&amp;lt;sup&amp;gt;&amp;lt;sup&amp;gt;[12]&amp;lt;/sup&amp;gt;&amp;lt;/sup&amp;gt;]] ชาญวิทย์ เกษตรศิริ, ประวัติศาสตร์การเมืองไทยสยาม พ.ศ. 2475-2500, หน้า 104-107.&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn13&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[#_ftnref13|&amp;lt;sup&amp;gt;&amp;lt;sup&amp;gt;[13]&amp;lt;/sup&amp;gt;&amp;lt;/sup&amp;gt;]] นครินทร์ เมฆไตรรัตน์, การปฏิวัติสยาม พ.ศ. 2475, หน้า 183.&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn14&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[#_ftnref14|&amp;lt;sup&amp;gt;&amp;lt;sup&amp;gt;[14]&amp;lt;/sup&amp;gt;&amp;lt;/sup&amp;gt;]] ชาญชัย รัตนวิบูลย์, บทบาทของอภิรัฐมนตรีสภาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว, หน้า 156-157.&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn15&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[#_ftnref15|&amp;lt;sup&amp;gt;&amp;lt;sup&amp;gt;[15]&amp;lt;/sup&amp;gt;&amp;lt;/sup&amp;gt;]] เรื่องเดียวกัน, หน้า 192&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn16&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[#_ftnref16|&amp;lt;sup&amp;gt;&amp;lt;sup&amp;gt;[16]&amp;lt;/sup&amp;gt;&amp;lt;/sup&amp;gt;]] กรมหมื่นพิทยลาภพฤฒิยากร อัตตชีวประวัติ (กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ตีรณสาร, 2517) พิมพ์ในงานพระราชทานเพลิงพระศพ พระวรวงศ์เธอ กรมหมื่นพิทยลาภพฤฒิยากร ณ พระเมรุหน้าพลับพลาอิสริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส วันที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2517, หน้า 83.&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn17&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[#_ftnref17|&amp;lt;sup&amp;gt;&amp;lt;sup&amp;gt;[17]&amp;lt;/sup&amp;gt;&amp;lt;/sup&amp;gt;]] ชาญวิทย์ เกษตรศิริ, ประวัติศาสตร์การเมืองไทยสยาม พ.ศ. 2475-2500, หน้า 85.&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn18&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[#_ftnref18|&amp;lt;sup&amp;gt;&amp;lt;sup&amp;gt;[18]&amp;lt;/sup&amp;gt;&amp;lt;/sup&amp;gt;]] ประกาศเลิกอภิรัฐมนตรีสภา” ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 49 (17 กรกฎาคม พ.ศ. 2475): 202-203.&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;/div&amp;gt; &lt;br /&gt;
[[Category:พระปกเกล้าศึกษา]] [[Category:เหตุการณ์สำคัญทางการเมือง]] [[Category:ว่าด้วยเหตุการณ์สำคัญทางการเมือง]] [[Category:เหตุการณ์สำคัญที่นำไปสู่การร่างรัฐธรรมนูญ]] [[Category:ว่าด้วยบุคคลสำคัญทางการเมือง]] [[Category:เหตุการณ์สำคัญทางการเมืองไทย สมัย พ.ศ. 2475-2500]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Apirom</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%84%E0%B8%93%E0%B8%B0%E0%B8%AD%E0%B8%A0%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%AA%E0%B8%A0%E0%B8%B2&amp;diff=15975</id>
		<title>คณะอภิรัฐมนตรีสภา</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%84%E0%B8%93%E0%B8%B0%E0%B8%AD%E0%B8%A0%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%AA%E0%B8%A0%E0%B8%B2&amp;diff=15975"/>
		<updated>2024-06-19T09:03:53Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;Apirom: Apirom ย้ายหน้า อภิรัฐมนตรีสภา (ชงคชาญ สุวรรณมณี) ไปยัง คณะอภิรัฐมนตรีสภา โดยไม่สร้างหน้าเป...&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;ผู้เรียบเรียง&#039;&#039;&#039; ชงคชาญ สุวรรณมณี&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;ผู้ทรงคุณวุฒิประจำบทความ&#039;&#039;&#039; รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร จเร พันธุ์เปรื่อง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ประวัติศาสตร์การเมืองก่อนถึงการเปลี่ยนแปลงจาก[[ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์|ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์]]มาเป็นระบอบประชาธิปไตย ในปี พ.ศ. 2475 นั้น มีปัจจัยทางประวัติศาสตร์ที่เป็นเงื่อนไขตั้งแต่สมัย รัชกาลที่ 5 ที่มีการปฏิรูปการปกครองมาโดยลำดับ เมื่อสิ้นรัชสมัย[[พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว|พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว]] รัชกาลที่ 6 [[พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว|พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว]] รัฐกาลที่ 7 ได้เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ พระองค์ทรงมีพระราชศรัทธาเลื่อมใสในหลักรัฐศาสตร์การปกครองของสมเด็จพระบรมชนกนาถ คือ สมเด็จพระปิยมหาราช รัชกาลที่ 5 เป็นอย่างยิ่ง และได้โปรดนำวิธีตั้งที่ปรึกษาราชการแผ่นดินในยุคสยามใหม่นั้นมาใช้ โดยทรงใช้คำว่า คณะอภิรัฐมนตรี หรือ “Supreme Council of the State” นับว่าเป็นวิวัฒนาการที่ได้นำมาสู่คำว่า “[[คณะองคมนตรี|คณะองคมนตรี]]” หรือ “Privy Council” ดังปรากฏอยู่ในปัจจุบัน คณะองคมนตรีในทุกรัชสมัย ได้ดำรงภาระหน้าที่สำคัญถวายองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาด้วยความจงรักภักดี สมดั่งพระดำรัสของ[[สมเด็จฯ_กรมพระยาดำรงราชานุภาพ|สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ]] องค์พระบิดาแห่งประวัติศาสตร์และโบราณคดี ที่ว่า “[[คณะองคมนตรี|คณะองคมนตรี]]” คือ คณะที่ปรึกษาชั้นสูงสุดของ[[พระมหากษัตริย์|พระมหากษัตริย์]] ด้วยทรงโปรดเกล้าฯ ตั้งตามพระราชอัธยาศัย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== ความเป็นมาของการตั้งอภิรัฐมนตรีสภา&amp;lt;ref&amp;gt;พระราชดำรัสทรงตั้งอภิรัฐมนตรีสภา, &#039;&#039;&#039;ราชกิจจานุเบกษา&#039;&#039;&#039; เล่ม 42, วันที่ 28 พฤศจิกายน 2468, หน้า 2618.&amp;lt;/ref&amp;gt; ==&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
สภาพการเมืองการปกครองเมื่อสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวเสวยราชสมบัติ ในปี พ.ศ. 2468 พระองค์ได้ทรงตระหนักมาก่อนแล้วว่าพระราชฐานะของพระมหากษัตริย์กำลังถูกปัญญาชนมองไปในทางที่ไม่ดีมาตั้งแต่รัชกาลก่อนและความรู้สึกระหว่างพระมหากษัตริย์กับพระบรมวงศานุวงศ์ชั้นผู้ใหญ่ตกอยู่ในภาวะที่แตกแยกกัน ดังนั้นพระองค์จึงทรงตั้ง “อภิรัฐมนตรีสภา” ขึ้นมาเพื่อรวบรวมพระบรมวงศานุวงศ์ที่อาวุโสสูง แต่ยังทรงทันสมัยด้วยมีประสบการณ์มากมาทรงทำงานร่วมกันเพื่อความเป็นหนึ่งเดียวกันในหมู่พระบรมวงศ์และทรงช่วยแบ่งเบาพระราชกิจของพระองค์ด้วย&amp;lt;ref&amp;gt;&#039;&#039;&#039;สาเหตุของการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475&#039;&#039;&#039; http://www.chanpradit.ac.th/~somsak/rutisan450450/index.htm&amp;lt;/ref&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เมื่อวันเสาร์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2468 ภายหลังจากที่เสด็จขึ้นครองราชย์ได้ 2 วัน พระบาทสมพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งอภิรัฐมนตรีสภาขึ้น โดยมีกระแสพระราชดำรัส ดังนี้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
“ขอขอบพระทัยและขอบใจท่านทั้งหลายผู้เปนองคมนตรีที่ได้กระทำสัตยสัญญารับจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อตรงจงรักภักดีต่อตัวเรา&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ตั้งแต่เราได้รับราชสมบัติสืบสันตติวงศ์แห่งสมเด็จพระบุรพมหาราชเจ้า ซึ่งได้ทรงปกครองป้องกันและทำนุบำรุงสยามประเทศอันเปนที่รักของเราทั้งหลายให้มีความเจริญรุ่งเรืองสืบมาช้านาน เราก็รู้สึกความรับผิดชอบในส่วนเรา ซึ่งจะต้องพยายามปกครองสยามประเทศกับทั้งประชาชนทั้งหลายให้ร่มเย็นเปนสันติสุข และให้บ้านเมืองมีความเจริญรุ่งเรืองโดยเต็มความสามารถของเราที่จะพึงกระทำได้ทุกอย่างทุกประการต่อไปจนสุดกำลัง อาศัยความปรารภที่กล่าวมา เราคิดเห็นว่าตามราชประเพณีซึ่งมีอยู่ในบัดนี้ พระเจ้าแผ่นดินมีมนตรีสำหรับเปนที่ทรงปรึกษาหารือสองคณะด้วยกัน คือ องคมนตรี ซึ่งทรงตั้งไว้เปนจำนวนมาก สำหรับทรงปรึกษากิจการพิเศษ อันเกิดขึ้นฉะเพาะสิ่งฉะเพาะอย่างคณะ 1 กับเสนาบดีสภาผู้บังคับบัญชาราชการกระทรวงต่าง ๆ มีจำนวน หย่อนญี่สิบ สำหรับทรงปรึกษาหารือราชการ อันกำหนดไว้เปนหน้าที่ในกระทรวงนั้น ๆ คณะ 1 แต่ยังมีราชการอีกอย่างหนึ่ง ซึ่งเปนการสำคัญอย่างยิ่ง กล่าวคือ ที่จะคิดให้กิจการตลอดจนรัฎฐาภิปาลโนบายของรัฐบาลเปนอุปการอันหนึ่งอันเดียวกันทุกกระทรวงทบวงการ แต่ก่อนมาตกอยู่แต่ตาม พระบรมราชวินิจฉัยแม้มีพระราชประสงค์จะทรงปรึกษาหารือผู้อื่นก็ได้อาศัยแต่เสนาบดีสภา เราเห็นว่ายังไม่เหมาะ เพราะเหตุที่เสนาบดีสภาสมาชิกตั้งตามตำแหน่งกระทรวงมีจำนวนมากนั้นอย่าง 1 และล้วนเปนเจ้าหน้าที่ฉะเพาะกิจการกระทรวงใด กระทรวงหนึ่งนั้นอีกอย่าง 1 เราจึงคิดจะตั้งมนตรีขึ้นใหม่อีกคณะหนึ่ง เรียกว่า “อภิรัฐมนตรีสภา” ให้มีจำนวนสมาชิกแต่น้อย สำหรับพระเจ้าแผ่นดินทรงปรึกษาราชการทั้งปวงเปนนิจ เพื่อจะได้เปนกำลังแก่การที่ทรงพระราชวินิจฉัยราชการทั้งปวง ในการตั้งสภาอภิรัฐมนตรีนี้ ผู้ซึ่งสมควรจะเปนสมาชิกจำต้องเปนผู้ซึ่งมีความคุ้นเคยและชำนิชำนาญราชการมากมาแต่ก่อน และประกอบด้วยเกียรติคุณทั้งความปรีชาสามารถ สมควรเปนที่ทรงไว้พระราชหฤทัยของพระเจ้าแผ่นดิน ตลอดจนมหาชนทั้งหลาย เราจึงได้เลือกสรร&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[สมเด็จเจ้าฟ้าฯ_กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช|สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช]] พระองค์ 1&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[สมเด็จเจ้าฟ้าฯ_กรมหลวงนครสวรรค์วรพินิต|สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมหลวงนครสวรรค์วรพินิต]] พระองค์ 1&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[สมเด็จเจ้าฟ้าฯ_กรมพระนริศรานุวัดติวงศ์|สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระนริศรานุวัดติวงศ์]] พระองค์ 1&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
กรมพระดำรงราชานุภาพ พระองค์ 1&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
กรมพระจันทบุรีนฤนาถ พระองค์ 1&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ด้วยทั้ง 5 พระองค์นี้ได้ทรงรับราชการในตำแหน่งสำคัญมาแต่รัฐกาลที่ 5 เคยเปนที่ทรงไว้วางพระราชหฤทัย ทั้งได้คุ้นเคยทราบกระแสพระราชดำริห์ และพระบรมราโชบายของสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงมาแต่ก่อน ล้วนทรงปรีชาสามารถและมีเกียรติคุณจะหาผู้อื่นเสมอเหมือนได้โดยยาก เราตั้งให้เจ้านายผู้ใหญ่ทั้ง 5 พระองค์เปนอภิรัฐมนตรีแต่นี้ไป ด้วยไว้วางใจในความซื่อตรงจงรักภักดี ซึ่งทรงมีต่อบ้านเมืองและตัวเราด้วยกันทุกพระองค์ การที่เราคิดจัดดังกล่าวมานี้หวังว่าจะเปนคุณเปนประโยชน์สืบต่อไป...”&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ในการที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงตั้งอภิรัฐมนตรีสภา ทำให้พระองค์ประสบความสำเร็จในการบริหารประเทศในระยะแรก ดังปรากฏในพระราชหัตถเลขาที่ทรงมีไปถึงพระยากัลยาณไมตรี มีความตอนหนึ่งว่า..&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
“...ทันทีที่ข้าพเจ้าเสวยราชย์ก็คิดว่าเป็นสิ่งจำเป็นอย่างที่สุดที่จะทำอะไรบางอย่างเพื่อเรียกความเชื่อถือจากประชาชนกลับคืนมาอีก ดังนั้น จึงได้มีการตั้งอภิรัฐมนตรีสภาขึ้น ซึ่งได้ผลทันทีและข้าพเจ้าได้รับความเชื่อมั่นจากประชาชนในวันเดียว เหตุที่การกระทำเช่นนี้ได้ผลทันทีทันใดก็เพราะ มันเป็นความหวังสำหรับสิ่งซึ่งพึงปรารถนาหลายประการ ประการแรกพระราชวงศ์เริ่มรวมกันและทำงานกันอย่างกลมเกลียว ประการที่สอง พระเจ้าอยู่หัวมีความเต็มใจที่จะขอคำปรึกษาจากพระราชวงศ์ชั้นผู้ใหญ่ซึ่งมีประสบการณ์มาแล้วในราชการ และเป็นผู้ที่ได้รับความเชื่อถือจากประชาชน ไม่มีขุนนางคนใดเลยที่เป็นที่เกลียดชังของประชาชนรวมอยู่ในสภานี้ ประการที่สาม พระราชอำนาจของกษัตริย์ที่จะทำอะไรตามใจพระองค์เองก็จะลดน้อยลงไป เมื่อมีสภานี้ (พึงระลึกว่าในสภาพความเห็นในประเทศขณะนั้น คิดกันว่าพระมหากษัตริย์มีทางที่จะทำอะไรที่เป็นภัยมากกว่าที่จะทำดี)..” &amp;lt;ref&amp;gt;ชัยอนันต์ สมุทวณิช &#039;&#039;&#039;การเมือง-การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองไทย พ.ศ. 2411-2475.&#039;&#039;&#039; หน้า 84.&amp;lt;/ref&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เราจะเห็นได้ว่าการตั้งอภิรัฐมนตรีสภาแม้จะช่วยลดความกดดันในหมู่ข้าราชการและประชาชนที่เคยมีต่อสภาพการใช้อำนาจของพระมหากษัตริย์ได้ในระยะแรกก็จริง แต่เมื่อนานวันไปข้าราชการและประชาชนต่างเกิดความรู้สึกว่าอภิรัฐมนตีสภาเริ่มมีอำนาจมากเกินไปเหมือนกับว่าพระมหากษัตริย์ทรงตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของคณะอภิรัฐมนตรีสภา ซึ่งสำหรับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแล้วพระองค์มิได้ทรงถือว่าคณะอภิรัฐมนตรีมีอิทธิพลเหนือกว่าพระองค์แต่อย่างใด เพียงเป็นผู้ที่คอยให้คำปรึกษาราชการแผ่นดินเท่านั้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== บทบาทหน้าที่ของอภิรัฐมนตรีสภา ==&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
อภิรัฐมนตรีสภา เป็นสถาบันใหม่เทียบเท่าได้กับสภาที่ปรึกษาราชการแผ่นดินในรัชกาลที่ 5 ซึ่งได้ตั้งขึ้นภายหลังที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จขึ้นครองราชย์ได้ 2 วัน (วันเสาร์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2468) มีหน้าที่เป็นสภาที่ปรึกษาชั้นสูงแก่พระมหากษัตริย์ ซึ่งให้คำปรึกษาเกี่ยวกับกิจการการเมืองการปกครองและนโยบายของประเทศ อภิรัฐมนตรีสภา มีการกำหนดการประชุมทุก ๆ วันศุกร์ สัปดาห์ละครั้ง โดยมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประธานในการประชุม เริ่มการประชุมครั้งแรกเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2486 ณ พระที่นั่งบรมพิมาน อภิรัฐมนตรีสภา ได้ให้คำปรึกษาแนะนำในเรื่องที่เกี่ยวกับราชการแผ่นดินหลายเรื่องที่สำคัญ กล่าวคือ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
1. ให้คำปรึกษาหารือข้อราชการเรื่อง [[ร่างพระราชบัญญัติสภากรรมการองคมนตรี|ร่างพระราชบัญญัติสภากรรมการองคมนตรี]] ซึ่งพระราชทานลงมาให้ศึกษาและนำคำปรึกษาขึ้นถวายบังคมทูล&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
2. วางรูปแบบการปกครองท้องถิ่นในรูปของเทศบาล โดยการปรับปรุงแก้ไขสุขาภิบาลที่มีอยู่ให้เป็นเทศบาล ซึ่งได้จัดตั้งกรรมการขึ้นคณะหนึ่ง ทำการศึกษาเกี่ยวกับเรื่องนี้ และได้ทูลเกล้าฯ ถวายรายงานและความเห็นเกี่ยวกับหลักการของร่างพระราชบัญญัติเทศบาล&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
3. พิจารณา[[โครงร่างรัฐธรรมนูญ|โครงร่างรัฐธรรมนูญ]]ที่[[พระยากัลยาณไมตรี|พระยากัลยาณไมตรี]] (Francis B.Sayre) ได้ทูลเกล้าฯ ถวาย มีลักษณะเป็นระบบนายกรัฐมนตรีให้มีหน้าที่รับผิดชอบในการบริหารราชการแผ่นดินโดยตรงแทนองค์พระมหากษัตริย์ โดย[[นายกรัฐมนตรี|นายกรัฐมนตรี]]มีสิทธิเลือก[[คณะรัฐมนตรี|คณะรัฐมนตรี]]เอง ส่วนพระมหากษัตริย์ยังคงไว้ซึ่ง[[อำนาจนิติบัญญัติ|อำนาจนิติบัญญัติ]] [[อำนาจบริหาร|อำนาจบริหาร]] และ[[อำนาจตุลาการ|อำนาจตุลาการ]] ตามแบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ให้อภิรัฐมนตรีสภามีหน้าที่เพียงถวายคำปรึกษาเท่านั้นไม่มีอำนาจในการบริหารราชการแผ่นดิน โครงร่างรัฐธรรมนูญของพระยากัลยาณไมตรีฉบับนี้จึงไม่ได้รับความเห็นชอบจากอภิรัฐมนตรีสภา โดย[[สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาดำรงราชานุภาพ|สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาดำรงราชานุภาพ]] ซึ่งเป็นสมาชิกพระองค์หนึ่งของอภิรัฐมนตรีสภาทรงคัดค้านว่า การมีนายกรัฐมนตรีเป็นเรื่องและวิธีการปกครองในระบอบรัฐสภา ไม่ใช่การปกครองแบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ซึ่งไม่มีรัฐสภา เมื่อเป็นเช่นนี้พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงทรงระงับพระราชดำริเรื่องการพระราชทานรัฐธรรมนูญไว้ก่อน แล้วทรงเริ่มงานวางพื้นฐานการปกครองแบบรัฐสภาขึ้นในปี พ.ศ. 2470 โดยการให้นาย[[เรมอนด์_บี._สตีเวนส์|เรมอนด์ บี. สตีเวนส์]] ที่ปรึกษาราชการกระทรวงการต่างประเทศและ[[พระยาศรีวิสารวาจา|พระยาศรีวิสารวาจา]] ปลัดทูลฉลองกระทรวงการต่างประเทศ เป็นผู้พิจารณาร่างหลักเกณฑ์ของ[[รัฐธรรมนูญ|รัฐธรรมนูญ]] และทรงมีพระราชดำรัสถึงความประสงค์ที่จะให้รัฐธรรมนูญแก่ราษฎรโดยเร็วที่สุด และต้องให้ทันวันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2475 ซึ่งเป็นวันครบรอบมหาจักรี นายเรมอนด์ บี. สตีเวนส์ และพระยาศรีวิสารวาจา จึงยกร่างรัฐธรรมนูญ และได้นำทูลเกล้าฯ ถวายต่อพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวในวันที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2474 นอกจากนั้น นายเรมอนด์ บี. สตีเวนส์และพระยาศรีวิสารวาจายังได้แนบบันทึกความเห็นประกอบเค้าโครงการเปลี่ยนแปลงการปกครองอีก 2 ฉบับว่าไม่เห็นด้วยที่จะให้มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นแบบพระมหากษัตริย์อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญในขณะนั้น เพราะประชาชนยังไม่พร้อม และเทศบาลก็ยังไม่ได้มีการจัดตั้งขึ้นมา โครงร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ที่ประชุมอภิรัฐมนตรีสภาและพระบรมวงศานุวงศ์ได้พากันคัดค้านไม่เห็นด้วย โดยอ้างเหตุผลว่ายังไม่ถึงเวลาอันสมควร เนื่องจากราษฎรยังมีการศึกษาไม่ดีพอ เกรงว่าเมื่อพระราชทานรัฐธรรมนูญแล้วจะก่อให้เกิดความเสียหายภายหลัง คำคัดค้านดังกล่าวทำให้พระองค์ทรงลังเลพระทัยว่าควรจะพระราชทานรัฐธรรมนูญเมื่อใดจึงจะเหมาะสม ความไม่แน่นอนและเงื่อนไขต่าง ๆ ทำให้ระบบการเมืองไม่สามารถปรับตัวได้ทันกับเหตุการณ์ [[การปฏิวัติ|การปฏิวัติ]]ในวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475 จึงเกิดขึ้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== คณะอภิรัฐมนตรีสภา&amp;lt;ref&amp;gt;สมบัติ ธำรงธัญวงศ์, &#039;&#039;&#039;การเมืองการปกครอง พ.ศ. 1762-2500&#039;&#039;&#039;, พิมพ์ครั้งที่ 4 พ.ศ. 2549. หน้า 386-387.&amp;lt;/ref&amp;gt; ==&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
คณะอภิรัฐมนตรีสภา ที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงแต่งตั้งขึ้นนั้นโดยพระองค์ทรงคัดเลือกจากพระบรมวงศานุวงศ์ชั้นผู้ใหญ่ที่เคยปฎิบัติหน้าที่ในราชการสำคัญ ๆ มาแล้วทั้งสิ้น ได้แก่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
1. [[สมเด็จพระราชปิตุลาบรมพงศาภิมุข_เจ้าฟ้ากรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช|สมเด็จพระราชปิตุลาบรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้ากรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช]] เคยดำรงตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการทหารบก ทหารเรือ จเรทัพบก และเป็นผู้สำเร็จราชการในรัชกาลที่ 6 หลายครั้ง ทำหน้าที่เป็นประธานอภิรัฐมนตรีสภา&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
2. [[สมเด็จพระเจ้าพี่ยาเธอ_เจ้าฟ้ากรมหลวงนครสวรรค์วรพินิต|สมเด็จพระเจ้าพี่ยาเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงนครสวรรค์วรพินิต]] สำเร็จวิชาการทหารบกมาจากประเทศเยอรมันนี เคยรับราชการในกองทัพบก เคยเป็นเสนาธิการทหารบกในสมัยรัชกาลที่ 6 เคยดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารเรือ และเสนาบดีกระทรวงทหารเรือ เป็นต้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
3. [[สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ_เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัตติวงศ์|สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัตติวงศ์]] ทรงชำนาญราชการในพระราชสำนักเกี่ยวกับพระราชประเพณีทั่วไป และเคยดำรงตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงโยธาธิการ กระทรวงกลาโหม และกระทรวงวัง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
4. [[สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ_กรมพระยาดำรงราชานุภาพ|สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ]] เคยปฏิบัติราชการสำคัญ ๆ ในสมัยราชกาลที่ 5 และรัชกาลที่ 6 เช่นทรงจัดตั้งกระทรวงธรรมการ และทรงเป็นเสนาบดีกระทรวงมหาดไทยพระองค์แรก ทรงมีความชำนาญด้านการปกครองและทรงเป็นนักปราชญ์ทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีจนได้รับขนานพระนามว่า พระบิดาแห่งประวัติศาสตร์ไทย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
5. [[สมเด็จพระเจ้าพี่ยาเธอ_กรมพระจันทบุรีนฤนาถ|สมเด็จพระเจ้าพี่ยาเธอ กรมพระจันทบุรีนฤนาถ]] ทรงเชี่ยวชาญทางด้านเศรษฐกิจ และการคลัง เคยดำรงตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงพระคลังมหาสมบัติ กระทรวงพาณิชย์ และทรงเป็นเอกอัครบัณฑิตทางด้านภาษาศาสตร์&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
คณะอภิรัฐมนตรีสภา เป็นที่ทรงนับถือขององค์พระมหากษัตริย์ ได้ทำหน้าที่ถวายข้อปรึกษาราชการในพระองค์และแผ่นดินจนถึง พ.ศ. 2475 หลังจากที่ได้มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองโดยคณะราษฎร เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475 ได้มีประกาศยกเลิกอภิรัฐมนตรีสภา เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2475&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== อ้างอิง ==&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;references /&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== บรรณานุกรม ==&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
จักษ์ พันธ์ชูเพชร. &#039;&#039;&#039;การเมืองการปกครองไทย “จากยุคสุโขทัยสู่สมัยทักษิณ” .&#039;&#039;&#039; กรุงเทพฯ&amp;amp;nbsp;: บริษัท มายด์ พับลิชชิ่ง จำกัด. 2549.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ชาญวิทย์ เกษตรศิริ. &#039;&#039;&#039;ประวัติการเมืองไทย 2475-2500.&#039;&#039;&#039; กรุงเทพฯ&amp;amp;nbsp;: โรงพิมพ์เรือนแก้ว. 2549.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ชัยอนันต์ สมุทวณิช. &#039;&#039;&#039;100 ปี แห่งการปฏิรูประบบราชการวิวัฒนาการของอำนาจรัฐและอำนาจการเมือง.&#039;&#039;&#039; กรุงเทพฯ&amp;amp;nbsp;: บริษัท สุขุมและบุตร จำกัด. 2538.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ชัยอนันต์ สมุทวณิช และ ขัตติยา กรรณสูต. &#039;&#039;&#039;เอกสารการเมืองการปกครองไทย (พ.ศ. 2417-2477).&#039;&#039;&#039; กรุงเทพฯ&amp;amp;nbsp;: สถาบันสยามศึกษา สมาคมสังคมศาสตร์แห่งประเทศไทย. 2532.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
พีระพงษ์ สิทธิอมร และคณะ. &#039;&#039;&#039;ประวัติศาสตร์การเมืองไทย ปฏิรูป ปฏิวัติ รัฐประหาร ของผู้นำ ทางการเมือง พลเรือน ตำรวจ ทหาร.&#039;&#039;&#039; กรุงเทพฯ&amp;amp;nbsp;: หจก.ซี แอนด์ เอ็น. 2549.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ภารดี มหาขันธ์. &#039;&#039;&#039;ประวัติศาสตร์การปกครองไทย.&#039;&#039;&#039; กรุงเทพฯ&amp;amp;nbsp;: อมรการพิมพ์. 2527.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
สมบัติ ธำรงธัญวงศ์. &#039;&#039;&#039;การเมืองการปกครองไทย&amp;amp;nbsp;: พ.ศ. 1762-2500&#039;&#039;&#039;. กรุงเทพฯ&amp;amp;nbsp;: เสมาธรรม. 2549.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== ดูเพิ่มเติม ==&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ประกาศเลิกอภิรัฐมนตรีสภา, &#039;&#039;&#039;ราชกิจจานุเบกษา&#039;&#039;&#039; เล่ม 49, วันที่ 17 กรกฎาคม 2475,หน้า 202.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;การเมืองการปกครองในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว.&#039;&#039;&#039; [http://www.senate.go.th/km/data/prapok_political.doc http://www.senate.go.th/km/data/prapok_political.doc]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ชัยอนันต์ สมุทวณิช, &#039;&#039;&#039;100 ปี แห่งการปฏิรูประบบราชการวิวัฒนาการของอำนาจรัฐและอำนาจ การเมือง,&#039;&#039;&#039; กรุงเทพฯ&amp;amp;nbsp;: บริษัท สุขุมและบุตร จำกัด , 2538.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ชัยอนันต์ สมุทวณิช และ ขัตติยา กรรณสูต, &#039;&#039;&#039;เอกสารการเมืองการปกครอง ( พ.ศ. 2417-2477).&#039;&#039;&#039; พิมพ์ครั้งที่ 2 โดยสถาบันสยามศึกษา สมาคมสังคมศาสตร์แห่งประเทศไทย, 2532.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ภิศักดิ์ กัลยาณมิตร, แนวทางการสร้างรัฐธรรมนูญก่อน 24 มิถุนายน 2475 (3), [http://www.siamrath.co.th/uifont/Articledetail.aspx?nid=3701&amp;amp;acid=3701 http://www.siamrath.co.th/uifont/Articledetail.aspx?nid=3701&amp;amp;acid=3701]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ภารดี มหาขันธ์, &#039;&#039;&#039;ประวัติศาสตร์การปกครองไทย,&#039;&#039;&#039; กรุงเทพฯ&amp;amp;nbsp;: อมรการพิมพ์ , 2527.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
โสภณ น้อยจันทร์, &#039;&#039;&#039;ประวัติศาสตร์สมัยรัตนโกสินทร์หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง รัชกาลที่ 7 – ปัจจุบัน,&#039;&#039;&#039; [http://learners.in.th/blog/rattanagosin/225937 http://learners.in.th/blog/rattanagosin/225937].&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[หมวดหมู่:สถาบันการเมืองและองค์กรอิสระ]] &lt;br /&gt;
[[หมวดหมู่:สถาบันบริหาร ]]&lt;br /&gt;
[[หมวดหมู่:ชงคชาญ สุวรรณมณี]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Apirom</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%9A%E0%B8%B9%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B8%B2%E0%B8%8D%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%A2%E0%B9%8C&amp;diff=15974</id>
		<title>สมบูรณาญาสิทธิราชย์</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%9A%E0%B8%B9%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B8%B2%E0%B8%8D%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%A2%E0%B9%8C&amp;diff=15974"/>
		<updated>2024-06-19T09:01:51Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;Apirom: Apirom ย้ายหน้า สมบูรณาญาสิทธิราชย์ (สุรเชษ์ฐ สุขลาภกิจ) ไปยัง สมบูรณาญาสิทธิราชย์ โดยไม่สร...&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&lt;br /&gt;
เรียบเรียงโดย&amp;amp;nbsp;: นายสุรเชษ์ฐ&amp;amp;nbsp; สุขลาภกิจ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ผู้ทรงคุณวุฒิประจำบทความ&amp;amp;nbsp;: รศ.ดร.นิยม รัฐอมฤต&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
= สมบูรณาญาสิทธิราชย์ =&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; สมบูรณาญาสิทธิราชย์เป็นศัพท์การเมืองที่ใช้นิยามการปกครองหรือรูปแบบรัฐไทยก่อน[[การปฏิวัติ_พ.ศ._2475]] เป็นไปได้ว่าศัพท์นี้น่าจะประดิษฐ์ขึ้นใช้หลังการปฏิวัติไม่นาน ความหมายและการใช้ศัพท์นี้ยังเป็นประเด็นที่ถกเถียงกัน ที่สำคัญคือสมบูรณาญาสิทธิราชย์ไทยกำเนิดขึ้นเมื่อไหร่และสิ้นสุดลงแล้วหรือไม่ รวมถึงคุณูปการของระบอบดังกล่าวก็เป็นปัญหาโต้แย้งเช่นกันด้วย อย่างไรก็ดี ค่อนข้างเป็นที่ยอมรับกันในปัจจุบันแล้วว่าช่วงเวลาทางประวัติศาสตร์ของสมบูรณาญาสิทธิราชย์ไทยไม่ได้ย้อนกลับไปไกลเกินหน้ารัชสมัย[[พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว]] ส่วนประเด็นอื่นที่เป็นหัวข้อที่โต้แย้งกันนั้นยังไม่ได้ไปสู่ข้อสรุปร่วมกัน เนื่องจากการตีความบนพื้นฐาน[[อุดมการณ์ทางการเมือง]]ที่ต่างกัน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== ที่มาของคำ นัย และความหมาย ==&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; ไม่มีข้อมูลพอจะระบุได้ชัดว่าศัพท์การเมือง “[[สมบูรณาญาสิทธิราชย์]]” เริ่มใช้ครั้งแรกตั้งแต่เมื่อไหร่และใครเป็นผู้ผูกศัพท์นี้ขึ้น เท่าที่มีข้อมูล หลังการปฏิวัติใน พ.ศ. 2475 ศัพท์นี้น่าจะค่อยๆ แพร่หลายมากขึ้น เป็นที่ยอมรับ และใช้นิยามระบอบการปกครองก่อนการปฏิวัติ ซึ่งตรงข้ามกับระบอบรัฐธรรมนูญที่สถาปนาขึ้นหลังการปฏิวัติ ศัพท์ที่ใช้กันอยู่ก่อนตั้งแต่ปลายทศวรรษ 2420 เป็นอย่างช้าและเป็นที่คุ้นเคยกว่าคือ “แอบโสลูดมอนากี” (สะกดต่างกันบ้างในแต่ละที่) ทับศัพท์จากภาษาอังกฤษ ซึ่งในเวลาต่อมาจะถูกบัญญัติเป็น “สมบูรณาญาสิทธิราชย์” คำนี้ เริ่มปรากฏอยู่ในหนังสือกราบบังคมทูลถวายความเห็นเรื่องจัดการปกครองต่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวใน พ.ศ. 2428 โดยเจ้านายและข้าราชการที่ออกไปประจำยุโรปนำโดยพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าปฤษฎางค์ และถูกนิยามไว้ว่าหมายถึง “ประเพณีปัจจุบันนี้ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวต้องทรงพระราชวินิจฉัยราชการบ้านเมืองทุกสิ่งไปในพระองค์”[[#_ftn1|[1]]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; ในการนิยามระบอบการปกครองก่อน พ.ศ. 2475 เข้ากับสมบูรณาญาสิทธิราชย์ที่เริ่มขึ้นตั้งแต่ก่อนการปฏิรูประบบราชการและการรวมอำนาจเข้าสู่ศูนย์กลางจะสำเร็จนั้น พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเองก็มีพระราชดำริทำนองเดียวกัน ในพระราชดำรัสตอบคำกราบบังคมทูลของเจ้านายและข้าราชการข้างต้น ทรงมองพระองค์เองว่าทรง “อำนาจ ซึ่งเรียกว่าแอบโซลูด”[[#_ftn2|[2]]] หรือใน “พระบรมราชาธิบายแก้ไขการปกครองแผ่นดิน” ที่ทรงแถลงใน พ.ศ. 2430 ก็ทรงระบุว่าถือกันมาแต่เดิมว่ากษัตริย์มีพระบรมราชานุภาพเป็นล้นพ้น “ไม่มีข้อใดสิ่งอันใดหรือผู้ใดจะเป็นผู้บังคับขัดขวางได้”[[#_ftn3|[3]]] ทว่าพระองค์ไม่ได้แสดงพระราชดำริไว้ชัดเจนว่าในสายพระเนตรนั้น สมบูรณาญาสิทธิราชย์ไทยจะย้อนกลับไปไกลขนาดไหน แต่ก็เป็นที่แน่ชัดพอว่าชนชั้นนำไทยเริ่มนึกถึงสมบูรณาญาสิทธิราชย์ในฐานะระบอบการปกครองที่เป็นอยู่ยามนั้นแล้ว&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; อย่างไรก็ดี การนิยามการปกครองเข้ากับระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์โดยชนชั้นนำก็มิได้ปรากฎอย่างตรงไปตรงมามากนัก เป็นไปได้ว่าเนื่องจากแนวคิดทางการเมืองอื่นๆ ที่เป็นปฏิปักษ์กับสมบูรณาญาสิทธิราชย์ได้เริ่มแพร่หลายและทำให้ระบอบการเมืองดังกล่าวมีความหมายเป็นลบ เช่น ใน “บันทึกว่าด้วยความเสื่อมซามและความเจริญของประเทศ” ที่แสดงความคิดทางการเมืองของ ร.อ. ขุนทวยหารพิทักษ์ (เหล็ง ศรีจันทร์) หนึ่งในผู้นำคณะ ร.ศ. 130 ว่า “แอ๊บโซลุ๊ดมอนนากี” หรือ “กระษัตริย์อยู่เหนือกฎหมาย” เป็นการปกครองที่เอื้อให้กษัตริย์ “จะกระทำการชั่วร้ายอย่างหนึ่งอย่างใดก็ทำได้” โดยไม่ได้คำนึงถึงความเดือนร้อนของประชาชน และเป็นวิธีการปกครองที่จะทำให้ประเทศทรุดโทรมลงโดยเร็วและพบกับความวินาศ[[#_ftn4|[4]]] ต่างจาก “ลิมิตเต็ดมอนากี” ที่กษัตริย์ต้องอยู่ใต้กฎหมาย และ “รีปัปลิ๊ก” ที่ยกเลิกกษัตริย์ไป&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; ชนชั้นนำดูจะตระหนักถึงความหมายด้านลบของสมบูรณาญาสิทธิราชย์ที่แพร่ไปและเลี่ยงที่จะนิยามการปกครองให้หมายถึงการทรงอำนาจเด็ดขาดของกษัตริย์ เช่น ในพระปาฐกถาของสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ เรื่อง “ลักษณะการปกครองประเทศสยามแต่โบราณ” ใน พ.ศ. 2470 ทรงหันไปชี้ว่าวิธีการปกครองของไทยตั้งแต่สมัยสุโขทัยคือ “บิดาปกครองบุตร (Paternal Government)” ส่วนขนบธรรมเนียม “นายปกครองบ่าว (Autocratic Government)” เป็นอิทธิพลขอมที่รับเข้ามาใช้ในสมัยอยุธยาโดยเฉพาะในรัชสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ[[#_ftn5|[5]]] หรือใน &#039;&#039;หลักไทย&#039;&#039; ของขุนวิจิตรมาตรา (สง่า กาญจนาคพันธุ์) ซึ่งเป็นหนังสือที่ได้รับรางวัลพระราชทานใน พ.ศ. 2471 (ตามปฏิทินเดิม) ก็ใช้คำว่า “ประเพณีมีพระมหากษัตริย์ปกครอง” แทน และย้ำว่ากษัตริย์ไทยทรงถือประเพณีอย่างบิดาปกครองบุตร ไม่ใช่อย่างนายปกครองป่าว[[#_ftn6|[6]]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; กระทั่งก่อนการปฏิวัติ พ.ศ. 2475 “สมบูรณาญาสิทธิราชย์” ก็ยังไม่น่าจะถูกบัญญัติขึ้นมาใช้เป็นศัพท์การเมือง ในช่วงนี้ หากไม่ใช้ทับศัพท์จากภาษายุโรปที่เป็นต้นทางก็มักใช้วิธีการแปลความออกเป็นนามวลีที่พอจะครอบคลุมความหมายของศัพท์เดิมได้ ดังในเอกสาร &#039;&#039;คำอธิบายกฎหมายปกครอง&#039;&#039; ของหลวงประดิษฐ์มนูธรรม (ปรีดี พนมยงค์) เมื่อ พ.ศ. 2474 ใช้คำว่า “รัฐบาลราชาธิปตัยอำนาจไม่จำกัด” โดยให้ความหมายว่า “พระเจ้าแผ่นดินมีอำนาจทำการใดๆ ได้โดยไม่จำกัด และใช้พระราชอำนาจด้วยพระองค์เอง”[[#_ftn7|[7]]] ส่วนในสื่อสิ่งพิมพ์สาธารณะยังคงนิยมใช้ทับศัพท์จากภาษาอังกฤษมากกว่า อาทิ &#039;&#039;กรุงเทพฯ เดลิเมล์&#039;&#039; (11 กรกฎาคม พ.ศ. 2465) ใช้ “แอบสลูดมอนากี” หรือ &#039;&#039;ไทยหนุ่ม&#039;&#039; (1 เมษายน พ.ศ. 2472) ใช้ “แอ๊บโซลุดโมนาร์กี” เป็นต้น[[#_ftn8|[8]]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; เป็นไปได้ว่า “สมบูรณาญาสิทธิราชย์” ที่เป็นคำนิยามระบอบการปกครองก่อนการปฏิวัติจะถูกใช้อย่างเป็นทางการครั้งแรกๆ ในบทปรารภของ &#039;&#039;รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม&#039;&#039; (พ.ศ. 2475) โดยมีความหมายตรงข้ามกับหลักการที่ “อำนาจสูงสุดของประเทศนั้นเป็นของราษฎรทั้งหลาย” หรือการที่ “อำนาจอธิปไตยย่อมมาจากปวงชน”[[#_ftn9|[9]]] กระนั้น ศัพท์ดังกล่าวก็ไม่ได้ถูกใช้ในความหมายลบ ซึ่งคงเป็นผลจากการประนีประนอมทางการเมืองกันระหว่างคณะราษฎรกับพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ซ้ำบทปรารภนั้นยังประกาศความชอบธรรมให้กับระบอบดังกล่าวด้วย โดยระบุว่าตลอดระยะ 150 ปีที่กษัตริย์ราชวงศ์จักรีปกครองประเทศมาด้วยระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์นั้น ได้นำมาซึ่งความเจริญโดยลำดับ จนพร้อมที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวจะพระราชทานรัฐธรรมนูญและโอกาสให้ประชาชนได้มีส่วนมีเสียงในการปกครองตามแบบอารยประเทศ[[#_ftn10|[10]]] นับจากนี้ ศัพท์ใหม่นี้ก็น่าจะเป็นที่รู้จัก ยอมรับ และใช้กันแพร่หลายมากขึ้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== กำเนิดสมบูรณาญาสิทธิราชย์ไทย: ข้อถกเถียงสำคัญ ==&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; หลัง พ.ศ. 2475 ข้อถกเถียงเกี่ยวกับสมบูรณาญาสิทธิราชย์ไทยไม่ได้มุ่งที่ประเด็นความชอบธรรมของระบอบดังกล่าวอย่างเดียว กำเนิดของมันจะเป็นอีกหนึ่งข้อถกเถียงสำคัญทางประวัติศาสตร์ว่าด้วยรูปแบบและพัฒนาการของรัฐไทยโดยเฉพาะในช่วงหลัง พ.ศ. 2516 เนื่องจากความเข้าใจและการมองพัฒนาการทางประวัติศาสตร์ของสังคมที่แตกต่างกัน ปัญหาถกเถียงนี้เริ่มเห็นได้ในงานของหลวงวิจิตรวาทการ (ชื่อเดิม กิมเหลียง วัฒนปฤดา) เรื่อง การเมืองการปกครองสยาม (พ.ศ. 2475) ที่อธิบายว่ากษัตริย์มีอำนาจอย่างสมบูรณ์ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว[[#_ftn11|[11]]] ส่วนข้ออธิบายที่ต่างไปจะอยู่ในงานของ ม.ร.ว.ทรงสุจริต นวรัตน์ เรื่อง สยามรัฐปฏิวัติ (&#039;Siam Refomation) (พ.ศ. 2479) ที่ชี้ว่าสมบูรณาญาสิทธิราชย์เริ่มขึ้นในสมัยกรุงธนบุรีที่กษัตริย์มีอำนาจเด็ดขาดสมบูรณ์และรวมศูนย์ ขณะที่การปกครองในสมัยอยุธยาเป็นแบบปริมิตตาญาสิทธิราชย์ และในสมัยสุโขทัยและน่านเจ้าเป็นแบบปิตุราชาธิปไตย[[#_ftn12|[12]]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; การถกเถียงดังกล่าวเป็นประเด็นขึ้นอีกตั้งแต่ทศวรรษ 2500 และนำไปสู่ข้อถกเถียง 2 แนวทางหลัก แนวทางแรกจะเสนอถึงความสืบเนื่องของระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ว่าดำรงคงอยู่มาแล้วตั้งแต่ก่อนหน้ารัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ไม่ได้มีความเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด แม้จะมีความผันผวนทางการเมืองเกิดขึ้นบ้าง แต่ก็เป็นผลต่อการเปลี่ยนแปลงตัวผู้นำทางการเมืองเท่านั้น ไม่ใช่ระบอบ อีกแนวทางหนึ่ง มองว่าสมบูรณาญาสิทธิราชย์ไทยเพิ่งถือกำเนิดขึ้นในครึ่งแรกของพุทธศตวรรษที่ 25 เมื่อมีการปฏิรูปการปกครองที่มุ่งหมายให้กษัตริย์มีพระราชอำนาจเด็ดขาดในการบริหาร ซึ่งริดรอนอำนาจของขุนนาง เจ้าประเทศราช และสถาบันสงฆ์ลงไป[[#_ftn13|[13]]] โดยในปัจจุบัน คำอธิบายในแนวทางหลังเป็นที่ยอมรับกันแล้วในวงวิชาการประวัติศาสตร์ และค่อนข้างเป็นที่ยอมรับกันทั่วไปนอกวงวิชาการด้วย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; ตัวอย่างงานที่อธิบายในแนวทางแรก ได้แก่ งานของจิตร ภูมิศักดิ์ เรื่อง โฉมหน้าศักดินาไทย (พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2500) &amp;amp;nbsp;ที่ใช้ศัพท์ “สมบูรณาญาสิทธิราชย์” นิยามระบอบการปกครองของสังคมศักดินา ซึ่งสำหรับในสังคมไทยนั้น เริ่มพัฒนาขึ้นตั้งแต่สมัยสุโขทัย[[#_ftn14|[14]]] พระนิพนธ์ของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ เรื่อง Lords of Life: A History of the Kings of Thailand ซึ่งต่อมาทรงแปลเป็นไทยในชื่อ เจ้าชีวิต&#039;: พงศาวดาร 9 รัชกาลแห่งราชวงศ์จักรี (พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2504) แม้จะไม่ได้ระบุถึงต้นกำเนิดระบอบดังกล่าว แต่ก็ชี้ว่าสมัยสมบูรณาญาสิทธิราชย์ถอยกลับไปเกินกว่ารัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว[[#_ftn15|[15]]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; อีกเล่มคืองานในภาคภาษาอังกฤษของรอง ศยามานนท์ เรื่อง &#039;&#039;A History of Thailand&#039;&#039; (พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2514) ชี้ว่าสมบูรณาญาสิทธิราชย์ (absolute monarchy) เริ่มต้นในสมัยอยุธยาตั้งแต่รัชสมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 ที่กษัตริย์ทรงเริ่มเป็นเอกาธิปัตย์ (autocrat) และไม่ได้ธำรงความสัมพันธ์กับราษฎรอย่างพ่อปกครองลูกตามแบบสมัยสุโขทัยอีกต่อไป อธิบายคล้ายกับสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพว่าสมบูรณาญาสิทธิราชย์ไทยได้รับอิทธิพลมาจากขอม หมายถึงการทรงสิทธิ์ขาดในการปกครองของกษัตริย์ที่เป็นทั้งเจ้าชีวิตและเจ้าแผ่นดิน และสิ้นสุดลงเนื่องจาก “การเปลี่ยนแปลงการปกครอง (revolution)” ในเช้าวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475 งานภาคภาษาไทยในยุคหลังของรอง คือ &#039;&#039;ประวัติศาสตร์ไทยฉบับประชาชน&#039;&#039; (พิมพ์ พ.ศ. 2527) ก็ยังยืนยันข้อเสนอข้างต้นอยู่เช่นเดิม[[#_ftn16|[16]]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; บทความของฉัตรทิพย์ นาถสุภา เรื่อง “วิวัฒนาการระบบเศรษฐกิจไทย” (พ.ศ. 2517) เป็นงานชิ้นสำคัญอีกชิ้นในกลุ่มแรก[[#_ftn17|[17]]] แต่ชิ้นสำคัญที่สุดในกลุ่มนี้ที่ปรากฏขึ้นหลัง พ.ศ. 2516 คืองานของนักรัฐศาสตร์กระแสหลักอย่างชัยอนันต์ สมุทวณิช เรื่อง &#039;&#039;ศักดินากับพัฒนาการของสังคมไทย&#039;&#039; (พ.ศ. 2519) และ “บทนำ” ใน การเมือง&#039;– การปกครองไทยสมัยใหม่: รวมงานวิจัยทางประวัติศาสตร์และรัฐศาสตร์ (พ.ศ. 2522) ซึ่งชัยอนันต์เขียนร่วมกับสุวดี เจริญพงศ์ ทั้งสองชิ้นนี้เสนอไปในทางเดียวกันว่าสมบูรณาญาสิทธิราชย์ไทยดำรงอยู่มายาวนานก่อนหน้าการปฏิรูปในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวแล้ว การปฏิรูปดังกล่าวซึ่งภายหลังจะถือกันว่าเป็นหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญของการกำเนิดสมบูรณาญาสิทธิราชย์นั้น ถือเป็นเพียงการปรับปรุงกลไกการบริหารเท่านั้น และมีเป้าหมายเพื่อป้องกันการแทรกแซงจากมหาอำนาจตะวันตก[[#_ftn18|[18]]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; อย่างไรก็ดี แม้งานในกลุ่มแรกจะยืนยันถึงความสืบเนื่องยาวนานของระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ แต่บางเล่มในระยะหลังก็ไม่ปฏิเสธและตระหนักถึงความแตกต่างของระบอบดังกล่าวก่อนและหลังรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เช่น งานศึกษาของเบนจามิน เอ. บัทสัน (Benjamin A. Batson) เรื่อง &#039;&#039;The End of Absolute Monarchy in Siam&#039;&#039; (พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2527) ซึ่งต่อมาได้รับการแปลเป็นไทยในชื่อ &#039;&#039;อวสานสมบูรณาญาสิทธิราชย์ในสยาม&#039;&#039; (พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2543) ที่ชี้ว่าระบอบดังกล่าวสมบูรณ์กว่าที่เคยเป็นมาเมื่อมีการปรับปรุงโครงสร้างการบริหารราชการและการรวบอำนาจเข้าสู่ศูนย์กลาง[[#_ftn19|[19]]] เท่ากับว่าน้ำหนักของข้อถกเถียงแรกจะค่อยๆ เริ่มลดน้อยลงในขณะที่ข้อถกเถียงหลังก็ทยอยนำเสนอออกมา&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; ส่วนแนวทางหลังนั้นจะค่อยๆ ถูกเสนอในงานวิชาการช่วงหลัง พ.ศ. 2516 และจะพัฒนาข้อเสนอขึ้นเป็นระบบจนเป็นที่ยอมรับในเวลาต่อมา เริ่มโดยบทความของชาญวิทย์ เกษตรศิริ เรื่อง “ผู้นำแต่ละรุ่นในประวัติศาสตร์ไทย” (พ.ศ. 2517) ซึ่งภายหลังได้รับการแปลเป็นภาษาอังกฤษในชื่อ “Each Generation of Elites in Thai History” (พ.ศ. 2519) ได้กำหนดช่วงเวลาทางประวัติศาสตร์ของระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ว่าอยู่ระหว่าง พ.ศ. 2435-2475 คือเริ่มต้นเมื่อกลุ่มสยามหนุ่มขึ้นสู่อำนาจและดำเนินการปฏิรูประบบราชการ ซึ่งหมายถึงการกำเนิดรัฐชาติและการมีศูนย์กลางอำนาจอยู่ที่กรุงเทพฯ[[#_ftn20|[20]]] งานเชิงวิพากษ์ชิ้นสำคัญที่ท้าทายสัจพจน์ในไทยศึกษาช่วงก่อนเหตุการณ์ 6 ตุลา (พ.ศ. 2519) ของเบเนดิคท์ แอนเดอร์สัน (Benedict Anderson) เรื่อง “The Studies of Thai State: The State of Thai Studies” (เสนอครั้งแรก พ.ศ. 2521) ก็ชี้ว่ารัฐสมบูรณาญาสิทธิ์ไทยมีระยะเวลาที่สั้นกว่าของยุโรปและแสดงนัยว่าถอยกลับไปได้ถึงช่วงการปฏิรูปรวมศูนย์ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวในบริบทอาณานิคมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เท่านั้น[[#_ftn21|[21]]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; ต้นทศวรรษ 2520 ข้อถกเถียงทำนองนี้จะได้รับการยืนยันต่ออีกในงานประวัติศาสตร์ไทยเชิงวิพากษ์ที่โต้แย้งกับประวัติศาสตร์นิพนธ์สำนักดำรงราชานุภาพ ซึ่งส่วนหนึ่งคงได้รับอิทธิพลจากแนวคิดใหม่ในงานเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษาในทศวรรษนั้นที่ยังอยู่ในกระแสประวัติศาสตร์อิสระ (autonomous history) และมีแนวโน้มจะปฏิเสธการนิยามความเป็นสมบูรณาญาสิทธิราชย์ให้กับรัฐก่อนสมัยใหม่ด้วย[[#_ftn22|[22]]] ตัวอย่างงานเช่นนี้คืองานวิจัยของนิธิ เอียวศรีวงศ์ เรื่อง “วัฒนธรรมกระฎุมพีกับวรรณกรรมต้นรัตนโกสินทร์” (พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2525) ที่ศึกษาโลกทัศน์ใหม่ในสมัยกรุงเทพฯ ตอนต้นที่มาพร้อมกับความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งแม้จะไม่ได้ศึกษาที่มาของระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ไทยโดยตรง แต่ในท้ายความของงานได้ตั้งข้อถกเถียงขึ้นว่าประเทศไทยเพิ่งเข้าสู่ระบอบดังกล่าวอย่าง “เต็มตามความหมายของคำนี้อย่างสมบูรณ์” เป็นครั้งแรกเมื่อมีการปฏิรูปการปกครองในครึ่งแรกของพุทธศตวรรษที่แล้ว[[#_ftn23|[23]]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; บทความปาฐกถาของสมเกียรติ วันทะนะ เรื่อง “รัฐสมบูรณาญาสิทธิ์ในสยาม 2435-2475” (พ.ศ. 2525) ที่ได้รับอิทธิพลจากมาร์กซิสต์ตะวันตก (Western Marxist) ในงานของเปอร์รี แอนเดอร์สัน (Perry Anderson) ถือเป็นงานชิ้นสำคัญที่สุดของแนวทางหลังนี้และให้คำอธิบายอย่างค่อนข้างเป็นระบบในหลายประเด็น ในบทความ สมเกียรติเสนอให้เห็นว่าหากใช้เกณฑ์ต่างๆ ต่อไปนี้ในการพิจารณาความเป็นรัฐสมบูรณาญาสิทธิ์ของรัฐไทยก็จะเห็นได้ว่าลักษณะดังกล่าวจำกัดอยู่ในช่วง พ.ศ. 2435-2475 ได้แก่ (1) หน่วยของสังคมที่มีความชัดเจนขึ้นในแง่ต่างๆ ได้แก่ กำหนดแดน ชาติ ภูมิลำเนา อำนาจแห่งการปกครอง ศาสนา และพงศาวดาร (2) เศรษฐกิจที่เคยมีผลประโยชน์กระจายตามศูนย์อำนาจต่างๆ ได้แปรสภาพมาสู่การรวมศูนย์แทน (3) โครงสร้างการเมืองที่มีลักษณะการใช้อำนาจเหนือดินแดนอย่างมีแบบแผนแน่นอนเป็นลำดับ การเก็บหรือขูดรีดค่าเช่าได้เปลี่ยนมือจากเจ้าขุนมูลนายมาสู่กษัตริย์ และกลไกอำนาจรัฐมีลักษณะแบ่งอำนาจหน้าที่อย่างชัดเจนและทันสมัยขึ้น ทั้งยังโยกย้ายอำนาจปกครองจากขุนนางมาสู่กษัตริย์กับพระราชวงศ์[[#_ftn24|[24]]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; ถัดมา สมเกียรติได้เสนอบทความ “สองศตวรรษของรัฐและประวัติศาสตร์นิพนธ์ไทย” (พ.ศ. 2527) โดยขยับปีกำเนิดรัฐสมบูรณาญาสิทธิ์ไทยให้ถอยไปที่ พ.ศ. 2428 ซึ่งเป็นปีที่มีการประกาศเลิกธรรมเนียมการมีวังหน้า[[#_ftn25|[25]]] ข้อเสนอแนวทางนี้ได้รับการยืนยันอีกครั้งในงานวิจัยของนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ เรื่อง การปฏิวัติสยาม พ.ศ. &#039;2475 (พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2535) ที่เสนอว่าสมบูรณาญาสิทธิราชย์เป็น “ปรากฏการณ์ชั่วคราว” ระหว่างการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองจากรัฐโบราณมาสู่รัฐประชาชาติ คือจากรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวถึงการปฏิวัติใน พ.ศ. 2475[[#_ftn26|[26]]] งานศึกษาชั้นหลังจากนี้ไปก็มักตั้งต้นสมบูรณาญาสิทธิราชย์ที่รัชสมัยดังกล่าว แต่อาจนับปีกำเนิดไม่ตรงกันบ้าง[[#_ftn27|[27]]] ทำให้ข้อถกเถียงแนวทางหลังนี้เป็นที่ยอมรับกว้างขวางขึ้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== ประเด็นถกเถียงอื่นๆ ==&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; ขณะที่ปัญหาว่าด้วยกำเนิดสมบูรณาญาสิทธิราชย์ไทยค่อนข้างเป็นที่ยุติแล้ว ประเด็นว่าด้วยคุณูปการของสมบูรณาญาสิทธิราชย์ต่อพัฒนาการของประชาธิปไตยจะเป็นปัญหาถกเถียงสำคัญต่อมา กล่าวคือคุณูปการนั้นควรจะตกอยู่กับสมบูรณาญาสิทธิราชย์หรือไม่ สำหรับงานเขียนของกลุ่มกษัตริย์นิยมที่เริ่มออกมาในทศวรรษ 2490 และยิ่งมากขึ้นหลัง พ.ศ. 2500 ได้ยกย่องเทิดทูนพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวในฐานะพระบิดาประชาธิปไตย พร้อมกับกล่าวโทษคณะราษฎรว่าคือจุดเริ่มต้นของเผด็จการทหาร ไม่ได้สร้างประชาธิปไตย และชิงอำนาจจากกษัตริย์ที่ประสงค์จะสร้างระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริงอยู่แล้ว[[#_ftn28|[28]]] ในช่วงก่อน 14 ตุลา (พ.ศ. 2516) บทความของชัยอนันต์ สมุทวณิช เรื่อง “การปูพื้นฐานการปกครองแบบประชาธิปไตยในสมัยราชาธิปไตย” ใน &#039;&#039;สัตว์การเมือง&#039;&#039; (พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2513) ก็เป็นงานวิชาการแรกที่ยืนยันทัศนะแบบกษัตริย์นิยมข้างต้น[[#_ftn29|[29]]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; งานของชัยอนันต์มีผลครอบงำวงวิชาการในทศวรรษนั้นและต่อมาด้วย แม้แต่ขบวนการนิสิตนักศึกษาที่ต่อต้านรัฐบาลทหารในช่วง 14 ตุลา ก็รับเอาคำอธิบายเช่นนี้มาเป็นทัศนะของตัวเอง[[#_ftn30|[30]]] งานในช่วงถัดมาของชัยอนันต์ร่วมกับขัตติยา กรรณสูต เรื่อง เอกสารการเมือง – การปกครองไทย พ.ศ. 2417-2477 (พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2518) ก็ยังยืนยันคำอธิบายนี้อยู่ โดยชี้ว่ากระแสประชาธิปไตยเริ่มขึ้นก่อนที่นักเรียนไทยในยุโรปจะจัดตั้งคณะราษฎรขึ้นแล้ว คือตั้งแต่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว แม้ในช่วงนั้น ประชาธิปไตยยังไม่ได้รับการเทิดทูนนัก แต่ก็มีการเปลี่ยนแปลงความคิดเกี่ยวกับคุณค่าความเป็นมนุษย์ และรัฐบาลสมบูรณาญาสิทธิราชย์ก็ปรารถนาจะปกครองราษฎรให้ได้รับความสุขสมบูรณ์โดยทั่วถึง และแม้จะยังไม่เปลี่ยนแปลงไปสู่ระบอบประชาธิปไตย แต่ก็เริ่มมีการทดลองระบอบดังกล่าวในรัชสมัยต่อมา[[#_ftn31|[31]]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; ปัจจุบัน คำอธิบายข้างต้นถูกท้าทายเป็นอย่างมาก คุณปการของสมบูรณาญาสิทธิราชย์ต่อระบอบประชาธิปไตยถูกปฏิเสธจนไม่ใช่คำอธิบายที่ครอบงำต่อไป บทความของนิธิ เอียวศรีวงศ์ เรื่อง “ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ไทย” (พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2537) ชี้ให้เห็นถึงว่าเป็นความเข้าใจที่พลาดหากมองว่าสมบูรณาญาสิทธิราชย์ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวได้พยายามวางรากฐานของประชาธิปไตย นิธิพลิกข้อเสนอดังกล่าวและเสนอข้อถกเถียงใหม่ว่าความพยายามปฏิรูปในรัชสมัยดังกล่าวเป็นไปเพื่อสร้างระบบระเบียบแก่ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ต่างหาก ร่างรัฐธรรมนูญที่จัดทำขึ้นและยกย่องกันในภายหลังว่าเป็นเอกสารประชาธิปไตยนั้น ไม่ใช่รัฐธรรมนูญในระบอบประชาธิปไตยแน่นอน[[#_ftn32|[32]]] ข้อเสนอเช่นนี้จะได้รับการพิสูจน์ด้วยข้อมูลให้เห็นชัดขึ้นไปอีกในงานศึกษาระยะหลังด้วย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; นอกจากข้อถกเถียงว่าด้วยคุณูปการต่อประชาธิปไตยแล้ว หลังการรัฐประหารใน พ.ศ. 2549 การสิ้นสุดลงหรือไม่ของสมบูรณาญาสิทธิราชย์ทั้งในแง่ที่เป็นยุคสมัยและรูปแบบรัฐได้กลายมาเป็นปัญหาถกเถียงล่าสุดอย่างน้อยในวงวิชาการ เนื่องจากสถานะของสถาบันกษัตริย์ได้กลับมาเป็นหัวข้อที่สนใจอีกครั้ง[[#_ftn33|[33]]] รวมถึงลักษณะสมบูรณาญาสิทธิราชย์ที่เห็นได้ในปัจจุบันด้วย บทความออนไลน์ของสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล เรื่อง “สมบูรณาญาสิทธิราชในรัฐธรรมนูญ 2540” (พ.ศ. 2550) ชี้ว่าหากพิจารณารัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ. 2540 ว่าด้วยการกำหนดการสืบราชสันตติวงศ์และการแก้ไขกฎมณเฑียรบาลที่ยกให้เป็นอำนาจของกษัตริย์ก็จะเห็นได้ว่ากษัตริย์มีอำนาจสมบูรณาญาสิทธิราชย์ในประเด็นนี้ ส่วนองค์กรรัฐที่มาจากประชาชนไม่มีอำนาจใดๆ[[#_ftn34|[34]]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; ต่อมา ธงชัย วินิจจะกูลได้เสนอปาฐกถาชื่อ “มรดกสมบูรณาญาสิทธิราชย์ในปัจจุบัน” (พ.ศ. 2554) แม้จะเน้นต่างไปจากประเด็นของสมศักดิ์ แต่ก็อภิปรายให้เห็นว่าคุณลักษณะบางอย่างหรือมรดกของสมบูรณาญาสิทธิราชย์ยังสืบเนื่องต่อมาหลัง พ.ศ. 2475 ถึงปัจจุบัน ได้แก่ ลักษณะของรัฐ ระบบการปกครอง อำนาจอธิปไตย วัฒนธรรมทางภูมิปัญญา และสถาบันกษัตริย์[[#_ftn35|[35]]] ประเด็นถกเถียงล่าสุดทั้งสองนี้ไม่มีข้อสรุปร่วมกันแต่อย่างใด ต่างจากประเด็นกำเนิดสมบูรณาญาสิทธิราชย์ที่ค่อนข้างมีความเห็นร่วมกันแล้วว่าไม่ไกลเกินไปกว่ารัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทั้งนี้ เนื่องจากการตีความและพื้นฐานอุดมการณ์ทางการเมืองที่ไม่ลงรอยกัน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== บรรณานุกรม ==&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
กำพล จำปาพันธ์, &#039;&#039;การเมืองการปกครองของกรุงสยาม ของหลวงวิจิตรวาทการ&#039;&#039; [ออนไลน์], 2558, เข้าถึงได้จาก: [http://v1.midnightuniv.org/midnight2545/document9557.html http://v1.midnightuniv.org/midnight2545/document9557.html] (23 กันยายน 2559)&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เก่งกิจ กิติเรียงลาภ.&amp;amp;nbsp; “สถานะของวิวาทะว่าด้วยการเปลี่ยนรูปของรัฐไทยภายหลัง 2475.”&amp;amp;nbsp; &#039;&#039;จุลสารหอจดหมายเหตุธรรมศาสตร์&#039;&#039; ฉบับที่ 16 (มิถุนายน 2555-พฤษภาคม 2556), หน้า 10-36.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
จิตร ภูมิศักดิ์.&amp;amp;nbsp; &#039;&#039;โฉมหน้าศักดินาไทย&#039;&#039;.&amp;amp;nbsp; กรุงเทพฯ: ชมรมหนังสือแสงตะวัน, 2517.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
จุลจักรพงษ์, พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้า.&amp;amp;nbsp; &#039;&#039;เจ้าชีวิต: พงศาวดาร 9 รัชกาลแห่งราชวงศ์จักรี&#039;&#039;.&amp;amp;nbsp; พิมพ์ครั้งที่ 6.&amp;amp;nbsp; กรุงเทพฯ: ริเวอร์ บุ๊คส์, 2554.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ฉัตรทิพย์ นาถสุภา และคณะ (บก.).&amp;amp;nbsp; &#039;&#039;สถานภาพไทยศึกษา: การสำรวจเชิงวิพากษ์&#039;&#039;.&amp;amp;nbsp; เชียงใหม่: ตรัสวิน (ซิลค์เวอร์มบุ๊คส์), 2543.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ชัยอนันต์ สมุทวณิช และขัตติยา กรรณสูต.&amp;amp;nbsp; &#039;&#039;เอกสารการเมือง – การปกครองไทย พ.ศ. 2417-2477&#039;&#039;.&amp;amp;nbsp; กรุงเทพฯ: โครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ สมาคมสังคมศาสตร์แห่งประเทศไทย, 2518).&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ชัยอนันต์ สมุทวณิช และสุวดี เจริญพงศ์ (บก.).&amp;amp;nbsp; &#039;&#039;การเมือง – การปกครองไทยสมัยใหม่: รวมงานวิจัยทางประวัติศาสตร์และรัฐศาสตร์&#039;&#039;.&amp;amp;nbsp; กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 2522.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ณัฐพล ใจจริง.&amp;amp;nbsp; &#039;&#039;ขอฝันใฝ่ในฝันอันเหลือเชื่อ&amp;amp;nbsp;: ความเคลื่อนไหวของขบวนการปฏิปักษ์ปฏิวัติสยาม&#039;&#039;.&amp;amp;nbsp; กรุงเทพฯ: ฟ้าเดียวกัน, 2556.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ดำรงราชานุภาพ, สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยา. &amp;amp;nbsp;&#039;&#039;ประชุมพระนิพนธ์ สรรพความรู้&#039;&#039;.&amp;amp;nbsp; กรุงเทพฯ: ศยามปริทัศน์, 2555.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ธงชัย วินิจจะกูล. &amp;amp;nbsp;“มรดกสมบูรณาญาสิทธิราชย์ในปัจจุบัน.” &amp;amp;nbsp;&#039;&#039;ฟ้าเดียวกัน&#039;&#039; ปีที่ 9 ฉบับที่ 2 (เมษายน-มิถุนายน 2554), หน้า 45-58.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
นครินทร์ เมฆไตรรัตน์. &amp;amp;nbsp;&#039;&#039;การปฏิวัติสยาม พ.ศ. &#039;&#039;&#039;&#039;2475&#039;&#039;&#039;&#039;&#039;&amp;lt;b&amp;gt;.&amp;amp;nbsp; กรุงเทพฯ: มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์, 2535.&amp;lt;/b&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
นครินทร์ เมฆไตรรัตน์.&amp;amp;nbsp; “การเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 ของสยาม: พรมแดนแห่งความรู้.”&amp;amp;nbsp; &#039;&#039;วารสารธรรมศาสตร์&#039;&#039; ปีที่ 11 ฉบับที่ 2 (มิถุนายน 2525), หน้า 7-39.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
นิธิ เอียวศรีวงศ์.&amp;amp;nbsp; &#039;&#039;ชาติไทย, เมืองไทย, แบบเรียนและอนุสาวรีย์ ว่าด้วยวัฒนธรรม, รัฐ และรูปการจิตสำนึก&#039;&#039;.&amp;amp;nbsp; พิมพ์ครั้งที่ 3.&amp;amp;nbsp; กรุงเทพฯ: มติชน, 2557.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
นิธิ เอียวศรีวงศ์. &amp;amp;nbsp;&#039;&#039;ปากไก่และใบเรือ: รวมความเรียงว่าด้วยวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ต้นรัตนโกสินทร์&#039;&#039;.&amp;amp;nbsp; พิมพ์ครั้งที่ 4.&amp;amp;nbsp; นนทบุรี: ฟ้าเดียวกัน, 2555.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
บัทสัน, เบนจามิน เอ.&amp;amp;nbsp; &#039;&#039;อวสานสมบูรณาญาสิทธิราชย์ในสยาม&#039;&#039;.&amp;amp;nbsp; แปลโดย พรรณงาม เง่าธรรมสาร, สดใส ขันติวรพงศ์ และศศิธร รัชนี ณ อยุธยา.&amp;amp;nbsp; พิมพ์ครั้งที่ 2.&amp;amp;nbsp; กรุงเทพฯ: มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์, 2547.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
รอง ศยามานนท์.&amp;amp;nbsp; &#039;&#039;ประวัติศาสตร์ไทยฉบับประชาชน&#039;&#039;.&amp;amp;nbsp; กรุงเทพฯ: ศักดิโสภาการพิมพ์, 2527.&amp;amp;nbsp; (พิมพ์เป็นอนุสรณ์ในการฌาปนกิจศพ หม่อมหลวงนงเยาว์ ศยามานนท์ ณ เมรุวัดธาตุทอง กทม. วันพฤหัสบดีที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2527)&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;ราชกิจจานุเบกษา&#039;&#039; เล่ม 49 (27 มิถุนายน 2475), หน้า 166-179; เล่ม 49 (10 ธันวาคม 2475), หน้า 529-551.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
วิจิตรมาตรา, ขุน. &amp;amp;nbsp;&#039;&#039;หลักไทย&#039;&#039;.&amp;amp;nbsp; พิมพ์ครั้งที่ 5.&amp;amp;nbsp; พระนคร: สาส์นสวรรค์, 2510.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
สมเกียรติ วันทะนะ.&amp;amp;nbsp; “รัฐสมบูรณาญาสิทธิ์ในสยาม 2435-2475.”&amp;amp;nbsp; &#039;&#039;วารสารสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์&#039;&#039; (มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์) ปีที่ 17 ฉบับที่ 1 (มิถุนายน 2533), หน้า 23-44.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
สมเกียรติ วันทะนะ.&amp;amp;nbsp; “สองศตวรรษของรัฐและประวัติศาสตร์นิพนธ์ไทย.”&amp;amp;nbsp; &#039;&#039;วารสารธรรมศาสตร์&#039;&#039; ปีที่ 13 ฉบับที่ 3 (กันยายน 2527), หน้า 152-171.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล. &amp;amp;nbsp;&#039;&#039;ประวัติศาสตร์ที่เพิ่งสร้าง&#039;&#039;. &amp;amp;nbsp;กรุงเทพฯ: 6 ตุลารำลึก, 2544.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล.&amp;amp;nbsp; &#039;&#039;สมบูรณาญาสิทธิราชในรัฐธรรมนูญ &#039;&#039;&#039;&#039;2540&#039;&#039;&#039;&#039;&#039;&amp;lt;b&amp;gt;[ออนไลน์], 2550, เข้าถึงได้จาก: [http://somsakwork.blogspot.com/2007/07/blog-post.html http://somsakwork.blogspot.com/2007/07/blog-post.html] (25 กันยายน 2559)&amp;lt;/b&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
สายชล สัตยานุรักษ์.&amp;amp;nbsp; &#039;&#039;ประวัติศาสตร์รัฐไทยและสังคมไทย: ครอบครัว ชุมชน ชีวิตสามัญชน ความทรงจำ และอัตลักษณ์ทางชาติพันธุ์&#039;&#039;. &amp;amp;nbsp;เชียงใหม่: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, 2558.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
อัจฉราพร กมุทพิสมัย.&amp;amp;nbsp; &#039;&#039;กบฏ ร.ศ. 130 กบฎเพื่อประชาธิปไตย&amp;amp;nbsp;: แนวคิดทหารใหม่&#039;&#039;.&amp;amp;nbsp; กรุงเทพฯ: อมรินทร์วิชาการ, 2540.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
แอนเดอร์สัน, เบเนดิคท์ อาร์. โอ จี.&amp;amp;nbsp; “ศึกษารัฐไทย: วิพากษ์ไทยศึกษา.”&amp;amp;nbsp; แปลโดย ดาริน อินทร์เหมือน.&amp;amp;nbsp; &#039;&#039;ฟ้าเดียวกัน&#039;&#039; ปีที่ 1 ฉบับที่ 3 (กรกฎาคม-กันยายน 2546), หน้า 98-147.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
Chaiyan Rajchagool. &amp;amp;nbsp;&#039;&#039;The Rise and Fall of Thai Absolute Monarchy: Foundations of the Modern Thai State from Feudalism to Peripheral Capitalism&#039;&#039;.&amp;amp;nbsp; Bangkok: White Lotus, 1994.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
Charnvit Kasetsiri.&amp;amp;nbsp; &#039;&#039;Studies in Thai and Southeast Asian Histories&#039;&#039;.&amp;amp;nbsp; Bangkok: The Foundation for the Promotion of Social Science and Humanities Textbooks Project and Toyota Thailand Foundation, 2015.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
Kullada Kesboonchoo Mead. &amp;amp;nbsp;&#039;&#039;The Rise and Decline of Thai Absolutism&#039;&#039;.&amp;amp;nbsp; London and New York, NY: Routledge/Curzon, 2004.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
Reynolds, Craig J.&amp;amp;nbsp; &#039;&#039;Seditious Histories: Contesting Thai and Southeast Asian Past&#039;&#039;.&amp;amp;nbsp; Seattle: University of Washington Press, 2006.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
Rong Syamananda.&amp;amp;nbsp; &#039;&#039;A History of Thailand&#039;&#039;.&amp;amp;nbsp; 2&amp;lt;sup&amp;gt;nd&amp;lt;/sup&amp;gt; ed.&amp;amp;nbsp; Bangkok: Thai Watana Panich, 1973.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&amp;lt;div&amp;gt;&#039;&#039;&#039;อ้างอิง&#039;&#039;&#039; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn1&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; [1] “เจ้านายและข้าราชการกราบบังคมทูลความเห็นจัดการเปลี่ยนแปลงระเบียบราชการแผ่นดิน ร.ศ. 103,” ใน ชัยอนันต์ สมุทวณิช และขัตติยา กรรณสูต, &#039;&#039;เอกสารการเมือง &#039;&#039;&#039;&#039;– การปกครองไทย พ.ศ. 2417-2477&#039;&#039;&#039;&#039;&#039;&amp;lt;b&amp;gt;(กรุงเทพฯ: โครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ สมาคมสังคมศาสตร์แห่งประเทศไทย, 2518), หน้า 60.&amp;lt;/b&amp;gt;&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn2&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; [2] “พระราชดำรัสตอบความเห็นของผู้จะให้เปลี่ยนการปกครอง จ.ศ. 1247,” ใน ชัยอนันต์ สมุทวณิช และขัตติยา กรรณสูต, &#039;&#039;เอกสารการเมือง &#039;&#039;&#039;&#039;– การปกครองไทย พ.ศ. 2417-2477&#039;&#039;&#039;&#039;&#039;&amp;lt;b&amp;gt;, หน้า 76.&amp;lt;/b&amp;gt;&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn3&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; [3] “พระราชดำรัสในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงแถลงพระบรมราชาธิบายแก้ไขการปกครองแผ่นดิน,” ใน ชัยอนันต์ สมุทวณิช และขัตติยา กรรณสูต, &#039;&#039;เอกสารการเมือง &#039;&#039;&#039;&#039;– การปกครองไทย พ.ศ. 2417-2477&#039;&#039;&#039;&#039;&#039;&amp;lt;b&amp;gt;, หน้า 124.&amp;lt;/b&amp;gt;&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn4&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; [4] อัจฉราพร กมุทพิสมัย, &#039;&#039;กบฏ ร.ศ. &#039;&#039;&#039;&#039;130 กบฎเพื่อประชาธิปไตย&amp;amp;nbsp;: แนวคิดทหารใหม่&#039;&#039;&#039;&#039;&#039;&amp;lt;b&amp;gt;(กรุงเทพฯ: อมรินทร์วิชาการ, 2540), หน้า 169-170, และดูข้อความทั้งหมดของเอกสารดังกล่าวได้ที่ ภาคผนวก ง หน้า 267-273.&amp;lt;/b&amp;gt;&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn5&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; [5] สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ, &#039;&#039;ประชุมพระนิพนธ์ สรรพความรู้&#039;&#039; (กรุงเทพฯ: ศยามปริทัศน์, 2555), หน้า 59-62.&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn6&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; [6] ขุนวิจิตรมาตรา, &#039;&#039;หลักไทย&#039;&#039; (พระนคร: สาส์นสวรรค์, 2510), หน้า 255-257.&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn7&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; [7] หลวงประดิษฐ์มนูธรรม, “คำอธิบายกฎหมายปกครอง,” อ้างถึงใน ณัฐพล ใจจริง, “‘ความชอบด้วยระบอบ’ วิวาทะว่าด้วย ‘รัฏฐาธิปัตย์’ ในคำอธิบายกฎหมายรัฐธรรมนูญ (2475-2500),” ใน &#039;&#039;ขอฝันใฝ่ในฝันอันเหลือเชื่อ &#039;&#039;&#039;&#039;: ความเคลื่อนไหวของขบวนการปฏิปักษ์ปฏิวัติสยาม&#039;&#039;&#039;&#039;&#039;&amp;lt;b&amp;gt;(กรุงเทพฯ: ฟ้าเดียวกัน, 2556), หน้า 70.&amp;lt;/b&amp;gt;&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn8&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; [8] สายชล สัตยานุรักษ์, “การต่อสู้ในการบัญญัติศัพท์ก่อนและหลังการปฏิวัติ พ.ศ. 2475,” ใน &#039;&#039;ประวัติศาสตร์รัฐไทยและสังคมไทย&#039;&#039;&#039;&#039;: ครอบครัว ชุมชน ชีวิตสามัญชน ความทรงจำ และอัตลักษณ์ทางชาติพันธุ์&#039;&#039;&#039;&#039;&#039;&amp;lt;b&amp;gt;(เชียงใหม่: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, 2558), หน้า 129-130.&amp;lt;/b&amp;gt;&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn9&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; [9] ดู “รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม,” &#039;&#039;ราชกิจจานุเบกษา&#039;&#039; เล่ม 49 (10 ธันวาคม 2475), หน้า 531, 534. และ “พระราชบัญญัติธรรมนูญการปกครองแผ่นดินสยามชั่วคราว พุทธศักราช 2475,” &#039;&#039;ราชกิจจานุเบกษา&#039;&#039; เล่ม 49 (27 มิถุนายน 2475), หน้า 167.&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn10&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; [10] “รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม,” หน้า 531-532.&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn11&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; [11] หลวงวิจิตรวาทการ, &#039;&#039;การเมืองการปกครองของกรุงสยาม&#039;&#039;, อ้างถึงใน กำพล จำปาพันธ์, &#039;&#039;การเมืองการปกครองของกรุงสยาม ของหลวงวิจิตรวาทการ&#039;&#039; [ออนไลน์], 2558, เข้าถึงได้จาก: [http://v1.midnightuniv.org/midnight2545/document9557.html http://v1.midnightuniv.org/midnight2545/document9557.html] (23 กันยายน 2559)&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn12&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; [12] ม.ร.ว.ทรงสุจริต นวรัตน์, &#039;&#039;สยามรัฐปฏิวัติ (&#039;&#039;&#039;&#039;Siam Reformation): สยามแปลงรูปยุคดึกดำบรรพ์ ภาค 1&#039;&#039;&#039;&#039;&#039;&amp;lt;b&amp;gt;, อ้างถึงใน นครินทร์ เมฆไตรรัตน์, “การเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 ของสยาม: พรมแดนแห่งความรู้,” &#039;&#039;วารสารธรรมศาสตร์&#039;&#039; ปีที่ 11 ฉบับที่ 2 (มิถุนายน 2525), หน้า 12.&amp;lt;/b&amp;gt;&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn13&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; [13] สมเกียรติ วันทะนะ, “รัฐสมบูรณาญาสิทธิ์ในสยาม 2435-2475,”&amp;amp;nbsp; &#039;&#039;วารสารสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์&#039;&#039; (มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์) ปีที่ 17 ฉบับที่ 1 (มิถุนายน 2533), หน้า 23-24.&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn14&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; [14] จิตร ภูมิศักดิ์, &#039;&#039;โฉมหน้าศักดินาไทย&#039;&#039; (กรุงเทพฯ: ชมรมหนังสือแสงตะวัน, 2517), หน้า 52, 146-147.&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn15&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; [15] พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์, &#039;&#039;เจ้าชีวิต&#039;&#039;&#039;&#039;: พงศาวดาร 9 รัชกาลแห่งราชวงศ์จักรี&#039;&#039;&#039;&#039;&#039;&amp;lt;b&amp;gt;(กรุงเทพฯ: ริเวอร์ บุ๊คส์, 2554), หน้า 9, 219.&amp;lt;/b&amp;gt;&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn16&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; [16] Rong Syamananda, &#039;&#039;A History of Thailand&#039;&#039; (Bangkok: Thai Watana Panich, 1973), pp. 33, 162. และรอง ศยามานนท์, &#039;&#039;ประวัติศาสตร์ไทยฉบับประชาชน&#039;&#039; (กรุงเทพฯ: ศักดิโสภาการพิมพ์, 2527), หน้า 55, 164.&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn17&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; [17] ฉัตรทิพย์ นาถสุภา, “วิวัฒนาการระบบเศรษฐกิจไทย,” อ้างถึงใน สมเกียรติ วันทะนะ, “สมบูรณาญาสิทธิ์ในสยาม 2435-2475,” หน้า 23, เชิงอรรถ 1 หน้า 40.&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn18&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; [18] ชัยอนันต์ สมุทวณิช, &#039;&#039;ศักดินากับพัฒนาการของสังคมไทย&#039;&#039;, อ้างถึงใน เก่งกิจ กิติเรียงลาภ, “สถานะของวิวาทะว่าด้วยการเปลี่ยนรูปของรัฐไทยภายหลัง 2475,” &#039;&#039;จุลสารหอจดหมายเหตุธรรมศาสตร์&#039;&#039; ฉบับที่ 16 (มิถุนายน 2555-พฤษภาคม 2556), หน้า 13-14. และชัยอนันต์ สมุทวณิช และสุวดี เจริญพงศ์, “บทนำ,” ใน ชัยอนันต์ สมุทวณิช และสุวดี เจริญพงศ์ (บก.), &#039;&#039;การเมือง &#039;&#039;&#039;&#039;– การปกครองไทยสมัยใหม่: รวมงานวิจัยทางประวัติศาสตร์และรัฐศาสตร์&#039;&#039;&#039;&#039;&#039;&amp;lt;b&amp;gt;(กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 2522), หน้า 1-2.&amp;lt;/b&amp;gt;&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn19&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; [19] เบนจามิน เอ. บัทสัน, &#039;&#039;อวสานสมบูรณาญาสิทธิราชย์ในสยาม&#039;&#039;, แปลโดย พรรณงาม เง่าธรรมสาร, สดใส ขันติวรพงศ์ และศศิธร รัชนี ณ อยุธยา (กรุงเทพฯ: มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์, 2547),&amp;amp;nbsp; หน้า 11-12.&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn20&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; [20] ชาญวิทย์ เกษตรศิริ, “ผู้นำแต่ละรุ่นในประวัติศาสตร์ไทย,” อ้างถึงใน สมเกียรติ วันทะนะ, “รัฐสมบูรณาญาสิทธิ์ในสยาม พ.ศ. 2435-2475,” หน้า 23-24 และเชิงอรรถ 1 หน้า 40. และ Charnvit Kasetsiri, “Each Generation of Elites in Thai History,” tr. Chantima Ongsurugz, in &#039;&#039;Studies in Thai and Southeast Asian Histories&#039;&#039; (Bangkok: The Foundation for the Promotion of Social Science and Humanities Textbooks Project and Toyota Thailand Foundation, 2015), pp. 355-356.&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn21&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; [21] เบเนดิคท์ อาร์. โอ จี. แอนเดอร์สัน, “ศึกษารัฐไทย: วิพากษ์ไทยศึกษา,” แปลโดย ดาริน อินทร์เหมือน, &#039;&#039;ฟ้าเดียวกัน&#039;&#039; ปีที่ 1 ฉบับที่ 3 (กรกฎาคม-กันยายน 2546), หน้า 131.&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn22&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; [22] รายละเอียดของประเด็นนี้ ดู ธงชัย วินิจจะกูล, “การเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ของอดีต: ประวัติศาสตร์ใหม่ในประเทศไทยหลัง 14 ตุลาคม,” แปลโดย กุลลดา เกษบุญชู, ใน ฉัตรทิพย์ นาถสุภา และคณะ (บก.), &#039;&#039;สถานภาพไทยศึกษา&#039;&#039;&#039;&#039;: การสำรวจเชิงวิพากษ์&#039;&#039;&#039;&#039;&#039;&amp;lt;b&amp;gt;(เชียงใหม่: ตรัสวิน (ซิลค์เวอร์มบุ๊คส์), 2543), หน้า 21-23. และ Craig J. Reynolds, “Paradigms of the Premodern State,” in &#039;&#039;Seditious Histories: Contesting Thai and Southeast Asia Past&#039;&#039; (Seattle: University of Washington Press, 2002), pp. 38-42.&amp;lt;/b&amp;gt;&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn23&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; [23] นิธิ เอียวศรีวงศ์, “วัฒนธรรมกระฎุมพีกับวรรณกรรมต้นรัตนโกสินทร์,” ใน &#039;&#039;ปากไก่และใบเรือ&#039;&#039;&#039;&#039;: รวมความเรียงว่าด้วยวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ต้นรัตนโกสินทร์&#039;&#039;&#039;&#039;&#039;&amp;lt;b&amp;gt;(นนทบุรี: ฟ้าเดียวกัน, 2555), หน้า 193.&amp;lt;/b&amp;gt;&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn24&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; [24] สมเกียรติ วันทะนะ, “รัฐสมบูรณาญาสิทธิ์ในสยาม พ.ศ. 2435-2475,” หน้า 25-36.&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn25&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; [25] สมเกียรติ วันทะนะ, “สองศตวรรษของรัฐและประวัติศาสตร์นิพนธ์ไทย,” &#039;&#039;วารสารธรรมศาสตร์&#039;&#039; ปีที่ 13 ฉบับที่ 3 (กันยายน 2527), หน้า 152, 156.&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn26&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; [26] นครินทร์ เมฆไตรรัตน์, &#039;&#039;การปฏิวัติสยาม พ.ศ. 2475&#039;&#039; (กรุงเทพฯ: มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์, 2535), หน้า 6.&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn27&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; [27] ดู นิธิ เอียวศรีวงศ์, “ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ไทย,” ใน &#039;&#039;ชาติไทย&#039;&#039;&#039;&#039;, เมืองไทย แบบเรียนและอนุสาวรีย์ ว่าด้วยวัฒนธรรม, รัฐ และรูปการจิตสำนึก&#039;&#039;&#039;&#039;&#039;&amp;lt;b&amp;gt;(กรุงเทพฯ: มติชน, 2557 [พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2537]). Chaiyan Rajchagool, &#039;&#039;The Rise and Fall of Thai Absolute Monarchy: Foundations of the Modern Thai State from Feudalism to Peripheral Capitalism&#039;&#039; (Bangkok: White Lotus, 1994). และ &amp;amp;nbsp;Kullada Kesboonchoo Mead, &#039;&#039;The Rise and Decline of Thai Absolutism&#039;&#039; (London and New York, NY: RoutledgeCurzon, 2004). เป็นต้น&amp;lt;/b&amp;gt;&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn28&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; [28] ณัฐพล ใจจริง, “คว่ำปฏิวัติ โค่นคณะราษฎร: การก่อตัวของ ‘ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข’,” ใน &#039;&#039;ขอฝันใฝ่ในฝันอันเหลือเชื่อ&amp;amp;nbsp;: ความเคลื่อนไหวของขบวนการปฏิปักษ์ปฏิวัติสยาม&#039;&#039;, หน้า 54-62.&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn29&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; [29] สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล และประจักษ์ ก้องกีรติ, “พระราชหัตถเลขาสละราชย์ ร.7: ชีวประวัติของเอกสารฉบับหนึ่ง,” ใน สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล, &#039;&#039;ประวัติศาสตร์ที่เพิ่งสร้าง&#039;&#039; (กรุงเทพฯ: 6 ตุลารำลึก, 2544), หน้า 27.&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn30&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; [30] เรื่องเดียวกัน.&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn31&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; [31] ชัยอนันต์ สมุทวณิช และขัตติยา กรรณสูต, &#039;&#039;เอกสารการเมือง&#039;&#039;&#039;&#039;– การปกครองไทย พ.ศ. 2417-2477&#039;&#039;&#039;&#039;&#039;&amp;lt;b&amp;gt;, หน้า 4-6.&amp;lt;/b&amp;gt;&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn32&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; [32] นิธิ เอียวศรีวงศ์, “ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ไทย,” หน้า 112-113.&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn33&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; [33] เก่งกิจ กิตติเรียงลาภ, “สถานะของวิวาทะว่าด้วยการเปลี่ยนรูปของรัฐไทยภายหลัง 2475,” หน้า 26.&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn34&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; [34] สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล, &#039;&#039;สมบูรณาญาสิทธิราชในรัฐธรรมนูญ &#039;&#039;&#039;&#039;2540&#039;&#039;&#039;&#039;&#039;&amp;lt;b&amp;gt;[ออนไลน์], 2550, เข้าถึงได้จาก: [http://somsakwork.blogspot.com/2007/07/blog-post.html http://somsakwork.blogspot.com/2007/07/blog-post.html] (25 กันยายน 2559)&amp;lt;/b&amp;gt;&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn35&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; [35] ธงชัย วินิจจะกูล, “มรดกสมบูรณาญาสิทธิราชย์ในปัจจุบัน,” &#039;&#039;ฟ้าเดียวกัน&#039;&#039; ปีที่ 9 ฉบับที่ 2 (เมษายน-มิถุนายน 2554), หน้า 47.&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;/div&amp;gt; &lt;br /&gt;
[[Category:เหตุการณ์สำคัญทางการเมืองไทย สมัย พ.ศ. 2475-2500]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Apirom</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%9A%E0%B8%B9%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B8%B2%E0%B8%8D%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2&amp;diff=15973</id>
		<title>ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ของไทย</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%9A%E0%B8%B9%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B8%B2%E0%B8%8D%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2&amp;diff=15973"/>
		<updated>2024-06-19T09:00:13Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;Apirom: Apirom ย้ายหน้า สมบูรณาญาสิทธิราชย์ (ภัทรวดี ชินชนะ) ไปยัง ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ของไทย โ...&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;ผู้เรียบเรียง&#039;&#039;&#039;&amp;amp;nbsp;: ภัทรวดี ชินชนะ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;ผู้ทรงคุณวุฒิประจำบทความ&#039;&#039;&#039;&amp;amp;nbsp;: นายจเร พันธุ์เปรื่อง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== ความหมายสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ==&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;สมบูรณาญาสิทธิราชย์&#039;&#039;&#039; (อังกฤษ: Absolute Monarchy) คือ ระบอบการปกครองที่มีกษัตริย์เป็นผู้ปกครองและมีสิทธิ์ขาดในการบริหารประเทศ ในระบอบการปกครองนี้ กษัตริย์ก็คือ[[กฎหมาย|กฎหมาย]] กล่าวคือ ที่มาของกฎหมายทั้งปวงอยู่ที่กษัตริย์ คำสั่ง ความต้องการต่าง ๆ ล้วนมีผลเป็นกฎหมาย&amp;lt;ref&amp;gt;อมร  รักษาสัตย์. พระราชอำนาจตามกฎหมาย. [ออนไลน์]. สืบค้นจาก http://www.mcu.ac.th/BO/Files/Doc/Article/artFile48.doc (เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2557). &amp;lt;/ref&amp;gt; กษัตริย์มีอำนาจในการปกครองแผ่นดินและ[[พลเมือง|พลเมือง]]โดยอิสระ โดยไม่มีกฎหมายหรือองค์กรตามกฎหมายใด ๆ จะห้ามปรามได้ แม้องค์กรทางศาสนาอาจทัดทานกษัตริย์จากการกระทำบางอย่างและ[[องค์รัฏฐาธิปัตย์|องค์รัฏฐาธิปัตย์]] (กษัตริย์) นั้นจะถูกคาดหวังว่าจะปฏิบัติตามธรรมเนียม แต่ในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์นั้น ไม่มี[[รัฐธรรมนูญ|รัฐธรรมนูญ]]หรือกฎหมายใด ๆ ที่จะอยู่เหนือกว่าคำชี้ขาดของรัฏฐาธิปัตย์ ตามทฤษฎีพลเมืองนั้น ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มอบความไว้วางใจทั้งหมดให้กับพระเจ้าแผ่นดินที่ดีพร้อมทางสายเลือดและได้รับการเลี้ยงดูฝึกฝนมาอย่างดีตั้งแต่เกิด&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ในทางทฤษฎี กษัตริย์ในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์จะมีอำนาจทั้งหมดเหนือประชาชนและแผ่นดิน รวมทั้งเหนืออภิชนและบางครั้งก็เหนือคณะสงฆ์ด้วย ส่วนในทางปฏิบัติกษัตริย์ในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มักจะถูกจำกัดอำนาจ โดยทั่วไปโดยกลุ่มที่กล่าวมาหรือกลุ่มอื่น กษัตริย์บางพระองค์ (เช่นจักรวรรดิเยอรมนี ค.ศ. 1871-1918) มี[[รัฐสภา|รัฐสภา]]ที่ไม่มีอำนาจหรือเป็นเพียงสัญลักษณ์และมีองค์กรบริหารอื่นๆ ที่กษัตริย์สามารถเปลี่ยนแปลงหรือยุบเลิกได้ตามต้องการ แม้จะมีผลเท่ากับระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ แต่โดยทางเทคนิคที่เป็นไปได้แล้ว นี่คือ[[ราชาธิปไตย|ราชาธิปไตย]]ภายใต้รัฐธรรมนูญ (constitutional monarchy) เนื่องจากการมีอยู่ของรัฐธรรมนูญและกฎหมายพื้นฐานของประเทศ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ประเทศที่ใช้ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ในปัจจุบันคือ ซาอุดิอาระเบีย บรูไน โอมาน สวาซิแลนด์ กาตาร์ รวมทั้ง นครรัฐวาติกัน ด้วย&amp;lt;ref&amp;gt;สมบูรณาญาสิทธิราชย์.[ออนไลน์]. สืบค้นจาก :http://th.wikipedia.org/wiki/สารานุกรมเสรี &lt;br /&gt;
(เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2557) &amp;lt;/ref&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ของไทย ==&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ประเทศไทยเคยปกครองด้วยระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ [[พระมหากษัตริย์|พระมหากษัตริย์]]มีอำนาจสิทธิ์เด็ดขาดในการปกครองแผ่นดิน ดังคำกล่าวที่ว่า &amp;quot;พระบรมราชานุภาพของพระเจ้าแผ่นดิน กรุงสยามนี้ไม่ได้ปรากฏในกฎหมายอันหนึ่งอันใด ด้วยเหตุที่ถือว่าเป็นที่ล้นพ้น ไม่มีข้อสั่งอันใดจะเป็นผู้บังคับขัดขวางได้&amp;lt;ref&amp;gt;อมร  รักษาสัตย์. พระราชอำนาจตามกฎหมาย. [ออนไลน์]. สืบค้นจาก http://www.mcu.ac.th/BO/Files/Doc/Article/artFile48.doc (เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2557). &amp;lt;/ref&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ในทัศนะของ นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ อดีตคณบดีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เห็นว่าระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ของไทยนั้น ไม่ได้เป็นระบอบที่มีมาแต่สมัยโบราณ แต่เพิ่งมีมาในสมัย[[รัชกาลที่_5|รัชกาลที่ 5]] เนื่องจากในรัชกาลนี้ พระองค์ทรงรวบอำนาจจากเหล่าขุนนาง ข้าราชการ ที่เคยมีอำนาจและบทบาทมากก่อนหน้านั้น มาไว้ที่ศูนย์กลางการปกครอง คือ ตัวพระองค์ และพระประยูรญาติ ทำให้พระมหากษัตริย์ทรงดำรงสถานะเป็นทั้งประมุขของรัฐและประมุขของฝ่ายบริหารอย่างแท้จริง เท่ากับว่าระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ของไทยมีเพียง 3 รัชกาลเท่านั้น คือ รัชกาลที่ 5, รัชกาลที่ 6 และรัชกาลที่ 7&amp;lt;ref&amp;gt;นครินทร์ เมฆไตรรัตน์. เหตุแห่งการปฏิวัติสยาม 2475. สัมภาษณ์นิตยสารสารคดี “24 มิถุนายน 2475 ฉบับที่ 172 : มิถุนายน 2542. หน้า 110. &amp;lt;/ref&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ในกรณีพิจารณาระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์นั้น เราจะละเลยไม่พิจารณาสถาบันพระมหากษัตริย์ในสมัยสมบูรณาญาสิทธิราชย์เสียมิได้ ไม่ว่าด้านพระราชกรณียกิจซึ่งได้ทรงประกอบเพื่อประเทศชาติและประชาชนหรือในด้านแนวความคิดทางการเมืองและการปกครอง ซึ่งมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขของ พระราชอาณาจักร ทั้งนี้ เพราะการศึกษาประวัติศาสตร์แห่งสถาบันนี้ จะทำให้เราทราบประวัติความเป็นมา และความเป็นไปของสถาบันแห่งนี้ในอนาคตได้ดีขึ้น ดังคำพังเพยที่ว่า “อดีตเป็นเครื่องชี้ปัจจุบันและอนาคต”&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== ความหมายของ “พระมหากษัตริย์”&amp;lt;ref&amp;gt;ธานินทร์  กรัยวิเชียร. พระมหากษัตริย์ไทยในระบอบประชาธิปไตย. กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ พิมพ์ครั้งที่ 1 ธันวาคม 2519. หน้า 1-3. &amp;lt;/ref&amp;gt; ==&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;ความหมายของ “พระมหากษัตริย์” อาจแยกพิจารณาได้เป็น 2 ประการ คือ&amp;amp;nbsp;:&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
1. ความหมายตามรูปศัพท์&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
2. ความหมายในทางการเมืองและการปกครอง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;1. ความหมายตามรูปศัพท์&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
คำว่า&#039;&#039;&#039;“พระมหากษัตริย์”&#039;&#039;&#039; หากแปลตามรูปศัพท์ย่อมหมายความว่า&#039;&#039;&#039;“นักรบผู้ยิ่งใหญ่”&#039;&#039;&#039;&amp;lt;ref&amp;gt; ม.ร.ว.คึกฤทธิ์  ปราโมช. สถาบันพระมหากษัตริย์. พระนคร : มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, 2508. &lt;br /&gt;
หน้า 23. และภาษาสันสกฤตว่า กษตริย หมายถึงผู้ป้องกันภัย หรือนักรบ&amp;lt;/ref&amp;gt;ทั้งนี้เพราะคำว่า &#039;&#039;&#039;“มหา”&#039;&#039;&#039; แปลว่ายิ่งใหญ่ และ &#039;&#039;&#039;“กษัตริย์”&#039;&#039;&#039; แปลว่านักรบ แต่ถ้าจะถือตามความหมายที่ใช้กันอยู่ทั่วไปและตามความเข้าใจธรรมดาแล้ว &#039;&#039;&#039;พระมหากษัตริย์&#039;&#039;&#039; ก็คือ &#039;&#039;&#039;พระเจ้าแผ่นดิน&#039;&#039;&#039;&amp;lt;ref&amp;gt; “พระมหากษัตริย์” พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542. กรุงเทพ : บริษัทนานมีบุ๊กส์ พับลิเคชั่นส์จำกัด. 2542. หน้า 85. &amp;lt;/ref&amp;gt; คติที่เรียกพระเจ้าแผ่นดินว่า &#039;&#039;&#039;“พระมหากษัตริย์”&#039;&#039;&#039; นั้น เรารับมาจากภาษาสันสกฤตซึ่งมีความหมาย 2 นัย นัยแรก คือความหมายดังกล่าวข้างต้น คตินี้สืบเนื่องมาจากธรรมเนียมการใช้วรรณะในอินเดียซึ่งถือว่า &#039;&#039;&#039;“กษัตริย์”&#039;&#039;&#039; รวมถึงพวกนักรบด้วย และคติที่สอง หมายถึงผู้ปกครองแผ่นดินซึ่งสืบเนื่องมาจากคติ&#039;&#039;&#039;“มหาสมมติ”&#039;&#039;&#039; ซึ่งถือว่ามหาชนเป็นผู้เลือกกษัตริย์&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ศัพท์สำหรับเรียกพระมหากษัตริย์มีหลายรูป หลายคตินิยม แตกต่างกันไป เช่น &#039;&#039;&#039;ราชราชา&#039;&#039;&#039; หรือ &#039;&#039;&#039;ราชัน&#039;&#039;&#039; ซึ่งหมายถึงผู้ชุบน้อมจิตใจของผู้อื่นไว้ด้วยธรรม มหาสมมติ หรืออเนกชนนิกรสโมสรสมมติ ซึ่งมีนัยดังกล่าวแล้วข้างต้น &#039;&#039;&#039;จักรพรรดิ&#039;&#039;&#039; ซึ่งหมายถึงผู้ปกครองที่ปวงชนพึงใจและเป็นผู้มีคุณธรรมสูง มีความหมายใกล้เคียงกับ &#039;&#039;&#039;ธรรมราชา&#039;&#039;&#039; อันหมายถึงผู้รักษาและปฏิบัติธรรม ทั้งเป็นต้นเหตุแห่งความยุติธรรมทั้งมวล นอกจากนั้นก็มีคำว่า &#039;&#039;&#039;พระเจ้าอยู่หัว&#039;&#039;&#039; อันหมายถึง พระผู้เป็นผู้นำ หรือประมุขของประเทศ ท้ายที่สุดก็คือ คำว่าพระเจ้าแผ่นดิน ซึ่งสืบเนื่องมาจากคตินิยมที่ว่าพระมหากษัตริย์เป็นเจ้าของแผ่นดิน (เขตคาม อธิปติ) ซึ่งอาจดูได้จากกฎหมายลักษณะเบ็ดเสร็จที่ประกาศในรัชสมัยพระเจ้าอู่ทอง เมื่อ พ.ศ. 1903&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เป็นที่น่าสังเกตว่า มีผู้พยายามแสดงให้เห็นว่า ราชา กษัตริย์ และจักรพรรดิ ต่างกัน แท้จริงแล้ว น่าจะแตกต่างกันในแง่รากศัพท์และคำแปลตามรากศัพท์เท่านั้น แต่ความหมายอันแท้จริงไม่น่าจะแตกต่างกัน คำแปลตามรากศัพท์ที่แตกต่างกันนี้ แสดงให้เห็นถึงหน้าที่ต่าง ๆ ที่พระมหากษัตริย์มีแต่เดิม ตามคตินิยมต่าง ๆ ซึ่งผสมผสานเข้าด้วยกันในปัจจุบัน ไม่ว่าคำแปลตามรากศัพท์ของคำเหล่านี้ จะเป็นอย่างไรก็ตาม สำหรับประชาชนทั่วไปแล้ว “ในหลวง” ก็คือ “ในหลวง” ที่เขาจงรักภักดีตลอดชั่วกาลนานนั่นเอง.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;2. ความหมายในทางการเมืองและการปกครอง&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
แนวความคิดในทางการเมืองและการปกครองที่เกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ แต่เดิมนั้น มี 2 ประการ ประการแรก ถือว่าพระมหากษัตริย์คือหัวหน้าครอบครัวใหญ่ที่มีความสัมพันธ์กันทางสายเลือดกับหมู่คณะ ประการที่สอง ถือว่าพระมหากษัตริย์เป็นประมุขของรัฐในทางการเมือง หรือเป็นผู้มีอำนาจปกครองสูงสุด ในต่างประเทศโดยเฉพาะยุโรปนั้น ถือ [[หลักเทวสิทธิ|หลักเทวสิทธิ]] (divine right of the kings) อย่างเคร่งครัด กล่าวคือ ถือว่าพระมหากษัตริย์เป็นพระผู้ทรงไว้ซึ่งอำนาจอธิปไตยอย่างเด็ดขาด และมี&#039;&#039;&#039;อำนาจล้นพ้น&#039;&#039;&#039; (absolute) แต่ในประเทศไทยนั้น คตินิยมสมัยสุโขทัย มีลักษณะหนักไปในแนวแรก คือถือว่า พระมหากษัตริย์เป็น &#039;&#039;&#039;“พ่อเมือง”&#039;&#039;&#039; มีคำขึ้นต้นพระนามว่า &#039;&#039;&#039;“พ่อขุน”&#039;&#039;&#039; ราษฎรมีความใกล้ชิดกับพระองค์ ถึงขนาดสั่นกระดิ่งถวายฎีกาได้ ครั้นถึง สมัยอยุธยาคตินิยมก็เปลี่ยนไป เพราะรับอิทธิพลจากขอมมากขึ้น พระมหากษัตริย์จึงเป็น &#039;&#039;&#039;“อเนกชนนิกรสโมสรสมมติ”&#039;&#039;&#039; คือประชาชนและเสนาอำมาตย์เลือกพระองค์ขึ้นปกครองประเทศ อย่างไรก็ดี แม้คติที่สองนี้ จะสืบเนื่องมากจากสมัยอยุธยาจนถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ก็เป็นที่น่าสังเกตว่าแนวความคิดของไทยต่างกับของยุโรปตรงที่ว่าพระมหากษัตริย์ไทยมีลักษณะผสมทั้ง 2 แนวความคิด กล่าวคือ พระองค์ไม่ใช่เทวดาอย่างเขมรหรือฝรั่ง และขณะเดียวกันก็ไม่ใช่คนธรรมดาสามัญ จึงอาจกล่าวได้ว่าประเทศไทยไม่เคยมี “เทวสิทธิของพระมหากษัตริย์” ดังที่เป็นอยู่ในยุโรปเลย&amp;lt;ref&amp;gt;สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส. ธรรมคดี. พระนคร : โรงพิมพ์มหามกุฎราชวิทยาลัย. 	พ.ศ. 2514. หน้า 298. &amp;lt;/ref&amp;gt; ทั้งนี้ เพราะพระมหากษัตริย์ไทยมีนิติราชประเพณี [[ทศพิธราชธรรม|ทศพิธราชธรรม]] และพระมโนธรรมกำกับอยู่ และทรงประทับอยู่กับราษฎรเสมอมา&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== พัฒนาการทางการเมืองการปกครองสมัยสมบูรณาญาสิทธิราชย์ของประเทศไทย&amp;lt;ref&amp;gt;ศิริพร  สุเมธารัตน์. ประวัติศาสตร์ไทยสมัยสมบูรณาญาสิทธิราชย์. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์โอเดียนสโตร์, 	2553. หน้า 392-394. &amp;lt;/ref&amp;gt; ==&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
การเมืองการปกครองในสมัยสมบูรณาญาสิทธิราชย์ พระมหากษัตริย์ทรงเป็นผู้บริหารสูงสุดที่จะกำหนดรูปแบบและโครงสร้างการปกครองเพื่อปกครองดูแลราษฎรให้เกิดความสงบเรียบร้อยอยู่ภายใต้พระราชอำนาจอันเด็ดขาด โดยแบ่ง[[การบริหารราชการแผ่นดิน|การบริหารราชการแผ่นดิน]]ออกเป็น 3 ลักษณะ คือ [[การบริหารราชการส่วนกลาง|การบริหารราชการส่วนกลาง]] [[การบริหารราชการส่วนภูมิภาค|การบริหารราชการส่วนภูมิภาค]] และ[[การบริหารราชการส่วนท้องถิ่น|การบริหารราชการส่วนท้องถิ่น]] โดยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่นนั้น จะเกิดขึ้นหลังสุดในสมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งการบริหารส่วนภูมิภาคจะเริ่มต้นในสมัย[[พระเจ้าอู่ทอง|พระเจ้าอู่ทอง]]แห่งกรุงศรีอยุธยา กล่าวคือ การบริหารส่วนกลางหรือส่วนราชธานีจะมีการปกครองแบบ “[[จตุสดมภ์|จตุสดมภ์]]” ที่มี 4 หน่วยงานหลัก คือ กรมเมือง (เวียง) กรมวัง กรมคลัง กรมนา โดยมีขุนนางเป็นผู้บริหารควบคุมดูแลในตำแหน่ง “เสนาบดี” ที่มีหน้าที่แตกต่างกันออกไปตามลักษณะของภารกิจ ต่อมาในสมัย[[สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ|สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ]]ได้ทรงปรับปรุงและเพิ่มเติมหน่วยงานอีก 2 หน่วยงาน คือ กรมพระกลาโหมและกรมมหาดไทย โดยผู้บริหารมีตำแหน่ง “[[อัครมหาเสนาบดี|อัครมหาเสนาบดี]]” ซึ่งอำนาจมากกว่า “[[เสนาบดีจตุสดมภ์|เสนาบดีจตุสดมภ์]]” ดังนั้นหน่วยงานการบริหารส่วนกลางจึงมี 6 หน่วยงาน และเป็นหน่วยงานหลักของการบริหารราชการส่วนกลางตลอดมาจนถึงสมัยรัชกาลที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ จึงได้ทรงปฏิรูปการปกครองส่วนกลางโดยเพิ่มหน่วยงานมากขึ้น เนื่องจากความเจริญของบ้านเมืองที่ขยายตัวทำให้เกิดภารกิจการงานแบบใหม่เกิดขึ้นมากมาย โดยทรงโปรดให้ปรับหน่วยงานเดิม 6 หน่วยงานเพิ่มเติมอีก 6 หน่วยงาน รวมเป็น 12 หน่วยงาน และเปลี่ยนชื่อจากกรมเป็น “กระทรวง” ส่วนตำแหน่งผู้บริหารทุกกระทรวงมีฐานะเท่าเทียมกันคือตำแหน่ง “เสนาบดี” อันเป็นรากฐานของการพัฒนามาเป็นกระทรวงต่าง ๆ ในปัจจุบันและตำแหน่งเสนาบดีก็เปลี่ยนชื่อเป็น “[[รัฐมนตรี|รัฐมนตรี]]” โครงสร้างการปกครองส่วนกลาง คือ “[[กระทรวง|กระทรวง]]” จึงเป็นการบริหารหลักในการปกครองและการพัฒนาความเจริญรุ่งเรืองของประเทศด้วยพระปรีชาสามารถของ[[พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมหาราช|พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมหาราช]] ซึ่งทรงเป็นพระมหากษัตริย์นักบริหารที่ทรงมีพระกรุณาธิคุณ และคุณูปการต่อราชอาณาจักรสยามอย่างสูงยิ่งสำหรับการบริหารและการปกครองส่วนภูมิภาค ความสัมพันธ์ระหว่างเมืองหลวงกับ[[หัวเมือง|หัวเมือง]] จะมีลักษณะโครงสร้างของอำนาจแบบหลวมไม่กระชับที่จะผูกพันให้เกิดความจงรักภักดีอย่างแน่นแฟ้นตลอดไป การที่หัวเมืองต่าง ๆ ยอมอยู่ใต้อำนาจนั้นขึ้นอยู่กับพระบรมเดชานุภาพของพระมหากษัตริย์ที่ทรงมีพระปรีชาสามารถในการรบและมีพระบารมีมากพอที่จะยึดเหนี่ยวความสัมพันธ์นั้นได้ จึงมีลักษณะอำนาจกระจายเป็นการยอมรับอำนาจชั่วคราว ดังนั้นเมื่อมีการผลัดเปลี่ยนแผ่นดินจึงต้องมีการดื่ม[[น้ำพระพิพัฒน์สัตยา|น้ำพระพิพัฒน์สัตยา]]เพื่อแสดงความจงรักภักดีทุกครั้ง สงครามปราบปรามระหว่างหัวเมืองที่[[กบฏ|กบฏ]]หรือแข็งข้อ จึงเกิดขึ้นทุกยุคทุกสมัย ซึ่งรูปแบบการปกครองส่วนภูมิภาคในระยะแรกจะมีการแบ่งหัวเมืองออกเป็น 3 ลักษณะ คือ [[หัวเมืองลูกหลวง|หัวเมืองลูกหลวง]] (เมืองหน้าด่าน) หรือ[[หัวเมืองชั้นใน|หัวเมืองชั้นใน]] [[เมืองพระยามหานคร|เมืองพระยามหานคร]]หรือ[[หัวเมืองชั้นนอก|หัวเมืองชั้นนอก]] และ[[หัวเมืองประเทศราช|หัวเมืองประเทศราช]] สำหรับหัวเมืองลูกหลวงจะมีการเปลี่ยนแปลงตามเมืองหลวงที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น สมัยกรุงสุโขทัย เมืองลูกหลวง ได้แก่ เมืองศรีสัชนาลัย เมืองกำแพงเพชร เมืองสองแคว (พิษณุโลก) และเมืองสระหลวง (พิจิตร) หรือสมัยกรุงศรีอยุธยา และเมืองลูกหลวง ได้แก่ เมืองลพบุรี พระประแดง (สมุทรปราการ) เมืองนครนายก และเมืองสระหลวง (พิจิตร) ความสำคัญของเมืองลูกหลวงหรือ[[เมืองหน้าด่าน|เมืองหน้าด่าน]] คือเป็นเมืองที่เมืองหลวงส่งเชื้อพระวงศ์ไปปกครองเป็นส่วนใหญ่และเป็นจุดป้องกันข้าศึกก่อนที่กองทัพศัตรูจะเข้ามาตีถึงเมืองหลวง สำหรับเมืองพระยามหานครหรือหัวเมืองชั้นนอกเป็นเมืองที่อยู่กระจายตามภูมิภาคต่าง ๆ โดยมีเจ้าเมืองเป็นคนในท้องถิ่นนั้น ๆ ฐานะความสำคัญของหัวเมืองขึ้นอยู่กับจำนวนของพลเมืองว่าเป็นเมืองขนาดใด จึงแบ่งเป็น [[หัวเมืองเอก|หัวเมืองเอก]] เมืองโท เมืองตรี เช่น หัวเมืองเอกที่เป็นเมืองขนาดใหญ่ ได้แก่ เมืองพิษณุโลก เมืองนครศรีธรรมราช และเมืองนครราชสีมา เป็นต้น ทั้งนี้อำนาจของเจ้าเมืองจะมีอำนาจในการเก็บภาษีผลผลิตต่าง ๆ และแบ่งเข้าสู่เมืองหลวงตามกำหนด เรียกว่า “[[ระบบกินเมือง|ระบบกินเมือง]]” รวมทั้งมีอำนาจในการปกครองคนได้รับอาญาสิทธิ์สามารถสั่งประหารชีวิตคนได้ เช่น กรณีเจ้าเมืองนครศรีธรรมราช สั่งประหารศรีปราชญ์ เป็นต้น ส่วนเมืองประเทศราชซึ่งเป็นเมืองต่างชาติต่างภาษาที่ยอมอ่อนน้อมหรือเมืองหลวงไปตีมาได้ก็ยังคงมีอำนาจปกครองตนเอง แต่ต้องส่งเครื่องราชบรรณาการมาถวายตามกำหนด รวมทั้งต้องนำกองกำลังมาช่วยรบเมื่อเมืองหลวงเกิดศึกสงครามด้วย การปกครองลักษณะดังกล่าวนี้มีมาจนถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์รัชกาลที่ 5 ได้ทรงปฏิรูปการปกครองส่วนภูมิภาค เพื่อให้เมืองหลวงมีอำนาจสามารถควบคุมหัวเมืองได้อย่างกระชับใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น เพราะอันตรายที่จะเกิดขึ้นจากลัทธิล่าอาณานิคมตะวันตก จึงยกเลิกระบบการปกครองแบบเดิมที่เป็น “ระบบกินเมือง” และได้มีการตรากฎหมายเพื่อรวมอำนาจการปกครองส่วนภูมิภาคเข้าสู่ส่วนกลาง 4 ฉบับ คือ [[พระราชบัญญัติลักษณะการปกครองท้องที่_ร.ศ.116|พระราชบัญญัติลักษณะการปกครองท้องที่ ร.ศ.116]] [[ข้อบังคับลักษณะการปกครองท้องที่_ร.ศ.117|ข้อบังคับลักษณะการปกครองท้องที่ ร.ศ.117]] [[ข้อบังคับลักษณะปกครองมณฑลตะวันตกเฉียงเหนือ_ร.ศ.119|ข้อบังคับลักษณะปกครองมณฑลตะวันตกเฉียงเหนือ ร.ศ.119]] และ[[ข้อบังคับลักษณะปกครองท้องที่_7_หัวเมืองอิสลามปักษ์ใต้_ร.ศ.120|ข้อบังคับลักษณะปกครองท้องที่ 7 หัวเมืองอิสลามปักษ์ใต้ ร.ศ.120]] โดยกฎหมายเหล่านี้มีผลทำให้การจัดการปกครองหัวเมืองมีหน่วยราชการบังคับบัญชาที่เป็นระเบียบเดียวกันทั่วราชอาณาจักรเรียกว่า “[[ระบบมณฑลเทศาภิบาล|ระบบมณฑลเทศาภิบาล]]” โดยมีโครงสร้างบริหารตั้งแต่มณฑล เมือง (จังหวัด) อำเภอ ตำบล และหมู่บ้าน โดยมีขุนนางหรือข้าราชการมีอำนาจหน้าที่บริหารลดหลั่นลงไป รวมทั้งการยุบประเทศราช เช่น หัวเมืองล้านนา และบางส่วนของหัวเมืองล้านช้าง คือบริเวณภาคอีสานให้เข้ามาอยู่ภายใต้ระบบมณฑลเทศาภิบาล และส่งข้าหลวงไปปกครองดูแลอย่างใกล้ชิด มีการสำรวจสำมะโนครัว ราษฎรลาว ผู้ไทย เขมร ส่วยและรวบรวมเข้าเป็นคน “สัญชาติไทยในบังคับสยาม” ในส่วนการประกาศใช้ข้อบังคับลักษณะปกครองท้องที่ 7 หัวเมืองอิสลามปักษ์ใต้ ร.ศ.120 ก็ทำให้เมืองยะลา เมืองปัตตานีและเมืองนราธิวาส ได้เข้ามารวมเป็นมณฑลปัตตานีและรวมอยู่ภายในราชอาณาจักรสยามเช่นกัน ผลการปฏิรูปนี้ได้เกิดปฏิกิริยาต่อต้านเกิดขึ้นในท้องที่ต่าง ๆ เรียกว่า “[[กบฏผู้มีบุญ|กบฏผู้มีบุญ]]” ได้แก่ [[กบฏเงี้ยวเมืองแพร่|กบฏเงี้ยวเมืองแพร่]] [[กบฏผีบุญภาคอีสาน|กบฏผีบุญภาคอีสาน]] และ[[กบฏพระยาแขกเจ็ดหัวเมือง|กบฏพระยาแขกเจ็ดหัวเมือง]] เป็นต้น อย่างไรก็ตาม รัฐบาลกลางก็สามารถปราบปรามได้สำเร็จทำให้การปฏิรูปการปกครองในส่วนภูมิภาค ในระบบมณฑลเทศาภิบาลนี้สามารถรวมอำนาจเข้าสู่รัฐบาลกลาง (Centralization of Power) และสร้างความเป็นเอกภาพของชาติสยาม (National Unity) ได้ สามารถสร้างเสถียรภาพให้พระมหากษัตริย์ทรงมีพระราชอำนาจสูงสุดเด็ดขาด ต่อมาในสมัย[[รัชกาลที่_7|รัชกาลที่ 7]] มีการยกเลิกการปกครองแบบเทศาภิบาลและยกฐานะ “เมือง” เป็นจังหวัด โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้บริหารปกครองดูแลบำบัดทุกข์บำรุงสุขในฐานะผู้แทน จากกระทรวงมหาดไทย รวมทั้งดูแลรับผิดชอบในส่วน อำเภอ ตำบลและหมู่บ้าน ในขณะเดียวกันในสมัยรัชกาลที่ 5 ก็มีการริเริ่ม[[การกระจายอำนาจส่วนท้องถิ่น|การกระจายอำนาจส่วนท้องถิ่น]]เป็นครั้งแรกที่เรียกว่าระบบ[[สุขาภิบาล|สุขาภิบาล]] และต่อมาจะพัฒนาเป็น[[เทศบาล|เทศบาล]] [[องค์การบริหารส่วนจังหวัด|องค์การบริหารส่วนจังหวัด]] (อบจ.) และ[[องค์การบริหารส่วนตำบล|องค์การบริหารส่วนตำบล]] (อบต.)&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== การสิ้นสุดระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ==&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เมื่อมีการปฏิวัติยึดอำนาจจากรัชกาลที่ 7 และเปลี่ยนแปลงการปกครองจากสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นระบอบประชาธิปไตยใน พ.ศ. 2475 แล้ว ในทางนิตินัย พระราชอำนาจที่เคยมีมาอย่างล้นพ้นได้ถูกจำกัดลงให้อยู่ในกรอบของรัฐธรรมนูญ&amp;lt;ref&amp;gt;สมบูรณาญาสิทธิราชย์. [ออนไลน์]. สืบค้นจาก :http://th.wikipedia.org/wiki/สารานุกรมเสรี &lt;br /&gt;
	(เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2557)&lt;br /&gt;
&amp;lt;/ref&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== อ้างอิง ==&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;references /&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== หนังสือแนะนำให้อ่านต่อ ==&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;สมบูรณาญาสิทธิราชย์เต็มรูปแบบ รวมชาติรวมแผ่นดิน สมัยรัชกาลที่ 5&#039;&#039;&#039;.กรุงเทพ&amp;amp;nbsp;: วันชนะ. กันยายน 2547&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เบนจามิน เอ.บัทสัน. &#039;&#039;&#039;อวสานสมบูรณาญาสิทธิราชย์ในสยาม.&#039;&#039;&#039; กรุงเทพ&amp;amp;nbsp;: มูลนิธิโครงการตำรา สังคมศาสตร์และมนุษย์ศาสตร์, 2543.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== บรรณานุกรม ==&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช. &#039;&#039;&#039;สถาบันพระมหากษัตริย์.&#039;&#039;&#039; พระนคร&amp;amp;nbsp;: มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, 2508.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ธานินทร์ กรัยวิเชียร. &#039;&#039;&#039;พระมหากษัตริย์ไทยในระบอบประชาธิปไตย.&#039;&#039;&#039; กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ พิมพ์ครั้งที่ 1 ธันวาคม 2519.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
นครินทร์ เมฆไตรรัตน์. &#039;&#039;&#039;เหตุแห่งการปฏิวัติสยาม 2475.&#039;&#039;&#039; สัมภาษณ์นิตยสารสารคดี “24 มิถุนายน 2475 ฉบับที่ 172&amp;amp;nbsp;: มิถุนายน 2542.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542. กรุงเทพ&amp;amp;nbsp;: บริษัทนานมีบุ๊กส์ พับลิเคชั่นส์จำกัด. 2542.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ศิริพร สุเมธารัตน์. &#039;&#039;&#039;ประวัติศาสตร์ไทยสมัยสมบูรณาญาสิทธิราชย์.&#039;&#039;&#039; กรุงเทพฯ&amp;amp;nbsp;: สำนักพิมพ์โอเดียนสโตร์, 2553.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส. &#039;&#039;&#039;ธรรมคดี.&#039;&#039;&#039; พระนคร&amp;amp;nbsp;: โรงพิมพ์มหามกุฎราชวิทยาลัย.พ.ศ. 2514.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
สมบูรณาญาสิทธิราชย์. [ออนไลน์]. สืบค้นจาก&amp;amp;nbsp;: [http://th.wikipedia.org/wiki/สารานุกรมเสรี http://th.wikipedia.org/wiki/สารานุกรมเสรี] (เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2557)&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
อมร รักษาสัตย์. &#039;&#039;&#039;พระราชอำนาจตามกฎหมาย.&#039;&#039;&#039; [ออนไลน์]. สืบค้นจาก&amp;amp;nbsp;: [http://www.mcu.ac.th/BO/Files http://www.mcu.ac.th/BO/Files] /Doc/Article/artFile48.doc (เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2557)&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[Category:เหตุการณ์สำคัญทางการเมืองไทย สมัย พ.ศ. 2475-2500]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Apirom</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%84%E0%B8%93%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%8E%E0%B8%A3_%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B9%83%E0%B8%84%E0%B8%A3&amp;diff=15972</id>
		<title>คณะราษฎร คือใคร</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%84%E0%B8%93%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%8E%E0%B8%A3_%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B9%83%E0%B8%84%E0%B8%A3&amp;diff=15972"/>
		<updated>2024-06-19T08:55:58Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;Apirom: Apirom ย้ายหน้า คณะราษฎร (ปิยะวรรณ ปานโต) ไปยัง คณะราษฎร คือใคร โดยไม่สร้างหน้าเปลี่ยนทางตาม...&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&#039;&#039;&#039;ผู้เรียบเรียง&#039;&#039;&#039; ปิยะวรรณ ปานโต&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;ผู้ทรงคุณวุฒิประจำบทความ&#039;&#039;&#039; รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร จเร พันธุ์เปรื่อง &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==คณะราษฎร คือใคร==&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	คณะราษฎร คือกลุ่มบุคคล ที่ดำเนินการปฏิวัติยึดอำนาจจากพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และเปลี่ยนแปลงการปกครองของสยามประเทศ (เป็นชื่อของประเทศไทยในสมัยนั้น) [[จากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์]]มาเป็น[[ระบอบประชาธิปไตย]] เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พุทธศักราช 2475 โดยกลุ่มบุคคลดังกล่าวที่ต้องการเห็นบ้านเมืองมีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักเรียน และนักเรียนทหารที่ศึกษาและทำงานอยู่ในทวีปยุโรป &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==แผนเตรียมการปฏิบัติงานของคณะราษฎร==&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	เดือนกุมภาพันธ์ พุทธศักราช 2469 ณ หอพัก Rue du summerard ในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ได้มีการประชุมกลุ่มผู้ต้องการเห็นบ้านเมืองมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นครั้งแรก คือ [[ประยูร ภมรมนตรี|ร.ท.ประยูร ภมรมนตรี]] [[แปลก พิบูลสงคราม|ร.ท.แปลก ขิตตะสังคะ (หลวงพิบูลสงคราม)]] ซึ่งกำลังศึกษาวิชาทหารปืนใหญ่ ในโรงเรียนนายทหาร [[ทัศนัย มิตรภักดี|ร.ต.ทัศนัย มิตรภักดี]] ศึกษาวิชาการทหารม้า โรงเรียนนายทหาร ของฝรั่งเศส [[ตั้ว ลพานุกรม|นายตั้ว ลพานุกรม]] นักศึกษาวิทยาศาสตร์ ระดับปริญญาเอก ในสวิตเซอร์แลนค์ [[หลวงศิริราชไมตรี]] (จรูญ สิงหเสนี) ผู้ช่วยเลขานุการทูตสยาม ประจำกรุงปารีส [[แนบ พหลโยธิน|นายแนบ พหลโยธิน]] เนติบัณฑิตอังกฤษ และ[[ปรีดี พนมยงค์|นายปรีดี พนมยงค์]] ได้ทำการตกลงกันที่จะทำการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ที่กษัตริย์อยู่เหนือกฎหมายมาเป็นการปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่มีกษัตริย์อยู่ใต้กฎหมาย โดยมีการตกลงที่ใช้วิธีการ &#039;&#039;&#039;“ยึดอำนาจโดยฉับพลัน”&#039;&#039;&#039; รวมทั้งพยายามหลีกเลี่ยงการนองเลือด ทั้งนี้เพื่อป้องกันการถือโอกาสเข้ามาแทรกแซง ยกกำลังทหารมายึดครองดินแดนเอาไปเป็นเมืองขึ้น จากประเทศมหาอำนาจที่มีอาณานิคมอยู่ล้อมรอบสยามประเทศ ในสมัยนั้น คือ อังกฤษ และฝรั่งเศส &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	หลังจากการประชุมกลุ่มผู้ต้องการเห็นบ้านเมือง มีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ได้กลับมาประเทศสยาม และได้ติดต่อประชาชนทุกอาชีพ ประกอบด้วยข้าราชการฝ่ายทหารบก ทหารเรือ พลเรือน และราษฎร โดยใช้นามว่า&#039;&#039;&#039; “คณะราษฎร”&#039;&#039;&#039; ได้ร่วมทำการยึดอำนาจการปกครองประเทศเพื่อเปลี่ยนแปลงการปกครองในระบอบประชาธิปไตยโดยมีรัฐธรรมนูญใช้เป็นหลักในการปกครองประเทศ ซึ่งบุคคลคณะนี้มีจำนวน 99 นาย และสามารถรวบรวมได้โดยแบ่งเป็นสายดังนี้ คือ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
{| border=&amp;quot;1&amp;quot; align=&amp;quot;center&amp;quot;&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
| align=&amp;quot;center&amp;quot; |[[ภาพ:Priminister2.jpg‎]]&lt;br /&gt;
| align=&amp;quot;center&amp;quot; |[[ภาพ:Ppiboon.jpg]]&lt;br /&gt;
| align=&amp;quot;center&amp;quot; |[[ภาพ:Sin.JPG]]&lt;br /&gt;
| align=&amp;quot;center&amp;quot; |[[ภาพ:Predee.jpg‎]] &lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
| align=&amp;quot;center&amp;quot; |&#039;&#039;&#039;สายนายทหารชั้นยศสูง&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
| align=&amp;quot;center&amp;quot; |&#039;&#039;&#039;สายทหารบกชั้นยศน้อย&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
| align=&amp;quot;center&amp;quot; |&#039;&#039;&#039;สายทหารเรือ&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
| align=&amp;quot;center&amp;quot; |&#039;&#039;&#039;สายพลเรือน&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|[[พระยาพหลพลพยุหเสนา|นายพันเอกพระยาพหลพลพยุหเสนา]] &amp;lt;br&amp;gt;(พจน์ พหลโยธิน) เป็นหัวหน้า&lt;br /&gt;
|[[แปลก พิบูลสงคราม|นายพันตรี หลวงพิบูลสงคราม]] &amp;lt;br&amp;gt;(แปลก ขิตตะสังคะ) เป็นหัวหน้า&lt;br /&gt;
|[[หลวงสินธุสงครามชัย|นายนาวาตรี หลวงสินธุสงครามชัย]]&amp;lt;br&amp;gt;(สินธุ์ กมลนาวิน) เป็นหัวหน้า&lt;br /&gt;
|[[หลวงประดิษฐ์มนูธรรม|อำมาตย์ตรี หลวงประดิษฐ์มนูธรรม]]&amp;lt;br&amp;gt;(ปรีดี พนมยงค์) เป็นหัวหน้า&lt;br /&gt;
|}&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	ครั้นเมื่อถึงเวลาย่ำรุ่งของวันที่ 24 มิถุนายน พุทธศักราช 2475 ตรงกับวันศุกร์ แรม 6 ค่ำ เดือน 7 ปีวอก จุลศักราช 1294 ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาประชาธิปก พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นปีที่ 8 ในรัชกาลนั้น และนับเป็น[[พระมหากษัตริย์]]องค์ที่ 7 ใน[[พระราชวงศ์จักรี]] ซึ่งเป็นวันที่คณะราษฎรได้วางแผนและนัดหมายที่ลานพระบรมรูปทรงม้าหน้าพระที่นั่งอนันตสมาคม ได้มีกำลังทหารบก ทหารเรือ และหน่วยรถถังพร้อมด้วยอาวุธตั้งแถวเพื่อรอฟังคำสั่งผู้บังคับบัญชา ทั้งนี้ควบคุมโดยกรมยุทธศึกษาทหารบกมีคำสั่งให้ทหารทุกหน่วยไปพร้อมกันที่ลานพระบรมรูปทรงม้าก่อนเวลา 6 นาฬิกา ครั้นถึงเวลา 6 นาฬิกาตรงตามนัดหมาย นายพันเอกพระยาพหลพลพยุหเสนา ได้อ่าน[[ประกาศคำแถลงการณ์ของคณะราษฎรฉบับแรก]] ต่อหน้าราษฎร ความในประกาศฉบับนั้นมีว่า &amp;lt;ref&amp;gt;ประเสริฐ ปัทมะสุคนธ์, (2517)&#039;&#039;&#039; “รัฐสภาไทยในรอบสี่สิบสองปี (2475-2517)”.&#039;&#039;&#039; ห้างหุ้นส่วนจำกัด ช.ชุมชนช่าง : กรุงเทพมหานคร, หน้า 8-9.&amp;lt;/ref&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	“...ราษฎรทั้งหลาย เมื่อกษัตริย์องค์นี้ได้ครองราชสมบัติสืบต่อจากพระเชษฐานั้น ในขั้นต้นราษฎรบางคนได้หวังกันว่ากษัตริย์องค์ใหม่นี้คงจะปกครองให้ราษฎรได้ร่มเย็น แต่การก็หาได้เป็นไปตามที่คิดหวังกันไม่ กษัตริย์คงทรงอำนาจเหนือกฎหมายตามเดิม...เหตุฉะนั้น ราษฎร ข้าราชการ ทหาร และพลเมืองที่ได้รู้เท่าถึงการกระทำอันชั่วร้ายของรัฐบาลดังกล่าวแล้ว จึงรวมกำลังกันตั้งเป็นคณะราษฎรขึ้น และได้ยึดอำนาจของกษัตริย์ไว้แล้ว คณะราษฎรเห็นว่าการที่จะแก้ความชั่วร้ายนี้ได้ ก็โดยที่จะต้องจัดการปกครองโดยมีสภาได้ช่วยกันปรึกษาหารือหลาย ๆ ความคิด ดีกว่าความคิดเดียว ส่วนผู้เป็นประมุขของประเทศนั้นคณะราษฎรไม่ประสงค์ทำการแย่งชิงราชสมบัติ ฉะนั้น จึงได้ขออัญเชิญให้กษัตริย์องค์นี้ดำรงตำแหน่งกษัตริย์ต่อไป แต่จะต้องอยู่ใต้กฎหมายธรรมนูญการปกครองแผ่นดิน จะทำอะไรโดยลำพังไม่ได้...” ทั้งนี้คณะราษฎรได้ตั้งปณิธาน ในการเปลี่ยนแปลงการปกครองครั้งนี้ที่พึงกระทำก็คือจะต้องจัดวางโครงการ อาศัยหลักวิชาเพื่อให้สยามบรรลุเป้าหมาย &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==เป้าหมายหลัก 6 ประการ==&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	1. จะต้องรักษาความเป็นเอกราชทั้งหลาย เช่น เอกราชในทางการเมือง ในทางศาล ในทางเศรษฐกิจ ฯลฯ ของประเทศไว้ให้มั่นคง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	2. จะต้องรักษาความปลอดภัยในประเทศให้การประทุษร้ายต่อกันลดน้อยลงให้มาก&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	3. จะต้องบำรุงความสุขสมบูรณ์ของราษฎรในทางเศรษฐกิจ โดยรัฐบาลใหม่จะหางานให้ราษฎรทุก ๆ คนทำ จะวาง[[โครงการเศรษฐกิจแห่งชาติ]]ไม่ปล่อยให้ราษฎรอดอยาก&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	4. จะต้องให้ราษฎรได้[[สิทธิ]]เสมอภาคกัน (ไม่ใช่ให้พวกเจ้ามีสิทธิยิ่งกว่าราษฎรเช่นที่เป็นอยู่)&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	5. จะต้องให้ราษฎรได้มี[[เสรีภาพ]] มีความเป็นอิสระ เมื่อเสรีภาพนี้ไม่ขัดต่อหลัก 4 ประการดังกล่าวข้างต้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	6. จะต้องให้การศึกษาอย่างเต็มที่แก่ราษฎร&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	เมื่อ[[พระยาพหลพลพยุหเสนา|นายพันเอกพระยาพหลพลพยุหเสนา]] อ่านแถลงการณ์จบลง ทหารทุกเหล่า ตลอดจนประชาชนที่อยู่ ณ ที่นั้นก็เปล่งเสียงไชโยโห่ร้องให้การสนับสนุนคณะราษฎร ต่อจากนั้นผู้ก่อการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ได้แยกย้ายไปปฏิบัติหน้าที่ของตนตามที่ได้ตกลงนัดหมายกันไว้ เช่น แยกย้ายกันไปอ่านให้ประชาชนฟัง ณ ที่ชุมนุมชน และตามห้องประชุมของมหาวิทยาลัย เป็นต้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
{|&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
|[[ภาพ:2475.jpg]]&lt;br /&gt;
|&#039;&#039;สัญญลักษณ์แห่งความทรงจำ คือ [[หมุด 2475]] “ณ ที่นี้ 24 มิถุนายน 2475 เวลาย่ำรุ่ง คณะราษฎรได้ก่อกำเนิดรัฐธรรมนูญเพื่อความเจริญของชาติ” หมุดนี้เป็นจุดที่หัวหน้าคณะราษฎรยืนอ่านแถลงการณ์ประกาศเปลี่ยนแปลงการปกครอง ปัจจุบันซึ่งฝังอยู่ ณ ลานพระบรมรูปทรงม้าเบื้องซ้ายของพระรูปหน้าประตูสนามเสือป่า เป็นหมุดทองเหลืองฝังไว้เมื่อปี พ.ศ. 2483 เป็นที่รำลึกถึงการปฏิวัติของคณะราษฎรที่เปลี่ยนแปลงการปกครอง โดยมีรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดแทนองค์บุคคล&#039;&#039;&lt;br /&gt;
|}&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	ซึ่งได้อัญเชิญพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเป็น[[พระมหากษัตริย์]] ได้ประทับอยู่ ณ [[สวนไกลกังวล หัวหิน]] ขณะนั้นคณะผู้รักษาพระนครฝ่ายทหารได้ให้ [[นายนาวาตรี หลวงศุภชลาศัย]] นำ[[เรือหลวงสุโขทัย]] ไปหัวหิน เพื่อนำหนังสือกราบบังคมทูลเพื่ออัญเชิญให้เสด็จกลับสู่นครทรงเป็นกษัตริย์ต่อไป หนังสือกราบบังคมทูลนั้น มีความดังต่อไปนี้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	ทั้งนี้คณะราษฎรได้ใช้[[พระที่นั่งอนันตสมาคม]]เป็นที่บัญชาการ และเชิญพระราชวงศ์ ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ที่เห็นสมควรบางท่านมาควบคุมไว้ ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม พระตำหนักราชฤทธิ์ และในตึกกองรักษาการณ์ เพื่อเป็นการประกันความปลอดภัยของคณะราษฎร&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
						“พระที่นั่งอนันตสมาคม&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
						วันที่ 24 มิถุนายน พุทธศักราช 2475 &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ขอเดชะฝ่าละอองธุลีพระบาทปกเกล้าปกกระหม่อม&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	ด้วยคณะราษฎร ข้าราชการ ทหาร พลเรือน ได้ยึดอำนาจการปกครองแผ่นดินไว้ได้แล้ว และได้เชิญสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ มีสมเด็จพระเจ้าพี่ยาเธอ [[เจ้าฟ้ากรมนครสวรรค์วรพินิต]] เป็นต้น ไว้เป็นประกัน &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	ถ้าหากคณะราษฎรนี้ถูกทำร้ายด้วยประการใด ๆ ก็จะต้องทำร้ายเจ้านายที่คุมไว้เป็นการตอบแทน คณะราษฎรไม่ประสงค์จะแย่งชิงราชสมบัติแต่อย่างใด ความประสงค์อันใหญ่ยิ่งก็เพื่อที่จะมีธรรมนูญการปกครองแผ่นดิน จึงขอเชิญใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทกลับคืนสู่พระนคร ทรงเป็นกษัตริย์ต่อไปโดยอยู่ใต้ธรรมนูญการปกครองแผ่นดิน ซึ่งคณะราษฎรได้สร้างขึ้น ถ้าใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทตอบปฏิเสธก็ดี หรือไม่ตอบภายใน 1 ชั่วนาฬิกา นับแต่ได้รับหนังสือนี้ก็ดี คณะราษฎรก็จะได้ประกาศใช้ธรรมนูญการปกครองแผ่นดิน โดยเลือกเจ้านายพระองค์อื่นที่เห็นสมควรขึ้นเป็นกษัตริย์&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
							ควรมิควรแล้วแต่จะโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
		[[พระยาพหลพลพยุหเสนา|พ.อ.พระยาพหลพลพยุหเสนา]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
		[[พระยาทรงสุรเดช|พ.อ.พระยาทรงสุรเดช]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
		[[พระยาฤทธิ์อัคเนย์|พ.อ.พระยาฤทธิ์อัคเนย์]]” &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	เมื่อพระองค์เสด็จกลับไปประทับที่วังสุโขทัย ในวันที่ 26 มิถุนายน โปรดเกล้าฯ ให้คณะราษฎรเข้าเฝ้าที่[[วังสุโขทัย]] เวลา 11.00 นาฬิกา ในการนี้หลวงประดิษฐ์มนูธรรม (นายปรีดี พนมยงค์) ผู้แทนคณะราษฎร ได้นำ[[พระราชบัญญัติธรรมนูญการปกครองแผ่นดินสยาม พุทธศักราช 2475]] และ[[พระราชกำหนด]]นิรโทษกรรมในคราวเปลี่ยนแปลงการปกครองแผ่นดิน พุทธศักราช 2475 ซึ่งเป็นผู้สร้างเตรียมไว้ขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายเพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรง[[ลงพระปรมาภิไธย]]พระราชกำหนดนิรโทษกรรมในคราวเปลี่ยนแปลงการปกครองแผ่นดิน พุทธศักราช 2475 ณ บัดนั้น ส่วนพระราชบัญญัติธรรมนูญการปกครองแผ่นดินสยามชั่วคราวนั้น ทรงรับไว้และพระราชทานพระกระแสรับสั่งขอเวลาพิจารณาสักหนึ่งวัน คณะผู้แทนราษฎรจึงได้กราบถวายบังคมทูลลากลับ และในวันที่ 27 มิถุนายน ได้ทรงลงพระปรมาภิไธยในพระราชบัญญัติธรรมนูญการปกครองแผ่นดินสยามชั่วคราว ได้ทรงพระอักษร กำกับต่อท้าย ชื่อพระราชบัญญัติว่า &#039;&#039;&#039;“ชั่วคราว”&#039;&#039;&#039; (ซึ่งมีความหมายว่า การจัดรูป การปกครองของระบอบใหม่ มิใช่สิ่งที่ผู้นำของคณะราษฎรจะกำหนดได้ฝ่ายเดียวอีกต่อไป จะต้องมีการประนีประนอมออมชอมกับฝ่ายอื่นต่อไป) พระราชทานให้แก่คณะราษฎรตามที่เสนอขอพระราชทานไป จึงถือได้ว่าประเทศสยามได้มีรัฐธรรมนูญการปกครองประเทศเป็นฉบับแรกตั้งแต่วันนั้น โดยมี[[คำปรารภ]]ของธรรมนูญการปกครองฉบับแรกนี้ มีว่า &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	“พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาประชาธิปก พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการดำรัสเหนือเกล้าฯ สั่งว่า&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	โดยที่คณะราษฎรได้ขอร้องให้อยู่ใต้ธรรมนูญการปกครองแผ่นดินสยาม เพื่อบ้านเมืองจะได้เจริญขึ้น และโดยที่ทรงยอมรับตามคำขอร้องของคณะราษฎร จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตรา[[พระราชบัญญัติ]]ขึ้นไว้โดยมาตราต่อไปนี้” “...โดยบทบัญญัติแห่งธรรมนูญการปกครองประเทศฉบับนี้มีรัฐสภาเพียงสภาเดียว เรียกว่า[[สภาผู้แทนราษฎร]] รัฐบาลไม่มีอำนาจ[[ยุบสภา]] ส่วนสภามีอำนาจมาก ผู้เป็นนายกรัฐมนตรีจะเป็นสมาชิกสภาด้วย ....” &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==ประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม==&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	วันที่ 10 ธันวาคม พุทธศักราช 2475 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จออก ณ พระที่นั่งอนันตสมาคมในพระราชพิธีพระราชทานรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม พุทธศักราช 2475 เวลา 10.00 นาฬิกา ท่ามกลางอุดมสันนิบาต มีพระบรมวงศานุวงศ์และทูตานุทูต ผู้แทนนานาประเทศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เสนามาตย์ราชบริพาร เฝ้าเบื้องบาทบงกช พรั่งพร้อมกันอาลักษณ์ ได้อ่านพระราชปรารภในการพระราชทานรัฐธรรมนูญเพื่อให้สยามราชอาณาจักรได้มีการปกครองตามวิสัยอารยประเทศในสมัยปัจจุบัน...และเสด็จพระราชดำเนินไป ณ สีหบัญชรทักษิณของพระที่นั่งอนันตสมาคม ซึ่ง ณ ที่นั้นมีทหารกองเกียรติยศ [[นายกรัฐมนตรี]] ประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎร [[คณะรัฐมนตรี]] สมาชิกสภา ข้าราชการ และประชาชนยืนอยู่ ซึ่งเป็นการแสดงให้ประชาชนได้ทราบว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานรัฐธรรมนูญให้แก่ปวงชนแล้ว ต่างแสดงส่งเสียงไชโยโห่ร้อง แสดงความยินดีในการที่ได้รับพระราชทานรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ก็คือ การเปลี่ยนแปลงการปกครองจากสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาสู่การปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขภายใต้รัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	 ต่อมาพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ขณะทรงประทับอยู่ ณ ประเทศอังกฤษ จึงตกลงพระทัยสละราชสมบัติ ทรงลาออกจากตำแหน่ง[[พระมหากษัตริย์]] ในวันที่ 2 มีนาคม พุทธศักราช 2477 ดังปรากฏความในเอกสารความว่า&amp;lt;ref&amp;gt;รัฐสภา, (2542) &#039;&#039;&#039;“พระราชประวิติและพระราชกรณียกิจในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาประชาธิปก พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว”.&#039;&#039;&#039; บริษัท รุ่งศิลป์การพิมพ์ (1977) จำกัด : กรุงเทพมหานคร, หน้า 97.&amp;lt;/ref&amp;gt; &#039;&#039;&#039;“.... ข้าพเจ้ามีความเต็มใจที่จะสละอำนาจอันเป็นของข้าพเจ้าอยู่แต่เดิมให้แก่ราษฎรโดยทั่วไป แต่ข้าพเจ้าไม่ยินยอมยกอำนาจทั้งหลายของข้าพเจ้าให้แก่ผู้ใด คณะใด โดยฉะเพาะเพื่อใช้อำนาจนั้นโดยสิทธิขาด และโดยไม่ฟังเสียงอันแท้จริงของประชาราษฎร”&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==ย้อนอดีตแห่งความทรงจำ== &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
	ซึ่งคุณกระจ่าง ตุลารักษ์ วัย 87 ปี ชาวบ้านแห่งอำเภอบางคล้า เมืองแปดริ้ว เป็นอดีตสมาชิกคณะราษฎรคนสุดท้ายที่ยังมีชีวิตอยู่ หวนรำลึก ความหลัง ได้กล่าวทิ้งท้ายไว้ว่า “สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อเช้ามืดของวันที่ 24 มิถุนายน 2475 เป็นทรัพย์สมบัติของประชาชนคนรุ่นหลัง” &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==อ้างอิง==&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;references/&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==หนังสือแนะนำให้อ่านต่อ==&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
สมบัติ ธำรงธัญวงศ์. &#039;&#039;&#039;การเมืองการปกครองไทย : พ.ศ. 1762-2500.&#039;&#039;&#039; เสมาธรรม. พิมพ์ครั้งที่ 4, พ.ศ. 2549.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
==บรรณานุกรม==&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ประเสริฐ ปัทมะสุคนธ์, (2517) &#039;&#039;&#039;“รัฐสภาไทยในรอบสี่สิบสองปี (2475-2517)”.&#039;&#039;&#039; ห้างหุ้นส่วนจำกัด ช.ชุมชนช่าง : กรุงเทพมหานคร.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนนต์, (2548) &#039;&#039;&#039;“เอกสารประกอบการศึกษาดูงาน โครงการยุวชนประชาธิปไตย ประจำปี 2548”.&#039;&#039;&#039; สำนักการพิมพ์ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;รัฐสภา, (2542 “พระราชประวิติและพระราชกรณียกิจในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาประชาธิปก พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว”.&#039;&#039;&#039; บริษัท รุ่งศิลป์การพิมพ์ (1977) จำกัด : กรุงเทพมหานคร. &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
http://th.wikipedia.org/wiki. สืบค้นเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2552.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[category:เหตุการณ์สำคัญทางการเมืองไทย สมัย พ.ศ. 2475-2500]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Apirom</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=London_Bridge_is_down&amp;diff=15834</id>
		<title>London Bridge is down</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=London_Bridge_is_down&amp;diff=15834"/>
		<updated>2023-09-12T02:33:53Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;Apirom: สร้างหน้าด้วย &amp;quot; &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;London Bridge is down&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;  &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;การสวรรคตของ&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบ...&amp;quot;&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;London Bridge is down&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;การสวรรคตของ&#039;&#039;&#039;&#039;&#039;&#039;สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่สอง&#039;&#039;&#039;&#039;&#039;&#039;แห่งสหราชอาณาจักร&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ศุทธิกานต์ มีจั่น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;London Bridge is Down&#039;&#039;&#039;&amp;amp;nbsp;หรือ สะพานลอนดอนพังแล้ว เป็นชื่อรหัสลับและแผนรับมือหลังจาก&amp;lt;br/&amp;gt; ที่&#039;&#039;&#039;สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่สอง&#039;&#039;&#039;&amp;amp;nbsp;แห่งสหราชอาณาจักร เสด็จสวรรคด้วยพระชนมายุ 96 พรรษา&amp;lt;br/&amp;gt; โดยประกาศอย่างเป็นทางการจากพระราชวังบัคกิงแฮม&amp;amp;nbsp;เมื่อวันที่ 8 กันยายน ค.ศ. 2022 ตามเวลาท้องถิ่น&amp;lt;br/&amp;gt; ของอังกฤษ โดยพระองค์ทรงครองราชย์มาครบ 70 ปี ทั้งนี้ เมื่อสมเด็จพระราชินีนาถสิ้นพระชนม์ จะมีการดำเนินงานตามพิธีการอย่างเข้มงวดเพื่อให้มีการเตรียมการอำลาครั้งสุดท้าย เพื่อให้มีความมั่นใจได้ถึงความเรียบร้อย ความมั่นคงซึ่งเป็นสัญลักษณ์ภายใต้รัชสมัยของพระนาง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;&#039;&#039;ภาพสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 และสะพานลอนดอน&#039;&#039;&#039;&#039;&#039;[[#_ftn1|&#039;&#039;&#039;&#039;&#039;[1]&#039;&#039;&#039;&#039;&#039;]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
แผนสำหรับดำเนินการเมื่อสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 สวรรคตแล้ว มีการวางแผนไว้&amp;lt;br/&amp;gt; 3 ช่วงเวลาหลัก ดังนี้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;วันสวรรคต - &#039;&#039;เซอร์ คริสโตเฟอร์ ฌีดต์ (Sir Christopher Geidt) ซึ่งเป็นเลขานุการประจำพระองค์และสมาชิกสภาขุนนาง จะเป็นผู้ติดต่อกับนายกรัฐมนตรีเพื่อแจ้งข่าวสวรรคตของ&#039;&#039;&#039;สมเด็จพระราชินีนาถ&amp;lt;br/&amp;gt; เอลิซาเบธที่&#039;&#039;&#039;&#039;&#039;&#039;2 &#039;&#039;&#039;แก่นายกรัฐมนตรี ด้วยถ้อยคำว่า “สะพานลอนดอนพังแล้ว” จากนั้นข้าราชบริพารทั้งหลาย&amp;lt;br/&amp;gt; ก็จะแจ้งข้อความ &amp;quot;สะพานลอนดอนพังแล้ว&amp;quot; ต่อ ๆ กันไปผ่านโทรศัพท์ที่มีระบบการป้องกันอย่างแน่นหนา&amp;lt;br/&amp;gt; เพื่อเริ่มดำเนินการตามแผนปฏิบัติการที่เรียกว่า&amp;amp;nbsp;ปฏิบัติการสะพานลอนดอน (&#039;&#039;&#039;Operation London Bridge)&#039;&#039;&#039;[[#_ftn2|[2]]]&#039;&#039;&#039;&amp;amp;nbsp;ซึ่งเป็นการเตรียมดำเนินการขั้นตอนต่าง ๆ ตั้งแต่แถลงข่าวไปจนถึงการจัดพระราชพิธีไว้อาลัย&amp;lt;br/&amp;gt; และฝังพระศพ&amp;amp;nbsp; จากนั้น ศูนย์ปฏิกิริยาโลก (Global Response Centre) ในสังกัดสำนักต่างประเทศ ซึ่งมีที่ตั้งอันไม่เปิดเผยอยู่ในลอนดอน&#039;&#039;&#039;[[#_ftn3|[3]]]&#039;&#039;&#039;&amp;amp;nbsp;ไปยังรัฐบาลอีก 15 ประเทศ ที่ควีนทรงเป็นพระประมุขตามด้วยอีก 36 ประเทศ ที่อยู่ในเครือจักรภพอังกฤษ จากนั้นจึงจะมีการแจ้งสื่อมวลชน โดยแถลงต่อสมาคมสื่อ และต่อ &#039;&#039;&#039;&#039;&#039;&#039;BBC&amp;lt;br/&amp;gt; (the British Broadcasting Corporation) ทางระบบส่งผ่านการแจ้งเตือนทางวิทยุ(Radio Alert Transmission System) รวมถึงต่อสถานีวิทยุอื่น ๆ ผ่านเครือข่าย &amp;quot;ไฟสีฟ้า&amp;quot; (obit light) ซึ่งจะเป็นที่รับทราบของพิธีกรรายการวิทยุว่า ถึงเวลาเปิด &amp;quot;เพลงที่เหมาะสม&amp;quot; และเตรียมเสนอข่าวฉับพลัน จากนั้นสำนักพระราชวังจะประกาศอย่างเป็นทางการ แล้วมีการเรียกประชุมรัฐสภานัดพิเศษ เพื่อให้นายกรัฐมนตรีแถลงการสวรรคตต่อสภาสามัญชน (House of Commons)&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;&#039;&#039;24 ชั่วโมงหลังการสวรรคต -&#039;&#039;&#039;&#039;&#039;&amp;lt;b&amp;gt;เจ้าชายชาลส์ พระโอรสของสมเด็จพระราชินีผู้ล่วงลับจะทรงประทาน&amp;lt;br/&amp;gt; คำกล่าวแก่ประชาชนทางโทรทัศน์ และสภาสืบราชยสมบับติ (&amp;lt;/b&amp;gt;&#039;&#039;&#039;Accession Council) จะประชุมกัน&amp;lt;br/&amp;gt; เพื่อประกาศให้เจ้าชายชาลส์ เป็นพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์องค์ใหม่ที่พระราชวังเซนต์ เจมส์ &amp;amp;nbsp;(St. James&#039;s Palace) จากนั้นจะมีการประชุมรัฐสภาเพื่อถวายสัตย์ต่อพระมหากษัตริย์พระองค์ใหม่&amp;lt;br/&amp;gt; และกิจกรรมรัฐสภาทั้งหมดจะถูกระงับเป็นเวลา 10 วัน&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;&#039;&#039;งานพระศพ -&#039;&#039;&#039;&#039;&#039;&amp;lt;b&amp;gt;ตามแผนปฏิบัติการจะให้มีการเตรียมเคลื่อนหีบพระศพไว้หลายทาง ขึ้นอยู่กับสถานที่สวรรคต อาทิ เช่น&amp;lt;/b&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;(1) หากสวรรคต ณ ปราสาทวินด์เซอร์ หรือตำหนักซานดริงแฮม จะเคลื่อนหีบพระศพด้วยรถยนต์&amp;lt;br/&amp;gt; ไปยังพระราชวังบักกิงแฮมภายใน 1-2 วัน&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;(2) หากสวรรคตในต่างประเทศ จะให้กองบินที่ 32 ลำเลียงหีบพระศพไปยังสถานีนอร์ตโฮลต์&amp;lt;br/&amp;gt; แล้วเคลื่อนต่อด้วยรถยนต์ไปยังพระราชวังบักกิงแฮม&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;(3) หากสวรรคต ณ พระราชวังโฮลีรูดในสกอตแลนด์ จะไว้หีบพระศพ ณ อาสนวิหารนักบุญไจลส์&amp;lt;br/&amp;gt; (&#039;&#039;&#039;&#039;&#039;&#039;St Giles&#039; Cathedral) แล้วจึงขนย้ายต่อด้วยรถไฟหลวงไปยังลอนดอน&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;&amp;amp;nbsp;หีบพระศพจะตั้งไว้ในท้องพระโรงพระราชวังบักกิงแฮมเป็นเวลา 4 วัน แล้วจะย้ายไปตั้งสักการะ&amp;lt;br/&amp;gt; ณ โถงเวสมินสเตอร์ พระราชวังเวสต์มินสเตอร์ อีก 4 วัน ส่วนงานพระศพจะจัดขึ้น ณ เวสต์มินสเตอร์แอบบีย์ (&#039;&#039;&#039;&#039;&#039;&#039;Westminster Abbey) เมื่อสวรรคตแล้ว 9 วัน หลังจากนั้น จะฝังพระศพไว้ ณ โบสถ์น้อยนักบุญจอร์จ&amp;lt;br/&amp;gt; (St George&#039;s Chapel) ในปราสาทวินด์เซอร์&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;ภาพแสดงการไว้อาลัยการสวรรคตของของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ของเวปไซต์ราชวงศ์อังกฤษ[[#_ftn4|&#039;&#039;&#039;[4]&#039;&#039;&#039;]]&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;ทั้งนี้ สำหรับราชวงศ์อังกฤษ ซึ่งเป็นราชวงศ์เก่าแก่ของโลก ถือว่าการคาดการณ์การเสด็จสวรรคต&amp;lt;br/&amp;gt; ของกษัตริย์อังกฤษนั้นเป็นเรื่องปกติ&#039;&#039;&#039;[[#_ftn5|[5]]]&#039;&#039;&#039;และมีการเตรียมความพร้อมในกรณีที่พระมหากษัตริย์สวรรคตอย่างเป็นขั้นเป็นตอน แม้จะไม่ได้พูดถึงอย่างเปิดเผย แต่บุคคลที่เกี่ยวข้องกับสำนักพระราชวัง ศาสนจักร และรัฐบาล ต้องร่วมมือกันวางแผนต่าง ๆ อย่างเป็นขั้นตอนไว้ล่วงหน้า เพื่อป้องกันข้อผิดพลาดหรือผิดธรรมเนียมที่อาจเกิดขึ้นถ้าหากมีเวลาเตรียมตัวไม่พอ&#039;&#039;&#039;[[#_ftn6|[6]]]&#039;&#039;&#039;โดยรหัสลับ&#039;&#039;&#039; “ &#039;&#039;&#039;London Bridge is Down” นี้ไม่เคยถูกใช้ รวมถึงแผนปฏิบัติการไม่เคยเปิดเผยอย่างเป็นทางการมาก่อน มีเพียงการให้ข้อมูลเบื้องต้นว่าทุกขั้นตอนมีความละเอียดอ่อน และเป็นการเจรจาที่ลับสุดยอด ซึ่งถูกวางแผนครั้งแรกในปี ค.ศ. 1960 และมีการแก้ไขหลายครั้งหลายหน โดยประกอบด้วยรายละเอียดของการแจ้งข่าว การรับมือกับฝูงชนที่มุ่งหน้าสู่ลอนดอน ตลอดจนรายละเอียดในพิธี เพื่อให้แน่ใจว่าทุกอย่างจะออกมาอย่างสง่างาม โดยมีการประชุมกันเรื่องนี้ปีละสอง&amp;lt;br/&amp;gt; หรือสามครั้ง ส่วนใหญ่เป็นรายละเอียดต่างๆ ในเชิงพิธีกรรม เช่นหารือกันเรื่องการเคลื่อนพระศพจากประตูของพระราชวังเซนต์เจมส์ไปถึงทางเข้าของเวสต์มินสเตอร์ฮอลที่ต้องใช้เวลานาน 28 นาที เป็นต้น เพื่อให้งานทั้งหมดเป็นไปอย่างราบรื่นและสมบูรณ์แบบที่สุด โดยแผนนี้ได้รับการดูแลปรับปรุงให้ละเอียดขึ้นหลังเปลี่ยนศตวรรษเป็นต้นมา&#039;&#039;&#039;[[#_ftn7|[7]]]&#039;&#039;&#039;อีกทั้งแผนการดังกล่าวยังเพื่อเป็นการเปลี่ยนผ่านการเปลี่ยนรัชกาลของประมุขแห่ง&amp;lt;br/&amp;gt; สหราชอาณาจักรจะดำเนินต่อไปอย่างไม่สะดุด โดยสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 มีส่วนร่วมในการวางแผนด้วยพระองค์เอง&#039;&#039;&#039;[[#_ftn8|[8]]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;&#039;&#039;ภาพพระราชพิธีพระบรมศพของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2&#039;&#039;&#039;&#039;&#039;[[#_ftn9|[9]]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;กล่าวได้ว่า การเตรียมตัวรับการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ได้เคยได้รับความสนใจจาก สำนักข่าว &#039;&#039;&#039;&#039;&#039;&#039;Business Insider ได้นำเสนอเรื่องนี้ไว้ในปี ค.ศ. 2015 และเมื่อปลายปี ค.ศ. 2016 เมื่อสมเด็กพระราชินีไม่ได้ทรงไปร่วมพิธีมิสซาฉลองคริสต์มาสอย่างที่เคยเพราะประชวร ประกอบกับพระชนมายุที่มากแล้ว นอกจากนี้สำนักข่าวสำคัญของโลกอื่นๆ อย่าง CNN ได้มีการเตรียมข่าวนี้ไว้แล้วเป็นชุด เพื่อจะได้นำออกฉายได้ทันท่วงที ในขณะที่ The Guardian มีรายงานการเตรียมพร้อมเอาไว้แล้วเช่นกัน เช่นเดียวกับ นิตยสาร Times ที่ได้มีการเตรียมข้อมูลไว้มากมายที่สามารถนำเสนอได้ติดกันนาน 11 วัน รวมทั้งสถานีโทรทัศน์ เช่น Sky ได้มีการซ้อมทำข่าวนี้ไว้ โดยใช้รหัสลับว่าเป็นข่าวของ ‘Mrs Robinson’ ซึ่งเป็น&amp;lt;br/&amp;gt; คำเรียกแทนสมเด็จพระราชินีนาถ ทั้งยังได้มีการทำข้อตกลงไว้กับเหล่าผู้เชี่ยวชาญเรื่องราชวงศ์อังกฤษเพื่อให้สามารถสัมภาษณ์สดได้ทันท่วงที&#039;&#039;&#039;[[#_ftn10|[10]]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;อย่างไรก็ดี &#039;&#039;&#039;การใช้รหัสลับสำหรับบอกข่าวการสวรรคตของบุคคลสำคัญในราชวงศ์นั้น เริ่มขึ้นเมื่อสมัยการสวรรคตของพระเจ้าจอร์จที่ 6 (George VI)&amp;amp;nbsp; ในปี ค.ศ. 1952 โดยใช้ข้อความแจ้งข่าวว่า&amp;amp;nbsp;“มุมสวนไฮด์”&amp;amp;nbsp;(Hyde Park Corner) แก่เชื้อพระวงศ์และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเพื่อสื่อถึงว่าพระเจ้าแผ่นดินสิ้นแล้ว&amp;lt;br/&amp;gt; โดยเลขานุการในพระองค์ ได้โทรศัพท์บอกผู้ช่วยถึงเหตุการณ์นี้ว่า “&#039;&#039;Hyde Park Corner. Go and tell&amp;lt;br/&amp;gt; Mr Churchill and Queen Mary.&#039;&#039;” และนายวินสตัน เชอร์ชิล (Winston Churchill) นายกรัฐมนตรีอังกฤษในขณะนั้นก็สื่อสารต่อโดยใช้รหัสลับนี้ด้วย[[#_ftn11|[11]]] ซึ่งแต่ละพระองค์จะมีชื่อปฏิบัติการรับมือในกรณีสวรรคต&amp;lt;br/&amp;gt; เฉพาะพระองค์ ทั้งนี้ ภายหลังปลายศตวรรษที่ 20 ส่วนใหญ่มักตั้งตามชื่อตามสะพานสำคัญที่มักมีประวัติเกี่ยวข้องกับเชื้อพระวงศ์นั้น ๆ อาทิ เช่น&amp;amp;nbsp;&amp;quot;ปฏิบัติการสะพานเทย์&amp;quot; (Operation Tay Bridge) สำหรับสมเด็จพระราชชนนี เอลิซาเบธ (Queen Elizabeth The Queen Mother) ที่มีเตรียมงานพระศพล่วงหน้าถึง 22 ปีก่อนถึงการสวรรคตในปี ค.ศ. 2002 ซึ่งแนวทางที่เตรียมไว้ได้ถูกนำมาใช้ก่อนหน้าในการจัดการการเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุของเจ้าหญิงไดอาน่า (Princess Diana) ในปี ค.ศ. 1997, &amp;quot;ปฏิบัติการสะพานฟอร์ท&amp;quot; (Operation Forth Bridge)&amp;amp;nbsp;ใช้สำหรับเจ้าชายฟิลิป ดยุกแห่งเอดินบะระ ซึ่งเป็นชื่อสะพานที่ตั้งอยู่ทางตะวันตกของใจกลางเมืองเอดินบะระ ที่ทรงสิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 9 เมษายน ค.ศ. 2021 &amp;amp;nbsp;นอกจากนี้ได้มีการใช้ชื่อ &amp;quot;ปฏิบัติการสะพานเมนาย&amp;quot; (Operation Menai Bridge) สำหรับเจ้าชายชาลส์ เจ้าชายแห่งเวลส์[[#_ftn12|[12]]]&amp;amp;nbsp; พระยศในขณะก่อนได้รับการสถาปนาเป็น&amp;amp;nbsp;สมเด็จพระเจ้าชาลส์ที่ 3 (Charles III) แห่งสหราชอาณาจักร ซึ่งได้มีพระราชพิธีราชาภิเษกจัดขึ้นในวันที่ 6 พฤษภาคม ค.ศ. 2023 โดยเป็นการตั้งชื่อตามสะพานแขวนเมนายในเวลส์&amp;lt;br/&amp;gt; ที่เชื่อมต่อแผ่นดินใหญ่กับเกาะแองเกิลซีย์ (Anglesey)&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&amp;lt;div&amp;gt;อ้างอิง &lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
&amp;lt;div id=&amp;quot;ftn1&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[#_ftnref1|[1]]] “&#039;Operation Unicorn&#039; kicks in after Queen Elizabeth&#039;s death in Scotland...”, Retrieved from URL https://www. onmanorama.com/news/world/2022/09/08/queen-elizabeth-operation-london-bridge.html (20 June 2023).&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn2&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[#_ftnref2|&#039;&#039;&#039;[2]&#039;&#039;&#039;]] “London Bridge is falling down บทเพลงผ่านยุคสมัยแฝงปรัชญาการเกิด-ดับของชีวิต”, สืบค้นจาก https://www.springnews. co.th/lifestyle/inspiration/829620 (20 มิถุนายน 2566).&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn3&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[#_ftnref3|[3]]] “&#039;London Bridge is down&#039;: the secret plan for the days after the Queen’s death”, สืบค้นจาก https://www.theguardian. com/uk-news/2017/mar/16/what-happens-when-queen-elizabeth-dies-london-bridge (20 June 2023).&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn4&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[#_ftnref4|[4]]] “The London Bridge is down, the farewell to Elizabeth and the proclamation of the new king”, Retrieved from URL https://en.italiani.it/the-london-bridge-is-down-the-farewell-to-elizabeth-and-the-proclamation-of-the-new-king/ (20 June 2023).&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn5&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[#_ftnref5|[5]]] “The Day THE QUEEN dies”, สืบค้นจาก https://thematter.co/thinkers/the-day-the-queen-dies/20852 (20 มิถุนายน 2566).&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn6&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[#_ftnref6|[6]]] “THE ATTENTION: รู้จัก ‘ปฏิบัติการสะพานลอนดอน’ เมื่อควีนอังกฤษสวรรคตแล้วต้องทำอย่างไร?”, สืบค้นจาก https://www. instagram.com/p/CiZEhcePJFD/ (20 มิถุนายน 2566).&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn7&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[#_ftnref7|[7]]] “The Day THE QUEEN dies”, สืบค้นจาก https://thematter.co/thinkers/the-day-the-queen-dies/20852 (20 มิถุนายน 2566).&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn8&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[#_ftnref8|[8]]] “BRIEF 912 ‘London Bridge is down’ รู้จักรหัสลับที่ถูกใช้ครั้งแรก ในวันที่ควีนเอลิซาเบธที่ 2 สวรรคต”, สืบค้นจาก https://the matter.co/brief/185155/185155(20 มิถุนายน 2566).&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn9&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[#_ftnref9|[9]]] “All the Photos of Queen Elizabeth&#039;s State Funeral”, Retrieved from URL https://www.townand countrymag.com/ society/tradition/g41229305/queen-elizabeth-state-funeral-photos/(20 June 2023).&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn10&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[#_ftnref10|[10]]] “What will happen now the Queen has died - 27 step plan for the nation rolled out over 10 days”, Retrieved from URL https://www.mylondon.news/news/uk-world-news/what-operation-london-bridge-27-15982422(20 June 2023).&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn11&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[#_ftnref11|[11]]] “The Day THE QUEEN dies”, สืบค้นจาก https://thematter.co/thinkers/the-day-the-queen-dies/20852(20 มิถุนายน 2023).&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn12&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[#_ftnref12|&#039;&#039;&#039;[12]&#039;&#039;&#039;]] “London Bridge is falling down บทเพลงผ่านยุคสมัยแฝงปรัชญาการเกิด-ดับของชีวิต”, สืบค้นจาก https://www. springnews.co.th/lifestyle/inspiration/829620 (20 มิถุนายน 2566).&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;/div&amp;gt;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Apirom</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B9%8C%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3_2557&amp;diff=15675</id>
		<title>เหตุการณ์รัฐประหาร 2557</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B9%8C%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3_2557&amp;diff=15675"/>
		<updated>2023-08-30T02:20:36Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;Apirom: สร้างหน้าด้วย &amp;quot; รัฐประหาร 2557 (22 พ.ค. 2557)&amp;lt;br/&amp;gt; ผู้เรียบเรียง รองศาสตราจารย์ ดร.อ...&amp;quot;&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&lt;br /&gt;
รัฐประหาร 2557 (22 พ.ค. 2557)&amp;lt;br/&amp;gt; ผู้เรียบเรียง รองศาสตราจารย์ ดร.อรรถสิทธิ์ พานแก้ว&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ความนำ&amp;lt;br/&amp;gt; &amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp;เหตุการณ์รัฐประหารที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ.2557 ถือเป็นการรัฐประหารครั้งที่ 13&amp;lt;br/&amp;gt; ของประเทศไทยภายหลังจากได้มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองมาสู่ระบอบประชาธิปไตย โดยคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งมีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบกในขณะนั้นเป็นหัวหน้าคณะ&amp;lt;br/&amp;gt; ได้ทำการยึดอำนาจจากรัฐบาลรักษาการของพรรคเพื่อไทย ซึ่งมีนายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล ดำรงตำแหน่ง&amp;lt;br/&amp;gt; เป็นรักษาการนายกรัฐมนตรี ภายหลังจากที่นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีพร้อมด้วยรัฐมนตรี&amp;lt;br/&amp;gt; รวม 9 คน ได้ถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้พ้นจากความเป็นรัฐมนตรีจากการมีมติโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี นับเป็นเหตุการณ์ต่อเนื่องมาจากความขัดแย้งทางการเมืองครั้งสำคัญที่มวลมหาประชาชน หรือคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบอันมีพระมหากษัตริย์&amp;lt;br/&amp;gt; ทรงเป็นประมุข (กปปส.) นำโดยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ หรือ “ลุงกำนัน” ได้ออกมาชุมนุมขับไล่รัฐบาล&amp;lt;br/&amp;gt; ของนางสาวยิ่งลักษณ์ จนกระทั่งอดีตนายกรัฐมนตรีตัดสินใจประกาศยุบสภาเพื่อให้มีการเลือกตั้งใหม่ แต่ทว่า&amp;lt;br/&amp;gt; ความตึงเครียดทางการเมืองที่โหมระอุกลับไม่มีทีท่าคลี่คลายลงแต่อย่างใด กองทัพภายใต้การนำของ&amp;lt;br/&amp;gt; พลเอกประยุทธ์ที่เข้ามามีบทบาทสร้างพื้นที่ในการเจรจาระหว่างคู่ขัดแย้งแต่ไม่เป็นผล จึงได้ทำการยึดอำนาจ&amp;lt;br/&amp;gt; ในที่สุด&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
จาก พ.ร.บ.นิรโทษกรรมสู่พลังมวลมหาประชาชน&amp;lt;br/&amp;gt; &amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp;กำเนิดของขบวนการมวลมหาประชาชน หรือคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) เกิดขึ้นจากวิกฤต&amp;lt;br/&amp;gt; ความชอบธรรมของรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ที่ได้ตัดสินใจเดินหน้าผลักดันร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม&amp;lt;br/&amp;gt; แก่ผู้ซึ่งกระทำความผิดเนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง การแสดงออกทางการเมืองของประชาชน ที่ถูกเสนอโดยนายวรชัย เหมะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย และคณะ หรือที่ถูกเรียกว่า&amp;lt;br/&amp;gt; “ร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแบบเหมาเข่ง” หรือ “ร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมฉบับสุดซอย”&amp;lt;br/&amp;gt; ที่หลายฝ่ายวิจารณ์ว่าเอื้อประโยชน์ให้กับอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ผู้ลี้ภัยการเมืองอยู่ในต่างประเทศ&amp;lt;br/&amp;gt; จากเหตุการณ์ดังกล่าวรัฐบาลถูกแรงต้านอย่างหนักจากทั้งภายในและนอกสภา โดยเฉพาะการที่สมาชิกบางส่วนของพรรคฝ่ายค้านอย่างพรรคประชาธิปัตย์ได้เคลื่อนไหวกดดันรัฐบาลด้วยการจัดตั้งเวทีการชุมนุมบนท้องถนน โดยเริ่มต้นที่บริเวณสถานีรถไฟสามเสนเป็นแห่งแรกและได้ขยายไปสู่พื้นที่อื่นๆ แกนนำคนสำคัญอย่าง&amp;lt;br/&amp;gt; นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยแกนนำและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร&amp;lt;br/&amp;gt; อีกหลายคนของพรรคตัดสินใจลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคเพื่อมาเป็นแกนนำการชุมนุม&amp;lt;br/&amp;gt; &amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp;แม้จุดเริ่มต้นของการชุมนุมจะเริ่มมาจากประเด็นต่อต้านร่างพระราชบัญัติญัตินิรโทษกรรม แต่เมื่อการชุมนุมต่อต้านลุกลามออกไป จนส่งผลให้รัฐบาลยอมถอนร่างพระราชบัญัติญัติดังกล่าวออกจากระเบียบ&amp;lt;br/&amp;gt; วาระการพิจารณาของสภา ทว่าการชุมนุมที่ถูกจุดติดขึ้นแล้วกลับได้ยกระดับจากการต่อต้านร่างพระราชบัญญัติ&amp;lt;br/&amp;gt; นิรโทษกรรมมาสู่ปฏิบัติการขับไล่รัฐบาล นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ผู้คร่ำหวอด&amp;lt;br/&amp;gt; ในวงการเมืองได้ผันบทบาทกลายมาเป็น “ลุงกำนัน” ของผู้ชุมนุมที่เรียกตนเองว่ามวลมหาประชาชน จัดการชุมนุมขึ้นต่อเนื่องโดยปักหลักอยู่บนถนนสายประวัติศาสตร์อย่างถนนราชดำเนิน รวมถึงมีการจัดตั้งเวทีในลักษณะคู่ขนานขึ้นในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะที่บริเวณศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะที่เป็นอีกหนึ่งเวทีใหญ่ แกนนำได้ประกาศเจตนารมณ์ของการชุมนุมเพื่อที่จะโค่นล้ม “ระบอบทักษิณ” ที่ถูกมองว่าคือสาเหตุแท้จริงที่นำมาสู่วิกฤตหลายๆ อย่างของประเทศ&amp;lt;br/&amp;gt; &amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp;การชุมนุมขับไล่รัฐบาลของมวลมหาประชาชนซึ่งเป็นเสมือนชื่อเล่นของคณะกรรมการประชาชน&amp;lt;br/&amp;gt; เพื่อการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) อาจมองได้ว่านี่คือการสานต่อเจตนารมณ์ของขบวนการพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย&amp;lt;br/&amp;gt; หรือที่เรียกว่า “คนเสื้อเหลือง” ที่เคยออกมาชุมนุมเพื่อโค่นล้ม “ระบบทักษิณ” ในช่วงปลายปี พ.ศ.2547 จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์รัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน พ.ศ.2549 และยังมีบทบาทในการชุมนุมต่อต้านรัฐบาลพรรคพลังประชาชนในสมัยรัฐบาลของนายสมัคร สุนทรเวช และนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ในช่วงปี พ.ศ.2551&amp;lt;br/&amp;gt; รวมถึงยังเป็นคู่ขัดแย้งตรงข้ามกับฝั่ง “คนเสื้อแดง” หรือขบวนการแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ในเหตุการณ์วิกฤตการเมืองในช่วงปี พ.ศ.2553&amp;lt;br/&amp;gt; &amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp;ปฏิบัติการทางการเมืองของขบวนการ กปปส. จึงมุ่งมั่นที่จะโค่นล้มรัฐบาลพรรคเพื่อไทยของ&amp;lt;br/&amp;gt; นางสาวยิ่งลักษณ์ที่ถูกมองว่าเป็นอีกช่วงของระบอบทักษิณ ทางแกนนำได้นำพามวลชนจัดกิจกรรมในรูปแบบต่างๆ ที่สำคัญคือปฏิบัติการ “ดาวกระจาย” เข้ายึดสถานที่ราชการหลายแห่ง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการ “ชัตดาวน์กรุงเทพฯ” รวมถึงการนำพามวลชนเดินขบวนเพื่อประกาศเจตนารมณ์การเคลื่อนไหวและเรี่ยไรเงินจากผู้สนับสนุน โดยกล่าวว่าจะนำไปช่วยเหลือชาวนาที่ได้รับผลกระทบจากโครงการรับจำนำข้าวที่ถูกโจมตีว่าเป็นการดำเนินนโยบายที่ทุจริตและผิดพลาดของรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์จนส่งผลเสียหายกับประเทศชาติอย่างใหญ่หลวง ปฏิบัติการต่างๆ เหล่านี้ดำเนินไปพร้อมกับภาพของเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นเป็นระยะ เช่น มีการขว้าง&amp;lt;br/&amp;gt; ปาระเบิดใส่ขบวนของผู้ชุมนุม หรือการพบวัตถุระเบิดในบริเวณเส้นทางเดินของผู้ชุมนุม เป็นต้น เหตุการณ์เหล่านี้ยิ่งส่งผลให้สถานการณ์การเผชิญหน้าระหว่างมวลมหาประชาชนและรัฐบาล ตลอดถึงประชาชนที่สนับสนุนแนวทางการเมืองแต่ละฝ่ายทวีความตึงเครียดขึ้นทุกขณะ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;br/&amp;gt; วิกฤตการเมืองและการยึดอำนาจ&amp;lt;br/&amp;gt; &amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp;ภายใต้สถานการณ์ความขัดแย้งที่ทวีขึ้น ในที่สุดนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี&amp;lt;br/&amp;gt; และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมในขณะนั้นได้ประกาศยุบสภาผู้แทนราษฎร และกำหนดให้มีการเลือกตั้ง&amp;lt;br/&amp;gt; ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2557 โดยการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นครั้งนี้ พรรคประชาธิปัตย์ได้บอยคอตไม่ส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้ง ขณะที่ในหลายหน่วยเลือกตั้งมีชุมนุมของกลุ่ม กปปส. พยายามเข้าขัดขวางผู้มาใช้สิทธิ และในภายหลังต่อมาศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยให้การเลือกตั้งที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2557 เป็นโมฆะ เนื่องจากไม่สามารถจัดการเลือกตั้งทุกหน่วยให้แล้วเสร็จในวันเดียวกันได้&amp;lt;br/&amp;gt; &amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp;ต่อมาศาลรัฐธรรมนูญยังได้มีคำวินิจฉัยให้นางสาวยิ่งลักษณ์ต้องพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยรัฐมนตรีรวมทั้งหมด 9 คน ในกรณีใช้ตำแหน่งแทรกแซงการโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี ออกจากตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) โดยให้ไปปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ตามคำฟ้องของนายไพบูลย์ นิติตะวัน สมาชิกวุฒิสภา คณะรัฐมนตรีจึงมีมติให้นายนายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล&amp;lt;br/&amp;gt; ปฏิบัติหน้าที่แทนในตำแหน่งรักษาการนายกรัฐมนตรี แม้จะอยู่ในฐานะรัฐบาลรักษาการ แต่กลุ่ม กปปส. ก็ยังคงเดินหน้ากดดันรัฐบาลอย่างหนัก พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ผู้ซึ่งถูกจับตามองในฐานะผู้นำกองทัพซึ่งเป็นสถาบันที่ทรงอำนาจโดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาวะวิกฤตหัวเลี้ยวหัวต่อ จึงได้ประกาศกศอัยการศึก&amp;lt;br/&amp;gt; ในวันที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ.2557 และมีการจัดตั้งกองอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (กอ.รส.)&amp;lt;br/&amp;gt; ขึ้นโดยมีพลเอกประยุทธ์เป็นผู้อำนวยการ&amp;lt;br/&amp;gt; ในวันที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ.2557 กองทัพโดย กอ.รส. ได้จัดการประชุมที่สโมสรกองทัพบก ถนนวิภาวดี–รังสิต โดยเชิญตัวแทน 7 ฝ่ายเข้าเจรจาเพื่อหาทางคลี่คลายสถานการณ์ ประกอบด้วย ผู้แทนคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ผู้แทนแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ผู้แทนรัฐบาล ผู้แทนพรรคเพื่อไทย&amp;lt;br/&amp;gt; ผู้แทนพรรคประชาธิปัตย์ ผู้แทนคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และผู้แทนจากวุฒิสภา การประชุมดำเนินไปอย่างตึงเครียดจนกระทั่งวันที่ 22 ซึ่งเป็นการประชุมครั้งที่ 2 พลเอกประยุทธ์ได้สอบถามยังนายชัยเกษม นิติสิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะหัวหน้าคณะฝ่ายรัฐบาล ซึ่งยังคงยืนยันว่ารัฐบาลยังไม่ลาออก&amp;lt;br/&amp;gt; ทั้งรายบุคคลและคณะ ทำให้พลเอกประยุทธ์ประกาศในที่ประชุมถึงการยึดอำนาจการปกครอง หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ทหารจึงได้เข้าควบคุมตัวผู้ร่วมประชุมแต่ละคน และพาขึ้นรถเดินทางออกไปโดยที่ไม่ทราบเป้าหมายปลายทางในขณะนั้น&amp;lt;br/&amp;gt; &amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp;การรัฐประหารที่เกิดขึ้นมีผลทำให้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 เป็นอันยุติลง โดยต่อมาพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 ซึ่งมีทั้งสิ้น 48 มาตรา&amp;lt;br/&amp;gt; ที่สำคัญคือในมาตรา 44 ได้ให้อำนาจกับหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติมีอำนาจอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด&amp;lt;br/&amp;gt; ไม่ว่าจะเป็นการกระทำที่ผลบังคับในทางนิติบัญญัติ ในทางบริหารหรือในทางตุลาการก็ตาม&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
บทบาทกองทัพจากผู้ป้องกันระงับเหตุความรุนแรงสู่การเป็นคู่ขัดแย้งทางการเมือง&amp;lt;br/&amp;gt; &amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp;ภายหลังยึดอำนาจ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ออกคำสั่งเรียกบุคคลต่างๆ เข้ารายงานตัวพร้อมสั่งห้ามทำกิจกรรมการเมือง โดยเฉพาะมุ่งไปยังผู้ที่อยู่ใน “ขั้วอำนาจเก่า” โดยในห้วงเวลาดังกล่าว&amp;lt;br/&amp;gt; มีการจำกัดสิทธิ เสรีภาพในการแสดงออกทางการเมืองของประชาชน ผู้ที่เคลื่อนไหวต่อต้านหรือแสดงออก&amp;lt;br/&amp;gt; ถึงความเห็นต่างจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ต่างถูกจับกุมคุมขัง ดำเนินคดีหรือเรียก “ปรับทัศนคติ” โดยตลอดช่วงเวลาที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อยู่ในอำนาจ มีประชาชนถูกเรียกเข้ารายงานตัว&amp;lt;br/&amp;gt; ในค่ายทหารหรือเข้าสู่กระบวนการ “ปรับทัศนคติ” เป็นจำนวนถึงเกือบ 1 พันรายด้วยกัน&amp;lt;br/&amp;gt; &amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp;เมื่อจัดตั้งรัฐบาลขึ้นโดยมีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี พร้อมกับควบตำแหน่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ได้มีการวางแนวทางเพื่อปฏิรูปประเทศผ่าน “แม่น้ำ 5 สาย” อันประกอบด้วย&amp;lt;br/&amp;gt; สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คณะรัฐมนตรี (ครม.) สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ และสุดท้ายคือคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งถือได้ว่าเป็นผู้ที่ถือกุมอำนาจอย่างแท้จริง รัฐบาลของคณะรักษาความสงบแห่งชาติได้ประกาศถึงแผนโรดแมป (Roadmap) เพื่อปฏิรูปประเทศและสร้างความปรองดอง โดยหลังจากนั้นได้มีการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับถาวร โดยมีนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ&amp;lt;br/&amp;gt; เป็นประธานกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ทว่าภายหลังจากการยกร่างแล้วเสร็จ ร่างรัฐธรรมนูญดังกล่าว&amp;lt;br/&amp;gt; ได้ถูกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) โหวตคว่ำร่างรัฐธรรมนูญ โดยมีเสียงไม่เห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญ 135 เสียง ขณะที่เสียงเห็นชอบมีเพียง 105 เสียง และงดออกเสียงจำนวน 7 คน คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)&amp;lt;br/&amp;gt; จึงได้แต่งตั้งคณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญชุดใหม่ขึ้น มีจำนวนทั้งสิ้น 21 คน โดยที่มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์&amp;lt;br/&amp;gt; เป็นประธานคณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญชุดดังกล่าว ร่างรัฐธรรมนูญฉบับคณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญซึ่งมีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธานฯ ได้ผ่านขั้นตอนให้ประชาชนออกเสียงประชามติและในที่สุดได้ประกาศใช้เป็นรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับ พ.ศ.2560 ทำให้มาตรา 44 เป็นอันสิ้นสุดลง แต่อย่างไรก็ตาม&amp;lt;br/&amp;gt; ในบทเฉพาะกาลมาตรา 265 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับ พ.ศ.2560 ก็ยังคงรับรองอำนาจพิเศษทั้งหลายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้ยังคงอยู่ต่อไปจนกว่าจะมีคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ภายหลังการเลือกตั้งครั้งแรกเข้ามาทำหน้าที่&amp;lt;br/&amp;gt; &amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp;เมื่อรัฐธรรมนูญฉบับถาวรถูกประกาศใช้ภายหลังจากผ่านช่วงเวลาในกระบวนการร่างที่ยืดเยื้อยาวนาน แรงกดที่มีต่อรัฐบาลของคณะรักษาความสงบแห่งชาติให้รีบให้มีการจัดการเลือกตั้งจึงทวีขึ้นทุกขณะ ทั้งแรงกดดันจากนานาประเทศ รวมถึงประชาชนในประเทศเองได้มีการแสดงออกและจัดกิจกรรมทางการมเมืองเพื่อเรียกร้องให้มีการจัดการเลือกตั้ง อาทิ การเคลื่อนไหวของ “กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง” ที่ประกอบด้วยนักกิจกรรมทางการเมืองและประชาชนจำนวนหนึ่งซึ่งจัดกิจกรรมในรูปแบบของการนัดชุมนุมและปราศรัยช่วงสั้นๆ ตามสถานที่สำคัญต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เป็นต้น ภายหลังจากที่รัฐบาลได้ประวิงเวลาเข้าสู่การเลือกตั้งโดยได้มีการประกาศเลื่อนการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นจากกำหนดเดิมหลายต่อหลายครั้ง จนในที่สุดรัฐบาลก็ได้ประกาศพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป พ.ศ.2562 และกำหนดให้มีการเลือกตั้งทั่วไป เมื่อวันที่ 24 มีนาคม พ.ศ.2562 โดยในการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นนี้มีหลายพรรคการเมืองถูกจัดตั้งขึ้นมาใหม่ และที่สำคัญคือพรรคพลังประชารัฐที่ประกาศสนับสนุนและได้เสนอชื่อของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี&amp;lt;br/&amp;gt; ของพรรค ทำให้หลายฝ่ายมองว่านี่คือความพยายามสืบทอดอำนาจของพลเอกประยุทธ์และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ผ่านพรรคการเมืองในระบบรัฐสภา จากกระแสเรียกร้องกดดันให้มีการจัดการเลือกตั้งตลอด&amp;lt;br/&amp;gt; ช่วงที่ผ่านมาจึงถูกปรับเปลี่ยนมาเป็นการรณรงค์เรียกร้องเพื่อต่อต้านการสืบทอดอำนาจของพลเอกประยุทธ์&amp;lt;br/&amp;gt; และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
บทสรุป&amp;lt;br/&amp;gt; &amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp;แม้กองทัพจะเข้ามามีบทบาทในฐานะคนกลางที่พยายามสร้างพื้นที่เจรจาให้กับทุกฝ่ายเพื่อคลี่คลายความขัดแย้ง แต่เมื่อพลเอกประยุทธ์ได้ตัดสินใจนำกองทัพเข้ายึดอำนาจจากรัฐบาลพลเรือน ก็ได้ผลักให้กองทัพกลาย&amp;lt;br/&amp;gt; มาเป็นคู่ขัดแย้งทางการเมืองกับประชาชนจำนวนมากอย่างมิอาจหลีกเลี่ยง เนื่องด้วยการรัฐประการที่เกิดขึ้นนั้น เกิดห่างจากการรัฐประหารครั้งก่อนหน้าเพียงไม่ถึง 8 ปี และตลอดช่วงเวลาดังกล่าวเมืองไทยยังคงอยู่ภายใต้บรรยากาศของวิกฤตความขัดแย้งสีเสื้อที่ดำเนินยืดเยื้อและปะทุขึ้นเป็นความรุนแรงระลอกแล้วระลอกเล่า&amp;lt;br/&amp;gt; ปฏิเสธไม่ได้ว่าประชาชนจำนวนมากคอยจับตามองบทบาทท่าทีของกองทัพด้วยสายตาที่หวาดระแวง ไม่ไว้ใจ&amp;lt;br/&amp;gt; ว่ากองทัพจะเข้ามาแทรกแซงการเมืองเมื่อใด ยิ่งเมื่อหลังจากยึดอำนาจสำเร็จแล้วยังไม่มีแนวโน้มท่าทีที่กองทัพ&amp;lt;br/&amp;gt; จะรีบจัดการเลือกตั้งหรือคืนอำนาจให้กลับสู่รัฐบาลพลเรือน ตรงข้ามกับยิ่งแสดงให้เห็นถึงความพยายามในการสืบทอดอำนาจก็ยิ่งทำให้กองทัพและรัฐบาลของพลเอกประยุทธ์ต้องเผชิญกระแสต่อต้านที่รุนแรงยิ่งขึ้น มิพัก&amp;lt;br/&amp;gt; ต้องกล่าวถึงกระแสข่าวว่าการยึดอำนาจเกิดขึ้น เกิดมาจากการสมคิดและวางแผนมาเป็นอย่างดีดังที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ได้เคยให้ข่าวไว้ว่าเขากับพลเอกประยุทธ์ได้ร่วมกันวางแผนที่จะโค่นล้มรัฐบาลของนางสาวยิ่งลักษณ์มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2553&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
บรรณานุกรม&amp;lt;br/&amp;gt; “2 กุมภาฯ จากเลือกตั้ง “โมฆะ” ถึงตั้งข้อหา “คนอยากเลือกตั้ง”.” บีบีซีไทยออนไลน์. (1 กุมภาพันธ์ 2561). เข้าถึงจาก &amp;lt;https://www.bbc.com/thai/thailand-42898615&amp;gt;. เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2564.&amp;lt;br/&amp;gt; “5 ปีผ่านมา คสช.ทำอะไรกับคนที่เห็นต่าง เสวนา “NEVER AGAIN หยุด ย่ำ ซ้ำ เดิน” กำลังพาไปเข้าใจอีกด้านหนึ่งของความสงบที่ คสช. มอบให้&#039;.” Bottomline. (14 สิงหาคม 2562). เข้าถึงจาก &amp;lt;https://bottomlineis.co/Social_Plitics_Never%20again&amp;gt;. เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2564.&amp;lt;br/&amp;gt; “คสช. ตั้ง 21 กรรมการร่าง รธน. “มีชัย ฤชุพันธุ์” นั่งประธาน มีทหารติดโผ 3 คน – ตั้งสภาขับเคลื่อนปฏิรูปฯ แล้ว.” ไทยพับลิก้า. (5 ตุลาคม 2558). เข้าถึงจาก &amp;lt;https://thaipublica.org/2015/10/ncpo-watch-29/&amp;gt;. เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2564.&amp;lt;br/&amp;gt; “จากผู้นำรัฐประหารสู่นายกฯ พลเรือน 7 ปีของ พล.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กับการ ยึด-ผ่อน-รวบ อำนาจ.” บีบีซีไทยออนไลน์. (21 พฤษภาคม 2564). เข้าถึงจาก &amp;lt;https://www.bbc.com/thai/thailand-57196551&amp;gt;. เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2564.&amp;lt;br/&amp;gt; ฐิติกร สังข์แก้ว และ อรรถสิทธิ์ พานแก้ว. “แม่น้ำ 5 สาย.” สถาบันพระปกเกล้า, เข้าถึงจาก &amp;lt;http://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=แม่น้ำ_5_สาย&amp;gt;. เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2564.&amp;lt;br/&amp;gt; “ด่วน! ศาลรธน.ฟัน&#039;ยิ่งลักษณ์&#039;พ้นตำแหน่ง.” กรุงเทพธุรกิจออนไลน์. (7 พฤษภาคม 2557). เข้าถึงจาก &amp;lt;https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/580572&amp;gt;. เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2564.&amp;lt;br/&amp;gt; “นายกฯ แถลงด่วน สภาถอนทุกร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม วอนยุติชุมนุม.” ประชาไท. (7 พฤศจิกายน 2556). เข้าถึงจาก &amp;lt;https://prachatai.com/journal/2013/11/49647&amp;gt;. เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2564.&amp;lt;br/&amp;gt; “บอยคอต ไม่ลงเลือกตั้ง มติปชป..” ไทยรัฐออนไลน์. (22 ธันวาคม 2556). เข้าถึงจาก &amp;lt;https://www.thairath.&amp;lt;br/&amp;gt; co.th/content/390919&amp;gt;. เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2564.&amp;lt;br/&amp;gt; “&amp;quot;มาตรา 44&amp;quot; ครบ 200 ฉบับ ใช้ทุกประเด็นปัญหาแบบตามใจชอบ.” iLaw. (21 พฤศจิกายน 2561). เข้าถึงจาก &amp;lt;https://ilaw.or.th/node/5041&amp;gt;. เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2564.&amp;lt;br/&amp;gt; ““ยิ่งลักษณ์”ประกาศยุบสภาแล้ว.” โพสต์ทูเดย์ออนไลน์. (9 ธันวาคม 2556). เข้าถึงจาก &amp;lt;https://www.&amp;lt;br/&amp;gt; posttoday.com/politic/news/263681&amp;gt;. เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2564.&amp;lt;br/&amp;gt; “ย้อนนาที &#039;ประยุทธ์&#039; ทุบโต๊ะ ยึด&#039;อำนาจ&#039; สู่ &#039;รัฐประหาร&#039;.” ไทยรัฐออนไลน์. (23 พฤษภาคม 2557). เข้าถึงจาก &amp;lt;https://www.thairath.co.th/content/424643&amp;gt;. เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2564.&amp;lt;br/&amp;gt; “รัฐบาล-กกต.เลื่อนเลือกตั้ง ครั้งที่ 5 สั่นสะเทือนโรดแมป 24 กุมภาฯ.” ประชาชาติธุรกิจออนไลน์. (7 มกราคม 2562). เข้าถึงจาก &amp;lt;https://www.prachachat.net/politics/news-274655&amp;gt;. เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2564.&amp;lt;br/&amp;gt; “สปช.โหวตคว่ำ 21 อรหันต์ ร่างรธน.ใหม่.” ไทยรัฐออนไลน์. (7 กันยายน 2558). เข้าถึงจาก &amp;lt;https://www.thairath.co.th/content/523451&amp;gt;. เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2564.&amp;lt;br/&amp;gt; “สภาฉลุย!ผ่านนิรโทษสุดซอยวาระ3.” โพสต์ทูเดย์ออนไลน์. (1 พฤศจิกายน 2556). เข้าถึงจาก &amp;lt;https://www.posttoday.com/politic/news/256324&amp;gt;. เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2564.&amp;lt;br/&amp;gt; สังศิต พิริยะรังสรรค์. (2559) เศรษฐศาสตร์การเมืองแนวใหม่ การลงโทษโดยสังคม Social Sanctions (ปทุมธานี: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยรังสิต), น.304-305.&amp;lt;br/&amp;gt; อรรถสิทธิ์ พานแก้ว, “กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง.” สถาบันพระปกเกล้า. เข้าถึงจาก &amp;lt;http://wiki.kpi.ac.th/index.&amp;lt;br/&amp;gt; php?title=กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง&amp;gt;. เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2564.&amp;lt;br/&amp;gt; “Suthep in talks with Prayuth ‘since 2010’.” Bangkok Post online. (23 June 2014). เข้าถึงจาก &amp;lt;https://www.bangkokpost.com/thailand/politics/416810/suthep-in-talks-with-prayuth-since-2010&amp;gt;. เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2564.&amp;lt;br/&amp;gt; &amp;amp;nbsp;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Apirom</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8&amp;diff=15674</id>
		<title>กองทุนการเงินระหว่างประเทศ</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8&amp;diff=15674"/>
		<updated>2023-08-30T02:16:42Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;Apirom: สร้างหน้าด้วย &amp;quot; &amp;lt;br/&amp;gt; IMF  กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund: IMF) เป็นองค์ก...&amp;quot;&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&lt;br /&gt;
&amp;lt;br/&amp;gt; IMF&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund: IMF) เป็นองค์การระหว่างประเทศ&amp;lt;br/&amp;gt; ซึ่งทำหน้าที่ดูแลอัตราแลกเปลี่ยนและรักษาเสถียรภาพของการเงินโลก สนับสนุนการค้าระหว่างประเทศให้ขยายตัวอย่างสมดุล และสามารถให้เงินกู้ฉุกเฉินแก่ประเทศสมาชิกที่ต้องการนำไปแก้ไขปัญหาภายในประเทศ&amp;lt;br/&amp;gt; โดย IMF มีสำนักงานอยู่ที่กรุงวอชิงตัน ดีซี สหรัฐอเมริกา และในปัจจุบัน IMF มีสมาชิกจำนวน 190 ประเทศ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ความเป็นมา&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ International Monetary Fund (IMF) ถูกก่อตั้งขึ้นเมื่อ 22 กรกฎาคม ค.ศ.1944 จากการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการเงินและการคลัง (United Nations Monetary and Financial Conference) อันมีผลมาจากการอ่อนแอของอังกฤษผู้เป็นมหาอำนาจในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อสงครามโลกสิ้นสุดลงสหรัฐอเมริกาจึงได้เข้ามาควบคุมการเงินโลกโดยได้คิดค้นระบบเบรตตันวูดส์ (Bretton Woods System) เพื่อแก้ไขปัญหาการเงินโลกและได้วางหลักการใหม่ 3 หลักการ (Holy Trinity) ที่มีความศักดิ์สิทธิ์และสำคัญมากที่สุดต่่อระบบเบรตตันวูดส์ โดยกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้ถูกก่อตั้งขึ้น&amp;lt;br/&amp;gt; เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของหลักการใหม่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ทั้งนี้ สหรัฐอเมริกา อังกฤษ และประเทศฝ่ายสัมพันธมิตรที่ ได้สรุปว่าปัญหาทางเศรษฐกิจและการเมือง&amp;lt;br/&amp;gt; ที่เป็นสาเหตุของสงครามโลกครั้งที่ 1 และ 2 คือ การลดค่าเงินจนอัตราแลกเปลี่ยนไม่แน่นอนนำไปสู่ความปั่นป่วนของระบบการเงินของโลก และ การแข่งขันทางการค้าโดยการตั้งกำแพงภาษีศุลกากร เพื่อกีดกันสินค้าของประเทศอื่น ก่อให้เกิดความขัดแย้งและลุกลามไปเพิ่มเชื้อไฟให้ความขัดแย้งด้านอื่นๆ ดังนั้น เพื่อป้องกันความขัดแย้ง&amp;lt;br/&amp;gt; ทางเศรษฐกิจ สหรัฐอเมริกาและประเทศฝ่ายสัมพันธมิตร จำนวน 44 ประเทศ จึงได้จัดประชุมที่เมือง&amp;lt;br/&amp;gt; เบรตเตน วู๊ดส์ (Bretten Woods) รัฐนิวแฮมเชอร์ สหรัฐอเมริกา ระหว่าง 1 – 22 กรกฎาคม ค.ศ.1944&amp;lt;br/&amp;gt; เพื่อจัดระบบทางการเงินของโลก การประชุมในครั้งนั้นจึงได้ลงมติทำข้อตกลงที่รู้จักในชื่อ “ข้อตกลง&amp;lt;br/&amp;gt; เบรตเตน วู๊ดส์” (Bretten Woods Agreement) เพื่อจัดระเบียบการเงินโลกหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยได้วางหลักการใหม่ 3 หลักการ (holy trinity)&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;ดังนี้ 1.กำหนดระบอบอัตราแลกเปลี่ยนคงที่ (fixed exchange rate regime) โดยตกลงให้ทองคำและเงินสกุลดอลลาร์ของสหรัฐฯ เป็นเงินสำรองระกว่างประเทศ เป็นการเริ่มใช้ระบบมาตรฐานปริวรรตทองคำ (gold exchange standard) ส่วนเงินสกุลอื่น ๆ ให้เทียบค่าในอัตราแลกเปลี่ยนที่แน่นอนคงที่กับดอลลาร์สหรัฐฯ หรือทองคำ ทั้งนี้โดยมีความยืดหยุ่นผันผวนได้ร้อยละ 1 เท่านั้น 2.ตั้งกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund หรือ IMF) เพื่อดูแลอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศ การเงินและการคลังของประเทศสมาชิก&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;เพื่อรักษาเสถียรภาพของอัตราแลกเปลี่ยนของระบบการเงินระหว่างประเทศ 3.ตั้งธนาคารระหว่างประเทศเพื่อการบูรณะฟื้นฟูและการพัฒนา (International Bank for Reconstruction and Development หรือ IBRD)&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;หรือมีชื่อสั้นๆว่า “ธนาคารโลก” (world bank) เพื่อทำหน้าที่ให้ความช่วยเหลือในการฟื้นฟูบูรณะประเทศที่เสียหายจากสงครามและช่วยเหลือประเทศสมาชิกในการพัฒนาเศรษฐกิจ&amp;amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
IMF เริ่มดำเนินงานตั้งแต่ ค.ศ.1947 โดยมีวัตถุประสงค์ คือ 1.ส่งเสริมเสถียรภาพและความเป็นระเบียบของอัตราแลกเปลี่ยนของเงินตราสกุลต่างๆ และป้องกันการแข่งขันในการลดค่าเงิน 2.ส่งเสริมความร่วมมือ&amp;lt;br/&amp;gt; ทางการเงินระหว่างประเทศ โดยจัดตั้งข้อตกลงแลกเปลี่ยนทางการเงินระหว่างสมาชิก และสนับสนุนให้เกิดการชำระเงินหลายฝ่าย (multilateral system of payment) และพยายามขจัดการควบคุมแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศอันเป็นอุปสรรคต่อความเจริญเติบโตของการค้าโลก 3.อำนวยความสะดวกและส่งเสริมการขยายตัวทางการค้าระหว่างประเทศอย่างสมดุล ซึ่งจะช่วยพัฒนาการใช้ทรัพยากรวัตถุดิบอย่างมีประสิทธิภาพ 4.ช่วยแก้ไขปัญหาขาดดุลการชำระเงินของประเทศสมาขิก เพื่อมิให้ส่งผลกระทบต่อระบบการเงินโลก 5.สร้างความเชื่อมั่นแก่ประเทศสมาขิกและให้ประเทศสมาขิกมีสิทธิใช้ทรัพยากรของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ เพื่อปรับปรุงดุลการชำระเงินให้มีเสถียรภาพ&amp;amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
อย่างไรก็ดี องค์ประกอบสำคัญที่สุดของระบบเบรตตัน วู๊ดส์ ได้ล่มลง ใน ค.ศ.1971 เมื่อสหรัฐฯ ประกาศยกเลิกการผูกอัตราแลกเปลี่ยนเงินดอลลาร์กับทองคำ ทำให้ดอลลาร์ลอยตัว และถือเป็นการสิ้นสุดของระบบอัตราแลกเปลี่ยนแบบคงที่ และต่อมาเงินสกุลอื่นๆ ของประเทศร่ำรวยก็ถูกปล่อยให้ลอยตัว คือ เงินปอนด์ลอยตัวในเดือนมิถุนายน ค.ศ.1972 เงินฟรังก์สวิสลอยตัวในเดือนมกราคม ค.ศ.1973 ดังนั้น นับตั้งแต่ ค.ศ.1973&amp;lt;br/&amp;gt; จนถึงปัจจุบัน ระบบอัตราแลกเปลี่ยนของโลกเป็นระบบลอยตัว (floating exchange rate) เป็นส่วนใหญ่แต่ละประเทศได้ดำเนินนโยบายอัตราแลกเปลี่ยนตามความเหมาะสมของเศรษฐกิจการเมืองของตน แต่ถึงกระนั้น IMF ก็ยังคงอยู่ ไม่ได้ล้มไป&amp;amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ในการดำเนินการของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ มีเงินทุนหรือทรัพยากร (resources) ซึ่งมาจาก โควต้าและเงินกู้พิเศษ โดยประเทศสมาชิกต้องนำทุนสำรองส่วนหนึ่งฝากไว้กับ IMF ทุนสำรองนี้จะเป็นทองคำจำนวนหนึ่งและเงินตราของประเทศตนเองจำนวนหนึ่ง ทุนสำรองในรูปเงินฝากกับ IMF นี้ เรียกว่า โควตา ขึ้นอยู่กับปัจจัยทางเศรษฐกิจของประเทศนั้น เช่น ขนาดการค้า ขนาดทุนสำรอง และระดับรายได้ประชาชาติ ส่วนเงินกู้พิเศษ ได้มาจากการกู้ยืมจากกลุ่ม G-1 ซึ่งเป็นประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ประเทศ ต่อมาใน ค.ศ.1967 กองทุนการเงินระหว่างประเทศได้จัดทำสินเชื่อพิเศษเรียกว่า SDR หรือ “สิทธิพิเศษในการถอนเงิน” (Special Drawing Rights) ซึ่งเป็นหน่วยบัญชีสินเชื่อพิเศษ มีค่าประดุจเงินตรา ความเชื่อถือใน SDR อยู่บนรากฐานของการยอมรับข้อตกลงระหว่างชาติที่ให้ไว้กับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ SDR จะเป็นเงินสำรองอีกรูปแบบหนึ่ง และเป็นเครื่องมือในการแก้ไขปัญหาการขาดดุลชำระเงินของประเทศสมาชิก เดิมค่าของ SDR จะเท่ากับค่าเฉลี่ยของเงินสกุลสำคัญของโลก 16 สกุล แต่ต่อมาได้เทียบค่ากับ “ตะกร้าเงิน” ของสกุลหลักเพียง 1.375 เหรียญสหรัฐฯ ประเทศที่มีปัญหาค่าเงินตกต่ำ อาจกู้ยืมเงิน SDR อยู่ไม่มากนัก เพียง 11.9 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งเป็นจำนวนน้อยมากเมื่อเทียบกับปัญหาทางการเงินที่หลายๆประเทศประสบอยู่ ต่อมาในทศวรรษที่ 1990 กองทุนการเงินระหว่างประเทศได้เข้าไปช่วยเหลือประเทศที่กำลังปรับเปลี่ยนระบบเศรษฐกิจจากสังคมนิยมมาเป็นทุนนิยม&amp;lt;br/&amp;gt; เช่น รัสเซียและสาธารณรัฐที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียตโดยได้ให้กู้ยืมเงินไปปรับโครงสร้างเศรษฐกิจประมาณ 39.9 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ&amp;amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ต่อมาใน ค.ศ.1997 ประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียหลายประเทศ เช่น ประเทศไทย อินโดนีเซีย&amp;lt;br/&amp;gt; ประสบวิกฤตทางการเงิน จนต้องลดค่าเงิน วิกฤตนี้ได้ลุกลามขยายตัวไปยังประเทศในเอเชียอื่นๆรวมทั้งเกาหลีใต้ ทำให้กองทุนการเงินระหว่างประเทศต้องเข้ามามีบทบาทในการระดมเงินเกือบ 100 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ&amp;lt;br/&amp;gt; เพื่อแก้ไขวิกฤตการณ์และฟื้นฟูเศรษฐกิจ กองทุนการเงินระหว่างประเทศได้กลายเป็น “เจ้าหน้าพิจารณาเงินกู้&amp;lt;br/&amp;gt; ของโลก” (World Loan Officer) ซึ่งได้คำแนะนำแก่นายทุนระหว่างชาติว่า ควรให้เงินกู้ หรือควรเจรจาผ่อนผันการชำระหนี้ หรือไม่ควรให้กู้อีกต่อไป&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
IMF กับข้อวิจารณ์&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
แม้ว่ากองทุนการเงินระหว่างประเทศจะแสดงบทบาทสำคัญในการรักษาเสถียรภาพของระบบการเงินโลก แต่ประเทศสมาชิกจำนวนมากได้วิจารณ์ IMF อย่างกว้างขวางทั้งในเวทีการประชุมระหว่างประเทศและในรัฐสภาของประเทศสมาชิก ดังนี้&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ข้อวิจารณ์ประการแรก คือ การลงมติตัดสินในปัญหาสำคัญของสภาผู้ว่าการขึ้นอยู่กับปริมาณโควตา&amp;lt;br/&amp;gt; หรือสัดส่วนของเงินลงทุนของประเทศตนในกองทุนฯส่งผลให้สหรัฐอเมริกา “เสียงดัง” ที่สุด เพราะมีปริมาณ&amp;lt;br/&amp;gt; ถึงร้อยละ 20 ของเสียงทั้งหมด ส่วนสหราชอาณาจักร (อังกฤษ) ฝรั่งเศส เยอรมนี และญี่ปุ่น แต่ละประเทศมีร้อยละ 4-7 ประเทศเหล่านี้รวมทั้งซาอุดิอาระเบียซึ่งมีเสียงร้อยละ 3.4 จะมีเสียงมากกว่าครึ่งหนึ่งของทั้งหมด&amp;lt;br/&amp;gt; ในขณะเดียวกันประเทศเกือบ 40 ประเทศในแอฟริกามีคะแนนเสียงรวมกันเพียงร้อยละ 5 ของทั้งหมด&amp;lt;br/&amp;gt; ความแตกต่างเหลื่อมล้ำดังกล่าวทำให้ประเทศกำลังพัฒนาทั้งหลายวิจารณ์ว่า กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ถูกควบคุมโดยประเทศอุตสาหกรรมและเป็นเครื่องมือของสหรัฐอเมริกาในการครอบงำและควบคุมประเทศกำลังพัฒนาและประเทศยากจน&amp;amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ข้อวิจารณ์ที่สอง คือ กองทุนการเงินระหว่างประเทศกำหนดเงือนไขที่ค่อนข้าง “โหด” ทั้งไม่ยุติธรรม&amp;lt;br/&amp;gt; และไม่เหมาะสมต่อประเทศที่ขอใช้เงินกู้ของกองทุนเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ บางมาตรการอาจดีและจำเป็นต่อการแก้ปัญหา แต่หลายๆมาตรการไม่เหมาะสม และยังสร้างปัญหาให้กับรัฐบาลและประชาชนโดยเฉพาะอย่างยิ่งคนยากจน ทั้งนี้ เงื่อนไขของกองทุนการเงินระหว่างประเทศที่ถูกวิจารณ์บ่อยๆ เช่น เรียกร้องให้รัฐบาล&amp;lt;br/&amp;gt; ของประเทศที่กำลังพัฒนาลดบทบาทในการแทรกแซงทางเศรษฐกิจ ทั้งในภาคการผลิตและการวางแผน โดยให้เป็นไปตามกลไกตลาดอย่างเสรี และให้มีการแปรรูปรัฐวิสาหกิจเป็นของเอกชน&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;หรือเรียกร้องให้กับประเทศที่กำลังพัฒนาเปิดระบบเศรษฐกิจให้เสรีมากขึ้นต่อการลงทุนของต่างชาติและต่อการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งดูเหมือนว่าประโยชน์ส่วนใหญ่จะตกกับระบบทุนนิยมโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศอุตสาหกรรมทุนนิยมตะวันตก แม้ว่ากองทุนจะตระหนักถึงความยากลำบากที่จำเป็นในการปรับโครสร้างเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนในระยะยาว แต่ในความเป็นจริง มาตรการที่เข้มงวดเหล่านี้อาจเพื่อให้สามารถกู้คืนเงินกู้และจ่ายคือหนี้สินต่างๆ ให้กับธนาคารของประเทศอุตสาหกรรม&amp;amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
นอกจากนั้น กองทุนการเงินระหว่างประเทศมักกดดันให้มีการปฏิรูประบบเศรษฐกิจ ดังเช่นที่ปรากฏ&amp;lt;br/&amp;gt; ในการจัดการวิกฤตการณ์ทางการเงินที่เกิดขึ้นในหลายประเทศ เช่น เม็กซิโก (ค.ศ.1995) ไทย อินโดนีเซีย&amp;lt;br/&amp;gt; และเกาหลีใต้ (ค.ศ.1997) ซึ่งนำไปสู่การเพิ่มพูนความสามารถของรัฐบาลในการหารายได้มาคืนเงินกู้ยืม มากกว่าความยากลำบากของประชาชน ทำให้เกิดผลกระทบทางสังคม เช่น ลดการนำเข้า ระงับการซื้อเงินค่าจ้าง&amp;lt;br/&amp;gt; เพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือลดรายจ่ายของรัฐบาลในด้านต่างๆ ลง แม้ว่ามาตรการเหล่านี้จะเป็นมาตรการที่อาจถูกต้องในสายตา IMF ในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ แต่ในทางปฏิบัติแล้ว มาตรการเหล่านี้มีจุดอ่อนหลายประการและนำไปสู่ความยากลำบากทางสังคมและความไร้เสถียรภาพทางการเมืองของประเทศผู้ขอความช่วยเหลือ&amp;lt;br/&amp;gt; ยังเป็นลดระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในประเทศเหล่านั้นอีกด้วย เนื่องจากการขยายตัวทางเศรษฐกิจ&amp;lt;br/&amp;gt; อาจลดลง อีกทั้งรัฐบาลถูกบังคับให้ตัดงบประมาณด้านบริการต่างๆเพื่อจัดงบประมาณให้สมดุล การแช่แข็งค่าจ้างแรงงานสร้างปัญหากับสหภาพแรงงานและกลุ่มพลังงานทางการเมืองได้ และส่งต่อเสถียรภาพของการปกครองแบบประชาธิปไตยที่กำลังพัฒนาในประเทศเหล่านี้ การกำหนดเงื่อนไขเหล่านี้ยังถูกวิจารณ์ว่า เป็นการละเมิดอธิปไตยและแทรกแซงกระบวนการกำหนดนโยบายของประเทศที่กำลังพัฒนาเหล่านี้อีกด้วย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;ปัจจุบัน IMF ประสบกับความท้าทายจากสถานการณ์การเมืองระหว่างประเทศในปัจจุบัน&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;สถานการณ์แรกคือสงครามระหว่างยูเครนและรัสเซีย ซึ่งยูเครนเป็น&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;หนึ่งในประเทศสมาชิก IMF ทำให้ IMF&amp;lt;br/&amp;gt; ได้อนุมัติเงินทุนฉุกเฉินจำนวน 1,400 ล้านเหรียญสหรัฐเพื่อช่วยเหลือยูเครน โดยความช่วยเหลือครั้งนี้จึงมีเงื่อนไขว่ายูเครนจะต้องร่วมกับ IMF เพื่อออกแบบโครงการเศรษฐกิจที่เหมาะสมโดยเน้นที่การฟื้นฟูและการสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจภายหลังการสงบลงของสงคราม&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;สถานการณ์ที่สองคือเศรษฐกิจโลกยังคงอยู่ในภาวะอ่อนแอจากวิกฤตการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;สถานการณ์ที่สามคือสหรัฐอเมริกาและกลุ่มประเทศ&amp;lt;br/&amp;gt; G7 ได้ยืนหยัดช่วยเหลือยูเครนและต่อต้านรัสเซียซึ่งเป็นประเทศคู่สงครามของยูเครน โดยการออกมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อรัสเซีย ทำให้สถานการณ์ในระบบเศรษฐกิจโลกอยู่ในภาวะที่ตึงเครียดผันผวน จนคาดเดาอนาคตได้ยากอย่างยิ่ง&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Apirom</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%99%E0%B8%B3%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3:_%E0%B8%97%E0%B8%B4%E0%B8%A8%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B9%83%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A2%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%A2%E0%B8%B7%E0%B8%99&amp;diff=15671</id>
		<title>การเมืองต้องนำการทหาร: ทิศทางการแก้ปัญหาภาคใต้สู่ความยั่งยืน</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%99%E0%B8%B3%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3:_%E0%B8%97%E0%B8%B4%E0%B8%A8%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B9%83%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A2%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%A2%E0%B8%B7%E0%B8%99&amp;diff=15671"/>
		<updated>2023-08-24T07:24:39Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;Apirom: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&lt;br /&gt;
หัวเรื่อง&amp;amp;nbsp;:&amp;amp;nbsp;&#039;&#039;&#039;การเมืองต้องนำการทหาร ทิศทางการแก้ปัญหาภาคใต้สู่ความยั่งยืน&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
การเมืองต้องนำการทหาร ทิศทางการแก้ปัญหาภาคใต้สู่ความยั่งยืน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[File:M10 262.png|RTENOTITLE]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
*[http://www.kpi.ac.th/media_kpiacth/pdf/M10_262.pdf การเมืองต้องนำการทหาร ทิศทางการแก้ปัญหาภาคใต้สู่ความยั่งยืน&amp;amp;nbsp;] &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[Category:หนังสือ]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Apirom</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B9%81%E0%B8%96%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B9%8C%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A1%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2_%E2%80%93_%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B9%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%82%E0%B8%B6%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3_%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B2_190_%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B9%E0%B8%8D&amp;diff=15670</id>
		<title>แถลงการณ์ร่วมไทย – กัมพูชาเกี่ยวกับการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหาร กับมาตรา 190 ของรัฐธรรมนูญ</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B9%81%E0%B8%96%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B9%8C%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A1%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2_%E2%80%93_%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B9%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%82%E0%B8%B6%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3_%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B2_190_%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B9%E0%B8%8D&amp;diff=15670"/>
		<updated>2023-08-24T07:23:46Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;Apirom: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;Download&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
*[http://www.kpi.ac.th/media_kpiacth/pdf/M10_70.pdf แถลงการณ์ร่วมไทย – กัมพูชาเกี่ยวกับการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหาร] &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[Category:หนังสือ]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Apirom</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%88%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%95%E0%B8%9B%E0%B8%81%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%96%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2_:_%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B9%81%E0%B8%88%E0%B8%AA%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C_%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B8%8B%E0%B8%B1%E0%B8%AA&amp;diff=15669</id>
		<title>สำรวจเขตปกครองท้องถิ่นชนบทอเมริกา : เคาตี้แจสเปอร์ รัฐเท็กซัส</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%88%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%95%E0%B8%9B%E0%B8%81%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%96%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2_:_%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B9%81%E0%B8%88%E0%B8%AA%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C_%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B8%8B%E0%B8%B1%E0%B8%AA&amp;diff=15669"/>
		<updated>2023-08-24T07:06:21Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;Apirom: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;ผู้เรียบเรียง&#039;&#039;&#039; รองศาสตราจารย์นรนิติ เศรษฐบุตร&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;วารสารสถาบันพระปกเกล้า 2551 ฉบับ 1&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== สำรวจเขตปกครองท้องถิ่นชนบทอเมริกา&amp;amp;nbsp;: เคาตี้แจสเปอร์ รัฐเท็กซัส ==&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ห่างไปทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองออสตินที่เป็นเมืองหลวงของรัฐเท็กซัสของสหรัฐอเมริกา คำนวณเวลาเดินทางด้วยรถยนต์ประมาณ 3 ชั่วโมง ก็จะถึงเมืองแจสเปอร์ซึ่งเป็นที่ตั้งของที่ทำการเขตปกครองที่เรียกว่า เคาตี้ ( County ) ของรัฐแท็กซัสแห่งหนึ่ง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
รูปแบบเขตปกครองส่วนท้องถิ่นที่เรียกกันว่า เคาตี้ของสหรัฐอเมริกานี้ เป็นเขตปกครองที่น่าสนใจศึกษาหาความรู้อยู่มากที่เดียว การศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับเขตปกครองท้องถิ่นประเภทนี้ มิใช่มุ่งศึกษาเพื่อจะเอามาเป็นแบบอย่างของการปกครองท้องถิ่นของไทยแบบใดแบบหนึ่ง หากเพื่อมีความเข้าใจและรู้ถึงการจัดรูปแบบการปกครองท้องถิ่นอีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งมีทั้งความแตกต่างและความเหมือน มีทั้งข้อดีและข้อด้อย มีทั้งส่วนที่เหมาะสมในสังคมของอเมริกา และส่วนที่เป็นปัญหา&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ที่น่าสังเกตก็คือรูปแบบเขตปกครองที่ให้มีการปกครองตนเองในระดับท้องถิ่นนั้นมีมานานก่อนที่สหรัฐอเมริกาจะประกาศเอกราชเมื่อ ค.ศ. 1776 เสียด้วยซ้ำไป เพราะอังกฤษเองก็มีแนวคิดเรื่องกระจายอำนาจเพื่อให้คนในท้องถิ่นรับผิดชอบและให้บริการสาธารณะในเขตท้องถิ่นมาในดินแดนที่เกาะอังกฤษเองนานแล้ว&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
แต่ถ้าดูกรณีของเขตปกครอง เคาตี้แจสเปอร์ นั้นย้อนไปได้ตั้งแต่เมื่อตั้งสาธารณรัฐเท็กซัสในปี ค.ศ. 1836 นั้นก็คือเมื่อเป็นเอกราชจากประเทศแม็กซิโกเลยทีเดียว นับมาถึงบัดนี้ก็เป็นเวลากว่า 170 ปีแล้ว แสดงว่าท้องถิ่นในบริเวณนี้ได้รับการปกครองตนเองที่มีอิสระพอควรมานาน การปกครองตนเองในท้องถิ่นนี้เรียกกันว่า Municipality หรือเทศบาล&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
โดยทั่วไปในปัจจุบันเขตปกครองส่วนท้องถิ่นแบบ เคาตี้ นี้จะแบ่งได้คราวๆ เป็นเคาตี้เขตเมืองกับเคาตี้เขตชนบท ในที่นี้ต้องการนำเสนอรูปแบบเคาตี้เขตชนบท ซึ่งจากจำนวนเคาตี้ทั้งหมดจำนวน 254 เคาตี้ มีตัวเลือกของเคาตี้เขตชนบทอยู่หลายแห่ง การที่เลือก เคาตี้แจสเปอร์ นั้นนอกจากเป็นเคาตี้เขตชนบทตามที่ต้องการแล้ว ตามประวัติศาสตร์ที่ย้อนไปดูก็พบว่าเป็นหนึ่งในเขตปกครองท้องถิ่นที่เรียกว่า “เทศบาล” จำนวน 23 แห่งดั้งเดิมมาตั้งแต่สมัยสเปน มีอำนาจปกครอง และเป็นเขตปกครองเทศบาลเดิมที่เมื่อมาเป็นส่วนหนึ่งสาธารณรัฐเท็กซัสอันอิสระในปี ค.ศ. 1835 ก็ได้เปลี่ยนมาเป็น เขตปกครองเคาตี้ตั้งแต่แรก ครั้นเท็กซัสเข้ามาเป็นมลรัฐหนึ่งของสหรัฐอเมริกา ในปี ค.ศ. 1845 จำนวนเขตปกครองเคาตี้ในรัฐเทกซัสมีจำนวนทั้งหมด 36 เคาตี้ ดังนั้นจึงมีความเป็นมาที่ยาวนานมาก&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เมื่อมาดูที่ขนาดพื้นที่ของเขตเคาตี้แจสเปอร์เองก็พบว่ามีพื้นที่กว้างขวางพอสมควร ไม่ได้เป็นเขตเคาตี้ที่มีขนาดเล็กมากหรือใหญ่มากจนเกินไป เป็นเคาตี้ที่มีประชากรอยู่เป็นจำนวนพอควรกระจายกันไปตามเมืองใหญ่บ้างเล็กบ้างในพื้นที่ คือมีประชากรในเคาตี้ทั้งหมดประมาณ 3 หมื่นห้าพันกว่าคน จำนวนประชากรในเขตเคาตี้ที่เพิ่มและลดที่มีอยู่บ้างก็ค่อนข้างจะคงที่ไม่เพิ่มมากหรือลดมาก ถ้าเทียบกับเค้าตี้ที่เล็กที่สุดได้แก่ เคาตี้ร๊อควอลส์ (Rockwall’s) มีพื้นที่เพียง 148.6 ตารางไมล์ และเคาตี้ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดคือเค้าตี้บริวสเตอร์ (Brewster) มีพื้นที่กว้างขวางถึง 6,193.1 ตารางไมล์ ปรากฏว่าเคาตี้แจสเปอร์มีพื้นที่ทั้งหมด 969.6 ตารางไมล์ หรือ 2,511 ตารางกิโลเมตร นับว่าไม่น้อย เพราะเท่ากับพื้นที่ขนาดจังหวัดบางแห่งของประเทศไทย คือจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่มีพื้นที่ 2,566.6 ตารางกิโลเมตร เมื่อเปรียบเทียบในเรื่องพื้นที่ประเทศไทยและรัฐเท็กซัสมีพื้นที่ใกล้เคียงกัน รัฐเท็สซัสมีพื้นที่ 267,277 ตารางไมล์&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เมื่อเท็กซัสเปลี่ยนฐานะเป็นรัฐหนึ่งของสหรัฐฯ และมีธรรมนูญของรัฐปี ค.ศ. 1845 นั้นเขตปกครองที่เป็นเทศบาลเดิมก็เปลี่ยนมาเป็นเขตปกครองเคาตี้ และองค์กรปกครองในมลรัฐเท็กซัสก็มีการเปลี่ยนแปลงไม่มากนักจากองค์กรปกครองท้องถิ่นที่มาก่อนสมัยที่เป็นรัฐอิสระ เว้นแต่การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญก็คือตำแหน่งเจ้าหน้าที่สำคัญของเคาตี้ทั้งหมดต้องเป็นตำแหน่งที่มาจากการเลือกตั้ง จำนวนเขตปกครองเคาตี้ในรัฐเท็กซัสในปี ค.ศ.1861 ตอนที่เท็กซัสเข้าร่วมสหพันธ์ (Confederacy) นั้นได้เพิ่มขึ้นมากพอสมควร คือเพิ่มเป็นจำนวน 122 เขตเคาตี้ จนกระทั่งหลังสงครามกลางเมืองในสหรัฐฯ และธรรมนูญของรัฐเท็กซัสที่ประกาศใช้ในปี ค.ศ.1876 ที่ได้กำหนดโครงสร้างขององค์กรต่างๆในรัฐ รวมทั้งเขตปกครองเคาตี้เอาไว้ จำนวนเขตปกครองเคาตี้ในรัฐเท็กซัสได้เพิ่มจำนวนขึ้นตามลำดับ ภายในระยะเวลาประมาณ 50 กว่าปี จนถึง ค.ศ.1931 จำนวนเขตปกครองเคาตี้ในรัฐเท็กซัสได้เพิ่มเป็น 254 เคาตี้ และมีจำนวนคงที่เท่าเดิมมาจนถึงปัจจุบัน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
สำหรับเขตปกครองเคาตี้แจสเปอร์นั้น ดังที่ได้กล่าวมาตอนต้นแล้วว่าเป็นเขตที่อยู่ทางตอนเหนือของเมืองออสตินไปทางทิศตะวันออกอยู่ที่บริเวณที่เรียกกันว่า ดีปอีสเท็กซัส (Deep East Texas) ซึ่งเป็นบริเวณที่เป็นป่าลึกอยู่ที่ชายแดนของรัฐด้านตะวันออกติดกับรัฐหลุยส์เซียน่า เขตปกครองเคาตี้แจสเปอร์แต่เดิมมานั้นมีขนาดใหญ่มาก คือขนาดพื้นที่ประมาณ 2 เท่าของพื้นที่ปัจจุบัน หากแต่ว่าในปี ค.ศ.1846 เขตปกครองเคาตี้แจสเปอร์ได้ถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกมีพื้นที่ใหญ่กว่าเล็กน้อยซึ่งก็ยังเป็นเขตปกครองเคาตี้ชื่อแจสเปอร์เหมือนเดิม ส่วนที่สองอยู่ทางด้านตะวันออกที่ติดกับรัฐหลุยส์เชียน่ามีพื้นที่ 939.5 ตารางไมล์ นั้นแยกตั้งเป็นเขตปกครองเคาตี้เหมือนกันชื่อเคาตี้นิวตัน (Newton County)&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
จากผลการสำรวจประชากร ค.ศ. 2000 ปรากฏว่าเขตปกครองเคาตี้แจสเปอร์มีประชากรจำนวน 35,604 คน โดยเป็นครอบครัวจำนวน 13,450 ครอบครัว และเมื่อดูที่รายละเอียดเกี่ยวกับเชื้อชาติเดิมของประชากรจะพบว่าคนในเขตปกครองแจสเปอร์ซึ่งเป็นพื้นที่ทางตอนใต้ของประเทศสหรัฐฯ กลับมีประชากรที่เป็นคนผิวดำไม่มากนัก คือมีเพียงร้อยละ 17.81 เท่านั้น ในขณะที่ประชากรจำนวนมากถึงร้อยละ 78.24 เป็นคนผิวขาว ถ้าย้อนไปดูจากประวัติศาสตร์จะพบว่าคนเชื้อสายอังกฤษได้มาตั้งหลักแหล่งที่บริเวณนี้มาก ไม่ว่าจะเป็นคนในตระกูล Debney ซึ่งเป็นช่างก่ออิฐชาวอังกฤษอย่างน้อยพี่น้องสามคนก็ได้มาก่อร่างสร้างฐานะอยู่ที่เมืองนี้ตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 20 คือราว ๆ ค.ศ. 1901 และถึงวันนี้ก็ยังมีคนในตระกูลนี้อาศัยอยู่ในเมืองแจสเปอร์&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ที่น่าสังเกตก็คือพวกคนเชื้อสายแมกซิโกหรือพวกที่เรียกกันว่าพวก “ฮีสปานิก” บ้าง พวก“ลาติโน” บ้าง พวกนี้มีอยู่ถึงจำนวนร้อยละ 3.89 และเชื่อว่าน่าจะเพิ่มมากขึ้น เพราะคนเข้าเมืองผิดกฎหมายจากประเทศเม็กซิโกเป็นจำนวนมากได้เข้าสู่ประเทศสหรัฐอเมริกาทางรัฐเท็กซัส เพราะรัฐนี้มีพรมแดนที่ยาวมากติดกับประเทศเม็กซิโก บางแห่งก็เป็นพื้นที่บนบก บางแห่งก็มีเพียงแม่น้ำชื่อ Rio Grand เป็นเส้นกั้นแบ่งเขตประเทศ และเนื่องจากรัฐเท็กซัสเป็นดินแดนที่คนพื้นเมืองอเมริกาที่เป็นเจ้าของแผ่นดินมาเดิมคือพวกคนอินเดียนแดงอยู่ ดังนั้นทุกวันนี้จึงยังมีคนเชื้อสายอินเดียนแดงอยู่ในรัฐเท็กซัส และมีเขตอนุรักษ์เฉพาะสำหรับคนพื้นเมืองให้อินเดียนแดงบางเผ่าอยู่ด้วย ที่เขตปกครองเคาตี้แจสเปอร์เองก็มีคนพื้นเมืองอยู่ร้อยละ 0.42 ถ้าคิดในอัตรานี้แสดงว่ามีคนพื้นเมืองเจ้าของแผ่นดินเดิมอยู่เพียงร้อยกว่าคนเท่านั้นเอง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
สภาพพื้นที่ของเขตปกครองเคาตี้แจสเปอร์นั้นเป็นรูปเรียวยาวดูเหมือนท่อนขาคนจากช่วงสะโพกลงไปสู่ปลายขา มีเมืองแจสเปอร์ชื่อเดียวกับเขตปกครองตั้งอยู่ตรงกลางระหว่างทิศตะวันตกและตะวันออกโดยใกล้ไปทางเหนือของเขตเป็นเมืองหลักที่ตั้งของที่ทำการเขตปกครองเคาตี้แจสเปอร์ด้วย และเป็นเมืองใหญ่ที่สุดในบรรดาเมืองทั้งหมดในเขตปกครองนี้ คือมีประชากรจำนวน 8,547 คน ในเขตปกครองเคาตี้นี้นอกจากเมืองแจสเปอร์แล้วยังมีเมืองขนาดกลางและขนาดเล็กอีก 6 เมือง ได้แก่เมืองอีวาเดล (Evadale) ที่อยู่ใต้สุดของเขตปกครองติดกับเขตปกครองเคาตี้ฮาร์ดิน (Hardin) ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้และเขตปกครองเคาตี้ออร์เรนจ์ (Orange) ทางด้านใต้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
หากไล่เรียงจากเมืองอีวาเดลขึ้นมาทางเหนือที่มีถนนสายที่ 96 ที่ตัดผ่านจากใต้ขึ้นไปทางเหนือ ถัดขึ้นมาก็จะเป็นเมืองบูนา (Buna) และวิ่งขึ้นไปทางเหนืออีกก็จะเป็นเมืองเคอร์บี้วิล (Kirbyville) แล้วจึงมีทางแยกออกไปทางทิศตะวันตกเล็กน้อยไปที่เมืองเล็ก ๆ ชื่อเมืองแมกโนเลียสปริงคซ์ (Magnolia Springs) แล้วจึงกลับมาเข้าถนนสายที่ 96 ไปผ่านเมืองแจสเปอร (ดูตามแผนที่) มุ่งไปทางเหนือตามถนนสายที่ 96 เหมือนเดิมก็จะไปที่เมืองบราวเดล (Browndell) ก่อนที่จะถึงเมือง บรู๊กแลนด์ (Brookland) ที่อยู่เหนือสุดของเขตปกครองเคาตี้แจสเปอร์ติดกับเขตปกครองเคาตี้ซาบีน (Sabine)&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ดังนั้นเขตปกครองเคาตี้แจสเปอร์จึงเป็นเขตปกครองที่มีเมืองขนาดกลางและขนาดเล็กให้ศึกษารูปแบบของเทศบาลได้ด้วย เพราะเทศบาลก็เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบหนึ่งในรัฐเท็กซัส&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
สำหรับรูปแบบการปกครองท้องถิ่นรูปแบบที่ 3 ต่อจากเขตปกครองเคาตี้ และเทศบาลที่มีอยู่ในเขตปกครองเคาตี้แจสเปอร์อีกประเภทหนึ่งที่ประเทศไทยไม่มี และมีการกล่าวถึงกันพอสมควรได้แก่เขตการศึกษาที่เรียกเป็นศัพท์ของอเมริกันว่า School District ก็ปรากฏในเขตปกครองเคาตี้แจสเปอร์นี้มีเขตการศึกษาที่เป็นรูปแบบการปกครองท้องถิ่นในรูปคณะกรรมการที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนอยู่ถึง 5 เขตการศึกษา ได้แก่เขตการศึกษาบรูคแลนด์ ที่อยู่ทางเหนือของเขตปกครองเคาตี้ เขตการศึกษาบรูคแลนด์นี้ครอบคลุมพื้นที่ในการดูแลทั้งบริเวณเมืองบรูคแลนด์เองและบริเวณเมืองบราวเดลด้วย ไล่ตัวลงมาทางใต้ก็มีเขตการศึกษาแจสเปอร์ที่มีอาณาบริเวณดูแลเรื่องการศึกษาใหญ่ที่สุดในเขตปกครองเคาตี้นี้เลยทีเดียว ใกล้ลงมาอีกก็เป็นเขตการศึกษาเคอร์บีวิล ที่มีพื้นที่ดูแลทั้งเมืองเคอร์บี้วิล และเมืองเล็กอย่างแมกโนเลีย สปริงคซ์ ด้วย ไล่ถึงลงมาอีกเป็นเขตการศึกษาบูนาที่มีพื้นที่ดูแลบริเวณเมืองบูนา ส่วนเขตการศึกษาสุดท้ายอยู่ทางด้านตะวันตกเฉียงใต้ของเขตปกครองเคาตี้แจสเปอร์ก็คือเขตการศึกษา อีวาเดล ซึ่งเป็นเขตการศึกษาที่เล็กที่สุดในเขตปกครองเคาตี้แห่งนี้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
นอกจากนั้นในเขตปกครองเคาตี้แจสเปอร์ยังมีการปกครองรูปแบบที่สี่ที่มีอยู่คล้ายกับที่มีในเขตปกครองเคาตี้อื่น ๆ ในรัฐเท็กซัสให้ศึกษาเปรียบเทียบดูได้ด้วยคือเขตท้องถิ่นพิเศษ (Special District) ซึ่งก็เหมือนกันกับเทศบาลและเขตการศึกษาอยู่อย่างหนึ่งคือเป็นเขตท้องถิ่นพิเศษที่มีความเป็นอิสระไม่อยู่ในสายบังคับบัญชาโดยตรงหรืออ้อมจากเขตปกครองเคาตี้แต่อย่างใด ตัวอย่างล่าสุดที่มีเขตท้องถิ่นพิเศษตั้งขึ้นในเขตปกครองเคาตี้แจสเปอร์ก็คือเขตท้องถิ่นพิเศษที่ดูแลเรื่องการอนุรักษ์น้ำ ชื่อเขตอนุรักษ์น้ำใต้ดินด้านตะวันออกเฉียงใต้ของเท็กซัส (the Southeast Texas Ground Water Conservation District) ที่จริงเขามีเขตท้องถิ่นพิเศษอย่างอื่นอยู่เหมือนกัน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
แต่กรณีเขตอนุรักษ์น้ำใต้ดินด้านตะวันออกเฉียงใต้ของเท็กซัสนี้น่าสนใจมากคือเพิ่งจะตั้งขึ้นมาใหม่ไม่กี่ปีนี่เอง ขอบเขตหน้าที่และงานก็คือดูแลเรื่องน้ำใต้ดินในพื้นที่ซึ่งทางเขตรับผิดชอบอยู่ เขตท้องถิ่นพิเศษอย่างนี้โดยทั่วไปมักมีพื้นที่รับผิดชอบข้ามพรมแดนเขตปกครองเคาตี้ออกไปมีทั้งเขตปกครองเคาตี้หลาย ๆ แห่งรวมกัน หรือบางทีก็อาจเพียงสองเขตปกครองเคาตี้ ตัวอย่างเช่นเขตอนุรักษ์ดินและน้ำของเท็กซัส (Texas Soil and Water Conservation Districts) ซึ่งมีอยู่ 5 เขตเท่านั้นในรัฐเท็กซัส แต่ละเขตจึงมีอาณาบริเวณครอบคลุมเขตปกครองเคาตี้จำนวนเป็นสิบ ๆ แห่ง ถือกันว่าเขตประเภทนี้เป็นเขตท้องถิ่นพิเศษเป็นหน่วยบริหารท้องถิ่นรายย่อยของรัฐ ที่ตั้งขึ้นมาเพื่อสนองความต้องการในท้องถิ่น การตั้งเขตอนุรักษ์ดินและน้ำแบบนี้มาจากการตัดสินใจโดยการออกเสียงลงคะแนนของเจ้าของที่ดินในอาณาบริเวณที่เขตรับผิดชอบ และแต่ละเขตจะมีคณะกรรมการที่ประกอบด้วยกรรมการ 5 คน ที่ได้รับเลือกจากเจ้าของที่ดินในแต่ละเขต ปรากฏว่าเขตปกครองเคาตี้ได้อยู่ในเขตอนุรักษ์ดินและน้ำเขตที่ 4 ของรัฐเท็กซัส&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
กลับมาที่เขตอนุรักษ์น้ำใต้ดินที่มีสำนักงานตั้งอยู่ในเขตปกครองเคาตี้แจสเปอร์ ณ เมืองแจสเปอร์ด้วย เขตนี้มีที่มาจากความต้องการของประชาชนในเขตปกครองเคาตี้ 2 แห่งคือที่เคาตี้แจสเปอร์กับที่เคาตี้นิวตัน ผู้เริ่มการต้องอยากฟังเสียงประชาชนตามชุมชนและเมืองต่าง ๆ ในเขตปกครองที่มีเป้าหมายเสียก่อน การออกไปฟังเสียงประชาชนแบบประชุมหารือในชุมชนอย่างนี้ก็เป็นการประชาสัมพันธ์ให้ข้อมูลและหาเสียงสนับสนุนโครงการไปด้วย ทางเจ้าหน้าที่ผู้บริหารเล่าให้ฟังว่าได้ใช้เวลาในปี ค.ศ. 2002 และ 2003 ออกฟังเสียงประชาชนโดยเสนอต่อสภาของรัฐเท็กซัสให้พิจารณาตั้งในเขตปกครองเคาตี้ 2 แห่งร่วมกันคือเขตปกครองเคาตี้แจสเปอร์กับเขตปกครองเคาตี้นิวตัน และโครงการก็ได้รับการเสนอให้ประชาชนออกเสียงในการเลือกตั้งเมื่อเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 2004 ผลที่ออกมาก็คือมีประชาชนเห็นด้วยมากกว่าประชาชนที่ไม่เห็นด้วยในอัตรา 2 ต่อ 1 จึงถือได้ประชามติของประชาชนเห็นด้วยให้จัดตั้งขึ้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ที่น่ายินดีก็คือเพียงหนึ่งปีผ่านมา ค.ศ. 2005 เขตปกครองเคาตี้ที่อยู่ติดกันอีก 2 แห่งได้ขอเข้าร่วมด้วยคือเขตปกครองเคาตี้ฮาร์ดินและเขตปกครองเคาตี้ไทเลอร์&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
อำนาจหน้าที่ของเขตอนุรักษ์น้ำใต้ดินแห่งนี้ก็คือดูแลว่าน้ำใต้ดินในอาณาบริเวณมีอยู่เท่าใด ควรจะนำน้ำใต้ดินออกมาใช้เท่าใดจึงจะเหมาะสมกับความจำเป็นของประชาชนในพื้นที่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
คณะกรรมการอำนวยการมีจำนวน 13 คนนั้นมิได้มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชนในเขตปกครองเคาตี้ที่เข้าร่วมโครงการ แต่ก็ให้เจ้าหน้าที่ของเขตปกครองเคาตี้ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนอยู่ก่อนแล้วเข้ามาเป็นคณะกรรมการอำนวยการและก็เลือกผู้บริหารเข้ามาดูแลบริหารงานประจำ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
== II. Governmental Structure ==&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เขตปกครองเคาตี้นี้มีอยู่ทั่วไปในสหรัฐอเมริกาเกือบทุกรัฐ และอาจมีความแตกต่างกันบ้างอยู่เล็กน้อย แต่สำหรับรัฐทางตอนใต้ของสหรัฐฯ เขตปกครองเคาตี้ก็เป็นรูปแบบหน่วยปกครองระดับย่อยลงมาจากรัฐ และหน่วยปกครองนี้ก็มีการเปลี่ยนแปลงไม่มากไม่ว่าจะก่อนหรือหลังระยะเวลาการปฏิวัติของประเทศ เดิมนั้นเป็นเขตปกครองที่มีบทบาทมากในพื้นที่ชนบท ซึ่งบัดนี้ก็ยังมีบทบาทอยู่ แต่มาถึงทุกวันนี้ที่ประชากรของประเทศประมาณร้อยละ 80 ได้อาศัยอยู่ในเขตเมืองแล้วก็ตาม เขตปกครองเคาตี้ก็ยังคงมีบทบาทในฐานะเป็นเขตปกครองท้องถิ่น และหน่วยงานของรัฐไปพร้อมกันได้ดีพอสมควร โดยมากที่เราได้ทราบนั้นก็คือเมื่อกล่าวถึงหน่วยหรือรูปแบบการปกครองท้องถิ่นในรัฐดังเช่นกรณีรัฐเท็กซัส เราก็จะพบว่ามีรูปแบบหน่วยการปกครองท้องถิ่นอยู่ 4 รูปแบบ คือเขตปกครองเคาตี้หนึ่ง เทศบาลหนึ่ง เขตการศึกษาหนึ่ง และเขตท้องถิ่นพิเศษ อีกหนึ่ง ดังนั้นเขตปกครองเคาตี้ก็คือหน่วยปกครองท้องถิ่นรูปแบบหนึ่ง แต่ในความเป็นจริงเขตปกครองเคาตี้นั้นเป็นทั้งกลไกของรัฐในการดำเนินการบางอย่างบางหน้าที่ให้แก่รัฐบาลของรัฐในพื้นที่อีกระดับหนึ่งด้วย เพราะรัฐบาลของรัฐไม่ได้มีตัวแทนอื่นที่ทำหน้าที่อย่างการปกครองส่วนภูมิภาคลงไปในพื้นที่ต่าง ๆ นอกเขตเมืองหลวงแต่อย่างใดเลย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
คณะผู้บริหารของเขตปกครองเคาตี้แจสเปอร์ ก็เหมือนกับเขตปกครองเคาตี้อื่น ๆ ในรัฐเท็กซัส เรียกว่าคณะกรรมการบริหารเคาตี้ (Commissioners Court) นั้นมีจำนวนเขตปกครองเคาตี้ละ 5 คน โดยให้แบ่งเป็นเขตเลือกตั้ง (Precint) ละหนึ่งคนจำนวน 4 เขต ตำแหน่งที่เลือกจากเขตเลือกตั้งทั้ง 4 นี้เรียกว่า “กรรมการ” (Commissioner) ส่วนคนที่ 5 นั้นคือประธานคณะกรรมการเรียกตำแหน่งนี้ว่า County Judge นั้นมาจากการเลือกตั้งทั่วไปทั้งเขตปกครองเคาตี้ เวลาดำรงตำแหน่งของประธานกรรมการและกรรมการชุดนี้จะอยู่ในตำแหน่งสมัยละ 4 ปี&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
การแบ่งเขตเลือกตั้งทั้ง 4 เขตนั้นจะแบ่งกันอย่างไรก็เป็นอำนาจของคณะกรรมการบริหารเคาตี้จะเป็นผู้กำหนด ซึ่งกรรมการทั้ง 5 คนนี้ก็ถือว่าเป็นนักการเมืองท้องถิ่น ดังนั้นการแบ่งเขตก็มีเสียงวิจารณ์กันบ้างเหมือนกันว่าแบ่งถูกต้องดีหรือไม่ โดยลักษณะพื้นที่หรือจำนวนประชากร ซึ่งผู้แบ่งก็ต้องพยายามทำให้ดูดี เคยมีกรณีในบางเขตปกครองเคาตี้ที่คงแบ่งตามพื้นที่ปรากฏว่าเขตเลือกตั้งในเมืองมีประชากรถึงร้อยละ 97 แต่อีก 3 เขตเลือกตั้งในชนบทรวมกันมีประชากรเพียงร้อยละ 3 ที่เหลือเท่านั้นเอง อย่างไรก็ตามในระยะหลังก็มีความพยายามแบ่งเขตโดยดูที่จำนวนประชากรในเขตให้ใกล้เคียงกัน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
สำหรับเขตปกครองเคาตี้แจสเปอร์นั้นเวลานี้ประธานคณะกรรมการที่มาจากการเลือกตั้งทั่วไปทั้งเขตปกครองเคาตี้แจสเปอร์คือ นายมาร์ค แอลเลน (Mark W. Allen. ในเขตเลือกตั้งที่หนึ่ง ได้แก่ นายชาร์ลส์ โซฟเนอร์ จูเนียร์ (Charl Shofner, Jr.) เขตเลือกตั้งที่สองได้แก่ นายรอย ปาร์คเกอร์ (Roy Parker) เขตเลือกตั้งที่สามได้แก่ นายวิลลี่ สตาร์ค (Willie Stark) เขตเลือกตั้งที่สี่ ได้แก่ นายแวนซ์ มอส (Vance Moss)&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ถ้าจะดูกันถึงอำนาจและหน้าที่ของคณะกรรมการบริหารเคาตี้ก็จะพบว่าอำนาจและหน้าที่ของคณะกรรมการที่สำคัญนั้นก็คือพิจารณาและอนุมัติงบประมาณของเขตปกครองเคาตี้นั่นเอง กรณีของเขตปกครองเคาตี้แจสเปอร์นี้ได้มีการประชุมพิจารณางบประมาณ ปี ค.ศ. 2008 ของเขตปกครองแห่งนี้ไปในตอนกลางเดือนกันยายน ค.ศ. 2007 การประชุมคณะกรรมการบริหารจะมีขึ้นตามแต่วันที่จะกำหนดไว้ประจำ สำหรับปีงบประมาณ ค.ศ. 2008 นี้งบประมาณของเขตปกครองแห่งนี้ที่ทางคณะกรรมการบริหารเสนอเข้าพิจารณานั้นคืองบประมาณ 13,045,81 เหรียญอเมริกัน ถ้าจะคิดเป็นเงินไทยคร่าว ๆ ก็ประมาณ 400 ล้านบาทก็ดูจะไม่มากอะไรนัก และลักษณะก็เป็นงบประมาณสมดุลที่ได้คำนวณมาจากภาษีที่จะเก็บได้ โดยทางคณะกรรมการบริหารเขตปกครองนี่เองที่จะกำหนดอัตราภาษีที่จะเก็บเป็นอัตราส่วนเท่าใดแต่ก็ต้องไม่เกินอัตราสูงสดที่ทางรัฐได้กำหนดไว้แล้ว จึงเป็นเสมือนอำนาจทางนิติบัญญัติ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ฉะนั้นอำนาจในการอนุมัติงบประมาณไปในโครงการต่าง ๆ ที่ทางเขตปกครองเคาตี้จะทำจึงเป็นอำนาจสำคัญ รวมทั้งอำนาจในการกำหนดอัตราภาษีที่จะเรียกเก็บจากรายการที่ประชากรในเขตปกครองจะต้องจ่าย ซึ่งภาษีที่ได้นี้ก็จะเป็นตัวเงินที่ฝ่ายบริหารสามารถเอามาใช้ในกิจการต่าง ๆ ที่จะเป็นประโยชน์ต่อผู้คนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ของเขตปกครองเคาตี้แจสเปอร์นั่นเอง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ในเรื่องการบริหารเงินอีกส่วนหนึ่งก็คือเงินงบประมาณที่ทางรัฐบาลสหรัฐอเมริกาที่กรุงวอชิงตันได้มอบให้แก่หน่วยปกครองท้องถิ่นไปแบ่งกัน เว้นที่ทางรัฐบาลสหรัฐอเมริกาให้แก่ท้องถิ่นที่เรียกว่า federal revenue sharing นี้ ครั้งแรกเมื่อ ค.ศ.1972 รัฐสภาอเมริกันได้ผ่านกฎหมายที่กระจายเงินจำนวน 30 ล้านล้านเหรียญอเมริกันไปให้ท้องถิ่นใช้จ่ายในเวลา 5 ปี ซึ่งก็มีทั้งส่วนที่จ่ายได้ตามที่หน่วยปกครองท้องถิ่นเลือกโครงการเอง และบางส่วนก็ต้องจ่ายเฉพาะกิจกรรมหรืองานด้านที่กำหนดเช่นเรื่องการศึกษา งบประมาณบางอย่างนั้นเป็นงานที่ทางเขตปกครองเคาตี้ทำให้รัฐบาลสหรัฐอเมริกานั่นเอง เช่น เงินค่าคนงานไปรษณีย์ เงินที่ให้แก่คนพิการ เงินประกันสังคม เงินที่ให้ทหารผ่านศึก หรือเงินประกันค่าพืช หรือค่างานอนุรักษ์ด้านต่าง ๆ ที่กำหนด มีตัวเลขว่าในปี ค.ศ. 2003 เขตปกครองเคาตี้แจสเปอร์ได้รับงบประมาณอุดหนุนจากรัฐบาลกลางสหรัฐอเมริกาที่วอชิงตันเป็นเงินถึง 206,107,000 เหรียญอเมริกัน และในปี ค.ศ. 2007 เขตปกครองเคาตี้แจสเปอร์ก็ได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐเท็กซัสโดยหน่วยงานทางด้านอาคารสงเคราะห์และกิจกรรมชุมชนรัฐเท็กซัสให้เงินอุดหนุนมาทำงานทางด้านนี้จำนวนมากถึง 2.56 ล้านเหรียญอเมริกัน เมื่อปีก่อนหน้านี้ทางรัฐเท็กซัสก็ได้ให้เงินอุดหนุนแก่เขตปกครองเคาตี้แจสเปอร์มาแก้ปัญหาหลังมีวายุภัยเฮอริเคนริต้า&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการบริหารอย่างอื่นอีกก็คืออำนาจในการอนุมัติแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ซึ่งไม่ต้องมาจากการเลือกตั้งในการทำงานในองค์กรของเขตปกครองเคาตี้ หรืออนุมัติโครงการต่าง ๆ ที่ทางเขตปกครองเคาตี้ต้องทำ เช่น ในการประชุมเช่นมีการเสนอโครงการที่จะสำรวจที่ดินทั้งหมดเพื่อจะขึ้นทะเบียนที่ดินให้ทั้งด้านจะได้เก็บภาษีได้ไม่ตกหล่น ที่ผ่านมานั้นที่ดินอีกจำนวนไม่น้อยในเมืองยังไม่อยู่ในรายการที่จ่ายภาษี ดังนั้นโครงการนี้จึงเสนอขอความเห็นชอบโครงการที่มีทั้งงบประมาณร่วมที่ทางเขตในเขตเมืองแจสเปอร์และบริเวณใกล้เคียงต้องจ่ายจำนวนหนึ่งในสาม โดยมีเมืองแจสเปอร์กับคณะกรรมการเขตการศึกษารับผิดชอบจ่ายฝ่ายละหนึ่งในสามของค่าใช้จ่ายของโครงการเหมือนกัน ที่เป็นเช่นนี้เข้าใจว่าทั้ง 3 ฝ่ายเป็นผู้ที่จะได้ประโยชน์จากการเก็บภาษีจากที่ดินใช้สอยได้ด้วยกัน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
กรณีตั้งเจ้าหน้าที่นั้นก็ปรากฏว่าในการประชุมคราวเดียวกันนั้นก็ได้มีมติเห็นชอบให้นายเอดฟิวเป็นผู้อำนวยการของหน่วยพัฒนาเคาตี้แจสเปอร์เขต 1 และตำแหน่งที่มาจากแต่งตั้งที่สำคัญในเขตปกครองเคาตี้แจสเปอร์อีก 3 ตำแหน่ง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
หน้าที่สำคัญอย่างหนึ่งของคณะกรรมการบริหารเขตปกครองเคาตี้นั้นก็คือเรื่องการจัดการเลือกตั้ง ผู้ที่รับผิดชอบดำเนินการโดยตรงก็คือปลัดเคาตี้ (County Clark) ในส่วนที่คณะกรรมการบริหารทำก็คือกำหนดสถานที่ออกเสียงลงคะแนนต่าง ๆ ในเขตปกครองเคาตี้ แต่งตั้งเจ้าหน้าที่เลือกตั้ง (Election Judges and Clerk) ติดตามดูผลการเลือกตั้งจากเขตเลือกตั้งต่าง ๆ ในอาณาบริเวณของเคาตี้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
นอกจากทำหน้าที่ร่วมกันในฐานะคณะกรรมการที่จะมีมติต่าง ๆ แล้ว กรรมการแต่ละคนที่ได้รับเลือกมาจากเขตเลือกตั้งแต่ละเขตแยกกันทั้ง 4 เขตยังมีหน้าที่เฉพาะตัวเป็นผู้บริหารงานในเขตเลือกตั้งที่ตนได้รับเลือกอยู่ด้วยในงานบริหารและดูแลโครงการเกี่ยวกับถนนหนทางและสะพาน ซึ่งในเขตปกครองเคาตี้ที่เป็นชนบทอย่างแจสเปอร์ก็เหมือนเขตปกครองเคาตี้ในชนบททั้งหลายที่ถือว่าหน้าที่นี้สำคัญ เป็นงานหลักและงบประมาณที่ใช้ในเรื่องนี้ก็มาก เขาจึงกล่าวกันว่าเป็น “Road Commissioner”&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
สำหรับประธานคณะกรรมการนั้นแม้จะได้รับเลือกตั้งมาโดยจะศึกษาทางด้านกฎหมายมาหรือไม่ก็ตามก็มีหน้าที่ในการตัดสินคดีได้ส่วนหนึ่งตามที่กฎหมายบัญญัติด้วย เพราะทุกเขตปกครองเคาตี้จะมีศาลของเคาตี้อยู่ ธรรมนูญของรัฐจะให้อำนาจแก่ศาลที่จะพิจารณาคดีในระดับหนึ่งได้ เช่นตัดสินส่งตัวไปกักตัวในคุกของเคาตี้ได้ตามกำหนดระยะเวลาหนึ่ง สมัยก่อนกำหนดเวลาไว้ได้หนึ่งปี หรือถ้าจะปรับก็ปรับได้เป็นเงินไม่สูงกว่า 2000 เหรียญอเมริกัน เป็นต้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ดังนั้นเราจะเห็นได้ว่าถ้าดูที่คณะกรรมการบริหารเคาตี้จะเห็นได้ว่าเป็นองค์กรที่ทำหน้าที่ทางนิติบัญญัติ และหน้าที่ทางบริหารควบคู่กันไป แต่ถ้าประธานคณะกรรมการที่มีชื่อตำแหน่งเป็น “ตุลาการ” ด้วยนั้นก็เป็นผู้ที่นอกจากมีหน้าที่ทั้งในทางนิติบัญญัติและบริหารแล้วยังมีหน้าที่ทางตุลาการอยู่อีกด้วย จึงเห็นได้ว่าเขตปกครองเคาตี้ของรัฐเท็กซัสนั้นค่อนข้างจะมีลักษณะเฉพาะ ทั้งยังเป็นตัวแทนของรัฐบาลรัฐเท็กซัสในบางส่วนกับเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นระดับแรกของรัฐอีกด้วย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
นอกจากตำแหน่งประธานและกรรมการบริหารเคาตี้ที่มาจากการเลือกตั้งแล้ว ตำแหน่งผู้บริหารอื่นในเขตปกครองเคาตี้ยังมีที่สำคัญอยู่อีกหลายตำแหน่งจะขอยกเอาตำแหน่ง เชอรีฟ (Sheriff) หรือบางทีเรียกกันเมืองไทยว่า “นายอำเภอ” ซึ่งตำแหน่งนี้คงไม่ใช่นายอำเภอในปัจจุบันของไทยแล้ว เพราะเขาบอกว่าตำแหน่งเชอรีฟนี้คือหัวหน้าเจ้าหน้าที่รักษากฎหมายของเขตเคาตี้ เป็นตำแหน่งที่มีอาณาบริเวณที่จะต้องดูแลรักษาความสงบและความปลอดภัยในพื้นที่ของเขตเคาตี้ที่นอกเขตเมืองที่เป็นเขตเทศบาลทั้งหลาย ได้มีความเข้าใจหรือเป็นข้อตกลงจนเป็นที่รู้กันว่าตำรวจเทศบาลก็ดูแลรักษาความสงบและความปลอดภัยในเขตเทศบาลไป แต่เมื่อออกไปนอกเขตเทศบาลแล้วเชอรีฟก็จะเป็นผู้รับผิดชอบแทนหัวหน้าตำรวจของเทศบาล&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เมื่อเชอรีฟเป็นหัวหน้าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย หน่วยงานที่เขาดูแลจึงมีหน้าที่เสมือนตำรวจ และเชอรีฟก็สามารถตั้งผู้ช่วยมาทำงานได้ ไม่ว่าจะเป็นผู้ช่วยเชอรีฟ พนักงานธุรการ รวมทั้งผู้ดูแลที่คุมขัง ที่เขตปกครองเคาตี้แจสเปอร์นี้ เชอรีฟ ชื่อ นายโรนัลด์ แมคไบรด์ เขาเป็นเชอรีฟที่มีคนชอบมากได้รับเลือกตั้งอยู่ในตำแหน่งมานาน และมีผู้ช่วยเชอรีฟที่เขาตั้งเข้ามาช่วยงานอยู่ 10 คน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
การทำงานของเชอรีฟนั้นตามที่ติดตามจากท่าจะเห็นว่าทำงานเหมือนตำรวจมากทีเดียว เช่น มีกรณีเด็กอายุเกือบ 2 ขวบเสียชีวิต ที่เมืองอีวาเดล ที่บ้านบนถนนของเคาตี้นอกเมือง ทางเชอรีฟก็ส่งผู้ช่วยเชอรีฟไปสอบสวนที่บ้านที่เกิดเหตุ และการทำงานก็ได้ประสานกับผู้พิพากษาที่เรียกว่า “Justice of the Place” เพื่อให้สั่งให้มีการตรวจพิสูจน์ศพของเด็กผู้ตายหาข้อมูลต่าง ๆ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ในการปฏิบัติหน้าที่ของเชอรีฟและผู้ช่วยเชอรีฟนั้นโดยทั่วไปก็ต้องประสานงานกับตำรวจของเทศบาล ผู้พิพากษาในเขตท้องถิ่น และทหารของรัฐเท็กซัสที่เรียกกันว่า Texas Rangers เพราะเขตพื้นที่รับผิดชอบที่ทุกฝ่ายรักษาความปลอดภัยนั้นมีทั้งที่เป็นเขตติดต่อกันและที่มีพื้นที่ทับซ้อนกันอยู่บ้าง ในเรื่องนี้ก็มีความเหมือนกันในเขตปกครองเคาตี้ของหลายรัฐ หลักสำคัญคือความร่วมมือและการประสานงานเพื่อดูแลปัญหา ซึ่งในการปฏิบัติก็มีการขัดกันบ้างแต่ค่อนข้างน้อย ทั้งนี้คนทั้งหลายบอกว่าเป็นเพราะบุคคลที่ดำรงตำแหน่งเป็นหัวหน้าหน่วยที่มีอำนาจนั้นล้วนมาจากประชาชนโดยการเลือกตั้ง การขัดแย้งกันจะทำให้ทำงานไม่ได้จึงเป็นผลเสียแก่เจ้าหน้าที่เอง และอาจทำให้เสียคะแนนตอนเลือกตั้งได้ ที่น่าสังเกตก็คือตำแหน่งเชอรีฟ “นายอำเภอ” นี้เป็นตำแหน่งที่คนไทยจะรู้จักดีที่สุดจากเรื่องราวในภาพยนตร์โคบาลของอเมริกัน และในท้องถิ่นเขตปกครองเคาตี้ในพื้นที่ชนบท ตำแหน่งเชอรีฟและคนที่เป็นเชอรีฟก็เป็นผู้ที่ประชาชนในท้องถิ่นรู้จัก ให้ความสนใจ และมักพึ่งพามาก ด้วยงานด้านรักษาความสงบและความปลอดภัยนั้นเป็นงานระดับต้นที่ผู้คนคาดหวังจะได้รับจากเจ้าหน้าที่ของรัฐ ทั้งต้องการความคุ้มครอง ป้องกันโจรกรรม ปราบปรามคนร้าย และอันธพาล ตลอดจนคนที่ชอบละเมิดกฎหมายโดยทั่วไป และงานประเภทนี้เชอรีฟออกหน้าปฏิบัติการ เห็นได้ชัดเจนในหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นในเขตปกครองเคาตี้แจสเปอร์ ที่ชื่อ The Jasper Newsboy ซึ่งพิมพ์ออกจำหน่ายสัปดาห์ละครั้งนั้น เชอรีฟจะไปเปิดคอลัมน์เขียนแบบรายงานเชอรีฟพบประชาชน มีคนให้ความสนใจอ่านกันมาก&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ตำแหน่งอื่นที่มาจากการเลือกตั้งและสำคัญมากอีกตำแหน่งหนึ่งแต่คนนอกสหรัฐจะไม่ค่อยทราบก็คือปลัดเคาตี้ (County Clark) ตำแหน่งนี้ก็มาจากการเลือกตั้งเหมือนกัน ทำหน้าที่เป็นฝ่ายธุรการให้คณะกรรมการบริหารเคาตี้ และเป็นผู้ที่มีหน้าที่ดูแลเอกสารสำคัญของเขตปกครอง ทั้งสถิติ และบันทึกข้อมูลทั้งหลาย ที่สำคัญก็คือโฉนดที่ดินในเขตปกครองเคาตี้ ใบทะเบียนสมรส ใบเกิด และใบมรณะบัตร หน้าที่สำคัญพิเศษที่เป็นงานที่ทำให้รัฐและต้องประสานกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ คืองานดูแลเรื่องการเลือกตั้งทุกตำแหน่งของประเทศของรัฐและเคาตี้ผู้ที่ได้รับเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งปลัดเคาตี้ของเขตปกครองเคาตี้แจสเปอร์นั้นเป็นสุภาพสตรีชื่อนางเดบบี้ นิว แมน (Debbie Newman) ส่วนผู้ที่ดูแลงานเลือกตั้งในระดับรัฐนั้นก็คือเลขานุการของรัฐ (Secretary of State)&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
การบริหารจัดการในการเลือกตั้งในเขตปกครองเคาตี้นั้นจะมีคณะกรรมการเลือกตั้งโดยตำแหน่งจากเจ้าหน้าที่ของเคาตี้อยู่ 3 ตำแหน่งคือ เป็นผู้ดูแลคณะกรรมการชุดนี้มีกรรมการประธานคณะกรรมการบริหารเคาตี้ หรือ “เคาตี้จัดจ์” หนึ่ง ปลัดเคาตี้หนึ่ง และนายอำเภอ “เชอรีฟ” อีกหนึ่ง กับประธานสาขาในเขตปกครองเคาตี้ของพรรคการเมืองสำคัญ 2 พรรค รวมแล้ว 5 ท่าน และทางคณะกรรมการบริหารเคาตี้ก็จะตั้งตุลาการเลือกตั้ง (Election Judge) และตุลาการสำรองไปดูแลการเลือกตั้งในแต่ละเขตเลือกตั้ง (Precinct) รวมทั้งอนุมัติจัดงบประมาณทำบัตรเลือกตั้งและอุปกรณ์เครื่องมือต่าง ๆ ที่ใช้ในการเลือกตั้งไปด้วย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เนื่องจากในสหรัฐอเมริกาผู้ที่มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งจะออกเสียงเลือกตั้งได้จริงก็ต้องมาลงทะเบียนล่วงหน้าแสดงเจตจำนงจะใช้สิทธิออกเสียงเสียก่อน โดยทั่วไปจะมีการกำหนดเวลาให้ลงทะเบียนล่วงหน้าระยะหนึ่งก่อนวันเลือกตั้ง และวันสุดท้ายที่จะลงทะเบียนได้ก็ประมาณ 4 สัปดาห์ล่วงหน้าก่อนวันเลือกตั้ง การให้มีการลงทะเบียนล่วงหน้าจึงทำให้เจ้าหน้าที่ผู้จัดการเลือกตั้งรู้ได้ว่าในแต่ละหน่วยและแต่ละเขตจะมีผู้มีสิทธิมาลงคะแนนได้เท่าใด สมัยก่อนจึงได้กำหนดว่าในแต่ละเขตเลือกตั้งต้องมีผู้มีสิทธิลงทะเบียนไว้ไม่ต่ำกว่า 100 คนและไม่เกิน 3,000 คน ขนาดเขตเลือกตั้งขนาดนี้จึงไม่เล็กและไม่ใหญ่จนเกินไป&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ตำแหน่งเจ้าหน้าที่ซึ่งมาจากการเลือกตั้งที่ผู้คนต่างชาติมักนึกไม่ถึงคือตำแหน่งพนักงานประเมินและเก็บภาษี (The tax assessor-collector) ที่จริงตำแหน่งนี้สำคัญมากในฐานะผู้หาเงินมาให้ใช้ในเคาตี้ ภาษีที่เป็นหลักก็คือภาษีอสังหาริมทรัพย์และทรัพย์สินต่าง ๆ เป็นการเก็บตามเกณฑ์ราคา ภาษีอื่นก็เป็นค่าธรรมเนียมทะเบียนป้ายรถยนต์ เป็นอาทิ เจ้าพนักงานภาษีผู้นี้ไม่สามารถกำหนดอัตราภาษีได้เอง เพราะอัตราบางรายการรัฐเป็นผู้กำหนด บางรายการคณะบริหารเคาตี้ก็จะกำหนดมาแล้วก่อนพิจารณาผ่านงบประมาณของเคาตี้ หน้าที่อย่างหนึ่งที่นึกไม่ถึงก็คือระบุว่าพนักงานผู้นี้ดูและบริหารเรื่องการลงทะเบียนผู้ออกเสียงเลือกตั้งด้วย ผู้ที่ได้รับเลือกตั้งให้เป็นพนักงานประเมินและเก็บภาษีของเขตปกครองเคาตี้ขณะนี้ก็คือนายบอบบี้ บิสแคมป์ (Bobby Cam)&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
สำหรับเขตปกครองเคาตี้แจสเปอร์นั้นยังมีเจ้าหน้าที่ซึ่งมาจากการเลือกตั้งของประชาชนอีกตำแหน่งหนึ่งคือตำแหน่งพนักงานการคลังของเคาตี้หรือเหรัญญิก (Treasurer) หน้าที่ก็คือดูแลเรื่องการเงินการคลังของเคาตี้นั่นเอง พนักงานการคลังที่ได้รับเลือกคนปัจจุบัน ชื่อ เรนนี่ เดลลี่ (Rene Kelley) ในบางเขตปกครองเคาตี้ยังมีตำแหน่งที่มาจากการเลือกตั้งอื่นอีกสองสามตำแหน่ง แต่ก็ลดความสำคัญจนไม่มีการเลือกตั้งไป เช่น ตำแหน่งผู้บริหารโรงเรียนของเคาตี้ ซึ่งไม่มีแล้วเพราะเรื่องดูแลโรงเรียนทั้งหลายเป็นเรื่องของเขตการศึกษาที่มีความเป็นอิสระในการดูแล ทางเคาตี้ไม่มีอำนาจเลย หรือตำแหน่งพนักงานสำรวจ (Surveyor) ซึ่งสมัยก่อนมีความสำคัญมาก เพราะพื้นดินที่บุกเบิกใหม่ต้องสำรวจกันมากและรับรองเขตให้ถูกต้อง พนักงานสำรวจจึงสำคัญและเป็นผู้มีชื่อในประวัติของชุมชนชนบทหลายแห่งของรัฐเท็กซัส มาถึงเวลานี้หน้าที่นี้ก็ลดความจำเป็นลง แม้เขตปกครองเคาตี้แจสเปอร์จะอยู่ในพื้นที่ชนบทก็ยังไม่ได้มีการเลือกตั้งตำแหน่งนี้ในยุคนี้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
นอกจากนี้ในเขตปกครองเคาตี้โดยทั่วไปนั้นมีตำแหน่งผู้ตัดสินคดีในท้องถิ่นที่สหรัฐอเมริกามีเรียกกันว่าตุลาการท้องถิ่น (Justices of the peace) ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจและหน้าที่ในการพิจารณาคดีเล็ก ๆ น้อย ๆ ในเขตที่ย่อยที่อยู่ในอาณาบริเวณของเขตปกครองเคาตี้ ชื่อ “Justices of the peace” ที่ปรากฏในตำแหน่งผู้ที่ทำหน้าที่ตัดสินคดีเล็ก ๆ น้อยในประเทศอื่นเช่นที่แคนาดาบ้างเหมือนกัน แต่เป็นตำแหน่งที่มาจากการแต่งตั้ง ส่วนของสหรัฐอเมริกานั้นเป็นตำแหน่งที่มาจากการเลือกตั้งในเขตปกครองเคาตี้ โดยแต่ละเขตปกครองเคาตี้จะมีตุลาการท้องถิ่นอย่างนี้ได้จำนวนไม่น้อยกว่า 4 คน และมีได้มากที่สุดไม่เกิน 8 คน ทั้งนี้จะแบ่งเป็นเขตอำนาจในการดูแลของตุลาการท้องถิ่นแยกกันไป และก็เป็นตำแหน่งที่มาจากเลือกตั้งของประชากรในแต่ละเขต&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
สำหรับเขตปกครองเคาตี้แจสเปอร์มีตุลาการท้องถิ่นอยู่ 6 ท่าน เพราะได้แบ่งเขตดูแลไว้ 6 เขต และทั้ง 6 คนก็มาจากการเลือกตั้งของประชาชน โดยมีเวลาดำรงตำแหน่งสมัยละสี่ปี ที่จริงถ้าเป็นเขตปกครองเคาตี้ที่มีพลเมืองจำนวนมากก็สามารถมีตุลาการท้องถิ่นในเขตที่มีพลเมืองหนาแน่นเป็นสองคนได้เหมือนกัน ตุลาการท้องถิ่นชุดล่าสุดของเขตปกครองเคาตี้แจสเปอร์ มีดังนี้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เขตดูแลเขตที่ 1 ตุลาการที่ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งคือนาย วอลเตอร์ บิลลิงค์สเลย์ (Walter Billingsley)&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เขตดูแลเขตที่ 2 ตุลาการที่ได้รับเลือกดำรงตำแหน่งคือ นายเฟรดดี้ มิลเลอร์ (Freddie Miller)&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เขตดูแลเขตที่ 3 ตุลาการที่ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งคือนางซูซาน แรตคลิฟ (Susan Ratcliff)&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เขตดูแลเขตที่ 4 ตุลาการที่ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งคือนายโจ วิลกินสัน (Joe Wilkinson)&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เขตดูแลเขตที่ 5 ตุลาการที่ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งคือนายเบรต ฮอลโลวเวย์ (Brett Holloway)&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เขตดูแลเขตที่ 6 ตุลาการที่ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่ง คือนายสตีฟ คอนเนอร์ (Steve Conner)&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ดูจากชื่อของตุลาการท้องถิ่นแล้วได้พบปะสนทนากับคนในเขตปกครองก็ทราบได้ว่าครอบครัวของ 3 ใน 6 คนนั้นเป็นครอบครัวที่มีคนในเขตปกครองเคาตี้แจสเปอร์รู้จักกันมาก และได้อยู่อาศัยในเขตปกครองเคาตี้แห่งนี้มาเป็นเวลานานพอสมควร&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
อันหน้าที่ของตุลาการท้องถิ่นที่ดูแลตัดสินคดีเล็ก ๆ น้อย ๆ แล้วในบางท้องถิ่นก็ต้องอาศัยในเรื่องหน้าที่ในเรื่องพิสูจน์ศพ และเป็นผู้รับบันทึกในสูติบัตรและมรณะบัตรของประชากรในเขตปกครองเคาตี้ด้วย แต่เรื่องข้อมูลของท้องถิ่นนี้ก็คงต้องแบ่งส่วนกันให้ชัดเจนกับปลัดเคาตี้ เพราะหน้าที่อาจดูคล้ายกันในเรื่องนี้ ในหน้าที่ต่าง ๆ ที่ตุลาการท้องถิ่นได้ปฏิบัตินั้น ปรากฏว่าหน้าที่อันเป็นที่รู้จักดีสมัยหน้าที่ในการเป็นประธานในพิธีแต่งงาน และงานแต่งงานนี้ก็ถือว่าตุลาการท้องถิ่นรับเงินค่าตอบแทนได้ตามแต่เจ้าของงานจะสมนาคุณ มีคนบอกว่า “เงินสมนาคุณ” ในการเป็นประธานแต่งงานนั้นบางทีที่จะมากกว่าเงินค่าตอบแทนที่ไม่ใช่เงินเดือนที่ตุลาการท้องถิ่นได้รับเสียอีก” และเงินค่าตอบแทนนี้คณะกรรมการบริหารท้องถิ่นจะเป็นผู้กำหนดให้แก่ตุลาการท้องถิ่น ชื่อของตุลาการท้องถิ่นเรียกกันนี้มักเรียกตัวย่อคือ เจพี (JP)&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ตำแหน่งที่คู่กันจนดูเสมือนคู่แฝดก็คงเป็นตำแหน่งพนักงานรักษาความปลอดภัย (Constable) หรือเรียกง่าย ๆ ก็คงเป็นตำรวจศาลท้องถิ่น เพราะว่าในระยะหลังนี้ หน้าที่ในการรักษาความสงบเรียบร้อยและปราบปรามอาชญากรรมได้ตกเป็นหน้าที่ของเชอรีฟหรือ “นายอำเภอ” และเจ้าหน้าที่ของสำนักงานนายอำเภอดูแลโดยรวมอยู่แล้ว ตำรวจศาลท้องถิ่นจึงดูแลเกี่ยวกับเรื่องการรักษาความปลอดภัยของศาลท้องถิ่นเท่านั้น แต่ตำรวจศาลท้องถิ่นก็ยังมาจากการเลือกตั้งของประชาชนในเขตประเภทเดียวกับเขตของตุลาการท้องถิ่น เมื่อมีเขตดูแลของตุลาการท้องถิ่นในเขตปกครองเคาตี้แจสเปอร์อยู่ 6 เขต ดังนั้นจึงมีการเลือกตั้งตำรวจศาลท้องถิ่นอยู่เขตละคนจำนวน 6 คนด้วย ดังมีรายชื่อตามเขตของตุลาการท้องถิ่นดังนี้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เขตที่หนึ่ง ได้แก่ นายคิท สเตฟเฟนซัน (Kit Stephenson)&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เขตที่สอง ได้แก่ นายราล์ฟ นิคโคลส์ (Ralph Nichols)&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เขตที่สาม ได้แก่ นายรอนนี่ ฮัทชิซซัน (Ronnie Hutchison)&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เขตที่สี่ ได้แก่ นายมาร์ค แมคคินเลย์ (Mark Mckinley)&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เขตที่ห้า ได้แก่ นายเจราลด์ แมคอะดัมส์ (Gerald Mcadams)&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เขตที่หก ได้แก่ นายทอมมี อาร์ รอบบินสัน (Tommy R.Robinson)&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ทั้งหมดนี้ คือ ภาพกว้างๆของเขตการปกครองเคาตี้แห่งหนึ่งของรัฐเท็กซัสที่มีชื่อว่าแจสเปอร์เคาตี้ อันเป็นหน่วยปกครองที่ทำหน้าที่ทั้งเป็นหน่วยงานที่ทำงานให้แก่รัฐเท็กซัสด้วยบางส่วน และเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นระดับที่สองรองจากรัฐคือเท็กซัส สำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นระดับถัดไป ได้แก่ เทศบาล เขตการศึกษา และเขตปกครองพิเศษ ซึ่งในเขตปกครองเคาตี้แจสเปอร์แห่งนี้ได้มีทั้งเทศบาลของเมืองต่างๆ อยู่หลายเมืองและมีเขตการศึกษาอยู่อีก 5 เขตการศึกษา กับมีเขตการปกครองพิเศษอยู่ด้วย ดังที่ยกมาให้เห็นแล้วในตอนต้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ภาพที่นำเสนอครั้งนี้ เพื่อให้ได้เห็นภาพรวม เน้นที่เขตปกครองเคาตี้เป็นสำคัญ แต่รายละเอียดในแต่ละองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นอีก 3 ชนิด ยังไม่ได้รายงานเอาไว้ทั้งหมด กระนั้นก็คงให้ข้อมูลเบื้องต้นที่จะทราบถึงเขตปกครองแบบเคาตี้ของรัฐเท็กซัสได้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[Category:วารสารปีที่ 6 ฉบับที่ 1 เดือนมกราคม - เมษายน 2551]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Apirom</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%9B%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%8B%E0%B9%8C_%E0%B8%AA.%E0%B8%A7.&amp;diff=15604</id>
		<title>ปิดสวิตซ์ ส.ว.</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%9B%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%8B%E0%B9%8C_%E0%B8%AA.%E0%B8%A7.&amp;diff=15604"/>
		<updated>2023-07-07T03:03:13Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;Apirom: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&lt;br /&gt;
*&#039;&#039;&#039;[http://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=ปิดสวิตซ์สมาชิกวุฒิสภา_หรือ_ส.ว. ปิดสวิตซ์สมาชิกวุฒิสภา หรือ ส.ว.]&#039;&#039;&#039; &lt;br /&gt;
*&#039;&#039;&#039;[[ปิดสวิตซ์_ส.ว._ข้อเรียกร้องทางการเมือง|ปิดสวิตซ์ ส.ว. ข้อเรียกร้องทางการเมือง&amp;amp;nbsp;]]&#039;&#039;&#039; &lt;br /&gt;
&amp;lt;div&amp;gt;&amp;lt;div id=&amp;quot;ftn4&amp;quot;&amp;gt;&amp;amp;nbsp;&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;/div&amp;gt;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Apirom</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%27%27%27%22%E0%B8%9B%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%8B%E0%B9%8C_%E0%B8%AA.%E0%B8%A7.%22%27%27%27&amp;diff=15603</id>
		<title>&#039;&#039;&#039;&quot;ปิดสวิตซ์ ส.ว.&quot;&#039;&#039;&#039;</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%27%27%27%22%E0%B8%9B%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%8B%E0%B9%8C_%E0%B8%AA.%E0%B8%A7.%22%27%27%27&amp;diff=15603"/>
		<updated>2023-07-07T03:01:52Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;Apirom: Apirom ย้ายหน้า &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;quot;ปิดสวิตซ์ ส.ว.&amp;quot;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; ไปยัง ปิดสวิตซ์สมาชิกวุฒิสภา หรือ ส.ว.&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;#เปลี่ยนทาง [[ปิดสวิตซ์สมาชิกวุฒิสภา หรือ ส.ว.]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Apirom</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%9B%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%8B%E0%B9%8C%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%A7%E0%B8%B8%E0%B8%92%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%A0%E0%B8%B2_%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD_%E0%B8%AA.%E0%B8%A7.&amp;diff=15602</id>
		<title>ปิดสวิตซ์สมาชิกวุฒิสภา หรือ ส.ว.</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%9B%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%8B%E0%B9%8C%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%A7%E0%B8%B8%E0%B8%92%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%A0%E0%B8%B2_%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD_%E0%B8%AA.%E0%B8%A7.&amp;diff=15602"/>
		<updated>2023-07-07T03:01:52Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;Apirom: Apirom ย้ายหน้า &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;quot;ปิดสวิตซ์ ส.ว.&amp;quot;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; ไปยัง ปิดสวิตซ์สมาชิกวุฒิสภา หรือ ส.ว.&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;#เปลี่ยนทาง [[&amp;quot;ปิดสวิตซ์ ส.ว.&amp;quot;]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Apirom</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%9B%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%8B%E0%B9%8C%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%A7%E0%B8%B8%E0%B8%92%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%A0%E0%B8%B2_%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD_%E0%B8%AA.%E0%B8%A7.&amp;diff=15601</id>
		<title>ปิดสวิตซ์สมาชิกวุฒิสภา หรือ ส.ว.</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%9B%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%8B%E0%B9%8C%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%A7%E0%B8%B8%E0%B8%92%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%A0%E0%B8%B2_%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD_%E0%B8%AA.%E0%B8%A7.&amp;diff=15601"/>
		<updated>2023-07-07T03:01:05Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;Apirom: Apirom ย้ายหน้า &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;quot;ปิดสวิตซ์ ส.ว.&amp;quot;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; ไปยัง &amp;quot;ปิดสวิตซ์ ส.ว.&amp;quot;&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;#เปลี่ยนทาง [[&amp;quot;ปิดสวิตซ์ ส.ว.&amp;quot;]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Apirom</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%22%E0%B8%9B%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%8B%E0%B9%8C_%E0%B8%AA.%E0%B8%A7.%22&amp;diff=15600</id>
		<title>&quot;ปิดสวิตซ์ ส.ว.&quot;</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%22%E0%B8%9B%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%8B%E0%B9%8C_%E0%B8%AA.%E0%B8%A7.%22&amp;diff=15600"/>
		<updated>2023-07-07T03:01:05Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;Apirom: Apirom ย้ายหน้า &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;quot;ปิดสวิตซ์ ส.ว.&amp;quot;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; ไปยัง &amp;quot;ปิดสวิตซ์ ส.ว.&amp;quot;&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;ผู้เรียบเรียง:&#039;&#039;&#039; &amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
1. รองศาสตราจารย์ ดร.กตัญญู&amp;amp;nbsp; แก้วหานาม&amp;lt;br/&amp;gt; 2. อาจารย์ ดร. นพพล อัคฮาด&amp;lt;br/&amp;gt; 3. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. พิมพ์ลิขิต แก้วหานาม&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;ผู้ทรงคุณวุฒิประจำบทความ&amp;amp;nbsp;:&amp;amp;nbsp;&#039;&#039;&#039;รศ.ดร.ยุทธพร อิสรชัย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;ปิดสวิตซ์ ส.ว.&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; ประเทศไทยปกครองในระบอบประชาธิปไตยรูปแบบรัฐสภาอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ซึ่งรัฐสภาไทยประกอบด้วย 2 สภา คือ สภาผู้แทนราษฎร จำนวน 500 คนมาจากการเลือกตั้งของประชาชนโดยตรงและลับ และสมาชิกวุฒิสภา จำนวน 250 คน มาจากการแต่งตั้งและการสรรหาตามสัดส่วนและวิธีการที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ ซึ่งภายใต้บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญฉบับ 2560 นั้นได้กำหนดให้อำนาจของสมาชิกวุฒิสภามีสิทธิเลือกผู้ที่จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีร่วมกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ ทำให้เกิดกระแสการเรียกร้องให้สมาชิกวุฒิสภางดการออกเสียงเลือกนายกรัฐมนตรี หรือเรียกร้องให้พรรคการเมืองที่มีที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎรรวมตัวกันไม่สนับสนุนบุคคลที่ถูกเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีที่มีฐานอำนาจของสมาชิกวุฒิสภา 250 เสียงรองรับ ซึ่งเป็นการเรียกกันอย่างเปิดเผยว่า “การปิดสวิตซ์ ส.ว. ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;1. ความหมาย หรือแนวคิด&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; ตามรูปแบบการปกครองของไทยจัดอยู่ในรูปแบบรัฐสภา (Parliamentary) ซึ่งมีรัฐสภาของประเทศสหราชอาณาจักรเป็นต้นแบบของแนวคิด โดยจุดเด่นของการปกครองแบบนี้คือการถือเอาฝ่ายนิติบัญญัติหรือรัฐสภาเป็นศูนย์กลางแห่งอำนาจรัฐ เนื่องจากรัฐสภานั้นประกอบด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งมาจากการเลือกตั้งจากประชาชนโดยตรง ในฐานะที่ประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย และวุฒิสภาหรือสภาสูงซึ่งมาจากการแต่งตั้งและการสืบสายโลหิตของตระกูลบรรดาขุนนางของอังกฤษซึ่งเป็นตัวแทนของกลุ่มที่รักษาผลประโยชน์ของชาติ รัฐสภาจึงมีอำนาจในการแต่งตั้งและถอดถอนฝ่ายบริหารหรือคณะรัฐมนตรีที่มีหน้าที่บริหารประเทศ โดยปกติคณะรัฐมนตรีมักกมาจากพรรคการเมืองที่มีเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร และเกิดระบบฝ่ายรัฐบาล และฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ขณะเดียวกันรัฐสภามีหน้าที่ในการควบคุมการปฏิบัติงานของคณะรัฐมนตรีโดยการตั้งกระทู้ถามและการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ ดังนั้นรัฐสภาเป็นศูนย์กลางของอำนาจจึงเรียกรัฐบาลหรือการปกครองแบบนี้ การปกครองแบบรัฐสภา[[#_ftn1|[1]]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
การปกครองในระบอบประชาธิปไตยรูปแบบรัฐสภาอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขของไทยนั้นภายใต้บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ. 2560 นั้น ประกอบด้วย 2 สภา คือ สภาผู้แทนราษฎร จำนวน 500 คนมาจากการเลือกตั้งของประชาชนโดยตรงและลับ และสมาชิกวุฒิสภา จำนวน 200 คน มาจากการแต่งตั้งและการสรรหาตามสัดส่วนและวิธีการที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ในมาตรา 107 ซึ่งกำหนดว่า “วุฒิสภาประกอบด้วยสมาชิกจํานวนสองร้อยคน ซึ่งมาจากการเลือกกันเอง ของบุคคลซึ่งมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ อาชีพ ลักษณะ หรือประโยชน์ร่วมกัน หรือทํางาน หรือเคยทํางานด้านต่างๆ ที่หลากหลายของสังคม โดยในการแบ่งกลุ่มต้องแบ่งในลักษณะที่ทําให้ประชาชน ซึ่งมีสิทธิสมัครรับเลือกทุกคนสามารถอยู่ในกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งได้” แต่ในระยะแรกหลังจากประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าว คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญได้กำหนดให้มีสมาชิกวุฒิสภาไว้จำนวน 250 คนตามบทเฉพาะกาล ของรัฐธรรมนูญในมาตรา 269 ที่กำหนดว่า ในวาระเริ่มแรก ให้วุฒิสภาประกอบด้วยสมาชิกจํานวนสองร้อยห้าสิบคน ซึ่งพระมหากษัตริย์ ทรงแต่งตั้งตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติถวายคําแนะนํา โดยในการสรรหา และแต่งตั้งให้ดําเนินการตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ดังต่อไปนี้[[#_ftn2|[2]]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
(1) ให้มีคณะกรรมการสรรหาสมาชิกวุฒิสภาคณะหนึ่งซึ่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ แต่งตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งมีความรู้และประสบการณ์ในด้านต่าง ๆ และมีความเป็นกลางทางการเมือง จํานวนไม่น้อยกว่าเก้าคนแต่ไม่เกินสิบสองคน มีหน้าที่ดําเนินการสรรหาบุคคลซึ่งสมควรเป็นสมาชิกวุฒิสภา ตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ดังต่อไปนี้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
(ก) ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งดําเนินการจัดให้มีการเลือกสมาชิกวุฒิสภาตามมาตรา 107 จํานวนสองร้อยคนตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา โดยให้ดําเนินการให้แล้วเสร็จก่อนวันที่มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน แล้วนํารายชื่อเสนอต่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
(ข) ให้คณะกรรมการสรรหาสมาชิกวุฒิสภา คัดเลือกบุคคลผู้มีความรู้ความสามารถ ที่เหมาะสมในอันจะเป็นประโยชน์แก่การปฏิบัติหน้าที่ของวุฒิสภาและการปฏิรูปประเทศมีจํานวนไม่เกินสี่ร้อยคน ตามวิธีการที่คณะกรรมการสรรหาสมาชิกวุฒิสภากําหนดแล้วนํารายชื่อเสนอต่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ทั้งนี้ ต้องดําเนินการให้แล้วเสร็จไม่ช้ากว่าระยะเวลาที่กําหนดตาม (ก)&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
(ค) ให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติคัดเลือกผู้ได้รับเลือกตาม (ก) จากบัญชีรายชื่อที่ได้รับจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง ให้ได้จํานวนห้าสิบคน และคัดเลือกรายชื่อสํารองจํานวนห้าสิบคน โดยการคัดเลือกดังกล่าวให้คํานึงถึงบุคคลจากกลุ่มต่างๆ อย่างทั่วถึง และให้คัดเลือกบุคคลจากบัญชีรายชื่อที่ได้รับการสรรหาตาม (ข) ให้ได้จํานวนหนึ่งร้อยเก้าสิบสี่คนรวมกับผู้ดํารงตําแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้บัญชาการทหารอากาศ และผู้บัญชาการ ตํารวจแห่งชาติ เป็นสองร้อยห้าสิบคน และคัดเลือกรายชื่อสํารองจากบัญชีรายชื่อที่ได้รับการสรรหาตาม (ข) จํานวนห้าสิบคน ทั้งนี้ ให้แล้วเสร็จภายในสามวันนับแต่วันประกาศผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
(2) มิให้นําความในมาตรา 108 ข. ลักษณะต้องห้าม (6) ในส่วนที่เกี่ยวกับการเคยดํารงตําแหน่งรัฐมนตรีมาใช้บังคับแก่ผู้ดํารงตําแหน่งสมาชิกวุฒิสภาซึ่งได้รับสรรหาตาม (1) (ข) และมิให้นําความในมาตรา 108 ข. ลักษณะต้องห้าม (2) มาตรา 184 (1) และมาตรา 185 มาใช้บังคับ แก่ผู้ซึ่งได้รับแต่งตั้งให้เป็นสมาชิกวุฒิสภาโดยตําแหน่ง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
(3) ให้คณะรักษาความสงบแห่งชาตินํารายชื่อบุคคลซึ่งได้รับการคัดเลือกตาม (1) (ค) จํานวนสองร้อยห้าสิบคนดังกล่าวขึ้นกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งต่อไป และให้หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
(4) อายุของวุฒิสภาตามมาตรานี้มีกําหนดห้าปีนับแต่วันที่มีพระบรมราชโองการแต่งตั้ง สมาชิกภาพของสมาชิกวุฒิสภาเริ่มตั้งแต่วันที่มีพระบรมราชโองการแต่งตั้ง ถ้ามีตําแหน่งว่างลง ให้เลื่อนรายชื่อบุคคลตามลําดับในบัญชีสํารองตาม (1) (ค) ขึ้นเป็นสมาชิกวุฒิสภาแทน โดยให้ประธานวุฒิสภา เป็นผู้ดําเนินการและเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ สําหรับสมาชิกวุฒิสภาโดยตําแหน่ง เมื่อพ้นจากตําแหน่งที่ดํารงอยู่ในขณะได้รับแต่งตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภาให้พ้นจากตําแหน่งสมาชิกวุฒิสภาด้วย และให้ดําเนินการเพื่อแต่งตั้งให้ผู้ดํารงตําแหน่งนั้นเป็นสมาชิกวุฒิสภาโดยตําแหน่งแทน ให้สมาชิกวุฒิสภา ที่ได้รับแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งแทนตําแหน่งที่ว่าง อยู่ในตําแหน่งเท่าอายุของวุฒิสภาที่เหลืออยู่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
(5) ในระหว่างที่ยังไม่มีพระบรมราชโองการแต่งตั้งบุคคลในบัญชีรายชื่อสํารองขึ้นเป็นสมาชิกวุฒิสภา แทนตําแหน่งที่ว่างตาม (4) หรือเป็นกรณีที่ไม่มีรายชื่อบุคคลเหลืออยู่ในบัญชีสํารอง หรือไม่มีผู้ดํารงตําแหน่ง&amp;lt;br/&amp;gt; ที่เป็นสมาชิกวุฒิสภาโดยตําแหน่ง ไม่ว่าด้วยเหตุใด ให้วุฒิสภาประกอบด้วยสมาชิกวุฒิสภาเท่าที่มีอยู่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
(6) เมื่ออายุของวุฒิสภาสิ้นสุดลงตาม (4) ให้ดําเนินการเลือกสมาชิกวุฒิสภาตามมาตรา 107 ต่อไป และให้นําความในมาตรา 109 วรรคสามมาใช้บังคับโดยอนุโลม&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; นอกจากนี้ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญฉบับ 2560 ยังได้กำหนดอำนาจหน้าที่ของสมาชิกวุฒิสภาไว้หลายประการซึ่งแตกต่างจากบทบาทของสมาชิกวุฒิสภาที่เคยมีอำนาจหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญฉบับก่อนๆ ดังนี้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
1) การเลือกนายกรัฐมนตรี ตามบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญ ในมาตรา 272 ระบุว่าการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีต้องทำในรัฐสภา หมายความว่าเป็นการประชุมร่วมกัน ทำให้ทั้ง ส.ว. และ ส.ส. มีอำนาจเท่ากันในการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
2) การเลือกองค์กรอิสระ รัฐธรรมนูญกำหนดให้สมาชิกวุฒิสภามีหน้าที่เลือกผู้มาดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ เช่น เลือกตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ คณะกรรมการการเลือกตั้ง ผู้ตรวจการแผ่นดิน กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เสขาธิการกฤษฎีกา เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช) เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจิตในภาครัฐ (ป.ป.ท.)&amp;amp;nbsp; เลขาธิการคณะกรรมการการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) เป็นต้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
3. การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งต้องมีเสียงสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของสภาหรือจำนวน 84 คน ซึ่งทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับ 2560 ทำได้ยากมากได้ถ้า ส.ว. ไม่เห็นด้วย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
4. ร่างพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปประเทศต้องมีการประชุมร่วมกันระหว่าง ส.ว. และ ส.ส. และลงมติร่วมกัน ทำให้ทั้ง ส.ว. และ ส.ส. มีอำนาจเท่ากัน รวมถึงกฏหมายที่เกี่ยวกับการคอรัปชั่นและกระบวนการยุติธรรม หากผ่านการลงมติยอมรับจาก ส.ส. ไปแล้ว แต่ไม่ผ่านความเห็น ส.ว. ต้องใช้การประชุมร่วมกันอีกเพื่อลงมติใหม่&amp;amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
จากที่มาและอำนาจของสมาชิกวุฒิภาข้างต้น จึงเกิดกระแสเรียกร้องจากนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ในขณะนั้นและแกนนำพรรคอนาคตใหม่รณรงค์ไปยังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคการเมืองต่างๆ และประชาชนที่ลงคะแนนเสียงให้แก่พรรคการเมืองต่างๆ เพื่อกดดันให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรรวมตัวกันไม่สนับสนุนเลือกพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเพื่อสือทอดอำนาจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ทำการรัฐประหารและยึดอำนาจการปกครองประเทศมาตั้งแต่ พ.ศ. 2557 และทำการร่างรัฐธรรมนูญฉบับ 2560 เพื่อเอื้อต่อกลไกการรักษาอำนาจต่างๆ ของคณะ คสช. ซึ่งกลไกวุฒิสภา จำนวน 250 คนที่เกิดขึ้นตามบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญดังกล่าวนั้นก็เป็นเครื่องมือหนึ่งของการสืบทอดและรักษาอำนาจของ คสช.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ดังนั้น การปิดสวิตซ์ ส.ว. ไม่ให้เสียงสมาชิกวุฒิสภา จำนวน 250 คนมีผลต่อการสนับสนุนตัวบุคคลที่คาดว่าจะได้รับการสนับสนุนจาก ส.ว. ในการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคือ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ต่อโดยการเรียกร้องให้สภาผู้แทนราษฎรรวมเสียงกันให้ได้เกินกึ่งหนึ่งของรัฐสภาคือจำนวน 376 คนเพื่อเลือกบุคคลอื่นเป็นนายกรัฐมนตรีเพื่อหยุดการสืบทอดอำนาจของคณะ คสช. และเป็นการปิดสวิตซ์ ส.ว. ไม่ให้มีอำนาจเลือกบุคคลที่จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;2. ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
การ “ปิดสวิตช์ ส.ว.” คือการที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ซึ่งมีในสภาผู้แทนราษฎรจำนวน 500 คน สามารถเลือกบุคคลที่เหมาะสมให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้ในสภาผู้แทนราษฎร โดยไม่ให้สมาชิกวุฒิสภาที่มีอยู่จำนวน 250 คน ซึ่งไม่ได้มาจากการเลือกตั้งของประชาชนสามารถดำเนินการเลือกตัวนายกรัฐมนตรีได้ ซึ่งอำนาจดังกล่าวของ ส.ว. ปรากฏในบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญและบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญที่ประกาศใช้บังคับเมื่อวันที่ 6 เมษายน 2560&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
สำหรับกระแสเรียกร้องให้มีการ “ปิดสวิตซ์ ส.ว.” นั้น เกิดขึ้นภายหลังการประกาศผลการเลือกตั้งซึ่งขณะนั้นพรรคการเมืองต่างๆ มีการหยั่งเชิงในทางการเมือง โดยเสียงของฝ่ายที่สนับสนุนและฝ่ายที่ต่อต้านการขึ้นสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา มีที่นั่งสูสีกันอย่างมาก ซึ่งขณะนั้นมี 3 พรรคการเมืองที่ประกาศหนุนพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้งและต้องการสืบทอดอำนาจ คสช. ได้แก่ พรรคพลังประชารัฐ (116 ที่นั่ง) พรรครวมพลังประชาชาติไทย (5 ที่นั่ง) พรรคประชาชนปฏิรูป (1 ที่นั่ง) รวมแล้ว 122 ที่นั่ง และเมื่อนำไปบวกกับเสียงสนับสนุนของสมาชิกวุฒิสภาอีก 250 คนแล้วก็จะได้เพียง 372 ที่นั่ง ซึ่งยังไม่ถึงกึ่งหนึ่งคือ 375 ที่นั่งของจำนวนที่นั่งรวมในสองสภาคือ 750 ที่นั่ง&amp;amp;nbsp; ซึ่งข้อเสนอปิดสวิตช์ ส.ว. ที่เสนอออกมาจากนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งนายธนาธรและพรรคอนาคตใหม่ได้เรียกร้องให้ประชาชนที่รักประชาธิปไตยกลับไปทวงถามคำสัญญาที่พรรคการเมืองต่างๆ เคยให้ไว้ก่อนการเลือกตั้งว่าพรรคของพวกเขาจะไม่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาและคณะ คสช. ในการหาเสียงจากประชาชน เพราะสิ่งนี้คือการยับยั้งนายกรัฐมนตรีที่ไม่ได้มาจากประชาชน และหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ยังได้เรียกร้องไปยังพรรคการเมืองทุกพรรค ไม่ว่าจะเป็นพรรคฝ่ายค้านหรือพรรคฝ่ายจัดตั้งรัฐบาลเพื่อสามารถมีส่วนร่วมได้ทั้งหมด โดยการลงคะแนนเลือกบุคคลอื่นที่ไม่เกี่ยวกับคณะ คสช. ที่จะถูกเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี ด้วยการรวมเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรให้ได้ และขณะนั้นเฉพาะจำนวน ส.ส. จะมี 377 เสียงในสภาผู้แทนราษฎรที่พร้อม “ปิดสวิตช์ ส.ว.” ซึ่งมากกว่า 3 พรรคการเมืองที่ประกาศสนับสนุนการสืบทอดอำนาจของพลเอกประยุทธ์ รวมทั้งบวกกับ ส.ว. อีก 250 คน ทำให้การเมืองแบบประชาธิปไตยภายหลังการเลือกตั้งสามารถเดินหน้าต่อไปได้ และการกระทำดังกล่าวจะเป็นบันไดก้าวแรกที่ทำให้ประเทศไทยเดินทางกลับสู่วิถีประชาธิปไตย[[#_ftn3|[3]]] โดยหลังจากนั้น แกนนำพรรคอนาคตใหม่พร้อมและยินดีเดินทางไปพบกับทุกพรรคการเมืองที่มีนโยบายไม่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์และการสืบทอดอำนาจของ คสช. ไม่ว่าจะเป็นพรรคการเมืองใด พรรคฝ่ายค้าน พรรคจัดตั้งรัฐบาล พรรคฝ่ายประชาธิปไตย ฯลฯ ต่างมีส่วนร่วมกันในการที่หยุดยั้งการสืบทอดอำนาจ คสช. และเปิดประตูบานใหม่สู่ประชาธิปไตย ซึ่งเป็นที่มาของการอธิบายถึง “การปิดสวิตช์ ส.ว.” นั่นเอง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;3. หลักการสำคัญ / ความสำคัญ&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; สมาชิกวุฒิสภา หรือ ส.ว. เดิมที่เรียกว่า ‘พฤฒสภา’ ซึ่งเกิดขึ้นครั้งแรกในประเทศไทยตามรัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ. 2489 กำหนดให้พฤฒสภามาจากการเลือกตั้งทางอ้อมโดย ส.ส. โดยขณะนั้นมีจำนวน 80 คน ทำหน้าที่คอยตรวจสอบ กลั่นกรอง ให้คำแนะนำปรึกษา และยับยั้งการใช้อำนาจของ ส.ส. โดยเฉพาะในด้านนิติบัญญัติ ต่อมาความเปลี่ยนแปลงของ ส.ว. เริ่มต้นขึ้นหลังการรัฐประหารปี พ.ศ. 2490 โดยได้เปลี่ยนชื่อจาก “พฤฒสภา” มาเป็น “วุฒิสภา” ซึ่งกำหนดให้ ส.ว. มาจากการแต่งตั้งมีจำนวน 100 คนและ ส.ว. ต้องมีอายุ 40 ปีขึ้นไปโดยอ้างว่าคนวัยนี้เป็นผู้มีความรู้มาก ทำให้ ส.ว. ส่วนใหญ่มากจากข้าราชการประจำ นับแต่นั้นมา ส.ว. ก็ได้มาจากการแต่งตั้งมาโดยตลอด&amp;amp;nbsp; จนถึงจุดเปลี่ยนสำคัญที่ก่อให้เกิด ส.ว. ที่มาจากการเลือกตั้งภายหลังการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับ 2540 ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ซึ่ง ส.ว. ภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าวมาจากการเลือกตั้งจำนวน 200 คน ทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาล กลั่นกรองกฎหมาย บุคคลที่ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ จนกระทั่งเหตุการณ์รัฐประหารปี พ.ศ. 2549 ทำให้รัฐธรรมนูญฉบับ 2540 จึงถูกยกเลิกไป และได้มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับ 2550 ขึ้น ซึ่งกำหนดให้มี ส.ว. &amp;amp;nbsp;มีจำนวน 150 คน มีที่มาจากการเลือกตั้งจากจังหวัดต่างๆ จังหวัดละ 1 คนรวมเป็น 77 คน และมาจากการแต่งตั้งอีก 73 คน&amp;amp;nbsp;ต่อมามีการรัฐประหารโดยคณะ คสช. ทำให้ยกเลิกการใช้รัฐธรรมนูญฉบับ 2550&amp;amp;nbsp;จนกระทั่งมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับ 2560 ซึ่งระบุในบทเฉพาะกาลมาตรา 269 ให้มี ส.ว. 250 คนมีวาระการทำงาน 5 ปีมาจาก&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
1) กรรการสรรหาที่แต่งโดยคณะ คสช. ไปคัดเลือกผู้มีความรู้ความสามารถมา 400 คนและส่งต่อให้ คสช. เลือกเหลือ 194 คน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
2) การรับสมัครจากสาขาอาชีพต่างๆ เพื่อให้คณะ คสช. เลือกให้เหลือ 50 คน และ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
3) มีจำนวน 6 คนที่ได้เป็น ส.ว. โดยตำแหน่งคือผู้บัญชาการเหล่าทัพ ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และปลัดกระทรวงกลาโหม&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
การกำหนดให้มี ส.ว. ในบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญดังกล่าว นายปิยบุตร แสงกนกกุล เคยกล่าวไว้ใน INTERREGNUM[[#_ftn4|[4]]]&amp;amp;nbsp;โดยอ้างถึงนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญฉบับ 2560 ที่เคยกล่าวถึงการกำเนิด ส.ว. ในรัฐธรรมนูญฉบับ 2560 ว่า “ส.ว. ในเฉพาะกาลมาจากความต้องการของคณะ คสช. เพื่อความเรียบร้อยทั้งหลายตามที่ คสช. มุ่งหมายไว้ยังไม่ดี การปฏิรูปยังไม่ครบถ้วน จึงอยากทำต่อ แต่ คสช.ไม่สามารถทำต่อเองได้ จึงควรให้ ส.ว. คอยเร่งรัดตรวจสอบท้วงติงการปฏิรูปต่างๆ เพื่อพัฒนาประเทศเพื่อเป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติต่อไป”&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; ดังนั้น สามารถเห็นหลักการมี ส.ส. ได้ชัดเจนว่าเจตนารมณ์ของ ส.ว. ตามบทเฉพาะกาลนั่นคือ การสืบทอดอำนาจของคณะ คสช. และต่อมารูปธรรมหนึ่งที่แสดงให้เห็นว่าเป็นกลไกสืบทอดอำนาจคณะ คสช. คือ คนในคณะกรรมการสรรหา ส.ว. นั้น ประกอบด้วย คณะรัฐมนตรี คือ รองนายกรัฐมนตรี 5 คน ได้แก่ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ พลอากาศเอกประจิน จั่นตอง พลเอก ฉัตรชัย สาริกัลยะ และนายวิษณุ เครืองาม และตัวแทนของคณะ คสช. มาอีก 4 คน คือ พลเอกธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร พลเรือเอกณรงค์ พิพัฒนาศัย พลตำรวจเอกอดุลย์ แสงสิงแก้ว พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รวมถึงนายพรเพชร วิชิตชลชัย&amp;amp;nbsp;ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติขณะนั้นด้วย และผลที่ได้ของกรรมการสรรหาชุดดังกล่าวพบว่า ได้กรรมการสรรหากลับมาเป็น ส.ว. เองจำนวน 5 คน ประกอบด้วย พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ พลอากาศเอกประจิน จั่นตอง พลเอกธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร พลเรือเอกณรงค์ พิพัฒนาศัย พลตำรวจเอกอดุลย์ แสงสิงแก้ว และนายพรเพชร วิชิตชลชัย อีกด้วย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;4. สรุป&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; การ “ปิดสวิตซ์ ส.ว.” เป็นข้อเสนอของแกนนำพรรคอนาคตใหม่ ที่เกิดขึ้นภายหลังการประกาศผลการเลือกตั้งซึ่งขณะนั้นพรรคการเมืองต่างๆ เมื่อมีการหยั่งเชิงในทางการเมือง โดยเสียงของฝ่ายที่สนับสนุนและฝ่ายที่ต่อต้านการขึ้นสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา มีที่นั่งสูสีกันอย่างมาก ซึ่งขณะนั้นมี 3 พรรคการเมืองที่ประกาศหนุนพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้งและต้องการสืบทอดอำนาจ คสช. รวมแล้ว 122 ที่นั่ง และเมื่อนำไปบวกกับเสียงสนับสนุนของสมาชิกวุฒิสภาอีก 250 คน ซึ่งเป็นไปตามบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญ ในมาตรา 272 ระบุว่าการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีต้องทำในรัฐสภา หมายความว่าเป็นการประชุมร่วมกัน ทำให้ทั้ง ส.ว. และ ส.ส. มีอำนาจเท่ากันในการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี&amp;amp;nbsp; ซึ่งขณะนั้นสามารถรวบรวมได้เพียง 372 ที่นั่ง ซึ่งยังไม่ถึงกึ่งหนึ่งคือ 375 ที่นั่งของจำนวนที่นั่งรวมในสองสภาคือ 750 ที่นั่ง ทำให้เกิดข้อเสนอปิดสวิตช์ ส.ว. ที่เสนอออกมาจากนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งนายธนาธรและพรรคอนาคตใหม่ได้เรียกร้องให้ประชาชนที่รักประชาธิปไตยกลับไปทวงถามคำสัญญาที่พรรคการเมืองต่างๆ เคยให้ไว้ก่อนการเลือกตั้งว่าพรรคของพวกเขาจะไม่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาและคณะ คสช. ในการหาเสียงจากประชาชน เพราะสิ่งนี้คือการยับยั้งนายกรัฐมนตรีที่ไม่ได้มาจากประชาชน และหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ยังได้เรียกร้องไปยังพรรคการเมืองทุกพรรค ไม่ว่าจะเป็นพรรคฝ่ายค้านหรือพรรคฝ่ายจัดตั้งรัฐบาลเพื่อสามารถมีส่วนร่วมได้ทั้งหมด&amp;lt;br/&amp;gt; โดยการลงคะแนนเลือกบุคคลอื่นที่ไม่เกี่ยวกับคณะ คสช. ที่จะถูกเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี ด้วยการรวมเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรให้ได้ และขณะนั้นเฉพาะจำนวน ส.ส. จะมี 377 เสียงในสภาผู้แทนราษฎรที่พร้อม “ปิดสวิตช์ ส.ว.” ซึ่งมากกว่าฝ่ายพรรคการเมืองที่ประกาศสนับสนุนการสืบทอดอำนาจของพลเอกประยุทธ์ รวมทั้งบวกกับ ส.ว. อีก 250 คน ทำให้การเมืองแบบประชาธิปไตยภายหลังการเลือกตั้งสามารถเดินหน้าต่อไปได้ และการกระทำดังกล่าวจะเป็นบันไดก้าวแรกที่ทำให้ประเทศไทยเดินทางกลับสู่วิถีประชาธิปไตยที่แท้จริงนั่นเอง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;5. บรรณานุกรม&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
โกวิท วงศ์สุรวัฒน์. (ม.ป.ป.). &#039;&#039;หลักรัฐศาสตร์.&#039;&#039; กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ประชาไท. (2563). ส.ว. มีไว้ทำไม?&amp;amp;nbsp;: เสาหลักค้ำประกันการสืบทอดอำนาจให้ คสช., สืบค้นจาก&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[https://prachatai.com/journal/2020/06/88071 https://prachatai.com/journal/2020/06/88071], เข้าถึงเมื่อ 29 เมษายน 2563&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 สืบค้นจาก&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2560/A/040/1.PDF http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2560/A/040/1.PDF], เข้าถึงเมื่อ 6 เมษายน 2563&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
โลกวันนี้. (2562). “ธนาธร”ชวน”ปิดสวิตช์ส.ว.”หยุดสืบทอดอำนาจ, สืบค้นจาก&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[http://www.lokwannee.com/web2013/?p=357918 http://www.lokwannee.com/web2013/?p=357918], เข้าถึงเมื่อ 29 เมษายน 2563&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
อ้างอิง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[#_ftnref1|[1]]] โกวิท วงศ์สุรวัฒน์. (ม.ป.ป.). &#039;&#039;หลักรัฐศาสตร์.&#039;&#039; กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. น. 81&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[#_ftnref2|[2]]] รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 สืบค้นจาก&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2560/A/040/1.PDF http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2560/A/040/1.PDF], เข้าถึงเมื่อ 6 เมษายน 2563&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[#_ftnref3|[3]]] โลกวันนี้. (2562). “ธนาธร”ชวน”ปิดสวิตช์ส.ว.”หยุดสืบทอดอำนาจ, สืบค้นจาก&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[http://www.lokwannee.com/web2013/?p=357918 http://www.lokwannee.com/web2013/?p=357918], เข้าถึงเมื่อ 29 เมษายน 2563&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[#_ftnref4|[4]]] ประชาไท. (2563). ส.ว. มีไว้ทำไม?&amp;amp;nbsp;: เสาหลักค้ำประกันการสืบทอดอำนาจให้ คสช., สืบค้นจาก&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[https://prachatai.com/journal/2020/06/88071 https://prachatai.com/journal/2020/06/88071], เข้าถึงเมื่อ 29 เมษายน 2563&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Apirom</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%22%E0%B8%9B%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%8B%E0%B9%8C_%E0%B8%AA.%E0%B8%A7.%22&amp;diff=15599</id>
		<title>&quot;ปิดสวิตซ์ ส.ว.&quot;</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%22%E0%B8%9B%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%8B%E0%B9%8C_%E0%B8%AA.%E0%B8%A7.%22&amp;diff=15599"/>
		<updated>2023-07-07T03:00:37Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;Apirom: สร้างหน้าด้วย &amp;quot; &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;ผู้เรียบเรียง:&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; &amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;  1. รองศาสตราจารย์ ดร.กตัญญู&amp;amp;nbsp;...&amp;quot;&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;ผู้เรียบเรียง:&#039;&#039;&#039; &amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
1. รองศาสตราจารย์ ดร.กตัญญู&amp;amp;nbsp; แก้วหานาม&amp;lt;br/&amp;gt; 2. อาจารย์ ดร. นพพล อัคฮาด&amp;lt;br/&amp;gt; 3. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. พิมพ์ลิขิต แก้วหานาม&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;ผู้ทรงคุณวุฒิประจำบทความ&amp;amp;nbsp;:&amp;amp;nbsp;&#039;&#039;&#039;รศ.ดร.ยุทธพร อิสรชัย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;ปิดสวิตซ์ ส.ว.&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; ประเทศไทยปกครองในระบอบประชาธิปไตยรูปแบบรัฐสภาอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ซึ่งรัฐสภาไทยประกอบด้วย 2 สภา คือ สภาผู้แทนราษฎร จำนวน 500 คนมาจากการเลือกตั้งของประชาชนโดยตรงและลับ และสมาชิกวุฒิสภา จำนวน 250 คน มาจากการแต่งตั้งและการสรรหาตามสัดส่วนและวิธีการที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ ซึ่งภายใต้บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญฉบับ 2560 นั้นได้กำหนดให้อำนาจของสมาชิกวุฒิสภามีสิทธิเลือกผู้ที่จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีร่วมกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ ทำให้เกิดกระแสการเรียกร้องให้สมาชิกวุฒิสภางดการออกเสียงเลือกนายกรัฐมนตรี หรือเรียกร้องให้พรรคการเมืองที่มีที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎรรวมตัวกันไม่สนับสนุนบุคคลที่ถูกเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีที่มีฐานอำนาจของสมาชิกวุฒิสภา 250 เสียงรองรับ ซึ่งเป็นการเรียกกันอย่างเปิดเผยว่า “การปิดสวิตซ์ ส.ว. ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;1. ความหมาย หรือแนวคิด&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; ตามรูปแบบการปกครองของไทยจัดอยู่ในรูปแบบรัฐสภา (Parliamentary) ซึ่งมีรัฐสภาของประเทศสหราชอาณาจักรเป็นต้นแบบของแนวคิด โดยจุดเด่นของการปกครองแบบนี้คือการถือเอาฝ่ายนิติบัญญัติหรือรัฐสภาเป็นศูนย์กลางแห่งอำนาจรัฐ เนื่องจากรัฐสภานั้นประกอบด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งมาจากการเลือกตั้งจากประชาชนโดยตรง ในฐานะที่ประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย และวุฒิสภาหรือสภาสูงซึ่งมาจากการแต่งตั้งและการสืบสายโลหิตของตระกูลบรรดาขุนนางของอังกฤษซึ่งเป็นตัวแทนของกลุ่มที่รักษาผลประโยชน์ของชาติ รัฐสภาจึงมีอำนาจในการแต่งตั้งและถอดถอนฝ่ายบริหารหรือคณะรัฐมนตรีที่มีหน้าที่บริหารประเทศ โดยปกติคณะรัฐมนตรีมักกมาจากพรรคการเมืองที่มีเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร และเกิดระบบฝ่ายรัฐบาล และฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ขณะเดียวกันรัฐสภามีหน้าที่ในการควบคุมการปฏิบัติงานของคณะรัฐมนตรีโดยการตั้งกระทู้ถามและการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ ดังนั้นรัฐสภาเป็นศูนย์กลางของอำนาจจึงเรียกรัฐบาลหรือการปกครองแบบนี้ การปกครองแบบรัฐสภา[[#_ftn1|[1]]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
การปกครองในระบอบประชาธิปไตยรูปแบบรัฐสภาอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขของไทยนั้นภายใต้บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ. 2560 นั้น ประกอบด้วย 2 สภา คือ สภาผู้แทนราษฎร จำนวน 500 คนมาจากการเลือกตั้งของประชาชนโดยตรงและลับ และสมาชิกวุฒิสภา จำนวน 200 คน มาจากการแต่งตั้งและการสรรหาตามสัดส่วนและวิธีการที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ในมาตรา 107 ซึ่งกำหนดว่า “วุฒิสภาประกอบด้วยสมาชิกจํานวนสองร้อยคน ซึ่งมาจากการเลือกกันเอง ของบุคคลซึ่งมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ อาชีพ ลักษณะ หรือประโยชน์ร่วมกัน หรือทํางาน หรือเคยทํางานด้านต่างๆ ที่หลากหลายของสังคม โดยในการแบ่งกลุ่มต้องแบ่งในลักษณะที่ทําให้ประชาชน ซึ่งมีสิทธิสมัครรับเลือกทุกคนสามารถอยู่ในกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งได้” แต่ในระยะแรกหลังจากประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าว คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญได้กำหนดให้มีสมาชิกวุฒิสภาไว้จำนวน 250 คนตามบทเฉพาะกาล ของรัฐธรรมนูญในมาตรา 269 ที่กำหนดว่า ในวาระเริ่มแรก ให้วุฒิสภาประกอบด้วยสมาชิกจํานวนสองร้อยห้าสิบคน ซึ่งพระมหากษัตริย์ ทรงแต่งตั้งตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติถวายคําแนะนํา โดยในการสรรหา และแต่งตั้งให้ดําเนินการตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ดังต่อไปนี้[[#_ftn2|[2]]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
(1) ให้มีคณะกรรมการสรรหาสมาชิกวุฒิสภาคณะหนึ่งซึ่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ แต่งตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งมีความรู้และประสบการณ์ในด้านต่าง ๆ และมีความเป็นกลางทางการเมือง จํานวนไม่น้อยกว่าเก้าคนแต่ไม่เกินสิบสองคน มีหน้าที่ดําเนินการสรรหาบุคคลซึ่งสมควรเป็นสมาชิกวุฒิสภา ตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ดังต่อไปนี้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
(ก) ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งดําเนินการจัดให้มีการเลือกสมาชิกวุฒิสภาตามมาตรา 107 จํานวนสองร้อยคนตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา โดยให้ดําเนินการให้แล้วเสร็จก่อนวันที่มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน แล้วนํารายชื่อเสนอต่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
(ข) ให้คณะกรรมการสรรหาสมาชิกวุฒิสภา คัดเลือกบุคคลผู้มีความรู้ความสามารถ ที่เหมาะสมในอันจะเป็นประโยชน์แก่การปฏิบัติหน้าที่ของวุฒิสภาและการปฏิรูปประเทศมีจํานวนไม่เกินสี่ร้อยคน ตามวิธีการที่คณะกรรมการสรรหาสมาชิกวุฒิสภากําหนดแล้วนํารายชื่อเสนอต่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ทั้งนี้ ต้องดําเนินการให้แล้วเสร็จไม่ช้ากว่าระยะเวลาที่กําหนดตาม (ก)&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
(ค) ให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติคัดเลือกผู้ได้รับเลือกตาม (ก) จากบัญชีรายชื่อที่ได้รับจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง ให้ได้จํานวนห้าสิบคน และคัดเลือกรายชื่อสํารองจํานวนห้าสิบคน โดยการคัดเลือกดังกล่าวให้คํานึงถึงบุคคลจากกลุ่มต่างๆ อย่างทั่วถึง และให้คัดเลือกบุคคลจากบัญชีรายชื่อที่ได้รับการสรรหาตาม (ข) ให้ได้จํานวนหนึ่งร้อยเก้าสิบสี่คนรวมกับผู้ดํารงตําแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้บัญชาการทหารอากาศ และผู้บัญชาการ ตํารวจแห่งชาติ เป็นสองร้อยห้าสิบคน และคัดเลือกรายชื่อสํารองจากบัญชีรายชื่อที่ได้รับการสรรหาตาม (ข) จํานวนห้าสิบคน ทั้งนี้ ให้แล้วเสร็จภายในสามวันนับแต่วันประกาศผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
(2) มิให้นําความในมาตรา 108 ข. ลักษณะต้องห้าม (6) ในส่วนที่เกี่ยวกับการเคยดํารงตําแหน่งรัฐมนตรีมาใช้บังคับแก่ผู้ดํารงตําแหน่งสมาชิกวุฒิสภาซึ่งได้รับสรรหาตาม (1) (ข) และมิให้นําความในมาตรา 108 ข. ลักษณะต้องห้าม (2) มาตรา 184 (1) และมาตรา 185 มาใช้บังคับ แก่ผู้ซึ่งได้รับแต่งตั้งให้เป็นสมาชิกวุฒิสภาโดยตําแหน่ง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
(3) ให้คณะรักษาความสงบแห่งชาตินํารายชื่อบุคคลซึ่งได้รับการคัดเลือกตาม (1) (ค) จํานวนสองร้อยห้าสิบคนดังกล่าวขึ้นกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งต่อไป และให้หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
(4) อายุของวุฒิสภาตามมาตรานี้มีกําหนดห้าปีนับแต่วันที่มีพระบรมราชโองการแต่งตั้ง สมาชิกภาพของสมาชิกวุฒิสภาเริ่มตั้งแต่วันที่มีพระบรมราชโองการแต่งตั้ง ถ้ามีตําแหน่งว่างลง ให้เลื่อนรายชื่อบุคคลตามลําดับในบัญชีสํารองตาม (1) (ค) ขึ้นเป็นสมาชิกวุฒิสภาแทน โดยให้ประธานวุฒิสภา เป็นผู้ดําเนินการและเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ สําหรับสมาชิกวุฒิสภาโดยตําแหน่ง เมื่อพ้นจากตําแหน่งที่ดํารงอยู่ในขณะได้รับแต่งตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภาให้พ้นจากตําแหน่งสมาชิกวุฒิสภาด้วย และให้ดําเนินการเพื่อแต่งตั้งให้ผู้ดํารงตําแหน่งนั้นเป็นสมาชิกวุฒิสภาโดยตําแหน่งแทน ให้สมาชิกวุฒิสภา ที่ได้รับแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งแทนตําแหน่งที่ว่าง อยู่ในตําแหน่งเท่าอายุของวุฒิสภาที่เหลืออยู่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
(5) ในระหว่างที่ยังไม่มีพระบรมราชโองการแต่งตั้งบุคคลในบัญชีรายชื่อสํารองขึ้นเป็นสมาชิกวุฒิสภา แทนตําแหน่งที่ว่างตาม (4) หรือเป็นกรณีที่ไม่มีรายชื่อบุคคลเหลืออยู่ในบัญชีสํารอง หรือไม่มีผู้ดํารงตําแหน่ง&amp;lt;br/&amp;gt; ที่เป็นสมาชิกวุฒิสภาโดยตําแหน่ง ไม่ว่าด้วยเหตุใด ให้วุฒิสภาประกอบด้วยสมาชิกวุฒิสภาเท่าที่มีอยู่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
(6) เมื่ออายุของวุฒิสภาสิ้นสุดลงตาม (4) ให้ดําเนินการเลือกสมาชิกวุฒิสภาตามมาตรา 107 ต่อไป และให้นําความในมาตรา 109 วรรคสามมาใช้บังคับโดยอนุโลม&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; นอกจากนี้ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญฉบับ 2560 ยังได้กำหนดอำนาจหน้าที่ของสมาชิกวุฒิสภาไว้หลายประการซึ่งแตกต่างจากบทบาทของสมาชิกวุฒิสภาที่เคยมีอำนาจหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญฉบับก่อนๆ ดังนี้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
1) การเลือกนายกรัฐมนตรี ตามบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญ ในมาตรา 272 ระบุว่าการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีต้องทำในรัฐสภา หมายความว่าเป็นการประชุมร่วมกัน ทำให้ทั้ง ส.ว. และ ส.ส. มีอำนาจเท่ากันในการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
2) การเลือกองค์กรอิสระ รัฐธรรมนูญกำหนดให้สมาชิกวุฒิสภามีหน้าที่เลือกผู้มาดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ เช่น เลือกตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ คณะกรรมการการเลือกตั้ง ผู้ตรวจการแผ่นดิน กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เสขาธิการกฤษฎีกา เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช) เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจิตในภาครัฐ (ป.ป.ท.)&amp;amp;nbsp; เลขาธิการคณะกรรมการการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) เป็นต้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
3. การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งต้องมีเสียงสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของสภาหรือจำนวน 84 คน ซึ่งทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับ 2560 ทำได้ยากมากได้ถ้า ส.ว. ไม่เห็นด้วย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
4. ร่างพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปประเทศต้องมีการประชุมร่วมกันระหว่าง ส.ว. และ ส.ส. และลงมติร่วมกัน ทำให้ทั้ง ส.ว. และ ส.ส. มีอำนาจเท่ากัน รวมถึงกฏหมายที่เกี่ยวกับการคอรัปชั่นและกระบวนการยุติธรรม หากผ่านการลงมติยอมรับจาก ส.ส. ไปแล้ว แต่ไม่ผ่านความเห็น ส.ว. ต้องใช้การประชุมร่วมกันอีกเพื่อลงมติใหม่&amp;amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
จากที่มาและอำนาจของสมาชิกวุฒิภาข้างต้น จึงเกิดกระแสเรียกร้องจากนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ในขณะนั้นและแกนนำพรรคอนาคตใหม่รณรงค์ไปยังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคการเมืองต่างๆ และประชาชนที่ลงคะแนนเสียงให้แก่พรรคการเมืองต่างๆ เพื่อกดดันให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรรวมตัวกันไม่สนับสนุนเลือกพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเพื่อสือทอดอำนาจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ทำการรัฐประหารและยึดอำนาจการปกครองประเทศมาตั้งแต่ พ.ศ. 2557 และทำการร่างรัฐธรรมนูญฉบับ 2560 เพื่อเอื้อต่อกลไกการรักษาอำนาจต่างๆ ของคณะ คสช. ซึ่งกลไกวุฒิสภา จำนวน 250 คนที่เกิดขึ้นตามบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญดังกล่าวนั้นก็เป็นเครื่องมือหนึ่งของการสืบทอดและรักษาอำนาจของ คสช.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ดังนั้น การปิดสวิตซ์ ส.ว. ไม่ให้เสียงสมาชิกวุฒิสภา จำนวน 250 คนมีผลต่อการสนับสนุนตัวบุคคลที่คาดว่าจะได้รับการสนับสนุนจาก ส.ว. ในการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคือ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ต่อโดยการเรียกร้องให้สภาผู้แทนราษฎรรวมเสียงกันให้ได้เกินกึ่งหนึ่งของรัฐสภาคือจำนวน 376 คนเพื่อเลือกบุคคลอื่นเป็นนายกรัฐมนตรีเพื่อหยุดการสืบทอดอำนาจของคณะ คสช. และเป็นการปิดสวิตซ์ ส.ว. ไม่ให้มีอำนาจเลือกบุคคลที่จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;2. ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
การ “ปิดสวิตช์ ส.ว.” คือการที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ซึ่งมีในสภาผู้แทนราษฎรจำนวน 500 คน สามารถเลือกบุคคลที่เหมาะสมให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้ในสภาผู้แทนราษฎร โดยไม่ให้สมาชิกวุฒิสภาที่มีอยู่จำนวน 250 คน ซึ่งไม่ได้มาจากการเลือกตั้งของประชาชนสามารถดำเนินการเลือกตัวนายกรัฐมนตรีได้ ซึ่งอำนาจดังกล่าวของ ส.ว. ปรากฏในบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญและบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญที่ประกาศใช้บังคับเมื่อวันที่ 6 เมษายน 2560&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
สำหรับกระแสเรียกร้องให้มีการ “ปิดสวิตซ์ ส.ว.” นั้น เกิดขึ้นภายหลังการประกาศผลการเลือกตั้งซึ่งขณะนั้นพรรคการเมืองต่างๆ มีการหยั่งเชิงในทางการเมือง โดยเสียงของฝ่ายที่สนับสนุนและฝ่ายที่ต่อต้านการขึ้นสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา มีที่นั่งสูสีกันอย่างมาก ซึ่งขณะนั้นมี 3 พรรคการเมืองที่ประกาศหนุนพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้งและต้องการสืบทอดอำนาจ คสช. ได้แก่ พรรคพลังประชารัฐ (116 ที่นั่ง) พรรครวมพลังประชาชาติไทย (5 ที่นั่ง) พรรคประชาชนปฏิรูป (1 ที่นั่ง) รวมแล้ว 122 ที่นั่ง และเมื่อนำไปบวกกับเสียงสนับสนุนของสมาชิกวุฒิสภาอีก 250 คนแล้วก็จะได้เพียง 372 ที่นั่ง ซึ่งยังไม่ถึงกึ่งหนึ่งคือ 375 ที่นั่งของจำนวนที่นั่งรวมในสองสภาคือ 750 ที่นั่ง&amp;amp;nbsp; ซึ่งข้อเสนอปิดสวิตช์ ส.ว. ที่เสนอออกมาจากนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งนายธนาธรและพรรคอนาคตใหม่ได้เรียกร้องให้ประชาชนที่รักประชาธิปไตยกลับไปทวงถามคำสัญญาที่พรรคการเมืองต่างๆ เคยให้ไว้ก่อนการเลือกตั้งว่าพรรคของพวกเขาจะไม่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาและคณะ คสช. ในการหาเสียงจากประชาชน เพราะสิ่งนี้คือการยับยั้งนายกรัฐมนตรีที่ไม่ได้มาจากประชาชน และหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ยังได้เรียกร้องไปยังพรรคการเมืองทุกพรรค ไม่ว่าจะเป็นพรรคฝ่ายค้านหรือพรรคฝ่ายจัดตั้งรัฐบาลเพื่อสามารถมีส่วนร่วมได้ทั้งหมด โดยการลงคะแนนเลือกบุคคลอื่นที่ไม่เกี่ยวกับคณะ คสช. ที่จะถูกเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี ด้วยการรวมเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรให้ได้ และขณะนั้นเฉพาะจำนวน ส.ส. จะมี 377 เสียงในสภาผู้แทนราษฎรที่พร้อม “ปิดสวิตช์ ส.ว.” ซึ่งมากกว่า 3 พรรคการเมืองที่ประกาศสนับสนุนการสืบทอดอำนาจของพลเอกประยุทธ์ รวมทั้งบวกกับ ส.ว. อีก 250 คน ทำให้การเมืองแบบประชาธิปไตยภายหลังการเลือกตั้งสามารถเดินหน้าต่อไปได้ และการกระทำดังกล่าวจะเป็นบันไดก้าวแรกที่ทำให้ประเทศไทยเดินทางกลับสู่วิถีประชาธิปไตย[[#_ftn3|[3]]] โดยหลังจากนั้น แกนนำพรรคอนาคตใหม่พร้อมและยินดีเดินทางไปพบกับทุกพรรคการเมืองที่มีนโยบายไม่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์และการสืบทอดอำนาจของ คสช. ไม่ว่าจะเป็นพรรคการเมืองใด พรรคฝ่ายค้าน พรรคจัดตั้งรัฐบาล พรรคฝ่ายประชาธิปไตย ฯลฯ ต่างมีส่วนร่วมกันในการที่หยุดยั้งการสืบทอดอำนาจ คสช. และเปิดประตูบานใหม่สู่ประชาธิปไตย ซึ่งเป็นที่มาของการอธิบายถึง “การปิดสวิตช์ ส.ว.” นั่นเอง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;3. หลักการสำคัญ / ความสำคัญ&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; สมาชิกวุฒิสภา หรือ ส.ว. เดิมที่เรียกว่า ‘พฤฒสภา’ ซึ่งเกิดขึ้นครั้งแรกในประเทศไทยตามรัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ. 2489 กำหนดให้พฤฒสภามาจากการเลือกตั้งทางอ้อมโดย ส.ส. โดยขณะนั้นมีจำนวน 80 คน ทำหน้าที่คอยตรวจสอบ กลั่นกรอง ให้คำแนะนำปรึกษา และยับยั้งการใช้อำนาจของ ส.ส. โดยเฉพาะในด้านนิติบัญญัติ ต่อมาความเปลี่ยนแปลงของ ส.ว. เริ่มต้นขึ้นหลังการรัฐประหารปี พ.ศ. 2490 โดยได้เปลี่ยนชื่อจาก “พฤฒสภา” มาเป็น “วุฒิสภา” ซึ่งกำหนดให้ ส.ว. มาจากการแต่งตั้งมีจำนวน 100 คนและ ส.ว. ต้องมีอายุ 40 ปีขึ้นไปโดยอ้างว่าคนวัยนี้เป็นผู้มีความรู้มาก ทำให้ ส.ว. ส่วนใหญ่มากจากข้าราชการประจำ นับแต่นั้นมา ส.ว. ก็ได้มาจากการแต่งตั้งมาโดยตลอด&amp;amp;nbsp; จนถึงจุดเปลี่ยนสำคัญที่ก่อให้เกิด ส.ว. ที่มาจากการเลือกตั้งภายหลังการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับ 2540 ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ซึ่ง ส.ว. ภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าวมาจากการเลือกตั้งจำนวน 200 คน ทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาล กลั่นกรองกฎหมาย บุคคลที่ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ จนกระทั่งเหตุการณ์รัฐประหารปี พ.ศ. 2549 ทำให้รัฐธรรมนูญฉบับ 2540 จึงถูกยกเลิกไป และได้มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับ 2550 ขึ้น ซึ่งกำหนดให้มี ส.ว. &amp;amp;nbsp;มีจำนวน 150 คน มีที่มาจากการเลือกตั้งจากจังหวัดต่างๆ จังหวัดละ 1 คนรวมเป็น 77 คน และมาจากการแต่งตั้งอีก 73 คน&amp;amp;nbsp;ต่อมามีการรัฐประหารโดยคณะ คสช. ทำให้ยกเลิกการใช้รัฐธรรมนูญฉบับ 2550&amp;amp;nbsp;จนกระทั่งมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับ 2560 ซึ่งระบุในบทเฉพาะกาลมาตรา 269 ให้มี ส.ว. 250 คนมีวาระการทำงาน 5 ปีมาจาก&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
1) กรรการสรรหาที่แต่งโดยคณะ คสช. ไปคัดเลือกผู้มีความรู้ความสามารถมา 400 คนและส่งต่อให้ คสช. เลือกเหลือ 194 คน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
2) การรับสมัครจากสาขาอาชีพต่างๆ เพื่อให้คณะ คสช. เลือกให้เหลือ 50 คน และ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
3) มีจำนวน 6 คนที่ได้เป็น ส.ว. โดยตำแหน่งคือผู้บัญชาการเหล่าทัพ ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และปลัดกระทรวงกลาโหม&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
การกำหนดให้มี ส.ว. ในบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญดังกล่าว นายปิยบุตร แสงกนกกุล เคยกล่าวไว้ใน INTERREGNUM[[#_ftn4|[4]]]&amp;amp;nbsp;โดยอ้างถึงนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญฉบับ 2560 ที่เคยกล่าวถึงการกำเนิด ส.ว. ในรัฐธรรมนูญฉบับ 2560 ว่า “ส.ว. ในเฉพาะกาลมาจากความต้องการของคณะ คสช. เพื่อความเรียบร้อยทั้งหลายตามที่ คสช. มุ่งหมายไว้ยังไม่ดี การปฏิรูปยังไม่ครบถ้วน จึงอยากทำต่อ แต่ คสช.ไม่สามารถทำต่อเองได้ จึงควรให้ ส.ว. คอยเร่งรัดตรวจสอบท้วงติงการปฏิรูปต่างๆ เพื่อพัฒนาประเทศเพื่อเป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติต่อไป”&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; ดังนั้น สามารถเห็นหลักการมี ส.ส. ได้ชัดเจนว่าเจตนารมณ์ของ ส.ว. ตามบทเฉพาะกาลนั่นคือ การสืบทอดอำนาจของคณะ คสช. และต่อมารูปธรรมหนึ่งที่แสดงให้เห็นว่าเป็นกลไกสืบทอดอำนาจคณะ คสช. คือ คนในคณะกรรมการสรรหา ส.ว. นั้น ประกอบด้วย คณะรัฐมนตรี คือ รองนายกรัฐมนตรี 5 คน ได้แก่ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ พลอากาศเอกประจิน จั่นตอง พลเอก ฉัตรชัย สาริกัลยะ และนายวิษณุ เครืองาม และตัวแทนของคณะ คสช. มาอีก 4 คน คือ พลเอกธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร พลเรือเอกณรงค์ พิพัฒนาศัย พลตำรวจเอกอดุลย์ แสงสิงแก้ว พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รวมถึงนายพรเพชร วิชิตชลชัย&amp;amp;nbsp;ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติขณะนั้นด้วย และผลที่ได้ของกรรมการสรรหาชุดดังกล่าวพบว่า ได้กรรมการสรรหากลับมาเป็น ส.ว. เองจำนวน 5 คน ประกอบด้วย พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ พลอากาศเอกประจิน จั่นตอง พลเอกธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร พลเรือเอกณรงค์ พิพัฒนาศัย พลตำรวจเอกอดุลย์ แสงสิงแก้ว และนายพรเพชร วิชิตชลชัย อีกด้วย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;4. สรุป&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; การ “ปิดสวิตซ์ ส.ว.” เป็นข้อเสนอของแกนนำพรรคอนาคตใหม่ ที่เกิดขึ้นภายหลังการประกาศผลการเลือกตั้งซึ่งขณะนั้นพรรคการเมืองต่างๆ เมื่อมีการหยั่งเชิงในทางการเมือง โดยเสียงของฝ่ายที่สนับสนุนและฝ่ายที่ต่อต้านการขึ้นสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา มีที่นั่งสูสีกันอย่างมาก ซึ่งขณะนั้นมี 3 พรรคการเมืองที่ประกาศหนุนพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้งและต้องการสืบทอดอำนาจ คสช. รวมแล้ว 122 ที่นั่ง และเมื่อนำไปบวกกับเสียงสนับสนุนของสมาชิกวุฒิสภาอีก 250 คน ซึ่งเป็นไปตามบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญ ในมาตรา 272 ระบุว่าการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีต้องทำในรัฐสภา หมายความว่าเป็นการประชุมร่วมกัน ทำให้ทั้ง ส.ว. และ ส.ส. มีอำนาจเท่ากันในการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี&amp;amp;nbsp; ซึ่งขณะนั้นสามารถรวบรวมได้เพียง 372 ที่นั่ง ซึ่งยังไม่ถึงกึ่งหนึ่งคือ 375 ที่นั่งของจำนวนที่นั่งรวมในสองสภาคือ 750 ที่นั่ง ทำให้เกิดข้อเสนอปิดสวิตช์ ส.ว. ที่เสนอออกมาจากนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งนายธนาธรและพรรคอนาคตใหม่ได้เรียกร้องให้ประชาชนที่รักประชาธิปไตยกลับไปทวงถามคำสัญญาที่พรรคการเมืองต่างๆ เคยให้ไว้ก่อนการเลือกตั้งว่าพรรคของพวกเขาจะไม่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาและคณะ คสช. ในการหาเสียงจากประชาชน เพราะสิ่งนี้คือการยับยั้งนายกรัฐมนตรีที่ไม่ได้มาจากประชาชน และหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ยังได้เรียกร้องไปยังพรรคการเมืองทุกพรรค ไม่ว่าจะเป็นพรรคฝ่ายค้านหรือพรรคฝ่ายจัดตั้งรัฐบาลเพื่อสามารถมีส่วนร่วมได้ทั้งหมด&amp;lt;br/&amp;gt; โดยการลงคะแนนเลือกบุคคลอื่นที่ไม่เกี่ยวกับคณะ คสช. ที่จะถูกเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี ด้วยการรวมเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรให้ได้ และขณะนั้นเฉพาะจำนวน ส.ส. จะมี 377 เสียงในสภาผู้แทนราษฎรที่พร้อม “ปิดสวิตช์ ส.ว.” ซึ่งมากกว่าฝ่ายพรรคการเมืองที่ประกาศสนับสนุนการสืบทอดอำนาจของพลเอกประยุทธ์ รวมทั้งบวกกับ ส.ว. อีก 250 คน ทำให้การเมืองแบบประชาธิปไตยภายหลังการเลือกตั้งสามารถเดินหน้าต่อไปได้ และการกระทำดังกล่าวจะเป็นบันไดก้าวแรกที่ทำให้ประเทศไทยเดินทางกลับสู่วิถีประชาธิปไตยที่แท้จริงนั่นเอง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;5. บรรณานุกรม&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
โกวิท วงศ์สุรวัฒน์. (ม.ป.ป.). &#039;&#039;หลักรัฐศาสตร์.&#039;&#039; กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ประชาไท. (2563). ส.ว. มีไว้ทำไม?&amp;amp;nbsp;: เสาหลักค้ำประกันการสืบทอดอำนาจให้ คสช., สืบค้นจาก&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[https://prachatai.com/journal/2020/06/88071 https://prachatai.com/journal/2020/06/88071], เข้าถึงเมื่อ 29 เมษายน 2563&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 สืบค้นจาก&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2560/A/040/1.PDF http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2560/A/040/1.PDF], เข้าถึงเมื่อ 6 เมษายน 2563&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
โลกวันนี้. (2562). “ธนาธร”ชวน”ปิดสวิตช์ส.ว.”หยุดสืบทอดอำนาจ, สืบค้นจาก&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[http://www.lokwannee.com/web2013/?p=357918 http://www.lokwannee.com/web2013/?p=357918], เข้าถึงเมื่อ 29 เมษายน 2563&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
อ้างอิง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[#_ftnref1|[1]]] โกวิท วงศ์สุรวัฒน์. (ม.ป.ป.). &#039;&#039;หลักรัฐศาสตร์.&#039;&#039; กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. น. 81&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[#_ftnref2|[2]]] รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 สืบค้นจาก&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2560/A/040/1.PDF http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2560/A/040/1.PDF], เข้าถึงเมื่อ 6 เมษายน 2563&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[#_ftnref3|[3]]] โลกวันนี้. (2562). “ธนาธร”ชวน”ปิดสวิตช์ส.ว.”หยุดสืบทอดอำนาจ, สืบค้นจาก&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[http://www.lokwannee.com/web2013/?p=357918 http://www.lokwannee.com/web2013/?p=357918], เข้าถึงเมื่อ 29 เมษายน 2563&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[#_ftnref4|[4]]] ประชาไท. (2563). ส.ว. มีไว้ทำไม?&amp;amp;nbsp;: เสาหลักค้ำประกันการสืบทอดอำนาจให้ คสช., สืบค้นจาก&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[https://prachatai.com/journal/2020/06/88071 https://prachatai.com/journal/2020/06/88071], เข้าถึงเมื่อ 29 เมษายน 2563&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Apirom</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%9B%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%8B%E0%B9%8C_%E0%B8%AA.%E0%B8%A7.&amp;diff=15598</id>
		<title>ปิดสวิตซ์ ส.ว.</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%9B%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%8B%E0%B9%8C_%E0%B8%AA.%E0%B8%A7.&amp;diff=15598"/>
		<updated>2023-07-07T02:59:42Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;Apirom: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&lt;br /&gt;
*[[&#039;&#039;&#039;&amp;quot;ปิดสวิตซ์ ส.ว.&amp;quot;&#039;&#039;&#039;]] &lt;br /&gt;
*&#039;&#039;&#039;[[ปิดสวิตซ์_ส.ว._ข้อเรียกร้องทางการเมือง|ปิดสวิตซ์ ส.ว. ข้อเรียกร้องทางการเมือง&amp;amp;nbsp;]]&#039;&#039;&#039; &lt;br /&gt;
&amp;lt;div&amp;gt;&amp;lt;div id=&amp;quot;ftn4&amp;quot;&amp;gt;&amp;amp;nbsp;&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;/div&amp;gt;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Apirom</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%9B%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%8B%E0%B9%8C_%E0%B8%AA.%E0%B8%A7.&amp;diff=15597</id>
		<title>ปิดสวิตซ์ ส.ว.</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%9B%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%8B%E0%B9%8C_%E0%B8%AA.%E0%B8%A7.&amp;diff=15597"/>
		<updated>2023-07-07T02:58:00Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;Apirom: แทนที่เนื้อหาด้วย &amp;quot; *ปิดสวิตซ์_ส.ว.  *ปิดสิวตซ์_ส.ว._ข้อเรียกร้องทางการเ...&amp;quot;&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&lt;br /&gt;
*[[ปิดสวิตซ์_ส.ว.]] &lt;br /&gt;
*[[ปิดสิวตซ์_ส.ว._ข้อเรียกร้องทางการเมือง|ปิดสิวตซ์ ส.ว. ข้อเรียกร้องทางการเมือง&amp;amp;nbsp;]] &lt;br /&gt;
&amp;lt;div&amp;gt;&amp;lt;div id=&amp;quot;ftn4&amp;quot;&amp;gt;&amp;amp;nbsp;&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;/div&amp;gt;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Apirom</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3_%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9B%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2_%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88_24_%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B8%9B%E0%B8%B5_2565&amp;diff=15211</id>
		<title>งานประชุมวิชาการ สถาบันพระปกเกล้า ครั้งที่ 24 ประจำปี 2565</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3_%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9B%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2_%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88_24_%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B8%9B%E0%B8%B5_2565&amp;diff=15211"/>
		<updated>2022-12-13T06:27:33Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;Apirom: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&amp;lt;p dir=&amp;quot;ltr&amp;quot; style=&amp;quot;text-align: center;&amp;quot;&amp;gt;&#039;&#039;&#039;งานประชุมวิชาการ สถาบันพระปกเกล้า ครั้งที่ 24 (KPI Congress)&#039;&#039;&#039;&amp;lt;/p&amp;gt; &amp;lt;p dir=&amp;quot;ltr&amp;quot; style=&amp;quot;text-align: center;&amp;quot;&amp;gt;&#039;&#039;&#039;ความท้าทายของความมั่นคงใหม่กับประชาธิปไตย&#039;&#039;&#039;&amp;lt;/p&amp;gt; &amp;lt;p dir=&amp;quot;ltr&amp;quot; style=&amp;quot;text-align: center;&amp;quot;&amp;gt;&#039;&#039;&#039;วันที่&amp;amp;nbsp;4– 6&amp;amp;nbsp;พฤศจิกายน 2565&#039;&#039;&#039;&amp;lt;/p&amp;gt; &lt;br /&gt;
*[https://www.google.com/url?q=https://www.kpi.ac.th/uploads/pdf/EbwPKbkG77XpUV4NGvf4FBfJfIEOjPNaEYvfxnvr.pdf&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw1T00AO4jo7uRHbeOs_XyBB &#039;&#039;&#039;หลักการและเหตุผล&#039;&#039;&#039;][https://www.google.com/url?q=https://www.kpi.ac.th/uploads/pdf/EbwPKbkG77XpUV4NGvf4FBfJfIEOjPNaEYvfxnvr.pdf&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw1T00AO4jo7uRHbeOs_XyBB &#039;&#039;&#039;Download&#039;&#039;&#039;] &lt;br /&gt;
*[https://www.google.com/url?q=https://kpi.ac.th/uploads/pdf/rRSW7qaZBr6M9L99Kb4IwZYNcRotJ5vEwAKSVxCT.pdf&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw31am8RoITIg3c5QsGqnqFp &#039;&#039;&#039;กำหนดการ&#039;&#039;&#039;][https://www.google.com/url?q=https://kpi.ac.th/uploads/pdf/rRSW7qaZBr6M9L99Kb4IwZYNcRotJ5vEwAKSVxCT.pdf&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw31am8RoITIg3c5QsGqnqFp &#039;&#039;&#039;Download&#039;&#039;&#039;] &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;ถ่ายทอดสดผ่านทาง Facebook Page&amp;amp;nbsp;&#039;&#039;&#039;[https://www.google.com/url?q=https://www.facebook.com/kpi.ac.th&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw0RQJ0I_g-N4iz9xa-f09lT https://www.facebook.com/kpi.ac.th]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;รับชมย้อนหลังทาง Youtube Channel&amp;amp;nbsp;&#039;&#039;&#039;[https://www.youtube.com/user/KPIChannel01/ https://www.youtube.com/user/KPIChannel01/]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;เอกสารประกอบงานประชุมวิชาการ&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
*[https://drive.google.com/drive/folders/1t35nrn5CtU4YaqfF61Uluq1XeWPGJLGd?usp=share_link &#039;&#039;&#039;เอกสารประกอบการประชุม&amp;amp;nbsp;: 4 พฤศจิกายน 2565&#039;&#039;&#039;] &lt;br /&gt;
*[https://drive.google.com/drive/folders/1c4i3nZ_ZRkXbyAO7o1_xaX8KkEJH_7E_?usp=sharing &#039;&#039;&#039;เอกสารประกอบการประชุม&amp;amp;nbsp;:&#039;&#039;&#039;][https://drive.google.com/drive/folders/1c4i3nZ_ZRkXbyAO7o1_xaX8KkEJH_7E_?usp=sharing &#039;&#039;&#039;5&#039;&#039;&#039;][https://drive.google.com/drive/folders/1c4i3nZ_ZRkXbyAO7o1_xaX8KkEJH_7E_?usp=sharing &#039;&#039;&#039;พฤศจิกายน 2565&#039;&#039;&#039;] &lt;br /&gt;
*[https://drive.google.com/drive/folders/1pLvoPlVUzGxZ8z8rYrVF8LbvMM_TzBe2?usp=sharing &#039;&#039;&#039;เอกสารประกอบการประชุม&amp;amp;nbsp;:&#039;&#039;&#039;][https://drive.google.com/drive/folders/1pLvoPlVUzGxZ8z8rYrVF8LbvMM_TzBe2?usp=sharing &#039;&#039;&#039;6&#039;&#039;&#039;][https://drive.google.com/drive/folders/1pLvoPlVUzGxZ8z8rYrVF8LbvMM_TzBe2?usp=sharing &#039;&#039;&#039;พฤศจิกายน 2565&#039;&#039;&#039;] &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;FACEBOOK LIVE&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;วันที่ 4&amp;amp;nbsp;พ.ย. 2565&amp;amp;nbsp;&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
*[https://www.google.com/url?q=https://www.facebook.com/kpi.ac.th/videos/1103507400353128&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw0SfWk0tYZDB0g2CYJ6sdaB &#039;&#039;&#039;FACEBOOK LIVE&#039;&#039;&#039;] &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;วันที่ 5 พ.ย. 2565&amp;amp;nbsp;&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
*[https://www.google.com/url?q=https://www.facebook.com/kpi.ac.th/videos/788781038882712/&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw3G0Z0TEV_D0zCI6mCjaTej &#039;&#039;&#039;FACEBOOK LIVE&#039;&#039;&#039;][https://www.google.com/url?q=https://www.facebook.com/kpi.ac.th/videos/788781038882712/&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw3G0Z0TEV_D0zCI6mCjaTej &#039;&#039;&#039;(THAI)&#039;&#039;&#039;] &lt;br /&gt;
*[https://www.google.com/url?q=https://fb.watch/gBwgRbhMm6/&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw2mB4KG8QpgdWPF4QJeb-fr &#039;&#039;&#039;FACEBOOK LIVE (ENG)&#039;&#039;&#039;] &lt;br /&gt;
*[https://www.google.com/url?q=https://www.facebook.com/kpi.ac.th/videos/559497936180043/&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw1qRRbTkJbKN-VLrR-3LAz5 &#039;&#039;&#039;FACEBOOK LIVE (ROOM 1)&#039;&#039;&#039;] &lt;br /&gt;
*[https://www.google.com/url?q=https://www.facebook.com/kpi.ac.th/videos/571173654767306/&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw1CaY_pHN2TCEybB7LwpBaC &#039;&#039;&#039;FACEBOOK LIVE (ROOM&#039;&#039;&#039;][https://www.google.com/url?q=https://www.facebook.com/kpi.ac.th/videos/571173654767306/&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw1CaY_pHN2TCEybB7LwpBaC &#039;&#039;&#039;2&#039;&#039;&#039;][https://www.google.com/url?q=https://www.facebook.com/kpi.ac.th/videos/571173654767306/&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw1CaY_pHN2TCEybB7LwpBaC &#039;&#039;&#039;)&#039;&#039;&#039;] &lt;br /&gt;
*[https://www.google.com/url?q=https://www.facebook.com/kpi.ac.th/videos/954214142216956/&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw386kDFQdnQSs_e7_HUk9Es &#039;&#039;&#039;FACEBOOK LIVE (ROOM&#039;&#039;&#039;][https://www.google.com/url?q=https://www.facebook.com/kpi.ac.th/videos/954214142216956/&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw386kDFQdnQSs_e7_HUk9Es &#039;&#039;&#039;3&#039;&#039;&#039;][https://www.google.com/url?q=https://www.facebook.com/kpi.ac.th/videos/954214142216956/&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw386kDFQdnQSs_e7_HUk9Es &#039;&#039;&#039;)&#039;&#039;&#039;] &lt;br /&gt;
*[https://www.google.com/url?q=https://www.facebook.com/kpi.ac.th/videos/1171369880172530/&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw0ANXCFfEESw0Y-VETzdPK5 &#039;&#039;&#039;FACEBOOK LIVE (ROOM&#039;&#039;&#039;][https://www.google.com/url?q=https://www.facebook.com/kpi.ac.th/videos/1171369880172530/&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw0ANXCFfEESw0Y-VETzdPK5 &#039;&#039;&#039;4&#039;&#039;&#039;][https://www.google.com/url?q=https://www.facebook.com/kpi.ac.th/videos/1171369880172530/&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw0ANXCFfEESw0Y-VETzdPK5 &#039;&#039;&#039;)&#039;&#039;&#039;] &lt;br /&gt;
*[https://www.google.com/url?q=https://www.facebook.com/kpi.ac.th/videos/6342641122417096/&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw0mioP5JM1mz8QMSxyinxMD &#039;&#039;&#039;FACEBOOK LIVE (ROOM&#039;&#039;&#039;][https://www.google.com/url?q=https://www.facebook.com/kpi.ac.th/videos/6342641122417096/&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw0mioP5JM1mz8QMSxyinxMD &#039;&#039;&#039;5&#039;&#039;&#039;][https://www.google.com/url?q=https://www.facebook.com/kpi.ac.th/videos/6342641122417096/&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw0mioP5JM1mz8QMSxyinxMD &#039;&#039;&#039;)&#039;&#039;&#039;] &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;วันที่ 6&amp;amp;nbsp;พ.ย. 2565&amp;amp;nbsp;&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
*[https://www.google.com/url?q=https://www.facebook.com/kpi.ac.th/videos/491222672768318/&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw37zPJe5rEEUBY0RL4skL5N &#039;&#039;&#039;FACEBOOK LIVE&#039;&#039;&#039;][https://www.google.com/url?q=https://www.facebook.com/kpi.ac.th/videos/491222672768318/&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw37zPJe5rEEUBY0RL4skL5N &#039;&#039;&#039;(THAI)&#039;&#039;&#039;] &lt;br /&gt;
*[https://www.google.com/url?q=https://www.facebook.com/kpi.ac.th/videos/790645305568380/&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw0MHXLMMviWeAtS0MlRVMam &#039;&#039;&#039;FACEBOOK LIVE (ENG)&#039;&#039;&#039;] &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[Category:การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า KPI CONGRESS]]​​​​​​​&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Apirom</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9B%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2_%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88_23_%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B8%9B%E0%B8%B5_2564&amp;diff=15210</id>
		<title>การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า ครั้งที่ 23 ประจำปี 2564</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9B%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2_%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88_23_%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B8%9B%E0%B8%B5_2564&amp;diff=15210"/>
		<updated>2022-12-13T06:26:08Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;Apirom: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&amp;lt;p style=&amp;quot;text-align: center;&amp;quot;&amp;gt;&#039;&#039;&#039;งานประชุมวิชาการ สถาบันพระปกเกล้า ครั้งที่ 23 (KPI Congress)&#039;&#039;&#039;&amp;lt;/p&amp;gt; &amp;lt;p dir=&amp;quot;ltr&amp;quot; style=&amp;quot;text-align: center;&amp;quot;&amp;gt;&#039;&#039;&#039;“ประชาธิปไตยในภูมิทัศน์ใหม่” (Democracy in a New Landscape)&#039;&#039;&#039;&amp;lt;/p&amp;gt; &amp;lt;p dir=&amp;quot;ltr&amp;quot; style=&amp;quot;text-align: center;&amp;quot;&amp;gt;&#039;&#039;&#039;วันที่ 5 – 7 พฤศจิกายน 2564&#039;&#039;&#039;&amp;lt;/p&amp;gt; &lt;br /&gt;
*[https://www.google.com/url?q=https://kpi.ac.th/uploads/pdf/d7g3EivsRPHuG9RfZRNnbXYzyKHcDnE4sOeQ3AWl.pdf&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw2Ac6UKE6fKwwk3y9uXZTB0 &#039;&#039;&#039;หลักการและเหตุผล Download&#039;&#039;&#039;] &lt;br /&gt;
*[https://www.google.com/url?q=https://kpi.ac.th/uploads/pdf/z9aRv78493D1ifNWSohWywom1WSAAMi1tkGg8KOb.pdf&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw0WmZPW4ByYkT6i-p4ouSi3 &#039;&#039;&#039;กำหนดการ Download&#039;&#039;&#039;] &lt;br /&gt;
*[https://drive.google.com/file/d/1QCsPzoG3s-EG3xGE5wrz24XgZFa443Cu/view?usp=sharing &#039;&#039;&#039;เอกสารประกอบการประชุม&#039;&#039;&#039;][https://drive.google.com/file/d/1QCsPzoG3s-EG3xGE5wrz24XgZFa443Cu/view?usp=sharing &#039;&#039;&#039;Download&#039;&#039;&#039;] &lt;br /&gt;
*[https://drive.google.com/drive/folders/1jk2j7s4WUJzarz0mGkTjppEKuiapRnAJ ภาพถ่ายภายในงานประชุมวิชาการ Download] &lt;br /&gt;
*[https://drive.google.com/file/d/14B1-tc-WRHWUlLLr5E97l_H-XoT__UpY/view จดหมายข่าวงานประชุมวิชาการ (วันที่ 5 พฤศจิกายน 2564) Download] &lt;br /&gt;
*[https://drive.google.com/file/d/14WaK8fMWpzJt3I3dhSSHvsFrB85zffn4/view จดหมายข่าวงานประชุมวิชาการ (วันที่ ][https://drive.google.com/file/d/14WaK8fMWpzJt3I3dhSSHvsFrB85zffn4/view 6][https://drive.google.com/file/d/14WaK8fMWpzJt3I3dhSSHvsFrB85zffn4/view พฤศจิกายน 2564) Download] &lt;br /&gt;
*[https://drive.google.com/file/d/15OCVRJs6AylYIrHlhsYx7kYt0tM3ijqe/view จดหมายข่าวงานประชุมวิชาการ (วันที่ ][https://drive.google.com/file/d/15OCVRJs6AylYIrHlhsYx7kYt0tM3ijqe/view 7][https://drive.google.com/file/d/15OCVRJs6AylYIrHlhsYx7kYt0tM3ijqe/view พฤศจิกายน 2564) Download] &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;เอกสารประกอบงานประชุมวิชาการ&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[https://drive.google.com/drive/folders/1xsnzUBQoNSbintAYuHu3vTT-NGTD12CN?usp=sharing &#039;&#039;&#039;เอกสารประกอบการประชุม&amp;amp;nbsp;: 5 พฤศจิกายน 2564&#039;&#039;&#039;]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[https://drive.google.com/drive/folders/1xsnzUBQoNSbintAYuHu3vTT-NGTD12CN?usp=sharing &#039;&#039;&#039;เอกสารประกอบการประชุม&amp;amp;nbsp;:&#039;&#039;&#039;][https://drive.google.com/drive/folders/1xsnzUBQoNSbintAYuHu3vTT-NGTD12CN?usp=sharing &#039;&#039;&#039;6&#039;&#039;&#039;][https://drive.google.com/drive/folders/1xsnzUBQoNSbintAYuHu3vTT-NGTD12CN?usp=sharing &#039;&#039;&#039;พฤศจิกายน 2564&#039;&#039;&#039;]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[https://drive.google.com/drive/folders/1h7ksUjw0-3HwNnZ3UCIfjZL8VZIOFhxE?usp=sharing &#039;&#039;&#039;เอกสารประกอบการประชุม&amp;amp;nbsp;:&#039;&#039;&#039;][https://drive.google.com/drive/folders/1h7ksUjw0-3HwNnZ3UCIfjZL8VZIOFhxE?usp=sharing &#039;&#039;&#039;7&#039;&#039;&#039;][https://drive.google.com/drive/folders/1h7ksUjw0-3HwNnZ3UCIfjZL8VZIOFhxE?usp=sharing &#039;&#039;&#039;พฤศจิกายน 2564&#039;&#039;&#039;]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;FACEBOOK LIVE&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
*09.00 - 12.00 น.&amp;amp;nbsp;: ปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “ประชาธิปไตยในภูมิทัศน์ใหม่” [https://www.google.com/url?q=https://fb.watch/98kP68KvJr/&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw0FRbuaw6dv9wUSHFNHBtWp &#039;&#039;&#039;TH&#039;&#039;&#039;]&#039;&#039;&#039;| &#039;&#039;&#039;[https://www.google.com/url?q=https://fb.watch/98l6HPfcp0/&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw2wFYJ2yOLlGk1p7_JqlfTU &#039;&#039;&#039;EN&#039;&#039;&#039;] &lt;br /&gt;
*[https://www.google.com/url?q=https://fb.watch/98pGNLa_je/&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw1Kcj0m__pzDQX66cPSTV_l ห้องย่อยที่ 1&amp;amp;nbsp;: FACEBOOK LIVE] &lt;br /&gt;
*[https://www.google.com/url?q=https://fb.watch/98pCpB0Dkh/&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw1eX8HfjChqv9nJvrn5Jxmn ห้องย่อยที่ ][https://www.google.com/url?q=https://fb.watch/98pCpB0Dkh/&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw1eX8HfjChqv9nJvrn5Jxmn 2][https://www.google.com/url?q=https://fb.watch/98pCpB0Dkh/&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw1eX8HfjChqv9nJvrn5Jxmn : FACEBOOK LIVE] &lt;br /&gt;
*[https://www.google.com/url?q=https://fb.watch/98pEZAjMaW/&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw3891LggKkBFocuXVnQ2KYa ห้องย่อยที่ ][https://www.google.com/url?q=https://fb.watch/98pEZAjMaW/&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw3891LggKkBFocuXVnQ2KYa 3][https://www.google.com/url?q=https://fb.watch/98pEZAjMaW/&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw3891LggKkBFocuXVnQ2KYa : FACEBOOK LIVE] &lt;br /&gt;
*[https://www.google.com/url?q=https://fb.watch/98pHGGMDvm/&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw2vh87aIChLs5qpKRn8sQRE ห้องย่อยที่ ][https://www.google.com/url?q=https://fb.watch/98pHGGMDvm/&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw2vh87aIChLs5qpKRn8sQRE 4][https://www.google.com/url?q=https://fb.watch/98pHGGMDvm/&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw2vh87aIChLs5qpKRn8sQRE : FACEBOOK LIVE] &lt;br /&gt;
*[https://www.google.com/url?q=https://fb.watch/98pDYkShhw/&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw3VyPn_mHzM2lyVzMXW_l4f ห้องย่อยที่ ][https://www.google.com/url?q=https://fb.watch/98pDYkShhw/&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw3VyPn_mHzM2lyVzMXW_l4f 5][https://www.google.com/url?q=https://fb.watch/98pDYkShhw/&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw3VyPn_mHzM2lyVzMXW_l4f : FACEBOOK LIVE] &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[Category:การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า KPI CONGRESS]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Apirom</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B9%88:%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9B%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2_KPI_CONGRESS&amp;diff=15209</id>
		<title>หมวดหมู่:การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า KPI CONGRESS</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B9%88:%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9B%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2_KPI_CONGRESS&amp;diff=15209"/>
		<updated>2022-12-13T04:23:29Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;Apirom: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&lt;br /&gt;
*[[การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า_ครั้งที่_1_ประจำปี_2542|การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า ครั้งที่ 1 ประจำปี 2542]] เรื่อง การเมือง การบริหาร และการเปลี่ยนแปลงในสังคมไทยในต้นศตวรรษหน้า &lt;br /&gt;
*[[การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า_ครั้งที่_2_ประจำปี_2543|การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า ครั้งที่ 2 ประจำปี 2543]] เรื่อง การมีส่วนร่วมของประชาชน ความยั่งยืนของประชาธิปไตย &lt;br /&gt;
*[[การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า_ครั้งที่_3_ประจำปี_2544|การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า ครั้งที่ 3 ประจำปี 2544]] เรื่อง การกระจายอำนาจและการปกครองท้องถิ่นในประเทศไทย &lt;br /&gt;
*[[การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า_ครั้งที่_4_ประจำปี_2545|การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า ครั้งที่ 4 ประจำปี 2545]] เรื่อง 5 ปีของการปฏิรูปการเมืองตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ &lt;br /&gt;
*[[การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า_ครั้งที่_5_ประจำปี_2546|การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า ครั้งที่ 5 ประจำปี 2546]] เรื่องประชาธิปไตยกับการบรรเทาความยากจน &lt;br /&gt;
*[[การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า_ครั้งที่_6_ประจำปี_2547|การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า ครั้งที่ 6 ประจำปี 2547]] เรื่องสันติวิถี กับความยั่งยืนของประชาธิปไตย &lt;br /&gt;
*[[การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า_ครั้งที่_7_ประจำปี_2548|การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า ครั้งที่ 7 ประจำปี 2548]] เรื่องการเมืองฐานประชาชน ความยั่งยืนของประชาธิปไตย &lt;br /&gt;
*[[การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า_ครั้งที่_8_ประจำปี_2549|การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า ครั้งที่ 8 ประจำปี 2549]] เรื่องการปฏิรูปรัฐธรรมนูญ&amp;amp;nbsp;: มุมมองเชิงเปรียบเทียบ &lt;br /&gt;
*[[การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า_ครั้งที่_9_ประจำปี_2550|การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า ครั้งที่ 9 ประจำปี 2550]] เรื่องวัฒนธรรมการเมือง จริยธรรม และการปกครอง &lt;br /&gt;
*[[การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า_ครั้งที่_10_ประจำปี_2551|การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า ครั้งที่ 10 ประจำปี 2551]] เรื่อง การเมืองและวิกฤตการณ์สิ่งแวดล้อม &lt;br /&gt;
*[[การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า_ครั้งที่_11_ประจำปี_2552|การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า ครั้งที่ 11 ประจำปี 2552]] เรื่อง ความขัดแย้ง ความชอบธรรม และการปฏิรูประบบรัฐ: การจัดสรรผลประโยชน์ที่เป็นธรรมในสังคมไทย &lt;br /&gt;
*[[การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า_ครั้งที่_12_ประจำปี_2553|การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า ครั้งที่ 12 ประจำปี 2553]] เรื่อง คุณภาพสังคมกับคุณภาพประชาธิปไตยไทย &lt;br /&gt;
*[[การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า_ครั้งที่_13_ประจำปี_2554|การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า ครั้งที่ 13 ประจำปี 2554]] เรื่อง ความเป็นพลเมืองกับอนาคตประชาธิปไตยไทย (Citizenship and the Future of Thai Democracy) &lt;br /&gt;
*[[การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า_ครั้งที่_14_ประจำปี_2555|การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า ครั้งที่ 14 ประจำปี 2555]] เรื่อง การปฏิรูปรัฐสภา: มุมมองเชิงเปรียบเทียบ (Parliamentary Reform: Comparative Perspectives) &lt;br /&gt;
*[[การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า_ครั้งที่_15_ประจำปี_2556|การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า ครั้งที่ 15 ประจำปี 2556]] เรื่อง ธรรมราชา(Dharmarājā) &lt;br /&gt;
*[[การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า_ครั้งที่_16_ประจำปี_2557|การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า ครั้งที่ 16 ประจำปี 2557]] เรื่อง“8 ทศวรรษ ประชาธิปไตยไทย: พลวัตแห่งดุลอำนาจ”(Eight Decades of Thai Democracy: Dynamics of Power Balancing) &lt;br /&gt;
*[[การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า_ครั้งที่_17_ประจำปี_2558|การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า ครั้งที่ 17 ประจำปี 2558]] เรื่อง “หลักนิติธรรม กับ ประชาธิปไตย” (Rule of Law and Democracy) &lt;br /&gt;
*[[การประชุมวิชาการ_สถาบันพระปกเกล้า_ครั้งที่18|การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า ครั้งที่ 18 ประจำปี 2559]] เรื่อง “เติมชีวิต คืนชีวาประชาธิปไตย” (Revitalizing Thai Democracy) &lt;br /&gt;
*[[การประชุมวิชาการ_สถาบันพระปกเกล้า_ครั้งที่19_ประจำปี_2560|การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า ครั้งที่ 19&amp;amp;nbsp;ประจำปี 2560]]&amp;amp;nbsp;เรื่อง&amp;amp;nbsp;ประชาธิปไตยไทย ความท้าทายใหม่ อุดมคติ สิ่งที่เป็นจริงและสิ่งที่อยากเห็น &amp;amp;nbsp; &lt;br /&gt;
*[[การประชุมวิชาการ_สถาบันพระปกเกล้า_ครั้งที่20_ประจำปี_2561|การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า ครั้งที่ 20&amp;amp;nbsp;ประจำปี 2561&amp;amp;nbsp;]]เรื่อง&amp;amp;nbsp;ประชาธิปไตยไทย&amp;amp;nbsp;: ก้าวย่างเพื่อการพัฒนา &lt;br /&gt;
*[[การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า_ครั้งที่_21_ประจำปี_2562|การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า ครั้งที่ 21 ประจำปี 2562]] เรื่อง ลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำ สร้างคุณภาพประชาธิปไตย (Bridging the Inequality Gap and Nurturing Quality of Democracy) &lt;br /&gt;
*[[การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า_ครั้งที่_22_ประจำปี_2563|การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า ครั้งที่ 22 ประจำปี 2563]]&amp;amp;nbsp;เรื่อง จินตภาพใหม่การกระจายอำนาจเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ&amp;amp;nbsp;: บทเรียนจากโควิด-19 (Reimagining Decentralization to Reduce Inequality&amp;amp;nbsp;: Lessons Learned from the COVID-19 Crisis) &lt;br /&gt;
*[[การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า_ครั้งที่_23_ประจำปี_2564|การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า ครั้งที่ 23 ประจำปี 2564&amp;amp;nbsp;]]เรื่อง&amp;amp;nbsp;“ประชาธิปไตยในภูมิทัศน์ใหม่” (Democracy in a New Landscape)&#039;&#039;&#039; &lt;br /&gt;
*[[งานประชุมวิชาการ_สถาบันพระปกเกล้า_ครั้งที่_24_ประจำปี_2565|งานประชุมวิชาการ สถาบันพระปกเกล้า ครั้งที่&amp;amp;nbsp;24&amp;amp;nbsp;ประจำปี 2565]] เรื่อง&amp;amp;nbsp;“ความท้าทายของความมั่นคงใหม่กับประชาธิปไตย&amp;quot;&amp;amp;nbsp; &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
{| cellpadding=&amp;quot;2&amp;quot; cellspacing=&amp;quot;5&amp;quot; style=&amp;quot;vertical-align:top;background-color:#ffffff;color:#000;width:100%&amp;quot;&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
! style=&amp;quot;background-color:#fffff; font-size: 100%; border: 1px solid #afa3bf; text-align: left; padding-left: 7px; -moz-border-radius:7px&amp;quot; | [[หน้าหลัก|หน้าหลัก]]&lt;br /&gt;
|}&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[Category:วิทยานิพนธ์ / งานวิจัย / หนังสือต่าง ๆ]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Apirom</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3_%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9B%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2_%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88_24_%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B8%9B%E0%B8%B5_2565&amp;diff=15208</id>
		<title>งานประชุมวิชาการ สถาบันพระปกเกล้า ครั้งที่ 24 ประจำปี 2565</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3_%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9B%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2_%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88_24_%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B8%9B%E0%B8%B5_2565&amp;diff=15208"/>
		<updated>2022-12-13T04:23:19Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;Apirom: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&amp;lt;p dir=&amp;quot;ltr&amp;quot; style=&amp;quot;text-align: center;&amp;quot;&amp;gt;&#039;&#039;&#039;งานประชุมวิชาการ สถาบันพระปกเกล้า ครั้งที่ 24 (KPI Congress)&#039;&#039;&#039;&amp;lt;/p&amp;gt; &amp;lt;p dir=&amp;quot;ltr&amp;quot; style=&amp;quot;text-align: center;&amp;quot;&amp;gt;&#039;&#039;&#039;ความท้าทายของความมั่นคงใหม่กับประชาธิปไตย&#039;&#039;&#039;&amp;lt;/p&amp;gt; &amp;lt;p dir=&amp;quot;ltr&amp;quot; style=&amp;quot;text-align: center;&amp;quot;&amp;gt;&#039;&#039;&#039;วันที่&amp;amp;nbsp;4– 6&amp;amp;nbsp;พฤศจิกายน 2565&#039;&#039;&#039;&amp;lt;/p&amp;gt; &lt;br /&gt;
*[https://www.google.com/url?q=https://www.kpi.ac.th/uploads/pdf/EbwPKbkG77XpUV4NGvf4FBfJfIEOjPNaEYvfxnvr.pdf&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw1T00AO4jo7uRHbeOs_XyBB &#039;&#039;&#039;หลักการและเหตุผล&#039;&#039;&#039;][https://www.google.com/url?q=https://www.kpi.ac.th/uploads/pdf/EbwPKbkG77XpUV4NGvf4FBfJfIEOjPNaEYvfxnvr.pdf&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw1T00AO4jo7uRHbeOs_XyBB &#039;&#039;&#039;Download&#039;&#039;&#039;] &lt;br /&gt;
*[https://www.google.com/url?q=https://kpi.ac.th/uploads/pdf/rRSW7qaZBr6M9L99Kb4IwZYNcRotJ5vEwAKSVxCT.pdf&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw31am8RoITIg3c5QsGqnqFp &#039;&#039;&#039;กำหนดการ&#039;&#039;&#039;][https://www.google.com/url?q=https://kpi.ac.th/uploads/pdf/rRSW7qaZBr6M9L99Kb4IwZYNcRotJ5vEwAKSVxCT.pdf&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw31am8RoITIg3c5QsGqnqFp &#039;&#039;&#039;Download&#039;&#039;&#039;] &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;ถ่ายทอดสดผ่านทาง Facebook Page&amp;amp;nbsp;&#039;&#039;&#039;[https://www.google.com/url?q=https://www.facebook.com/kpi.ac.th&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw0RQJ0I_g-N4iz9xa-f09lT https://www.facebook.com/kpi.ac.th]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;รับชมย้อนหลังทาง Youtube Channel&amp;amp;nbsp;&#039;&#039;&#039;[https://www.youtube.com/user/KPIChannel01/ https://www.youtube.com/user/KPIChannel01/]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;เอกสารประกอบงานประชุมวิชาการ&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
*[https://drive.google.com/drive/folders/1t35nrn5CtU4YaqfF61Uluq1XeWPGJLGd?usp=share_link &#039;&#039;&#039;เอกสารประกอบการประชุม&amp;amp;nbsp;: 4 พฤศจิกายน 2565&#039;&#039;&#039;] &lt;br /&gt;
*[https://drive.google.com/drive/folders/1c4i3nZ_ZRkXbyAO7o1_xaX8KkEJH_7E_?usp=sharing &#039;&#039;&#039;เอกสารประกอบการประชุม&amp;amp;nbsp;:&#039;&#039;&#039;][https://drive.google.com/drive/folders/1c4i3nZ_ZRkXbyAO7o1_xaX8KkEJH_7E_?usp=sharing &#039;&#039;&#039;5&#039;&#039;&#039;][https://drive.google.com/drive/folders/1c4i3nZ_ZRkXbyAO7o1_xaX8KkEJH_7E_?usp=sharing &#039;&#039;&#039;พฤศจิกายน 2565&#039;&#039;&#039;] &lt;br /&gt;
*[https://drive.google.com/drive/folders/1pLvoPlVUzGxZ8z8rYrVF8LbvMM_TzBe2?usp=sharing &#039;&#039;&#039;เอกสารประกอบการประชุม&amp;amp;nbsp;:&#039;&#039;&#039;][https://drive.google.com/drive/folders/1pLvoPlVUzGxZ8z8rYrVF8LbvMM_TzBe2?usp=sharing &#039;&#039;&#039;6&#039;&#039;&#039;][https://drive.google.com/drive/folders/1pLvoPlVUzGxZ8z8rYrVF8LbvMM_TzBe2?usp=sharing &#039;&#039;&#039;พฤศจิกายน 2565&#039;&#039;&#039;] &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;FACEBOOK LIVE&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;วันที่ 4&amp;amp;nbsp;พ.ย. 2565&amp;amp;nbsp;&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
*[https://www.google.com/url?q=https://www.facebook.com/kpi.ac.th/videos/1103507400353128&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw0SfWk0tYZDB0g2CYJ6sdaB &#039;&#039;&#039;FACEBOOK LIVE&#039;&#039;&#039;] &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;วันที่ 5 พ.ย. 2565&amp;amp;nbsp;&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
*[https://www.google.com/url?q=https://www.facebook.com/kpi.ac.th/videos/788781038882712/&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw3G0Z0TEV_D0zCI6mCjaTej &#039;&#039;&#039;FACEBOOK LIVE&#039;&#039;&#039;][https://www.google.com/url?q=https://www.facebook.com/kpi.ac.th/videos/788781038882712/&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw3G0Z0TEV_D0zCI6mCjaTej &#039;&#039;&#039;(THAI)&#039;&#039;&#039;] &lt;br /&gt;
*[https://www.google.com/url?q=https://fb.watch/gBwgRbhMm6/&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw2mB4KG8QpgdWPF4QJeb-fr &#039;&#039;&#039;FACEBOOK LIVE (ENG)&#039;&#039;&#039;] &lt;br /&gt;
*[https://www.google.com/url?q=https://www.facebook.com/kpi.ac.th/videos/559497936180043/&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw1qRRbTkJbKN-VLrR-3LAz5 &#039;&#039;&#039;FACEBOOK LIVE (ROOM 1)&#039;&#039;&#039;] &lt;br /&gt;
*[https://www.google.com/url?q=https://www.facebook.com/kpi.ac.th/videos/571173654767306/&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw1CaY_pHN2TCEybB7LwpBaC &#039;&#039;&#039;FACEBOOK LIVE (ROOM&#039;&#039;&#039;][https://www.google.com/url?q=https://www.facebook.com/kpi.ac.th/videos/571173654767306/&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw1CaY_pHN2TCEybB7LwpBaC &#039;&#039;&#039;2&#039;&#039;&#039;][https://www.google.com/url?q=https://www.facebook.com/kpi.ac.th/videos/571173654767306/&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw1CaY_pHN2TCEybB7LwpBaC &#039;&#039;&#039;)&#039;&#039;&#039;] &lt;br /&gt;
*[https://www.google.com/url?q=https://www.facebook.com/kpi.ac.th/videos/954214142216956/&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw386kDFQdnQSs_e7_HUk9Es &#039;&#039;&#039;FACEBOOK LIVE (ROOM&#039;&#039;&#039;][https://www.google.com/url?q=https://www.facebook.com/kpi.ac.th/videos/954214142216956/&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw386kDFQdnQSs_e7_HUk9Es &#039;&#039;&#039;3&#039;&#039;&#039;][https://www.google.com/url?q=https://www.facebook.com/kpi.ac.th/videos/954214142216956/&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw386kDFQdnQSs_e7_HUk9Es &#039;&#039;&#039;)&#039;&#039;&#039;] &lt;br /&gt;
*[https://www.google.com/url?q=https://www.facebook.com/kpi.ac.th/videos/1171369880172530/&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw0ANXCFfEESw0Y-VETzdPK5 &#039;&#039;&#039;FACEBOOK LIVE (ROOM&#039;&#039;&#039;][https://www.google.com/url?q=https://www.facebook.com/kpi.ac.th/videos/1171369880172530/&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw0ANXCFfEESw0Y-VETzdPK5 &#039;&#039;&#039;4&#039;&#039;&#039;][https://www.google.com/url?q=https://www.facebook.com/kpi.ac.th/videos/1171369880172530/&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw0ANXCFfEESw0Y-VETzdPK5 &#039;&#039;&#039;)&#039;&#039;&#039;] &lt;br /&gt;
*[https://www.google.com/url?q=https://www.facebook.com/kpi.ac.th/videos/6342641122417096/&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw0mioP5JM1mz8QMSxyinxMD &#039;&#039;&#039;FACEBOOK LIVE (ROOM&#039;&#039;&#039;][https://www.google.com/url?q=https://www.facebook.com/kpi.ac.th/videos/6342641122417096/&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw0mioP5JM1mz8QMSxyinxMD &#039;&#039;&#039;5&#039;&#039;&#039;][https://www.google.com/url?q=https://www.facebook.com/kpi.ac.th/videos/6342641122417096/&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw0mioP5JM1mz8QMSxyinxMD &#039;&#039;&#039;)&#039;&#039;&#039;] &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;วันที่ 6&amp;amp;nbsp;พ.ย. 2565&amp;amp;nbsp;&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
*[https://www.google.com/url?q=https://www.facebook.com/kpi.ac.th/videos/491222672768318/&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw37zPJe5rEEUBY0RL4skL5N &#039;&#039;&#039;FACEBOOK LIVE&#039;&#039;&#039;][https://www.google.com/url?q=https://www.facebook.com/kpi.ac.th/videos/491222672768318/&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw37zPJe5rEEUBY0RL4skL5N &#039;&#039;&#039;(THAI)&#039;&#039;&#039;] &lt;br /&gt;
*[https://www.google.com/url?q=https://www.facebook.com/kpi.ac.th/videos/790645305568380/&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw0MHXLMMviWeAtS0MlRVMam &#039;&#039;&#039;FACEBOOK LIVE (ENG)&#039;&#039;&#039;]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Apirom</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3_%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9B%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2_%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88_24_%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B8%9B%E0%B8%B5_2565&amp;diff=15207</id>
		<title>งานประชุมวิชาการ สถาบันพระปกเกล้า ครั้งที่ 24 ประจำปี 2565</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3_%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9B%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2_%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88_24_%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B8%9B%E0%B8%B5_2565&amp;diff=15207"/>
		<updated>2022-12-13T04:21:59Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;Apirom: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&amp;lt;p dir=&amp;quot;ltr&amp;quot; style=&amp;quot;text-align: center;&amp;quot;&amp;gt;&#039;&#039;&#039;งานประชุมวิชาการ สถาบันพระปกเกล้า ครั้งที่ 24 (KPI Congress)&#039;&#039;&#039;&amp;lt;/p&amp;gt; &amp;lt;p dir=&amp;quot;ltr&amp;quot; style=&amp;quot;text-align: center;&amp;quot;&amp;gt;&#039;&#039;&#039;ความท้าทายของความมั่นคงใหม่กับประชาธิปไตย&#039;&#039;&#039;&amp;lt;/p&amp;gt; &amp;lt;p dir=&amp;quot;ltr&amp;quot; style=&amp;quot;text-align: center;&amp;quot;&amp;gt;&#039;&#039;&#039;วันที่&amp;amp;nbsp;4– 6&amp;amp;nbsp;พฤศจิกายน 2565&#039;&#039;&#039;&amp;lt;/p&amp;gt; &lt;br /&gt;
*&lt;br /&gt;
[https://www.google.com/url?q=https://www.kpi.ac.th/uploads/pdf/EbwPKbkG77XpUV4NGvf4FBfJfIEOjPNaEYvfxnvr.pdf&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw1T00AO4jo7uRHbeOs_XyBB &#039;&#039;&#039;หลักการและเหตุผล&#039;&#039;&#039;][https://www.google.com/url?q=https://www.kpi.ac.th/uploads/pdf/EbwPKbkG77XpUV4NGvf4FBfJfIEOjPNaEYvfxnvr.pdf&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw1T00AO4jo7uRHbeOs_XyBB &#039;&#039;&#039;Download&#039;&#039;&#039;]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
*&lt;br /&gt;
[https://www.google.com/url?q=https://kpi.ac.th/uploads/pdf/rRSW7qaZBr6M9L99Kb4IwZYNcRotJ5vEwAKSVxCT.pdf&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw31am8RoITIg3c5QsGqnqFp &#039;&#039;&#039;กำหนดการ&#039;&#039;&#039;][https://www.google.com/url?q=https://kpi.ac.th/uploads/pdf/rRSW7qaZBr6M9L99Kb4IwZYNcRotJ5vEwAKSVxCT.pdf&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw31am8RoITIg3c5QsGqnqFp &#039;&#039;&#039;Download&#039;&#039;&#039;]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;ถ่ายทอดสดผ่านทาง Facebook Page&amp;amp;nbsp;&#039;&#039;&#039;[https://www.google.com/url?q=https://www.facebook.com/kpi.ac.th&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw0RQJ0I_g-N4iz9xa-f09lT https://www.facebook.com/kpi.ac.th]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;รับชมย้อนหลังทาง Youtube Channel&amp;amp;nbsp;&#039;&#039;&#039;[https://www.youtube.com/user/KPIChannel01/ https://www.youtube.com/user/KPIChannel01/]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;เอกสารประกอบงานประชุมวิชาการ&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
*[https://drive.google.com/drive/folders/1t35nrn5CtU4YaqfF61Uluq1XeWPGJLGd?usp=share_link &#039;&#039;&#039;เอกสารประกอบการประชุม : 4 พฤศจิกายน 2565&#039;&#039;&#039;] &lt;br /&gt;
*&lt;br /&gt;
[https://drive.google.com/drive/folders/1c4i3nZ_ZRkXbyAO7o1_xaX8KkEJH_7E_?usp=sharing &#039;&#039;&#039;เอกสารประกอบการประชุม :&#039;&#039;&#039;][https://drive.google.com/drive/folders/1c4i3nZ_ZRkXbyAO7o1_xaX8KkEJH_7E_?usp=sharing &#039;&#039;&#039;5&#039;&#039;&#039;][https://drive.google.com/drive/folders/1c4i3nZ_ZRkXbyAO7o1_xaX8KkEJH_7E_?usp=sharing &#039;&#039;&#039;พฤศจิกายน 2565&#039;&#039;&#039;]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
*&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[https://drive.google.com/drive/folders/1pLvoPlVUzGxZ8z8rYrVF8LbvMM_TzBe2?usp=sharing &#039;&#039;&#039;เอกสารประกอบการประชุม :&#039;&#039;&#039;][https://drive.google.com/drive/folders/1pLvoPlVUzGxZ8z8rYrVF8LbvMM_TzBe2?usp=sharing &#039;&#039;&#039;6&#039;&#039;&#039;][https://drive.google.com/drive/folders/1pLvoPlVUzGxZ8z8rYrVF8LbvMM_TzBe2?usp=sharing &#039;&#039;&#039;พฤศจิกายน 2565&#039;&#039;&#039;]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;FACEBOOK LIVE&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;วันที่ 4&amp;amp;nbsp;พ.ย. 2565&amp;amp;nbsp;&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
*[https://www.google.com/url?q=https://www.facebook.com/kpi.ac.th/videos/1103507400353128&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw0SfWk0tYZDB0g2CYJ6sdaB &#039;&#039;&#039;FACEBOOK LIVE&#039;&#039;&#039;] &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;วันที่ 5 พ.ย. 2565&amp;amp;nbsp;&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
*[https://www.google.com/url?q=https://www.facebook.com/kpi.ac.th/videos/788781038882712/&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw3G0Z0TEV_D0zCI6mCjaTej &#039;&#039;&#039;FACEBOOK LIVE&#039;&#039;&#039;][https://www.google.com/url?q=https://www.facebook.com/kpi.ac.th/videos/788781038882712/&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw3G0Z0TEV_D0zCI6mCjaTej &#039;&#039;&#039;(THAI)&#039;&#039;&#039;] &lt;br /&gt;
*[https://www.google.com/url?q=https://fb.watch/gBwgRbhMm6/&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw2mB4KG8QpgdWPF4QJeb-fr &#039;&#039;&#039;FACEBOOK LIVE (ENG)&#039;&#039;&#039;] &lt;br /&gt;
*[https://www.google.com/url?q=https://www.facebook.com/kpi.ac.th/videos/559497936180043/&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw1qRRbTkJbKN-VLrR-3LAz5 &#039;&#039;&#039;FACEBOOK LIVE (ROOM 1)&#039;&#039;&#039;] &lt;br /&gt;
*[https://www.google.com/url?q=https://www.facebook.com/kpi.ac.th/videos/571173654767306/&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw1CaY_pHN2TCEybB7LwpBaC &#039;&#039;&#039;FACEBOOK LIVE (ROOM&#039;&#039;&#039;][https://www.google.com/url?q=https://www.facebook.com/kpi.ac.th/videos/571173654767306/&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw1CaY_pHN2TCEybB7LwpBaC &#039;&#039;&#039;2&#039;&#039;&#039;][https://www.google.com/url?q=https://www.facebook.com/kpi.ac.th/videos/571173654767306/&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw1CaY_pHN2TCEybB7LwpBaC &#039;&#039;&#039;)&#039;&#039;&#039;] &lt;br /&gt;
*[https://www.google.com/url?q=https://www.facebook.com/kpi.ac.th/videos/954214142216956/&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw386kDFQdnQSs_e7_HUk9Es &#039;&#039;&#039;FACEBOOK LIVE (ROOM&#039;&#039;&#039;][https://www.google.com/url?q=https://www.facebook.com/kpi.ac.th/videos/954214142216956/&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw386kDFQdnQSs_e7_HUk9Es &#039;&#039;&#039;3&#039;&#039;&#039;][https://www.google.com/url?q=https://www.facebook.com/kpi.ac.th/videos/954214142216956/&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw386kDFQdnQSs_e7_HUk9Es &#039;&#039;&#039;)&#039;&#039;&#039;] &lt;br /&gt;
*[https://www.google.com/url?q=https://www.facebook.com/kpi.ac.th/videos/1171369880172530/&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw0ANXCFfEESw0Y-VETzdPK5 &#039;&#039;&#039;FACEBOOK LIVE (ROOM&#039;&#039;&#039;][https://www.google.com/url?q=https://www.facebook.com/kpi.ac.th/videos/1171369880172530/&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw0ANXCFfEESw0Y-VETzdPK5 &#039;&#039;&#039;4&#039;&#039;&#039;][https://www.google.com/url?q=https://www.facebook.com/kpi.ac.th/videos/1171369880172530/&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw0ANXCFfEESw0Y-VETzdPK5 &#039;&#039;&#039;)&#039;&#039;&#039;] &lt;br /&gt;
*[https://www.google.com/url?q=https://www.facebook.com/kpi.ac.th/videos/6342641122417096/&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw0mioP5JM1mz8QMSxyinxMD &#039;&#039;&#039;FACEBOOK LIVE (ROOM&#039;&#039;&#039;][https://www.google.com/url?q=https://www.facebook.com/kpi.ac.th/videos/6342641122417096/&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw0mioP5JM1mz8QMSxyinxMD &#039;&#039;&#039;5&#039;&#039;&#039;][https://www.google.com/url?q=https://www.facebook.com/kpi.ac.th/videos/6342641122417096/&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw0mioP5JM1mz8QMSxyinxMD &#039;&#039;&#039;)&#039;&#039;&#039;] &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;วันที่ 6&amp;amp;nbsp;พ.ย. 2565&amp;amp;nbsp;&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
*&lt;br /&gt;
[https://www.google.com/url?q=https://www.facebook.com/kpi.ac.th/videos/491222672768318/&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw37zPJe5rEEUBY0RL4skL5N &#039;&#039;&#039;FACEBOOK LIVE&#039;&#039;&#039;][https://www.google.com/url?q=https://www.facebook.com/kpi.ac.th/videos/491222672768318/&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw37zPJe5rEEUBY0RL4skL5N &#039;&#039;&#039;(THAI)&#039;&#039;&#039;]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
*&lt;br /&gt;
[https://www.google.com/url?q=https://www.facebook.com/kpi.ac.th/videos/790645305568380/&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw0MHXLMMviWeAtS0MlRVMam &#039;&#039;&#039;FACEBOOK LIVE (ENG)&#039;&#039;&#039;]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Apirom</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3_%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9B%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2_%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88_24_%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B8%9B%E0%B8%B5_2565&amp;diff=15206</id>
		<title>งานประชุมวิชาการ สถาบันพระปกเกล้า ครั้งที่ 24 ประจำปี 2565</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3_%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9B%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2_%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88_24_%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B8%9B%E0%B8%B5_2565&amp;diff=15206"/>
		<updated>2022-12-13T04:02:42Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;Apirom: สร้างหน้าด้วย &amp;quot;&amp;lt;p dir=&amp;quot;ltr&amp;quot; style=&amp;quot;text-align: center;&amp;quot;&amp;gt;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;งานประชุมวิชาการ สถาบันพระปกเกล้า ครั...&amp;quot;&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&amp;lt;p dir=&amp;quot;ltr&amp;quot; style=&amp;quot;text-align: center;&amp;quot;&amp;gt;&#039;&#039;&#039;งานประชุมวิชาการ สถาบันพระปกเกล้า ครั้งที่ 24 (KPI Congress)&#039;&#039;&#039;&amp;lt;/p&amp;gt; &amp;lt;p dir=&amp;quot;ltr&amp;quot; style=&amp;quot;text-align: center;&amp;quot;&amp;gt;&#039;&#039;&#039;“&#039;&#039;&#039;&#039;&#039;&#039;ความท้าทายของความมั่นคงใหม่กับประชาธิปไตย&amp;quot;&#039;&#039;&#039;&#039;&#039;&#039;&amp;lt;/p&amp;gt; &amp;lt;p dir=&amp;quot;ltr&amp;quot; style=&amp;quot;text-align: center;&amp;quot;&amp;gt;&#039;&#039;&#039;วันที่ &#039;&#039;&#039;&#039;&#039;&#039;4&#039;&#039;&#039;&#039;&#039;&#039;– &#039;&#039;&#039;&#039;&#039;&#039;6&#039;&#039;&#039;&#039;&#039;&#039;พฤศจิกายน 256&#039;&#039;&#039;&#039;&#039;&#039;5&#039;&#039;&#039;&amp;lt;/p&amp;gt; &lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;ถ่ายทอดสดผ่านทาง Facebook Page&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[https://www.google.com/url?q=https://www.facebook.com/kpi.ac.th&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw0RQJ0I_g-N4iz9xa-f09lT https://www.facebook.com/kpi.ac.th]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;รับชมย้อนหลังทาง Youtube Channel&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[https://www.youtube.com/user/KPIChannel01/ https://www.youtube.com/user/KPIChannel01/]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Apirom</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9B%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2_%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88_23_%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B8%9B%E0%B8%B5_2564&amp;diff=15205</id>
		<title>การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า ครั้งที่ 23 ประจำปี 2564</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9B%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2_%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88_23_%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B8%9B%E0%B8%B5_2564&amp;diff=15205"/>
		<updated>2022-12-13T03:38:52Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;Apirom: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&amp;lt;p style=&amp;quot;text-align: center;&amp;quot;&amp;gt;&#039;&#039;&#039;งานประชุมวิชาการ สถาบันพระปกเกล้า ครั้งที่ 23 (KPI Congress)&#039;&#039;&#039;&amp;lt;/p&amp;gt; &amp;lt;p dir=&amp;quot;ltr&amp;quot; style=&amp;quot;text-align: center;&amp;quot;&amp;gt;&#039;&#039;&#039;“ประชาธิปไตยในภูมิทัศน์ใหม่” (Democracy in a New Landscape)&#039;&#039;&#039;&amp;lt;/p&amp;gt; &amp;lt;p dir=&amp;quot;ltr&amp;quot; style=&amp;quot;text-align: center;&amp;quot;&amp;gt;&#039;&#039;&#039;วันที่ 5 – 7 พฤศจิกายน 2564&#039;&#039;&#039;&amp;lt;/p&amp;gt; &lt;br /&gt;
*[https://www.google.com/url?q=https://kpi.ac.th/uploads/pdf/d7g3EivsRPHuG9RfZRNnbXYzyKHcDnE4sOeQ3AWl.pdf&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw2Ac6UKE6fKwwk3y9uXZTB0 &#039;&#039;&#039;หลักการและเหตุผล Download&#039;&#039;&#039;] &lt;br /&gt;
*[https://www.google.com/url?q=https://kpi.ac.th/uploads/pdf/z9aRv78493D1ifNWSohWywom1WSAAMi1tkGg8KOb.pdf&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw0WmZPW4ByYkT6i-p4ouSi3 &#039;&#039;&#039;กำหนดการ Download&#039;&#039;&#039;] &lt;br /&gt;
*[https://drive.google.com/file/d/1QCsPzoG3s-EG3xGE5wrz24XgZFa443Cu/view?usp=sharing &#039;&#039;&#039;เอกสารประกอบการประชุม&#039;&#039;&#039;][https://drive.google.com/file/d/1QCsPzoG3s-EG3xGE5wrz24XgZFa443Cu/view?usp=sharing &#039;&#039;&#039;Download&#039;&#039;&#039;] &lt;br /&gt;
*[https://drive.google.com/drive/folders/1jk2j7s4WUJzarz0mGkTjppEKuiapRnAJ ภาพถ่ายภายในงานประชุมวิชาการ Download] &lt;br /&gt;
*[https://drive.google.com/file/d/14B1-tc-WRHWUlLLr5E97l_H-XoT__UpY/view จดหมายข่าวงานประชุมวิชาการ (วันที่ 5 พฤศจิกายน 2564) Download] &lt;br /&gt;
*[https://drive.google.com/file/d/14WaK8fMWpzJt3I3dhSSHvsFrB85zffn4/view จดหมายข่าวงานประชุมวิชาการ (วันที่ ][https://drive.google.com/file/d/14WaK8fMWpzJt3I3dhSSHvsFrB85zffn4/view 6][https://drive.google.com/file/d/14WaK8fMWpzJt3I3dhSSHvsFrB85zffn4/view พฤศจิกายน 2564) Download] &lt;br /&gt;
*[https://drive.google.com/file/d/15OCVRJs6AylYIrHlhsYx7kYt0tM3ijqe/view จดหมายข่าวงานประชุมวิชาการ (วันที่ ][https://drive.google.com/file/d/15OCVRJs6AylYIrHlhsYx7kYt0tM3ijqe/view 7][https://drive.google.com/file/d/15OCVRJs6AylYIrHlhsYx7kYt0tM3ijqe/view พฤศจิกายน 2564) Download] &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;เอกสารประกอบงานประชุมวิชาการ&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[https://drive.google.com/drive/folders/1xsnzUBQoNSbintAYuHu3vTT-NGTD12CN?usp=sharing &#039;&#039;&#039;เอกสารประกอบการประชุม&amp;amp;nbsp;: 5 พฤศจิกายน 2564&#039;&#039;&#039;]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[https://drive.google.com/drive/folders/1xsnzUBQoNSbintAYuHu3vTT-NGTD12CN?usp=sharing &#039;&#039;&#039;เอกสารประกอบการประชุม&amp;amp;nbsp;:&#039;&#039;&#039;][https://drive.google.com/drive/folders/1xsnzUBQoNSbintAYuHu3vTT-NGTD12CN?usp=sharing &#039;&#039;&#039;6&#039;&#039;&#039;][https://drive.google.com/drive/folders/1xsnzUBQoNSbintAYuHu3vTT-NGTD12CN?usp=sharing &#039;&#039;&#039;พฤศจิกายน 2564&#039;&#039;&#039;]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[https://drive.google.com/drive/folders/1h7ksUjw0-3HwNnZ3UCIfjZL8VZIOFhxE?usp=sharing &#039;&#039;&#039;เอกสารประกอบการประชุม&amp;amp;nbsp;:&#039;&#039;&#039;][https://drive.google.com/drive/folders/1h7ksUjw0-3HwNnZ3UCIfjZL8VZIOFhxE?usp=sharing &#039;&#039;&#039;7&#039;&#039;&#039;][https://drive.google.com/drive/folders/1h7ksUjw0-3HwNnZ3UCIfjZL8VZIOFhxE?usp=sharing &#039;&#039;&#039;พฤศจิกายน 2564&#039;&#039;&#039;]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;FACEBOOK LIVE&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
*09.00 - 12.00 น.&amp;amp;nbsp;: ปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “ประชาธิปไตยในภูมิทัศน์ใหม่” [https://www.google.com/url?q=https://fb.watch/98kP68KvJr/&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw0FRbuaw6dv9wUSHFNHBtWp &#039;&#039;&#039;TH&#039;&#039;&#039;]&#039;&#039;&#039;| &#039;&#039;&#039;[https://www.google.com/url?q=https://fb.watch/98l6HPfcp0/&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw2wFYJ2yOLlGk1p7_JqlfTU &#039;&#039;&#039;EN&#039;&#039;&#039;] &lt;br /&gt;
*[https://www.google.com/url?q=https://fb.watch/98pGNLa_je/&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw1Kcj0m__pzDQX66cPSTV_l ห้องย่อยที่ 1&amp;amp;nbsp;: FACEBOOK LIVE] &lt;br /&gt;
*[https://www.google.com/url?q=https://fb.watch/98pCpB0Dkh/&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw1eX8HfjChqv9nJvrn5Jxmn ห้องย่อยที่ ][https://www.google.com/url?q=https://fb.watch/98pCpB0Dkh/&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw1eX8HfjChqv9nJvrn5Jxmn 2][https://www.google.com/url?q=https://fb.watch/98pCpB0Dkh/&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw1eX8HfjChqv9nJvrn5Jxmn : FACEBOOK LIVE] &lt;br /&gt;
*[https://www.google.com/url?q=https://fb.watch/98pEZAjMaW/&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw3891LggKkBFocuXVnQ2KYa ห้องย่อยที่ ][https://www.google.com/url?q=https://fb.watch/98pEZAjMaW/&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw3891LggKkBFocuXVnQ2KYa 3][https://www.google.com/url?q=https://fb.watch/98pEZAjMaW/&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw3891LggKkBFocuXVnQ2KYa : FACEBOOK LIVE] &lt;br /&gt;
*[https://www.google.com/url?q=https://fb.watch/98pHGGMDvm/&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw2vh87aIChLs5qpKRn8sQRE ห้องย่อยที่ ][https://www.google.com/url?q=https://fb.watch/98pHGGMDvm/&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw2vh87aIChLs5qpKRn8sQRE 4][https://www.google.com/url?q=https://fb.watch/98pHGGMDvm/&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw2vh87aIChLs5qpKRn8sQRE : FACEBOOK LIVE] &lt;br /&gt;
*[https://www.google.com/url?q=https://fb.watch/98pDYkShhw/&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw3VyPn_mHzM2lyVzMXW_l4f ห้องย่อยที่ ][https://www.google.com/url?q=https://fb.watch/98pDYkShhw/&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw3VyPn_mHzM2lyVzMXW_l4f 5][https://www.google.com/url?q=https://fb.watch/98pDYkShhw/&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw3VyPn_mHzM2lyVzMXW_l4f : FACEBOOK LIVE]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Apirom</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9B%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2_%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88_22_%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B8%9B%E0%B8%B5_2563&amp;diff=15204</id>
		<title>การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า ครั้งที่ 22 ประจำปี 2563</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9B%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2_%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88_22_%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B8%9B%E0%B8%B5_2563&amp;diff=15204"/>
		<updated>2022-12-13T03:38:26Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;Apirom: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&lt;br /&gt;
== เอกสารประกอบการประชุม/Documents ==&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
*[http://www.google.com/url?q=http://kpi.ac.th/uploads/pdf/5TQSUdlKlOHsPpQoNJRdA2N0whRLaMI3oqAVrQNw.pdf&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AFQjCNGRtkXLswfovMekHXh8ZI96r4WZJA เอกสารประกอบการประชุม/ Documents ][http://www.google.com/url?q=http://kpi.ac.th/uploads/pdf/5TQSUdlKlOHsPpQoNJRdA2N0whRLaMI3oqAVrQNw.pdf&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AFQjCNGRtkXLswfovMekHXh8ZI96r4WZJA &#039;&#039;&#039;Download&#039;&#039;&#039;] &lt;br /&gt;
*[http://www.google.com/url?q=http://kpi.ac.th/uploads/pdf/IfooRTTqhXel282oqMlK1USwzKumPNVBrT3dcFi2.pdf&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AFQjCNHcIf_YHBkkc1u_wp1aBcZg5o-3kg จดหมายข่าว วันที่ 6 พฤศจิกายน 2563 (Newsletter November 6, 2020) ][http://www.google.com/url?q=http://kpi.ac.th/uploads/pdf/IfooRTTqhXel282oqMlK1USwzKumPNVBrT3dcFi2.pdf&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AFQjCNHcIf_YHBkkc1u_wp1aBcZg5o-3kg &#039;&#039;&#039;Download&#039;&#039;&#039;] &lt;br /&gt;
*[http://www.google.com/url?q=http://kpi.ac.th/uploads/pdf/EKSfTYCxD9ey0QbSbeHBI1XMCrtEIyPm97MxzP1r.pdf&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AFQjCNFRqcRNd4tkVKjlF5M0q5zdR0BNYg จดหมายข่าว วันที่ 7 พฤศจิกายน 2563 (Newsletter November 7, 2020) ][http://www.google.com/url?q=http://kpi.ac.th/uploads/pdf/EKSfTYCxD9ey0QbSbeHBI1XMCrtEIyPm97MxzP1r.pdf&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AFQjCNFRqcRNd4tkVKjlF5M0q5zdR0BNYg &#039;&#039;&#039;Download&#039;&#039;&#039;] &lt;br /&gt;
*[https://drive.google.com/drive/folders/1T01OPk-48i85wT-l6Uhe_oosVQN-1QH4 รูปบรรยากาศภายในงาน /][https://drive.google.com/drive/folders/1T01OPk-48i85wT-l6Uhe_oosVQN-1QH4 Gallery][https://drive.google.com/drive/folders/1T01OPk-48i85wT-l6Uhe_oosVQN-1QH4 &#039;&#039;&#039;Click&#039;&#039;&#039;] &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
=== &#039;&#039;&#039;เอกสาร วันที่ 6 พฤศจิกายน 2563/ November 6,2020 &#039;&#039;&#039;&amp;lt;br/&amp;gt; [https://www.google.com/url?q=https://www.facebook.com/kpi.ac.th/videos/784456359077458/&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AFQjCNEIBWsGw07zuI92UDMXaaN8hmwzug &#039;&#039;&#039;VDO ย้อนหลัง ภาษาไทย&#039;&#039;&#039;] | [https://www.google.com/url?q=https://www.facebook.com/kpi.ac.th/videos/2284620548351464/&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AFQjCNE6GQtpg6m97VC60G-AV399z9l5QQ &#039;&#039;&#039;English version&#039;&#039;&#039;] ===&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
*Demonopolize, Decentralize to Recover // Dr.Chris Baker [https://drive.google.com/file/d/1el8rCcQMH-PlryaGarnCbfzHIDQUVi36/view?usp=sharing &#039;&#039;&#039;PDF DOWNLOAD&#039;&#039;&#039;] &lt;br /&gt;
*Democracy, Decentralization and Inequality Reduction&amp;amp;nbsp;: Comparative Perspectives &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
1. Mr. James Andersen&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
2. Mr. Tsukasa Omori&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
3. Mr. Jens Petter Olsen [https://drive.google.com/file/d/18WXrU1A8ZK6XZs0dmz3ZzxPjGcCu3bFf/view?usp=sharing &#039;&#039;&#039;PDF DOWNLOAD&#039;&#039;&#039;]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
=== &#039;&#039;&#039;เอกสาร วันที่ 7 พฤศจิกายน 2563/ November 7,2020&#039;&#039;&#039; ===&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
*“จินตภาพใหม่ของประเทศไทยหลังวิกฤต” โดย ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.ศุภชัย พานิชภักดิ์ [https://www.youtube.com/watch?v=r8jC-d_OnYA&amp;amp;feature=youtu.be&amp;amp;fbclid=IwAR1y4JuxAMUmXJ-jS5AwSfBz08R3rmDIobYihNBE1QPCctFuuOi2b-xrwG8 &#039;&#039;&#039;VDO ย้อนหลัง&#039;&#039;&#039;] &lt;br /&gt;
*“การกระจายอำนาจ ประชาธิปไตยและการลดความเหลื่อมล้ำ” [https://www.youtube.com/watch?v=miC6wzoZndI&amp;amp;feature=youtu.be&amp;amp;fbclid=IwAR11PN-S5HuJtWsWAnWgrC4k4cqfSkZ7wV5C77HSJeuEkdKPOApNDECi5ws &#039;&#039;&#039;VDO ย้อนหลัง&#039;&#039;&#039;] &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
1. ศาสตราจารย์วุฒิสาร ตันไชย [https://drive.google.com/file/d/10UCVZaVT5-70CwOpnt_xYfLJM4WVjUXN/view?usp=sharing &#039;&#039;&#039;PDF DOWNLOAD&#039;&#039;&#039;]&amp;lt;br/&amp;gt; 2. รองศาสตราจารย์ ดร.นฤมล นิราทร [https://drive.google.com/file/d/1C_51wGzJ8uTUk0lxj6dSXUCfFtlbWiaK/view?usp=sharing &#039;&#039;&#039;PDF DOWNLOAD&#039;&#039;&#039;]&amp;lt;br/&amp;gt; 3. ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ [https://drive.google.com/file/d/1agcDHS7XLStyxzpw0AkfG6ohRgKLyIVd/view?usp=sharing &#039;&#039;&#039;PDF DOWNLOAD&#039;&#039;&#039;]&amp;lt;br/&amp;gt; 4. นางเรวดี ประเสริฐเจริญสุข [https://drive.google.com/file/d/1OkgNBAXo5QxgnmQPDHUD7Ig2hSoQnWJW/view?usp=sharing &#039;&#039;&#039;PDF DOWNLOAD&#039;&#039;&#039;]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
*&#039;&#039;&#039;กลุ่มย่อยที่ 1 การเมืองเรื่องการกระจายอำนาจเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ | &#039;&#039;&#039;[https://www.google.com/url?q=https://www.facebook.com/kpi.ac.th/videos/295521518217434&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AFQjCNHaau86hzPP6tV2aTmnsYnyXDIKOA &#039;&#039;&#039;VDO ย้อนหลัง&#039;&#039;&#039;] &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
วิทยากรโดย&amp;lt;br/&amp;gt; 1. รองศาสตราจารย์ ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์&amp;lt;br/&amp;gt; 2. อาจารย์สุรเดช ทวีแสงสกุลไทย[https://drive.google.com/file/d/1NBiytPJhCMEiMbPBlVh0p0EOhGHn95T2/view?usp=sharing &#039;&#039;&#039;PDF DOWNLOAD&#039;&#039;&#039;]&amp;lt;br/&amp;gt; 3. ดร.กฤษฎา บุญชัย [https://drive.google.com/file/d/1ipYZC559LcnzGJshm8GvAMgzTndYaGh8/view?usp=sharing &#039;&#039;&#039;PDF DOWNLOAD&#039;&#039;&#039;]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
*&#039;&#039;กลุ่มย่อยที่ 2 ผู้นำกับการบริหารภาครัฐหลังวิกฤต &#039;&#039;&#039;&#039;&#039;| &#039;&#039;&#039;[https://www.google.com/url?q=https://www.facebook.com/kpi.ac.th/videos/740307279903574/&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AFQjCNGTWZ5CgMwt5UA5NmOhwwVFOd1mcA &#039;&#039;&#039;VDO ย้อนหลัง&#039;&#039;&#039;] &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
วิทยากรโดย&amp;lt;br/&amp;gt; 1. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ทวิดา กมลเวชช [https://drive.google.com/file/d/1RAphHSRpwCNrC2q9DaD4oJQMtCcGMjT4/view?usp=sharing &#039;&#039;&#039;PDF DOWNLOAD&#039;&#039;&#039;]&amp;lt;br/&amp;gt; 2. นายแพทย์ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ [https://drive.google.com/file/d/1gK-r6pxclIyqF9U-hbqfewwdduV0Ti0k/view?usp=sharing &#039;&#039;&#039;PDF DOWNLOAD&#039;&#039;&#039;]&amp;lt;br/&amp;gt; 3. นางสาวอ้อนฟ้า เวชชาชีวะ [https://drive.google.com/file/d/1euuS3nhMOk4HJmsySVroMB62XvxYMdcM/view?usp=sharing &#039;&#039;&#039;PDF DOWNLOAD&#039;&#039;&#039;]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
*&#039;&#039;&#039;กลุ่มย่อยที่ 3 การกระจายทรัพยากรเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ &#039;&#039;&#039;[https://www.google.com/url?q=https://www.facebook.com/kpi.ac.th/videos/372321157219736/&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AFQjCNEDbHdlp4Xa8kwEMEHTuYlmo-aI2w &#039;&#039;&#039;VDO ย้อนหลัง&#039;&#039;&#039;] &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
วิทยากรโดย&amp;lt;br/&amp;gt; 1. ศาสตราจารย์ ดร.ดิเรก ปัทมสิริวัฒน์&amp;lt;br/&amp;gt; 2. ดร.สมชัย จิตสุชน [https://drive.google.com/file/d/1EoGi5YwR3xtVCJcZ-VKMDhcHZ63g5r6A/view?usp=sharing &#039;&#039;&#039;PDF DOWNLOAD&#039;&#039;&#039;]&amp;lt;br/&amp;gt; 3. นายเดชา นุตาลัย&amp;lt;br/&amp;gt; 4. ดร.สมนึก จงมีวศิน [https://drive.google.com/file/d/1SHx6UzckbiQOLrYhGXnoB6QBAsJWBhNE/view?usp=sharing &#039;&#039;&#039;PDF DOWNLOAD&#039;&#039;&#039;]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
*&#039;&#039;กลุ่มย่อยที่ 4 สร้างพลังหุ้นส่วนความร่วมมือเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ&amp;amp;nbsp;&#039;&#039;&#039;&#039;&#039;| &#039;&#039;&#039;[https://www.google.com/url?q=https://www.facebook.com/kpi.ac.th/videos/1277153262618878/&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AFQjCNGCFzTpXxfhu_HVK9_MyjVGiBwE_g &#039;&#039;&#039;VDO ย้อนหลัง&#039;&#039;&#039;] &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
วิทยากรโดย&amp;lt;br/&amp;gt; 1. นายกิตติพันธุ์ อุยยามะพันธุ์&amp;lt;br/&amp;gt; 2. นางสาวปิยวรรณ ล่ามกิจจา&amp;lt;br/&amp;gt; 3. นางสาวสมสุข บุญญะบัญชา&amp;lt;br/&amp;gt; 4. ว่าที่ร้อยตรีสมสิฎฎ์ ชาญชัย [https://www.google.com/url?q=https://www.canva.com/design/DAELwu-rUtw/AkS582Q81ObfyX4aYQp4yQ/edit&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AFQjCNH2ezejzc-Qvi6yurYrGvxYgTrjrA &#039;&#039;&#039;PPT DOWNLOAD&#039;&#039;&#039;]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
*&#039;&#039;&#039;กลุ่มย่อยที่ 5 พลังพลเมืองเพื่อชุมชนเข้มแข็ง &#039;&#039;&#039;[https://www.google.com/url?q=https://www.facebook.com/kpi.ac.th/videos/1257334881319230/&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AFQjCNG_kgypYmqZPQhUDKgWnvhKqYSvEw &#039;&#039;&#039;VDO ย้อนหลัง&#039;&#039;&#039;][https://www.google.com/url?q=https://www.facebook.com/kpi.ac.th/videos/1257334881319230/&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AFQjCNG_kgypYmqZPQhUDKgWnvhKqYSvEw &#039;&#039;&#039;1&#039;&#039;&#039;] | [https://www.google.com/url?q=https://www.facebook.com/kpi.ac.th/videos/372199930773684/&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AFQjCNF-J_yT_VgthUJMWJbkFtUkamfJ0A &#039;&#039;&#039;2&#039;&#039;&#039;] &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
วิทยากรโดย&amp;lt;br/&amp;gt; 1. นายแพทย์พลเดช ปิ่นประทีป&amp;lt;br/&amp;gt; 2. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ทศพล สมพงษ์ [https://drive.google.com/file/d/1ky6c7gtAzLiErm93n-noKn2C5x6n0Iqi/view?usp=sharing &#039;&#039;&#039;PDF DOWNLOAD&#039;&#039;&#039;]&amp;lt;br/&amp;gt; 3. นายรพีทัศน์ อุ่นจิตตพันธ์ [https://drive.google.com/file/d/1QPvBmKYNnKgK84UbpGr-SSCC0z2HECpQ/view?usp=sharing &#039;&#039;&#039;PDF DOWNLOAD&#039;&#039;&#039;]&amp;lt;br/&amp;gt; 4. นางสาวภาวรินทร์ รามัญวงศ์ [https://drive.google.com/file/d/1SExQAJdZnPyhLjWrCyySAeS4eoNE_b8c/view?usp=sharing &#039;&#039;&#039;PDF DOWNLOAD&#039;&#039;&#039;]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
=== &#039;&#039;&#039;เอกสาร วันที่ 8 พฤศจิกายน 2563/ November 8,2020 &#039;&#039;&#039;&amp;lt;br/&amp;gt; [https://www.google.com/url?q=https://www.facebook.com/kpi.ac.th/videos/370740280941710/&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AFQjCNHbGhRq5E0a6x4-9cPyyArwSRURag &#039;&#039;&#039;VDO ย้อนหลัง ภาษาไทย&#039;&#039;&#039;] | [https://www.google.com/url?q=https://www.facebook.com/kpi.ac.th/videos/1949757091831618/&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AFQjCNFsCPgryfFX7hmZLlMzXOwNuPxeJw &#039;&#039;&#039;English version&#039;&#039;&#039;] ===&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
*&#039;&#039;&#039;นำเสนอผลการประชุมกลุ่มย่อย 5 กลุ่ม&#039;&#039;&#039; &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
กลุ่มย่อยที่ 1 ดร.สติธร ธนานิธิโชติ [https://drive.google.com/file/d/1DSC2_hv8o2KAEaG6b6FoU4T1PJGsz2DZ/view?usp=sharing &#039;&#039;&#039;PDF DOWNLOAD&#039;&#039;&#039;]&amp;lt;br/&amp;gt; กลุ่มย่อยที่ 2 นางณัชชาภัทร อมรกุล [https://drive.google.com/file/d/1aa9fW526Ed5sOtBaJEfIT4SYSF9X12Fn/view?usp=sharing &#039;&#039;&#039;PDF DOWNLOAD&#039;&#039;&#039;]&amp;lt;br/&amp;gt; กลุ่มย่อยที่ 3 นายณวัฒน์ ศรีปัดถา [https://drive.google.com/file/d/1a7xU_NiB7O5L9tcUHt7VANgCMIiE6i8s/view?usp=sharing &#039;&#039;&#039;PDF DOWNLOAD&#039;&#039;&#039;]&amp;lt;br/&amp;gt; กลุ่มย่อยที่ 4 ดร.ถวิลวดี บุรีกุล [https://drive.google.com/file/d/1JdHYwtNtntQVj_DWhVlvT24RPlW4qMBW/view?usp=sharing &#039;&#039;&#039;PDF DOWNLOAD&#039;&#039;&#039;]&amp;lt;br/&amp;gt; กลุ่มย่อยที่ 5 ดร.อภิญญา ดิสสะมาน [https://drive.google.com/file/d/17D8r0U8exBQTKoayqiivQt9lbqys-OQj/view?usp=sharing &#039;&#039;&#039;PDF DOWNLOAD&#039;&#039;&#039;]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
*การแสดงปาฐกถาปิด โดย ศาสตราจารย์วุฒิสาร ตันไชย [https://drive.google.com/file/d/17ay5kUutaLoOIAeUAxlLhiEDOohs7Tbj/view?usp=sharing &#039;&#039;&#039;PDF DOWNLOAD&#039;&#039;&#039;] &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[Category:การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า KPI CONGRESS]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Apirom</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9B%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2_%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88_23_%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B8%9B%E0%B8%B5_2564&amp;diff=15203</id>
		<title>การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า ครั้งที่ 23 ประจำปี 2564</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9B%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2_%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88_23_%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B8%9B%E0%B8%B5_2564&amp;diff=15203"/>
		<updated>2022-12-13T03:37:38Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;Apirom: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&amp;lt;p style=&amp;quot;text-align: center;&amp;quot;&amp;gt;&#039;&#039;&#039;งานประชุมวิชาการ สถาบันพระปกเกล้า ครั้งที่ 23 (KPI Congress)&#039;&#039;&#039;&amp;lt;/p&amp;gt; &amp;lt;p dir=&amp;quot;ltr&amp;quot; style=&amp;quot;text-align: center;&amp;quot;&amp;gt;&#039;&#039;&#039;“ประชาธิปไตยในภูมิทัศน์ใหม่” (Democracy in a New Landscape)&#039;&#039;&#039;&amp;lt;/p&amp;gt; &amp;lt;p dir=&amp;quot;ltr&amp;quot; style=&amp;quot;text-align: center;&amp;quot;&amp;gt;&#039;&#039;&#039;วันที่ 5 – 7 พฤศจิกายน 2564&#039;&#039;&#039;&amp;lt;/p&amp;gt; &lt;br /&gt;
*[https://www.google.com/url?q=https://kpi.ac.th/uploads/pdf/d7g3EivsRPHuG9RfZRNnbXYzyKHcDnE4sOeQ3AWl.pdf&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw2Ac6UKE6fKwwk3y9uXZTB0 &#039;&#039;&#039;หลักการและเหตุผล Download&#039;&#039;&#039;] &lt;br /&gt;
*[https://www.google.com/url?q=https://kpi.ac.th/uploads/pdf/z9aRv78493D1ifNWSohWywom1WSAAMi1tkGg8KOb.pdf&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw0WmZPW4ByYkT6i-p4ouSi3 &#039;&#039;&#039;กำหนดการ Download&#039;&#039;&#039;] &lt;br /&gt;
*[https://drive.google.com/file/d/1QCsPzoG3s-EG3xGE5wrz24XgZFa443Cu/view?usp=sharing &#039;&#039;&#039;เอกสารประกอบการประชุม&#039;&#039;&#039;][https://drive.google.com/file/d/1QCsPzoG3s-EG3xGE5wrz24XgZFa443Cu/view?usp=sharing &#039;&#039;&#039;Download&#039;&#039;&#039;] &lt;br /&gt;
*[https://drive.google.com/drive/folders/1jk2j7s4WUJzarz0mGkTjppEKuiapRnAJ ภาพถ่ายภายในงานประชุมวิชาการ Download] &lt;br /&gt;
*[https://drive.google.com/file/d/14B1-tc-WRHWUlLLr5E97l_H-XoT__UpY/view จดหมายข่าวงานประชุมวิชาการ (วันที่ 5 พฤศจิกายน 2564) Download] &lt;br /&gt;
*[https://drive.google.com/file/d/14WaK8fMWpzJt3I3dhSSHvsFrB85zffn4/view จดหมายข่าวงานประชุมวิชาการ (วันที่ ][https://drive.google.com/file/d/14WaK8fMWpzJt3I3dhSSHvsFrB85zffn4/view 6][https://drive.google.com/file/d/14WaK8fMWpzJt3I3dhSSHvsFrB85zffn4/view พฤศจิกายน 2564) Download] &lt;br /&gt;
*[https://drive.google.com/file/d/15OCVRJs6AylYIrHlhsYx7kYt0tM3ijqe/view จดหมายข่าวงานประชุมวิชาการ (วันที่ ][https://drive.google.com/file/d/15OCVRJs6AylYIrHlhsYx7kYt0tM3ijqe/view 7][https://drive.google.com/file/d/15OCVRJs6AylYIrHlhsYx7kYt0tM3ijqe/view พฤศจิกายน 2564) Download] &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;เอกสารประกอบงานประชุมวิชาการ&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[https://drive.google.com/drive/folders/1xsnzUBQoNSbintAYuHu3vTT-NGTD12CN?usp=sharing &#039;&#039;&#039;เอกสารประกอบการประชุม : 5 พฤศจิกายน 2564&#039;&#039;&#039;]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[https://drive.google.com/drive/folders/1xsnzUBQoNSbintAYuHu3vTT-NGTD12CN?usp=sharing &#039;&#039;&#039;เอกสารประกอบการประชุม :&#039;&#039;&#039;][https://drive.google.com/drive/folders/1xsnzUBQoNSbintAYuHu3vTT-NGTD12CN?usp=sharing &#039;&#039;&#039;6&#039;&#039;&#039;][https://drive.google.com/drive/folders/1xsnzUBQoNSbintAYuHu3vTT-NGTD12CN?usp=sharing &#039;&#039;&#039;พฤศจิกายน 2564&#039;&#039;&#039;]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[https://drive.google.com/drive/folders/1h7ksUjw0-3HwNnZ3UCIfjZL8VZIOFhxE?usp=sharing &#039;&#039;&#039;เอกสารประกอบการประชุม :&#039;&#039;&#039;][https://drive.google.com/drive/folders/1h7ksUjw0-3HwNnZ3UCIfjZL8VZIOFhxE?usp=sharing &#039;&#039;&#039;7&#039;&#039;&#039;][https://drive.google.com/drive/folders/1h7ksUjw0-3HwNnZ3UCIfjZL8VZIOFhxE?usp=sharing &#039;&#039;&#039;พฤศจิกายน 2564&#039;&#039;&#039;]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;FACEBOOK LIVE&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
*09.00 - 12.00 น. : ปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “ประชาธิปไตยในภูมิทัศน์ใหม่” [https://www.google.com/url?q=https://fb.watch/98kP68KvJr/&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw0FRbuaw6dv9wUSHFNHBtWp &#039;&#039;&#039;TH&#039;&#039;&#039;]&#039;&#039;&#039;| &#039;&#039;&#039;[https://www.google.com/url?q=https://fb.watch/98l6HPfcp0/&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw2wFYJ2yOLlGk1p7_JqlfTU &#039;&#039;&#039;EN&#039;&#039;&#039;] &lt;br /&gt;
*&lt;br /&gt;
[https://www.google.com/url?q=https://fb.watch/98pGNLa_je/&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw1Kcj0m__pzDQX66cPSTV_l ห้องย่อยที่ 1 : FACEBOOK LIVE]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
*&lt;br /&gt;
[https://www.google.com/url?q=https://fb.watch/98pCpB0Dkh/&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw1eX8HfjChqv9nJvrn5Jxmn ห้องย่อยที่ ][https://www.google.com/url?q=https://fb.watch/98pCpB0Dkh/&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw1eX8HfjChqv9nJvrn5Jxmn 2][https://www.google.com/url?q=https://fb.watch/98pCpB0Dkh/&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw1eX8HfjChqv9nJvrn5Jxmn : FACEBOOK LIVE]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
*&lt;br /&gt;
[https://www.google.com/url?q=https://fb.watch/98pEZAjMaW/&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw3891LggKkBFocuXVnQ2KYa ห้องย่อยที่ ][https://www.google.com/url?q=https://fb.watch/98pEZAjMaW/&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw3891LggKkBFocuXVnQ2KYa 3][https://www.google.com/url?q=https://fb.watch/98pEZAjMaW/&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw3891LggKkBFocuXVnQ2KYa : FACEBOOK LIVE]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
*&lt;br /&gt;
[https://www.google.com/url?q=https://fb.watch/98pHGGMDvm/&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw2vh87aIChLs5qpKRn8sQRE ห้องย่อยที่ ][https://www.google.com/url?q=https://fb.watch/98pHGGMDvm/&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw2vh87aIChLs5qpKRn8sQRE 4][https://www.google.com/url?q=https://fb.watch/98pHGGMDvm/&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw2vh87aIChLs5qpKRn8sQRE : FACEBOOK LIVE]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
*&lt;br /&gt;
[https://www.google.com/url?q=https://fb.watch/98pDYkShhw/&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw3VyPn_mHzM2lyVzMXW_l4f ห้องย่อยที่ ][https://www.google.com/url?q=https://fb.watch/98pDYkShhw/&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw3VyPn_mHzM2lyVzMXW_l4f 5][https://www.google.com/url?q=https://fb.watch/98pDYkShhw/&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw3VyPn_mHzM2lyVzMXW_l4f : FACEBOOK LIVE]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Apirom</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9B%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2_%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88_23_%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B8%9B%E0%B8%B5_2564&amp;diff=15202</id>
		<title>การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า ครั้งที่ 23 ประจำปี 2564</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9B%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2_%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88_23_%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B8%9B%E0%B8%B5_2564&amp;diff=15202"/>
		<updated>2022-12-13T03:34:49Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;Apirom: สร้างหน้าด้วย &amp;quot;&amp;lt;section id=&amp;quot;h.22c8cad0952af4a2_34&amp;quot;&amp;gt; &amp;amp;nbsp; &amp;lt;p dir=&amp;quot;ltr&amp;quot; style=&amp;quot;text-align: center;&amp;quot;&amp;gt;&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;งานประชุมวิชาการ สถาบั...&amp;quot;&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&amp;lt;section id=&amp;quot;h.22c8cad0952af4a2_34&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&amp;lt;p dir=&amp;quot;ltr&amp;quot; style=&amp;quot;text-align: center;&amp;quot;&amp;gt;&#039;&#039;&#039;งานประชุมวิชาการ สถาบันพระปกเกล้า ครั้งที่ 23 (KPI Congress)&#039;&#039;&#039;&amp;lt;/p&amp;gt; &amp;lt;p dir=&amp;quot;ltr&amp;quot; style=&amp;quot;text-align: center;&amp;quot;&amp;gt;&#039;&#039;&#039;“ประชาธิปไตยในภูมิทัศน์ใหม่” (Democracy in a New Landscape)&#039;&#039;&#039;&amp;lt;/p&amp;gt; &amp;lt;p dir=&amp;quot;ltr&amp;quot; style=&amp;quot;text-align: center;&amp;quot;&amp;gt;&#039;&#039;&#039;วันที่ 5 – 7 พฤศจิกายน 2564&#039;&#039;&#039;&amp;lt;/p&amp;gt; &lt;br /&gt;
*&lt;br /&gt;
[https://www.google.com/url?q=https://kpi.ac.th/uploads/pdf/d7g3EivsRPHuG9RfZRNnbXYzyKHcDnE4sOeQ3AWl.pdf&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw2Ac6UKE6fKwwk3y9uXZTB0 &#039;&#039;&#039;หลักการและเหตุผล Download&#039;&#039;&#039;]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
*&lt;br /&gt;
[https://www.google.com/url?q=https://kpi.ac.th/uploads/pdf/z9aRv78493D1ifNWSohWywom1WSAAMi1tkGg8KOb.pdf&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AOvVaw0WmZPW4ByYkT6i-p4ouSi3 &#039;&#039;&#039;กำหนดการ Download&#039;&#039;&#039;]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
*&lt;br /&gt;
[https://drive.google.com/file/d/1QCsPzoG3s-EG3xGE5wrz24XgZFa443Cu/view?usp=sharing &#039;&#039;&#039;เอกสารประกอบการประชุม&#039;&#039;&#039;][https://drive.google.com/file/d/1QCsPzoG3s-EG3xGE5wrz24XgZFa443Cu/view?usp=sharing &#039;&#039;&#039;Download&#039;&#039;&#039;]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
*&lt;br /&gt;
[https://drive.google.com/drive/folders/1jk2j7s4WUJzarz0mGkTjppEKuiapRnAJ ภาพถ่ายภายในงานประชุมวิชาการ Download]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
*&lt;br /&gt;
[https://drive.google.com/file/d/14B1-tc-WRHWUlLLr5E97l_H-XoT__UpY/view จดหมายข่าวงานประชุมวิชาการ (วันที่ 5 พฤศจิกายน 2564) Download]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
*&lt;br /&gt;
[https://drive.google.com/file/d/14WaK8fMWpzJt3I3dhSSHvsFrB85zffn4/view จดหมายข่าวงานประชุมวิชาการ (วันที่ ][https://drive.google.com/file/d/14WaK8fMWpzJt3I3dhSSHvsFrB85zffn4/view 6][https://drive.google.com/file/d/14WaK8fMWpzJt3I3dhSSHvsFrB85zffn4/view พฤศจิกายน 2564) Download]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
*&lt;br /&gt;
[https://drive.google.com/file/d/15OCVRJs6AylYIrHlhsYx7kYt0tM3ijqe/view จดหมายข่าวงานประชุมวิชาการ (วันที่ ][https://drive.google.com/file/d/15OCVRJs6AylYIrHlhsYx7kYt0tM3ijqe/view 7][https://drive.google.com/file/d/15OCVRJs6AylYIrHlhsYx7kYt0tM3ijqe/view พฤศจิกายน 2564) Download]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;/section&amp;gt; &amp;lt;section id=&amp;quot;h.37186dbe196dc8f_4&amp;quot;&amp;gt;&amp;amp;nbsp;&amp;lt;/section&amp;gt; &lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;เอกสารประกอบงานประชุมวิชาการ&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[File:Cover.jpg]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Apirom</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:Cover.jpg&amp;diff=15201</id>
		<title>ไฟล์:Cover.jpg</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:Cover.jpg&amp;diff=15201"/>
		<updated>2022-12-13T03:33:54Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;Apirom: File uploaded with MsUpload&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;File uploaded with MsUpload&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Apirom</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B9%88:%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9B%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2_KPI_CONGRESS&amp;diff=15200</id>
		<title>หมวดหมู่:การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า KPI CONGRESS</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B9%88:%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9B%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2_KPI_CONGRESS&amp;diff=15200"/>
		<updated>2022-12-13T03:27:59Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;Apirom: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&lt;br /&gt;
*[[การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า_ครั้งที่_1_ประจำปี_2542|การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า ครั้งที่ 1 ประจำปี 2542]] เรื่อง การเมือง การบริหาร และการเปลี่ยนแปลงในสังคมไทยในต้นศตวรรษหน้า &lt;br /&gt;
*[[การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า_ครั้งที่_2_ประจำปี_2543|การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า ครั้งที่ 2 ประจำปี 2543]] เรื่อง การมีส่วนร่วมของประชาชน ความยั่งยืนของประชาธิปไตย &lt;br /&gt;
*[[การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า_ครั้งที่_3_ประจำปี_2544|การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า ครั้งที่ 3 ประจำปี 2544]] เรื่อง การกระจายอำนาจและการปกครองท้องถิ่นในประเทศไทย &lt;br /&gt;
*[[การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า_ครั้งที่_4_ประจำปี_2545|การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า ครั้งที่ 4 ประจำปี 2545]] เรื่อง 5 ปีของการปฏิรูปการเมืองตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ &lt;br /&gt;
*[[การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า_ครั้งที่_5_ประจำปี_2546|การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า ครั้งที่ 5 ประจำปี 2546]] เรื่องประชาธิปไตยกับการบรรเทาความยากจน &lt;br /&gt;
*[[การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า_ครั้งที่_6_ประจำปี_2547|การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า ครั้งที่ 6 ประจำปี 2547]] เรื่องสันติวิถี กับความยั่งยืนของประชาธิปไตย &lt;br /&gt;
*[[การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า_ครั้งที่_7_ประจำปี_2548|การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า ครั้งที่ 7 ประจำปี 2548]] เรื่องการเมืองฐานประชาชน ความยั่งยืนของประชาธิปไตย &lt;br /&gt;
*[[การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า_ครั้งที่_8_ประจำปี_2549|การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า ครั้งที่ 8 ประจำปี 2549]] เรื่องการปฏิรูปรัฐธรรมนูญ&amp;amp;nbsp;: มุมมองเชิงเปรียบเทียบ &lt;br /&gt;
*[[การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า_ครั้งที่_9_ประจำปี_2550|การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า ครั้งที่ 9 ประจำปี 2550]] เรื่องวัฒนธรรมการเมือง จริยธรรม และการปกครอง &lt;br /&gt;
*[[การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า_ครั้งที่_10_ประจำปี_2551|การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า ครั้งที่ 10 ประจำปี 2551]] เรื่อง การเมืองและวิกฤตการณ์สิ่งแวดล้อม &lt;br /&gt;
*[[การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า_ครั้งที่_11_ประจำปี_2552|การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า ครั้งที่ 11 ประจำปี 2552]] เรื่อง ความขัดแย้ง ความชอบธรรม และการปฏิรูประบบรัฐ: การจัดสรรผลประโยชน์ที่เป็นธรรมในสังคมไทย &lt;br /&gt;
*[[การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า_ครั้งที่_12_ประจำปี_2553|การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า ครั้งที่ 12 ประจำปี 2553]] เรื่อง คุณภาพสังคมกับคุณภาพประชาธิปไตยไทย &lt;br /&gt;
*[[การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า_ครั้งที่_13_ประจำปี_2554|การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า ครั้งที่ 13 ประจำปี 2554]] เรื่อง ความเป็นพลเมืองกับอนาคตประชาธิปไตยไทย (Citizenship and the Future of Thai Democracy) &lt;br /&gt;
*[[การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า_ครั้งที่_14_ประจำปี_2555|การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า ครั้งที่ 14 ประจำปี 2555]] เรื่อง การปฏิรูปรัฐสภา: มุมมองเชิงเปรียบเทียบ (Parliamentary Reform: Comparative Perspectives) &lt;br /&gt;
*[[การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า_ครั้งที่_15_ประจำปี_2556|การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า ครั้งที่ 15 ประจำปี 2556]] เรื่อง ธรรมราชา(Dharmarājā) &lt;br /&gt;
*[[การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า_ครั้งที่_16_ประจำปี_2557|การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า ครั้งที่ 16 ประจำปี 2557]] เรื่อง“8 ทศวรรษ ประชาธิปไตยไทย: พลวัตแห่งดุลอำนาจ”(Eight Decades of Thai Democracy: Dynamics of Power Balancing) &lt;br /&gt;
*[[การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า_ครั้งที่_17_ประจำปี_2558|การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า ครั้งที่ 17 ประจำปี 2558]] เรื่อง “หลักนิติธรรม กับ ประชาธิปไตย” (Rule of Law and Democracy) &lt;br /&gt;
*[[การประชุมวิชาการ_สถาบันพระปกเกล้า_ครั้งที่18|การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า ครั้งที่ 18 ประจำปี 2559]] เรื่อง “เติมชีวิต คืนชีวาประชาธิปไตย” (Revitalizing Thai Democracy) &lt;br /&gt;
*[[การประชุมวิชาการ_สถาบันพระปกเกล้า_ครั้งที่19_ประจำปี_2560|การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า ครั้งที่ 19&amp;amp;nbsp;ประจำปี 2560]]&amp;amp;nbsp;เรื่อง&amp;amp;nbsp;ประชาธิปไตยไทย ความท้าทายใหม่ อุดมคติ สิ่งที่เป็นจริงและสิ่งที่อยากเห็น &amp;amp;nbsp; &lt;br /&gt;
*[[การประชุมวิชาการ_สถาบันพระปกเกล้า_ครั้งที่20_ประจำปี_2561|การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า ครั้งที่ 20&amp;amp;nbsp;ประจำปี 2561&amp;amp;nbsp;]]เรื่อง&amp;amp;nbsp;ประชาธิปไตยไทย&amp;amp;nbsp;: ก้าวย่างเพื่อการพัฒนา &lt;br /&gt;
*[[การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า_ครั้งที่_21_ประจำปี_2562|การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า ครั้งที่ 21 ประจำปี 2562]] เรื่อง ลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำ สร้างคุณภาพประชาธิปไตย (Bridging the Inequality Gap and Nurturing Quality of Democracy) &lt;br /&gt;
*[[การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า_ครั้งที่_22_ประจำปี_2563]]&amp;amp;nbsp;เรื่อง จินตภาพใหม่การกระจายอำนาจเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ&amp;amp;nbsp;: บทเรียนจากโควิด-19 (Reimagining Decentralization to Reduce Inequality&amp;amp;nbsp;: Lessons Learned from the COVID-19 Crisis) &lt;br /&gt;
*[[การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า_ครั้งที่_23_ประจำปี_2564|การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า ครั้งที่ 23 ประจำปี 2564&amp;amp;nbsp;]]เรื่อง&amp;amp;nbsp;“ประชาธิปไตยในภูมิทัศน์ใหม่” (Democracy in a New Landscape)&#039;&#039;&#039; &lt;br /&gt;
*[[งานประชุมวิชาการ_สถาบันพระปกเกล้า_ครั้งที่_24_ประจำปี_2565|งานประชุมวิชาการ_สถาบันพระปกเกล้า_ครั้งที่&amp;amp;nbsp;24&amp;amp;nbsp;ประจำปี_2565]] เรื่อง&amp;amp;nbsp;“ความท้าทายของความมั่นคงใหม่กับประชาธิปไตย&amp;quot;&amp;amp;nbsp; &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
{| cellpadding=&amp;quot;2&amp;quot; cellspacing=&amp;quot;5&amp;quot; style=&amp;quot;vertical-align:top;background-color:#ffffff;color:#000;width:100%&amp;quot;&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
! style=&amp;quot;background-color:#fffff; font-size: 100%; border: 1px solid #afa3bf; text-align: left; padding-left: 7px; -moz-border-radius:7px&amp;quot; | [[หน้าหลัก|หน้าหลัก]]&lt;br /&gt;
|}&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[Category:วิทยานิพนธ์ / งานวิจัย / หนังสือต่าง ๆ]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Apirom</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9B%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2_%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88_22_%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B8%9B%E0%B8%B5_2563&amp;diff=15199</id>
		<title>การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า ครั้งที่ 22 ประจำปี 2563</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9B%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2_%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88_22_%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B8%9B%E0%B8%B5_2563&amp;diff=15199"/>
		<updated>2022-12-13T03:25:57Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;Apirom: Apirom ย้ายหน้า การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า ครั้งที่ 22 ประจำปี 2562 ไปยัง [[การประชุมวิชากา...&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&lt;br /&gt;
== เอกสารประกอบการประชุม/Documents ==&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
*&lt;br /&gt;
[http://www.google.com/url?q=http://kpi.ac.th/uploads/pdf/5TQSUdlKlOHsPpQoNJRdA2N0whRLaMI3oqAVrQNw.pdf&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AFQjCNGRtkXLswfovMekHXh8ZI96r4WZJA เอกสารประกอบการประชุม/ Documents ][http://www.google.com/url?q=http://kpi.ac.th/uploads/pdf/5TQSUdlKlOHsPpQoNJRdA2N0whRLaMI3oqAVrQNw.pdf&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AFQjCNGRtkXLswfovMekHXh8ZI96r4WZJA &#039;&#039;&#039;Download&#039;&#039;&#039;]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
*&lt;br /&gt;
[http://www.google.com/url?q=http://kpi.ac.th/uploads/pdf/IfooRTTqhXel282oqMlK1USwzKumPNVBrT3dcFi2.pdf&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AFQjCNHcIf_YHBkkc1u_wp1aBcZg5o-3kg จดหมายข่าว วันที่ 6 พฤศจิกายน 2563 (Newsletter November 6, 2020) ][http://www.google.com/url?q=http://kpi.ac.th/uploads/pdf/IfooRTTqhXel282oqMlK1USwzKumPNVBrT3dcFi2.pdf&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AFQjCNHcIf_YHBkkc1u_wp1aBcZg5o-3kg &#039;&#039;&#039;Download&#039;&#039;&#039;]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
*&lt;br /&gt;
[http://www.google.com/url?q=http://kpi.ac.th/uploads/pdf/EKSfTYCxD9ey0QbSbeHBI1XMCrtEIyPm97MxzP1r.pdf&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AFQjCNFRqcRNd4tkVKjlF5M0q5zdR0BNYg จดหมายข่าว วันที่ 7 พฤศจิกายน 2563 (Newsletter November 7, 2020) ][http://www.google.com/url?q=http://kpi.ac.th/uploads/pdf/EKSfTYCxD9ey0QbSbeHBI1XMCrtEIyPm97MxzP1r.pdf&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AFQjCNFRqcRNd4tkVKjlF5M0q5zdR0BNYg &#039;&#039;&#039;Download&#039;&#039;&#039;]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
*&lt;br /&gt;
[https://drive.google.com/drive/folders/1T01OPk-48i85wT-l6Uhe_oosVQN-1QH4 รูปบรรยากาศภายในงาน /][https://drive.google.com/drive/folders/1T01OPk-48i85wT-l6Uhe_oosVQN-1QH4 Gallery][https://drive.google.com/drive/folders/1T01OPk-48i85wT-l6Uhe_oosVQN-1QH4 &#039;&#039;&#039;Click&#039;&#039;&#039;]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
=== &#039;&#039;&#039;เอกสาร วันที่ 6 พฤศจิกายน 2563/ November 6,2020 &#039;&#039;&#039;&amp;lt;br/&amp;gt; [https://www.google.com/url?q=https://www.facebook.com/kpi.ac.th/videos/784456359077458/&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AFQjCNEIBWsGw07zuI92UDMXaaN8hmwzug &#039;&#039;&#039;VDO ย้อนหลัง ภาษาไทย&#039;&#039;&#039;] | [https://www.google.com/url?q=https://www.facebook.com/kpi.ac.th/videos/2284620548351464/&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AFQjCNE6GQtpg6m97VC60G-AV399z9l5QQ &#039;&#039;&#039;English version&#039;&#039;&#039;] ===&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
*&lt;br /&gt;
Demonopolize, Decentralize to Recover // Dr.Chris Baker [https://drive.google.com/file/d/1el8rCcQMH-PlryaGarnCbfzHIDQUVi36/view?usp=sharing &#039;&#039;&#039;PDF DOWNLOAD&#039;&#039;&#039;]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
*&lt;br /&gt;
Democracy, Decentralization and Inequality Reduction : Comparative Perspectives&amp;lt;br/&amp;gt; 1. Mr. James Andersen&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
2. Mr. Tsukasa Omori&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
3. Mr. Jens Petter Olsen [https://drive.google.com/file/d/18WXrU1A8ZK6XZs0dmz3ZzxPjGcCu3bFf/view?usp=sharing &#039;&#039;&#039;PDF DOWNLOAD&#039;&#039;&#039;]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
=== &#039;&#039;&#039;เอกสาร วันที่ 7 พฤศจิกายน 2563/ November 7,2020&#039;&#039;&#039; ===&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
*&lt;br /&gt;
“จินตภาพใหม่ของประเทศไทยหลังวิกฤต” โดย ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.ศุภชัย พานิชภักดิ์ [https://www.youtube.com/watch?v=r8jC-d_OnYA&amp;amp;feature=youtu.be&amp;amp;fbclid=IwAR1y4JuxAMUmXJ-jS5AwSfBz08R3rmDIobYihNBE1QPCctFuuOi2b-xrwG8 &#039;&#039;&#039;VDO ย้อนหลัง&#039;&#039;&#039;]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
*&lt;br /&gt;
“การกระจายอำนาจ ประชาธิปไตยและการลดความเหลื่อมล้ำ” [https://www.youtube.com/watch?v=miC6wzoZndI&amp;amp;feature=youtu.be&amp;amp;fbclid=IwAR11PN-S5HuJtWsWAnWgrC4k4cqfSkZ7wV5C77HSJeuEkdKPOApNDECi5ws &#039;&#039;&#039;VDO ย้อนหลัง&#039;&#039;&#039;]&amp;lt;br/&amp;gt; 1. ศาสตราจารย์วุฒิสาร ตันไชย [https://drive.google.com/file/d/10UCVZaVT5-70CwOpnt_xYfLJM4WVjUXN/view?usp=sharing &#039;&#039;&#039;PDF DOWNLOAD&#039;&#039;&#039;]&amp;lt;br/&amp;gt; 2. รองศาสตราจารย์ ดร.นฤมล นิราทร [https://drive.google.com/file/d/1C_51wGzJ8uTUk0lxj6dSXUCfFtlbWiaK/view?usp=sharing &#039;&#039;&#039;PDF DOWNLOAD&#039;&#039;&#039;]&amp;lt;br/&amp;gt; 3. ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ [https://drive.google.com/file/d/1agcDHS7XLStyxzpw0AkfG6ohRgKLyIVd/view?usp=sharing &#039;&#039;&#039;PDF DOWNLOAD&#039;&#039;&#039;]&amp;lt;br/&amp;gt; 4. นางเรวดี ประเสริฐเจริญสุข [https://drive.google.com/file/d/1OkgNBAXo5QxgnmQPDHUD7Ig2hSoQnWJW/view?usp=sharing &#039;&#039;&#039;PDF DOWNLOAD&#039;&#039;&#039;]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
*&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;กลุ่มย่อยที่ 1 การเมืองเรื่องการกระจายอำนาจเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ | &#039;&#039;&#039;[https://www.google.com/url?q=https://www.facebook.com/kpi.ac.th/videos/295521518217434&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AFQjCNHaau86hzPP6tV2aTmnsYnyXDIKOA &#039;&#039;&#039;VDO ย้อนหลัง&#039;&#039;&#039;]&amp;lt;br/&amp;gt; วิทยากรโดย&amp;lt;br/&amp;gt; 1. รองศาสตราจารย์ ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์&amp;lt;br/&amp;gt; 2. อาจารย์สุรเดช ทวีแสงสกุลไทย[https://drive.google.com/file/d/1NBiytPJhCMEiMbPBlVh0p0EOhGHn95T2/view?usp=sharing &#039;&#039;&#039;PDF DOWNLOAD&#039;&#039;&#039;]&amp;lt;br/&amp;gt; 3. ดร.กฤษฎา บุญชัย [https://drive.google.com/file/d/1ipYZC559LcnzGJshm8GvAMgzTndYaGh8/view?usp=sharing &#039;&#039;&#039;PDF DOWNLOAD&#039;&#039;&#039;]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
*&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;กลุ่มย่อยที่ 2 ผู้นำกับการบริหารภาครัฐหลังวิกฤต &#039;&#039;&#039;&#039;&#039;&#039;| &#039;&#039;&#039;[https://www.google.com/url?q=https://www.facebook.com/kpi.ac.th/videos/740307279903574/&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AFQjCNGTWZ5CgMwt5UA5NmOhwwVFOd1mcA &#039;&#039;&#039;VDO ย้อนหลัง&#039;&#039;&#039;]&amp;lt;br/&amp;gt; วิทยากรโดย&amp;lt;br/&amp;gt; 1. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ทวิดา กมลเวชช [https://drive.google.com/file/d/1RAphHSRpwCNrC2q9DaD4oJQMtCcGMjT4/view?usp=sharing &#039;&#039;&#039;PDF DOWNLOAD&#039;&#039;&#039;]&amp;lt;br/&amp;gt; 2. นายแพทย์ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ [https://drive.google.com/file/d/1gK-r6pxclIyqF9U-hbqfewwdduV0Ti0k/view?usp=sharing &#039;&#039;&#039;PDF DOWNLOAD&#039;&#039;&#039;]&amp;lt;br/&amp;gt; 3. นางสาวอ้อนฟ้า เวชชาชีวะ [https://drive.google.com/file/d/1euuS3nhMOk4HJmsySVroMB62XvxYMdcM/view?usp=sharing &#039;&#039;&#039;PDF DOWNLOAD&#039;&#039;&#039;]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
*&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;กลุ่มย่อยที่ 3 การกระจายทรัพยากรเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ &#039;&#039;&#039;[https://www.google.com/url?q=https://www.facebook.com/kpi.ac.th/videos/372321157219736/&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AFQjCNEDbHdlp4Xa8kwEMEHTuYlmo-aI2w &#039;&#039;&#039;VDO ย้อนหลัง&#039;&#039;&#039;]&amp;lt;br/&amp;gt; วิทยากรโดย&amp;lt;br/&amp;gt; 1. ศาสตราจารย์ ดร.ดิเรก ปัทมสิริวัฒน์&amp;lt;br/&amp;gt; 2. ดร.สมชัย จิตสุชน [https://drive.google.com/file/d/1EoGi5YwR3xtVCJcZ-VKMDhcHZ63g5r6A/view?usp=sharing &#039;&#039;&#039;PDF DOWNLOAD&#039;&#039;&#039;]&amp;lt;br/&amp;gt; 3. นายเดชา นุตาลัย&amp;lt;br/&amp;gt; 4. ดร.สมนึก จงมีวศิน [https://drive.google.com/file/d/1SHx6UzckbiQOLrYhGXnoB6QBAsJWBhNE/view?usp=sharing &#039;&#039;&#039;PDF DOWNLOAD&#039;&#039;&#039;]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
*&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;กลุ่มย่อยที่ 4 สร้างพลังหุ้นส่วนความร่วมมือเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ &#039;&#039;&#039;&#039;&#039;&#039;| &#039;&#039;&#039;[https://www.google.com/url?q=https://www.facebook.com/kpi.ac.th/videos/1277153262618878/&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AFQjCNGCFzTpXxfhu_HVK9_MyjVGiBwE_g &#039;&#039;&#039;VDO ย้อนหลัง&#039;&#039;&#039;]&amp;lt;br/&amp;gt; วิทยากรโดย&amp;lt;br/&amp;gt; 1. นายกิตติพันธุ์ อุยยามะพันธุ์&amp;lt;br/&amp;gt; 2. นางสาวปิยวรรณ ล่ามกิจจา&amp;lt;br/&amp;gt; 3. นางสาวสมสุข บุญญะบัญชา&amp;lt;br/&amp;gt; 4. ว่าที่ร้อยตรีสมสิฎฎ์ ชาญชัย [https://www.google.com/url?q=https://www.canva.com/design/DAELwu-rUtw/AkS582Q81ObfyX4aYQp4yQ/edit&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AFQjCNH2ezejzc-Qvi6yurYrGvxYgTrjrA &#039;&#039;&#039;PPT DOWNLOAD&#039;&#039;&#039;]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
*&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;กลุ่มย่อยที่ 5 พลังพลเมืองเพื่อชุมชนเข้มแข็ง &#039;&#039;&#039;[https://www.google.com/url?q=https://www.facebook.com/kpi.ac.th/videos/1257334881319230/&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AFQjCNG_kgypYmqZPQhUDKgWnvhKqYSvEw &#039;&#039;&#039;VDO ย้อนหลัง&#039;&#039;&#039;][https://www.google.com/url?q=https://www.facebook.com/kpi.ac.th/videos/1257334881319230/&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AFQjCNG_kgypYmqZPQhUDKgWnvhKqYSvEw &#039;&#039;&#039;1&#039;&#039;&#039;] | [https://www.google.com/url?q=https://www.facebook.com/kpi.ac.th/videos/372199930773684/&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AFQjCNF-J_yT_VgthUJMWJbkFtUkamfJ0A &#039;&#039;&#039;2&#039;&#039;&#039;]&amp;lt;br/&amp;gt; วิทยากรโดย&amp;lt;br/&amp;gt; 1. นายแพทย์พลเดช ปิ่นประทีป&amp;lt;br/&amp;gt; 2. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ทศพล สมพงษ์ [https://drive.google.com/file/d/1ky6c7gtAzLiErm93n-noKn2C5x6n0Iqi/view?usp=sharing &#039;&#039;&#039;PDF DOWNLOAD&#039;&#039;&#039;]&amp;lt;br/&amp;gt; 3. นายรพีทัศน์ อุ่นจิตตพันธ์ [https://drive.google.com/file/d/1QPvBmKYNnKgK84UbpGr-SSCC0z2HECpQ/view?usp=sharing &#039;&#039;&#039;PDF DOWNLOAD&#039;&#039;&#039;]&amp;lt;br/&amp;gt; 4. นางสาวภาวรินทร์ รามัญวงศ์ [https://drive.google.com/file/d/1SExQAJdZnPyhLjWrCyySAeS4eoNE_b8c/view?usp=sharing &#039;&#039;&#039;PDF DOWNLOAD&#039;&#039;&#039;]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
=== &#039;&#039;&#039;เอกสาร วันที่ 8 พฤศจิกายน 2563/ November 8,2020 &#039;&#039;&#039;&amp;lt;br/&amp;gt; [https://www.google.com/url?q=https://www.facebook.com/kpi.ac.th/videos/370740280941710/&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AFQjCNHbGhRq5E0a6x4-9cPyyArwSRURag &#039;&#039;&#039;VDO ย้อนหลัง ภาษาไทย&#039;&#039;&#039;] | [https://www.google.com/url?q=https://www.facebook.com/kpi.ac.th/videos/1949757091831618/&amp;amp;sa=D&amp;amp;sntz=1&amp;amp;usg=AFQjCNFsCPgryfFX7hmZLlMzXOwNuPxeJw &#039;&#039;&#039;English version&#039;&#039;&#039;] ===&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
*&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;นำเสนอผลการประชุมกลุ่มย่อย 5 กลุ่ม&#039;&#039;&#039;&amp;lt;br/&amp;gt; กลุ่มย่อยที่ 1 ดร.สติธร ธนานิธิโชติ [https://drive.google.com/file/d/1DSC2_hv8o2KAEaG6b6FoU4T1PJGsz2DZ/view?usp=sharing &#039;&#039;&#039;PDF DOWNLOAD&#039;&#039;&#039;]&amp;lt;br/&amp;gt; กลุ่มย่อยที่ 2 นางณัชชาภัทร อมรกุล [https://drive.google.com/file/d/1aa9fW526Ed5sOtBaJEfIT4SYSF9X12Fn/view?usp=sharing &#039;&#039;&#039;PDF DOWNLOAD&#039;&#039;&#039;]&amp;lt;br/&amp;gt; กลุ่มย่อยที่ 3 นายณวัฒน์ ศรีปัดถา [https://drive.google.com/file/d/1a7xU_NiB7O5L9tcUHt7VANgCMIiE6i8s/view?usp=sharing &#039;&#039;&#039;PDF DOWNLOAD&#039;&#039;&#039;]&amp;lt;br/&amp;gt; กลุ่มย่อยที่ 4 ดร.ถวิลวดี บุรีกุล [https://drive.google.com/file/d/1JdHYwtNtntQVj_DWhVlvT24RPlW4qMBW/view?usp=sharing &#039;&#039;&#039;PDF DOWNLOAD&#039;&#039;&#039;]&amp;lt;br/&amp;gt; กลุ่มย่อยที่ 5 ดร.อภิญญา ดิสสะมาน [https://drive.google.com/file/d/17D8r0U8exBQTKoayqiivQt9lbqys-OQj/view?usp=sharing &#039;&#039;&#039;PDF DOWNLOAD&#039;&#039;&#039;]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
*&lt;br /&gt;
การแสดงปาฐกถาปิด โดย ศาสตราจารย์วุฒิสาร ตันไชย [https://drive.google.com/file/d/17ay5kUutaLoOIAeUAxlLhiEDOohs7Tbj/view?usp=sharing &#039;&#039;&#039;PDF DOWNLOAD&#039;&#039;&#039;]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[Category:การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า KPI CONGRESS]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Apirom</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B9%88:%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9B%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2_KPI_CONGRESS&amp;diff=15198</id>
		<title>หมวดหมู่:การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า KPI CONGRESS</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B9%88:%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9B%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2_KPI_CONGRESS&amp;diff=15198"/>
		<updated>2022-12-13T03:21:54Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;Apirom: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&lt;br /&gt;
*[[การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า_ครั้งที่_1_ประจำปี_2542|การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า ครั้งที่ 1 ประจำปี 2542]] เรื่อง การเมือง การบริหาร และการเปลี่ยนแปลงในสังคมไทยในต้นศตวรรษหน้า &lt;br /&gt;
*[[การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า_ครั้งที่_2_ประจำปี_2543|การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า ครั้งที่ 2 ประจำปี 2543]] เรื่อง การมีส่วนร่วมของประชาชน ความยั่งยืนของประชาธิปไตย &lt;br /&gt;
*[[การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า_ครั้งที่_3_ประจำปี_2544|การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า ครั้งที่ 3 ประจำปี 2544]] เรื่อง การกระจายอำนาจและการปกครองท้องถิ่นในประเทศไทย &lt;br /&gt;
*[[การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า_ครั้งที่_4_ประจำปี_2545|การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า ครั้งที่ 4 ประจำปี 2545]] เรื่อง 5 ปีของการปฏิรูปการเมืองตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ &lt;br /&gt;
*[[การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า_ครั้งที่_5_ประจำปี_2546|การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า ครั้งที่ 5 ประจำปี 2546]] เรื่องประชาธิปไตยกับการบรรเทาความยากจน &lt;br /&gt;
*[[การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า_ครั้งที่_6_ประจำปี_2547|การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า ครั้งที่ 6 ประจำปี 2547]] เรื่องสันติวิถี กับความยั่งยืนของประชาธิปไตย &lt;br /&gt;
*[[การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า_ครั้งที่_7_ประจำปี_2548|การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า ครั้งที่ 7 ประจำปี 2548]] เรื่องการเมืองฐานประชาชน ความยั่งยืนของประชาธิปไตย &lt;br /&gt;
*[[การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า_ครั้งที่_8_ประจำปี_2549|การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า ครั้งที่ 8 ประจำปี 2549]] เรื่องการปฏิรูปรัฐธรรมนูญ&amp;amp;nbsp;: มุมมองเชิงเปรียบเทียบ &lt;br /&gt;
*[[การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า_ครั้งที่_9_ประจำปี_2550|การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า ครั้งที่ 9 ประจำปี 2550]] เรื่องวัฒนธรรมการเมือง จริยธรรม และการปกครอง &lt;br /&gt;
*[[การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า_ครั้งที่_10_ประจำปี_2551|การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า ครั้งที่ 10 ประจำปี 2551]] เรื่อง การเมืองและวิกฤตการณ์สิ่งแวดล้อม &lt;br /&gt;
*[[การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า_ครั้งที่_11_ประจำปี_2552|การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า ครั้งที่ 11 ประจำปี 2552]] เรื่อง ความขัดแย้ง ความชอบธรรม และการปฏิรูประบบรัฐ: การจัดสรรผลประโยชน์ที่เป็นธรรมในสังคมไทย &lt;br /&gt;
*[[การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า_ครั้งที่_12_ประจำปี_2553|การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า ครั้งที่ 12 ประจำปี 2553]] เรื่อง คุณภาพสังคมกับคุณภาพประชาธิปไตยไทย &lt;br /&gt;
*[[การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า_ครั้งที่_13_ประจำปี_2554|การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า ครั้งที่ 13 ประจำปี 2554]] เรื่อง ความเป็นพลเมืองกับอนาคตประชาธิปไตยไทย (Citizenship and the Future of Thai Democracy) &lt;br /&gt;
*[[การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า_ครั้งที่_14_ประจำปี_2555|การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า ครั้งที่ 14 ประจำปี 2555]] เรื่อง การปฏิรูปรัฐสภา: มุมมองเชิงเปรียบเทียบ (Parliamentary Reform: Comparative Perspectives) &lt;br /&gt;
*[[การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า_ครั้งที่_15_ประจำปี_2556|การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า ครั้งที่ 15 ประจำปี 2556]] เรื่อง ธรรมราชา(Dharmarājā) &lt;br /&gt;
*[[การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า_ครั้งที่_16_ประจำปี_2557|การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า ครั้งที่ 16 ประจำปี 2557]] เรื่อง“8 ทศวรรษ ประชาธิปไตยไทย: พลวัตแห่งดุลอำนาจ”(Eight Decades of Thai Democracy: Dynamics of Power Balancing) &lt;br /&gt;
*[[การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า_ครั้งที่_17_ประจำปี_2558|การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า ครั้งที่ 17 ประจำปี 2558]] เรื่อง “หลักนิติธรรม กับ ประชาธิปไตย” (Rule of Law and Democracy) &lt;br /&gt;
*[[การประชุมวิชาการ_สถาบันพระปกเกล้า_ครั้งที่18|การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า ครั้งที่ 18 ประจำปี 2559]] เรื่อง “เติมชีวิต คืนชีวาประชาธิปไตย” (Revitalizing Thai Democracy) &lt;br /&gt;
*[[การประชุมวิชาการ_สถาบันพระปกเกล้า_ครั้งที่19_ประจำปี_2560|การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า ครั้งที่ 19&amp;amp;nbsp;ประจำปี 2560]]&amp;amp;nbsp;เรื่อง&amp;amp;nbsp;ประชาธิปไตยไทย ความท้าทายใหม่ อุดมคติ สิ่งที่เป็นจริงและสิ่งที่อยากเห็น &amp;amp;nbsp; &lt;br /&gt;
*[[การประชุมวิชาการ_สถาบันพระปกเกล้า_ครั้งที่20_ประจำปี_2561|การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า ครั้งที่ 20&amp;amp;nbsp;ประจำปี 2561&amp;amp;nbsp;]]เรื่อง&amp;amp;nbsp;ประชาธิปไตยไทย&amp;amp;nbsp;: ก้าวย่างเพื่อการพัฒนา &lt;br /&gt;
*[[การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า_ครั้งที่_21_ประจำปี_2562|การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า ครั้งที่ 21 ประจำปี 2562]] เรื่อง ลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำ สร้างคุณภาพประชาธิปไตย (Bridging the Inequality Gap and Nurturing Quality of Democracy) &lt;br /&gt;
*[[การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า_ครั้งที่_22_ประจำปี_2562|การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า ครั้งที่ 22 ประจำปี 2562]]&amp;amp;nbsp;เรื่อง จินตภาพใหม่การกระจายอำนาจเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ&amp;amp;nbsp;: บทเรียนจากโควิด-19 (Reimagining Decentralization to Reduce Inequality&amp;amp;nbsp;: Lessons Learned from the COVID-19 Crisis) &lt;br /&gt;
*[[การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า_ครั้งที่_23_ประจำปี_2564|การประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า ครั้งที่ 23 ประจำปี 2564&amp;amp;nbsp;]]เรื่อง&amp;amp;nbsp;“ประชาธิปไตยในภูมิทัศน์ใหม่” (Democracy in a New Landscape)&#039;&#039;&#039; &lt;br /&gt;
*[[งานประชุมวิชาการ_สถาบันพระปกเกล้า_ครั้งที่ 24 ประจำปี_2565]] เรื่อง&amp;amp;nbsp;“ความท้าทายของความมั่นคงใหม่กับประชาธิปไตย&amp;quot;&amp;amp;nbsp; &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
{| cellpadding=&amp;quot;2&amp;quot; cellspacing=&amp;quot;5&amp;quot; style=&amp;quot;vertical-align:top;background-color:#ffffff;color:#000;width:100%&amp;quot;&lt;br /&gt;
|-&lt;br /&gt;
! style=&amp;quot;background-color:#fffff; font-size: 100%; border: 1px solid #afa3bf; text-align: left; padding-left: 7px; -moz-border-radius:7px&amp;quot; | [[หน้าหลัก|หน้าหลัก]]&lt;br /&gt;
|}&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[Category:วิทยานิพนธ์ / งานวิจัย / หนังสือต่าง ๆ]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Apirom</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%95%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87&amp;diff=15197</id>
		<title>อาสาสมัครเพื่อสังเกตการเลือกตั้ง</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%95%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87&amp;diff=15197"/>
		<updated>2022-11-15T10:02:32Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;Apirom: สร้างหน้าด้วย &amp;quot; &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;ผู้เรียบเรียง&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;amp;nbsp;ศุทธิกานต์ มีจั่น  &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;ผู้ทรงคุณวุฒิปร...&amp;quot;&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;ผู้เรียบเรียง&#039;&#039;&#039;&amp;amp;nbsp;ศุทธิกานต์ มีจั่น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;ผู้ทรงคุณวุฒิประจำบทความ&#039;&#039;&#039;&amp;amp;nbsp;รองศาสตราจารย์ ดร.นิยม รัฐอมฤต&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;อาสาสมัครเพื่อสังเกตการเลือกตั้ง&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp;อาสาสมัครเพื่อสังเกตการเลือกตั้ง เป็นการมีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการเลือกตั้ง เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความสุจริตและเที่ยงธรรม และเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งมีการจัดตั้งหรือรวมกลุ่มใน 2 ลักษณะ ได้แก่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp;ลักษณะที่ 1 การรวมกันเป็นองค์การเอกชนที่ดำเนินงานร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งองค์การเอกชนในที่นี้ หมายความถึง ชมรม หรือกลุ่มบุคคล สมาคม มูลนิธิ หรือองค์การอย่างหนึ่งอย่างใด ทั้งที่เป็นนิติบุคคลและไม่เป็นนิติบุคคล ซึ่งก่อตั้งโดยเอกชนเพื่อดำเนินกิจการอันมีลักษณะต่อเนื่องร่วมกันโดยมิใช่เป็นการแสวงหากำไร รายได้ หรือผลประโยชน์มาแบ่งปันกัน มีความเป็นกลางทางการเมืองและไม่เป็นสมาชิกพรรคการเมือง โดยองค์การเอกชนที่มีความประสงค์จะช่วยเหลือการปฏิบัติงานของคณะกรรมการการเลือกตั้งในการให้การศึกษาแก่ประชาชนเกี่ยวกับการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือการส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน หรือการช่วยเหลือในการตรวจสอบการเลือกตั้ง ต้องมีความเป็นกลางทางการเมือง และต้องดำเนินกิจการอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อสาธารณประโยชน์มาเป็นเวลาต่อเนื่องกันไม่น้อยกว่าหนึ่งปี&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp;อย่างไรก็ดี การยื่นคำขอรับรององค์การเอกชน จะต้องยื่นคำขอต่อผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัด ณ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด ที่สำนักงานใหญ่ขององค์การเอกชนนั้นตั้งอยู่และยื่นคำขอตามระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการรับรององคก์ารเอกชน โดยให้คณะกรรมการการเลือกตั้งรับรองเมื่อมีประกาศให้มีการเลือกตั้ง ซึ่งองค์การเอกชนที่ได้รับการรับรองจากคณะกรรมการการเลือกตั้งแล้ว มีสิทธิเสนอขอรับงบประมาณสนับสุนนกิจกรรมตรวจสอบการเลือกตั้งจากคณะกรรมการการเลือกตั้งตามระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง โดยการช่วยเหลือตรวจสอบการเลือกตั้ง แบ่งออกเป็น 3 ลักษณะ ได้แก่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp;(1) การรับแจ้งเหตุ เป็นการรับแจ้งเหตุการณ์จากผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ผู้สมัคร พรรคการเมือง อาสาสมัคร หรือบุคคลใด ในเรื่องเจ้าหน้าที่ของรัฐ ผู้สมัคร พรรคการเมือง อาสาสมัครหรือบุคคลใด กระทำการอันอาจเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่เป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น หรือกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp;(2) การสำรวจค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้ง เป็นการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายของผู้สมัครแต่ละคนที่ใช้จ่ายในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร การเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น แล้วแต่กรณี และค่าใช้จ่ายของพรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัครแต่ละพรรคที่ใช้จ่ายในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp;(3) การสอดส่องและสังเกตการณ์เพื่อป้องกันการทุจริต เป็นการสอดส่องเพื่อป้องกันการทุจริตในการเลือกตั้ง การสังเกตการณ์การหาเสียง ของผู้สมัครพรรคการเมือง หรือบุคคลใด ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร การเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น แล้วแต่กรณี การสอดส่องเพื่อป้องกันการทุจริตการลงคะแนน การนับคะแนน และการประกาศผลการนับคะแนน ในการเลือกตั้งสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎร การเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น แล้วแต่กรณี&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp;ทั้งนี้ ในการดำเนินการจะมีการแต่งตั้งอาสาสมัคร (อสส.) ประจำหน่วยเลือกตั้งแต่ละหน่วยปฏิบัติหน้าที่ก่อนวันเลือกตั้ง โดยหาข่าว ข้อมูล เบาะแส การกระทำความผิดที่เป็นการฝ่าฝืนกฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่น และรายงานให้คณะกรรมการการเลือกตั้งทราบ เพื่อพิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ในวันเลือกตั้ง ทั้งนี้ คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) จะอำนวยความสะดวก โดยจัดที่นั่งให้อาสาสมัคร (อสส.) นั่งสังเกตการณ์การการลงคะแนนเลือกตั้ง การนับคะแนนเลือกตั้ง และประกาศผลการนับคะแนนเลือกตั้งนั้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp;ลักษณะที่ 2 การจัดตั้งโดยพรรคการเมืองหรือองค์กรเอกชนอื่นๆ โดยทั่วไปเกิดขึ้นในช่วงของการเลือกตั้ง โดยพรรคการเมืองและองค์กรเอกชนนั้นๆ เป็นผู้ดำเนินการฝึกอบรม ติดตามและรับผิดชอบค่าใช้จ่ายของอาสาสมัครด้วยตนเอง รูปแบบที่เกิดขึ้นมักเป็นการจัดตั้งอาสาสมัครเท่ากับจำนวนหน่วยเลือกตั้งที่คณะกรรมการการเลือกตั้งได้กำหนดในการเลือกตั้งนั้นๆ เพื่อติดตามตรวจสอบการเลือกตั้งไม่ให้มีการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง ตั้งแต่การลงคะแนน ไปจนถึงในช่วงนับคะแนน ในอดีตองค์กรที่มีบทบาทอย่างมากในการตรวจสอบการเลือกตั้ง ได้แก่ เครือข่ายประชาชนเพื่อการเลือกตั้ง และมูลนิธิองค์กรกลางเพื่อประชาธิปไตย เป็นต้น ซึ่งในปัจจุบันอาสาสมัครเพื่อสังเกตการเลือกตั้งยังขยายขอบข่ายการดำเนินการไปยังองค์กรเอกชนนานาชาติ อาทิ เครือข่ายเอเชียเพื่อการเลือกตั้งเสรี (ANFREL) เป็นต้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;บรรณานุกรม&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
“เปิดศูนย์องค์กรเอกชนสนับสนุนการเลือกตั้ง กทม. ที่บ้านมนังคศิลา 13 ก.ค. นี้”.สืบค้นจาก https://www. &amp;amp;nbsp; ryt9.com/s/prg/270888(21 กรกฎาคม 2563).&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
“ปชป.ตั้งอาสาสมัครจับตาทุกหน่วยเลือกตั้ง”.สืบค้นจาก https://www.posttoday.com/politic/news/ &amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; 206806(21 กรกฎาคม 2563).&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
“ภารกิจสังเกตการณ์การเลือกตั้งนานาชาติสำหรับการเลือกตัง้ทั่วไปของราชอาณาจักรประเทศไทยในปี &amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; 2562”. สืบค้นจาก [https://anfrel.org/wp-content/uploads/2019/03/ANFREL-Thailand- https://anfrel.org/wp-content/uploads/2019/03/ANFREL-Thailand-]&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; Interim-Report-Thai-2.0.pdf(21 กรกฎาคม 2563).&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง. “การมีส่วนร่วม”. สืบค้นจาก [https://www.ect.go.th/ect_th/Ewt_ https://www.ect.go.th/ect_th/Ewt_] &amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; w3c/ewt_news.php?nid=767&amp;amp;filename=(21 กรกฎาคม 2563).&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง.2562.&#039;&#039;&#039;ความรู้เกี่ยวกับการมีส่วนร่วมในการเลือกตั้งท้องถิ่น. &#039;&#039;&#039;สืบค้นจาก &amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; https://www.dlt.go.th/th/download.php?ref=M2E0LJyirTkjoz13q29ZMT1sM2I0oTycrTM &amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; jpJ1Sq2IZoT1vM2S0qTysrPMjAz0kqmWZAz1kM0I0MTycrS8oSo3Q (21 กรกฎาคม 2563).&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Apirom</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%88%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94&amp;diff=15196</id>
		<title>ผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำจังหวัด</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%88%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94&amp;diff=15196"/>
		<updated>2022-11-15T09:52:54Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;Apirom: สร้างหน้าด้วย &amp;quot; &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;ผู้เรียบเรียง&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;amp;nbsp;ศุทธิกานต์ มีจั่น  &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;ผู้ทรงคุณวุฒิปร...&amp;quot;&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;ผู้เรียบเรียง&#039;&#039;&#039;&amp;amp;nbsp;ศุทธิกานต์ มีจั่น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;ผู้ทรงคุณวุฒิประจำบทความ&#039;&#039;&#039;&amp;amp;nbsp;รองศาสตราจารย์ ดร.นิยม รัฐอมฤต&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;ผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำจังหวัด&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; ผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำจังหวัด หมายถึง ผู้ตรวจการเลือกตั้งที่ได้รับคำสั่งแต่งตั้งเป็นผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำจังหวัดและกรุงเทพมหานคร เกิดขึ้นตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2560 ประกอบกับมติของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ในการประชุมครั้งที่ 10/2561 เมื่อวันที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2561 จึงออกระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยผู้ตรวจการเลือกตั้งไว้เพื่อบังคับใช้ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาซึ่งก็คือวันที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2561 เป็นต้นมา เพื่อทำหน้าที่ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือการเลือกสมาชิกวุฒิสภาเป็นการทั่วไปแต่ละครั้ง &amp;amp;nbsp;โดยผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำจังหวัดเข้ามาแทนที่การดำเนินงานของคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดในอดีตที่ได้ถูกยกเลิกไป เนื่องจากได้รับข้อวิจารณ์ว่ามีความเชื่อมโยงกับฝ่ายการเมืองโดยเฉพาะในพื้นที่เขตเลือกตั้ง ซึ่งอาจส่งผลต่อการปฎิบัติหน้าที่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;คุณสมบัติของผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำจังหวัด &#039;&#039;&#039;ประกอบด้วย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; (1) มีสัญชาติไทยโดยการเกิด&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; (2) มีอายุไม่ต่ำกว่า 45 ปี แต่ไม่เกิน 70 ปี นับถึงวันสมัคร&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; (3) มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในจังหวัดที่สมัครติดต่อกันไม่น้อยกว่า 90 วัน นับถึงวันสมัคร&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; (4) สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; (5) มีความเป็นกลางทางการเมือง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; (6) มีความซื่อสัตย์สุจริต ไม่มีความประพฤติเสื่อมเสีย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; (7) มีสุขภาพที่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
นอกจากนี้แล้ว ยังได้มีกำหนดลักษณะต้องห้ามของผู้ตรวจการเลือกตั้ง ดังต่อไปนี้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; (1) เป็นข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; (2) เป็นพนักงานหรือลูกจ้าง หรือกรรมการหรือที่ปรึกษาของหน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือราชการส่วนท้องถิ่น หรือเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; (3) เป็นสมาชิกพรรคการเมืองใดในเวลาห้าปีที่ผ่านมาก่อนการแต่งตั้ง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; (4) ติดยาเสพติดให้โทษ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; (5) เป็นบุคคลล้มละลายหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; (6) เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใด ๆ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; (7) เป็นภิกษุ สามเณร นักพรต หรือนักบวช&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; (8) อยู่ในระหว่างถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งไม่ว่าคดีนั้นจะถึงที่สุดแล้วหรือไม่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; (9) วิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; (10) อยู่ระหว่างถูกระงับการใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นการชั่วคราวหรือถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; (11) ต้องคำพิพากษาให้จำคุกและถูกคุมขังอยู่โดยหมายของศาล&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; (12) เคยได้รับโทษจำคุกโดยได้พ้นโทษมายังไม่ถึงสิบปีนับถึงวันสมัคร เว้นแต่ในความผิดอันได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; (13) เคยถูกสั่งให้พ้นจากราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจเพราะทุจริตต่อหน้าที่หรือถือว่ากระทำการทุจริตหรือประพฤติมิชอบในวงราชการ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; (14) เคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอันถึงที่สุดให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินเพราะร่ำรวยผิดปกติ หรือเคยต้องคำพิพากษาอันถึงที่สุดให้ลงโทษให้จำคุกเพราะกระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; (15) เคยต้องคำพิพากษาอันถึงที่สุดว่ากระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ หรือต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม หรือกระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ หรือความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ที่กระทำโดยทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญาความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน กฎหมายว่าด้วยยาเสพติดในความผิดฐานเป็นผู้ผลิต นำเข้า ส่งออก หรือผู้ค้า กฎหมายว่าด้วยการพนันในความผิดฐานเป็นเจ้ามือหรือเจ้าสำนัก กฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ หรือกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ในความผิดฐานฟอกเงิน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; (16) เคยต้องคำพิพากษาอันถึงที่สุดว่ากระทำการอันเป็นการทุจริตในการเลือกตั้ง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; (17) เป็นสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; (18) เป็นสมาชิกวุฒิสภาหรือเคยเป็นสมาชิกวุฒิสภาและสมาชิกภาพสิ้นสุดลงยังไม่เกิน 2 ปี&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; (19) เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ หรือผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; (20) อยู่ระหว่างต้องห้ามมิให้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; (21) เคยพ้นจากตำแหน่งเพราะเหตุตามมาตรา 144 หรือมาตรา 235 วรรคสามของรัฐธรรมนูญ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; (22) มีบุพการี คู่สมรส หรือบุตรเป็นหรือสมัครรับเลือกตั้งหรือรับเลือกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสมาชิกวุฒิสภา หรือสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; (23) เคยได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำจังหวัด แต่ได้ลาออกหรือคณะกรรมการการเลือกตั้งได้มีมติให้พ้นจากตำแหน่ง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;การคัดเลือก&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; ในการดำเนินการแต่งตั้งผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำจังหวัด ให้กรรมการการเลือกตั้งที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการการเลือกตั้งดำเนินการคัดเลือกผู้ตรวจการเลือกตั้งจากบัญชีรายชื่อผู้สมัครเข้ารับการคัดเลือกที่ได้ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติและไม่พบว่ามีกรณีที่ประชาชนร้องเรียน โดยให้มีจำนวนผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำจังหวัดในแต่ละจังหวัดแบ่งเป็นผู้ตรวจการการเลือกตั้งประจำจังหวัดที่มีภูมิลำเนาในจังหวัดที่จะแต่งตั้งจำนวน 2 คน และผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำจังหวัดที่มิได้มีภูมิลำเนาในจังหวัดที่จะแต่งตั้งให้ครบตามจำนวนที่กำหนดสำหรับจังหวัดนั้น เพื่อส่งเสริมให้ผู้ตรวจการเลือกตั้งสามารถทำหน้าที่สอดส่องการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ และ การกระทำที่ผิดกฎหมายระหว่างการเลือกตั้งอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นกลางทางการเมืองในเขตพื้นที่ที่มีการจัดการเลือกตั้ง&amp;amp;nbsp; ซึ่งในแต่ละจังหวัดจะมีจำนวนผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำจังหวัดละไม่น้อยกว่า 5 คนแต่ไม่เกิน 8 คน กล่าวคือ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; (1) จังหวัดที่มีเขตเลือกตั้งไม่เกิน 5 เขตเลือกตั้ง ให้มีผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำจังหวัด 5 คน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; (2) จังหวัดที่มีเขตเลือกตั้ง 6-8 เขตเลือกตั้ง ให้มีผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำจังหวัด 6 คน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; (3) จังหวัดที่มีเขตเลือกตั้ง 9-11 เขตเลือกตั้ง ให้มีผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำจังหวัด 7 คน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; (4) จังหวัดที่มีเขตเลือกตั้งตั้งแต่ 12 เขตเลือกตั้งขึ้นไป ให้มีผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำ จังหวัด 8 คน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; ทั้งนี้ รายชื่อผู้ที่จะได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ตรวจการเลือกตั้งประจําจังหวัดนั้นใช้วิธีการจับฉลาก โดยในการจับสลากเพื่อแต่งตั้งผู้ตรวจการเลือกตั้งประจําจังหวัดที่มีภูมิลําเนาในจังหวัดให้จับสลากรายชื่อผู้ตรวจการเลือกตั้งเรียงลําดับตามตัวอักษรของชื่อจังหวัดที่จะแต่งตั้งในแต่ละกลุ่มจังหวัด จังหวัดละ 2 รายชื่อจนครบทุกจังหวัด ในขณะที่การจับสลากเพื่อแต่งตั้งผู้ตรวจการเลือกตั้งประจําจังหวัดที่มิได้มีภูมิลําเนาในจังหวัดนั้น ให้นําสลากรายชื่อผู้ตรวจการเลือกตั้งที่เหลือจากการจับสลากเพื่อแต่งตั้งผู้ตรวจการเลือกตั้งประจําจังหวัดที่มีภูมิลําเนาในจังหวัดของแต่ละจังหวัดเทใส่ในภาชนะรวมของแต่ละกลุ่มจังหวัด และให้ดําเนินการจับสลากรายชื่อเรียงลําดับตามตัวอักษรของชื่อจังหวัดที่จะแต่งตั้งจากภาชนะรวมของแต่ละกลุ่มจังหวัดจนได้รายชื่อครบตามจํานวนที่กําหนดสําหรับจังหวัดนั้น กรณีจับสลากได้รายชื่อผู้ตรวจการเลือกตั้งที่มีภูมิลําเนาในจังหวัดเดียวกับจังหวัดที่ดําเนินการจับสลากอยู่ ให้นํารายชื่อนั้นไปพักไว้นอกภาชนะรวมเป็นการชั่วคราวเมื่อดําเนินการจับสลากได้รายชื่อครบตามจํานวนที่กําหนดสําหรับจังหวัดนั้นแล้ว ให้นํารายชื่อที่พักไว้ใส่กลับในภาชนะรวมเพื่อดําเนินการจับสลากในจังหวัดถัดไปจนได้รายชื่อครบทุกจังหวัด&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; เมื่อได้รายชื่อผู้ที่จะได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำจังหวัดครบทุกจังหวัดแล้ว ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งมีคำสั่งแต่งตั้งผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำจังหวัด และให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งแจ้งคำสั่งแต่งตั้งผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำจังหวัด ไปยังสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดที่ผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำจังหวัดนั้นยื่นใบสมัครไว้และสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังจังหวัดที่ต้องไปปฏิบัติหน้าที่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;หน้าที่และการปฏิบัติงาน&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; ผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำจังหวัดมีหน้าที่และอำนาจในจังหวัดที่ได้รับการแต่งตั้งในการตรวจสอบ ดังต่อไปนี้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; (1) การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ที่ดำเนินการเลือกตั้ง เจ้าหน้าที่ของรัฐ และมีอำนาจแจ้งเตือนให้ปฏิบัติให้ถูกต้องได้ ถ้าไม่มีการดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องให้รายงานให้คณะกรรมการการเลือกตั้งหรือกรรมการการเลือกตั้งทราบโดยเร็ว&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; (2) การกระทำความผิดกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้งและพรรคการเมือง หรือการกระทำใดที่จะเป็นเหตุทำให้การเลือกตั้งมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม หรือเป็นไปโดยมิชอบด้วยกฎหมาย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; (3) สถานที่เลือกตั้ง หรือสถานที่นับคะแนนเลือกตั้ง ซึ่งผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำจังหวัดอาจแต่งตั้งผู้ช่วยปฏิบัติงานที่ปฏิบัติงานภายใต้สัญญาจ้างเข้าไปช่วยเหลือการปฏิบัติงานได้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; (4) ปฏิบัติงานอื่นตามระเบียบ คำสั่ง ประกาศ และมติของคณะกรรมการการเลือกตั้งและตามที่ได้รับมอบหมาย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; ทั้งนี้ เมื่อผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำจังหวัดพบการกระทำที่เป็นความผิดกฎหมายที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งและพรรคการเมือง หรือการกระทำหรืองดเว้นการกระทำใดอันอาจเป็นเหตุให้การเลือกตั้งมิได้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมหรือเป็นไปโดยมิชอบด้วยกฎหมาย หรือกรณีเจ้าหน้าที่ที่ดำเนินการเลือกตั้งหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐไม่ดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนดไว้ หรือพบเห็นกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งหรือเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยผู้ใดกระทำผิดตามกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือกระทำการใดอันเป็นเหตุให้การเลือกตั้งมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรมหรือเป็นไปโดย&amp;lt;br/&amp;gt; มิชอบด้วยกฎหมาย ให้รายงานคณะกรรมการการเลือกตั้งหรือกรรมการการเลือกตั้งทราบทันทีเพื่อดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจต่อไป&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; อย่างไรก็ดี การปฏิบัติหน้าที่ของผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำจังหวัดนั้น ได้กำหนดให้ต้องมีการจัดทำรายงานการปฏิบัติงานประจำวันส่งให้ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดทุกสิ้นเดือนเพื่อรวบรวมรายงานให้คณะกรรมการการเลือกตั้งทราบ และใช้เป็นข้อมูลประกอบการประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำจังหวัดต่อไป นอกจากนี้ผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำจังหวัดยังสามารถประชุมร่วมกันเพื่อปรึกษา หารือ และแลกเปลี่ยนข้อมูลเป็นประจำอย่างน้อยเดือนละสองครั้งโดยให้จัดทำเป็นรายงานการประชุม และจัดส่งให้ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดภายใน 3 วัน นับแต่เสร็จสิ้นการประชุมเพื่อรายงานคณะกรรมการการเลือกตั้งทราบต่อไป โดยกำหนดให้สำนักผู้ตรวจการเป็นส่วนงานรับผิดชอบในการกำกับดูแลการรับรายงานจากผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำจังหวัด&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;ระยะเวลาการปฏิบัติหน้าที่และพ้นจากตำแหน่ง&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; ผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำจังหวัดมีระยะเวลาการปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่วันที่มีคำสั่งแต่งตั้ง ซึ่งต้องไม่ช้ากว่า 10 วันนับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งหรือการเลือกมีผลใช้บังคับแต่ต้องไม่เร็วกว่า 30 วันก่อนวันที่พระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งมีผลใช้บังคับจนถึงวันประกาศผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งมีจำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 ของเขตเลือกตั้งทั้งหมดหรือวันประกาศผลการเลือกสมาชิกวุฒิสภา แล้วแต่กรณีในจังหวัดที่มีความจำเป็นจะต้องมีผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำจังหวัดเนื่องจากการเลือกตั้งยังไม่เสร็จสิ้น คณะกรรมการการเลือกตั้งอาจมีคำสั่งให้ขยายระยะเวลาการปฏิบัติหน้าที่ตามวรรคหนึ่งได้อีกไม่เกิน 60 วัน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; นอกจากนี้ ผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำจังหวัดยังพ้นจากตำแหน่งเมื่อเสียชีวิต หรือลาออกโดยยื่นหนังสือลาออกต่อประธานกรรมการการเลือกตั้งหรือกรรมการการเลือกตั้งที่ได้รับมอบหมาย รวมทั้งหากคณะกรรมการการเลือกตั้งมีมติให้พ้นจากตำแหน่งเมื่อมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ หรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำ จังหวัดผู้ใดขาดความสุจริต ขาดความเที่ยงธรรมมีความประพฤติเสื่อมเสีย&amp;lt;br/&amp;gt; ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม หรือขาดประสิทธิภาพในการปฏิบัติหน้าที่ละทิ้งหน้าที่ หรือไม่ยอมปฏิบัติหน้าที่ หรือกระทำการขัดต่อระเบียบ ประกาศ หรือคำสั่งของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งกรรมการการเลือกตั้งอาจมีคำสั่งให้ผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำจังหวัดนั้นหยุดปฏิบัติหน้าที่แล้วรายงานให้คณะกรรมการการเลือกตั้งพิจารณาต่อไป รวมไปถึงกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้งพิจารณาแล้วเห็นว่าผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำจังหวัดผู้ใดไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานให้คัดชื่อผู้นั้นออกจากบัญชีรายชื่อผู้ตรวจการเลือกตั้งได้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;การสนับสนุนและอำนวยความสะดวกในการปฏิบัติงานของผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำจังหวัด&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด เป็นผู้ให้ดุลพินิจในการสนับสนุนและอำนวยความสะดวกในการปฏิบัติงานของผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำจังหวัด ซึ่งจะต้องไม่กระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ตามภารกิจหลักของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด ทั้งนี้กฎหมายได้กำหนดให้จัดให้มีการประชุมผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำจังหวัด เพื่อชี้แจงข้อมูลที่จำเป็นต่อการปฏิบัติหน้าที่ให้แก่ผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำจังหวัดก่อนการปฏิบัติหน้าที่ รวมทั้งสรรหาและแต่งตั้งผู้ช่วยปฏิบัติงาน เพื่อสนับสนุนและอำนวยความสะดวกในการปฏิบัติงานแก่ผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำจังหวัด โดยให้ผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำจังหวัดแต่ละคนมีผู้ช่วยปฏิบัติงานได้ 1 คน โดยมีระยะเวลาการปฏิบัติงานตั้งแต่วันทำสัญญาจ้าง และพ้นจากตำแหน่งเช่นเดียวกับผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำจังหวัด&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; นอกจากนี้แล้ว ผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำจังหวัดและผู้ช่วยปฏิบัติงานยังมีสิทธิได้รับค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ค่าที่พัก ค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายหรือการสงเคราะห์อื่นใดตามระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยผู้ตรวจการเลือกตั้ง พ.ศ. 2561 รวมทั้งมีสิทธิได้รับการช่วยเหลือจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งกรณีถูกฟ้องร้องหรือถูกดำเนินคดีเนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่ ทั้งยังมีสิทธิได้รับเงินชดเชยกรณีประสบภัยเนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่ตามระเบียบว่าด้วยการนั้นด้วย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;รายการอ้างอิง&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ฉัตรชัย ศรีเมืองกาญจนา. “ผู้ตรวจการเลือกตั้งคือใคร ทําหน้าที่อะไร ?”. สืบค้นจาก &amp;amp;nbsp;https://library2.parliament.go.th/ebook/content-issue/2561/hi2561-041.pdf (20 มิถุนายน 2563).&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;“ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยผู้ตรวจการเลือกตั้ง พ.ศ. 2561”. ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 135 ตอนที่ 29 &amp;amp;nbsp;ก 26 เมษายน 2561.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
“วัดใจ กกต.ชุดใหม่ เคลียร์ปมร้อน “ผู้ตรวจการเลือกตั้ง” กางอำนาจ-หน้าที่ “มือปราบ” กลโกงเลือกตั้ง”.&amp;amp;nbsp; สืบค้นจาก [https://thaipublica.org/2018/08/political-parties-act-of-thailand-03/ https://thaipublica.org/2018/08/political-parties-act-of-thailand-03/]&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; (17 กันยายน 2563).&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Apirom</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%81%E0%B8%97%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%A0%E0%B8%B4%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B8%9A%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%93%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B8%9B%E0%B8%B5_2563&amp;diff=15195</id>
		<title>เสียบบัตรแทนกันในการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณประจำปี 2563</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%81%E0%B8%97%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%A0%E0%B8%B4%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B8%9A%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%93%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B8%9B%E0%B8%B5_2563&amp;diff=15195"/>
		<updated>2022-11-15T09:25:10Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;Apirom: สร้างหน้าด้วย &amp;quot; &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;ผู้เรียบเรียง&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;amp;nbsp;ศุทธิกานต์ มีจั่น  &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;ผู้ทรงคุณวุฒิปร...&amp;quot;&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;ผู้เรียบเรียง&#039;&#039;&#039;&amp;amp;nbsp;ศุทธิกานต์ มีจั่น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;ผู้ทรงคุณวุฒิประจำบทความ&#039;&#039;&#039;&amp;amp;nbsp;รองศาสตราจารย์ ดร.นิยม รัฐอมฤต&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;เสียบบัตรแทนกันในการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณประจำปี 2563&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; การเสียบบัตรแทนกัน เป็นการกล่าวถึง การใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์แสดงตนของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้อื่นและลงมติแทนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้นั้น ซึ่งย่อมมีผลเป็นการออกเสียงลงคะแนนที่ไม่สุจริตและมีผลต่อความชอบด้วยกฎหมายที่เป็นผลจากการลงมตินั้นๆ เนื่องจากอาจขัดต่อรัฐธรรมนูญในประเด็นการอยู่ภายใต้อาณัติมอบหมาย หรือความครอบงําใดๆ และการเข้าข่ายการขัดกันแห่งผลประโยชน์ อีกทั้งการออกเสียงลงคะแนนจะทำแทนกันไม่ได้ ดังข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2562 ข้อ 80 วรรค 3 &amp;amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; ทั้งนี้ กรณีการเสียบบัตรแทนกันได้รับความสนใจอย่างมาก นับตั้งแต่นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ออกมาเปิดเผยว่าในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 ของสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 10-11 มกราคม พ.ศ. 2563 ซึ่งเป็นการพิจารณาวาระที่ 2 และวาระที่ 3 ของร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว พบว่ามีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเสียบบัตรลงคะแนนแทนกัน ในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 10 มกราคม พ.ศ.2563 เวลาประมาณ 20.50 น.&amp;amp;nbsp; โดยวันเวลาดังกล่าวนายฉลอง เทอดวีระพงศ์&amp;amp;nbsp; สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต 2 พัทลุง พรรคภูมิใจไทย&amp;amp;nbsp; ไม่ได้อยู่ในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร แต่กลับปรากฏชื่อนายฉลองร่วมเป็นองค์ประชุม และปรากฏชื่อในการลงมติร่างพระราชบัญญัติฯ ซึ่งนายฉลอง ได้ออกมายอมรับว่าตนไม่อยู่ในที่ประชุมตามวันและเวลาดังกล่าว นอกจากนี้ยังมีการกล่าวถึงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายรัฐบาลอีกจำนวนหนึ่งที่มีพฤติการณ์ลงคะแนนแทนกันเช่นเดียวกันนี้อีกจำนวนหนึ่งด้วย&amp;amp;nbsp; โดยเหตุผลที่นำไปสู่การเสียบบัตรแทนกันนั้น มีการกล่าวอ้าง 3 ประการ กล่าวคือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เสียบบัตรค้างไว้ แต่มีผู้อื่นมากดลงคะแนนแทน รวมทั้งในกรณีมีการเบิกบัตรสำรองให้ผู้อื่นลงมติแทนโดยตนเองไม่มาประชุม รวมทั้งข้ออ้างว่าเครื่องลงคะแนน&amp;lt;br/&amp;gt; มีไม่เพียงพอ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;การร้องและคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; จากการวิพากษ์วิจารณ์ต่อประเด็นเรื่องการเสียบบัตรแทนกันที่เกิดขึ้นในวงกว้าง ส่งผลให้ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล และ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายรัฐบาล รวม 90 ราย ได้นำเรื่องเสนอต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรให้ส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 198 วรรคหนึ่งว่า ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ตราขึ้นโดยไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือไม่ โดยศาลรัฐธรรมนูญได้มีมติเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563 โดยเสียงข้างมาก 5 ต่อ 4 ว่าร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 ไม่เป็นโมฆะ จากกรณีการเสียบบัตรแทนกัน โดยในคำวินิจฉัยได้ระบุถึงพฤติการณ์ของนายฉลอง เทอดวีระพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย เพียงคนเดียวเท่านั้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; ศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่า คดีนี้ไม่มีประเด็นให้วินิจฉัยเกี่ยวกับเนื้อหาสาระของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ที่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญแต่อย่างใด อีกทั้งการลงคะแนนแทนกันมีปัญหาที่กระบวนการตราร่างพระราชบัญญัติเท่านั้นประกอบกับการพิจารณาลงมติของสภาผู้แทนราษฎรในวาระที่หนึ่งขั้นรับหลักการและการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ ก่อนเสนอสภาพิจารณาในวาระที่สอง ได้ดำเนินการโดยชอบด้วยรัฐธรรมนูญทุกประการ และถือได้ว่าเป็นขั้นตอนที่เสร็จสิ้นสมบูรณ์ก่อนการลงคะแนนแทนกันหรือเสียบบัตรแทนกันนี้จะได้เกิดขึ้น นอกจากนี้ยังมีเหตุจำเป็นเร่งด่วนที่ประเทศชาติจะต้องได้กฎหมายฉบับนี้ไปช่วยแก้ปัญหาความล่าช้าและอุปสรรคในการเบิกจ่ายงบประมาณแผ่นดินอีกด้วย ศาลรัฐธรรมนูญได้ยกพระราชราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 74 ที่บัญญัติให้ศาลรัฐธรรมนูญสามารถกำหนดคำบังคับไว้ในคำวินิจฉัยได้ ซึ่งถือเป็นอำนาจพิเศษของศาลรัฐธรรมนูญที่จะหาทางในการแก้ปัญหา&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; อย่างไรก็ดี ศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่า ให้สภาผู้แทนราษฎรดำเนินการให้ถูกต้องเฉพาะในวาระที่สองและวาระที่สาม&amp;amp;nbsp; จากนั้นเสนอร่างพระราชบัญญัติที่แก้ไขถูกต้องแล้วส่งให้วุฒิสภาให้ความเห็นชอบ เพื่อดำเนินการตามรัฐธรรมนูญต่อไป ทั้งนี้ ให้สภาผู้แทนราษฎรรายงานผลการปฏิบัติตามคำบังคับต่อศาลรัฐธรรมนูญภายใน 30 วัน นับจากวันที่คำวินิจฉัยออกมา&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;รายการอ้างอิง&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
“กรรม เสียบบัตรแทนกัน ส่อพ้นส.ส.-ลุ้นคุก10ปี”. สืบค้นจาก&amp;amp;nbsp; https://www.thansettakij.com/content/ 421059 (8 กรกฎาคม 2563).&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
“ข่าวสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ข่าวที่ 5/2563 วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2563”. สืบค้นจาก http://www.consti &amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; tutionalcourt.or.th/occ_web/download/article/article_20200207161751.pdf (8&amp;amp;nbsp;กรกฎาคม 2563).&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
“ความต่างคำวินิจฉัยศาล รธน.คดีเสียบบัตร! เปิดช่องสอบ‘ฉลอง’-วัดบรรทัดฐาน ป.ป.ช.? ”.สืบค้นจาก&amp;amp;nbsp; https://www.isranews.org/isranews-scoop/85370-isranews-85370.html (8 กรกฎาคม 2563).&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
“คำร้อง ปธ.สภาฯถึงศาล รธน.แล้ว! ขอให้วินิจฉัยปม 4 ส.ส.เสียบบัตรแทนกัน”.สืบค้นจาก https://www.isranews.org/isranews-news/84848-isranews_84848.html (8 กรกฎาคม 2563).&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
“ทุจริต VS จำเป็นต่อประเทศ: เปรียบคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญกรณีเสียบบัตรแทนกัน”.สืบค้นจาก&amp;amp;nbsp; https://themomentum.co/thailand-constitutional-court-on-proxy-voting/(8 กรกฎาคม &amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; 2563).&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
“เปิด 4 แนวทางศาลรัฐธรรมนูญชี้ชะตาเสียบบัตรแทนกัน ส่งผลร่าง พ.ร.บ.งบ อย่างไร”. สืบค้นจาก https://workpointtoday.com/mp-8/(8 กรกฎาคม 2563).&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
“เปิดรายชื่อ ส.ส. ที่ถูกกล่าวหาว่า ‘เสียบบัตรแทนกัน’”. สืบค้นจาก [https://thestandard.co/open- https://thestandard.co/open-]&amp;amp;nbsp;name-list-of-mp/(8 กรกฎาคม 2563).&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
“มติ ศาลรธน.ชี้ ร่างพ.ร.บ.งบฯปี 63 ไม่เป็นโมฆะ ปมเสียบบัตรแทน”.สืบค้นจาก https://news.thaipbs. or.th/content/288752(8 กรกฎาคม 2563).&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
“เสียบบัตรแทน สะเทือนมาตรา172”. สืบค้นจาก https://www.nationweekend.com/content/politics/6658(8 กรกฎาคม 2563).&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Apirom</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%98%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%84&amp;diff=15194</id>
		<title>ประธานยุทธศาสตร์พรรค</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%98%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%84&amp;diff=15194"/>
		<updated>2022-11-15T09:17:40Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;Apirom: สร้างหน้าด้วย &amp;quot; &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;ผู้เรียบเรียง&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;amp;nbsp;ศุทธิกานต์ มีจั่น  &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;ผู้ทรงคุณวุฒิปร...&amp;quot;&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;ผู้เรียบเรียง&#039;&#039;&#039;&amp;amp;nbsp;ศุทธิกานต์ มีจั่น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;ผู้ทรงคุณวุฒิประจำบทความ&#039;&#039;&#039;&amp;amp;nbsp;รองศาสตราจารย์ ดร.นิยม รัฐอมฤต&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;ประธานยุทธศาสตร์พรรค&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; ประธานยุทธศาสตร์พรรค เป็นสมาชิกของพรรคการเมืองที่มีบทบาทโดดเด่นและเป็นหนึ่งในแกนหลักสำคัญด้านนโยบายและยุทธศาสตร์การรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งของพรรคการเมืองนั้นๆ ทั้งยังมีบทบาท เป็นแกนหลักในการให้คำปรึกษาแก่หัวหน้าและเลขาธิการพรรค รวมถึงสมาชิกทุกคนในพรรค[[#_ftn1|[1]]]แม้ว่าตำแหน่งประธานยุทธศาสตร์พรรคไม่ได้มีระบุไว้ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 หรือข้อบังคับของพรรคการเมือง แต่ได้รับการพูดถึงอย่างมากในช่วงของการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไปในปี พ.ศ.2562 รวมทั้งบทบาทนำในการเคลื่อนไหวของพรรคหลังการจัดตั้งรัฐบาลผสมของพล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; ตัวอย่างผู้ดำรงตำแหน่งประธานยุทธศาสตร์พรรคที่สำคัญ ได้แก่ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ จากพรรคเพื่อไทย นายวราวุธ ศิลปอาชา จากพรรคชาติไทยพัฒนา นายจาตุรนต์ ฉายแสง จากพรรคไทยรักษาชาติ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ จากพรรคพลังประชารัฐ รวมถึงพรรคการเมืองขนาดเล็กอย่าง นายพันธ์ยศอัครอมรพงศ์ จากพรรคภราดรภาพ เป็นต้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; อย่างไรก็ดี ประธานยุทธศาสตร์พรรคโดยเฉพาะในพรรคการเมืองขนาดใหญ่ ยังมีบทบาทในการสร้างความเป็นเอกภาพและแก้ปัญหาความขัดแย้งระหว่างกลุ่มย่อยต่างๆ ภายในพรรคด้วย อย่างไรก็ดี นอกเหนือจากประธานยุทธศาสตร์พรรคแล้ว บทบาทของคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคยังทำหน้าที่รับฟังและแก้ปัญหาให้กับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรค ซึ่งแตกต่างจากรรมการบริหารพรรคที่ทำหน้าที่ตามกฎหมายหรือระเบียบข้อบังคับของพรรค [[#_ftn2|[2]]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&amp;lt;div&amp;gt;อ้างอิง &lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
&amp;lt;div id=&amp;quot;ftn1&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[#_ftnref1|[1]]] &amp;quot;ธรรมนัส&amp;quot;คอนเฟิร์มพลังประชารัฐเสนอ &amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; นั่งประธานยุทธศาสตร์พรรค. สืบค้นจาก https://www.posttoday.com/politic/news/597519 (20 สิงหาคม 2563).&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn2&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[#_ftnref2|[2]]] “ส.ส.หลายคนก็มี “อีโก้” เพราะถือว่ามาจากการเลือกตั้ง ขณะที่ผู้บริหารบางคนเพิ่งจะก้าวเข้าสู่การเมืองเป็นปีแรก ไม่ได้รับการยอมรับเท่าไหร่” . สืบค้นจาก https://www.thaipost.net/main/detail/43477(20 สิงหาคม 2563).&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;/div&amp;gt;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Apirom</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%AA%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90_(%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B8%88%E0%B8%99)&amp;diff=15193</id>
		<title>บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรคนจน)</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%AA%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90_(%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B8%88%E0%B8%99)&amp;diff=15193"/>
		<updated>2022-11-15T08:45:51Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;Apirom: สร้างหน้าด้วย &amp;quot; &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;ผู้เรียบเรียง&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;amp;nbsp;ศุทธิกานต์ มีจั่น  &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;ผู้ทรงคุณวุฒิปร...&amp;quot;&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;ผู้เรียบเรียง&#039;&#039;&#039;&amp;amp;nbsp;ศุทธิกานต์ มีจั่น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;ผู้ทรงคุณวุฒิประจำบทความ&#039;&#039;&#039;&amp;amp;nbsp;รองศาสตราจารย์ ดร.นิยม รัฐอมฤต&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; บัตรสวัสดิการแห่งรัฐหรือที่มักถูกเรียกว่า บัตรคนจนนั้น เริ่มประกาศใช้ตั้งแต่วันที่&amp;amp;nbsp; 1 ตุลาคม พ.ศ. 2560 เป็นต้นมา [[#_ftn1|[1]]] โดยเป็นหนึ่งในโครงการ National e-Payment ของรัฐบาลพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จุดเริ่มต้นของโครงการนี้เริ่มจากการกำหนดให้มีโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐตั้งแต่ พ.ศ.2559 เพื่อเป็นฐานข้อมูลในการออกแบบนโยบายหรือมาตรการในการยกระดับการจัดสวัสดิการต่าง ๆของหน่วยงานภาครัฐให้แก่ผู้มีรายได้น้อยที่ต้องการความช่วยเหลือจากภาครัฐ ซึ่งผู้มีสิทธิ์ลงทะเบียนเพื่อรับสวัสดิการแห่งรัฐ ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
#มีสัญชาติไทย &lt;br /&gt;
#มีอายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป โดยต้องเกิดก่อนวันที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ.2542 &lt;br /&gt;
#ว่างงานหรือมีรายได้ที่เกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2559 ทั้งสิ้นไม่เกิน 100,000 บาท &lt;br /&gt;
#ไม่มีหรือมีทรัพย์สินทางการเงิน ได้แก่ เงินฝากธนาคาร สลากออมสิน สลากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร พันธบัตร ตราสารหนี้ รวมทั้งสิ้นไม่เกิน 100,000 บาท ณ เวลาใดเวลาหนึ่ง &lt;br /&gt;
#ไม่เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ตามกฎหมายหรือถ้าเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ดังกล่าว จะต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข ดังนี้ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp;5.1) ที่อยู่อาศัยที่เป็นที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง (บ้านพร้อมที่ดิน)&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp;(1) กรณีอยู่อาศัยอย่างเดียว ต้องเป็นบ้านหรือทาวเฮ้าส์ต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 25 ตารางวา หรือเป็นห้องชุดต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 35 ตารางเมตร&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp;(2) กรณีเป็นที่อยู่อาศัย และใช้ประโยชน์จากที่ดินเพื่อการเกษตรต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 10 ไร่ หรือในกรณีที่ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการอื่นที่ไม่ใช่เพื่อการเกษตรจะต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 1 ไร่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; 5.2) ที่ดินแยกจากที่อยู่อาศัย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; อยู่ภายใต้หลักเกณฑ์เดียวกับกรณีเป็นที่อยู่อาศัย กล่าวคือ หากมีการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการอื่นที่ไม่ใช่เพื่อการเกษตรต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 1 ไร่ หรือในกรณีที่ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการเกษตรต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 10 ไร่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; ในแต่ละเดือนผู้ที่ได้สิทธิจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะได้รับเงินจากภาครัฐในการใช้จ่ายซื้อสินค้าอุปโภค บริโภค และใช้จ่ายสำหรับการเดินทางในชีวิตประจำวัน เพื่อชำระค่าสินค้าและบริการผ่านเครื่องรับชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ของหน่วยงานหรือร้านค้าที่กำหนด เมื่อชำระค่าสินค้าและบริการแล้ววงเงินในบัตรฯจะลดลงตามยอดที่ใช้จ่าย&amp;amp;nbsp; และเมื่อถึงวันที่ 1 ของทุกเดือน วงเงินจะถูกปรับเป็นค่าเริ่มต้นของวงเงินแต่ละสวัสดิการเสมอ&amp;amp;nbsp; โดยวงเงินคงเหลือของเดือนที่ผ่านมาจะไม่มีการสะสมในเดือนถัดไป และไม่สามารถถอนวงเงินสวัสดิการออกจากบัตรเป็นเงินสดได้[[#_ftn2|[2]]] โดยผู้ที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ สามารถนำบัตรไปใช้จ่ายสำหรับค่าซื้อสินค้าอุปโภค-บริโภคที่จำเป็น สินค้าเพื่อการศึกษา และวัตถุดิบเพื่อเกษตรกรรม 200-300 บาทต่อเดือน วงเงินค่าโดยสารรถเมล์และรถไฟฟ้า 500 บาทต่อเดือน วงเงินส่วนลดค่าซื้อก๊าซหุงต้ม 45 บาทต่อ 3 เดือน เป็นต้น[[#_ftn3|[3]]] รวมถึงเงินจากมาตรการช่วยเหลืออื่นๆ จากรัฐบาลที่มีมาเพิ่มเติม&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ทั้งนี้ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ ได้แก่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;(1) ร้านธงฟ้าประชารัฐ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;(2) ร้านค้าอื่นๆ ที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด จำนวน 46 สินค้า แยกเป็นสินค้าอุปโภคบริโภค 38 สินค้า ทั้งหมวดอาหารสด หมวดอาหารและเครื่องดื่ม หมวดของใช้ประจำวัน หมวดยารักษาโรค, สินค้าเพื่อการศึกษา 5 สินค้า และวัตถุดิบเพื่อเกษตรกรรม 3 สินค้า[[#_ftn4|[4]]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
(3) ร้านค้าอื่นๆ ที่กระทรวงพลังงานกำหนด&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
(4) จุดจำหน่ายบัตรรถโดยสารสาธารณะ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
(5) จุดจำหน่ายบัตรโดยสารรถไฟ (รฟท.) ทุกสถานี รวมถึงรถไฟฟ้า&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ด้านรูปแบบของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐนั้น จะถูกแบ่งออกเป็น 2 ประเภทตามเขตพื้นที่ ได้แก่&amp;lt;br/&amp;gt; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; บัตรประเภท Hybrid 2 Chips จะมีแถบแม่เหล็ก Contactless Chip ที่จะมีสัญลักษณ์แมงมุมอยู่ด้านหลังบัตร ที่ออกให้กับผู้ที่มีสิทธิที่ลงทะเบียนในเขตกรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรสาคร นครปฐม และอยุธยา ซึ่งในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรูปแบบนี้จะมีวงเงินสำหรับลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางรวม 1,500 บาทต่อเดือน แบ่งเป็นวงเงินสำหรับรถไฟฟ้า-รถโดยสายรององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เป็นจำนวนเงิน 500 บาทต่อเดือน &amp;amp;nbsp;วงเงินสำหรับรถของบริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) เป็นจำนวนเงิน 500 บาทต่อเดือน และวงเงินสำหรับรถไฟอีก เป็นจำนวนเงิน 500 บาทต่อเดือน โดยไม่จำกัดจำนวนครั้งในการใช้สิทธิ์[[#_ftn5|[5]]] ส่วนบัตรอีกประเภทหนึ่งคือ บัตร EMV เป็น Contact Chip และแถบแม่เหล็ก ผู้ที่ได้รับบัตรประเภทนี้ ได้แก่ ผู้มีสิทธิที่ลงทะเบียนในจังหวัดอื่นๆ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;ภาพ แสดงตัวอย่างบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ[[#_ftn6|&#039;&#039;&#039;[6]&#039;&#039;&#039;]]&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[File:B111.jpg]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; อย่างไรก็ดี กล่าวได้ว่าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ยังเป็นหนึ่งในนโยบายที่พรรคพลังประชารัฐใช้ในการหาเสียงในช่วงการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไปเมื่อปี พ.ศ.2562 อีกด้วย โดยในช่วงเวลานั้นรัฐบาลได้อนุมัติงบประมาณกว่า 37,900 ล้านบาท เพื่ออุดหนุนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐใน 4 มาตราการ ได้แก่ ค่าน้ำประปา การสนับสนุนค่าใช้จ่ายปลายปี การช่วยเหลือค่าเดินทางผู้สูงอายุ และการช่วยเหลือค่าเช่าบ้านผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อย ซึ่งเป็นการอุดหนุนระยะสั้นจนถึงเดือนกันยายน พ.ศ.2562 เท่านั้น[[#_ftn7|[7]]]&amp;amp;nbsp; ในเวลาต่อมาผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ยังได้รับมาตรการที่ภาครัฐออกมาช่วยเหลือประชาชน เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 (COVID-19) ในช่วง พ.ศ.2563 ด้วย[[#_ftn8|[8]]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; ทั้งนี้ การใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐเป็นสิทธิเฉพาะตัวของบุคคลที่ระบุบนหน้าบัตรเท่านั้น เว้นแต่ผู้พิการ ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยติดเตียง ที่ไม่สามารถเดินทางได้ สามารถให้ผู้ดูแลเป็นผู้ใช้สิทธิแทนได้ตามเงื่อนไข และหากมีการตรวจสอบแล้วพบว่ามีการให้ผู้อื่นนำบัตรไปใช้โดยไม่เข้าเกณฑ์ข้างต้น เจ้าของบัตรจะถูกตัดสิทธิในบัตรและผู้ที่นำบัตรผู้อื่นไปใช้ต้องชดใช้เงินคืนแก่ทางราชการ&lt;br /&gt;
&amp;lt;div&amp;gt;อ้างอิง &lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
&amp;lt;div id=&amp;quot;ftn1&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[#_ftnref1|[1]]] “คู่มือการดำเนินโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐปี 2560”. สืบค้นจาก &amp;amp;nbsp;[http://www.oic.go.th/FILEWEB/CABINF%20OCENTER18/DRAWER063/ http://www.oic.go.th/FILEWEB/CABINF OCENTER18/DRAWER063/] GENERAL/DATA0000/00000196.PDF (1 สิงหาคม 2563).&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn2&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[#_ftnref2|[2]]] “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ”. สืบค้นจาก https://krungthai.com/th/personal/cards/cash-card-top-up-card/309?fbclid=IwAR2jeeObBoTj6R D3XnYl_sYG-h2GL_e4emQd1Etb0fYV8ssNJoe8pgYOXuw (1 สิงหาคม 2563).&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn3&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[#_ftnref3|[3]]] “&#039;บัตรคนจน&#039; บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ สูญหาย-ชำรุด ต้องทำอย่างไร? ”. สืบค้นจาก https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/885459 (1 สิงหาคม 2563).&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn4&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[#_ftnref4|[4]]] “&#039;บัตรคนจน&#039; เปิดวิธีตรวจสอบ &#039;ห้าง-ร้านค้า&#039; ที่รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ”. สืบค้นจาก https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/892162&amp;amp;nbsp; (1 สิงหาคม 2563).&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn5&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[#_ftnref5|[5]]] “เริ่มแล้วใช้บัตรคนจน-บัตรแมงมุม นั่งรถไฟฟ้า 2 สาย รัฐจ่ายให้ 7 จังหวัด 1,500 บาท/คน/เดือน”. สืบค้นจาก https://www.prachachat.net/property/ news-193298 (1 สิงหาคม 2563).&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn6&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[#_ftnref6|[6]]] “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” สืบค้นจาก https://krungthai.com/th/personal/cards/cash-card-top-up-card/309?fbclid= IwAR2jeeObBo Tj6RD3XnY l_sYG-h2GL_e4emQd1Etb0fYV8ssNJoe8pgYOXuw (1 สิงหาคม 2563).&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn7&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[#_ftnref7|[7]]] “ว่าด้วยเรื่องใช้ภาษีหาเสียง”.สืบค้นจาก https://www.thebangkokinsight.com/119832/ (1 สิงหาคม 2563).&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;div id=&amp;quot;ftn8&amp;quot;&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[#_ftnref8|[8]]] “เช็ค ‘บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ’ รวมสิทธิ์ &#039;บัตรคนจน&#039; สิงหาคม 2563 ได้รับอะไรบ้าง?”. สืบค้นจาก https://www.bangkokbiznews.com/news/ detail/890813 (1 สิงหาคม 2563).&lt;br /&gt;
&amp;lt;/div&amp;gt; &amp;lt;/div&amp;gt;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Apirom</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:B111.jpg&amp;diff=15192</id>
		<title>ไฟล์:B111.jpg</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:B111.jpg&amp;diff=15192"/>
		<updated>2022-11-15T08:45:20Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;Apirom: File uploaded with MsUpload&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;File uploaded with MsUpload&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Apirom</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2_We_Watch&amp;diff=15191</id>
		<title>เครือข่าย We Watch</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2_We_Watch&amp;diff=15191"/>
		<updated>2022-11-15T08:23:59Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;Apirom: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;ผู้เรียบเรียง&#039;&#039;&#039;&amp;amp;nbsp;ศุทธิกานต์ มีจั่น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;ผู้ทรงคุณวุฒิประจำบทความ&#039;&#039;&#039;&amp;amp;nbsp;รองศาสตราจารย์ ดร.นิยม รัฐอมฤต&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[File:Wewatch.jpg]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; We Watch เป็นเครือข่ายประชาชนที่ไม่แสวงหาผลกำไร ก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2556 โดยความร่วมมือของเหล่าอาสาสมัครจากหลากหลายอาชีพ มีบทบาทในการหนุนเสริมความเข้มแข็งของระบอบประชาธิปไตยที่วางอยู่บนฐานการมีส่วนร่วมของประชาชน แนวคิดเบื้องหลังของการก่อตั้ง คือ การเคารพในสิทธิทางการเมืองของประชาชน บนพื้นฐานความเชื่อว่าประชาชนคือเจ้าของอำนาจอธิปไตย ซึ่งมีสิทธิในการกำหนดกฎกติกาทางการเมือง การเลือกผู้แทนทางการเมือง การตรวจสอบทางการเมือง และการมีส่วนร่วมในกระบวนการตัดสินใจทางการเมืองที่กระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของพวกเขา ภายใต้ค่านิยมของเครือข่ายที่ว่า “ทุกคนสามารถเปลี่ยนแปลงได้” และ “ทุกคนจับตา” โดยมีพันธกิจหลักในการเปิดพื้นที่การมีส่วนร่วมทางการเมืองและผลักดันให้เกิดการเลือกตั้งที่เป็นอิสระและยุติธรรม นอกจากนี้ยังเน้นการส่งเสริมบทบาทและขยายอาสาสมัครทางการเมืองเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันกระบวนการทางการเมืองที่เป็นประชาธิปไตย ตลอดจนเผยแพร่องค์ความรู้ ข้อมูลเกี่ยวกับการติดตามทางการเมืองและกิจกรรมของเครือข่าย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; การดำเนินกิจกรรมของเครือข่าย We Watch เป็นการดำเนินโครงการในรูปแบบเครือข่ายภาคประชาชาชนเพื่อสร้างเสริมความเข้มแข็งของประชาธิปไตยและสิทธิทางการเมืองของประชาชน ที่มุ่งไปที่การสร้างเครือข่ายเยาวชนคนรุ่นใหม่ในทุกจังหวัดทั่วประเทศไทยโดยเน้นที่นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยต่างๆในแต่ละภูมิภาค ซึ่งมีกิจกรรมหลัก ได้แก่ การสร้างความเป็นพลเมืองการสร้างเครือข่ายอาสาสมัครหนุนเสริมการเคารพสิทธิทางการเมืองของประชาชน เช่น เครือข่ายอาสาสมัครเยาวชน ประชาชนทั่วไป นักพัฒนา และนักวิชาการ ตลอดจนการให้ข้อมูลเกี่ยวกับการเลือกตั้ง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ด้านการจัดโครงสร้างขององค์กรนั้น ประกอบด้วย 2 ส่วนหลัก ได้แก่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
*ฝ่ายสนับสนุน&amp;amp;nbsp; ประกอบด้วย กองเลขานุการและที่ปรึกษา ได้แก่ นักวิชาการและนักพัฒนาเอกชน &lt;br /&gt;
*ฝ่ายปฏิบัติการ ประกอบด้วย ผู้ประสานงานในแต่ละภูมิภาค (เหนือ อีสาน กลาง ตะวันออกและใต้) ร่วมกับสมาชิกและอาสาสมัคร &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; ด้านกระบวนการตัดสินใจของเครือข่าย มีการดำเนินการใน 3 รูปแบบ ได้แก่ การประชุมคณะกรรมการ ประกอบด้วยฝ่ายสนับสนุนและผู้ประสานงานภาค การประชุมสมัชชาประจำปีจากทั้งฝ่ายสนับสนุน และฝ่ายปฏิบัติการ รวมทั้งการประชุมประจำเดือนระหว่างกองเลขานุการและผู้ประสานงานภาค&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; ทั้งนี้ บทบาทที่โดดเด่นของเครือข่าย We Watch ในช่วงของการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ.2562 ก็คือ การสังเกตการณ์การเลือกตั้งในแต่ละหน่วยเลือกตั้ง โดยได้มีการอบรมและการดำเนินงานของเครือข่ายอาสาสมัครในการสังเกตการณ์การเลือกตั้งทั้งก่อนและหลังในทุกระดับ และการจัดทำข้อเสนอในเชิงนโยบายในการพัฒนาการเลือกตั้ง รวมทั้งการจัดเก็บข้อมูลเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ทัศนคติ และการตัดสินใจในการเลือกตั้งของประชาชน และการระดมความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของประชาชนต่อระบบการเลือกตั้ง &amp;amp;nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแจ้งเหตุหรือปัญหาเกี่ยวกับการเลือกตั้ง การรายงานผลการสังเกตการณ์เกี่ยวกับการทุจริตในการเลือกตั้งและข้อสังเกตต่อการปฎิบัติงานของคณะกรรมการการเลือกตั้งทั้งในภาพรวมระดับจังหวัดและเขตเลือกตั้ง เป็นต้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;รายการอ้างอิง&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
We Watch Thailand สืบค้นจาก [https://wewatchthailand.org/ https://wewatchthailand.org/]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
“We Watch อีสาน ส่งอาสาสมัครจับตาเลือกตั้งซ่อมขอนแก่น”.สืบค้นจาก&amp;amp;nbsp; [https://isaanrecord.com/ https://isaanrecord.com/] &amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; 2019/12/20/we-watch-thai-election-2019/(17 กรกฎาคม 2563).&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
“กลุ่มนศ.เปิดตัว We Watch จับตาเลือกตั้ง จี้คสช.แทรกแซงกกต.” สืบค้นจาก&amp;amp;nbsp; [https://www.Bangkok https://www.Bangkok] biznews.com/news/detail/821334 (17 กรกฎาคม 2563).&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
“สรุปผลการประชุม คณะกรรมาธิการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชนและการมีส่วนร่วมของประชาชนสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 7 วันพุธที่ 6 พฤศจิกายน 2562”. สืบค้นจาก&amp;amp;nbsp; [https://www.parliament.go.th/ https://www.parliament.go.th/] ewtcommittee/ewt/25_politic/ewt_dl_link.php?nid=309&amp;amp;filename=index(17 กรกฎาคม 2563).&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[Category:พรรคการเมือง]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Apirom</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:Wewatch.jpg&amp;diff=15190</id>
		<title>ไฟล์:Wewatch.jpg</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:Wewatch.jpg&amp;diff=15190"/>
		<updated>2022-11-15T08:23:22Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;Apirom: File uploaded with MsUpload&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;File uploaded with MsUpload&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Apirom</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%A2%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%B5&amp;diff=15189</id>
		<title>นโยบายกัญชาเสรี</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%A2%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%B5&amp;diff=15189"/>
		<updated>2022-11-15T08:17:54Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;Apirom: สร้างหน้าด้วย &amp;quot; &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;ผู้เรียบเรียง&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;amp;nbsp;ศุทธิกานต์ มีจั่น  &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;ผู้ทรงคุณวุฒิปร...&amp;quot;&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;ผู้เรียบเรียง&#039;&#039;&#039;&amp;amp;nbsp;ศุทธิกานต์ มีจั่น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;ผู้ทรงคุณวุฒิประจำบทความ&#039;&#039;&#039;&amp;amp;nbsp;รองศาสตราจารย์ ดร.นิยม รัฐอมฤต&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
= &#039;&#039;&#039;นโยบายกัญชาเสรี&#039;&#039;&#039; =&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; นโยบายกัญชาเสรี หมายถึง การอนุญาตให้ใช้กัญชาอย่างถูกต้องตามกฎหมายเพื่อประโยชน์ทั้งในทางการแพทย์ เศรษฐกิจ และในบางประเทศยังใช้เพื่อการสันทนาการ ทั้งนี้ ในปัจจุบันมีกลุ่มประเทศที่มีกฎหมายอนุญาตให้ใช้กัญชาแบบเสรีหรือถูกกฎหมาย ได้แก่ แคนนาดา จอร์เจีย แอฟริกาใต้ และ อุรุกวัย เป็นต้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; ในกรณีของประเทศไทยนั้น การใช้หรือถือครองกัญชาเป็นสิ่งผิดกฎหมายตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 ที่กำหนดให้กัญชาและพืชกระท่อมเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 ที่ห้ามมิให้ผู้ใดเสพ หรือนำไปใช้ในการบำบัดรักษาผู้ป่วยหรือนำไปใช้ประโยชน์ในทางการแพทย์และยังกำหนดโทษทั้งผู้เสพและผู้ครอบครองด้วย ต่อมาได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมและได้ประกาศใช้พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ ฉบับที่ 7 พ.ศ. 2562&amp;amp;nbsp; มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2562 เป็นต้นมา โดยได้ให้การรับรองและคุ้มครองสิทธิของผู้ป่วยที่จะได้รับและใช้กัญชาเพื่อประโยชน์ในการรักษาและพัฒนาทางการแพทย์ ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ผู้ได้รับอนุญาต เพื่อให้ถูกต้องตามหลักวิชาการให้ทำได้โดยชอบด้วยกฎหมาย และเพื่อสร้างความมั่นคงทางด้านยาของประเทศ และป้องกันไม่ให้เกิดการผูกขาดทางด้านยา ซึ่งการแก้ไขกฎหมายดังกล่าว ส่งผลให้ประเทศไทยเป็นชาติแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่อนุญาตให้ใช้กัญชาเพื่อประโยชนทางการแพทย์และการวิจัย อย่างไรก็ดี การแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ได้รับความร่วมมือที่ดีจากทั้งพรรคร่วมรัฐบาล&amp;amp;nbsp;และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในเวลานั้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; ทั้งนี้ สาระสำคัญของกฎหมายนี้ ยังให้อำนาจแก่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พิจารณาและอนุญาตให้ใช้กัญชาเพื่อการแพทย์ได้ ขณะที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) จะสามารถทดสอบยาเสพติดและกำหนดพื้นที่เพื่อทดลองปลูกพืชเสพติดได้ รวมไปถึงการเปลี่ยนแนวทางการรับมือกับผู้กระทำความผิดฐานเสพยาเสพติด ซึ่งหากสมัครใจเข้ารับการบำบัดรักษาจนหาย ก็สามารถพ้นความผิดและไม่ต้องถูกดำเนินคดี&amp;amp;nbsp; นอกจากนี้ยังมีสถาบันอุดมศึกษาหลายแห่งรับไปศึกษาวิจัย เช่น มหาวิทยาลัยรังสิต มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีที่ร่วมมือกับบริษัทเอกชน เพื่อศึกษาวิจัยกัญชา รวมทั้งการพัฒนาและคัดสายพันธุ์ที่เหมาะกับสภาพอากาศของประเทศไทย และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร (มทร.พระนคร) เปิดอาคารโรงปลูกกัญชาทางการแพทย์ระบบปิดต้นแบบ เป็นต้น นอกจากนี้ยังได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทย แพทย์แผนไทยประยุกต์ และหมอพื้นบ้านในการพัฒนาเพื่อนำมาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp;อย่างไรก็ดี นโยบายกัญชาเสรี เป็นหนึ่งในนโยบายหลักของพรรคภูมิใจไทยในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไปในเดือนมีนาคม พ.ศ.2562 โดยเริ่มได้รับความสนใจอย่างมากจากการปราศรัยใหญ่ของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต&amp;lt;br/&amp;gt; จ.บุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2562 ซึ่งถือเป็นเวทีแรกที่พรรคภูมิใจไทยประกาศ คำขวัญหาเสียงที่ว่า “กัญชาไทยปลูกได้เสรี”และ &amp;quot;พืชแก้จน พืชเศรษฐกิจชนิดใหม่ กัญชาเสรี&amp;quot; เนื้อหาหลักของนโยบายที่พรรคภูมิใจไทยนำเสนอนั้น คือ การให้ความสำคัญแก่กัญชาในฐานะที่เป็นพืชเศรษฐกิจของประเทศ ที่สามารถสร้างมูลค่าจนสามารถ &amp;quot;พลิกชีวิตคนไทย&amp;quot; ได้เพราะประเทศไทยมีสายพันธุ์กัญชามากที่สุด ดังนั้นรัฐบาลจึงควรส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงกัญชาได้อย่างเสรี โดยเริ่มต้นจากการสนับสนุนการปลูกกัญชาเพื่อใช้ในครัวเรือนบ้านละ 6 ต้น หากเหลือจึงขาย โดยรัฐจะเป็นคนรับซื้อ และดูแลพื้นที่การปลูกโดยการซื้อขายต้องผ่านรัฐ ไม่สามารถซื้อขายได้โดยตรง ซึ่งคาดการณ์ว่าจะสร้างรายได้แก่ครัวเรือนถึงปีละกว่า 400,000 แสนบาท&amp;lt;br/&amp;gt; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; ทั้งนี้รัฐบาลจะต้องเป็นผู้อุดหนุนให้ผู้ที่มีความรู้ความสามารถมาร่วมกันคิดพัฒนาทำวิจัยกัญชาด้วย ซึ่งแนวทางนี้ประสบความสำเร็จที่มลรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ในขณะที่การนำกัญชามาใช้เพื่อสันทนาการ ต้องเป็นไปตามกฎหมายกำหนด โดยเฉพาะอย่างยิ่งกำหนดอายุของผู้ใช้ ปริมาณการซื้อ รูปแบบการใช้ พื้นที่การใช้ เป็นต้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[File:KANCHA.jpg]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; นอกจากนี้แล้ว เมื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้เข้าเป็นพรรคร่วมรัฐบาลและรับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ทำให้นโยบายกัญชาเสรีถูกคาดหมายว่าจะมีการดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมและได้รับการสนับสนุนมากขึ้น โดยเฉพาะการผลักดันให้นำกัญชามาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์และเป็นพืชเศรษฐกิจมากขึ้น เพื่อผู้ป่วยที่จำเป็นต้องใช้กัญชารักษาโรคและได้รับการรับรองจากแพทย์ สามารถขออนุญาตปลูกกัญชารักษาโรคของตนเองได้ และเพื่อให้เกษตรกรที่มีความประสงค์ปลูกจำหน่าย ร่วมกับผู้ผลิตยาและสมุนไพรสามารถขอปลูกและจำหน่ายได้เพื่อส่งเสริมด้านเศรษฐกิจ ตลอดจนเพื่อแก้ไขปัญหาเก็บรักษาทำลายยาเสพติดให้โทษที่เป็นของกลาง เนื่องจากปัจจุบันมีการตรวจยึดไว้นาน ทำให้สิ้นเปลืองงบประมาณด้านการดูแล ทั้งในการเฝ้าไม่ให้เสียหายและสถานที่เก็บรักษา จึงได้มีความพยายามในการปรับแก้ไขเนื้อหาในร่างพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษว่าเมื่อมีการพิสูจน์ละเอียดแล้ว ให้ทางการสามารถนำไปทำลายหรือนำไปใช้ประโยชน์อื่นได้ รวมทั้งการนิรโทษกรรมผู้ครอบครองกัญชา เป็นต้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;รายการอ้างอิง&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;“กัญชา : กฎหมายใช้กัญชา-กระท่อมทางการแพทย์มีผลบังคับใช้แล้ว” .สืบค้นจาก https://www.bbc.com/thai/thailand-47288335 (5 กรกฏาคม 2563).&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
“โควิดซา เดินหน้าต่อ ผลักดันกัญชาเสรีทางการแพทย์”. สืบค้นจาก https://www.bhumjaithai.com/news/31253(5 กรกฏาคม 2563).&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
“ถึงเวลาสู่กัญชาเสรี?” .สืบค้นจาก&amp;amp;nbsp; https://www.youtube.com/watch?v=1mVmY07uLXw (5 กรกฏาคม 2563).&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
“ประเทศใดบ้าง? ที่มีการปลดล็อคกัญชาแล้ว” .สืบค้นจาก https://medium.com/cannabit-addict/ - 5df6e9ced66d(5 กรกฏาคม 2563).&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
“มทร.พระนคร ปักหมุดปลูกกัญชาครั้งแรกในกทม.”. สืบค้นจาก https://www.posttoday.com/social/ &amp;amp;nbsp; general/616275?utm_source=posttoday.com&amp;amp;utm_medium=article_relate_inread&amp;amp;ut m_campaign=new%20article(5 กรกฏาคม 2563).&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
“สัญญา 6 ต้นกัญชาเสรีไม่ใช่เรื่องล้อเล่น แม้แต่ “เนวิน” ยังเคยประกาศจะออกมาขับไล่ถ้าไม่ทำตามสัญญา”. สืบค้นจาก https://mgronline.com/daily/detail/9620000121277 (5 กรกฏาคม 2563).&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
“อนุทิน” รับเรื่อง กมธ.สาธารณสุข หนุนนิรโทษกรรมผู้ใช้กัญชาทางการแพทย์”.สืบค้นจาก https://www. &amp;amp;nbsp; bhumjaithai.com/news/20726(5 กรกฏาคม 2563).&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
สมิตานัน หยงสตาร์.“กัญชา: เปิดนโยบายกัญชาของภูมิใจไทยอีกครั้ง หลังโปรดเกล้าฯ “อนุทิน ชาญวีรกูล” &amp;amp;nbsp;เป็น รมว.สาธารณสุข”.สืบค้นจาก https://www.bbc.com/thai/thailand-48973471 (5&amp;amp;nbsp; กรกฏาคม 2563).&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Apirom</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:KANCHA.jpg&amp;diff=15188</id>
		<title>ไฟล์:KANCHA.jpg</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:KANCHA.jpg&amp;diff=15188"/>
		<updated>2022-11-15T08:17:35Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;Apirom: File uploaded with MsUpload&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;File uploaded with MsUpload&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Apirom</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%AA.%E0%B8%AA._%E0%B8%87%E0%B8%B9%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%B2&amp;diff=15187</id>
		<title>ส.ส. งูเห่า</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%AA.%E0%B8%AA._%E0%B8%87%E0%B8%B9%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%B2&amp;diff=15187"/>
		<updated>2022-11-15T08:09:08Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;Apirom: สร้างหน้าด้วย &amp;quot; &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;ผู้เรียบเรียง&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;&amp;amp;nbsp;ศุทธิกานต์ มีจั่น  &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;ผู้ทรงคุณวุฒิปร...&amp;quot;&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;ผู้เรียบเรียง&#039;&#039;&#039;&amp;amp;nbsp;ศุทธิกานต์ มีจั่น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;ผู้ทรงคุณวุฒิประจำบทความ&#039;&#039;&#039;&amp;amp;nbsp;รองศาสตราจารย์ ดร.นิยม รัฐอมฤต&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;ส.ส. งูเห่า&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; ส.ส.งูเห่า เป็นชื่อเรียกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ย้ายไปพรรคใหม่หรือกระทำการขัดต่อมติหรือแนวทางของพรรคที่ตนสังกัด โดยต้นกำเนิดของคำนี้มาจากคำเปรียบเปรยของ นายสมัคร สุนทรเวช อดีตหัวหน้าพรรคประชากรไทยที่เปรียบตัวเองเป็นเหมือนชาวนาตามนิทานอีสปเรื่องชาวนากับงูเห่า ที่ถูก&amp;amp;nbsp; ส.ส.กลุ่มปากน้ำ ของนายวัฒนา อัศวเหม ซึ่งมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสังกัด จำนวน 13 คน ถูกกล่าวถึงในฐานะเป็นงูเห่า เนื่องจากในเวลานั้นกลุ่มการเมืองนี้เดิมสังกัดพรรคชาติไทย ภายใต้การนำของนายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรค แต่เมื่อมีความขัดแย้งกับพรรค จึงมาเข้าสังกัดพรรคประชากรไทยที่นายสมัครเป็นหัวหน้าพรรค แต่ต่อมาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกลุ่มนี้เปลี่ยนไปสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ให้จัดตั้งรัฐบาลซึ่งทำให้นายชวน หลีกภัย หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้เป็นนายกรัฐมนตรีเป็นสมัยที่ 2 ใน พ.ศ. 2540 ซึ่งเป็นการขัดต่อมติของพรรคประชากรไทย ที่สนับสนุนพล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา&amp;lt;br/&amp;gt; เป็นนายกรัฐมนตรี&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; ในปัจจุบัน คำเรียกนี้ได้รับการหยิบยกขึ้นมาใช้หลังการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2562 เมื่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคฝ่ายค้านได้ฝ่าฝืนมติทั้งของพรรคที่ตนสังกัดและพรรคร่วมฝ่ายค้านในการลงมติที่เป็นประโยชน์ต่อฝ่ายรัฐบาล หรือไม่ลงคะแนนเสียงทำให้พรรคการเมืองฝ่ายค้านได้รับคะแนนในการลงมติน้อยลง เช่น กรณีลงมติร่างพระราชบัญญัติงบประมาณประจำปี 2563 ในวาระที่ 3 ซึ่งสมาชิกของพรรคเพื่อไทย ได้แก่ นางพรพิมล ธรรมสาร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.ปทุมธานี ลงมติสนับสนุน และนายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานครไม่ลงคะแนนเสียง รวมไปถึงกรณี ของนายนิยม วิวรรธนดิฐกุล นายภาสกร เงินเจริญกุล นายมนูญ สิวาภิรมย์รัตน์ นางมารศรี ขจรเรืองโรจน์ และนายสุภดิช อากาศฤกษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่ที่ลงคะแนนเห็นด้วยให้กับฝ่ายรัฐบาลในการผ่านร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; อย่างไรก็ดี คำเรียก ส.ส. งูเห่า มุ่งไปที่อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคอนาคตใหม่ ทั้งที่ลงมติขัดต่อแนวทางของพรรคและพรรคร่วมฝ่ายค้าน รวมทั้งได้ย้ายไปสังกัดพรรคการเมืองฝ่ายรัฐบาล ได้แก่ การย้ายไปสังกัดพรรคภูมิใจไทยของ นายวิรัช พันธุมะผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ นายฐิตินันท์ แสงนาค สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.ขอนแก่น เขต 1 นายกฤติเดช สันติวชิระกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.แพร่ เขต 2 นายกิตติชัย เรืองสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.ฉะเชิงเทรา เขต 1 นายมณฑล โพธิ์คาย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต10 นายอนาวิล รัตนสถาพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.ปทุมธานี เขต 3 &amp;amp;nbsp;นายเอกการ ซื่อทรงธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.แพร่ เขต 1 นายโชติพิพัฒน์ เตชะโสภณมณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต 23 และนายสำลี รักสุทธี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ&amp;amp;nbsp; ในขณะที่ นายจารึก ศรีอ่อน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.จันทบุรี และ น.ส.กวินนาถ ตาคีย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.ชลบุรี ย้ายไปเข้าร่วมกับพรรคพลังท้องถิ่นไท และ พ.ต.ท.ฐนภัทร กิตติวงศา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ. จันทบุรี เขต 1 ย้ายไปสังกัดพลังประชารัฐ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ทั้งนี้ การย้ายไปสังกัดพรรคร่วมรัฐบาลของอดีตสมาชิกพรรคฝ่ายค้านเหล่านี้ได้ส่งผลต่อสัดส่วนสมาชิกของพรรคฝ่ายรัฐบาลที่ได้รับเพิ่มขึ้น อันมีผลต่อการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลที่เกิดขึ้นในเวลาต่อมา โดยข้อกล่าวหาในการย้ายพรรคนั้น ถูกมุ่งไปที่ผลตอบแทนซึ่งเป็นแรงจูงใจที่ได้รับจากการย้ายพรรค โดยมูลค่าของผลตอบแทนนั้นขึ้นอยู่กับฐานของคะแนนนิยม ตลอดจนความจำเป็นของการได้มาซึ่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่พรรคต้องการ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;รายการอ้างอิง&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
“จารึก ศรีอ่อน” อดีตอนาคตใหม่เปิดตัวซบพรรค “ชัช เตาปูน” ร่วมรัฐบาล .(2563).สืบค้นจาก https://workpointtoday.com/pol-blue/(15 กรกฎาคม 2563).&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
“แฉลึก ที่มา 2กลุ่มการเมือง &amp;quot;งูเห่า&amp;quot; แทงหลังนายเก่า คบคิดศัตรู สู่ย้ายพรรค”.(2563).สืบค้นจาก https://www.thairath.co.th/news/politic/1525463(15 กรกฎาคม 2563).&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
“เปิด8งูเห่าฝ่ายค้าน โหวตหนุนรัฐบาลผ่านงบ มีทั้งเพื่อไทย-อนาคตใหม่-เศรษฐกิจใหม่”. (2563).สืบค้นจาก&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;https://www.khaosod.co.th/politics/news_3368327(15 กรกฎาคม 2563).&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
“มิ่งขวัญ โวยงูเห่าในพรรคเศรษฐกิจใหม่ทำเสียชื่อเสียง”.(2563).สืบค้นจาก [https://news.ch7.com/__ https://news.ch7.com/__]detail/ 380405(15 กรกฎาคม 2563).&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
รังสรรค์ ธนะพรพันธุ์. จาก Thaksinomics สู่ทักษิณาธิปไตย ภาค 1-2.กรุงเทพฯ : openbooks, 2548. หน้า 43.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
“ส.ส. งูเห่า : อนาคตใหม่เปิดคลิปแฉอดีตเพื่อนร่วมพรรค พลิกขั้วการเมืองเพราะเงิน”. (2563).สืบค้นจาก https://www.bbc.com/thai/thailand-51626917 (15 กรกฎาคม 2563).&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Apirom</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B9%84%E0%B8%9B%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88_24_%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1_2562&amp;diff=15186</id>
		<title>บัตรเลือกตั้งในการเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 24 มีนาคม 2562</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B9%84%E0%B8%9B%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88_24_%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1_2562&amp;diff=15186"/>
		<updated>2022-11-15T07:49:01Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;Apirom: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;ผู้เรียบเรียง&#039;&#039;&#039;&amp;amp;nbsp;ศุทธิกานต์ มีจั่น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;ผู้ทรงคุณวุฒิประจำบทความ&#039;&#039;&#039;&amp;amp;nbsp;รองศาสตราจารย์ ดร.นิยม รัฐอมฤต&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;บัตรเลือกตั้งในการเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 24 มีนาคม 2562&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp;บัตรเลือกตั้งที่ใช้ในการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 24 มีนาคม พ.ศ.2562 นั้น ออกแบบมาเพื่อใช้ภายใต้กติกาการเลือกตั้งแบบจัดสรรปันส่วนผสมที่ออกแบบให้มีบัตรเลือกตั้งเพียง 1 ใบและทำเครื่องหมายกากบาทเพียงช่องเดียวเท่านั้น โดยผลคะแนนของการลงคะแนนเลือกตั้งผ่านบัตรเลือกตั้งนี้ จะนำไปสู่ผล 3 ประการ คือ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp;(1) การนำไปคิดคะแนนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp;(2) การนำคะแนนของผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคนจากทุกเขตเลือกตั้งของทุกพรรคการเมือง มาคำนวณหาจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อของแต่ละพรรคการเมือง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp;(3) พรรคการเมืองที่ได้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่น้อยกว่า 25 คน จะมีสิทธิเสนอชื่อบุคคลซึ่งสมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;รูปแบบของบัตรเลือกตั้ง&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp;รายละเอียดของบัตรเลือกตั้งนั้นมีรายละเอียด 2 ด้าน โดยด้านหน้า มุมขวาระบุข้อความ &amp;quot;บัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง&amp;quot;&amp;amp;nbsp;มุมซ้ายระบุคำเตือนห้ามมิให้นำบัตรเลือกตั้งออกไปจากที่เลือกตั้ง หรือจงใจทำเครื่องหมายเพื่อเป็นที่สังเกต ห้ามถ่ายภาพบัตรเลือกตั้งที่ได้ลงคะแนนเลือกตั้งแล้ว ห้ามนำบัตรเลือกตั้งที่ลงคะแนนแล้วแสดงให้ผู้อื่นเห็นว่า ลงคะแนนหรือลงคะแนนไม่เลือกผู้สมัครใด และต้องนำบัตรเลือกตั้งหย่อนลงหีบบัตรด้วยตนเอง หากผู้ใดฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุก ปรับ หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ส่วนด้านในของบัตรเลือกตั้งได้ระบุเนื้อหาสำคัญ คือ หมายเลขประจำตัวผู้สมัคร ภาพเครื่องหมายพรรคการเมือง ชื่อพรรคการเมือง และช่องทำเครื่องหมาย เรียงกันเป็นสองชุดจากบนลงล่างใน 1 ใบ และเพื่อให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งตัดสินใจทำเครื่องหมายกากบาท X ภายใน&amp;amp;nbsp;&amp;quot;ช่องทำเครื่องหมาย&amp;quot;&amp;amp;nbsp;ไม่เกินหนึ่งหมายเลข โดยมีช่องกาไม่ประสงค์ลงคะแนนเลือกผู้สมัครใด อยู่ด้านล่างขวาของบัตร&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[File:ELE1.jpg|RTENOTITLE]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; ทั้งนี้ เมื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งทําเครื่องหมายกากบาทลงในบัตรเลือกตั้งแล้ว ให้พับบัตรเลือกตั้งเพื่อมิให้ผู้อื่นทราบว่าลงคะแนนเลือกผู้สมัครผู้ใดหรือลงคะแนนไม่เลือกผู้สมัครผู้ใด แล้วให้นําบัตรเลือกตั้งนั้นใส่ลงในหีบบัตรเลือกตั้งด้วยตนเองต่อหน้ากรรมการประจําหน่วยเลือกตั้ง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;ฐานความผิดอันเกี่ยวเนื่องกับบัตรเลือกตั้ง&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp;การกระทำที่ถือเป็นความผิดอันเกี่ยวเนื่องกับบัตรเลือกตั้งตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561 ทั้งยังได้มีการกำหนดโทษไว้ ดังนี้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp;(1) ห้ามมิให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งผู้ใดใช้บัตรอื่นที่มิใช่บัตรเลือกตั้งที่ได้รับจากเจ้าพนักงานผู้ดําเนินการเลือกตั้งซึ่งมีอํานาจเพื่อออกเสียงลงคะแนน หากกระทำความผิดต้องระวางโทษจําคุก ตั้งแต่หนึ่ง 1-10 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000-200,000 บาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกําหนด 20 ปี &amp;amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp;(2) ห้ามมิให้นำบัตรเลือกตั้งออกไปจากที่เลือกตั้ง หากกระทำความผิดต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่ 1-5 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 – 100,000 บาท หรือ ทั้งจําทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้น มีกําหนด 10 ปี&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp;(3) ห้ามมิให้ผู้ใดจงใจทําเครื่องหมายเพื่อเป็นที่สังเกตโดยวิธีใดไว้ที่บัตรเลือกตั้ง หากกระทำความผิดต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่ 1-5 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000-100,000 บาท หรือ ทั้งจําทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกําหนด 10 ปี&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp;(4) ห้ามมิให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งใช้เครื่องมือหรืออุปกรณ์ใดถ่ายภาพบัตรเลือกตั้งที่ตนได้ลงคะแนเลือกตั้งแล้ว หากกระทำความผิดต้องระวางโทษจําคุกไม่เกิน 1 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp;(5) ห้ามมิให้ผู้ใดนําบัตรเลือกตั้งใส่ในหีบบัตรเลือกตั้งโดยไม่มีอํานาจโดยชอบด้วยกฎหมาย หรือกระทําการใดในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งเพื่อแสดงว่ามีผู้มาแสดงตนเพื่อออกเสียงลงคะแนนโดยผิดไปจากความจริง หรือกระทําการใดอันเป็นเหตุให้มีบัตรเลือกตั้งเพิ่มขึ้นจากความจริง หากกระทำความผิดต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่ 1-5 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 – 100,000 บาท หรือ ทั้งจําทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกําหนด 10 ปี&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp;(6) ห้ามมิให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งนําบัตรเลือกตั้งที่ออกเสียงลงคะแนนแล้วแสดงต่อผู้อื่นเพื่อให้ผู้อื่นทราบว่าตนได้ลงคะแนนเลือกหรือลงคะแนนไม่เลือกผู้สมัครผู้ใด หากกระทำความผิดต้องระวางโทษจําคุกไม่เกิน 1 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp;ในส่วนของบทลงโทษนั้น มาตรา 144 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561 ได้กำหนดไว้ว่า หากผู้ใดจงใจกระทําด้วยประการใด ๆ ให้บัตรเลือกตั้งชํารุด หรือเสียหาย หรือ ให้เป็นบัตรเสีย หรือกระทําด้วยประการใด ๆ แก่บัตรเสียเพื่อให้เป็นบัตรที่ใช้ได้ต้องระวางโทษจําคุก ไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 100,000 บาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกําหนด 10 ปี ถ้าผู้กระทําความผิดตามวรรคหนึ่งเป็นเจ้าพนักงานผู้ดําเนินการเลือกตั้ง ต้องระวางโทษจําคุก ตั้งแต่ 1-10 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000-200,000 บาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของ ผู้นั้นมีกําหนด 20 ปี&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp;นอกจากนี้แล้ว มาตรา 145 ยังได้ระบุว่าหาก ผู้ใดไม่ได้เป็นเจ้าพนักงานผู้ดําเนินการเลือกตั้งซึ่งมีหน้าที่และอํานาจในการเก็บรักษาบัตรเลือกตั้ง มีหรือครอบครองไว้ซึ่งบัตรเลือกตั้งโดยไม่ชอบ ไม่ว่าบัตรเลือกตั้งนั้นจะเป็นบัตรเลือกตั้งที่สํานักงานเป็นผู้จัดให้มีขึ้นหรือไม่ ต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่ 1-5 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000-100,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกําหนด 10 ปี ในกรณีที่ผู้กระทําความผิดตามวรรคหนึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ต้องระวางโทษเพิ่มขึ้นอีกกึ่งหนึ่งและให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้นั้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;บัตรเสีย&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp;ตามมาตรา 118 &amp;amp;nbsp;แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561 ได้กำหนดลักษณะของบัตรเสียได้ดังนี้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp;(1) บัตรปลอม&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp;(2) บัตรที่มีการทําเครื่องหมายเพื่อเป็นที่สังเกตหรือเขียนข้อความใด ๆ ลงในบัตรเลือกตั้ง นอกจากเครื่องหมายในการลงคะแนน เว้นแต่เป็นการกระทําโดยชอบด้วยกฎหมายของเจ้าพนักงาน ผู้ดําเนินการเลือกตั้ง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp;(3) บัตรที่มิได้ทําเครื่องหมายลงคะแนน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp;(4) บัตรที่ทําเครื่องหมายลงคะแนนให้แก่ผู้สมัครเกินจํานวน 1 คน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp;(5) บัตรที่ไม่อาจทราบได้ว่าลงคะแนนให้แก่ผู้สมัครใด เว้นแต่เป็นการลงคะแนน “ไม่เลือกผู้สมัครผู้ใด”&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp;(6) บัตรที่ได้ทําเครื่องหมายลงคะแนนให้แก่ผู้สมัคร แล้วทําเครื่องหมายในช่องทําเครื่องหมาย “ไม่เลือกผู้สมัครผู้ใด”&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp;(7) บัตรที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้กําหนดให้เป็นบัตรเสีย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp;(8) บัตรที่มีลักษณะตามที่คณะกรรมการกําหนดว่าเป็นบัตรเสีย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;ข้อวิจารณ์ต่อบัตรเลือกตั้ง&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp;ข้อวิจารณ์ต่อการใช้บัตรเลือกตั้งนี้ มุ่งไปที่ความสำคัญของรายละเอียดในบัตร ที่อาจสร้างความสับสนและให้ข้อมูลที่ไม่เพียงพอแก่ประชาชนในการตัดสินใจลงคะแนนเลือก เนื่องจากการออกแบบให้มีบัตรเลือกตั้งเพียง 1 ใบ ที่ส่งผลให้การกากบาทครั้งเดียว หมายความถึงการลงคะแนนเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต แบบบัญชีรายชื่อและการเลือกนายกรัฐมนตรี ทำให้การลงคะแนนเลือกเพียงหนึ่งหมายเลขมีความสำคัญมาก นอกจากนี้แล้วยังได้มีการตั้งข้อสังเกตว่าพรรคการเมืองขนาดใหญ่ที่มีฐานเสียงจำนวนมากมีแนวโน้มที่จะเสียเปรียบ ในขณะที่พรรคขนาดกลาง ขนาดเล็ก และพรรคการเมืองใหม่มีแนวโน้มจะได้เปรียบจากการใช้บัตรเลือกตั้งลักษณะนี้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;รายการอ้างอิง&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
“นักรัฐศาสตร์ ชี้ บัตรไม่มีโลโก้ พรรคใหญ่ เสียเปรียบ”. สืบค้นจากhttps://www.pptvhd36.com/new &amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; sutm_source=web_pptv&amp;amp;utm_medium=relatelink_1&amp;amp;utm_campaign=100010 (20 มิถุนายน 2563).&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
“พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561” ราชกิจจา&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; นุเบกษา เล่ม 135 ตอนที่ 68 ก ลงวันที่ 12 กันยายน 2561&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
“รีวิว! บัตรเลือกตั้งเตรียมพร้อมก่อนถึงวันจริง”. สืบค้นจาก [https://www.pptvhd36.com/news/100010 https://www.pptvhd36.com/news/100010] &amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; (20 มิถุนายน 2563).&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
“เลือกตั้ง 2562: กกต.เผยตัวอย่างบัตรเลือกตั้ง ย้ำ 24 มี.ค.เข้าคูหามีบัตรใบเดียว-กาเบอร์เดียว”. สืบค้นจาก &amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; [https://www.sanook.com/news/7662062/ https://www.sanook.com/news/7662062/] (20 มิถุนายน 2563).&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[Category:การจัดการเลือกตั้ง]][[Category:การเลือกตั้งในประเทศไทย]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Apirom</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%A1%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2&amp;diff=15185</id>
		<title>พรรคเสรีรวมไทย</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%A1%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2&amp;diff=15185"/>
		<updated>2022-11-15T07:46:44Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;Apirom: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;ผู้เรียบเรียง&#039;&#039;&#039;&amp;amp;nbsp;ศุทธิกานต์ มีจั่น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;ผู้ทรงคุณวุฒิประจำบทความ&#039;&#039;&#039;&amp;amp;nbsp;รองศาสตราจารย์ ดร.นิยม รัฐอมฤต&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
&amp;lt;p style=&amp;quot;text-align: center;&amp;quot;&amp;gt;&#039;&#039;&#039;พรรคเสรีรวมไทย&#039;&#039;&#039;&amp;lt;/p&amp;gt; &lt;br /&gt;
[[File:S 112746501.jpg|left|baseline|S 112746501.jpg]]พรรคเสรีรวมไทย (สร.) มีชื่อภาษาอังกฤษว่า Thai Liberal Party (TLP) โดยใช้เครื่องหมายพรรคมีความหมายถึง คนกอดคอกันเพื่อรวมพลังสร้างชาติไทยอันเป็นที่รักยิ่งของเรา พรรคเสรีรวมไทยเป็นพรรคการเมืองที่จดทะเบียนจัดตั้งตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2550 เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2556 &amp;amp;nbsp;มีนายไพบูลย์ พึ่งทองหล่อ เป็นหัวหน้าพรรคคนแรก และนายสุวิทย์ กิตติธรานนท์&amp;amp;nbsp;เป็นเลขาธิการพรรคคนแรก ทั้งนี้ นายไพบูลย์ พึ่งทองหล่อ เคยทำหน้าที่เป็นหัวหน้าทีมนโยบายให้แก่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ เตมียาเวส เมื่อครั้งลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหาคร ในฐานะผู้สมัครอิสระ เมื่อปี พ.ศ.2556&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ต่อมาในวันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2556 คณะกรรมการบริหารพรรคชุดแรกได้ขอลาออกจากตำแหน่งโดยการประชุมใหญ่ของพรรคครั้งแรกเพื่อเลือกคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ในวันพุธที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2561 ได้เชิญและมีมติเลือก พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เตมียเวส อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่ได้รับฉายา “วีรบุรุษนาแก” จากบทบาทในการปราบปรามคอมมิวนิสต์ในพื้นที่ จ.นครพนม ให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรค และนายวัชรา ณ วังขนาย รองประธานกรรมการกลุ่มวังขนายซึ่งเป็นผู้ประกอบธุรกิจน้ำตาลรายใหญ่ของไทยเป็นเลขาธิการพรรคคนใหม่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;การเลือกตั้งทั่วไป พ.ศ.&amp;amp;nbsp;&#039;&#039;&#039;&#039;&#039;&#039;2562&#039;&#039;&#039;&#039;&#039;&amp;lt;b&amp;gt;และนโยบายหาเสียง&amp;lt;/b&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ความนิยมของพรรคเสรีรวมไทยนั้นมีพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ หัวหน้าพรรค เป็นจุดขายที่สำคัญ ด้วยประสบการณ์การทำงานและประวัติการทำงานที่มีชื่อเสียงง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการเลือกตั้งครั้งนี้ ได้แสดงจุดยืนอย่างชัดเจนในการประกาศร่วมงานกับทุกพรรคที่เป็นประชาธิปไตย ทั้งยังมีบทบาทวิพากษ์วิจารณ์ทหารที่เข้ามามีบทบาทในการรัฐประหาร รวมทั้งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อย่างรุนแรง นับตั้งแต่หลังการรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2557 เป็นต้นมา ซึ่งบทบาทในการวิพากษ์วิจารณ์การรัฐประหารของพล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ เป็นเหตุให้ฝ่ายกฎหมายของ คสช. เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปราม ในข้อหากระทำการที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของรัฐ ซึ่งเป็นผลให้พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ได้รับความสนใจดังปรากฏภาพและการกล่าวถึงทั้งในสื่อกระแสหลักและสื่อสังคมออนไลน์&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; ด้านการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งนั้น พรรคเสรีรวมไทยถือเป็นพรรคการเมืองใหม่ที่มีขนาดใหญ่โดยได้ส่งผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แผนราษฎรแบบแบ่งเขต จำนวน 350 เขต และแบบบัญชีรายชื่อ จำนวน 100 คน พรรคเสรีรวมไทยได้เสนอชื่อ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ เป็นนายกรัฐมนตรี โดยการหาเสียงของพรรคเสรีรวมไทย มีนโยบาย 6 หยุด ที่จะเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน ประกอบด้วย&amp;amp;nbsp; (1) หยุดความยากจน ลดความเหลื่อมล้ำของคนในชาติ (2) หยุดคอร์รัปชัน เพื่อนำงบประมาณมาพัฒนาประเทศ (3) หยุดปัญหายาเสพติด ขจัดผู้มีอิทธิพลให้สิ้นซาก (4) หยุดเผด็จการ ปฏิรูปทหาร (5) หยุดไฟใต้ และ (6) หยุดสงครามสีเสื้อเพื่อสร้างความปรองดองก้าวสู่อนาคต นอกจากนี้ ยังมีนโยบายเพิ่มเติมเพื่อให้ประชาชนได้รับโอกาส คือ เรียนฟรีจนจบปริญญาตรี บัตรประชาชนใบเดียวเข้ารับการรักษาโรงพยาบาลของรัฐฟรี ปรับปรุงพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม สร้างโอกาสกระจายรายได้จากการท่องเที่ยวสู่ประชาชนมากที่สุด ข้าราชการเกษียณอายุ 65 ปี และบำนาญประชาชนที่ไม่มีรายได้ หลังอายุ 65 ปี คนละ 3,000 บาท เป็นต้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; นอกจากนี้ ในพื้นที่สื่อสังคมออนไลน์ พรรคเสรีรวมไทยยังได้สร้างภาพโฆษณาในเวปไซต์เพื่อใช้หาเสียงในกลุ่มคนรุ่นใหม่ ที่ให้ความนิยมต่อนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ดังที่เป็นกระแสความนิยมในทวิตเตอร์ #ฟ้ารักพ่อ&amp;amp;nbsp; โดยพรรคเสรีรวมไทยได้นำเสนอข้อความว่า &#039;&#039;&amp;quot;ถึงฟ้าจะรักพ่อ แต่ป๊าขอโอกาสบ้าง โปรดเก็บป๊าไว้สักห้องของหัวใจ อยู่แห่งไหนในประเทศไทย ขอให้เลือกพรรคเสรีรวมไทย&amp;quot;&#039;&#039; ซึ่งคำว่า “ป๊า” หมายถึง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ ที่มีความอาวุโสและให้ความรู้สึกใกล้ชิดเสมือนเป็นพ่อนั่นเอง อย่างไรก็ดี ภาพโฆษณานี้ ไม่ปรากฏบนหน้าเพจที่เป็นทางการของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ แต่อย่างใด&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[File:1668498126313.jpg|RTENOTITLE]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ภาพจาก [https://mgronline.com/onlinesection/detail/9620000015146 https://mgronline.com/onlinesection/detail/9620000015146]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; ผลการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มีนาคม พ.ศ.2562 ปรากฏว่าพรรคเสรีรวมไทยได้รับคะแนนเสียงรวมทั้งสิ้น 826,754 เสียง (2.33%) เป็นพรรคการเมืองที่ได้รับคะแนนสูงสุดเป็นลำดับที่ 6&amp;amp;nbsp; โดยมีสมาชิกสภาผู้แทนแบบบัญชีรายชื่อทั้งหมด 10 คน ได้แก่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส นายวัชรา ณ วังขนาย นายวิรัตน์ วรศสิริน นายเรวัต วิศรุตเวช นายแพทย์ ประสงค์ บูรณ์พงศ์ นางสาวนภาพร เพ็ชร์จินดา นายเพชร เอกกำลังกุล นางสาวธนพร โสมทองแดง นายอำไพ กองมณี และพล.ต.วิศณุ ม่วงแพรสี โดยไม่มีผู้สมัครคนใดของพรรคได้รับการเลือกตั้งแบบแบ่งเขต&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;ความเคลื่อนไหวของพรรคเสรีรวมไทยหลังการเลือกตั้ง&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; พรรคเสรีรวมไทยเป็น 1 ใน 6 พรรคการเมืองที่ประกาศจัดตั้งรัฐบาลพร้อมลงสัตยาบันร่วมกันเมื่อวันที่ 27 มีนาคม พ.ศ.2562 ในการหยุดยั้งการสืบทอดอำนาจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; ต่อมาในการประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อลงมติเห็นชอบบุคคลผู้ที่จะมาเป็นนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน พ.ศ.2562 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อของพรรคเสรีรวมไทยทั้ง 10 คน ได้ลงคะแนนเลือก นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ได้รับการเสนอชื่อจากพรรคอนาคตใหม่เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นไปตามมติของพรรคฝ่ายประชาธิปไตยหรือพรรคร่วมฝ่ายค้านในเวลาต่อมา&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; ด้านความเคลื่อนไหวภายในพรรคนั้น ปรากฏเป็นข่าวเมื่อนายสุบรรณ มหาชนนท์ อดีตผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนแบบบัญชีรายชื่อของพรรคเสรีรวมไทย ถูกจับกุมเนื่องจากขนยาเสพติดแตรียมส่งออกไปต่างประเทศ เมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ.2562&amp;amp;nbsp; โดย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ในฐานะหัวหน้าพรรคได้ชี้แจงว่า กรณีดังกล่าวเป็นเรื่องเฉพาะตัว ซึ่งการตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัครในเบื้องต้น ไม่ได้สอบถึงประวัติอาชญากรรมที่เคยทำผิดกฎหมาย หลังจากนั้น ได้ปรากฏเป็นข่าวอีกครั้งเมื่อ นายธีรวิทย์ จารุวัฒน์ อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ได้ลาออกจากกรรมการบริหารพรรคเสรีรวมไทย ตามหนังสือลาออก ลงวันที่ 24 ตุลาคม พ.ศ.2562&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;บทบาทในสภาผู้แทนราษฎร&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; กล่าวได้ว่า บทบาทของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย มีความโดดเด่นและได้รับการจับตามองจากสื่อมวลชนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการอภิปรายและติดตามตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล นับตั้งแต่ กรณีกล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีก่อนเข้ารับตำแหน่ง เมื่อวันที่ 16 กรกฏาคม พ.ศ.2562 ซึ่งปรากฏถ้อยคำที่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวไม่ครบถ้วนตามที่กำหนดไว้ใน มาตรา 161 ของรัฐธรรมนูญ โดย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ในฐานะประธานกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ได้แถลงถึงมติที่ประชุมคณะกรรมการธิการให้เรียก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี มาชี้แจ้งเพื่อให้ข้อมูลต่อคณะกรรมาธิการ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; กรณีดังกล่าวยังได้ถูกหยิบยกไปในการพิจารณาถึงความชอบธรรมในการทำหน้าที่ของคณะรัฐมนตรีในการเสนอร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 เพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณา เนื่องจากยังไม่มีการวินิจฉัยว่ารัฐมนตรีถวายสัตย์ครบถ้วนถูกต้องตามรัฐธรรมนูญมาตรา 161 แล้วหรือไม่ โดยพรรคร่วมฝ่ายค้านยังได้นำประเด็นนี้มาใช้ในการยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปนายกรัฐมนตรีโดยไม่มีการลงมติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 หลังจากที่พล.อ.ประยุทธ์ ไม่มาตอบกระทู้ถามสดกรณีดังกล่าวต่อสภาผู้แทนราษฎรเป็นเวลา 2 สัปดาห์ติดต่อกัน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; นอกจากนี้แล้ว&amp;amp;nbsp; พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ได้แสดงบทบาทในการอภิปรายนโยบายรัฐบาล เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ.2562 ซึ่งได้นำมาสู่การเกิดวิวาทะระหว่างนายกรัฐมนตรี ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ประกาศตัดขาดความเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องโรงเรียนเตรียมทหารในที่ประชุมรัฐสภา และในการประชุมครั้งนั้นพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ได้ถูกนายพรเพชร วิชิตชลชัย รองประธานรัฐสภา ในฐานะประธานที่ประชุมขอให้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ออกจากห้องประชุม&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; ต่อมาในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563 พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ได้หยิบยกประเด็นเรื่องการถวายสัตย์มาอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง แต่ถูกประท้วงจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคพลังประชารัฐ รวมทั้งนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร&amp;lt;br/&amp;gt; ไม่อนุญาตให้อภิปรายไม่ไว้วางใจในประเด็นนี้&amp;amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ยังได้แสดงบทบาทในการขอให้ศาลวินิจฉัยว่ากระบวนการตราพระราชบัญญัติงบประมาณปี 2563 ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่จากกรณีที่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเสียบบัตรแทนกันในการลงมติเห็นชอบกับร่างพระราชบัญญัติฯ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[File:1668498252843.jpg|RTENOTITLE]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ภาพจาก [https://www.pinterest.cl/pin/327285097923710557/ https://www.pinterest.cl/pin/327285097923710557/]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; อย่างไรก็ดี ได้มีความพยายามในการเสนอให้ปลด พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ออกจากประธานคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ นำโดยนายไพบูลย์ นิติตะวันสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ นายสิระ เจนจาคะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร&amp;lt;br/&amp;gt; และ นางสาวปารีณา ไกรคุปต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี จากพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งมีความขัดแย้งในระหว่างการประชุมทั้งยังเป็นอุปสรรคในการทำงานของคณะกรรมการธิการคณะนี้มาอย่างต่อเนื่อง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; นอกจากหัวหน้าพรรคแล้ว กล่าวได้ว่าพรรคเสรีรวมไทย ยังมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคที่ได้แสดงบทบาทสำคัญอื่นๆ เช่น พล.ต.ท.วิศณุ ม่วงแพรศรี ได้อภิปรายเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2562 โดยขอให้นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎรให้สอบสวนนายสิระ เจนจาคะ กรณีการแสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจระหว่างการลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ที่อาจเข้าข่ายผิดรัฐธรรมนูญกฎหมายอาญาและประมวลจริยธรรม เพื่อเป็นบรรทัดฐานในการปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต่อไป&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; ต่อมาวันที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2562 พล.ต.ท.วิศณุ ได้ตั้งกระทู้ถามสดด้วยวาจาถาม พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ถึงกรณี ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ถูกกล่าวหาจากสื่อต่างประเทศว่าเคยต้องคดีค้ายาเสพติดและจำคุกที่ประเทศออสเตรเลีย อีกทั้งในวันที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 พล.ต.ท.วิศณุ ยังได้อภิปรายเรื่องการซื้อขายตำแหน่งข้าราชการตำรวจอีกด้วย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; นอกจากนี้แล้ว ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคนอื่นๆ ของพรรค เช่น นางสาวนภาพร เพ็ชร์จินดา ได้อภิปรายถึงปัญหาด้านบุคคลิกภาพในฐานะผู้นำประเทศและการขาดประสิทธิภาพในการบริหารราชการแผ่นดินของนายกรัฐมนตรีด้วย ทั้งยังแสดงบทบาทในการตอบโต้พรรคการเมืองฝ่ายตรงข้ามผ่านสื่อสังคมออนไลน์ในการวิจารณ์การทำงานของหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทยด้วย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; ทั้งนี้ ในการลงมติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายนั้น มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคเสรีรวมไทย จำนวน 3 คน ประกอบด้วย นายวัชระ วังขนาย นายอำไพ กองมณี และนางสาวนราพร เพ็ชรจินดา ที่ได้ลงมติไว้วางใจ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งไม่เป็นไปตามมติของพรรคร่วมฝ่ายค้าน โดยพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ชี้แจงว่ากรณีนี้เป็นไปตามมติของพรรคเสรีรวมไทยที่ให้สมาชิกพรรคไปลงคะแนนไว้วางใจให้ พล.อ.ประวิตร เพื่อให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาได้คะแนนต่ำที่สุด&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;การดำรงตำแหน่งในคณะกรรมาธิการ&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคเสรีรวมไทย ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในคณะกรรมาธิการสามัญคณะต่างๆ ได้แก่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ดำรงตำแหน่งประธานกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; นาย วัชรา&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; ณ วังขนาย ดำรงตำแหน่งรองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่ 2 ของคณะกรรมาธิการแก้ไขปัญหาหนี้สินแห่งชาติ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; นายวิรัตน์ วรศสิริน ดำรงตำแหน่งรองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่สามคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง สถาบันการเงินและตลาดการเงิน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; นายเรวัต วิศรุตเวช ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; นายแพทย์ ประสงค์ บูรณ์พงศ์ ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; นางสาวนภาพร เพ็ชร์จินดา ดำรงตำแหน่งโฆษกคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; นายเพชร เอกกำลังกุล ดำรงตำแหน่งรองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่สี่ของคณะกรรมาธิการการแรงงาน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; นางสาวธนพร โสมทองแดง ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรมาธิการการป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยธรรมชาติและสาธารณภัย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; นายอำไพ กองมณี ดำรงตำแหน่งรองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่ห้าของคณะกรรมาธิการการพาณิชย์และทรัพย์สินทางปัญญา&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; พล.ต.วิศณุ ม่วงแพรสี ดำรงตำแหน่งปรึกษาคณะกรรมาธิการการตำรวจ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; นอกจากนี้พรรคเสรีรวมไทย ยังได้เสนอชื่อ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคประชาธิปัตย์ให้เป็น 1 ใน 49 กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางและวิธีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;รายการอ้างอิง&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
“เด็กเสรีรวมไทย&#039;อัดยับ! &#039;บิ๊กตู่&#039;ขาด4ข้อคุณสมบัติผู้นำ ลั่นหมดเวลาพิสูจน์”. Retrieved from [https://www.naewna.com/politic/475692 https://www.naewna.com/politic/475692]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
“เปิดประวัติ “เสรีพิศุทธ์” วีรบุรุษนาแก สู่เก้าอี้ หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย”. Retrieved from https:// www.pptvhd36.com/news/ประเด็นร้อน/91772&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;“ที่มา ปมถวายสัตย์ฯ”. Retrieved from [https://news.thaipbs.or.th/content/284334 https://news.thaipbs.or.th/content/284334]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
“ประกาศนายทะเบียนพรรคการเมือง เรื่อง การเปลี่ยนแปลงกรรมการบริหารพรรคเสรีรวมไทย”.ราชกิจจา&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; นุเบกษา เล่ม 137 ตอนที่ 9 ง วันที่ 30 มกราคม 2563 หน้า 90-91.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
“ประกาศนายทะเบียนพรรคการเมือง เรื่อง รับจดแจงการจัดตั้งพรรคเสรีรวมไทย”.ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 130 ตอนที่ 112 ง วันที่ 17 ตุลาคม 2556 หน้า 48-77.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
“ประชุมสภาวุ่น! หลัง &#039;เสรีพิศุทธ์&#039; จัดหนัก! &#039;ประยุทธ์&#039; เรื่องรัฐประหาร”. Retrieved from [https://www https://www].&amp;amp;nbsp;bangkokbiznews.com/news/detail/841835&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
“ผลการเลือกตั้งทั่วประเทศ”. Retrieved from [https://election.pptvhd36.com/ https://election.pptvhd36.com/]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
“พล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ ชวนคนกรุงเทพ ออกมาใช้สิทธิ์เลือกผู้สมัครอิสระ”. Retrieved from [http://www http://www]. &amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; smartbomb.co.th/news/details/29318&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
“รวบอดีตผู้สมัคร “เสรีรวมไทย” ขนไอซ์เกือบ 1 ตันเตรียมส่งฟิลิปปินส์ หน.พรรคยันเป็นเรื่องเฉพาะบุคคล”. Retrieved from [https://mgronline.com/politics/detail/9620000060829 https://mgronline.com/politics/detail/9620000060829]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
“ส.ส.เสรีรวมไทยอัด &amp;quot;เทพไท&amp;quot; เสียดายเป็นผู้เเทนฯหลายสมัยไม่เข้าใจกฎหมายเเละการเมือง”. Retrieved &amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; from [https://www.nationtv.tv/main/content/378748316/ https://www.nationtv.tv/main/content/378748316/]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
“สมชัย” ขอบคุณเสรีรวมไทย เสนอให้เป็น กมธ.แก้รัฐธรรมนูญ ลั่นทำเพื่อชาติ”. Retrieved from https:// &amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; www.thairath.co.th/news/politic/1729498&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
“สะพัดแบนเนอร์ &amp;quot;เสรีพิศุทธิ์&amp;quot; ฝากแฟนด้อมธนาธร &amp;quot;ถึงฟ้าจะรักพ่อ แต่ป๊าขอโอกาสบ้าง”. Retrieved from&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; [https://mgronline.com/onlinesection/detail/9620000015146 https://mgronline.com/onlinesection/detail/9620000015146]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
“&#039;เสรีพิศุทธ์&#039; ชูนโยบาย 6 หยุด ชี้ &#039;ประยุทธ์&#039; คือจนท.รัฐ รับเงินราชการ”. Retrieved from [https://voicetv https://voicetv]. &amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; co.th/read/YQT41LzfT&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;“เสรีพิศุทธ์ ยัน 3 ส.ส.พรรคเสรีรวมไทย ไม่ใช่งูเห่า อ้าง แค่ทำตามคำท้า”. Retrieved from [https://www https://www]. &amp;amp;nbsp; thairath.co.th/news/politic/1783363&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[Category:พรรคการเมือง]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Apirom</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%A1%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2&amp;diff=15184</id>
		<title>พรรคเสรีรวมไทย</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%A1%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2&amp;diff=15184"/>
		<updated>2022-11-15T07:45:16Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;Apirom: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;ผู้เรียบเรียง&#039;&#039;&#039;&amp;amp;nbsp;ศุทธิกานต์ มีจั่น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;ผู้ทรงคุณวุฒิประจำบทความ&#039;&#039;&#039;&amp;amp;nbsp;รองศาสตราจารย์ ดร.นิยม รัฐอมฤต&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
&amp;lt;p style=&amp;quot;text-align: center;&amp;quot;&amp;gt;&#039;&#039;&#039;พรรคเสรีรวมไทย&#039;&#039;&#039;&amp;lt;/p&amp;gt; &lt;br /&gt;
[[File:S 112746501.jpg|left|baseline]]พรรคเสรีรวมไทย (สร.) มีชื่อภาษาอังกฤษว่า Thai Liberal Party (TLP) โดยใช้เครื่องหมายพรรคมีความหมายถึง คนกอดคอกันเพื่อรวมพลังสร้างชาติไทยอันเป็นที่รักยิ่งของเรา พรรคเสรีรวมไทยเป็นพรรคการเมืองที่จดทะเบียนจัดตั้งตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2550 เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2556 &amp;amp;nbsp;มีนายไพบูลย์ พึ่งทองหล่อ เป็นหัวหน้าพรรคคนแรก และนายสุวิทย์ กิตติธรานนท์&amp;amp;nbsp;เป็นเลขาธิการพรรคคนแรก ทั้งนี้ นายไพบูลย์ พึ่งทองหล่อ เคยทำหน้าที่เป็นหัวหน้าทีมนโยบายให้แก่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ เตมียาเวส เมื่อครั้งลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหาคร ในฐานะผู้สมัครอิสระ เมื่อปี พ.ศ.2556&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ต่อมาในวันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2556 คณะกรรมการบริหารพรรคชุดแรกได้ขอลาออกจากตำแหน่งโดยการประชุมใหญ่ของพรรคครั้งแรกเพื่อเลือกคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ในวันพุธที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2561 ได้เชิญและมีมติเลือก พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เตมียเวส อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่ได้รับฉายา “วีรบุรุษนาแก” จากบทบาทในการปราบปรามคอมมิวนิสต์ในพื้นที่ จ.นครพนม ให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรค และนายวัชรา ณ วังขนาย รองประธานกรรมการกลุ่มวังขนายซึ่งเป็นผู้ประกอบธุรกิจน้ำตาลรายใหญ่ของไทยเป็นเลขาธิการพรรคคนใหม่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;การเลือกตั้งทั่วไป พ.ศ.&#039;&#039;&#039;&#039;&#039;&#039;2562 &#039;&#039;&#039;&#039;&#039;&#039;และนโยบายหาเสียง&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ความนิยมของพรรคเสรีรวมไทยนั้นมีพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ หัวหน้าพรรค เป็นจุดขายที่สำคัญ ด้วยประสบการณ์การทำงานและประวัติการทำงานที่มีชื่อเสียงง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการเลือกตั้งครั้งนี้ ได้แสดงจุดยืนอย่างชัดเจนในการประกาศร่วมงานกับทุกพรรคที่เป็นประชาธิปไตย ทั้งยังมีบทบาทวิพากษ์วิจารณ์ทหารที่เข้ามามีบทบาทในการรัฐประหาร รวมทั้งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อย่างรุนแรง นับตั้งแต่หลังการรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2557 เป็นต้นมา ซึ่งบทบาทในการวิพากษ์วิจารณ์การรัฐประหารของพล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ เป็นเหตุให้ฝ่ายกฎหมายของ คสช. เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปราม ในข้อหากระทำการที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของรัฐ ซึ่งเป็นผลให้พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ได้รับความสนใจดังปรากฏภาพและการกล่าวถึงทั้งในสื่อกระแสหลักและสื่อสังคมออนไลน์&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; ด้านการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งนั้น พรรคเสรีรวมไทยถือเป็นพรรคการเมืองใหม่ที่มีขนาดใหญ่โดยได้ส่งผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แผนราษฎรแบบแบ่งเขต จำนวน 350 เขต และแบบบัญชีรายชื่อ จำนวน 100 คน พรรคเสรีรวมไทยได้เสนอชื่อ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ เป็นนายกรัฐมนตรี โดยการหาเสียงของพรรคเสรีรวมไทย มีนโยบาย 6 หยุด ที่จะเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน ประกอบด้วย&amp;amp;nbsp; (1) หยุดความยากจน ลดความเหลื่อมล้ำของคนในชาติ (2) หยุดคอร์รัปชัน เพื่อนำงบประมาณมาพัฒนาประเทศ (3) หยุดปัญหายาเสพติด ขจัดผู้มีอิทธิพลให้สิ้นซาก (4) หยุดเผด็จการ ปฏิรูปทหาร (5) หยุดไฟใต้ และ (6) หยุดสงครามสีเสื้อเพื่อสร้างความปรองดองก้าวสู่อนาคต นอกจากนี้ ยังมีนโยบายเพิ่มเติมเพื่อให้ประชาชนได้รับโอกาส คือ เรียนฟรีจนจบปริญญาตรี บัตรประชาชนใบเดียวเข้ารับการรักษาโรงพยาบาลของรัฐฟรี ปรับปรุงพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม สร้างโอกาสกระจายรายได้จากการท่องเที่ยวสู่ประชาชนมากที่สุด ข้าราชการเกษียณอายุ 65 ปี และบำนาญประชาชนที่ไม่มีรายได้ หลังอายุ 65 ปี คนละ 3,000 บาท เป็นต้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; นอกจากนี้ ในพื้นที่สื่อสังคมออนไลน์ พรรคเสรีรวมไทยยังได้สร้างภาพโฆษณาในเวปไซต์เพื่อใช้หาเสียงในกลุ่มคนรุ่นใหม่ ที่ให้ความนิยมต่อนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ดังที่เป็นกระแสความนิยมในทวิตเตอร์ #ฟ้ารักพ่อ&amp;amp;nbsp; โดยพรรคเสรีรวมไทยได้นำเสนอข้อความว่า &#039;&#039;&amp;quot;ถึงฟ้าจะรักพ่อ แต่ป๊าขอโอกาสบ้าง โปรดเก็บป๊าไว้สักห้องของหัวใจ อยู่แห่งไหนในประเทศไทย ขอให้เลือกพรรคเสรีรวมไทย&amp;quot;&#039;&#039; ซึ่งคำว่า “ป๊า” หมายถึง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ ที่มีความอาวุโสและให้ความรู้สึกใกล้ชิดเสมือนเป็นพ่อนั่นเอง อย่างไรก็ดี ภาพโฆษณานี้ ไม่ปรากฏบนหน้าเพจที่เป็นทางการของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ แต่อย่างใด&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[File:1668498126313.jpg]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ภาพจาก [https://mgronline.com/onlinesection/detail/9620000015146 https://mgronline.com/onlinesection/detail/9620000015146]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; ผลการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มีนาคม พ.ศ.2562 ปรากฏว่าพรรคเสรีรวมไทยได้รับคะแนนเสียงรวมทั้งสิ้น 826,754 เสียง (2.33%) เป็นพรรคการเมืองที่ได้รับคะแนนสูงสุดเป็นลำดับที่ 6&amp;amp;nbsp; โดยมีสมาชิกสภาผู้แทนแบบบัญชีรายชื่อทั้งหมด 10 คน ได้แก่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส นายวัชรา ณ วังขนาย นายวิรัตน์ วรศสิริน นายเรวัต วิศรุตเวช นายแพทย์ ประสงค์ บูรณ์พงศ์ นางสาวนภาพร เพ็ชร์จินดา นายเพชร เอกกำลังกุล นางสาวธนพร โสมทองแดง นายอำไพ กองมณี และพล.ต.วิศณุ ม่วงแพรสี โดยไม่มีผู้สมัครคนใดของพรรคได้รับการเลือกตั้งแบบแบ่งเขต&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;ความเคลื่อนไหวของพรรคเสรีรวมไทยหลังการเลือกตั้ง&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; พรรคเสรีรวมไทยเป็น 1 ใน 6 พรรคการเมืองที่ประกาศจัดตั้งรัฐบาลพร้อมลงสัตยาบันร่วมกันเมื่อวันที่ 27 มีนาคม พ.ศ.2562 ในการหยุดยั้งการสืบทอดอำนาจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; ต่อมาในการประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อลงมติเห็นชอบบุคคลผู้ที่จะมาเป็นนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน พ.ศ.2562 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อของพรรคเสรีรวมไทยทั้ง 10 คน ได้ลงคะแนนเลือก นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ได้รับการเสนอชื่อจากพรรคอนาคตใหม่เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นไปตามมติของพรรคฝ่ายประชาธิปไตยหรือพรรคร่วมฝ่ายค้านในเวลาต่อมา&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; ด้านความเคลื่อนไหวภายในพรรคนั้น ปรากฏเป็นข่าวเมื่อนายสุบรรณ มหาชนนท์ อดีตผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนแบบบัญชีรายชื่อของพรรคเสรีรวมไทย ถูกจับกุมเนื่องจากขนยาเสพติดแตรียมส่งออกไปต่างประเทศ เมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ.2562&amp;amp;nbsp; โดย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ในฐานะหัวหน้าพรรคได้ชี้แจงว่า กรณีดังกล่าวเป็นเรื่องเฉพาะตัว ซึ่งการตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัครในเบื้องต้น ไม่ได้สอบถึงประวัติอาชญากรรมที่เคยทำผิดกฎหมาย หลังจากนั้น ได้ปรากฏเป็นข่าวอีกครั้งเมื่อ นายธีรวิทย์ จารุวัฒน์ อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ได้ลาออกจากกรรมการบริหารพรรคเสรีรวมไทย ตามหนังสือลาออก ลงวันที่ 24 ตุลาคม พ.ศ.2562&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;บทบาทในสภาผู้แทนราษฎร&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; กล่าวได้ว่า บทบาทของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย มีความโดดเด่นและได้รับการจับตามองจากสื่อมวลชนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการอภิปรายและติดตามตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล นับตั้งแต่ กรณีกล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีก่อนเข้ารับตำแหน่ง เมื่อวันที่ 16 กรกฏาคม พ.ศ.2562 ซึ่งปรากฏถ้อยคำที่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวไม่ครบถ้วนตามที่กำหนดไว้ใน มาตรา 161 ของรัฐธรรมนูญ โดย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ในฐานะประธานกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ได้แถลงถึงมติที่ประชุมคณะกรรมการธิการให้เรียก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี มาชี้แจ้งเพื่อให้ข้อมูลต่อคณะกรรมาธิการ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; กรณีดังกล่าวยังได้ถูกหยิบยกไปในการพิจารณาถึงความชอบธรรมในการทำหน้าที่ของคณะรัฐมนตรีในการเสนอร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 เพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณา เนื่องจากยังไม่มีการวินิจฉัยว่ารัฐมนตรีถวายสัตย์ครบถ้วนถูกต้องตามรัฐธรรมนูญมาตรา 161 แล้วหรือไม่ โดยพรรคร่วมฝ่ายค้านยังได้นำประเด็นนี้มาใช้ในการยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปนายกรัฐมนตรีโดยไม่มีการลงมติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 หลังจากที่พล.อ.ประยุทธ์ ไม่มาตอบกระทู้ถามสดกรณีดังกล่าวต่อสภาผู้แทนราษฎรเป็นเวลา 2 สัปดาห์ติดต่อกัน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; นอกจากนี้แล้ว&amp;amp;nbsp; พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ได้แสดงบทบาทในการอภิปรายนโยบายรัฐบาล เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ.2562 ซึ่งได้นำมาสู่การเกิดวิวาทะระหว่างนายกรัฐมนตรี ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ประกาศตัดขาดความเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องโรงเรียนเตรียมทหารในที่ประชุมรัฐสภา และในการประชุมครั้งนั้นพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ได้ถูกนายพรเพชร วิชิตชลชัย รองประธานรัฐสภา ในฐานะประธานที่ประชุมขอให้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ออกจากห้องประชุม&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; ต่อมาในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563 พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ได้หยิบยกประเด็นเรื่องการถวายสัตย์มาอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง แต่ถูกประท้วงจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคพลังประชารัฐ รวมทั้งนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร&amp;lt;br/&amp;gt; ไม่อนุญาตให้อภิปรายไม่ไว้วางใจในประเด็นนี้&amp;amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ยังได้แสดงบทบาทในการขอให้ศาลวินิจฉัยว่ากระบวนการตราพระราชบัญญัติงบประมาณปี 2563 ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่จากกรณีที่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเสียบบัตรแทนกันในการลงมติเห็นชอบกับร่างพระราชบัญญัติฯ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
[[File:1668498252843.jpg]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ภาพจาก [https://www.pinterest.cl/pin/327285097923710557/ https://www.pinterest.cl/pin/327285097923710557/]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; อย่างไรก็ดี ได้มีความพยายามในการเสนอให้ปลด พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ออกจากประธานคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ นำโดยนายไพบูลย์ นิติตะวันสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ นายสิระ เจนจาคะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร&amp;lt;br/&amp;gt; และ นางสาวปารีณา ไกรคุปต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี จากพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งมีความขัดแย้งในระหว่างการประชุมทั้งยังเป็นอุปสรรคในการทำงานของคณะกรรมการธิการคณะนี้มาอย่างต่อเนื่อง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; นอกจากหัวหน้าพรรคแล้ว กล่าวได้ว่าพรรคเสรีรวมไทย ยังมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคที่ได้แสดงบทบาทสำคัญอื่นๆ เช่น พล.ต.ท.วิศณุ ม่วงแพรศรี ได้อภิปรายเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2562 โดยขอให้นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎรให้สอบสวนนายสิระ เจนจาคะ กรณีการแสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจระหว่างการลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ที่อาจเข้าข่ายผิดรัฐธรรมนูญกฎหมายอาญาและประมวลจริยธรรม เพื่อเป็นบรรทัดฐานในการปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต่อไป&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; ต่อมาวันที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2562 พล.ต.ท.วิศณุ ได้ตั้งกระทู้ถามสดด้วยวาจาถาม พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ถึงกรณี ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ถูกกล่าวหาจากสื่อต่างประเทศว่าเคยต้องคดีค้ายาเสพติดและจำคุกที่ประเทศออสเตรเลีย อีกทั้งในวันที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 พล.ต.ท.วิศณุ ยังได้อภิปรายเรื่องการซื้อขายตำแหน่งข้าราชการตำรวจอีกด้วย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; นอกจากนี้แล้ว ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคนอื่นๆ ของพรรค เช่น นางสาวนภาพร เพ็ชร์จินดา ได้อภิปรายถึงปัญหาด้านบุคคลิกภาพในฐานะผู้นำประเทศและการขาดประสิทธิภาพในการบริหารราชการแผ่นดินของนายกรัฐมนตรีด้วย ทั้งยังแสดงบทบาทในการตอบโต้พรรคการเมืองฝ่ายตรงข้ามผ่านสื่อสังคมออนไลน์ในการวิจารณ์การทำงานของหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทยด้วย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; ทั้งนี้ ในการลงมติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายนั้น มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคเสรีรวมไทย จำนวน 3 คน ประกอบด้วย นายวัชระ วังขนาย นายอำไพ กองมณี และนางสาวนราพร เพ็ชรจินดา ที่ได้ลงมติไว้วางใจ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งไม่เป็นไปตามมติของพรรคร่วมฝ่ายค้าน โดยพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ชี้แจงว่ากรณีนี้เป็นไปตามมติของพรรคเสรีรวมไทยที่ให้สมาชิกพรรคไปลงคะแนนไว้วางใจให้ พล.อ.ประวิตร เพื่อให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาได้คะแนนต่ำที่สุด&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;การดำรงตำแหน่งในคณะกรรมาธิการ&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคเสรีรวมไทย ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในคณะกรรมาธิการสามัญคณะต่างๆ ได้แก่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ดำรงตำแหน่งประธานกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; นาย วัชรา&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; ณ วังขนาย ดำรงตำแหน่งรองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่ 2 ของคณะกรรมาธิการแก้ไขปัญหาหนี้สินแห่งชาติ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; นายวิรัตน์ วรศสิริน ดำรงตำแหน่งรองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่สามคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง สถาบันการเงินและตลาดการเงิน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; นายเรวัต วิศรุตเวช ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; นายแพทย์ ประสงค์ บูรณ์พงศ์ ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; นางสาวนภาพร เพ็ชร์จินดา ดำรงตำแหน่งโฆษกคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; นายเพชร เอกกำลังกุล ดำรงตำแหน่งรองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่สี่ของคณะกรรมาธิการการแรงงาน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; นางสาวธนพร โสมทองแดง ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรมาธิการการป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยธรรมชาติและสาธารณภัย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; นายอำไพ กองมณี ดำรงตำแหน่งรองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่ห้าของคณะกรรมาธิการการพาณิชย์และทรัพย์สินทางปัญญา&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; พล.ต.วิศณุ ม่วงแพรสี ดำรงตำแหน่งปรึกษาคณะกรรมาธิการการตำรวจ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; &amp;amp;nbsp; นอกจากนี้พรรคเสรีรวมไทย ยังได้เสนอชื่อ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคประชาธิปัตย์ให้เป็น 1 ใน 49 กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางและวิธีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&#039;&#039;&#039;รายการอ้างอิง&#039;&#039;&#039;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
“เด็กเสรีรวมไทย&#039;อัดยับ! &#039;บิ๊กตู่&#039;ขาด4ข้อคุณสมบัติผู้นำ ลั่นหมดเวลาพิสูจน์”. Retrieved from https://www.naewna.com/politic/475692&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
“เปิดประวัติ “เสรีพิศุทธ์” วีรบุรุษนาแก สู่เก้าอี้ หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย”. Retrieved from https:// www.pptvhd36.com/news/ประเด็นร้อน/91772&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;“ที่มา ปมถวายสัตย์ฯ”. Retrieved from [https://news.thaipbs.or.th/content/284334 https://news.thaipbs.or.th/content/284334]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
“ประกาศนายทะเบียนพรรคการเมือง เรื่อง การเปลี่ยนแปลงกรรมการบริหารพรรคเสรีรวมไทย”.ราชกิจจา&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; นุเบกษา เล่ม 137 ตอนที่ 9 ง วันที่ 30 มกราคม 2563 หน้า 90-91.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
“ประกาศนายทะเบียนพรรคการเมือง เรื่อง รับจดแจงการจัดตั้งพรรคเสรีรวมไทย”.ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 130 ตอนที่ 112 ง วันที่ 17 ตุลาคม 2556 หน้า 48-77.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
“ประชุมสภาวุ่น! หลัง &#039;เสรีพิศุทธ์&#039; จัดหนัก! &#039;ประยุทธ์&#039; เรื่องรัฐประหาร”. Retrieved from [https://www https://www].&amp;amp;nbsp;bangkokbiznews.com/news/detail/841835&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
“ผลการเลือกตั้งทั่วประเทศ”. Retrieved from [https://election.pptvhd36.com/ https://election.pptvhd36.com/]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
“พล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ ชวนคนกรุงเทพ ออกมาใช้สิทธิ์เลือกผู้สมัครอิสระ”. Retrieved from [http://www http://www]. &amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; smartbomb.co.th/news/details/29318&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
“รวบอดีตผู้สมัคร “เสรีรวมไทย” ขนไอซ์เกือบ 1 ตันเตรียมส่งฟิลิปปินส์ หน.พรรคยันเป็นเรื่องเฉพาะบุคคล”. Retrieved from [https://mgronline.com/politics/detail/9620000060829 https://mgronline.com/politics/detail/9620000060829]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
“ส.ส.เสรีรวมไทยอัด &amp;quot;เทพไท&amp;quot; เสียดายเป็นผู้เเทนฯหลายสมัยไม่เข้าใจกฎหมายเเละการเมือง”. Retrieved &amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; from [https://www.nationtv.tv/main/content/378748316/ https://www.nationtv.tv/main/content/378748316/]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
“สมชัย” ขอบคุณเสรีรวมไทย เสนอให้เป็น กมธ.แก้รัฐธรรมนูญ ลั่นทำเพื่อชาติ”. Retrieved from https:// &amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; www.thairath.co.th/news/politic/1729498&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
“สะพัดแบนเนอร์ &amp;quot;เสรีพิศุทธิ์&amp;quot; ฝากแฟนด้อมธนาธร &amp;quot;ถึงฟ้าจะรักพ่อ แต่ป๊าขอโอกาสบ้าง”. Retrieved from&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; [https://mgronline.com/onlinesection/detail/9620000015146 https://mgronline.com/onlinesection/detail/9620000015146]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
“&#039;เสรีพิศุทธ์&#039; ชูนโยบาย 6 หยุด ชี้ &#039;ประยุทธ์&#039; คือจนท.รัฐ รับเงินราชการ”. Retrieved from [https://voicetv https://voicetv]. &amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp; co.th/read/YQT41LzfT&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;“เสรีพิศุทธ์ ยัน 3 ส.ส.พรรคเสรีรวมไทย ไม่ใช่งูเห่า อ้าง แค่ทำตามคำท้า”. Retrieved from [https://www https://www]. &amp;amp;nbsp; thairath.co.th/news/politic/1783363&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;amp;nbsp;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Apirom</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:1668498252843.jpg&amp;diff=15183</id>
		<title>ไฟล์:1668498252843.jpg</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:1668498252843.jpg&amp;diff=15183"/>
		<updated>2022-11-15T07:44:29Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;Apirom: File uploaded with MsUpload&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;File uploaded with MsUpload&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Apirom</name></author>
	</entry>
	<entry>
		<id>https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:1668498126313.jpg&amp;diff=15182</id>
		<title>ไฟล์:1668498126313.jpg</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:1668498126313.jpg&amp;diff=15182"/>
		<updated>2022-11-15T07:42:25Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;Apirom: File uploaded with MsUpload&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;File uploaded with MsUpload&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Apirom</name></author>
	</entry>
</feed>