27 กรกฎาคม พ.ศ. 2480


ผู้เรียบเรียง ศาสตราจารย์พิเศษ นรนิติ เศรษฐบุตร


ผู้ทรงคุณวุฒิประจำบทความ รองศาสตราจารย์ ดร.นิยม รัฐอมฤต


วันที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2480 เป็นวันที่นายกรัฐมนตรี พ.อ.พระยาพหลพลพยุหเสนา หัวหน้ารัฐบาลในขณะนั้นได้ขอลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนรี ทั้งนี้ท่านให้เหตุผลว่าเพื่อให้ดำเนินการสอบสวนเรื่องเกี่ยวกับการขายที่ดินของพระคลังข้างที่ดังที่มีการอภิปรายในสภาในตอนเช้าของวันดังกล่าวนี้ ได้อย่างโปร่งใส เวลาที่พระยาพหลฯ ลาออกเป็นเวลาค่ำของวันที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2480

เรื่องราวเกี่ยวกับการขายที่ดินของพระคลังข้างที่ ดังที่มีการอภิปรายกันในสภานั้นมันเป็นเรื่องใหญ่อย่างไร จึงทำนายกรัฐมนตรีถึงกันต้องลาออกจากตำแหน่ง หากย้อนกลับไปดูก็จะพอได้เรื่อง

ในวันที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2480 นี้ มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎรตามปกติ ในวันนั้นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้งจากจังหวัดอุบลราชธานี ชื่อ นายเลียง ไชยกาล ซึ่งเป็น ส.ส.นักกระทู้ผู้หนึ่งได้ตั้งกระทู้ถามนายกรัฐมนตรีขึ้นในสภาถึงเรื่องการขายที่ดินของพระคลังข้างที่

นายเลียง ไชยกาล ได้อภิปรายให้รายละเอียดเปิดเผยชื่อผู้ซื้อซึ่งเป็นคนใหญ่คนโตในคณะผู้ก่อการเปลี่ยนแปลงการปกครอง, เป็นรัฐมนตรีก็มี รวมทั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ประเภทที่ 2 ที่มาจากการแต่งตั้ง โดยผู้อภิปรายระบุว่าผู้ซื้อได้ซื้อในราคาที่ถูกมาก ทั้งนายเลียง ไชยกาล เห็นว่าน่าจะตั้งกรรมการที่เป็นคนภายนอกเข้าไปตรวจสอบ

เมื่อนายเลียง ไชยกาล อภิปรายจบลง นายกรัฐมนตรีก็ตอบรับกลางสภาว่ามีการซื้อขายจริง ทำให้นายไต๋ ปาณิกบุตร ส.ส.จังหวัดพระนคร ยื่นขอเปิดอภิปรายทั่วไปในนโยบายรัฐบาลว่าด้วยการจัดระเบียบพระคลังข้างที่เป็นการด่วน มีการอภิปรายต่อและเลื่อนการประชุมออกไปจนค่ำมืด รัฐบาลถูกเล่นงานพอสมควร และนายกรัฐมนตรีก็ขอลาออกจากตำแหน่งในคืนวันเดียวกันนั้น

พอลาออกจากตำแหน่งแล้ว สภาผู้แทนราษฎรเองกลับต้องไปขอร้องให้พระยาพหลฯ กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีก ตอนแรกท่านก็ปฏิเสธ แต่ทางฝ่ายสภาฯ ได้ยืนยันและแจ้งว่าทางสภาฯ มิได้สงสัยในตัวท่านนายกรัฐมนตรี มี ส.ส. จำนวนมากกว่า 80 คนไปขอร้อง พระยาพหลฯ จึงได้ยอมกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง แต่ก็ได้ปรับปรุงคณะรัฐมนตรี ตัวรัฐมนตรีที่มีชื่อซื้อที่ดินอยู่ด้วยก็มิได้กลับมาร่วมรัฐบาลอีก